Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
เมื่อ ‘เสียงในหัว’ กระซิบจนใจอยากเกเร ทำยังไงให้ไม่พ่ายแพ้ต่อความคิดก่อนจะต้องมานั่งเศร้าทีหลัง

เมื่อ ‘เสียงในหัว’ กระซิบจนใจอยากเกเร ทำยังไงให้ไม่พ่ายแพ้ต่อความคิดก่อนจะต้องมานั่งเศร้าทีหลัง

29/09/2025
A Better Day
AUTHOR: ชยพล ทองสวัสดิ์
SHARE:

 หลายคนน่าจะเคยประสบพบบางจังหวะที่จู่ๆ เราก็มี ‘เสียงในหัว’ กระซิบบอกบางอย่างเกี่ยวกับ ‘สิ่งที่อยู่ตรงหน้า’ ที่ในสถานการณ์ ณ ขณะนั้นไม่สามารถ ‘พูด’ หรือ ‘แสดง’ ออกมาตรงๆ ตามที่เสียงนั้นบอกได้ จะด้วยมารยาทหรือความเกรงใจอะไรก็ตาม 

 บางครั้งอาจเป็นเสียงที่บอกให้เราอย่าหักห้ามใจในการเล่นมุกตอบกลับเพื่อน บางครั้งอาจเป็นเสียงที่บอกให้เราด่ากลับคนน่าหมั่นไส้ หรือบางครั้งอาจเลยเถิดไปถึงเสียงที่บอกให้เราทำบางอย่างที่อาจนำมาซึ่งปัญหา เช่น ซื้อของแพงโดยไม่คิดล่วงหน้า 

 แท้จริงแล้วเสียงในหัวนั้นคือเรื่องของ Impulsive Thoughts หรือความคิดแบบหุนหันพลันแล่นนั่นเอง เป็นความคิดหรือความอยากที่โผล่ขึ้นมาแบบกะทันหันด้วย ‘อารมณ์’ โดยไม่ทันผ่านการคิดไตร่ตรองและข้ามการใช้เหตุผลไป

 เสียงในหัวนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งโครงสร้างสมองส่วนอารมณ์ที่ครอบงำสมองส่วนเหตุผล ความเครียดหรือความเหนื่อยล้าที่ทำให้ควบคุมตนเองยากขึ้น สิ่งแวดล้อมและนิสัย ไปจนถึงวัฒนธรรมการเร่งรีบของโลกยุคปัจจุบัน

 เอาจริงๆ เสียงในหัวก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะบางครั้งก็ช่วยให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์หรือทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น แต่หากมันทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดหรือต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ในแง่นี้ก็คงไม่ใช่เรื่องดี

 แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหักห้ามใจไม่ให้ฟังเสียงในหัว แต่คงจะดีกว่าหากเราสามารถจัดการหรือควบคุมมันได้ ก่อนที่มันจะบานปลายจนทำให้ต้องมานั่งแซดในภายหลัง แล้วจะทำยังไงได้บ้าง?

พี่ ‘หน่วง’ ต้องมาก่อน

 วิธีนี้คือการ ‘หน่วงเวลา’ ให้สมองส่วนเหตุผลได้ทำงาน เพราะการหยุดเพียงไม่กี่วินาทีสามารถช่วยให้สมองส่วนนี้ได้มีเวลาคิด และช่วยให้หลุดจากการตอบสนองแบบอัตโนมัติได้ เช่น นับ 1 – 10, หายใจเข้าลึกๆ, จิบน้ำสักนิด หรือเดินออกจากสถานการณ์นั้นเป็นช่วงสั้นๆ ก่อน และบอกตัวเองว่า ‘เดี๋ยวค่อยคิดใหม่’ หากเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่หรือสำคัญ เช่น การใช้เงินก้อน ให้ลอง ‘ตั้งกฎ’ กับตัวเองไปเลยว่ารอสักหนึ่งวันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที

ค้นหาต้นเหตุ

 เสียงในหัวมักไม่เกิดลอยๆ แต่มีตัวกระตุ้น ให้ลองสังเกตว่าอะไรคือตัวผลักให้เกิดเสียงนั้นขึ้นมา เช่น ความเครียด ความเหงา หรือสิ่งแวดล้อมในเวลานั้น ยกตัวอย่าง โซเชียลมีเดีย โฆษณา หรือการอยู่คนเดียวในบาร์ ลองจดบันทึกความคิดเหล่านั้นไว้ ในโทรศัพท์มือถือก็ได้ เพื่อหาลักษณะซ้ำๆ ว่าเสียงในหัวเกิดขึ้นช่วงไหนบ่อยที่สุด เช่น อยากซื้อของแพงเวลาเครียดๆ 

