x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

Home Sweet Home : เบื้องหลังเกมผีฝีมือคนไทยที่หลอกหลอนไกลถึงต่างประเทศ

27 กันยายนที่ผ่านมา เกมผีสัญชาติไทยเกมหนึ่งได้เปิดตัวต่อตลาดเกมโลก นั่นคือ Home Sweet Home ที่สร้างโดยบริษัท Yggdrazil Group

ความจริงเราเคยเห็นเกมนี้มาตั้งแต่ 2 ปีก่อนแล้ว แต่เกมนี้ค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำเพราะเราไม่ได้ติดตาม จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้ว Home Sweet Home กลับมาสู่สายตาชาวไทยอีกครั้งพร้อมเดโม่สดใหม่ที่หลอนหนักจนสร้างกระแสคึกโครมไปทั่วโซเชียลมีเดีย ก่อนจะวางขายกับผู้ให้บริการจัดจำหน่ายเกมทั่วโลกอย่าง Steam

หลังจาก a team ได้ลองชมแคสต์เกม Home Sweet Home ของนักแคสต์เกมท่านหนึ่ง เราสังเกตเห็นรายละเอียดภายในเกมที่ทำออกมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งภาพที่ลงรายละเอียดราวกับอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ และเสียงประกอบแบบไทยๆ ที่มีกระทั่งเสียงบทสวดมนต์เพื่อเร่งดีกรีความหลอน ส่วนเนื้อเรื่องก็ลึกลับซับซ้อน แฝงด้วยมนตร์ขลังไสยศาสตร์อย่างไทย ด้วยฝีมือทำเกมที่น่าจับตามอง เราจึงตัดสินใจเดินเข้า Yggdrazil Group เพื่อคุยกับ
แซ็ค-ศรุต ทับลอย หัวหน้าโปรเจกต์ Home Sweet Home ถึงเบื้องหลังการทำเกมผีเกมนี้

ด่านที่ 1 : จากบริษัทกราฟิกสู่ผู้สร้างเกมผีสุดสยอง

Yggdrazil Group เป็นบริษัทกราฟิกมากฝีมือ (เคยเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพยนตร์กราฟิก Kingsglaive: Final Fantasy XV ด้วยนะ) ดังนั้น Home Sweet Home จึงเป็นผลงานเกมชิ้นแรกของบริษัทนี้

“ในอนาคต เทคโนโลยี VR กับ AR จะมาแทนที่การทำกราฟิกแบบเดิมๆ เราสามารถเอาพื้นฐานด้านกราฟิกมาประยุกต์ต่อยอดกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ แล้วน้องๆ ในออฟฟิศก็อยากทำเกม เลยคิดว่าเกมน่าจะตรงกับความต้องการของพวกเราที่สุด แต่จะทำเกมได้ แค่ความสามารถด้านกราฟิกคงไม่พอ พอดีว่าเราเรียนจบสาขาภาพยนตร์มา เลยเขียนบทและเนื้อเรื่องของเกมเอง แล้วให้น้องๆ ช่วยกันด่า แก้แล้วแก้อีกตามที่ทุกคนลงความเห็น ส่วนเรื่องโปรแกรมต่างๆ กับเสียงประกอบ น้องๆ ก็ไปหาคนมาช่วยทำจนได้ครบทีม”

ด่านที่ 2 : จากเกมบนมือถือสู่เกมเนื้อเรื่องบนจอ PC

“แรกสุดเราแค่อยากทำเกมเล็กๆ ในมือถือ เพราะเห็นว่าเกมผีในมือถือยังไม่ค่อยมีและเราชอบเกมผี กะจะทำเกมจำลองว่าอยู่ในบ้านผีสิง ต้องแก้ไขปริศนาเพื่อหาทางออก เจอผีหลอกนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็จบ แต่น้องๆ ในทีมแนะนำว่าถ้าเพิ่มเนื้อเรื่องจะสนุกขึ้น เราเลยค่อยๆ เติมและแก้ไขเนื้อเรื่องเรื่อยๆ”

