Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร

หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร

10/09/2025
Q and a day
AUTHOR: ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์
SHARE:

 *บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์

 จากเธอที่ชุมทางเขาชุมทอง เฝ้าแต่แลมอง มองจนลับตา

 ทันใดที่เข็มจรดลงบนแผ่นเสียงจนเกิดเป็นทำนอง บางคนได้ยินเพลงนี้แล้วต้องจูงมือคนรักออกมาเต้นลีลาศ

 แต่ชายคนหนึ่ง ได้ยินเมื่อไรเป็นต้องกัดฟันกรอดด้วยความแค้น เพราะรักที่หวงแหนดันถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา!

 ชายผู้นี้มีขวานด้ามยาวเป็นอาวุธ สลักชื่อคนรักไว้ราวกับของขวัญ แม้จะมีสมญานามว่าอ้ายเสือโกหว่า ถูกตราหน้าว่าเป็นโจรแห่งทุ่งสง แต่ก็รักในศักดิ์ศรีและไม่เคยคดโกงใคร นั่นทำให้ ชมจันทร์ นกน้อยในกรงทองของครอบครัวสูงศักดิ์ตกหลุมรัก จนยอมหนีมาตายเอาดาบหน้า ใช้ชีวิตอย่างสมถะกับลูกบุญธรรมทั้งสี่ ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันให้พลัดพรากกันหลายสิบปี 

 คราวนี้โกหว่ากลับมาเผชิญหน้ากับมารหัวใจโดยบังเอิญ ท่ามกลางควันสงครามพวยพุ่งและเขาชุมทองกว้างใหญ่ที่กลายเป็นสมรภูมิรบ

 คุณอ่านข้อความด้านบนแล้วเห็นภาพอะไร

 หม่ำ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) เห็นฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อม ได้ยินเสียงร้องไห้ระงมจากการสูญเสีย แต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดเหนือธรรมชาติ พร้อมสำเนียงใต้หรอยแรงอย่างคนนคร

 วิศิษฏ์ (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) เห็นความเป็นไปได้ เขางัดทุกกลเม็ดวิธีมาสรรสร้างภาพอลังการของตลกร้อยล้านให้มีชีวิต 

 ภาพยนตร์เรื่องเขาชุมทอง คะนองชุมโจร จึงเป็นการปะทะของฟ้าทะลายโจรกับแหยมยโสธร จนเกือบมีชื่อว่าโจรทลายฟ้ามาแล้ว!

 ไม่ต้องไปไกลถึงเขาชุมทอง a day พาบุกถ้ำเสือ 2 ตัวนี้ เพื่อชวนพวกเขามาเล่าให้ฟังว่าทำไมชายวัย 60 ตรงหน้าถึงมีพลังล้นเหลือมากกว่างานสร้างของพวกเขาเสียอีก

 เห็นว่าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะหม่ำไปคุยกับโกหว่า ทุ่งสง ตัวจริง เสียงจริง เล่าประสบการณ์นั้นให้ฟังหน่อย

 หม่ำ: ผมสนิทกับโกเด๊ะ ลูกชายของโกหว่า พอรู้เรื่องราวของโกหว่าตั้งแต่เกิดจนเป็นวัยรุ่น ก็ถามโกเด๊ะว่าถ้านั่งคุยกับคุณพ่อเรื่องเก่าๆ สนุกๆ คุณพ่อจะว่าไหม เขาก็บอกว่า เฮ้ย หม่ำไปเลย พ่อชอบคุย พอคุยไปคุยมาเราก็คิด (นิ่งเงียบ) มันน่าจะเป็นหนังว่ะ! หลังจากเล่าจบปั๊บ เดินออกมารู้เลยว่าต้องเป็นหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อม 

 หม่ำรู้จักมักคุ้นกับ โกหว่า ทุ่งสง มาก่อนไหม

 หม่ำ: ไม่เลย นั่นคือครั้งแรก 

 แล้วเข้าไปตีสนิทยังไง

 หม่ำ: ผมมาเจอโกเด๊ะหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยไปไหว้พ่อ เลยขอให้เขาพาไปไหว้พ่อ บ้านเขาเลี้ยงนกเต็มเลย กุ๊กๆ ๆ (หม่ำทำเสียงนกร้อง) นกเยอะมาก นั่นแหละครั้งแรกที่ได้นั่งคุยกับโก 

