Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

มหานคร x Phichai Keawvichit คอลเลกชั่นกระเป๋าที่ชวนมองกรุงเทพฯ ในมุมใหม่จากแบรนด์มหานคร

Highlights

  • ‘มหานคร x Phichai Keawvichit’ คือคอลเลกชั่นกระเป๋าที่เกิดจากการจับมือกันของแบรนด์มหานคร และ เอก–พิชัย แก้ววิชิต วินมอเตอร์ไซค์หัวใจช่างภาพ เพื่อสร้างมุมมองและดีไซน์ใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ทุกคนเคยรู้จัก
  • โจทย์ที่พิชัยได้รับคือการออกไปถ่ายภาพแลนด์มาร์กและยานพาหนะในกรุงเทพฯ สถานที่ที่เขาเลือกเป็นสถานที่ที่หลายคนคุ้นชินอยู่ทุกวัน แต่พิชัยมองหาองค์ประกอบศิลปะผ่านเลนส์กล้องของเขาจนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความพิเศษคือ ไม่ว่าใครเห็นภาพก็คงเดาไม่ออกว่าถ่ายจากที่ไหน แม้จะเป็นสถานที่ใกล้ตัวเรามากก็ตาม
  • ทั้ง 3 ภาพถูกนำไปดีไซน์ต่อเป็นกระเป๋า 3 เซตที่มีรูปทรง วัสดุ และเลเยอร์แปรผันไปตามภาพนั้นๆ จนได้คอลเลกชั่นกระเป๋าที่ทุกคนสนุกไปกับการคาดเดา อีกทั้งยังเป็นเหมือนกระเป๋าที่ให้ผู้ใช้พกกรุงเทพฯ ติดตัวไปได้ทุกที่

เรากำลังมองหลังคาวัดในระยะใกล้ กระเบื้องสีเหลืองสดใสห่างออกไปแค่เอื้อมมือ เมื่อสัมผัสก็รับรู้ถึงเทกซ์เจอร์ความนูนของมัน

ถัดออกไป กระจกโมเสกของสถานีรถไฟตั้งรออยู่ไม่ไกล ข้างๆ กันคือชิ้นส่วนของเรือหางยาวที่มีพื้นผิวคล้ายผ้าใบเรือ

ใครจะคิดว่าวันหนึ่งเราจะมีโอกาสได้สัมผัสส่วนหนึ่งของสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ แบบชิดใกล้โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปยังสถานที่จริง เพราะสถานที่เหล่านั้นกลายมาเป็นกระเป๋าสุดฮิปให้เราหยิบจับและสะพายเรียบร้อยแล้ว

เรากำลังพูดถึงคอลเลกชั่น มหานคร x Phichai Keawvichit คอลเลกชั่นกระเป๋า 3 เซตที่ดีไซน์จากภาพถ่ายหลังคาวัดสำคัญ สถานีรถไฟหัวลำโพง และเรือหางยาวตรงข้ามวัดอรุณ จากฝีมือการถ่ายภาพของ เอก–พิชัย แก้ววิชิต

ไม่ต้องแนะนำหลายคนก็คงจะรู้จักพิชัยดีอยู่แล้ว แต่ถ้านี่เป็นครั้งแรกที่คุณเคยได้ยินชื่อของเขา ขอเล่าอย่างย่นย่อว่า พิชัยคือวินมอเตอร์ไซค์ประจำถิ่นราชเทวีผู้มีงานอดิเรกเป็นการถ่ายภาพแนวสตรีท อินสตาแกรมของเขา @phichaikeawvichit มีผู้ติดตามกว่า 73,000 คน และเขาเคยพางานตัวเองไปจัดแสดงไกลถึงประเทศสิงคโปร์มาแล้ว

ความพิเศษคือนี่ไม่ใช่เพียงกระเป๋าที่มีการสกรีนภาพถ่ายของพิชัยลงไปเท่านั้น แต่ทุกองค์ประกอบในเซตยังเชื่อมโยงกับภาพถ่ายของเขาในทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สี วัสดุที่เลือกใช้ หรือกระทั่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกต่อการพกพาไปได้ทุกที่

พวกเขาสร้างกระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพถ่ายยังไง ยามบ่ายที่แดดสาดส่องทั่วกรุงเทพฯ เราหนีเข้าสำนักงานของมหานครเพื่อพูดคุยกับพิชัย และ เก้อ–นันทพล ศรีทรง Branding and Strategy Manager จากแบรนด์มหานครถึงไอเดียเบื้องหลังกระเป๋าคอลเลกชั่นนี้