 ทีนี้เมื่อรู้ต้นเหตุก็จะสามารถวางแผนเลี่ยงหรือเตรียมรับมือได้ เช่น ถ้าอยากหุ่นดีแต่เป็นคนชอบสั่งของจุกจิกมากินหลังมื้อเย็น ก็ลองเปลี่ยนมาซื้อสลัด อาหารสุขภาพ หรือผลไม้ไว้ติดตู้เย็นแทน 

สติมา เสียงในหัวดับ

 พระท่านว่าการฝึกสติคือการ ‘สังเกต’ ความคิดแทนที่จะ ‘ทำตาม’ ความคิด เช่น เวลามีเพื่อมานั่งโม้เรื่องตัวเองให้ฟัง หากเสียงในหัวกระซิบให้พูดว่า ‘ขี้โม้’ ให้ลองเปลี่ยนมาคิดว่า ‘นี่เพื่อนเรา นี่เพื่อนเรา ฟังๆ ไปเถอะ’ ลองพยายามฝึกไปพร้อมกับลองหาเวลา ‘ทำสมาธิ’ ในแต่ละวัน วันละ 5 นาทีก็ยังดี เพื่อฝึกฟังเสียงรอบตัว ซึ่งจะช่วยให้สมองชินกับการอยู่กับความคิดได้โดยไม่ต้องถูกมันครอบงำจนแพ้เสียงในหัว

หลอกสมองด้วยเงื่อนไขล่วงหน้า

 วิธีหนึ่งที่จะช่วยหลบเสียงในสมองได้คือการลอง ‘สร้างเงื่อนไขล่วงหน้า’ ให้สมอง เพื่อให้สมองรู้ว่าเมื่อเจอกับสถานการณ์แบบไหน จะต้องทำอย่างไร เช่น เมื่อไหร่ก็ตามที่อยากด่าตอนโกรธ ให้เงียบและเดินออกจากสถานการณ์ตรงนั้นไปก่อนสัก 5 นาที หรือถ้าเห็นสินค้าในแอปแล้วอยากกดสั่งเลย ให้กดใส่ตะกร้าไว้แล้วค่อยกลับมาดูใหม่พรุ่งนี้อีกที การวางแผนเช่นนี้ แม้อาจจะดูยุ่งยากนิดหน่อย แต่มันสามารถสับขาหลอกสมองให้ลดความลังเล และลดการใช้พลังใจลง เพราะเรามีคำตอบเตรียมไว้แล้ว 

ฝึกการควบคุมด้วยวินัย

 การควบคุมตัวเองก็เหมือนการเล่นกล้าม ฝึกซ้ำๆ เท่านั้นที่จะส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้อและความแข็งแรง การฝึกควบคุมสมองไม่ให้ไหลไปกับความคิดในหัว แต่ให้สมองคุ้นเคยกับการชนะความอยากเล็กๆ ด้วยการทำสิ่งที่ ‘ควร’ ทำ แทนสิ่งที่ ‘อยาก’ ทำ จะทำให้ต้านทานเสียงในหัวได้ดีขึ้น เช่น การฝึกเล็กๆ อย่างการเก็บที่นอนทุกเช้า ออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมง หรือทำงานบางอย่างให้เสร็จ

 จริงๆ แล้ว เสียงในหัวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ การจัดการกับมันอาจไม่ใช่การพยายามกำจัดเสียงเหล่านั้นออกไป แต่สิ่งจำเป็นคือการสร้างพื้นที่ระหว่างความคิดและการกระทำ เพื่อให้เราเลือกสิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่แค่ถูกอารมณ์พาไป

 มาทดสอบกันเล็กน้อยดีกว่าว่าตอนนี้เรากำลังแพ้เสียงในหัวอยู่หรือไม่ 

 จงอ่านประโยคต่อไปนี้โดยไม่ใส่ทำนอง

 “แตงโม แตงโม แตงโม”

Tags:a better daya day
Share :
Author
ชยพล ทองสวัสดิ์
Photographer
-
Coffee Meets Bagel ตัวช่วยแก้โจทย์ปัญหา พรรคพวกคนโสดจงออกตามหาความสัมพันธ์ที่จริง(ใจ)
ตามไปดูCoffee Meets Bagel ตัวช่วยแก้โจทย์ปัญหา พรรคพวกคนโสดจงออกตามหาความสัมพันธ์ที่จริง(ใจ)นักเขียน : อารยา อุตอามาต
มินิ ประเทศไทย เปิดตัวมินิ เอซแมน คอลเลกชันพิเศษ 3 รุ่น สะท้อน 3 มุมของชีวิตในเมือง
Agendaมินิ ประเทศไทย เปิดตัวมินิ เอซแมน คอลเลกชันพิเศษ 3 รุ่น สะท้อน 3 มุมของชีวิตในเมืองนักเขียน : a team
GREEN WALL (PAPER) พื้นที่สีเขียวบนกำแพง
Photo StoriesGREEN WALL (PAPER) พื้นที่สีเขียวบนกำแพงนักเขียน : Mok Lachantra