 ช่วงนั้นสมัยถ่ายเมอร์เด้อเหรอเลย เห็นหน้าพี่วิศิษฏ์ก็ปิ๊งเลยว่าต้องเป็นพี่ คุยกับใครไม่ได้แล้ว ทั้งภาพ ทั้งสี ทุกอย่างมันตรงกัน คิดในใจว่าฟ้าทะลายโจรกับแหยมสโสธรมันต้องมาอยู่ด้วยกัน

 วิศิษฏ์: (หัวเราะ) 

 หม่ำ: เขาจะเอาหรือไม่เอาเรื่องของเขา ปรากฏว่าเขาเงียบหายไป 3 เดือน เรานึกว่าเขาตัดหนังเมอร์เด้อเหรออยู่ แล้วก็เอาโครงหนังมาให้ดู หลังจากนั้นอีกไม่นานเขาก็มาบอกว่า พี่หม่ำ เน็ตฟลิกซ์เขาซื้อแล้ว! แล้วก็มาสานต่อบทกันทีละนิดๆ 

 ข้ามฟากมาฝั่งวิศิษฏ์ ใน 3 เดือนนั้นคุณทำอะไรต่อจากเรื่องที่หม่ำเล่าบ้าง

 วิศิษฏ์: ก็ไปนอนก่ายหน้าผาก (หัวเราะ)

 หม่ำ: งานใหญ่มาก

 วิศิษฏ์: กลุ้มใจว่ากูจะทำได้รึเปล่าเนี่ย เราก็สูงวัยแล้วล่ะ ไม่คิดว่าจะทำหนังแอกชันอีก เพราะเคยทำแล้วเหนื่อยมาก แต่พอพี่หม่ำเล่าให้ฟังมันดันเห็นภาพชัด

 หม่ำเล่ายังไง

 หม่ำ: (หัวเราะดัง) เล่นให้ดูเลย! วันนั้นปิดกล้องเมอร์เด้อเหรอ ทีมงานเกือบร้อยคนนั่งดูผมพรีเซนต์ เล่นกลางร้านเลย ยิงปืน ร้องเพลง เขาคงจะคิดภาพตามว่าผมกำลังทำอะไร 

 เห็นภาพตัวเองเป็นโกหว่าแต่แรกเลยเหรอ

 หม่ำ: คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นโกหว่า เพราะหนังเรื่องนี้ต้องมีทั้งฮา ทั้งเศร้า ทั้งความรักปนในนั้นด้วย 

 ถ้าเอาเรื่องของโกหว่าจริงๆ โอ้โห เข้มข้น แอกชันดุเด็ดเผ็ดมันมาก ตั้งแต่โกเป็นวัยรุ่นช่วงหลังสงครามโลก ใครอยู่ได้อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ต้องตาย เครียดเกินไป ผมว่าเอาอ้างๆ อิงๆ ดีกว่า เล่าเรื่องน้ำใจ ความรักของโกหว่าที่มีต่อคนใต้ ให้เขารู้ว่าโกหว่าไม่ได้เป็นเสือธรรมดา แต่เป็นเสือที่มีน้ำใจ

 วิศิษฏ์ขายยังไงให้เน็ตฟลิกซ์ซื้อ

 วิศิษฏ์: เราเห็นภาพที่พี่หม่ำเล่าชัดมาก เขาเล่าถึงฉากที่ยิงกันตอนจบ ใบไม้สีๆ ร่วงหล่น เป็นฉากตายที่สวย ก็เลยตัดสินใจลองเอาไปขายเน็ตฟลิกซ์ โดยเอาตัวอย่างหนังฝรั่งมาตัดต่อแล้วใส่เพลงเขาชุมทองลงไป แค่นั้นเอง โดยที่ยังไม่รู้เรื่องย่ออะไรเลย

 หม่ำ: เป็นที่มาของหม่ำคิด วิศิษฏ์ทำเนี่ยแหละ

 หม่ำยังรู้จักโกเด๊ะ วิศิษฏ์เล่าวันแรกที่เจอโกหว่าให้ฟังหน่อย

 วิศิษฏ์: เกร็งๆ เพราะว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เท่มาก ใจเย็น แล้วก็เล่าเรื่องสมัยก่อนด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ แต่เรื่องมันโหดมากนะ (หัวเราะ) แล้วก็เอาปืนมาให้ดู กระบอกยาวมาก เราลองจับลองยกดู นี่แทบจะยกไม่ขึ้นหนักมาก แสดงว่าคนสมัยก่อนต้องแข็งแรงถึงยิงกันได้ เป็นคนจริง เป็นนักเลง ไม่งั้นอยู่ไม่รอด 

