Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
กรีดแผลในอดีตเพื่อตั้งคำถามกับการมีชีวิตอยู่ผ่านหนังเรื่อง HOMESTAY

กรีดแผลในอดีตเพื่อตั้งคำถามกับการมีชีวิตอยู่ผ่านหนังเรื่อง HOMESTAY

29/10/2018
Now Showing
AUTHOR: ฆฤณ ถนอมกิตติ
SHARE:

 *บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ แต่ไม่กระทบกับเนื้อเรื่องหลัก*

 คุณเคยคิดหรือเคยลองฆ่าตัวตายไหม

 ถ้าคุณอ่านบทความนี้อยู่ เรายินดีด้วย

 เพราะคุณยังไม่ตาย คุณรอดมาได้

 ณ ปัจจุบันขณะ คุณยังอยู่ตรงนี้ เราเองก็ยังอยู่ตรงนี้ ดำรงอยู่พร้อมกับบาดแผลและการแตกสลายในอดีต ยิ่งเวลาผ่าน เราอาจจะเริ่มรู้สึกว่าร่องรอยเหล่านั้นค่อยๆ จาง แผลจากความเจ็บปวดเริ่มหายสนิท

 เชื่อเถอะว่าไม่ใช่เลย

 เพราะหลังจาก 2 ชั่วโมงของภาพยนตร์เรื่อง HOMESTAY เราถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วแผลมันไม่เคยหายสนิท

 และมันจะไม่มีทางหายไปไหนอีกแล้ว

 Homestay

 HOMESTAY เป็นภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Colorful ของนักเขียนชาวญี่ปุ่นโมริ อิโตะ มันว่าด้วยเรื่องของวิญญานเร่ร่อนที่ได้รับโอกาสมาอาศัยร่าง (หรือที่ในหนังเรียกว่า HOMESTAY)  ของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ตายไปแล้วจากการฆ่าตัวตาย การฟื้นขึ้นมาของเด็กหนุ่มภายใต้วิญญานดวงนี้ทำให้เขาต้องชดเชยรางวัลที่ได้รับด้วยการหาความจริงว่าเด็กหนุ่มเจ้าของร่างนี้ฆ่าตัวตายเพราะใคร

 Homestay

 ในฐานะของคนดูที่เป็นปุถุชนธรรมดาที่เจ็บปวด พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าหนังเรื่องนี้ทำงานกับด้านเปราะบางของมนุษย์มากเหลือเกิน หรืออาจพูดได้ว่า HOMESTAY เกี่ยวพันกับชีวิตที่แสนอ่อนแอของเราทุกคนจนน่าตกใจ ประเด็นการฆ่าตัวตายที่ถูกนำมาตั้งคำถามและถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของ HOMESTAY เหมือนกับมีดคมๆ ที่กรีดรอยแผลในอดีตของคนให้เจ็บขึ้นมาใหม่ หลายๆ คำถามที่หนังค่อยๆ หย่อนใส่ลงมาเป็นเหมือนมีดที่ค่อยๆ กรีดซ้ำ เราเริ่มเจ็บและจุกแต่ในทางกลับกันก็เริ่มอินกับมัน รู้ตัวอีกทีเราก็เชื่อมโยงกับเรื่องราวของ HOMESTAY จนแยกไม่ออก

 Homestay

 เวลาคนที่จะคิดฆ่าตัวตาย เราจะรู้สึกได้ว่าในหัวมีอะไรวิ่งวนอยู่มั่วไปหมด เหตุการณ์อะไรก็ตามรอบตัวที่มากระทบจิตใจจะคอยฉุดรั้งตัวเราให้ตกลงไปสู่ก้นเหวครั้งแล้วครั้งเล่า ใจที่เปราะบางจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ความรู้สึกและความคิดรัดพันกันจนเหมือนเชือกที่ไม่มีทางแก้ สมองเอาแต่ตะโกนคำถามออกมาด้วยคำหยาบคายและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงก่นด่าและตรรกะที่บิดเบี้ยว ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลาจนหัวแทบจะระเบิด ในท้ายที่สุดมันก็ส่งผลกระทบต่อเหตุผลในการมีชีวิต

 Homestay

 ดังนั้นสำหรับเรา คนที่คิดฆ่าตัวตายไม่ใช่ ‘คนคิดสั้น’ แบบที่ใครหลายคนว่า ไม่เลย ทุกคนที่ผ่านประสบการณ์นั้นล้วนคิดมาอย่างยาวนานและเดินผ่านตัวตนที่ผุพังมาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน ความคิดและทุกสิ่งที่มากระทบผลักให้เราเดินไปสู่อีกปลายทางที่เป็นหลุมเหว เราอาจเลือกจบชีวิตตัวเองเพราะคิดว่าทางเส้นนี้คงเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว

