เมื่อชีวิตการทำงานมาถึงจุดหนึ่ง เป็นธรรมดาที่เราจะหันกลับไปมองเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา
แต่ละวันได้เรียนรู้อะไรใหม่เพิ่มข้ึนหรือไม่ ขณะนี้กำลังเดินหน้า หยุดนิ่ง ถอยหลัง หรือว่าพร้อมจะเดินต่อ แล้วพึงพอใจกับชีวิตที่ผ่านมาและปัจจุบันขนาดไหน?
‘Satu’ เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นจาก ‘การกลับบ้าน’ ของผู้ก่อตั้งแบรนด์ หลังจากไปใช้ชีวิตทำงานในเมืองใหญ่เป็นเวลาหลายปี
ในเมืองใหญ่เต็มไปด้วยโอกาส แต่ที่บ้านก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน
เพราะ ‘เชื่อ’ ในศักยภาพของท้องถิ่น ‘Satu’ จึงเดินหน้าในการนำธรรมชาติและภูมิปัญญาชาวบ้านมาสร้างให้เป็น ‘แบรนด์’ เสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ในแบบของตนเอง

ความหมายของคำว่า ‘สาธุ’
‘สาธุ’ เป็นคำศัพท์เก่าแก่ในภาษาสันสกฤตที่ใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สื่อความหมายถึง ‘ความเชื่อ’ และ ‘ศรัทธา’ ของมนุษย์
‘ขอให้เป็นเช่นนั้น’ คือความหมายของคำดังกล่าว
เวลาไปวัดหรือกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ เราๆ หลายคนมักพูดว่า ‘สาธุ’ หลังจากท่องบทสวด หรือว่าขอพร บางคนนิยมลากเสียงให้ยาว หรือไม่ก็พูดดังๆ ด้วยเสียงสูง ราวกับว่าจะช่วยเพิ่มพลังและความศักดิ์สิทธิ์ให้คำๆ นั้น
หากมองในเชิงปฏิบัติ ชาวพุทธใช้คำว่า ‘สาธุ’ ในลักษณะเดียวกับชาวคริสต์ที่กล่าวคำว่า ‘Amen’ หลังจากอธิษฐานกับพระเจ้า
จึงมองได้ว่าคำว่า ‘สาธุ’ มาพร้อมกับความเชื่อในสิ่งดีๆ ที่อยากให้เกิดขึ้น

นิยามความเป็นแบรนด์ ‘สาธุ’
‘Satu’ (สาธุ) เป็นแบรนด์เสื้อผ้าใยธรรมชาติทอมือ ซึ่งเกิดขึ้นมาจากแพสชันและความรักในบ้านเกิดของผู้ก่อตั้งแบรนด์
ด้วยความที่เกิดและเติบโตใน ‘ดอยเต่า’ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ซึ่งผู้คนยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ แบรนด์ Satu จึงได้นำเสน่ห์อันน่าหลงใหลของวิธีการดำเนินชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติมาเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่การทำเส้นใยเสื้อผ้าจากพืชที่พบในท้องถิ่น การย้อมสีเส้นใยธรรมชาติด้วยวิถีชาวบ้าน การทอผ้าแบบเฉพาะของพื้นที่ และการวาดลายผ้าตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวเขา
รูปทรงและลักษณะของเสื้อผ้าแบรนด์ Satu มาจากแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันของผู้คนในดอยเต่า ที่ต้องการเสื้อผ้าสบายๆ ระบายอากาศดี จะสวมใส่ทำงานก็ได้ หรือจะเป็นชุดลำลองในวันพักผ่อน ก็ดูดีไม่แพ้กัน
มองได้ว่าทุกองค์ประกอบของแบรนด์ Satu ถ่ายทอดความรักและความภูมิใจใน ‘บ้านเกิด’ ออกมาได้ด้วยความรู้สึกอย่างแท้จริง
เชื่อในศักยภาพของตนเอง
หลังจากร่ำเรียนและทำงานในเมืองใหญ่มานาน ก็ถึงเวลาที่จะเดินทางกลับมายังบ้านเกิด
ชีวิตในเมืองใหญ่ทำให้มีความอดทน เข้มแข็ง แต่ว่าจะตอบโจทย์สิ่งที่ต้องการหรือมุ่งหวังหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง..
สำหรับคุณ ‘แบงค์’ ศักดิ์สรัญ ดวงอินทร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ‘สาธุ’ เวลาหลายปีในเมืองใหญ่ทำให้รู้ถึง ‘ศักยภาพ’ ของตนเองและ ‘ข้อจำกัด’ ของความรู้ที่มีก่อนหน้า ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่คุณแบงค์ต้องการในการประกอบอาชีพ
คุณแบงค์จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะนำสินทรัพย์ในธรรมชาติของดอยเต่ามาสร้างเป็น ‘แบรนด์’ ในแบบของตนเอง