 หม่ำ: ที่ท่านเอามาให้ดูน่าจะเป็นปืนคู่กายนะ ผมว่าถ้าเขาอยู่คนเดียวก็ต้องคิดถึงวันเก่าๆ บ้าง

 ต้องขออนุญาตโกหว่าไหมว่าจะเอาชีวิตไปทำเป็นหนัง

 หม่ำ: ต้องบอก นั่งคุยเบื้องต้นเลย พ่อเขาหัวเราะแหละ เออ ถ้าหม่ำเป็นพ่อก็คงจะสนุกดี เอาเลย ตามสบาย (หม่ำเลียนเสียงโกหว่า)

 หม่ำมีวิธีฝึกภาษาใต้ยังไง

 หม่ำ: พื้นเพเคยอยู่ใต้มาก่อนแล้ว 50% คือชัวร์แน่นอน อันไหนที่ไม่ชัดเจน คำนี้ออกเสียงต่ำเสียงสูง ก็มีโค้ชสำเนียงถิ่นดูแลหน้าเซต เป็นคนนครที่ประกบทุกไดอะลอกของผมกับพระเอก เพราะนักแสดงคนอื่นเป็นคนใต้หมดเลย แต่คนละสำเนียง แล้วก็มีนิกกี้กับนัท มีเรีย คอยช่วยบอกว่าพูดแบบนี้นะๆ ม้ายด่ายๆ อันนิต้องออกเสียงสู๊ง! (หม่ำทำเสียงเลียนแบบนิกกี้)

 เรารู้อยู่แล้วว่าโกหว่ามีตัวตนจริง แต่ตัวละครลูกบุญธรรมมีตัวตนจริงด้วยมั้ย

 หม่ำ: ไม่ๆ ตั้งชื่อขึ้นเองเลย โกหว่า ทุ่งสงมีจริง จง ลานสกา ญาดา นบพิตำ ดำ สิชล มนต์ ร่อนพิบูลย์ ชื่อจะคล้องจองกันมาก

 มันแล่นมาในสมองหมดแล้ว เวลาคิดอะไร โครงสร้างจะมาทั้งหมด ใครคู่ใคร ใครรักกับใคร ใครเกลียดใคร มาหมดเลย หนังที่ทำส่วนใหญ่จะเกิดจากไอเดียเหล่านี้ก่อน พอนึกออกแล้ว ดาราก็แล่นมาทีละคน พวกนี้แทบไม่ต้องแคสต์

 หม่ำเลือกเองเลยเหรอ

 หม่ำ: เอ๊อ นิกกี้คนแรกเลย! ไม่ต้องแคสต์ มาวันแรกก็ปวดหัวแล้ว พี่วิศิษฏ์จะเอาอยู่รึเปล่า มันบ้าอยู่คนเดียว 

 นั่นสิ วิศิษฏ์กำกับนิกกี้ยังไง

 วิศิษฏ์: (หัวเราะ) ไม่ต้องกำกับอะไรมาก เพราะว่าเขาเป็นคนน่ารักนะ แต่เขาจะล้นๆ รั่วๆ เราก็ปล่อยเขา แล้วเดี๋ยวเราก็มาตัดเอา

 หม่ำ: ตัวร้ายก็ไม่ต้องคิดเลย บ่าววี จบ แม้ตัวจริงเป็นคนนอบน้อม มีมารยาท แต่หนังเรื่องนี้ต้องเป็นคนร้ายลึก เห็นแต่ตัว แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย มันพรากความรักของคน 2 คน แต่เราไม่ได้ให้อภัยมัน เจ็บใจเกือบ 30 ปี ชีวิตกูพังหมดเพราะมึง

 ทำไมพระเอกต้องเป็น แบงค์ ธิติ

 หม่ำ: ก็นึกกันนานนะ 

 วิศิษฏ์: หามาได้นาทีสุดท้าย เพราะไม่มีนักแสดงชายที่พูดใต้ได้ แล้วแบงค์ก็ไม่ใช่คนใต้ แต่พอติดต่อไปปรากฏว่าพ่อเขาเป็นคนใต้ แม่เขาเป็นคนอีสานเลยย้ายไปอยู่ขอนแก่น เขาก็ฝึกพูดกับพ่อ ตั้งใจมาก ตอนแรกพี่หม่ำก็กังวล