 

มองมหานครในมุมใหม่

“ด้วยความที่แบรนด์มหานครเป็นแบรนด์ที่ถ่ายทอดมุมมองความเป็นไทยร่วมสมัยผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นอยู่แล้ว เราจึงเริ่มต้นจากไอเดียว่าอยากทำสินค้าสักตัวที่สะท้อนภาพความเป็นแบรนด์มหานครและความเป็นกรุงเทพฯ ของเรา” นันทพลเล่าที่มาที่ไปของโปรเจกต์ให้ฟัง “สิ่งที่เรามีอยู่ในมือคือดีไซเนอร์ เราจึงมองหาคนที่สามารถมองอีกด้านหนึ่ง เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ จริงๆ แล้วเห็นอีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ว่าเป็นยังไง

“ก่อนหน้านั้นผมได้รู้เรื่องราวของพี่พิชัย ดูงานเขาแล้วรู้สึกว่าเป็นภาพที่คาดเดาไม่ได้ การสื่อสารจากเลนส์ การเลือกสถานที่ถ่ายภาพที่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนของเขานั้นน่าสนใจ มุมมองของเขาทำให้คนสนใจกรุงเทพมหานครมากขึ้น”

เมื่อมั่นใจแล้วว่านี่คือตัวละครที่กำลังมองหา มหานครจึงชักชวนพิชัยมาทำโปรเจกต์นี้ด้วยกัน

“อึ้งเหมือนกันนะ” พิชัยเล่าความรู้สึกตอนได้รับคำชวน “เราไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นช่างภาพด้วยซ้ำไป เป็นแค่คนตัวเล็กๆ ทำอาชีพธรรมดา แต่ชอบถ่ายรูป มุมของเรามันก็แปลกๆ ไม่ได้คิดว่าใครจะมาสนใจ เลยอึ้งที่ทางแบรนด์มหานครมาชวนไปร่วมงานด้วย แต่ก็ดีใจครับ” เขายิ้ม

ภาพคุ้นชินที่ไม่คุ้นเคย

กรุงเทพฯ ในมุมมองของพิชัย แก้ววิชิต เป็นยังไง นี่คือโจทย์ที่เขาได้รับ

“ไม่ใช่สถานที่เสียทีเดียว แต่อาจเป็นสิ่งของหรือจุดที่สะท้อนภาพกรุงเทพฯ ในอีกแง่มุมหนึ่งให้เห็น เช่น แลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ในมุมมองของเรา หรือยานพาหนะในกรุงเทพฯ ที่เราใช้จนเคยชินจนมองไม่เห็นความพิเศษอะไรอีกแล้ว” พิชิตขยายความ ความยากของโจทย์นี้คือพิชัยต้องเลือกสิ่งที่คนทั่วไปคุ้นชิน แต่ไม่ได้สังเกตว่าจริงๆ มันมีอีกมุมหนึ่งที่เราไม่คุ้นเคยซ่อนอยู่ในนั้น

“เราอยากเลือกสิ่งที่ใกล้ตัวมาก เห็นทุกวัน อย่างเช่นหลังคาวัดจากสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ” เขายกตัวอย่างสถานที่ในภาพเซตแรก แลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ที่ชาวไทยและชาวต่างชาติชอบไป “การถ่ายหลังคาวัดดูเหมือนง่าย แต่ไม่ได้ง่าย เพราะไม่สามารถถ่ายหลังคาวัดตรงๆ ได้ เราก็ต้องคิดว่าเราเห็นอะไรในหลังคาวัดที่เราคุ้นชินทุกวัน ตัดความเป็นหลังคาวัดแล้วมองลึกลงไปในองค์ประกอบศิลปะ เห็นความเป็นเส้น เป็นสีของหลังคาวัด”

ส่วนใหญ่เมื่อเรานึกถึงการถ่ายรูปวัด หลายคนอาจอยากเข้าไปถ่ายสถาปัตยกรรมด้านใน แต่พิชัยทลายกรอบนั้นด้วยการเดินออกจากบริเวณวัดแล้วมองย้อนเข้าไปอีกที เขาจึงได้มองเห็นหลังคากระเบื้องสีเหลืองสดใสที่มีสีน้ำเงิน ส้ม เทา และสีขาวตัดซ้อนกันเป็นชั้นสวยงาม จังหวะนั้นเองที่พิชัยยกกล้องคอมแพกต์คู่ใจขึ้นเล็งแล้วกดชัตเตอร์อย่างมั่นใจ

