Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
คนรวยปลอดภัย คนจนข้นแค้นไม่เห็นอนาคต : ว่าด้วย ‘อเมริกา’ มหาอำนาจที่เปราะบางจากโควิด

คนรวยปลอดภัย คนจนข้นแค้นไม่เห็นอนาคต : ว่าด้วย ‘อเมริกา’ มหาอำนาจที่เปราะบางจากโควิด

21/05/2020
Happiness
AUTHOR: ธเนศ รัตนกุล
SHARE:

 โรคระบาดเป็นอุบัติการณ์ที่ท้าทายโครงสร้างทางสังคมระดับโลกปัญหาที่ประเทศใดซุกไว้ใต้พรมก็พร้อมล้นทะลักออกมายังฉากหน้าความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมอาจไม่ใช่เครื่องมือที่มั่นคงที่สุดในการพาสังคมผ่านวิกฤตโรคระบาดเพราะประเทศระดับผู้นำก็ต้องเผชิญภาวะเฉพาะหน้าในระดับรุนแรง

 ขณะนี้สถานการณ์ระบาดฝั่งตะวันออกทุเลาลงตรงกันข้ามกับฝั่งตะวันตกที่ทวีความรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาที่น่าจะเป็นประเทศที่ก้าวหน้าด้านวิทยาการทางการแพทย์และมีระดับเศรษฐกิจระดับแนวหน้า

 หรือแท้จริงแล้วปัญหาเชิงโครงสร้างของสหรัฐอเมริกานั้นเปราะบางเมื่อเผชิญกับวิกฤตสาธารณสุขระดับศตวรรษในชื่อโควิด-19

 

ความเปราะบางทางสังคม

 สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจในอันดับต้นๆ ของโลกแต่กลับมีระบบสาธารณสุขที่ค่อนข้างต่ำไม่ครอบคลุมบุคคลหลายกลุ่มที่มีความแตกต่างทางเศรษฐานะคนรวยมากมักได้รับการปรนนิบัติที่ดีจากวิทยาการทางการแพทย์ที่รุดหน้าส่วนคนจนมักไม่เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานทั่วไปก็เพียงประคับประคองอาการไปวันๆ

 

 จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าสาธารณสุขของอเมริกานั้นSave the rich, leave the poor.
เมื่อเผชิญหน้ากับโควิด-19 ยิ่งทำให้ระบบสาธารณสุขที่เปราะบางอยู่ในระดับเสี่ยงจากอัตราผู้ติดเชื้อที่สูงเป็นอันดับ 1 และพ่วงมาด้วยอัตราผู้เสียชีวิตที่ไต่ระดับต้นๆ ของโลกจำนวนการตรวจคัดกรองของสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นจุดระอุประเทศสหรัฐอเมริกามีการตรวจโควิด-19 เพียง 240,000 รายเท่านั้นหากเทียบกับประเทศเกาหลีใต้ที่มีขนาดเล็กกว่ามีจำนวนประชากรน้อยกว่าแต่ประชาชนเกาหลีใต้สามารถเข้าถึงการตรวจเบื้องต้นได้มากถึง 380,000 ราย

 สิ่งที่เป็นปัญหาคาราคาซังของสังคมอเมริกันอีกมิติคือความเท่าเทียมในการเข้าถึงสาธารณสุขคุณภาพอันเป็นช่องโหว่ที่สุดมีประชากรอเมริกันราว 8 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีความสามารถเข้าสู่ระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐานไม่มีหลักประกันทางสุขภาพและถึงจะมีประกันแล้วแต่ก็ยังไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลอีกทั้งไม่ครอบคลุมค่าตรวจโควิด-19อย่างกรณีชายจากรัฐฟลอริด้าที่แม้เขาจะมีประกันสุขภาพและเข้ารับการตรวจโควิด-19 แต่ประกันแจ้งว่าค่าตรวจนี้ไม่อยู่ในกรมธรรม์ทำให้ต้องควักเงินจ่ายมากถึง 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 45,864.00 บาท) โดยที่บริษัทประกันไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 ขณะนี้มีความพยายามของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) ออกกำหนดให้การตรวจโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกานั้นไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นความก้าวหน้าที่ดีแต่หากมีกรณีผู้ป่วยรายที่อาการหนักต้องการใช้เครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียูค่าใช้จ่ายนี้ผู้ป่วยยังต้องออกเองรัฐไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบทั้งหมดดังนั้นคอนเซปต์ของ Universal Healthcare การดูแลสุขภาพครบวงจรที่รัฐเป็นผู้ดูแลก็ต้องมานั่งดูรายละเอียดกันจริงๆ อีกทีว่าครอบคลุมถึงแค่ไหน