 หม่ำ: กังวลมาก เราก็เคยดูหนังเขาตั้งแต่เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ เอ๊ พี่วิศิษฏ์จะไม่เหนื่อยเหรอ เหนื่อยกับผมก็พออยู่แล้ว ต้องเป็นห่วงไอ้นี้อีก แล้วเอานัทมีเรียมาเล่นด้วยอีก ตอนนั้นเราไม่รู้ว่านัทมีเรียเป็นคนนคร เราก็ปวดหัวว่าเขาคิดอะไรอยู่วะ สุดท้ายมีคนบอกว่านัทเป็นคนใต้ พูดชัดเป๊ะกว่าเพื่อนเลย

 คิดว่าทำไมประเทศไทยไม่ค่อยมีหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับคนใต้ ส่วนใหญ่จะมีแต่หนังภาคอีสาน พูดอีสานซะเยอะ

 หม่ำ: นายทุนเขาก็เสี่ยง ตอนพูดอีสานเขาก็ไม่เอา แหยมยโสธรเขาก็ไม่เอา ผมก็ดันทุรังจนได้

 วิศิษฏ์: พี่หม่ำเป็นคนเริ่มต้นที่ทำให้หนังอีสานแมส เมื่อก่อนมันเฉพาะกลุ่มมาก จะมีเรื่องลูกอีสานที่พูดทั้งเรื่อง แต่ก็น้อยมาก แหยมเป็นเรื่องเดียวที่พูดอีสานทั้งเรื่องแล้วดังเป็นวงกว้าง

 หม่ำ: หนังพูดใต้ก็มีแต่ของพี่เอกชัยที่เป็นหนังฉายโรง งั้นเราพูดช้าลงหน่อยมั้ยให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้น คำไหนที่ลึกเกินก็เลี่ยงไป

 จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกคุณที่อยากทำหนังพูดภาษาใดภาษาหนึ่งทั้งเรื่องคืออะไร

 หม่ำ: ถ้าเป็นหนังอีสานก็ต้องพูดอีสาน ถ้าเป็นหนังโคราชก็ต้องพูดโคราช หนังเพชรบุรีก็ยังไม่มีใครทำ กูเล่าให้มึงฟัง มึงไม่เชื่อก็เรื่องของมึง (หม่ำพูดเลียนสำเนียงคนเพชรบุรี) เห็นไหม ทุกที่มีเอกลักษณ์ 

 หม่ำพูดได้ทุกสำเนียงเลยเหรอ

 หม่ำ: เราคนไทยไง เราต้องรู้สิ บ่ต้องมาอู้หรอก อู้บ่าจ้าง (หม่ำเลียนสำเนียงเหนือ) ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง ก็ต้องชำนาญกับมันด้วย จนมาถึงตกผลึกสุดท้ายว่า พี่ ยังไงผมก็ต้องขอเป็นภาษาใต้ ไปนั่งคุยกับเน็ตฟลิกซ์ เขาก็ถามว่าทำไมต้องเป็นภาษาใต้ เราก็ยืนยันกับเขาว่าก็เป็นหนังใต้ ถ้าไม่ทำก็ไม่ทำ เราไม่เอา 

 วิศิษฏ์: จริงครับ ตอนแรกผมกังวลว่าถ้านักแสดงพูดใต้ไม่ได้จะเล่นแล้วเกร็ง แต่พี่หม่ำยืนยัน เพราะหนังต่างประเทศก็เน้นตรงนี้มาก ใครเล่นเป็นชาวไอริชก็ต้องฝึกสำเนียงไอริช ประเทศไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ กลัวว่าทำแล้วคนไม่ดู แต่ถ้าเราทำให้ฟังรู้เรื่อง คนก็จะดู

 แล้วมันเป็นหนังใต้ ให้พูดกลางก็แปลก พี่หม่ำพยายามเซตมาตรฐานนี้

 หม่ำ: มันก็บอกอยู่ว่าเขาชุมทองคะนองชุมโจร เขาชุมทองอยู่ที่ไหนล่ะ แหยมยโสธรจะมาพูดใต้ก็ไม่ใช่ แหยมสันทรายก็ต้องพูดเหนือไม่ใช่เหรอวะ พี่วิศิษฏ์เขาก็เห็นด้วย

