กินเจไม่จำเจ เมื่อโลกค่อยๆ เปลี่ยนแปลงการกินเจเลยค่อยๆ เปลี่ยนไป การกินเจหรือถือเจนั้นมีมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยอดีตกาล บ้างกินเพราะไม่อยากเบียดเบียนสัตว์ บ้างกินเพราะฝึกจิตใจเพื่อที่จะได้ชำระกายใจให้บริสุทธิ์ บ้างก็กินเป็นพิธีตามธรรมเนียมที่มีมาแต่โบราณ (การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของการถือเจ)
ในปัจจุบันวิวัฒนาการอาหารพัฒนามากขึ้น การกินเจแบบดั้งเดิมอาจจะชวนเบื่อไปบ้าง อาหารเจจึงได้ปรับตัวให้เข้ากับนิสัยการกินที่หลากหลายของคนยุคใหม่ เราจึงเห็นเมนูเจที่ไม่คิดว่าจะเป็นเจได้ เช่น หมูกรอบเจ หมูแดงเจ ไก่ทอดเจ ข้าวมันไก่เจ บาร์บีคิวเจ และอื่นๆ อีกมากมาย เมนูส่วนใหญ่ล้วนถูกทำด้วยกรรมวิธีที่ใช้โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ ต่างๆ นำมาปรุงแต่งรสชาติเนื้อสัมผัสให้คล้ายเคียงกับเนื้อสัตว์ จนกระทั่งบางทีก็ทำให้เราสงสัยว่า ถ้าเรามองว่า ‘เจ’ เป็นการละเว้นการกินเนื้อสัตว์ เมนูพวกนี้จะยังคงนับเป็นอาหารเจจริงไหม
ในทางกายภาพแล้วอาจจะใช่ เพราะกรรมวิธีการทำนั้นไม่ได้มีเนื้อสัตว์จริงๆ ปนอยู่ แต่สำหรับคนที่ฝึกจิตใจเพื่อให้กายบริสุทธิ์นั้นอาจจะไม่ใช่ คำตอบจึงมีหลากหลาย อยู่ที่จุดประสงค์ของแต่ละคนที่กินเจหรือถือเจ เพราะเราคงไม่สามารถไปตัดสินคนที่กินหมูกรอบเจหรือข้าวมันไก่เจได้ว่าคนคนนั้นกินเจด้วยเจตนาแบบไหน
สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นเรื่องของปัจเจกว่าถือศีลกินเจไปเพื่อจุดประสงค์อะไร อะไรเจอะไรไม่เจ คำตอบนั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากมุมมองไหน และอาหารเจก็จะยังคงพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามสังคมยุคสมัย เพื่อให้ประเพณีนี้ยังคงมีอยู่ต่อไป