 

คนไร้บ้านที่ไม่มีบ้านให้กักตัว

 กลุ่มคนไร้บ้านเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุดและอเมริกาเป็นประเทศที่มีคนไร้บ้านจำนวนมหาศาลไม่มีแหล่งพักพิงเป็นหลักแหล่งคนกลุ่มนี้ไม่มีที่พึ่งในยามเจ็บป่วยและยิ่งถูกซ้ำเติมเมื่อโครงสร้างทางสาธารณสุขของอเมริกาที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และผู้ป่วย(doctor–patient relationship) ที่ระบุว่าหากทั้ง 2 ฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเป็นไปได้ที่คุณจะมีสุขภาพดีตามมาถ้าป่วยแพทย์ก็รักษาให้คุณพร้อมไปทำงานจึงเกิดความสนิทสนมเชื่อใจเพราะแพทย์รู้ข้อมูลผู้ป่วยในขณะที่ผู้ป่วยก็รู้จักคุ้นเคยกับหมอแต่กลุ่มคนไร้บ้านนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดความสัมพันธ์เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาไม่มีทุนทรัพย์เพื่อเข้าถึงบุคลากรทางการแพทย์คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคอย่างการรักษาระยะห่างล้างมือเป็นประจำอย่าใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นส่วนใหญ่เป็นคำแนะนำที่เหมาะสำหรับทำในที่พักอาศัยแต่เป็นไปได้ยากที่จะทำภายนอก

 มิติที่น่าสนใจคือกลุ่มคนไร้บ้านในสหรัฐอเมริกาล้วนเป็นผู้สูงอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปที่จำเป็นต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอยู่แล้วในยามปกติซึ่งในวิกฤตโควิด-19 พวกเขาจำต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ที่มากกว่าเดิมมีการคาดการณ์ว่าเตียงไอซียูในสหรัฐอเมริกาอาจไม่เพียงพอรองรับและอาจเกิดการครองเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ที่นานขึ้นพ่วงเครื่องช่วยหายใจทำให้สัดส่วนนี้ไปบดบังโรคอื่นๆ ที่ฉุกเฉินเช่นกัน

 

ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาเป็นกลุ่มเสี่ยง

 แม้ทุกคนจะมีโอกาสรับเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ในสหรัฐอเมริกากลับมีสถิติน่าแปลกใจว่าชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอัตราติดเชื้อสูงที่สุดพ่วงมาด้วยความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคเบาหวานโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับปอดนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาส่วนใหญ่ทำงานเกี่ยวกับอาชีพบริการที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและอาชีพส่วนใหญ่มีรายได้ค่อนข้างต่ำเช่นบริการด้านอาหารขนส่งสาธารณะและเจ้าหน้าที่ให้บริการด้านสาธารณสุขแต่ทั้งหมดจัดเป็นอาชีพที่สำคัญ (essential job) อันเป็นรากฐานหลักของสังคมอเมริกันที่ไม่สามารถหยุดงานหรือสร้างระยะห่างทางสังคมได้ยิ่งทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มเสี่ยงในสถานการณ์โควิด-19

 

 จากการวิเคราะห์โดย Harvard Global Health Institute สำหรับกรณี best-case scenario นั้นคาดว่าสถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาอาจกินระยะเวลา 18 เดือนเตียงผู้ป่วยในห้องไอซียูทั่วประเทศจะเต็มไปด้วยผู้ป่วยมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็น best case แล้ว

 อัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ของอเมริกามีมากกว่าประเทศอื่นๆทำให้เมื่อประเมินแบบ worst case scenario ระบุว่าประชากรทั่วสหรัฐอเมริกามีโอกาสติดเชื้อมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลา 6 เดือนซึ่งในขณะนี้ระบบสาธารณสุขของอเมริกามีอัตราเตียงว่าง 36.6 เตียงต่อประชากร 100,000 คน ถ้าในกรณี worst case scenario จะต้องการเตียงมากกว่าเดิมถึง 7 เท่าเพื่อการรองรับผู้ป่วยที่อาจถาโถมเข้ามา

