Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ถอดรหัสความรัก ชีวิต และความเป็นมนุษย์ ผ่านแฟชันโชว์โอตกูตูร์ของ Rahul Mishra

ถอดรหัสความรัก ชีวิต และความเป็นมนุษย์ ผ่านแฟชันโชว์โอตกูตูร์ของ Rahul Mishra

05/08/2025
What a day
AUTHOR: ธนกฤต แดงทองดี
SHARE:

 ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นฤดูกาลสำคัญของโลกแฟชัน เหล่าแบรนด์ดังมากมายต่างทยอยออกคอลเลกชันสำหรับช่วงฤดูใบไม้ร่วง นอกจากคอลเลกชันทั่วไปที่ออกมาในช่วงนี้แล้ว อีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญและเป็นงานที่คอแฟชันต่างจับจ้องมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น สัปดาห์ปารีสโอตกูตูร์ (Paris Haute Couture Week) กับรันเวย์ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตและสง่างาม

 ทั้งนี้ ก็ใช่ว่าใครจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแฟชันโชว์ชั้นสูงนี้ได้ เพราะมันก็มีเงื่อนไขอีกยิบย่อย ซึ่งถูกกำหนดโดย Fédération de la Haute Couture et de la Mode (FHCM) และ Chambre Syndicale de la Haute Couture ในการคัดเลือกแบรนด์และดีไซเนอร์ผู้มีสิทธิ์จะขึ้นโชว์ในงาน 

 โดยในปีนี้ ราอุล มิสชรา (Rahul Mishra) ดีไซเนอร์ชาวอินเดียเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าในชื่อตนเอง ถือเป็นดีไซเนอร์คนหนึ่งที่โดดเด่นและน่าจับตามองเป็นอย่างมากในสัปดาห์ปารีสโอตกูตูร์ครั้งนี้ เพราะเขาคือนักออกแบบชาวอินเดียคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงในสัปดาห์ปารีสโอตกูตูร์เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา 

 การกลับมาในฤดูกาลนี้ เขาก็ได้หอบเอาคอนเซปต์อันชวนให้เย้ายวนใจอย่าง “ความรัก” มาเป็นแนวคิดหลักในการนำเสนอคอลเลกชัน ภายใต้ชื่อ “Becoming Love” เพื่อสะท้อนนิยามของความรักในหลายมิติ ผ่านงานฝีมือระดับโอตกูตูร์ที่ทั้งสวยงามและเปี่ยมความหมาย

 วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปส่องเบื้องลึกเบื้องหลังของงานออกแบบในคอลเลกชันของราอุล มิสชรา ประจำปารีสโอตกูตูร์ฤดูกาลนี้กัน ว่าภายใต้ผืนผ้าสุดประณีตเหล่านี้เขาซ่อนอะไรไว้อยู่เบื้องหลังบ้าง 

 ความรักที่ถูกถ่ายทอดผ่านคอลเลกชันของราอุล มิสชรา

 บ่อยครั้งที่ความรักถูกนำมาใช้เป็นคอนเซปต์สำหรับงานออกแบบในแวดวงแฟชัน เพราะมันถือเป็นอีกหนึ่งอารมณ์ความรู้สึกที่สามารถสะท้อนตัวตนและความเป็นมนุษย์เราออกมาได้อย่างชัดเจน 

 ราอุล มิสชรา เองก็เช่นกัน เขาเลือกใช้ความรักมาเป็นแนวคิดหลัก สำหรับสร้างสรรค์คอลเลกชันสุดประณีตในสัปดาห์ปารีสโอตกูตูร์ โดยหยิบเอาแนวคิดเรื่องความรักจากซูฟี (Sufism) ซึ่งได้ตีความความรักออกเป็น 7 ขั้น ได้แก่ ความดึงดูดใจ ความหลงใหล ความรัก ความเชื่อมั่น หรือความเคารพ การบูชา ความบ้าคลั่ง และความตาย 

 ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย แนวคิดของซูฟี มองว่าความรักไม่ใช่เพียงอารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นการเดินทางทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง เพื่อให้ในท้ายสุดเราจะปรากฏตัวขึ้นมาในฐานะสิ่งมีชีวิตใหม่ หรือก็คือความตายของชีวิตเก่า หากมองตามแนวคิดดังกล่าว ความรักก็เปรียบเสมือนดักแด้ที่ช่วยให้เราออกมาจากดักแด้ในฐานะสิ่งมีชีวิตใหม่อย่างผีเสื้อนั่นเอง 

 เสื้อผ้าหลากหลายชิ้นจากคอลเลกชันนี้ จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและความหมายอันแสนลึกซึ้งของความรัก ไม่ว่าจะเป็นลุคเปิดงาน ชุดเดรสสีทองอร่ามประดับประดาด้วยลวดลาย ตัวชุดที่หมุนเวียนเป็นรูปหัวใจ ซึ่งกำลังดึงดูดความสนใจจากเราในฐานะขั้นแรกของความรัก หรือกระทั่งลุคปิดท้าย กับชุดเดรสสีดำรูปหัวใจ สะท้อนถึงการตีความหมายในเรื่องความตายและความรักภายใต้แนวคิดของซูฟี

 ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับราอุล มิสชรา ความรักไม่ได้เป็นเพียงแรงบันดาลใจที่สวยงามเท่านั้น หากแต่เป็นเส้นทางแห่งการค้นหาตัวตน ผ่านการตัดเย็บที่บรรจงสร้างให้กลายเป็นผืนผ้าที่ไปเปี่ยมด้วยอารมณ์ ความรู้สึก และความเป็นมนุษย์​ 

 ศิลปะ ความรัก และแฟชัน 

 หลายคนที่เป็นตัวตึงวงการศิลปะ หลังจากรับชมแฟชันโชว์ครั้งนี้ไปแล้ว ก็อาจสะดุดตากับหลากหลายชุดในคอลเลกชันที่คุ้นตากันเป็นอย่างดี เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่งมาก่อน 

 หากกำลังคิดถึงเกี่ยวกับผลงานทางศิลปะอยู่ คุณมาถูกทางแล้ว เพราะอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญในคอลเลกชันนี้ของราอุล มิสชรา ก็คือ ผลงานศิลปะของ กุสตาฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) ศิลปินหัวขบถชาวออสเตรีย ผู้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นที่น่าจดจำเอาไว้มากมาย อาทิ The Kiss, Portrait of Adele Bloch-Bauer I และ The Tree of Life

 กุสตาฟ คลิมท์ คือหนึ่งในบุคคลสำคัญของขบวนการ อาร์ตนูโว (Art Nouveau) และเป็นผู้นำของกลุ่ม เวียนนาเซเซสชัน (Vienna Secession) ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินที่ปฏิเสธขนบธรรมเนียมทางศิลปะแบบเก่าๆ และมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนถึงอารมณ์ความรู้สึกและความงามในรูปแบบใหม่ๆ หัวใจสำคัญในงานของคลิมท์ คือการสำรวจเกี่ยวกับความรัก, ความตาย, การเกิด, และสตรีเพศ

 มิสชราจึงได้หยิบเอาเสน่ห์เย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ในผลงานของคลิมท์ มาถ่ายทอดผ่านงานฝีมือโบราณของอินเดีย โดยใช้เทคนิคการปักผ้าดั้งเดิม อย่าง อารี ซาร์โดซี นาคชี ดาบกา และฟารีชา ผสมผสานกับสไตล์ร่วมสมัย พร้อมด้วยการตกแต่งเพิ่มเติมด้วยลูกปัด ไข่มุกน้ำจืด กุนดัน ซัลลี และเลื่อม ซึ่งทอลงบนผ้าไหมออร์แกนซ่า ผ้าทูล กำมะหยี่ และผ้าซาติน

 เพราะสำหรับมิชรา แฟชั่นจึงเปรียบเสมือนบทสนทนาระหว่างอดีตและอนาคต นักออกแบบเช่นเขา จึงทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างทักษะและเทคนิคการตัดเย็บแบบดั้งเดิม ให้เข้ากับแนวคิดและคอนเซปต์ร่วมสมัย

 ทั้งปรัชญาของซูฟีและมุมมองทางศิลปะของคลิมท์ ต่างช่วยเติมให้คอลเลกชันนี้ของมิชราเต็มไปด้วยเรื่องราวและจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ ซึ่งถูกอธิบายเอาไว้ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อันเป็นความรู้สึกพื้นฐานสำคัญของมนุษย์ 

 แล้วทุกคนล่ะ คิดว่าความรักคืออะไรกัน ใช่สิ่งเดียวกับที่ราอุล มิสชรา นำเสนอมาหรือเปล่า?

 อ้างอิงจาก 

 Fhcm.paris

 couturenotebook.com

 wwd.com artnews.com

Tags:a daywhat a dayRahul Mishra
Share :
Author
ธนกฤต แดงทองดี
Photographer
-
Conscious Dining Day จากผักหนึ่งจานสู่โลกหนึ่งใบ เมื่อการกินเปลี่ยนได้มากกว่าสุขภาพ
AgendaConscious Dining Day จากผักหนึ่งจานสู่โลกหนึ่งใบ เมื่อการกินเปลี่ยนได้มากกว่าสุขภาพนักเขียน : a team
กินเจไม่จำเจ (อาหารเจอินโมเดิร์นเดย์)
Photo Storiesกินเจไม่จำเจ (อาหารเจอินโมเดิร์นเดย์)นักเขียน : Mok Lachantra
วัน แบงค็อก ชวนฉลองเทศกาล “ONE OKTOBERFEST” จัดเต็มเครื่องดื่มและอาหารนานาชาติ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษและไลน์อัปศิลปินดังตลอดงาน 28 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้
Agendaวัน แบงค็อก ชวนฉลองเทศกาล “ONE OKTOBERFEST” จัดเต็มเครื่องดื่มและอาหารนานาชาติ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษและไลน์อัปศิลปินดังตลอดงาน 28 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้นักเขียน : a team