 การมีนักแสดงที่มีเซนส์ของความเป็นผู้กำกับอย่างหม่ำ ทำให้วิศิษฏ์ทำงานง่ายขึ้นไหม

 วิศิษฏ์: พี่หม่ำไม่มีปัญหาเลย เพียงแต่เรากังวลเองว่าจะทำหนังออกมายังไง เพราะนี่คือหนังของพี่หม่ำ หนังของบั้งไฟฟิล์ม ปกติเราทำหนังตัวเอง นี่เราต้องทำให้เขา แล้วจะถ่ายทอดได้ตรงใจเขาไหม ปรึกษาตลอดว่าชอบไหม พี่หม่ำเขาก็ให้เกียรติเรา ไม่ค่อยยุ่ง

 หม่ำ: ผมรู้สึกได้ว่าชัด เป๊ะ ผมคิดถูกแล้วที่คุยกับพี่วิศิษฏ์ เพื่อให้แหยมกับฟ้าทะลายโจรมาเจอกัน

 วิศิษฏ์: เขาเป็นครีเอเตอร์นะครับ คิดเยอะมาก มีเล่าให้ฟังอีกเยอะ จนพี่มดแฟนพี่หม่ำบอกว่าเอาเรื่องนี้ก่อน พูดไป 5 เรื่องแล้ว (หัวเราะ)

 การทำหนังทำให้คุณ 2 คนสนิทกันมากน่าดูเลย

 หม่ำ: ผมไม่เคยรู้จักพี่วิศิษฏ์นะ ต้องให้คนเสิร์ชดูเพราะไม่มีโทรศัพท์ เราอาจจะเคยเจอแล้วแต่ไม่ได้คุยกัน ยกมือไหว้แล้วแต่ไม่รู้ว่าใคร 

 หม่ำชอบอะไรในหนังวิศิษฏ์

 หม่ำ: ชอบตัวตนของเขา ชอบวิธี ชอบภาพ คิดได้ยังไงว่าซีนนี้น่าจะใช้ดอลลี เราคิดแค่ว่าตั้งกล้องก็น่าจะอยู่แล้วนะ เพราะเราเคยชินกับหนังตลก ทุบโป๊ะฮาแล้วก็จบกัน หนังไม่จำเป็นต้องสวย แค่ก๊ากก็จบ ไม่ต้องสลับซับซ้อน 

 ใครเป็นคนตั้งต้นคิดเรื่องการใช้เทคโนโลยีในหนังเรื่องนี้

 หม่ำ: ผมทำไม่เป็น ไม่ชอบอยู่แล้ว แล้วใครล่ะ ต้องพี่วิศิษฏ์ 

 วิศิษฏ์: ด้วยเนื้อเรื่องและฉากแอกชันที่พี่หม่ำต้องการมันทำจริงยาก ถ่ายบนรถไฟจริงก็ใช้เงินมหาศาล เหนื่อยมาก งานหนัก ก็เลยต้องใช้เทคนิคมาช่วย 

 เทคนิคทุกวันนี้ไม่ได้มาเพื่อทำให้หนังดูยิ่งใหญ่ แค่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น รถไฟทั้งเรื่องแทบจะไม่มีถ่ายจริงเลย เซตในสตูบ้าง CG บ้าง

 หม่ำ: ขนาดตอนถ่ายอยู่ พอเขาลองเอามาแมตช์ให้ดู แม่งโคตรเหมือนเลยว่ะ เก่งมาก เก่งจริงๆ

 พูดถึงตัวละครลับที่โผล่มาเซอร์ไพรส์คนดูกลางเรื่องหน่อย

 หม่ำ: โอ้โห ต้องยอมพี่วิศิษฏ์เลย เขามาเล่าให้ฟังว่าอยากให้คนขายวัตถุระเบิดเป็นน้าค่อม ใจตรงกัน เรานึกอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แล้วเสียงจะทำยังไงวะ นึกสงสัยว่า พี่ จะทำได้เหรอ พี่วิศิษฏ์บอกว่าทำได้ 

 ทำไมถึงต้องเป็นน้าค่อม

 วิศิษฏ์: เราอยากใส่ตัวละคร Easter Egg เซอร์ไพรส์คนดู พูดถึงตลกก็ต้องน้าค่อมที่คนยังรัก คนยังคิดถึงอยู่ 

 เราไม่ได้ใช้ AI นะครับ เราใช้คนที่ใกล้เคียงน้าค่อมมาแสดง แล้วค่อยใช้คอมพิวเตอร์เพนต์ทีละเฟรมให้หน้าเหมือนน้าค่อม

 คนดูอาจจะจำภาพน้าค่อมยุคปัจจุบัน แต่เราตั้งใจจะทำเป็นน้าค่อมยุครุ่งเรือง คือยุคแสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า กลัวคนจะนึกว่าถ่ายไว้นานแล้ว เราไม่อยากให้รู้สึกอย่างนั้น 