 และสิ่งที่ HOMESTAY ทำ คือการพาเราย้อนกลับไปสู่ความคิดยุ่งเหยิงที่กล่าวมาทั้งหมด เพื่อให้เราได้ลองพิจารณามันอีกครั้ง

 Homestay

 ถ้าอธิบายอย่างละเอียด HOMESTAY กรีดแผลแรกด้วยปมง่ายๆ ด้วยคำถามที่ว่า ‘อะไรทำให้มึงคิดฆ่าตัวตาย’ มันเริ่มจากคำถามง่ายๆ แค่นั้น แต่มันกลับพาเรากลับเข้าไปสำรวจจิตใจของคนที่คิดอย่างนั้นได้จริงๆ หนังโยนโจทย์นี้ใส่ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มทุกตัวละคร ไม่ว่าจะพ่อ แม่ พี่ชาย คนรัก เพื่อนสนิท รวมถึงพวกเราที่เป็นคนดูเอง หนังพาเราไปเห็นทุกพฤติกรรมของคนที่มีผลต่อหัวใจอันบอบบางของมนุษย์ แต่ละมวลอารมณ์ที่หนังค่อยๆ ก้าวไปทำให้เราหดหู่ แต่นิ่งคิดและลุ้นระทึกไปพร้อมกับเรื่องราวจนมาถึงกับจุดไคลแมกซ์ที่เป็นการลงมีดครั้งสุดท้ายให้เราร้องตะโกนออกมาสุดเสียงในใจด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ไฟในโรงจะดับลง

 ทิ้งไว้เพียงผู้ชมที่ยังคงรู้สึกบางอย่าง

 Homestay

 ในความมืดนั้น เรารู้สึกว่าด้านมืดของทุกคนสามารถเชื่อมโยงกับตัวละครเด็กหนุ่มใน HOMESTAY ได้อย่างง่ายดาย บางถ้อยคำของตัวละครราวกับถูกพูดออกมาจากปากคนที่เคยคิดฆ่าตัวตายในความเป็นจริง มันช่างอ่อนแอ ไร้เดียงสา และเปราะบาง แต่เมื่อมาคิดดู เราคิดว่าคงมีผู้ชมจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าตัวเองมีความคิดคล้ายกับเด็กหนุ่มคนนี้ ในโลกที่ทุกอย่างเร่งรีบให้เราเข้มแข็ง มันยังมีคนที่วิ่งตามไม่ทันและเหนื่อยที่จะวิ่งต่อ ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม พวกเขาอยากหยุด และตอนนั้นเองที่พวกเขาเริ่มชี้นิ้วโทษคนอื่น พวกเขาเริ่มกล่าวโทษที่ทุกคนที่ไม่ให้ความรักเพื่อหาเหตุผลที่ตัวเองจะได้จากไป

 ถ้าเราคิดให้ดีและดึงเปลือกทั้งหมดของ HOMESTAY ออก เราจะพบว่าหนังกำลังเดินไปหาคนอ่อนแอเหล่านั้นและถามคำถามเพื่อดึงสติของพวกเขากลับมา

 “ถามจริงเถอะ อะไรทำให้มึงอยากฆ่าตัวตายนักวะ

 เพราะโลกเหี้ยๆ ใบนี้น่ะเหรอ

 หรือเพราะไอ้ครอบครัวที่ไม่เคยเข้าใจมึงเลย

 หรือเพราะความรักที่ผิดหวังซ้ำซาก

 หรือเพราะความไร้ค่าของมึง ที่ต่อให้มึงหายไปก็ไม่มีใครสน

 หรือเพราะแม่งไม่มีเหตุผลอะไรอีกแล้ว… ที่ฉุดรั้งให้มึงอยากอยู่อีกต่อไป”

 Homestay

 แผลที่ถูกเปิดด้วยคำถามเหล่านี้อาจทำให้เราค้นพบความเจ็บปวดอีกครั้ง แต่เหนืออื่นใดหลังจากที่นั่งจมอยู่กับตัวเองสักพัก เราคิดว่าตะกอนที่เกิดขึ้นในใจจะทำให้คำตอบปรากฏ

 “ก็เพราะไอ้ความเจ็บปวดเหล่านี้ไม่ใช่เหรอไง ที่ทำให้พวกเรายังคงรู้สึก ทำให้พวกเรามีชีวิต”

