<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>meet the dream makers &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/projects/meet-the-dream-makers/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/projects/meet-the-dream-makers/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Oct 2020 06:21:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>THINGG : เฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายของงานคราฟต์แบบไทยๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dreammakers-5/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dreammakers-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 May 2017 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[meet the dream makers]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยพรรณ ธีรชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Discovery]]></category>
		<category><![CDATA[meet the dreammakers]]></category>
		<category><![CDATA[Thingg]]></category>
		<category><![CDATA[เดชา อรรจนานันท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dreammakers-5/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในแบรนด์งานออกแบบที่หยิบความเป็นไทยเข้าไปใส่แล้วสะดุดตาเรามากๆ คือแบรนด์ THINGG ซึ่งมีสินค้าที่ทำจากวัสดุไทยๆ รูปทรงแบบไทยๆ หรือของใช้แบบไทยๆ ที่หยิบจุดเด่นบางอย่างมาปั้นต่อให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่ดูสนุกและร่วมสมัยอย่างประหลาด ไอเดียเหล่านั้นเกิดจากนักออกแบบสองคน เดชา อรรจนานันท์ และ พลอยพรรณ ธีรชัย จาก THINKK Studio ที่ช่วยกันสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาโดยใส่เอกลักษณ์ของความเป็นไทยเข้าไป ตั้งแต่การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ วัสดุที่ใช้ รูปทรงของสินค้าที่คุ้นตาเหมือนของในครัวคุณแม่ เขาและเธอรู้ว่า ความเป็นไทยนั้นเท่เกินกว่าจะอยู่แค่ในเมืองไทย พวกเขาพัฒนาไอเดียนี้จนก่อร่างสร้างแบรนด์ได้อย่างไร ลองอ่านกันนะ ไทยเท่ เดชา : “เราสองคนทำบริษัทออกแบบเฟอร์เจอร์หรือผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ THINKK Studio แล้วก็มีโอกาสได้เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐต่างๆ เช่น ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ซึ่งโจทย์คือเขาอยากให้เราช่วยเข้าไปพัฒนางานฝีมือของชุมชนต่างๆ” พลอยพรรณ : “เราได้เข้าไปออกแบบให้งานฝีมือเหล่านั้นมีราคามากขึ้น จากที่เคยขายได้ 50 &#8211; 100 บาท ก็ไปปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มันขายได้เยอะขึ้น เพราะเรามองเห็นว่างานฝีมือหรือภูมิปัญญาเหล่านี้มันน่าจะขายได้ในราคาดีและคุ้มค่ากว่าที่ชุมชนจะทำเพียงของที่ระลึกเพียงอย่างเดียว คนต่างชาติหรือชาวยุโรปก็จะให้ค่ากับงานฝีมือแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งเราและดีไซเนอร์หลายๆ คนก็เข้าไปช่วยออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้เยอะขึ้น กลายเป็นงานที่ค่อนข้างร่วมสมัยแล้วก็ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แต่กลายเป็นว่าสินค้าที่เราทำก็เหมาะกับตลาดส่งออกหรือชาวต่างชาติมากกว่า ซึ่งชุมชนก็ไม่ได้มีช่องทางที่จะเข้าไปขายในตลาดนั้นได้ จึงทำให้เราเสียดายว่าสิ่งที่ออกแบบมา ชุมชนอาจไม่ได้เอาไปใช้ หรือชุมชนก็ไม่มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากตรงนี้ เราจึงคิดว่าน่าจะทำแบรนด์ขึ้นมาเพื่อช่วยขายของให้ชุมชน คือเรามองว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-5/">THINGG : เฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายของงานคราฟต์แบบไทยๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในแบรนด์งานออกแบบที่หยิบความเป็นไทยเข้าไปใส่แล้วสะดุดตาเรามากๆ คือแบรนด์ THINGG ซึ่งมีสินค้าที่ทำจากวัสดุไทยๆ รูปทรงแบบไทยๆ หรือของใช้แบบไทยๆ ที่หยิบจุดเด่นบางอย่างมาปั้นต่อให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่ดูสนุกและร่วมสมัยอย่างประหลาด ไอเดียเหล่านั้นเกิดจากนักออกแบบสองคน <strong>เดชา อรรจนานันท์</strong> และ <strong>พลอยพรรณ ธีรชัย</strong> จาก THINKK Studio ที่ช่วยกันสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาโดยใส่เอกลักษณ์ของความเป็นไทยเข้าไป ตั้งแต่การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ วัสดุที่ใช้ รูปทรงของสินค้าที่คุ้นตาเหมือนของในครัวคุณแม่</p>
<p>เขาและเธอรู้ว่า ความเป็นไทยนั้นเท่เกินกว่าจะอยู่แค่ในเมืองไทย พวกเขาพัฒนาไอเดียนี้จนก่อร่างสร้างแบรนด์ได้อย่างไร ลองอ่านกันนะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2756.jpg" /></p>
<h3><strong>ไทยเท่</strong></h3>
<p><strong>เดชา :</strong> “เราสองคนทำบริษัทออกแบบเฟอร์เจอร์หรือผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ THINKK Studio แล้วก็มีโอกาสได้เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐต่างๆ เช่น ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ซึ่งโจทย์คือเขาอยากให้เราช่วยเข้าไปพัฒนางานฝีมือของชุมชนต่างๆ”</p>
<p><strong>พลอยพรรณ :</strong> “เราได้เข้าไปออกแบบให้งานฝีมือเหล่านั้นมีราคามากขึ้น จากที่เคยขายได้ 50 &#8211; 100 บาท ก็ไปปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มันขายได้เยอะขึ้น เพราะเรามองเห็นว่างานฝีมือหรือภูมิปัญญาเหล่านี้มันน่าจะขายได้ในราคาดีและคุ้มค่ากว่าที่ชุมชนจะทำเพียงของที่ระลึกเพียงอย่างเดียว คนต่างชาติหรือชาวยุโรปก็จะให้ค่ากับงานฝีมือแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งเราและดีไซเนอร์หลายๆ คนก็เข้าไปช่วยออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้เยอะขึ้น กลายเป็นงานที่ค่อนข้างร่วมสมัยแล้วก็ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แต่กลายเป็นว่าสินค้าที่เราทำก็เหมาะกับตลาดส่งออกหรือชาวต่างชาติมากกว่า ซึ่งชุมชนก็ไม่ได้มีช่องทางที่จะเข้าไปขายในตลาดนั้นได้ จึงทำให้เราเสียดายว่าสิ่งที่ออกแบบมา ชุมชนอาจไม่ได้เอาไปใช้ หรือชุมชนก็ไม่มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากตรงนี้ เราจึงคิดว่าน่าจะทำแบรนด์ขึ้นมาเพื่อช่วยขายของให้ชุมชน คือเรามองว่า ถ้าเราขายได้ เราก็สร้างงานให้คนในชุมชนได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2668.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2708.jpg" /></p>
<h3><strong>ประกอบฝัน</strong></h3>