 หม่ำ: ตอนถ่ายก็กังวล เอาใครก็ไม่รู้มาใส่วิก มันจะเป็นค่อมได้ยังไง ทรงใกล้เคียงจริง แต่นึกไม่ออก แต่ไม่กล้าถาม

 วิศิษฏ์: ดราฟต์แรกพี่หม่ำบอกว่าเสียงน้าค่อมต้องหนักกว่านี้ เราก็แก้อยู่หลายครั้ง

 หม่ำ: เวลาแกพูด แกพูดเต็มปอด เสียงดัง ไอ้สัตว์! ไอ้เหี้ย! หัวเราะอุวะฮ่าฮ่า! (หม่ำเลียนเสียงน้าค่อม) นี่คือเสียงของเขา

 แสดงว่าเวอร์ชันนี้คือเวอร์ชันที่หม่ำให้ผ่านแล้วว่าเหมือนจริง

 หม่ำ: เหมือน คิดถึงเลยแหละ น้ำตาไหลเลย คิดว่าค่อมตายแล้วเหรอ บางทีดูหนังเขาที่ฉายตามช่องต่างๆ รู้สึกเหมือนเขายังอยู่ ไม่รู้จะพูดยังไงดี

 วิศิษฏ์: น้าค่อมเป็นนักแสดงที่คนดูคิดถึง พอหนังจบเราก็ขึ้นอุทิศให้ เพราะเราอยากจะเชิดชูบุคลากรนี้ ซึ่งเคยให้ความสุขกับคนดูอยู่ เชื่อว่าคนจะยังคิดถึงเขา

 ทั้งคู่มีประสบการณ์ทำหนังมาเยอะมาก ทุกวันนี้ยังกลัวผลลัพธ์ของคนดูตีกลับอยู่อีกไหม

 หม่ำ: ถ้าหนังเน็ตฟลิกซ์เราไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าหนังโรงเรากลัว (หัวเราะ) เพราะเน็ตฟลิกซ์คนดู 190 กว่าประเทศ ไม่ต้องดูเยอะหรอก ประเทศสัก 500,000 คนพอ แต่ในโรงนี่สิ ถ้าอาทิตย์แรกไม่ได้ 500,000 คน ถึงตายแล้วนะ

 วิศิษฏ์โดดเด่นมากเรื่องการใช้เทคนิคหวือหวาในภาพยนตร์เกือบทุกเรื่องของตัวเอง ทำยังไงให้คนยังว้าวกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของคุณเสมอ

 วิศิษฏ์: ตอนทำก็ไม่ได้ตั้งใจให้คนว้าวหรอก แค่จะแกะภาพในหัวของพี่หม่ำออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว แค่อยากให้พี่หม่ำถูกใจ เพราะว่านี่คืองานของเขา 

 เมื่อก่อนเราทำโฆษณา เราก็ทำให้ลูกค้าถูกใจ นี่ก็เหมือนกัน เราไม่ได้ตั้งใจอยากใช้เทคนิคนี้ หรือตื่นเต้นกับมันมาก เราแค่อยากใช้เทคนิคนี้ทำภาพอย่างที่เขาต้องการ

 คุณยังหมั่นศึกษาหาเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในหนังอยู่ไหม

 วิศิษฏ์: ศึกษาครับ เราชอบดูเบื้องหลัง ทดลองอะไรไปเรื่อย แต่เรื่องนี้เปิดโอกาสให้เราทำ เพราะมันต้องยิ่งใหญ่ ระเบิดภูเขาเผากระท่อมระดับนั้น ผมทำเองไม่ไหว 

 หม่ำ: รู้แหละมันใหญ่ กองถ่ายถ้ามาสายปุ๊บนี่ไม่มีที่จอดรถ เดินไกลชิบหาย รถเป็น 100 คัน ทีมงานเยอะมาก มีทั้งม้า ทั้งวัว ทั้งควาย เอฟเฟกต์ สลิง มีครบ ต้องรีบมาก่อนแล้วไปหาที่นอนรอไว้เลย ไม่งั้นเดินหำโป่งแน่ 

 วิศิษฏ์: เป็นกองถ่ายที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ทำมาในชีวิต เพราะเทคนิคเยอะ ของก็เลยต้องเยอะตาม มันมหากาฬมาก ตกใจเลย รถจอดตั้งแต่บนเขาจนถึงตีนเขา

