x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

วันที่ปลาเข้ามาว่ายในใจผม

“จ๊าบเดินต่อได้แล้ว แม่จะไปซื้อของต่อ”

เสียงเรียกของคุณแม่ของผม
ขณะที่ผมและพี่ชายกำลังยืนมองปลาหลายตัวที่นอนแน่นิ่งอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต
เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจเป็นเพราะความสนใจในเรื่องปลาของผม
ทำให้อดไม่ได้เมื่อเจอปลาในทุกๆ ที่ก็จะอดมองไม่ได้
ผมสนใจปลามาตั้งแต่จำความได้ ผมไม่รู้ว่าผมชอบปลาเพราะอะไร
รู้แต่ว่าที่ผ่านมา ผมมักจะมีความสุขเวลายืนมองคุณพ่อให้อาหารปลาคาร์พ ผมจำชื่อปลาคาร์พของคุณพ่อทุกตัวได้ ผมมักจะชอบใส่เสื้อและใช้ผ้าเช็ดตัวรูปปลา
เดินยิ้มเสมอเมื่อดูปลาในอควาเรียม ในร้านขายปลา หรือแม้แต่ในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ตาม

“ผมชอบปลาครับ”

ครั้งแรกกับการเลี้ยงปลา ผม พี่ชาย และคุณพ่อ ไปที่ตลาดนัดสวนจตุจักร
เราสามคนเดินตรงดิ่งเข้าไปในร้านขายปลาสวยงามร้านหนึ่ง
แล้วพวกเราก็เดินออกมาพร้อมกับถุงพลาสติกที่มีปลาสอดอยู่ 4 ตัว และตู้อีก 2 ใบ
นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีปลาเป็นของตัวเองและได้เลี้ยงปลาอย่างจริงๆ จังๆ
ผมตั้งชื่อปลาสอด 2 ตัวนั้นว่า ‘ครอกเก้’ และ ‘คาราเมล’ แต่ฟ้าคงไม่ได้ลิขิตให้
ครอกเก้ กับคาราเมล อยู่กับผมนาน เหลือเพียงแต่ปลาอยู่เพียงตัวเดียวในตู้ของพี่ชาย
ไม่นานนักเจ้าปลาสีแดงก็เริ่มมีอาการแปลกๆ ให้ผมเห็น
วันนั้นมันได้แต่นอนอยู่กับพื้นตู้ หายใจถี่ๆ เกล็ดก็พองเต็มตัวไปหมด
ผมเริ่มแน่ใจแล้วว่ามันป่วย
แต่ความรู้ที่ผมมีในตอนนั้นไม่พอที่จะสามารถรั้งชีวิตเจ้าปลาสอดสีแดงตัวนั้นไว้ได้
ไม่นานเจ้าปลาตัวนั้นก็จากไป และทิ้งคำถามไว้ให้ผมว่า มันเป็นโรคอะไร เกิดจากอะไร และผมจะรักษามันได้อย่างไร

โตขึ้นมาหน่อย
ผมเริ่มศึกษาหาข้อมูลจากหนังสือบ้าง เจ้าของร้านขายปลาบ้าง
เกี่ยวกับการดูแลรักษาเจ้าปลาจากโรคต่างๆ
เพราะตอนนั้นผมยังใช้อินเทอร์เน็ตไม่เป็น ข้อมูลจึงจะมาจากหนังสือเสียส่วนใหญ่ ไม่นานผมก็ขยับขึ้นมาเลี้ยงปลาทอง
ตอนนั้นผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับปลาทอง ตั้งแต่เรื่องวิธีการเลี้ยงจนไปถึงประวัติศาสตร์ของปลาทอง ปลาทอง 2 ตัวแรกของผม เป็นพันธุ์สิงห์ญี่ปุ่นที่มีลักษณะอ้วนป้อมน่ารัก ตัวหนึ่งสีดำส้ม อีกตัวหนึ่งสีขาว
แล้วปัญหาก็มาเยือนผมอีกครั้ง เมื่อผมให้อาหารชนิดเม็ดลอยน้ำ
เจ้าปลาทั้งสองจึงต้องว่ายน้ำขึ้นมาเพื่อฮุบอาหารและกลืนลมเข้าไป
จนทำให้พวกมันป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และจากผมไปในที่สุด เขาตายอีกแล้ว…

