(01)
You do not know me, and rest assured, you never shall.
คุณไม่รู้จักฉันและเชื่อได้เลยว่าจะไม่มีวันได้รู้จัก
ท่านผู้อ่านที่รัก,
เมื่อฤดูกาลสังคมเริ่มต้นขึ้น และเพชรน้ำเอกได้พบกับผู้ครอบครองคนใหม่ แน่นอนว่าเราต่างถูกดึงดูดด้วยแสงระยิบระยับของเหล่าดาวเด่นในสังคม ทว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายเอ๋ย อย่าได้มองข้ามผู้ที่อยู่ในเงามืด ผู้ที่ท่านไม่เคยพบเห็น และเขากำลังจะก้าวเท้าออกมาสู่ที่ที่แสงสว่างส่องถึง
‘เบนบริดจ์ แบรนต์ลีย์’ หนุ่มรูปร่างกำยำวัยสิบแปดปีในตระกูลแบรนต์ลีย์ เขาเข้ามาอยู่ในแวดวงชนชั้นสูงขณะอายุยังน้อยนัก และความมั่งคั่งที่เขามีก็ชวนฉงนไม่น้อยเช่นกัน
ว่ากันว่าบรรพบุรุษผู้ทรงเกียรติของเขาเคยเป็นเพียงแรงงานสามัญ แต่วันหนึ่งกลับเสี่ยงโชคจนร่ำรวยขึ้นมา แม้จะไม่เคยได้รับตำแหน่งขุนนาง แต่การไต่ระดับสู่ความร่ำรวยอย่างรวดเร็วก็ทำให้ใครหลายคนทั้งชื่นชม ทั้งอิจฉา!
หลังจากนี้ ขอพวกเราดำดิ่งเข้าสู่ห้วงอันมึนเมาของข่าวลือที่กำลังหมุนวนรอบตระกูลแบรนต์ลีย์กันเถิด
ท่านผู้อ่านขาประจำของดิฉันคงทราบดีว่าชื่อเสียงคนเรานั้นแขวนอยู่บนเส้นดายบางเฉียบเพียงใด และสำหรับแบรนต์ลีย์ เส้นด้ายนั้นอาจเริ่มรุ่ยแล้ว เพราะข่าวที่ลอยไปทั่วว่าหนุ่มแบรนต์ลีย์ผู้นี้ละม้ายคล้ายแม่ จนน่าตั้งคำถามว่าคุณลักษณะจากบิดาได้หลุดรอดเข้ามาในสายเลือดเขาบ้างหรือไม่ เขาเป็นแบรนต์ลีย์แห่งตระกูลอย่างแท้จริงจริงหรือ

เบื้องหลังภาพลักษณ์แสนสุภาพเรียบร้อยของครอบครัวมักมีความขัดแย้งซ่อนอยู่เสมอ และตระกูลแบรนต์ลีย์ก็ไม่ได้อยู่ในหมวดข้อยกเว้น พ่อแม่ของเขาแต่งงานกันตั้งแต่ยังหนุ่มสาว ทั้งคู่ดูมีชีวิตอันแช่มชื่นหอมหวาน กระทั่งวันหนึ่งที่เกิดปากเสียงกัน
มันนำไปสู่การวิวาทอันร้อนแรง ร้อนเสียจนแม่ของแบรนต์ลีย์พบจุดจบน่าสลดใจ ผลลัพธ์จากเสียงกระซิบเหล่านี้ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่ายังมีเรื่องใดอีกที่เราไม่รู้เกี่ยวกับครอบครัวแบรนต์ลีย์ ยิ่งไปกว่านั้น ความอิจฉาริษยาในหมู่ญาติพี่น้องก็กลายเป็นยาพิษ แบรนต์ลีย์แอบขุ่นเคืองไม่น้อยต่อญาติของเขา ‘คัลเดอร์’ ผู้ที่สังคมต่างมองว่าเขาจะได้ขึ้นเป็นทายาทหลักคนต่อไป และรับมรดกตกทอดอุตสาหกรรมเหล็ก
ใครจะล่วงรู้ ไฟริษยานั้นอาจกำลังคุกรุ่นอยู่ใต้รอยยิ้มเรียบหรูของหนุ่มแบรนต์ลีย์
เมื่อฤดูกาลสังคมเปิดม่านขึ้น ขอให้ผู้อ่านเฝ้าจับตามอง ‘เบนบริดจ์ แบรนต์ลีย์’ และครอบครัวอันลึกลับของเขาให้ดี เพราะสังคมของเรานั้นเติบโตขึ้นได้จากความลับ การแย่งชิง การไล่ล่าตำแหน่งที่ไม่เคยหยุดยั้ง
คอยจับตาดูว่าเขาจะถูกพายุแห่งสังคมรุมซัดจนยืนไม่อยู่หรือไม่ พายุที่ว่าด้วยแรงคาดหวังและชื่อเสียงที่ได้มาอย่างฉับพลัน
ด้วยความสนใจใคร่รู้ของข้าพเจ้า,
เลดี้วิสเซิลดาวน์ (Lady Whistledown)
(02)
A wise woman knows which whispers deserve her attention.