<p><strong style="background-color: initial;">พลอยพรรณ : </strong>“การสร้างแบรนด์เป็นความฝันของเรามานานแล้ว คือเราเรียนจบด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็อยากจะสร้างแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เป็นของตัวเอง แต่พอมีจุดหนึ่งที่เราทำงานจริงจัง เปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง ก็อยากจะทำงานของสตูดิโอให้มีคุณภาพ โฟกัสที่งานออกแบบเป็นหลัก แต่หลังจากได้มีโอกาสเข้าไปช่วยชุมชน เราก็เริ่มคิดถึงการทำแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง เพราะเราอยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าดีไซน์ที่เราคิดออกมา มันจะขายได้ เลยตัดสินใจทำแบรนด์ THINGG อย่างจริงจัง โดยจะเน้นการผลิตของชิ้นเล็กๆ ก่อน เป็นสินค้าที่เราสามารถดูแลการผลิตเองได้”</p>
<h3><strong>เรียบง่ายและใช้งานได้จริง</strong></h3>
<p><strong style="background-color: initial;">พลอยพรรณ</strong><strong> :</strong> “ปกติแล้วงานที่เราทำจะเรียบง่ายและมีความเป็นไทยเข้าไปผสมอยู่แล้ว ตอนที่คิดทำแบรนด์ THINGG ก็เช่นเดียวกัน คือเรามองเห็นว่าเมืองไทย วัสดุไทยที่มีเยอะมาก งานคราฟต์ก็มีเยอะมาก มันมีวัตถุดิบที่เอามาทำอะไรได้อีกเยอะ ส่วนหนึ่งเราคิดว่าถ้าเราออกแบบงานด้วยวัสดุทั่วไป มันก็จะกลายเป็นของอีกชิ้นหนึ่งในตลาดที่ไม่ได้มีเอกลักษณ์ บวกกับเราเป็นดีไซเนอร์ไทยด้วย ถ้าเราเอาเรื่องหัตถกรรมชุมชนมาใช้ก็น่าจะดี งานที่เราทำก็ได้กลับไปช่วยชุมชนด้วย ให้กลายเป็นคาแรกเตอร์ของแบรนด์ เรามีทั้งผลิตภัณฑ์งานคราฟต์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเข้ามาช่วย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดีทั้งดีไซน์และคุณภาพ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2720.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2672.jpg" /></p>
<p><strong>เดชา :</strong> “ถ้าเราโฟกัสว่าอยากจะแข่งกับเวทีโลก เราก็ต้องสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากงานออกแบบทั่วไปให้ได้ ซึ่งสำหรับงานฝีมือของชาวบ้าน บางทีมันคือการลดทอนงานแค่นิดเดียว ไม่ต้องเย็บหรือสานให้ซับซ้อนแบบที่ชุมชนเคยทำก็สวยแล้ว แล้วก็ออกแบบให้งานฝีมือเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น จากที่เคยเป็นแค่ของฝากหรือของชำร่วย เพราะจริงๆ แล้วคนสมัยก่อนจะใช้เครื่องใช้หัตถกรรมในชีวิตประจำวันกันจริงๆ ซึ่งเราก็จะพยายามออกแบบโดยเติมฟังก์ชันการใช้งานลงไป”</p>
<h3><strong>ทำงานร่วมกับชุมชน</strong></h3>
<p><strong style="background-color: initial;">พลอยพรรณ</strong><strong style="background-color: initial;"> :</strong> “เราคุยกับคนในชุมชนเลยว่าเขามีสินค้าอะไรบ้าง เช่น เดิมทีเขาสานกระเป๋า สานตะกร้าอยู่ เราก็จะมาคิดว่าวัตถุดิบเหล่านั้นจะนำมาทำอะไรได้อีก ซึ่งก็แล้วแต่ชุมชนว่าปกติทำงานฝีมือแบบไหน เช่น บางบ้านที่เน้นเรื่องการทอผ้า เราก็ให้เขาทอผ้ามาส่ง เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นเพื่อประกอบกับส่วนประกอบอื่นๆ อย่างโคมไฟของเรา ที่เกิดจากการสานของใบลาน แต่เดิมของชุมชนทำเป็นรองเท้า เป็นกล่องทิชชู่ คือขายในปริมาณเยอะแต่ได้กำไรนิดเดียว”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2653.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2731.jpg" /></p>
