เมื่อท่วงทำนองขับร้องเรื่องราว สำรวจความเป็นหญิงและศาสนาคริสต์ ที่ซ่อนอยู่ในอัลบั้ม ‘Lux’ ของ Rosalía

ถ้าจะมีสักหนึ่งอัลบั้มที่ชาวเน็ตอวยกันไม่หยุดหย่อนบนโซเชียลมีเดียในช่วงนี้ ก็คงหนีไม่พ้น ‘Lux’ สตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุดของ ‘โรซาเลีย’ (Rosalía) นักร้องสาวชาวคาตาลัน ผู้มักสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนเพลงทุกครั้งที่ออกอัลบั้มใหม่เสมอมา 

อัลบั้ม Lux ก็เป็นอีกครั้งที่โรซาเลียสร้างกระแสความสนใจได้ตั้งแต่ยังไม่ปล่อยตัวเต็ม โดยเริ่มจากเพลง ‘Berghain’ ที่เธอร่วมงานกับ Björk และ Yves Tumor ซึ่งกลายเป็นซิงเกิลเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆ ได้ชิมรสก่อน หลังจากนั้นกระแสความคาดหวังก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่ออัลบั้มเต็มออกมา โรซาเลียก็ไม่ทำให้แฟนเพลงต้องผิดหวัง ทั้งเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ดนตรีที่โดดเด่น และกิมมิกต่างๆ ที่เธอสอดแทรกไว้ในทุกเพลง ล้วนทำให้ Lux กลายเป็นผลงานที่พูดถึงในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

หนึ่งสิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้โดดเด่นกว่าอัลบั้มที่ผ่านมาของโรซาเลีย คือการผสานเรื่องราวทางคริสตศาสนาเข้ากับดนตรีพ็อปและดนตรีคลาสสิก รวมถึงความเป็นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว จนเกิดเป็นผลงานที่ให้ความรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และความร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ อีกแรงบันดาลใจสำคัญของอัลบั้มนี้ คือการสำรวจความเป็นหญิงผ่านมุมมองของคริสตศาสนา โดยเฉพาะเรื่องราวของนักบุญหญิงจากหลากหลายพื้นทั่วทุกมุมโลก ซึ่งโรซาเลียได้สอดแทรกเนื้อหาเหล่านี้ลงไปในแต่ละเพลง พร้อมใช้ท่วงทำนองและเสียงดนตรีในการถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้แฟนเพลงได้ฟัง

ครั้งนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปร่วมกันสำรวจเรื่องราวอันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นหญิง นักบุญ และคริสตศาสนา ที่นักร้องสาวมากความสามารถคนนี้ได้นำเสนอผ่านผลงานอัลบั้มชุดนี้กัน 

Lux กับคอนเซปต์ที่เหนือชั้นของโรซาเลีย 

หากใครเคยฟังอัลบั้ม Lux ของโรซาเลียมาแล้ว ก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าแต่ละเพลงในอัลบั้มให้ความรู้สึกเหมือนดนตรีที่กำลังบรรเลงอยู่ในโบสถ์ มีท่วงทำนองที่เหมือนปลุกพลังศรัทธาของผู้ฟัง ร่วมกับเสียงร้องของนักร้องสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ จนทำให้บทเพลงเหมือนเป็นหนึ่งในความศักดิ์สิทธิ์อย่างไรอย่างนั้น

เราในฐานะคนฟังจะรู้สึกเช่นนั้นก็ไม่แปลก เพราะแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ผลงานชิ้นนี้ถือกำเนิดขึ้นมา ก็คือเรื่องราวของนักบุญหญิงต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์และสำคัญของคริสตศาสนา 

เพื่อให้เข้าใจแนวคิดเบื้องหลังในการทำอัลบั้มนี้ของโรซาเลียมากขึ้น ก็อาจต้องย้อนกลับไปดูกันที่คอนเซปต์ของอัลบั้ม โดยแรกเริ่มเดิมที โรซาเลีย หรือ โรซาเลีย บิลา โตเบย่า (Rosalia Vila Tobella) ก็เป็นชาวคริสต์มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทำให้ตัวเธอมีความคิดและความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในศาสนา โรซาเลียจึงหยิบเอา ชีวประวัติของนักบุญผู้หญิงคนสำคัญจากพื้นที่ต่างๆ ของโลก ตลอดจนนักปรัชญาหรือนักเขียนหญิง มาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับการทำอัลบั้มนี้