หญิงฉลาดนั้นรู้ว่าเสียงซุบซิบใดควรค่าแก่การรับฟัง
แฟนๆ ซีรีส์ ‘บริดเจอร์ตัน’ (Bridgerton) ซีรีส์สุดฮิตของเน็ตฟลิกซ์คงคุ้นชื่อ ‘เลดี้วิสเซิลดาวน์’ กันดี มันคือชื่อนามปากกาที่ผู้เขียนนิรนามใช้ในการปล่อยข่าวฉาว คอยขยี้คลี่ปมข่าวลือของคนชนชั้นสูงด้วยน้ำเสียง ‘จูลี แอนดรูส์’ (Julie Andrews) พูดประกอบ เคยสงสัยไหมว่าจดหมายขี้นินทาในยุครีเจนซีมีอยู่จริงหรือเปล่า

คำตอบก็คือใช่! มันมีอยู่จริง แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของคอลัมน์ในนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์มากกว่าการพิมพ์เป็นแผ่นข่าวฉาวแยกออกมา
ในโลกของบริดเจอร์ตันมีผู้หญิงสองคนที่ถืออำนาจอันแตกต่างกัน คนหนึ่งนั่งอยู่ในราชสำนักสง่างาม เธอเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตหญิงชนชั้นสูงด้วยคำพูดเพียงสั้น เธอคือ ‘ควีนชาร์ลอตต์’
ส่วนอีกคนเป็นนักเขียนนิรนามที่คอยจิกกัดและซุบซิบผู้ดีทุกคนที่เนื้อในไม่ได้ดีอย่างที่เห็น อาวุธของเธอไม่ใช่มงกุฎแต่เป็นน้ำหมึกของปากกา
ลอนดอนในศตวรรษที่ 18 คือจุดเริ่มต้นของสื่อข่าวฉาวหรือ Scandal Sheets ซึ่งก็คือหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่เน้นการเล่าข่าวลือของสังคมผู้ดี
เพราะพระราชบัญญัติการออกใบอนุญาตสิ่งพิมพ์ที่เป็นกฎหมายบังคับหมดอายุในปี 1695 ทำให้บรรดาโรงพิมพ์และสิ่งพิมพ์ไม่ต้องขออนุญาตอีกต่อไป จากที่ก่อนหน้าข่าวสารทั้งหมด ความคิดเห็นอันเป็นภัยต่อสังคม และผู้มีอำนาจต้องถูกควบคุม กลายเป็นว่าทุกอย่างหลุดพ้นเป็นอิสระ เรื่องอื้อฉาวเฟื่องฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์ สื่อพิมพ์ขี้นินทาก็แพร่หลายเป็นไวรัสไม่มีผิดเพี้ยน ใครๆ ก็สามารถรายงานข่าวหรือเรื่องซุบซิบเล็กน้อยได้ และภายในปี 1712 ก็มีสื่อหนังสือพิมพ์เกิดใหม่ถึง 20 แห่งในลอนดอน!
สื่อข่าวฉาวยอดนิยมยุคนั้นก็ได้แก่ The Flying Post, The British Apollo และ The Tatler ในปี 1709 ก็มีอีกสื่อหนึ่งที่โดดเด่นนำใครเพราะเขาสร้างสำนักพิมพ์ใหม่อันชื่อ The Female Tatler ที่จะตีพิมพ์ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์เท่านั้น เพราะเป็นวันที่นิตยสาร The Tatler ไม่ออกข่าว กลุ่มผู้อ่านของเขาจะเป็นใครไปได้ ก็ชื่อที่ตั้งอยู่เห็นกันจะจะ ก็คือผู้หญิง และนักเขียนคนแรกของนิตยสารฉบับนี้ก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน

แต่ข่าวเหล่านั้นไม่ได้ระบุชื่อคนหรือตำหนิคนอย่างเปิดเผยเหมือนที่เลดี้วิสเซิลดาวน์เขียนนะ ทั้ง พวกเขาไม่ได้ปกป้องคนที่ถูกพูดถึง แต่เพื่อปกป้องผู้เขียนต่างหาก แม้ชื่อผู้เขียนที่ถูกปลอมแปลงหรือเป็นนามแฝงจะเป็นชื่อที่คนในสังคมรู้จักกันดีอยู่แล้วก็เถอะ เป็นอันเห็นแจ้งว่าสำนวนความลับไม่มีในโลกนั้นเป็นเรื่องจริง
เลดี้วิสเซิลดาวน์ในซีรีส์บริดเจอร์ตันอาจเป็นตัวละครสมมติ แต่บุคลิกทั้งหมดของเธอก็ถูกสันนิษฐานกันว่าคงได้แรงบันดาลใจจากบุคคลจริงเป็นแน่ เธอคือ ‘มิสซิสแคร็กเคนธอร์ป’ (Mrs Crackenthorpe) แม้เธอจะไม่ได้สนใจเฉพาะชีวิตรักของสาวโสดในสังคมเหมือนเลดี้วิสเซิลดาวน์ แต่เธอก็ใช้วาทศิลป์เสียดสีได้อย่างแสบสันและเฉียบคม เต็มไปด้วยไหวพริบแบบผู้หญิงที่มีนัยยะซ่อนเร้น จิกกัดบุคคลในสังคมหลายคนที่เป็นที่รู้จักด้านความอื้อฉาว
(03)
A lady’s eyes reveal more than her tongue ever could.