<p><strong>เดชา :</strong> “หลักการคิดออกแบบหรือพัฒนาสินค้าของเราก็จะคิดว่า จะทำอย่างไรที่จะเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้ บางทีให้เขาได้ทำงานน้อยลง เสียวัสดุน้อยลง แต่ได้กำไรมากขึ้นกว่าเดิม คือเราไม่ได้บอกว่าต้องปรับเปลี่ยนอะไร แต่การทำงานกับชุมชนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คือถ้าเราเข้าไปคุยกับ 10 ชุมชน อาจจะมีแค่หนึ่งชุมชนที่เราสามารถร่วมงานกันต่อได้ ทั้งในเชิงคุณภาพของการผลิตแล้วก็ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน”</p>
<h3><strong>ไทยคิด ไทยดีไซน์</strong></h3>
<p><strong>เดชา :</strong> “SARN lamp (โคมไฟสาน) เป็นสินค้าที่เราทำงานร่วมกับชุมชนบ้านทับลานที่จังหวัดปราจีนบุรี เขาจักสานหมวก กระเป๋า รองเท้า จากใบลานอยู่แล้ว ซึ่งใบลานของชุมชนนี้จะมีสีขาว ซึ่งทำให้เรานำไปย้อมสีได้สดกว่าพวกไม้ไผ่ แล้วก็ใช้การย้อมสีใบลานแล้วนำมาสานแบบเล่นสีตัดกัน เกิดเป็นลายแพตเทิร์นใหม่ขึ้นมา”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2725.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2737.jpg" /></p>
<p><strong style="background-color: initial;">พลอยพรรณ</strong><strong style="background-color: initial;"> :</strong> “ความเป็นไทยที่เราใส่เข้าไปในงาน เราไม่ได้ตะโกนออกไปว่าฉันเป็นดีไซเนอร์ไทยหรือฉันมาจากประเทศไทยนะ เราใส่กลิ่นอายเข้าไปเพื่อให้งานออกแบบนั้นมันสนุก ดูไม่เครียด ดูไม่เพอร์เฟกต์ ซึ่งเรามองว่านี่คือคาแรกเตอร์ที่ตรงกับงานออกแบบของเรา คือมันไม่ได้ดูเนี้ยบกริบหรือไทยจ๋า แต่มันมีดีไซน์ที่น่าสนใจ สนุก และก็น่าจะเซอร์ไพรส์ใครหลายคนเมื่อรู้ว่าไอเดียของสินค้าชิ้นนั้นคืออะไรหรือเอาวัสดุมาจากไหนมากกว่า”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_2740.jpg" /></p>
<p><em><strong>meet the dream shop</strong></em></p>
<p><strong>location: </strong>Siam Discovery | 3rd Floor</p>
<p style="text-align: center;"><em>ทุกความฝันเป็นจริงได้เมื่อลงมือทำ โดยวิธีทำของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนอาจจะลองผิดลองถูกลุยกับมันสักตั้ง แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยความฝันก้อนนั้นก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าคนที่คิดฝันเพียงอย่างเดียว พบหลายความฝันที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลงมือทำที่ Siam Discovery</em></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-5/">THINGG : เฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายของงานคราฟต์แบบไทยๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dreammakers-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BRIX Dessert Bar : ชิมขนมหวานหน้าตาชวนกรี๊ด จากเชฟหนุ่มไฟแรงที่เคยทำอาหารไม่เป็นเลย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dreammakers-4/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dreammakers-4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Apr 2017 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[meet the dream makers]]></category>
		<category><![CDATA[นนทวรรธ โรจนศักดิ์ชัย]]></category>