ถึงอย่างนั้น หากเห็นเพียงแค่ปกอัลบั้ม เชื่อว่าหลายคนก็คงเดาออกได้ตั้งแต่แรกเห็น ว่าอัลบั้มนี้จะต้องมีความเกี่ยวโยงกับคริสตศาสนาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่นอน เพราะหน้าปกอัลบั้ม Lux เธอได้สวมเครื่องแต่งกายด้วยผ้าคลุมสีขาวและมีผ้าคลุมผม คล้ายคลึงกับชุดของนักบวชหญิงในศาสนาคริสต์ที่สวมชุดสีขาว

หรือกระทั่งชื่ออัลบั้ม โดยในภาษาละติน Lux หมายถึงแสงสว่าง และยังเชื่อมโยงกับคำว่า Luxe เป็นภาษาคาตาลัน หมายถึงความหรูหรา ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเธอกำลังจะสื่อถึงศาสนา พร้อมกับบรรยายว่าอัลบั้มชิ้นนี้จะเต็มไปด้วยความโอ่อ่าและอลังการด้วยเช่นกัน 

ทั้งนี้ทั้งนั้น หนึ่งในสิ่งที่สามารถอธิบายถึงการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดของโรซาเลียในอัลบั้ม Lux นี้ อาจต้องยกให้กับการที่เธอร้องเพลงด้วยภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาคาตาลันและสเปน ซึ่งถือเป็นเจ้าของภาษาอยู่แล้ว ก็ยังมีอีก 11 ภาษา ได้แก่ อาหรับ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮีบรู อิตาลี ญี่ปุ่น ละติน แมนดาริน โปรตุเกส ซิซิลี และยูเครน โดยทุกภาษาล้วนใช้แบบเต็มรูปแบบ ไม่ได้ยกมาเพียงคำหรือวลีสั้นๆ โดยนี่ถือเป็นความตั้งใจของเธอที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมและเข้าถึงผู้คนให้มากขึ้น ด้วยการเรียนรู้ภาษาของพวกเขา 

ด้วยความทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ของโรซาเลีย ทำให้อัลบั้มที่ออกเป็นมากกว่าอัลบั้มเพลง แต่เป็นเหมือนงานศิลปะที่มีรายละเอียดและความงดงามซ่อนอยู่ เชื่อว่ายิ่งเรารู้ข้อมูลเชิงลึกมากเท่าไหร่ เราก็จะฟังเพลงของนักร้องสาวคนนี้ได้ลุ่มลึกมากขึ้นเท่านั้น 

Lux กับการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิง นักบุญ และคริสตศาสนา 

หลังจากที่ได้เกริ่นนำไปเล็กน้อยแล้วถึงเนื้อหาที่โรซาเลียต้องการนำเสนอในอัลบั้มนี้ อย่างประเด็นเรื่อง ความเป็นหญิง นักบุญผู้หญิงในประวัติศาสตร์ และศาสนาคริสต์ เราจึงอยากพามาดูกันต่อว่าประเด็นเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาในตัวอัลบั้มอย่างไรบ้างกัน

โดยหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดของอัลบั้ม Lux คือการหยิบเอาเรื่องราวและประวัติของนักบุญหญิงมาเล่าและตีความผ่านเนื้อหาเพลงร่วมสมัย ด้วยการไม่เล่าอย่างตรงไปตรงมา หากแต่ใช้อุปมาอุปไมยเปรียบเทียบเพื่อให้เกี่ยวโยงกับคนฟังยุคปัจจุบันมากที่สุด 

อย่างในเพลง De Madrugá ซึ่งเป็นเพลงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวประวัติของ เซนต์โอลก้าแห่งเคียฟ (Saint Olga of Kiev) ผู้เป็นนักบุญและผู้ปกครองเมืองเคียฟรุสในอดีต ปัจจุบันคือยูเครน เบลารุส และรัสเซีย 

