Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

ตามไปดูงานโหมโรงก่อนวันชาติของคนรัก Nike Air Max จะกลับมา

บ่ายวันที่
18 มีนาคมที่ผ่านมาบริเวณลานพาร์ค พารากอน ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา ผู้คนจำนวนมากต่อแถวยาวเหยียดบริเวณ
Air Max x Carnival Pop up Store เพื่อรอลงชื่อจับฉลากเพื่อชิงสิทธิ์ในการซื้อรองเท้าผ้าใบรุ่นที่พวกเขารอคอย

แม้รู้ทั้งรู้ว่ารองเท้ารุ่นพิเศษที่ว่ามีจำนวนจำกัด
สุดท้ายแล้วเมื่อประกาศผลจะมีคนผิดหวังมากกว่าสมหวัง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนลดน้อยลงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับมีคนมากมายกว่า 1,500 คน มาลงชื่อ ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละ คือความพิเศษของรองเท้าคู่นี้ที่ไม่ใช่ว่าจะเกิดกับรองเท้าทุกรุ่น

อะไรคือความพิเศษของรองเท้าที่ทำให้คนออกจากบ้าน
ทนร้อน มาต่อคิวรอลงชื่อจับสลาก
อะไรทำให้รองเท้าที่ผ่านกาลเวลามายาวนานยังมีคนคิดถึง บรรทัดถัดจากนี้มีคำตอบ

การกลับมาของ
Nike
Air Max 1 atmos Elephant

หากใครยังจำได้
ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วในวันที่ 26 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวัน Air Max Day มีกิจกรรมพิเศษที่ชื่อ ‘Vote Back’ เอาใจคนหลงรัก Air Max โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมโหวตรองเท้า Air Max รุ่นที่อยากให้ทางไนกี้กลับมาผลิตใหม่อีกครั้งมากที่สุด

ท่ามกลางรองเท้า
Air Max มากมายตั้งแต่รุ่นแรกเมื่อปี 1987 จนถึง 2015
คู่ที่ได้รับผลโหวตสูงสุด ชนะเหล่ารองเท้ายอดนิยมทั้งหลาย คือ Nike Air Max 1
atmos Elephant

คำถามที่น่าสนใจคืออะไรทำให้
Nike
Air Max 1 atmos Elephant ชนะการโหวต-รองเท้าคู่นี้มีดีอะไร

และเราเชื่อว่าหากจะค้นหาคำตอบคงต้องรู้ก่อนว่ารองเท้าคู่นี้พิเศษอย่างไร ย้อนกลับไปเมื่อปี 2006
ไนกี้ได้มีโปรเจกต์พิเศษร่วมกับร้านรีเทลเลอร์ชื่อดังในแดนปลาดิบอย่างร้าน ATMOS ออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษที่ปฏิวัติวงการรองเท้าโดยการเอาลวดลายหนังสัตว์มาอยู่ในรองเท้าวิ่งสุดคลาสสิกอย่าง
Nike Air Max 1

โดย
Hirofumi
Kojima ซึ่งเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟของ ATMOS ซึ่งชื่นชอบ Nike Air Jordan 3 เป็นทุนและเคยเห็นลวดลาย
‘หนังช้าง’ ปรากฏบนรองเท้ารุ่นนั้นมาก่อน
บวกกับประสบการณ์ส่วนตัวที่วันหนึ่งเขาได้ไปเห็นช้างในสวนสัตว์เล่นพ่นน้ำกันอยู่
จึงนำเอาแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาเทใส่รองเท้า Nike Air Max 1 และกลายมาเป็นรองเท้า Nike Air Max 1 atmos Elephant

ด้วยโลโก้ไนกี้ หรือ Swoosh สีฟ้าอมเขียว (Jade)
ตัดกับรองเท้าที่มีลวดลายหนังช้างสีขาวดำ
ชนะใจผู้คนในยุคนั้นและกลายเป็นรองเท้าที่ใครหลายคนตามหา โดยในบ้านเรา ครั้งหนึ่ง
ตูน Bodyslam เคยใส่รองเท้ารุ่นนี้ และทำให้ใครๆ
ต่างตามหามาใส่บ้าง และทันก็ได้ฉายาว่า ‘Air Max รุ่นพี่ตูน’

และคล้ายถูกจัดวางไว้ที่รองเท้ารุ่นนี้กลับมาในวาระสุดพิเศษพอดี
เมื่อเป็นปีที่ครบรอบ
30 ปีนับจากปีแรกที่ Nike Air Max 1 วางจำหน่าย

งานศิลปะที่ตีความจากรองเท้า

หนึ่งในการเปิดตัวที่น่าสนใจของ
Nike
Air Max 1 atmos Elephant คือการชวนนักออกแบบเครื่องประดับสุดเท่ เจ้าของแบรนด์ O Thongthai
Jewellery
อย่าง
โอ๋-จรรยาพร ทองไทย มาสร้างสรรค์งานศิลปะ ผ่านการตีความจากตัวรองเท้า Nike Air Max 1
atmos Elephant

“ก่อนออกแบบเราพยายามรู้เกี่ยวกับตัว Nike Air Max 1
atmos Elephant
ให้เยอะที่สุด เพื่อที่จะพัฒนาต่อ การที่มันกลับมาแสดงว่ามันก็ต้องมีความเป็น
Iconic ความยากคือการที่ตีความออกมาให้คนเข้าใจง่ายที่สุด”
นักออกแบบสาวเล่าจุดเริ่มต้นก่อนออกแบบ

