พุทธศักราช 2569
คริสต์ศักราช 2026
ในยุคที่มนุษย์ต้องตะเกียกตะกายพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ยิ่งกว่าการยืนยันหลังกรอกอีเมลว่าไม่ใช่หุ่นยนต์
ในยุคที่มนุษย์ต้องพิสูจน์การมีตัวตนที่ไม่ใช่แค่เลือกภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ว่าคุณเห็นจักรยานกี่รูป
ในยุคที่มนุษย์ต้องรักษาคุณค่าของลมหายใจผ่านการทำงานและการใช้ชีวิตให้ยังคงอยู่ในทุกวัน
วิวัฒนาการล้วนแล้วแต่เดินทางไปข้างหน้า ไม่เคยหันมาถามเราสักครั้งว่าตามทันหรือเปล่า
อะไรที่เคยคิดว่าดี อาจไม่ใช่อีกต่อไป
อะไรที่เคยคิดว่าเชี่ยวชาญ อาจไม่เป็นอย่างที่คิด
อะไรที่เคยคิดว่าไม่จำเป็น อาจเป็นเป้าหมายใหม่ของชีวิต
ทุกก้าวที่เราเลือกเดิน สังคมเร่งเร้าให้ต้องตรงจังหวะ วันนี้เลยขอเดินตรงมาค้นหาจังหวะที่ใช่ในงาน Mission To The Moon Forum 2026 Work-Life Evolution ผู้เข้าร่วมแต่ละคนรีบออกเดินทางตามหาผู้เชี่ยวชาญในงานเสมือนลูกทัวร์เดินตามไกด์นำทางในชีวิตจริง เพื่อสอบถามว่าชีวิตข้างหน้าเราควรเลือกเดินไปทางไหนดีแล้วตอนนี้เรามาถูกทางกันหรือยัง

“ในโลกที่กำลังเชือดเฉือน สิ่งที่น่ากลัวมันคือการที่ไม่ได้มีคนบอกว่าคุณแพ้ แต่มันจะเป็นความพ่ายแพ้อันเงียบงัน ไม่มีโควตาความล้มเหลวให้เราขนาดนั้น ทุกคนพร้อมที่จะทิ้งเรา ถ้าเราไม่สามารถทำสิ่งตอบแทนให้ได้ ดังนั้นมันจะยากถ้าเราไม่สามารถประเมินตัวเองได้ว่าอยู่จุดไหน”
‘เอม – ภูมิภัทร ถาวรศิริ’ เล่าสู่กันฟังถึงชีวิตการทำงานในปัจจุบันของตัวเองก็น่ากลัวไม่แพ้ทุกคนในฮอลล์เช่นกัน แม้มันจะเป็นสิ่งที่ในวันนี้เขายังยอมรับว่ายากและสารภาพว่ายังหาวิธีรับมือได้ไม่ดีนัก แต่เขายังยืนยันว่าจะไม่ให้เงื่อนไขเหล่านั้นมาบดบังในสิ่งที่อยากจะทำแน่นอน
“บางทีสกิลที่หลายคนไปอัปเกรดเพื่อแค่ให้เงินเดือนขึ้น แต่กลับทำให้ตัวตนบิดเบี้ยว เหมือนชีวิตไม่ได้เป็นสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นจนทำให้เรารู้สึกเหมือนตายไปช้าๆ แต่เราเคยอ่านหนังสือเจอประโยคที่ว่าภารกิจเดียวที่มนุษย์ต้องทำ คือการตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของเรา ดังนั้นแต่ละก้าวไม่ต้องรีบให้มันเป็นก้าวที่ช้าแต่ยังคงสง่างามดีกว่า” ‘หนุ่ม – โตมร ศุขปรีชา’ เสริมทัพด้วยประสบการณ์พร้อมแผนที่แนวทางการใช้ชีวิต
“เราเร็วหรือช้าไปหรือเปล่า มันคือคำถามที่ต้องตอบด้วยตัวเองเพราะไม่ได้มีคำตอบตายตัวขนาดนั้น”
คุณเอมทิ้งท้าย ประโยคที่เหมือนถามตอบกับชื่อ Session ของทั้งคู่ว่า How good is good enough? ช้าลงได้ไหม ในโลกเร่งให้เก่งและเร็ว

อีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จที่หลายคนมองข้ามไม่ใช่เงินตราแต่เป็นสุขภาพที่เราไม่ค่อยเลือกลงทุน ปัจจุบันพัฒนาการด้านสุขภาพขับเคลื่อนอย่างมากเมื่อคนเริ่มตระหนักได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเราแค่ไหน สังเกตง่ายๆ คงมีให้เห็นกันผ่านตา เช่น การกลับมาของแอโรบิก หรือการวิ่งของรันคลับ
สองผู้เชี่ยวชาญอย่าง ‘หมอเอ้ว – น.พ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา’ และ ‘กี้ – ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์’ จึงขอมาทวนความทรงจำของการจำกัดความของสุขภาพที่ดีเป็นอย่างไร แล้วแบบไหนถึงจะนับเป็นการลงทุนกับสุขภาพที่ถูกต้องตามหัวข้อ Session ที่ว่า Invest for a Better Health ลงทุนกับสุขภาพวันนี้ เพื่อชีวิตวัยเกษียณที่มีคุณภาพ
ยุคชีวจิตถึงปัจจุบัน การทานอาคารครบ 5 หมู่พัฒนามาถึงยุคคลั่งโปรตีน เทรนด์ด้านสุขภาพถูกตีแผ่ผ่านสายตาของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่มาทุกยุคสมัย รวมไปถึงสุขภาพของจิตใจที่ไม่ควรละเลย สังคมทั้งอดีตและปัจจุบันต้นทุนด้านสุขภาพยังคงสำคัญไม่ตกอันดับ การดูแลร่างกายเปรียบเสมือนการดูแลบ้านอันเป็นที่รักของเราให้สมบูรณ์ น่าอยู่ และมั่นคง
“ไม่ว่าอนาคตของการทำงานจะสำคัญแค่ไหนแต่มันจะไปต่อไม่ได้เลยถ้าสุขภาพไม่เต็มร้อย ทำน้อยๆ ยังดีกว่าการไม่ทำเลย อยากให้ทุกคนพยายามทำให้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่ง่าย”
คุณหมอเอ้วยังคงทำหน้าที่แกนนำโบกธงเชิญชวนคนเข้าวงการและยืนยันอีกครั้งว่า “หากใครยังไม่เข้าวงการสุขภาพให้รีบก้าวเข้ามาเพื่ออนาคต ขอแค่ก้าวแรกแล้วต่อไปมันจะลากยาวไปเอง”