ไม่นานผมก็เริ่มขยับไปเลี้ยงปลาแม่น้ำในบ่อดินที่บ้านของคุณยาย
ครั้งนี้ถึงแม้ว่าผมจะได้เห็นเจ้าปลาเพียงแค่เวลาที่เราให้อาหารมัน
แต่ผมรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตมันจะดูแฮปปี้มากกว่าในตู้มาก
ทั้งกว้าง ทั้งมีสาหร่าย มีแร่ธาตุมากมาย
ยิ่งทำให้ชีวิตและสุขภาพของปลาดีขึ้นไปอีก ผมจึงค่อยๆ ศึกษาเรื่องระบบนิเวศปลาแม่น้ำ
และนำปลาหลากหลายสายพันธุ์มาปล่อยเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างให้เกิดเป็นระบบนิเวศ
เพื่อสร้างความแฮปปี้ให้เจ้าปลา
และครั้งนี้พวกเขาไม่ตายครับ

มาถึงวันนี้
ผมได้รู้ว่าผมไม่ได้อยากแค่เลี้ยงปลาเพียงเพื่อแค่ชื่นชมความสวยงามเท่านั้น
แต่ผมอยากจะรักษาพวกเขาไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้
ผมไม่อยากเห็นเขาตายอีกแล้ว ผมอยากให้เขามีความสุขเหมือนในบ่อดิน และวันหนึ่ง
วันที่ผมได้ไปพบกับ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ท่านมาบรรยายเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ทะเลไทยในปัจจุบัน
หลังจากการบรรยายในครั้งนั้น มีบางอย่างก่อเกิดขึ้นในตัวผม
ผมรู้สึกว่าผมอยากจะปกป้องทะเลและเหล่าปลาทุกๆ ตัวเหมือนอย่าง ดร.ธรณ์

ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมถึงชอบ
ผมถึงรักปลาขนาดนี้ แต่ถ้าหากคุณบังเอิญได้มีโอกาสเห็นพวกเขาเหล่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นในคลอง ในแม่น้ำ ในตู้ ในบ่อ หรือแม้แต่ในทะเลก็ตาม
ผมอยากให้ทุกคนลองหยุด และมองดูพวกเขาเหล่านั้นดูซักหน่อย นอกจากความสวยงามแล้วพวกเขากำลังสื่อถึงการมีวิวัฒนาการของสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมดบนโลกนี้
ที่ทุกสายพันธุ์ได้วิวัฒนาการมาจากพวกเขา ผมอยากจะขอบคุณการจากไปของ ‘ครอกเก้’ และ ‘คาราเมล’ ในครั้งแรก ที่เป็นแรงผลักดันให้ผมศึกษาเกี่ยวกับปลามากขึ้นจนมาถึงวันที่ผมได้มีโอกาสไปพบกับดร.ธรณ์
ธำรงนาวาสวัสดิ์
ทำให้ผมรู้ว่าเส้นทางของความฝันของผมจะมีจุดหมายปลายทางคือการได้เป็น

‘ผู้ปกป้องทะเล และปลาทุกๆ ตัวครับ’

ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย

Author

พสธร ศรีชัยยงพานิช

เด็กชายที่ชอบปลาเป็นและชอบเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ บ้าเพลงวง Scrubb, Plastic Plastic และ Gym and Swim โตขึ้นอยากเป็นศิลปินนักดนตรีที่ทำงานปกป้องทะเลควบคู่กันไปด้วย