x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

ตามไปวิ่งในที่ที่ ตูน บอดี้สแลม มีความทรงจำอันแสนพิเศษ

หนึ่งในวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของ
ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องนำวงบอดี้สแลม คือวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2553 เมื่อบอดี้สแลมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ชื่อ
‘Bodyslam Live in คราม’ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

จากวันนั้นเวลาเดินหน้ามาเกือบ
7 ปี ตูน บอดี้สแลม กลับมายังสนามกีฬาที่เขามีความทรงจำอันดีอีกหน หากแต่การกลับมาครั้งนี้เขาไม่ได้มาร้องเพลงต่อหน้าแฟนเพลงหลักหมื่น
แต่เขากลับมาวิ่งในงาน NIKE
AIR MAX DAY RUN HOSTED BY NRC BKK

วิ่งร่วมกับคนที่รักการวิ่งกว่า
100 ชีวิต

ทำไมต้องมาวิ่งที่
‘ราชมังคลากีฬาสถาน’

NIKE AIR MAX DAY RUN HOSTED BY NRC
BKK คือกิจกรรมการวิ่งที่จัดขึ้นโดย Nike+ Run Club เพื่อเฉลิมฉลองรองเท้าไนกี้ แอร์ แม็กซ์ ครบรอบ 3 ทศวรรษ ในวัน Air
Max Day โดยหวังชวนเหล่านักวิ่งทั้งขาประจำและหน้าใหม่ออกมาวิ่งด้วยกันในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ
โดยทางไนกี้ ประเทศไทย เปิดโอกาสให้ ตูน บอดี้แสลม เลือกสถานที่ในโอกาสพิเศษนี้
นักร้องหนุ่มคิดหนักไม่น้อยเมื่อได้รับโจทย์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีสถานที่ใดอยู่ในใจเขา

“เราคิดอยู่นาน
สุดท้ายเราอยากวิ่งในสนามราชมังคลากีฬาสถานมาก เพราะเรามีความทรงจำส่วนตัวอยู่ และผมเชื่อว่าคนไทยที่เป็นแฟนเพลงบอดี้สแลมก็มีความทรงจำร่วมกันในสนามแห่งนี้เมื่อตอนคอนเสิร์ต
Live
in คราม ปี 2010 อีกอย่างเรารู้สึกว่าสถานที่นี้ศักดิ์สิทธิ์
นักกีฬาระดับทวีปเอเชีย ระดับโลกเท่านั้นที่ถึงจะได้มาวิ่งในลู่นี้
เตะบอลในสนามนี้ มันค่อนข้างพิเศษสำหรับเรา
ก็เลยบอกทางทีมงานไนกี้ว่าอยากวิ่งที่นี่”

แม้สนามกีฬาแห่งนี้จะมีผู้คนเคยมาวิ่งแล้วมากมาย
แต่ไนกี้ก็ออกแบบเส้นทางวิ่งในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ โดยทุกคนจะไม่ได้วิ่งเพียงรอบสนามหรือในลู่วิ่งเท่านั้น
แต่ยังจะได้วิ่งชอนไชไปภายในตัวอาคารของสนาม นักวิ่งทุกคนจะได้เห็นทุกซอกทุกมุมของสนามชนิดที่ไม่มีใครเคยได้มีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน

เราไปถึงสนามราชมังคลากีฬาสถานตอนตี
5 กว่าๆ บรรยากาศคึกคักกว่าที่คิดแม้ดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่มาทักทาย
นักวิ่งแต่ละคนดูยิ้มแย้มแจ่มใส
และนั่นทำให้เรารู้ว่างานนี้ไม่ได้มาวิ่งอย่างโดดเดี่ยว

วิ่งไปกับใคร

นอกจากเหล่านักวิ่งที่ได้สิทธิ์มาร่วมงานกว่าร้อยชีวิต
ภายในงานนี้ยังมีโค้ชและเหล่าเพซเซอร์
(Pacer) จาก Nike+ Run Club มานำอบอุ่นร่างกายและคอยวิ่งเคียงข้างไปตลอดทาง และนี่ถือเป็นการเปิดตัว Nike
Run Club ครั้งแรก โดยโค้ชเป้ง-สาธิก ธนะทักษ์ และ โค้ชเพนท์-เกยูร เลาหสุขไพศาล

“สิ่งที่ผมชอบมากคือโค้ชของไนกี้ได้ไปเทรนกับมืออาชีพระดับโลกที่ต่างประเทศแล้วได้เอาความรู้ที่ทันสมัย
อัพเดตตลอดเวลาเข้ามาสอนพวกเรา”

“จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่แฟนๆ ไนกี้ที่รอให้มีคลับการวิ่งของไนกี้ จริงๆ
ผมก็รอที่จะมีคลับที่สามารถไปจอยกันวิ่งได้ ไปสนุกกันได้ทุกอาทิตย์ ไปให้โค้ชเก่งๆ
สอน ไปจัดท่าวิ่งของเราใหม่ ไปสังสรรค์กันในหมู่นักวิ่ง
ผมคิดว่าจะเป็นอีกคลับที่ดีที่ตัวผมเองจะไม่พลาดแน่นอน” ตูน บอดี้สแลม พูดถึง Nike+ Run Club ที่จะทำให้เราไม่ต้องวิ่งอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป

โค้ชเป้งบอกว่าเพียงนักวิ่งโหลดแอพพลิเคชัน
Nike+ Run Club มาไว้ในสมาร์ทโฟนแล้วกดเข้าร่วมคลับ
นอกจากเราจะไม่ต้องวิ่งอย่างโดดเดี่ยว
มันยังช่วยทำให้การวิ่งของเราได้ประสิทธิภาพมากขึ้น