 ใช้เวลาถ่ายทำกี่เดือน

 วิศิษฏ์: 4 เดือนครับ เตรียมงานอีก 4 เดือน รวมแล้วทั้งหมดปีกว่าๆ

 หม่ำ: ไม่เคยถ่ายอะไรนานขนาดนี้ ไม่เคยถ่ายคิวเยอะขนาดนี้ เยอะมาก

 หลังจากถ่ายทำหนังเรื่องนี้ คิดว่ารักแท้ต้องมีอุปสรรคมาพิสูจน์จริงไหม

 วิศิษฏ์: รู้สึกว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยความรัก ถ้าสมหวังก็ไม่มีปัญหา แต่ความรักในโลกส่วนใหญ่จะไม่สมหวัง จึงเป็นที่มาของเรื่องทุกเรื่องในโลกนี้ ถ้าพระเอกนางเอกรักกันแต่งงานกัน ก็จบ แต่อุปสรรคก่อให้เกิดเรื่องราว เกิดสงคราม รวมถึงเพลง หนัง เกือบทั้งหมดก็เกิดจากความรักไม่สมหวัง

 เป็นสาเหตุให้เขาชุมทองคะนองชุมโจรจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเหรอ

 หม่ำ: บอกเขาตั้งแต่ทีแรกแล้ว พี่วิศิษฏ์ ผมอยากให้ตายหมดนะ 

 วิศิษฏ์: เขาบอกว่าทำให้หัวเราะแล้วก็ร้องไห้ตอนจบให้ได้ นี่คือโจทย์ของพี่หม่ำ

 หม่ำ: เห็นอย่างนี้ ดรามาเราก็มีเยอะนะ นากรักมากม๊ากมากซีนสุดท้ายก็น้ำตาไหลนะ เคยคิดจะทำเหมือนกันหนังดรามา แต่คนจะเชื่อเราหรือเปล่า มีอีกเรื่องหนึ่งที่คิดไว้ก็ตายหมดเลยเหมือนกัน ถ้าหนังไม่มีรอยยิ้มเลย หดหู่รันทดตั้งแต่หัวจนถึงเท้า คนจะเชื่อไหมว่าหม่ำกำกับ

 วิศิษฏ์: จริงๆ พี่หม่ำเป็นคนเซนซิทิฟ สังเกตว่าหนังพี่หม่ำจะเป็นหนังตลกที่มีเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ตลกมุกต่อมุก มีที่มาที่ไป มีตอนต้นตอนจบ มุกเป็นแค่ระหว่างทางเท่านั้นเอง

 จริงไหม ที่เขาว่ากันว่าปีนี้เป็นปีทองของหม่ำ มีทั้งหนังโรง หนังเน็ตฟลิกซ์ ทำหม่ำกับหม่ำฟูดแฟร์ แล้วยังเปิดร้านอาหารอีสานอีก

 หม่ำ: ไม่ใช่ ปีทองผมผ่านมาหลายปีแล้วครับ (หัวเราะ) เราเคยทองกว่านี้! หนังเรื่องนี้ก็มีทอง! ที่สัมภาษณ์อยู่ตอนนี้ก็มีทอง!

 บางทีก็ไม่อยากเชื่อนะพวกพรหมลิขิต โชคลาภ วาสนา เหมือนที่บอกว่าปีนี้ปีทอง ด้วยวัย 60 แซยิดพอดี งานวิ่งชนกันตุ้มตั้มๆ ปฏิเสธไปก็หลายงานนะ แล้วทำไมต้องเป็น 60 ปีล่ะ มีอีก 2 เรื่องที่ต้องถ่ายนะ กำกับเองด้วยเรื่องหนึ่ง อย่างที่บอก หนังที่เล่นก็มีทอง ที่นั่งอยู่ก็มีทอง มันก็น่าคิดเหมือนกันว่าปีทองรึเปล่า

 วิศิษฏ์: คนเราจะมียุคที่ดีที่สุด แต่มันก็เปลี่ยนไปตามธรรมชาติ เพียงแต่เราไม่ได้คิดถึงตรงนั้น เราคิดแค่ว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ ไอ้ความรุ่งเรืองให้คนอื่นเขาพูดถึงเราดีกว่า เราไม่ได้มีหน้าที่มาจัดอันดับตัวเอง 