 HOMESTAY ทำให้เรารู้ว่าการฆ่าตัวตายคือแผลที่เลวร้ายและไม่หายไปไหน อดีตไม่เคยเป็นแผลเป็นที่ไร้ความรู้สึก มันยังคงทำให้คนหม่นเศร้าได้ทุกครั้งเมื่อนึกถึง สิ่งนี้จะติดตัวเราไปเหมือนเงา ยามเมื่อเราหันไปเห็น มันจะกระโจนเข้ามาทำร้ายเราอย่างไม่มีทางสู้ แต่นั่นเองที่เป็นข้อดีของความเจ็บปวดในอดีต เพราะมันทำให้เราได้รู้ซึ้งว่าทุกวินาทีในปัจจุบันมันสำคัญ เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่อจะมาพบว่าการมีชีวิตอยู่มันสำคัญและการเข้าใจตัวเองอย่างเท่าทันก็เป็นสิ่งจำเป็นเหลือเกินไม่ว่าจะกับใครก็ตาม

 มีประโยคหนึ่งจากในหนังที่เรารู้สึกราวกับว่าโดนตบหน้า HOMESTAY บอกกับคนที่เอาแต่ชี้นิ้วกล่าวโทษด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ แต่สะเทือนไปถึงความรู้สึก

 “มึงเลิกคิดว่าคนอื่นไม่รักมึงสักทีได้ไหมวะ”

 Homestay

 ประสบการณ์ 2 ชั่วโมงกับ HOMESTAY (หรืออีกหลายชั่วโมงที่ได้นิ่งคิดหลังจากนั้น) อาจทำให้เราหดหู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ การถูกโบยตีทางความรู้สึกแบบนี้มันคุ้มค่า

 HOMESTAY ตอกย้ำให้รู้ถึงความสำคัญว่าเรา ‘ยังคงอยู่’ กับ ‘ชีวิต’ แบบนี้ ชีวิตที่มาพร้อมเงื่อนไขเฮงซวยมากมายให้เรากล่าวโทษเพื่อยอมแพ้ เพียงแต่ลมหายใจและเวลาที่ผ่านไปก็อาจจะทำให้เราคิดได้มากขึ้น มันอาจทำให้เราตอบคำถามได้ว่าเหตุผลอะไรกันแน่ที่ยังคงทำให้เรายังอยากดำรงอยู่ ที่สำคัญคือการตระหนักได้ว่าการอยู่ใน HOMESTAY ร่างนี้ของพวกเราทุกคนก็คงไม่ใช่เรื่องแย่นักหรอก

 อาจมีเหี้ยบ้าง แต่ก็ไม่แย่นัก

 Homestay

 นี่อาจไม่ใช่รีวิวหนังที่จะชวนคุณไปดูด้วยหลักการการวิเคราะห์ภาพยนตร์ แต่ในฐานะของคนดูที่เคยผ่านประสบการณ์คล้ายในหนัง เราอยากแนะนำให้คุณใช้เวลา 2 ชั่วโมงเพื่อถูกโบยตีจาก HOMESTAY ดูสักครั้ง

 โลกที่ทุกอย่างช่างดูเปราะบาง HOMESTAY เหมือนกับค้อนที่มาทุบความคิดและความรู้สึกของเราให้ป่นปี้ แต่หนังก็ช่วยประกอบสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ในเวลาไม่นาน และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เราก็เชื่อเหลือเกินว่าบางอย่างของ HOMESTAY จะทำให้คุณเข้าใจความอ่อนแอของใครหลายและชีวิตขึ้นมาได้บ้าง

 “อะไรทำให้มึงอยากฆ่าตัวตายวะ”

 และ “อะไรที่ทำให้มึงอยากมีชีวิต”

 Homestay

 ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก… เข็มนาฬิกาจะหยุดเดินหรือไปต่อ

 เราหวังว่าคุณจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ว่าเพราะอะไร

Tags:นักแสดงgdhhomestayรีวิวหนังเจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธ์ภิญโญเฌอปราง อารีย์กุลภาพยนตร์
Share :
Author
ฆฤณ ถนอมกิตติ
Photographer
-
วิญญาณ ตัวตนใหม่ และสิ่งที่อยากทิ้งไว้ก่อนตายของเฌอปรางและเจมส์ ธีรดนย์
Q and a dayวิญญาณ ตัวตนใหม่ และสิ่งที่อยากทิ้งไว้ก่อนตายของเฌอปรางและเจมส์ ธีรดนย์นักเขียน : น้ำปาย ไชยฤทธิ์
สะมาริตันส์ : สายด่วนรับฟังเพื่อช่วยไม่ให้คนฆ่าตัวตาย
People Powerสะมาริตันส์ : สายด่วนรับฟังเพื่อช่วยไม่ให้คนฆ่าตัวตายนักเขียน : ฆฤณ ถนอมกิตติ
‘จิตวิทยาการปรึกษา’ การสนทนาและรับฟังที่จะช่วยเยียวยาให้คุณเติบโต
Q and a day‘จิตวิทยาการปรึกษา’ การสนทนาและรับฟังที่จะช่วยเยียวยาให้คุณเติบโตนักเขียน : ฆฤณ ถนอมกิตติ