เชื่อในธรรมชาติ
ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งกำเนิดการสร้างสรรค์ของมนุษย์
จากมนุษย์คนแรกที่นำพืชซึ่งพบเจอในธรรมชาติมาทำเป็น ‘เสื้อผ้า’ สู่การพัฒนาบ้านเกิดด้วยศักยภาพของธรรมชาติแวดล้อม
ฝ้ายและกัญชงเป็นพืชที่พบในพื้นที่สูงอย่างดอยเต่า
ทั้งสองอย่างเป็นเส้นใยธรรมชาติที่เหมาะกับการนำมาตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มในแบบที่แตกต่างกัน
ฝ้ายมีลักษณะนุ่มละเอียดตามธรรมชาติ ระบายอากาศดี ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งเป็นสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย
ส่วนกัญชงมีลักษณะแข็งกว่าฝ้ายค่อนข้างมาก ส่วนที่เป็นเปลือกบริเวณลำต้นใช้ทำเป็นเส้นใย กล่าวกันว่าใยกัญชงมีความทนทานมากเป็นอันดับต้นๆ ของเส้นใยธรรมชาติทั้งหมด จึงนิยมนำมาทอผ้าเป็นเนื้อหนาหรือรองเท้า เพื่อรองรับน้ำหนักและการใช้งานกลางแจ้ง
ด้วยความสมบูรณ์อุดมด้วยธรรมชาติอย่างที่กล่าวมา เสื้อผ้าของแบรนด์ ‘Satu’ จึงตัดเย็บด้วยเส้นใยฝ้ายและเส้นใยกัญชงที่ทางแบรนด์เป็นผู้ทอเอง แล้วนำมาย้อมด้วยกรรมวิธีของชาวบ้านตั้งแต่โบราณ ซึ่งใช้ใบไม้ ฝัก ราก หรือเมล็ดของพืชในท้องถิ่นในการให้สี โดยไม่ต้องพึ่งพาการย้อมผ้าด้วยสารเคมี
ในด้านคุณภาพ มีความทนทานต่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ส่วนรูปลักษณ์ก็ดูสบายๆ เหมาะกับการสวมใส่ในสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยของเมืองไทย
ทำให้ ‘สาธุ’ เป็นที่ถูกใจของกลุ่มลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

เชื่อในมนุษย์
อย่างที่เราเขียนถึงบ่อยๆ ‘ทรัพยากรมนุษย์’ คือสินทรัพย์ชั้นเยี่ยมที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด
เราเชื่อว่าถ้า ‘มนุษย์’ ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำสิ่งใดแล้ว ก็มักทำสิ่งที่มุ่งหวังได้ในท้ายที่สุด
สำหรับแบรนด์ ‘สาธุ’ ทรัพยากรที่มีค่ากว่าสิ่งใดก็คือ ‘ครอบครัว’ และ ‘ทีมงาน’
‘สาธุ’ เริ่มจากการเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่ดำเนินงานโดยสมาชิกในครอบครัว คุณแบงค์เป็นแกนกลางของงานต่างๆ คุณแม่เป็นคนตัดเย็บ สมาชิกในครอบครัวไปช่วยกันออกบูทขายของ
ใครถนัดด้านไหน ก็มาช่วยด้านนั้น
แล้วยังมีปราชญ์ท้องถิ่นหลายคนมาร่วมสร้างสรรค์เสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ ‘สาธุ’
นอกจากทีมงานและครอบครัวแล้ว ‘ลูกค้า’ เองก็ ‘เชื่อ’ ในปรัชญาการทำงานของคุณแบงค์และแบรนด์ ‘สาธุ’ ด้วย
จากเดิมที่เป็นธุรกิจขนาดมินิ ตอนนี้‘สาธุ’ เติบโตเป็นแบรนด์เสื้อผ้าธรรมชาติที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น เห็นได้จากแรงสนับสนุนในการไปออกร้านแต่ละครั้ง ทั้งในเชียงใหม่และกรุงเทพฯ แล้วยังมีกำลังใจท่วมท้นจากผู้ติดตามในเพจเฟซบุ๊กอีกนับไม่ถ้วน
เราจึงมองว่าความ ‘เชื่อ’ ในกันและกันเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์ ‘สาธุ’