ดวงตาของหญิงสาวเผยสิ่งที่ลิ้นของเธอไม่อาจเอ่ยได้
ซีรีส์บริดเจอร์ตันนั้นพาผู้ชมย้อนกลับไปในยุครีเจนซีต้นศตวรรษ 19 ฉายให้เห็นถึงความทุกข์ระทมของคนชนชั้นสูง โดยเฉพาะเพศหญิงที่เกิดมาก็เหมือนเดินอยู่บนขวากหนามของต้นกุหลาบ การศึกษาสูงสุดไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอควรไขว่คว้า แต่เป็นผู้ชาย!
การเป็นหญิงผู้ดีในยุครีเจนซีถึงได้ถูกเรียกว่าเป็นภารกิจสุดโหดมากกว่าการใช้ชีวิตอย่างราบรื่น
ชื่อเสียงของหญิงยุคนั้นเปรียบเหมือนทองคำแท้ ทั้งเปราะบางและมีค่าเหลือเกิน หากแค่ล้มระหว่างลงจากรถม้าก็ทำให้การแต่งงานดีๆ พังพินาศได้ และมันช่างน่าเศร้าที่อนาคตทั้งหมดของชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งถูกตัดสินด้วยความผิดพลาดอันเล็กน้อย
ผู้หญิงคนใดก็ตามที่ทำชื่อเสียงเสียหาย ขอให้รู้ว่าไว้เลยว่าไม่มีทางกู้คืนได้ง่ายๆ หรอก ดังนั้นจงเดินตัวตรง โปรยยิ้มแผ่วๆ และหลีกเลี่ยงการสะดุดล้มให้ได้มากที่สุด มิฉะนั้นเรื่องนี้จะกลายเป็นหัวข้อข่าวฉาวที่ทุกคนจดจำไปตลอดหลายเดือน หาใช่แค่เสียงซุบซิบนินทาของคนแวดล้อม น้ำหมึกในจดหมายของเลดี้วิสเซิลดาวน์ แต่ในสายตาชายหนุ่มที่กำลังมองหาเพชรน้ำหนึ่งของตัวเองก็เช่นกัน
หญิงครองโสดมักมีแนวโน้มจะพบกับความยากจนอันน่าสยดสยอง ผู้คนถึงได้สนับสนุนการแต่งงาน

สาวๆ ทั้งหลายฟังนะคะ
ในขณะที่เด็กผู้ชายถูกส่งไปเรียนเพื่อเป็นสุภาพบุรุษสืบทอดทรัพย์สิน หรือเข้าสู่อาชีพอันน่านับถือ เด็กผู้หญิงของเราก็กำลังได้รับการสอนทักษะที่เหมาะสมกับผู้หญิง ดูไม่เห็นมีอะไรน่าแปลกเลยใช่ไหม แต่ทักษะพวกนั้นเกิดขึ้นก็เพื่อให้พวกเธอซึบซับความฉลาดในการเป็นคู่สนทนาที่สนุก คงสนุกน่าดูที่ห้ามตั้งคำถามต่อความคิดเห็น และการตัดสินใจใดๆ ของสามี!