“บางคนเริ่มวิ่งอาจจะวิ่งระยะเดิมทุกวัน
แต่การออกกำลังกายมันคือการทำลายกล้ามเนื้อ เราต้องมีเวลาพักฟื้น ซึ่งแอพพลิเคชันจะประมวลผลมาว่าความฟิตเท่านี้ วันนี้ควรวิ่งยาว วิ่งสั้น หรือวิ่งเร็ว แอพก็จะประเมินและปรับโปรแกรมให้เข้ากับเรา”

งานวิ่งนี้พิเศษตรงไหน

วันนี้เป็นอีกวันที่จะไม่มีทางลืม
เหมือน 7 – 8 ปีที่แล้วที่เคยมาเล่นคอนเสิร์ต Live in คราม ที่สนามนี้
ผมคิดว่าจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้เข้ามาวิ่งในสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน
ที่เป็นการวิ่งทั้งในลู่ ข้างนอกสนาม รอบนอก
รวมถึงวิ่งบนอัฒจันทร์ ไปในส่วนที่เราไม่เคยไปมาก่อน ในส่วนที่เขาไม่เคยให้ไป
ผมคิดว่าทุกคนที่มาวันนี้ก็จะไม่ลืม” นักร้องขวัญใจชาวไทยในคราบนักวิ่งพูดถึงความรู้สึกหลังเข้าเส้นชัยบนเวที
ส่วนนักวิ่งคนอื่นๆ ก็ทยอยร่วมสนุกกับบูทต่างๆ ที่ไนกี้เตรียมไว้
ไม่ว่าจะเป็นบูทที่บริการเพนต์แทตทู ทาสีเล็บ บริการทำความสะอาดรองเท้า
รวมถึงบริการอาหารเครื่องดื่มแบบจัดเต็ม

หลังพักเหนื่อย
ตูน บอดี้สแลม ก็เดินขึ้นเวทีให้สัมภาษณ์สบายๆ
และนั่นทำให้เราสังเกตเห็นความพิเศษอีกอย่างคือวันนี้เขาสวมรองเท้าคู่ใหม่เอี่ยมที่เพิ่งวางขายวันนั้นเป็นวันแรก
และเขาคือคนแรกในประเทศไทยที่ได้ใส่ Nike Air VaporMax รองเท้าวิ่งตระกูลแอร์
แม็กซ์ รุ่นล่าสุด

เราวิ่งไปทำไม

สุดท้ายก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อน
นักร้องหนุ่มได้พูดถึงการวิ่งในมุมมองของเขา

“ผมเริ่มต้นการออกกำลังกายเพราะชอบอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ
ผมเล่นกีฬา เตะฟุตบอล ตีปิงปอง ชอบทุกอย่างที่เป็นกีฬา
อยู่กับมันมาเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
แล้วพอโตขึ้นก็ติดส่วนนั้นมาเป็นธรรมชาติ เราก็ไปออกกำลังกายตามปกติ แต่พออื่นคนเห็นว่าเราออกกำลังกาย
เขาก็รู้สึกอยากออกกำลังกายบ้าง มันก็เป็นกำไรจากสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว
ในการที่จะทำให้คนอื่นลุกออกจากโซฟา หน้าทีวี ออกไปวิ่งในหมู่บ้าน อาจจะเริ่มง่ายๆ
สักรอบนึงก่อน ไม่ต้องวิ่ง 400 กิโลเมตรก็ได้ ผมรู้สึกว่าอะไรที่เป็นตัวเองแล้วเกิดแรงกระทบไปหาคนอื่น
เป็นแรงบันดาลใจดีๆ มันทำให้เรามีความสุข”

“แล้วการวิ่งสำคัญยังไงกับชีวิตคุณ”
เราถามเขาก่อนแยกย้าย

“ถ้าเป็นเรื่องปัจจัยภายนอก
การวิ่งมีผลกับงานที่ผมทำโดยตรงเลย การเล่นดนตรี การร้องเพลง การเล่นคอนเสิร์ต
เพราะในแต่ละวันที่ผมขึ้นเวที ผมต้องร้องเพลง กระโดดโลดเต้น อย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง
ใช้สมาธิ ใช้แรง การวิ่งทำให้เราพร้อมจะขึ้นไปข้างบนเวทีอย่างมีคุณภาพที่สุด
นอกจากนั้น เมื่อเราติดการวิ่งการออกกำลังกายแล้ว เราก็จะเสียเวลากับเรื่องพวกนี้
เราจะไม่เสียเวลากับเรื่องอื่นที่ไร้สาระ หลายคนชอบถามว่าผมออกไปวิ่ง
เอาเวลาที่ไหน เห็นงานคอนเสิร์ตเกือบทุกวัน ผมบอกกับคนที่สงสัยว่าทุกคนมีเวลา
เพียงแต่จะทำหรือไม่เท่านั้นเอง”

“การวิ่งให้อะไรเยอะมากกับชีวิต
โดยที่เราไม่ได้คาดหวังว่าการวิ่งจะให้อะไรขนาดนี้ อยากให้ทุกคนลองดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต
ไม่มากก็น้อยการวิ่งจะทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ภาพ ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

Author

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

เจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

นักเรียนฟิล์มที่มาฝึกงานช่างภาพ รักการถ่ายรูป ชอบกินของอร่อย และชอบใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนสนิท คนรัก