“เราวางแผนจะทำกราฟิกเกมมือถืออย่างดีเลย แต่พอทำจริงแล้วกลับไม่สวยเหมือนที่ตั้งใจ น้องคนหนึ่งลองทำภาพในเกมแบบมือถือกับ PC มาเทียบให้ดู เราเห็นว่า PC ถูกใจเรามากกว่า น้องๆ ก็พร้อมลุยตลาด PC เต็มที่ เลยตัดสินใจลบของเก่าทิ้งหมดเลยแม้จะใช้เวลาทำมา 7-8 เดือนแล้วก็ตาม”

ด่านที่ 3 : รื้อสร้างอีก 2 ครั้งเพื่อตอบรับความคาดหวังของทุกคน

หลังจากรื้อถอนครั้งแรกไป ทีมของแซ็คยังต้องรื้อเกมใหม่อีก 2 ครั้ง ครั้งแรกที่รื้อคือหลังจากนำเกมลงระบบ Greenlight ของ Steam ซึ่งเป็นระบบที่ให้คนมาโหวตว่าเกมนั้นๆ ควรได้ขายกับทาง Steam หรือไม่ นั่นทำให้พวกเขาเห็นความคาดหวังของแฟนเกมที่สูงเกินคาด

“ตอนนั้นคนคาดหวังต่างๆ นาๆ ไม่อยากได้ jump scare (ผีโผล่พรวดมาแบบไม่ทันตั้งตัว) อยากได้เนื้อเรื่องดีๆ พอหันมาดูเกมตัวเอง โอ้โห jump scare เพียบ เนื้อเรื่องก็ยังไม่ดีว่ะ ถึงเสียงตอบรับโดยรวมจะผ่าน Greenlight ได้ แต่เราคิดว่าโปรเจกต์ที่คิดมาไม่รอดแน่ ตอนนั้นประมาณ 1 ปี 3 เดือนแล้ว แต่เราก็ตัดสินใจรื้อใหม่อีกรอบ”

แซ็คและทีมล้มลุกคลุกคลานจนได้เกม Home Sweet Home เวอร์ชั่นจริงในที่สุด พวกเขาตัดช่วงต้นของเกมมาทำเดโม่ปล่อยให้คนลองเล่นเมื่อ 16 พฤศจิกายนปีที่แล้ว และนั่นยิ่งดึงความคาดหวังของแฟนเกมให้สูงขึ้นอีกจนพวกเขาตัดสินใจรื้อเกมอีกรอบ

“ความกดดันบังเกิดเลยตัดสินใจรื้อซ้ำอีกรอบ รวมทีมแก้ไขเรื่องราวใหม่อีก 3 เดือน แต่ยังยึดโครงสร้างเดิมบางอย่างไว้เพราะไม่อยากเริ่มใหม่จากศูนย์ Home Sweet Home ตัวที่เล่นกันอยู่จึงใช้เวลาทำนับตั้งแต่ปล่อยเดโม่จนถึงวันนี้ รวมเวลาตั้งแต่ดราฟต์แรก เราอยู่กับโปรเจกต์นี้มาประมาณ 2 ปีครึ่งแล้ว”

“Home Sweet Home จะเป็นเกมซีรีส์ยาวเหมือน Silent Hill (เกมสยองขวัญสัญชาติญี่ปุ่นที่ยาวถึง 7 ภาค) เราวางไทมไลน์เอาไว้หมดแล้ว จะมีจักรวาลของเกมและมีไทม์ไลน์หลักที่ใหญ่มากแน่นอน แต่ละภาคต้องสมบูรณ์ในตัวเอง แต่ยังค้างคาให้คนอยากเล่นต่อ บางอย่างที่ยังไม่สรุปในภาคหนึ่งก็จะไปเฉลยในภาคต่อไป”