ทักษะบ้านๆ อย่างการดูแลครัวเรือนก็ถูกสอดแทรกลงในวิชา เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะทำทุกอย่างได้ถูกต้อง เรียบร้อย ทั้งบนโต๊ะอาหารในสังคมใหญ่หรือในบ้านหลังเล็ก และหญิงสาวจะถูกติดดาวล่องหนบนร่างกายเป็นพิเศษ หากเธอเต้นรำ เล่นดนตรี วาดศิลปะได้ ขอกระซิบว่าอย่าพลาดที่จะเรียนรู้การเต้นรำเชียว เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะมีโอกาสสบตากับชายหนุ่มสูงส่งที่ถูกใจมากขึ้น เผลอๆ อาจได้รับคำหวานหูเป็นการตอบแทน
แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งคิดว่าที่บอกไปทั้งหมดจะเพียงพอ หากไม่มีสินสอดใหญ่โตหรือเครือญาติทรงอิทธิพลของตัวเอง ความงามทั้งหมดก็แทบไม่มีค่า และแม้จะมีความรักมันก็จะมาในรูปแบบของแถม นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นการเป็นเจ้าหญิงในนิยายเลยว่าไหม
(04)
A Lady Whistledown in Every Woman
หญิงสาวทุกคนต่างมีเลดี้วิสเซิลดาวน์อยู่ในตัวเอง
สถานะโสดสำหรับหญิงสาวชั้นสูงนั้นถือว่าเป็นสิ่งผิดธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเธอไม่อาจทำงานอื่นเพื่อหาเลี้ยงชีพได้ นอกเสียจากการเป็นครูสอนเด็ก เป็นเพื่อนร่วมสังคมของใครสักคน หรือเป็นศิลปิน ทั้งพวกเธอไม่สามารถพึ่งพาครอบครัวได้หลังจากกลายเป็นผู้สูงอายุ
แม้จะมีหญิงบางคนที่ทลายกรอบเหล่านี้ แต่เธอก็ยังไม่อาจละเว้นการจ้างเพื่อนหญิงสักคนมาคอยดูแลข้างกายเพื่อป้องกันเสียงนินทา ชีวิตของพวกเธอไม่ได้โรแมนติกและหรูหราเหมือนชุดประดับเพชรพลอยตัวเล็กตัวน้อยในซีรีส์บริดเจอร์ตันไปเสียทั้งหมด ทั้งเต็มไปด้วยแรงกดดัน การถูกปฏิบัติด้วยความโหดร้ายที่มากกว่า หากไม่ยอมทำตามกฎก็จงจำนนต่อการตกอยู่ใต้สายตาเหยียดหยามของผู้อื่น มิเช่นนั้นความเสียหายอันใหญ่หลวงจะตกมาถึงตัว ท้ายที่สุดก็จะพบกับความทุกข์ทรมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ท่านผู้อ่านที่รัก,
การปรากฏตัวของฉันไม่ใช่เพื่อเล่าข่าวสนุก หรือสอดส่องความผิดพลาดของผู้มีชื่อเสียงในสังคมเท่านั้น หากแต่เพื่อมอบสายตาที่คุณไม่มี เสียงที่คุณไม่เคยได้ยิน และการสังเกตที่บางครั้งคุณเองก็กลัวที่จะต้องมองมันอย่างเถรตรง จนมีสิ่งเดียวที่คุณซื่อสัตย์กับมันได้ก็คือหน้ากระดาษไดอารีที่ถูกเปิด
ฉันรู้ดีว่าในสังคมของเรา ชีวิตหญิงสาวนั้นเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ซับซ้อน การถูกจับจ้องในทุกความประพฤติ ทุกคำพูด กระทั่งรอยยิ้มจอมปลอมว่าตนสบายดี ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และอาจนำไปสู่การเหยียบย่ำจากทุกผู้คนจนโงหัวไม่ขึ้นไปตลอดชีวิต
หากไม่มีใครสะท้อนความอัปลักษณ์ของสังคมออกมา ผู้คนอาจดำเนินชีวิตไปอย่างมืดมัวโดยไม่เคยล่วงรู้ความจริงรอบตัวเลย
ฉันอยู่ที่นี่เพื่อเป็นกระจกอัปลักษณ์อีกบานที่สะท้อนก้นบึ้งจิตใจมนุษย์ ทั้งความทะเยอทะยาน ความอิจฉาตาร้อน ความผิดพลาด ความลับที่เป็นดังเศษเสี้ยวของคนชนชั้นสูง หากถามว่าทำไมการมีอยู่ของฉันจึงจำเป็น ขอให้ผู้อ่านตอบมันด้วยตัวเอง จากจดหมายนับร้อยที่ถูกร่อนไปในยุคทองที่ต้นนินทากำลังถูกบ่มเพาะ และยุคที่หญิงสาวต่างซ่อนความระทมจากทุกผู้คน แม้กระทั่งตัวเธอก็ยังเบือนหน้าหนีน้ำตาของตน
ขอชีวิตท่านอวสานลงท้ายด้วยคำว่าสุขสันต์,
เลดี้วิสเซิลดาวน์ (Lady Whistledown)