วันนี้ Session ที่พาคุณออกไปท่องโลกออนไลน์เยอะแล้วงั้น ‘ดุจดาว วัฒนปกรณ์’ ขอจับมือกับ ‘เต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ’ พาคุณมาออฟไลน์มองรอบตัวกันบ้างกับ สัมพันธ์ศาสตร์ 101 หลักจิตวิทยาที่ว่าด้วยเรื่องการดูแลทุกความสัมพันธ์รอบตัว
เคยไหมที่ทำไมเรามักละเลยคนใกล้ตัว ในวันที่เราอยู่ท่ามกลางคนมากมายแต่ยังคงเหงา ความสัมพันธ์แบบไหนที่เรียกว่าดี สารพัดปัญหาของความสัมพันธ์ที่หลายคนประสบถูกนำมายกตัวอย่างเพื่อคลายปมที่ค้างคาใจหลายคนไปพร้อมกัน ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องของชีวิตที่ไม่ได้เล็กไปกว่าเรื่องอื่นๆ เลย
“ล่าสุดโลกโซเชียลที่เราชื่นชมมันพรากคุณแม่ของเต้ยไป จนบางครั้งแม้เราอยู่ใกล้แต่ใจกลับเหมือนยิ่งไกลกันกว่าเดิม มันทำให้นึกถึงสมัยก่อนที่ภาพมันซ้อนทับกับช่วงที่เต้ยติดบีบี คุณแม่เรียกทีกว่าจะหัน”
เทคโนโลยีที่เรารู้จักมักช่วยให้คนที่อยู่ห่างไกลเขยิบมาอยู่ใกล้กันแต่คราวนี้กลับตาลปัตรกลายเป็นพรากคนใกล้กันให้ห่างไกลยิ่งกว่าเดิม ดาราสาวระบายความน้อยใจและเชื่อว่าใครหลายคนในฮอลล์ต้องเคยเจอแบบเธอแน่นอน หากเป็นอย่างนั้นแล้วกุญแจของความสัมพันธ์ที่เริ่มจืดจางสำหรับแต่ละคนคืออะไร
“ความเข้าอกเข้าใจทั้งเขาและตัวเอง”
คำตอบของคุณดุจดาวสอดคล้องไปกับคำตอบของคู่สนทนาอย่างเต้ยที่เลือกตอบว่า
“Communication is the KEY”
คำตอบของทั้งคู่ล้วนแล้วแนะนำไปในลู่ทางเดียวกัน คือการพูดคุยพร้อมทำความเข้าใจกันและกันอยู่เสมอไม่ว่าเกิดปัญหาอะไรการหันหน้าเข้าหากันควรเป็นวิธีที่ถูกเลือกใช้กว่าการหลบหนีปัญหาไม่เผชิญหน้าแล้วปล่อยให้ปัญหายิ่งถูกทับถมจนอาการรักษาได้ยาก
แต่อย่างไรก็ตามตัวบ่งชี้คุณภาพของความสัมพันธ์ที่ดีในครั้งนี้ ทั้งคู่ขอเลือกคำตอบเดียวกันว่านั่นคือ การเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด

บทสนทนา แรงบันดาลใจ และประสบการณ์จริงจากผู้เชี่ยวชาญแต่ละวงการช่วยแนะแนวทางท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วจนเราแอบเวียนหัว เอียนกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่เหล่า Speakers ได้มอบกรอบความคิดใหม่ ว่าความจริงแล้วเราไม่ต้องเปรียบเทียบใครเพียงแค่ทำตามใจในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็นอย่างตั้งใจก็เพียงพอ
ภายในงานหลายครั้งที่เราแอบพยักหน้าเห็นด้วยกับเหตุการณ์ที่ตรงกับชีวิตจริง แอบจดทริกการแก้ปัญหาที่เจอในทุกวัน เป็นอีกครั้งที่เมื่อเราหันหลังให้กับฮอลล์แห่งนี้แล้วได้อะไรติดไม้ติดมือไปมากกว่าที่หวังไว้เสมอ
หลังจากชิมประสบการณ์ความรู้กันไปบ้างแล้วหากท่านไหนสนใจ Session อื่นๆ ที่พลาดไปสามารถติดตามรับชม Rerun ย้อนหลังได้ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนเป็นต้นไปได้ทาง https://www.zipeventapp.com/e/Mission-to-the-Moon-Forum-2026