 จากเหตุการณ์นี้จึงมีความพยายามเปลี่ยนโรงแรมหลายแห่งที่ปิดบริการให้เป็นโรงพยาบาลชั่วคราวแพทย์กลับไปให้บริการปรึกษาและตรวจโรคผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านการแพทย์ตรวจโรคระยะไกล (telehealth)

 

 กลุ่มแพทย์ในสหรัฐอเมริกาออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของโดนัลด์ทรัมป์ที่ล้มเหลวในการรับมือวิกฤต ส่วนหนึ่งมาจากการที่ทรัมป์ยกเลิก Pandemic Unit หน่วยรับมือโรคระบาดโดยเฉพาะ ภายใต้การดูแลของ National Security Council ที่จัดตั้งขึ้นในช่วงปี 2014-2016 ในรัฐบาลของบารัคโอบามา ขณะที่โรคอีโบลาระบาดในแอฟริกาฝั่งตะวันตกแต่ถูกตัดงบประมาณและปิดตัวในปี 2018 ในสมัยรัฐบาลทรัมป์แถมยังมีการลดงบประมาณ CDC ในพื้นที่ระบาด 39 ประเทศและมีท่าทีไม่เข้าไปช่วยเหลือประเทศอื่นๆในขณะที่ยากลำบากอย่างจีนในช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบหนัก

 ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนในแวดวงสาธารณสุขจะโจมตีไปยังรัฐบาลทรัมป์ที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการรับมือโรคระบาด

 ทรัมป์อ้างว่าจะสามารถกู้เศรษฐกิจประเทศก่อนช่วงเทศกาล Easter ปี 2021 จะมาถึงซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคระบาดคาดว่าโควิด-19 จะกินระยะเวลาระบาดนานกว่านั้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจึงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และดูเหมือนทรัมป์จะสนใจตัวเลขทางเศรษฐกิจมากกว่าพยายามจัดการการระบาดซึ่งโควิด-19 เองก็มาพร้อมกับการสั่นคลอนความเชื่อมั่นของกลุ่มคนที่สนับสนุนทรัมป์ ที่เริ่มมีท่าทีไม่เชื่อมั่นรัฐบาลทรัมป์อย่างชัดเจน

 การมาเยือนของโรคระบาดระดับโลกในศตวรรษนี้ทำให้ความเปราะบางทางสังคมปรากฏชัดในระดับพื้นผิว

 แม้ไวรัสจะระบาดไม่เลือกหน้าแต่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจะทำให้คนเพียงกลุ่มเล็กที่มีเงินปลอดภัยแต่คนจนอันเป็นคนส่วนมากกลับมองหาอนาคตตัวเองไม่เจอ

 อ้างอิง

  Are Hospitals Near Me Ready for Coronavirus? Here Are Nine Different Scenarios
projects.propublica.org

 Harvard Global Health Institute Projection Shows Virginia Needs More Hospital Bed Capacity
wvtf.org

 Trump disbanded NSC pandemic unit that experts had praised
apnews.com

Tags:อเมริกาสหรัฐอเมริกาสาธารณสุขความเหลื่อมล้ำSci-FineCOVID-19โรคระบาดโควิด-19สวัสดิการ
Share :
Author
ธเนศ รัตนกุล
Photographer
-
เครียดสุดเครียดและเคว้งสุดเคว้ง ความท้าทายของสุขภาพจิตที่มากับโรคระบาด
sci-fineเครียดสุดเครียดและเคว้งสุดเคว้ง ความท้าทายของสุขภาพจิตที่มากับโรคระบาดนักเขียน : ธเนศ รัตนกุล
'ภูมิคุ้มกัน' คือปราการที่มั่นสำคัญสุดท้ายแม้ผ่านพ้นยุค COVID-19 ไปแล้ว
Happiness'ภูมิคุ้มกัน' คือปราการที่มั่นสำคัญสุดท้ายแม้ผ่านพ้นยุค COVID-19 ไปแล้วนักเขียน : ธเนศ รัตนกุล
ทำไมโควิด-19 ระบาดน้อยในทวีปแอฟริกา ทั้งๆ ที่สาธารณสุขเปราะบางมากที่สุดในโลก
Happinessทำไมโควิด-19 ระบาดน้อยในทวีปแอฟริกา ทั้งๆ ที่สาธารณสุขเปราะบางมากที่สุดในโลกนักเขียน : ธเนศ รัตนกุล