 
สำหรับพวกคุณ อาชีพผู้กำกับให้อะไรที่อาชีพอื่นให้ไม่ได้

 หม่ำ: ผมเชื่อว่าทุกคนเกิดมาเพื่อสิ่งนั้นนะ ผมยังอิจฉา โน้ส อุดม แต้พานิช เลย เป็นอาชีพเดียวที่ไม่มีใครแย่งเขา ใครก็ทำไม่ได้ เอาไหมล่ะ ไม่มีใครทำได้นอกจาก อุดม แต้พานิช อิจฉาเขามาก อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ผมยังไม่กล้าทำ พูดอยู่คนเดียว 2 ชั่วโมง แล้วต้องทำให้คนอื่นตลกอีก เก่งไม่เก่งก็คิดเอาเอง สุดยอดมาก ขอพูดถึงหน่อยนะ

 หม่ำคิดว่าตัวเองเกิดมาผู้กำกับไหมล่ะ

 หม่ำ: ไม่ ผมเกิดมาเพื่อเป็นคนบันเทิง 

 ผมเป็นคนรักหนัง รักการแสดงตั้งแต่เกิดมา ลิเกนี่ชอบดูมาก อยากเป็นโจ๊กลิเก อยากเป็นตลก ผมเคยเจอล้อต๊อกตอนไปหนังเรื่องครูทิมที่ยโสธร ตั้งแต่ตอนผม 7 ขวบ 8 ขวบ พูดถึงแล้วต้องยกมือไหว้ 

 ผมไปยืนดูเขา แล้วล้อต๊อกมาลูบหัวผม ถามว่ามึงชื่ออะไรวะ ผมบอกชื่อหม่ำ เขาตอบว่าอืม แล้วก็เดินไป มาเจออีกทีตอนอยู่คณะเทพโพธิ์งาม เขาจะเรียกผมว่าพี่หม่ำ ผมจะเรียกเขาว่าพี่ต๊อก ผมถามเขาว่าจำผมได้ไหมตอนเล่นหนังเรื่องครูทิม เขาบอก โอ้ย ไอ้เหี้ย กูถ่ายหนังมาเป็นพันเรื่อง! กูจะไปจำได้ไหม แล้วเราก็หัวเราะกัน

 แล้ววิศิษฏ์ล่ะ

 วิศิษฏ์: นอกจากให้เงินแล้วก็คงเป็นประสบการณ์ เวลาเราตื่นขึ้นมาบนเขาเพื่อจะออกมาถ่ายตอนเช้ามืด ทำให้เห็นสิ่งที่คนบางคนไม่มีโอกาสได้เห็น โมเมนต์นั้นเรารู้สึกเลยว่า เออ เราโชคดี ถ้าให้มาเองเราคงไม่มีโอกาสอยู่ตรงนี้ หรือไปต่างประเทศ อยู่ในจุดที่คนอื่นเขาไม่ได้ไป เรียกว่าเป็นเป็นอภิสิทธิ์ของผู้กำกับ 

 แต่ที่เหลือลำบากฉิบหาย เรื่องดีมีอยู่แค่นี้! (หัวเราะ)

Tags:a dayq and a dayเขาชุมทอง คะนองชุมโจร
Share :
Author
ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์
Photographer
-
‘Witch Hat Atelier’ อารามหลังเล็กของเหล่านักเวทหัดวาด เพราะทุ่มเทและท้อแท้ จึงได้เติบโตและแตกใบ
บันทึกการอ่าน‘Witch Hat Atelier’ อารามหลังเล็กของเหล่านักเวทหัดวาด เพราะทุ่มเทและท้อแท้ จึงได้เติบโตและแตกใบนักเขียน : Nudcha Phongprapat
adidas x Les Mills Live Bangkok 2026 รวมคอมมิวนิตีคนรักการออกกำลังกายมาปลดปล่อยพลัง ใจกลางกรุงเทพฯ
Agendaadidas x Les Mills Live Bangkok 2026 รวมคอมมิวนิตีคนรักการออกกำลังกายมาปลดปล่อยพลัง ใจกลางกรุงเทพฯนักเขียน : อัญชิสา เรืองโรจน์
EMS 40 ปี ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว! ชวนตื่นตาตื่นใจไปกับ Thailand Post EMS RUN 2026 ลุ้นเหรียญสุ่ม E-M-S และโทรฟีตู้ไปรษณีย์
AgendaEMS 40 ปี ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว! ชวนตื่นตาตื่นใจไปกับ Thailand Post EMS RUN 2026 ลุ้นเหรียญสุ่ม E-M-S และโทรฟีตู้ไปรษณีย์นักเขียน : a team