ด่านที่ 4 : ผสานเกมผีในตำนานกับผีไทยให้ลงตัว

หากใครเป็นแฟนเกมผีจะรู้สึกได้ว่า Home Sweet Home มีกลิ่นอายของเกมผีรุ่นเดอะปะปนอยู่ นั่นเพราะแซ็คเองเป็นแฟนเกมผีคนหนึ่งเช่นกัน เกมของเขาจึงได้อิทธิพลมาจากเกม Resident Evil, Silent Hill และ Clock Tower ทั้ง 3 เกมนี้นับเป็นเกมผีต้นแบบให้กับเกมผีรุ่นต่อๆ มามากมาย (และยังเป็นเกมโปรดของเราด้วย)

“เราดึงส่วนดีๆ จากเกมผีอย่าง Resident Evil, Silent Hill และ Clock Tower แต่จะถือปืนยิงผีอย่าง Resident Evil หรือ Silent Hill ไม่ได้เพราะผีไทยเป็นวิญญาณ ถ้าปาข้าวสารเสกไล่ผีก็ตลก ผีไทยต้องกดดันและน่ากลัวจริงๆ เราเลยทำเกมเพลย์ออกมาคล้ายๆ กับ Clock Tower ให้คนเล่นเดาไม่ได้ว่าผีจะโผล่มาที่ไหนหรือเมื่อไหร่ และสิ่งที่คนเล่นทำได้คือหาที่ซ่อนตัว”

ด่านที่ 5 : รายละเอียดต้องเนี้ยบเพื่อประสบการณ์ขนหัวลุกที่สมจริง

“หลายอย่างในเกมเราอ้างอิงมาจากสิ่งที่มีอยู่จริง ผีนางรำเอามาจากเรื่องศาลห้องน้ำที่ลาดกระบัง สถานที่ต่างๆ เราลงพื้นที่ไปถ่ายรูปและขอแปลนสถานที่นั้นมาจริงๆ ทั้งตึกในมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น ตึกศิลปกรรม ลาดกระบัง ตึกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงโรงพักด้วย เสียงบทสวดพระก็อัดมาจริงๆ ตัวละครในเกมก็ใช้น้องในออฟฟิศมาเป็นต้นแบบให้ บางฉากอาจดูของระเกะระกะเกินจริงไปบ้าง แต่เราต้องลดความจริงลงเพื่อสร้างปริศนาและเกมเพลย์ให้ลื่นไหลโดยไม่ขัดหูขัดตาเกินไป”

“เราตั้งใจทำเกมให้คนเล่นรู้สึกเหมือนเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ เราเลยทำเป็นแนว First Person (มองผ่านสายตาของตัวละคร) จะได้กลัวและตกใจสูงสุด รูปถ่ายในเกมจะเห็นหน้าของตัวละครไม่ชัด เพราะมันเป็นตัวละครที่เป็นผู้เล่น ไม่อยากให้ผู้เล่นหมดอรรถรสกับการรู้ว่าตัวเองหน้าตาเป็นยังไง อีกแง่หนึ่ง มันสร้างความฉงนว่าทำไมคนนี้ถึงถูกเบลอหน้า ช่วยให้ดูลึกลับดี”

ด่านที่ 6 : ทดลองเล่นเกมกว่า 200 ครั้งเพื่อหาข้อผิดพลาด

“หลังจากตัวเกมต้นแบบออกมา ทีมเราต้องลองเล่นเกมกันเองก่อนเพื่อดูว่าเกมสนุกมั้ย คนเล่นจะหัวร้อนหงุดหงิดมั้ย ต้องเล่นให้หลากหลายแบบที่สุดเพื่อหาข้อผิดพลาดในเกม แล้วมานั่งจดรายงานความผิดพลาด ทำให้ต้องเล่นซ้ำหลายรอบ อย่างเราเล่นไปประมาณ 200-300 รอบ เล่นวันนึงเป็นสิบรอบ เราเล่นเกมนี้ทุกวัน ตอนกลางคืนกลับบ้านก็ต้องเล่น มีเวลานอนประมาณ 3 ชั่วโมง ทุกวันเราต้องมีข้อมูลเพื่อมาแก้งาน”