La cruz en el pecho calibra mi cuerpo

Para desquitarme yo tengo derecho

La cruz en el pecho calibra mi cuerpo

Para desquitarme yo tengo derechoDe Madrugá, Rosalía

เนื้อเพลงส่วนหนึ่งของ De Madrugá แปลได้ใจความประมาณว่า “ไม้กางเขนประดับอยู่บนหน้าอกของฉัน ฉันจึงมีสิทธิ์จะแก้แค้น” ซึ่งก็ตรงกับประวัติของเซนต์โอลก้าแห่งเคียฟ ผู้ถูกชนเผ่าใกล้เคียงพรากชีวิตสามีไป เมื่อเธอได้กลายเป็นผู้ปกครองอาณาจักร เธอก็ได้ดำเนินการปราบชนเผ่าที่ฆ่าสามีของเธออย่างโหดเหี้ยมเพื่อเป็นการแก้แค้น จนกลายเป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา 

โรซาเลียต้องการชี้ให้เห็นว่า แม้เธอจะเป็นนักฆ่าที่ดูโหดเหี้ยมในยุคสมัยนั้น หากแต่เธอก็ยังได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญ เพราะเธอสามารถนำพาผู้คนมากมายมาเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาคริสต์ นั่นจึงสะท้อนให้เห็นว่าต่างพื้นที่ ต่างวัฒนธรรม ก็ตีความความหมายของคำๆ นี้ต่างกัน สำหรับพื้นที่นี้ในยุคสมัยนั้น อาจตีความคำว่านักบุญต่างออกไปจากที่เราเข้าใจกันในสมัยนี้ก็ได้ 

หรืออย่างในเพลง Novia Robot ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวโยงกับ ซุน บูเอ๋อร์ (Sun Bu’er) ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าของจีน ผู้ตั้งใจทำลายความงามของตนเองด้วยการราดน้ำมันเดือดลงบนหน้า เพื่อไม่ให้ผู้ชายที่พบเจอเธอรู้สึกดึงดูดใจ อีกทั้งยังเล่าถึงเรื่องราวของ มีเรียม (Myriam) หนึ่งในผู้หญิงผู้ทรงอิทธิพลในศาสนายูดาย ทำให้เพลงที่ออกมาว่าด้วยเรื่องราวของผู้หญิงที่มีหัวขบถและกล้าหาญ พร้อมกับนำเสนอว่าไม่ว่าทุกคนจะเป็นผู้หญิงแบบไหน ก็สามารถเปล่งประกายได้เหมือนกันหมด 

ฉะนั้นแล้ว การหยิบเอาเรื่องราวของนักบุญและผู้หญิงหลากหลายคนจากทั่วทุกมุมโลกมาเล่า จึงเป็นเหมือนการตอกย้ำว่าทุกพื้นที่บนโลกของเรา มีความเป็นหญิงซุกซ่อนอยู่ในทุกๆ ความเชื่อ ก่อนหน้าที่เราไม่รู้จักพวกเธอเลย อาจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเรื่องราวต่างๆ ล้วนสร้างขึ้นโดยผู้ชาย ทว่าครั้งนี้โรซาเลียได้กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิง ที่หยิบเรื่องราวของผู้หญิงด้วยกันเองมาเผยแพร่ให้คนได้รู้ต่อไปว่าบนโลกใบนี้ยังมีผู้หญิงอีกมากมายที่พร้อมเฉิดฉายและถูกจดจำ

Lux จึงเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มสมัยใหม่ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่ไกลตัวให้ใกล้ตัว แถมยังทำให้คนฟังได้รับรู้ถึงเรื่องราวของผู้หญิงในอีกแง่มุมที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย 

แล้วทุกคนมีเรื่องราวของผู้หญิงที่อยากถ่ายทอดให้คนอื่นได้รับรู้บ้างหรือเปล่า? 

อ้างอิงจาก

nme.com

theguardian.com

euronews.com

pitchfork.com

vogue.com

AUTHOR