มุมที่ดีเป็นยังไง ปล่อยให้ความรู้สึกเป็นผู้เลือก

“สถานที่ต่อไป เราเลือกหัวลำโพง” เขาบอก พร้อมยกเซตภาพของโมเสกกระจกให้ดู มองเผินๆ เราคิดว่าเป็นโมเสกในโบสถ์สักแห่งที่ต่างประเทศ “ตรงนี้เป็นโดมกระจกของหัวลำโพง เรารู้สึกว่านี่คืองานระดับสากลมากเลย ที่ต่างประเทศมีคล้ายๆ แบบนี้แต่เราไม่รู้ว่าในกรุงเทพฯ เองก็มีมาตั้งนานแล้ว

“บางคนนึกภาพหัวลำโพงก็นึกถึงรถไฟเก่า รถไฟเชย แต่จริงๆ แล้วเรามีของดีที่สวยและมีรสนิยมอยู่ในนั้น” เหตุผลนี้ทำให้เขาได้เลือกโดมกระจกเป็นภาพที่สอง ก่อนจะแนะนำภาพเซตสุดท้ายที่มองแวบแรกเราไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร เดาเอาว่าคงเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่มีสีสันสดใส และน่าจะมีผ้าใบเป็นส่วนประกอบ

“โจทย์สุดท้ายคือยานพาหนะ ตอนแรกเราคิดถึงรถตุ๊กๆ แต่รู้สึกว่าความเป็นมหานครมีอะไรมากกว่านั้น ไหนจะมีรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือแม้กระทั่งเรือ

“เวลานึกถึงกรุงเทพฯ คนจะไม่นึกถึงเรือเลย คนจะนึกถึงสามล้อ ตุ๊กๆ แต่จริงๆ เรามีเรือใช้นะ เราสามารถเดินทางทางเรือได้รอบเมืองด้วยซ้ำ” แล้วเขาก็เฉลย “ภาพนี้คือด้านข้างของเรือหางยาวที่ท่าเรือฝั่งตรงข้ามกับวัดอรุณ เราสะดุดตากับการที่เขาเพนต์ข้างเรือให้เป็นสีสด แม้จะโดนแดด โดนน้ำ โดนฝน สีก็ลอกออกไปน้อยมาก แล้วเรือเป็นพาหนะที่ยิ่งเก่าก็ยิ่งดูแล้วสวย มีเสน่ห์”

หลังจากตระเวนถ่ายรูปอยู่หลายวัน เจออุปสรรคอย่างสายฝนบนฟ้าจนบางครั้งก็ต้องกลับบ้านมือเปล่า สุดท้ายพิชัยก็ได้รูป 3 เซตที่ภูมิใจที่สุดมาให้ทางแบรนด์มหานคร

“เราเลือกรูป 3 เซตนี้มาเพราะเราเชื่อว่าองค์ประกอบที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพคือความรู้สึก” เขาอธิบายด้วยแววตาประกาย “เราควรจะมีความรู้สึกกับสิ่งที่เราเห็น ต่อให้เรามีกล้องราคาแพง มีเทคนิคอะไรมากมาย แต่ถ้าเกิดเราไม่เห็นว่าหลังคาวัดสวย เราคงถ่ายไม่ได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเห็น รู้สึก เห็นมุมมองที่ลึกลงไปของสถานที่เหล่านี้ ต่อให้เรามีกล้องธรรมดาๆ ก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้

“เราคิดว่ารูปที่ดีสำหรับเราไม่จำเป็นต้องสวย แต่รูปต้องเล่าเรื่องให้ได้ และเราต้องรู้สึกกับมัน”

แรงบันดาลใจจากภาพถ่ายสู่งานดีไซน์ที่ซ่อนกิมมิกพิเศษ

หลังจากได้รับรูปถ่ายจากพิชัย ทีมมหานครก็ร่วมกันเลือกรูป และคาดเดาว่ารูปไหนเป็นสถานที่ไหนอย่างสนุกสนาน ก่อนจะได้ 3 รูปที่ดีที่สุดที่จะนำมาพัฒนาเป็นดีไซน์กระเป๋าซึ่งสร้างสรรค์ให้เข้ากับรูปภาพที่สุด

“จริงๆ เราไม่ได้ตั้งต้นแต่แรกว่าจะทำกระเป๋า แต่สนใจในตัวมหานครและตัวพี่พิชัยมากกว่า สุดท้ายจากรูป เราก็มาตีโจทย์อีกทีว่ารูปนี้ควรเป็นสินค้าอะไร สุดท้ายก็มาลงเอยที่กระเป๋า เพราะหนึ่ง มันสามารถนำไปใช้งานจริงๆ ในชีวิตประจำวัน สอง มันสามารถนำเสนอตัวตนความเป็นกรุงเทพฯ ของแบรนด์เรา และของพี่พิชัยได้ด้วย” นันทพลผู้ดูแลเรื่องแบรนด์ดิ้งให้ข้อมูล