ด่านที่ 7 : ส่งผีไทยสร้างฝันร้ายถึงต่างชาติ

“เราตั้งใจทำ Home Sweet Home ให้วางขายทั่วโลกแต่แรกแล้ว รองรับ 11 ภาษาซึ่งอาจยังไม่เข้าที่นัก ต้องปรับแก้ต่อไป ที่อยากทำขายลงตลาดโลกเพราะเรารู้สึกว่าคนไทยชอบดูถูกคนไทยด้วยกันเอง เราเลยอยากพิสูจน์ให้คนไทยตระหนักว่าเราไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติอื่น ไม่ใช่ยังไม่ทันเล่นก็วิจารณ์แล้วว่าเกมไม่ดี นั่นทำให้โอกาสทำธุรกิจของคนไทยที่จะไปได้ไกลๆ ถูกจำกัดด้วยมุมมองของคนไทยด้วยกันเอง”

ด่านที่ 8 : ต่อสู้กับอุปสรรคยักษ์ที่เรียกว่า ‘เกมเถื่อน’

“อันนี้ปวดใจ แต่เรารู้อยู่แล้วว่าต้องมีคนปล่อยเกมเถื่อนให้โหลดฟรี โปรแกรมเมอร์เก่งแค่ไหนก็ป้องกันไม่ได้ คนชอบอ้างว่าโหลดเกมเถื่อนไปทดลองเล่นทั้งๆ ที่เราก็มีเดโม่ให้โหลดฟรี แต่บ้านเราเห็นการเล่นของเถื่อนเป็นเรื่องปกติ นี่จึงเป็นการต่อสู้กับความคิดของคนให้หันมาเล่นเกมของแท้”

“เราตามกำจัดของเถื่อนได้ไม่หมดหรอก แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เข้าใจหัวอกของเรา เขาช่วยเราต่อสู้ในโซเชียลมีเดีย ทำให้เรารู้ว่ายังมีคนช่วยผลักดันอยู่ หวังว่าการมี Episode 2 จะทำให้คนเล็งเห็นคุณค่าของการซื้อเกมแท้ ไม่สนับสนุนของเถื่อน เพราะนั่นคือการทำลายวงการเกมบ้านเรา ทำให้คนทำไม่มีทุนพัฒนาผลงานต่อไป”

แซ็คและทีมงาน Home Sweet Home ช่วยเตือนให้เรานึกถึงคำพูดของอาจารย์ท่านหนึ่งว่า ‘คนที่เก่งไม่ใช่คนที่ทำสิ่งหนึ่งได้ดี แต่เป็นคนที่อดทนแก้ไขและทำสิ่งนั้นซ้ำๆ’ ในที่สุดความอดทนและการปรับแก้ตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่งจึงทำให้เกมผีฝีมือคนไทยที่น่าจับตามองที่สุดเกมหนึ่งคลอดออกมา

แซ็คมีประชุมเกี่ยวกับเกม Home Sweet Home ต่อหลังจากเราคุยกันจบ เขาทิ้งท้ายสั้นๆ ไว้ว่า “เราล้มลุกคลุกคลานมานาน บางครั้งกดดันจนทีมทะเลาะกันเอง แต่ที่เรายังสู้ต่อเพราะทำมาขนาดนี้แล้ว ถ้าเราทำสำเร็จนี่จะเป็นผลงานของคนไทย เราทุกคนจึงลืมปัญหาเหล่านั้นและมุ่งเน้นเป้าหมายเดียวกัน ทำเกมให้ดีอย่างที่เคยฝันไว้ตั้งแต่เกิดมา”

ภาพ ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์ และ บริษัท Yggdrazil Group จำกัด มหาชน

Author

ทรงกลด ลิมปิพัฒน์

ผู้ดูแลสื่อโซเชียลมีเดียของ a day ชอบเล่นเกม ดูการ์ตูน และมองหาปลาน้ำลึกในอินเตอร์เน็ต

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพนิตยสาร a day ผู้ชอบกินอาหารที่ถ่าย

Related Posts