ซึ่งหลังจากการตีความ ผลงานของเธอก็ออกมาสนุกและเท่อย่างที่คิดไว้
เมื่อโอ๋เลือกที่จะนำเสนอผ่านงานคลิปวิดีโอชิ้นพิเศษที่ชื่อว่า ‘Rare Sculp’
ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากพื้นผิวหนังช้างของตัวรองเท้า จึงนำเอามาเพนต์ลงบนตัวนักเต้น
เพื่อที่เวลาเคลื่อนไหวจะเห็นว่าพื้นผิวมีปฏิกิริยาที่มีเสน่ห์ สวยงาม โดยงานนี้เมกอัพอาร์ติสต์สุดป็อบของไทยอย่างแพรี่พายมาช่วยเพนต์จนได้พื้นผิวอย่างที่ต้องการ

“รุ่นนี้คีย์คือหนังช้าง เราเลยเลือกที่จะเพนต์ตัวคนให้เป็นสีที่เข้ากับตัว
Swoosh อย่างสีฟ้าอมเขียวแล้วให้มันแตกเหมือนหนังช้าง
และที่เราเลือกเพนต์บนตัวคนเพราะมันจะมีการโชว์การเคลื่อนไหว
จะได้โชว์ผิวที่แตกของมัน ถ้าอยู่บนสิ่งของมันจะค่อนข้างนิ่ง

“รองเท้ารุ่นนี้เป็น Iconic
Piece ซึ่งเป็นรองเท้าที่อยู่เหนือกาลเวลา
ยังใส่ไปได้เรื่อยๆ ไม่ใช่ใส่ไปได้ปีสองปีก็เก็บเข้าตู้ ที่สำคัญเป็นรองเท้าคู่ที่เราเคยเห็นตอนเด็กๆ
เลยดีใจที่ไนกี้เลือกเราให้มาทำงานคู่กับรองเท้ารุ่นนี้”
โอ๋พูดทิ้งท้ายถึงความรู้สึกที่ได้รับเลือกให้สร้างผลงานชิ้นนี้
ส่วนใครอยากรู้ว่างานของเธอเป็นอย่างไรลองคลิกดูคลิปวิดีโอของเธอได้

โหมโรงก่อนวันครบรอบ
30 ปี
Air Max Day วันชาติของคนรัก Air Max

อย่างที่ว่าไปว่าความพิเศษของปีนี้คือเป็นปีที่ครบรอบ
Air Max Day พอดิบพอดี จึงมีความพิเศษมากมายหลายประการ
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว Air Max รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอย่าง
Nike VaporMax

และที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์คือนิทรรศการศิลปะที่เหล่าศิลปินตีความจากรองเท้า Air
Max แต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารเล่มพิเศษที่ปู-จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์ ได้รับแรงบันดาลใจจาก Air Max 1
Anniversary คอลเลกชันเครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Air Max 1
atmos Elephantของ โอ๋-จรรยาพร ทองไทย รวมไปถึงการเปิดตัวซิงเกิลและมิวสิกวิดีโอใหม่ล่าสุดของวงฮิปฮอประดับไอคอนอย่างวงไทยเทเนียม
ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Air Max 1 Master พร้อมแผ่นเสียงไวนิลพิเศษ 30 ชุดที่ได้รักกิจ ควรหาเวช มาดีไซน์ปก

ดนตรีฮิปฮอปและสตรีทแฟชั่นเกิดมาพร้อมๆ
กัน สำหรับประเทศไทยจะเห็นได้ชัดสุดจากการเต้นเบรกแดนซ์ที่เริ่มเข้ามาในตอนนั้น
และมาพร้อมกับการแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอป บางทีการประกวดแฟชั่นก็มีการนำเพลงฮิปฮอปมาช่วยเสริม
หรือบางทีงานประกวดดนตรีฮิปฮอปก็มีสตรีทแฟชั่นมาช่วยเพิ่มสีสันเช่นกัน
จึงคิดว่าทั้งสตรีทแฟชั่นและดนตรีฮิปฮอปมีมาคู่กันอยู่แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม”
ศิลปินฮิปฮอปขวัญใจใครหลายคนเล่าถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างดนตรีและรองเท้า Air Max”

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจของซิงเกิลใหม่ ไทยเทเนี่ยมบอกว่า
“เราไม่ถึงกับนำเพลงยุค 70 หรือ 80 มาทำเลยซะทีเดียว เราเลือกเพลง สบายดีหรือเปล่า ของ XYZ มาทำใหม่
โดยเปลี่ยนคอนเซปต์ของเพลง
พูดถึงเรื่องราวของเพื่อนที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้วหรือคนที่เรารัก
น่าจะเป็นเพลงที่ฟังง่าย โดนใจใครหลายคน”

นอกจากนิทรรศการศิลปะที่ว่า ยังมีคอนเสิร์ตของศิลปินที่หลงรัก
Air Max มารวมตัว ไม่ว่าจะเป็น Bodyslam,
Potato, Thaitanium, Lomosonic
และกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมายที่เก็บไว้เซอร์ไพรส์ในงาน

โดยงานเฉลิมฉลองจะจัดวันที่
26 มีนาคม นี้ที่ Acmen Ekkamai Complexใครหลงรักรองเท้าผ้าใบโดยเฉพาะ
Air Max ควรไปอยู่ที่นั่นวันนั้น
หากไม่อยากให้ความรู้สึกเสียดายติดอยู่ในใจไปอีกนาน

ภาพ ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

Author

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

เจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพนิตยสาร a day ผู้ชอบกินอาหารที่ถ่าย

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)