“เราคิดคอนเซปต์กระเป๋าโดยยึดตามทิศทางของรูปจากพี่พิชัยอีกที ในแง่ดีไซน์ รูปของพี่พิชัยจะส่งผลถึงการดีไซน์รูปทรง ฟังก์ชั่นการใช้งาน และรายละเอียดทั้งหมด เพราะฉะนั้นกระเป๋าทั้ง 3 ใบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

“อย่างกระเป๋าจากรูปหลังคาวัด รูปทรงของมันจะได้แรงบันดาลใจมาจากจั่วหลังคา เวลารูดซิปจะมีความเป็นสามเหลี่ยมลงไป เนื้อผ้าก็จะใช้แคนวาสที่ให้สัมผัสเทกซ์เจอร์นูนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกระเบื้องบนหลังคา หรือกระเป๋าที่ดีไซน์จากรูปสถานีรถไฟหัวลำโพง ดีไซเนอร์อยากเล่นกับเลเยอร์ของโบกี้รถไฟ คล้ายๆ ภาพ perspective เวลารถไฟจะออก เราจะเห็นภาพโบกี้ต่อๆ กันจากใหญ่ไปเล็ก กระเป๋าใบนี้จึงมีช่องใส่ของ 3 เลเยอร์ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของโบกี้รถไฟ

“ส่วนกระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพเรือ เราใช้วัสดุผ้าใบที่คล้ายๆ กับผ้าใบเรือมาทำ แล้วในรูปก็จะมีหมุดปัก เราก็เอาหมุดจริงๆ มาปักลงไปเพื่อสร้างกิมมิกให้มันดูสนุกและใช้งานได้จริงด้วย”

“สำหรับเรา คอลเลกชั่นเป็นเหมือนการย้ำเตือนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับกรุงเทพฯ” พิชัยเผยมุมมองของเขาบ้าง “เมื่อเราสะพายกระเป๋านี้ไปไหน คนจะสงสัยว่ามันคือลายอะไร เมื่อเฉลยก็เอ้า เฮ้ย นี่มันท้องเรือเหรอ ต่อไปเมื่อเขาขึ้นเรือ เขาก็จะเริ่มสังเกตมากขึ้น หลายคนอาจชินชากับการอยู่ในเมืองที่มักจะถูกเรียกว่าเมืองไร้ชีวิต แต่จริงๆ แล้วมันมีสีสันเต็มไปหมด แค่เราพลิกมุมมอง เราจะเห็นว่ากรุงเทพฯ มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะเลย” ช่างภาพหนุ่มยืนยัน

“ความคาดหวังของเราคือ อยากให้สนุกกับคอลเลกชั่นนี้ด้วยการคิดและตั้งคำถาม นี่คือรูปอะไร ทำไมต้องดีไซน์แบบนี้ อยากให้ทุกคนสนุกกับการค้นพบมุมมองใหม่ๆ ของกรุงเทพฯ ได้จากกระเป๋าแบรนด์มหานครของเรา และได้ฉุกคิดว่ามองข้ามอะไรไปบ้างในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางทีมันก็มีความสวยงามซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราคุ้นชิน” นันทพลทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม


คอลเลกชั่น มหานคร x Phichai Keawvichit มีทั้งหมด 3 เซต ประกอบไปด้วยเซตหลังคาวัด, เซตสถานีรถไฟ และเซตเรือหางยาว ในแต่ละเซตคุณจะได้รับกระเป๋าใบใหญ่ กระเป๋าถือ และโปสต์การ์ดรูปถ่ายสุดพิเศษทั้ง 3 ลาย ในราคาเพียงเซตละ 1,490 บาท ติดต่อสั่งซื้อได้จากเพจ มหานคร (จำนวนจำกัดเพียง 200 เซตเท่านั้น)

Author

ff

พัฒนา ค้าขาย

บ.ก. ตัวเล็กแห่ง a team junior 15 ผู้อยากเป็นพัฒนาที่พัฒนาตัวเองทุกวัน

Photographer

พิชย์ สุนทโรสถ์

ช่างภาพหน้าหมี ผู้ชอบเพลงแจ๊สเป็นชีวิตจิตใจ

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)