		<category><![CDATA[BRIX Dessert Bar]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[meet the dreammakers]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Discovery]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟนน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dreammakers-4/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครจะไปนึกว่า เชฟนน-นนทวรรธ โรจนศักดิ์ชัย เจ้าของตำแหน่งรางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดทำขนมของนิตยสาร Food Stylist จนกลายเป็นคอลัมนิสต์ พิธีกรรายการอาหาร และเจ้าของร้านขนมหวาน BRIX Dessert Bar นั้นจะเพิ่งฝึกทำขนมครั้งแรกเมื่อ 5 &#8211; 6 ปีที่แล้วเท่านั้น จากการตั้งต้นความคิดเพียงแค่ชอบกินขนมหวานและอยากทำให้เป็น ส่งผลให้เขาสมัครเข้าหลักสูตรทำขนมหวานของ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เขาพยายามฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ใช้เวลาหลังเลิกงานฝึกทำขนมจนดึกดื่น จนทุกวันนี้เขากลายเป็นเชฟทำขนมที่คนในวงการรู้จักและยอมรับในฝีมือ จากคนที่ทำอาหารไม่เป็นเลย ทำให้ช่วงแรกที่เข้าไปเรียนทำขนม เขามักจะโดนเชฟผู้สอนดุอยู่เสมอ เชฟนนหยัดยืนขึ้นมาด้วยวิธีคิดแบบไหน ลองมาอ่านกันเลย จุดเปลี่ยนในชีวิต “เราไม่เคยมีแววเรื่องการเป็นเชฟมาก่อนเลย ดำเนินชีวิตตามเด็กสายสามัญมาโดยตลอด เรียนจบมัธยมก็เรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ พอเรียนจบก็ไปทำงานสายเอเจนซี่ในเฮาส์เล็กๆ สักหนึ่งปี แล้วก็ออกมาเรียนต่อปริญญาโทการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วก็ช่วยทำงานที่บ้านด้วย จุดเปลี่ยนมันเข้ามาตรงที่บริษัทที่บ้านเริ่มอยู่ตัวมากขึ้น เราก็อยากจะเรียนเพิ่มเติมแต่ไม่อยากเรียนสายวิชาการแล้ว สนใจงานออกแบบของสถาบัน TDRI แต่พอเราไปงาน Open House เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นมาก ระหว่างทางที่เราออกจาก TDRI แล้วรถติดข้างๆ โรงแรมดุสิตธานีพอดี หันไปทางซ้ายมือ เจอเลอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-4/">BRIX Dessert Bar : ชิมขนมหวานหน้าตาชวนกรี๊ด จากเชฟหนุ่มไฟแรงที่เคยทำอาหารไม่เป็นเลย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ใครจะไปนึกว่า <strong style="background-color: initial">เชฟนน</strong><strong style="background-color: initial">-นนทวรรธ โรจนศักดิ์ชัย </strong>เจ้าของตำแหน่งรางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดทำขนมของนิตยสาร<br />
<em>Food<br />
Stylist </em>จนกลายเป็นคอลัมนิสต์ พิธีกรรายการอาหาร<br />
และเจ้าของร้านขนมหวาน BRIX Dessert Bar นั้นจะเพิ่งฝึกทำขนมครั้งแรกเมื่อ<br />
5 &#8211; 6 ปีที่แล้วเท่านั้น<br />
จากการตั้งต้นความคิดเพียงแค่ชอบกินขนมหวานและอยากทำให้เป็น ส่งผลให้เขาสมัครเข้าหลักสูตรทำขนมหวานของ<br />
เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เขาพยายามฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ<br />
ใช้เวลาหลังเลิกงานฝึกทำขนมจนดึกดื่น จนทุกวันนี้เขากลายเป็นเชฟทำขนมที่คนในวงการรู้จักและยอมรับในฝีมือ</p>
<p>จากคนที่ทำอาหารไม่เป็นเลย<br />
ทำให้ช่วงแรกที่เข้าไปเรียนทำขนม เขามักจะโดนเชฟผู้สอนดุอยู่เสมอ<br />
เชฟนนหยัดยืนขึ้นมาด้วยวิธีคิดแบบไหน ลองมาอ่านกันเลย </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4600.jpg"></p>
<h3><strong>จุดเปลี่ยนในชีวิต</strong><strong></strong></h3>
<p>“เราไม่เคยมีแววเรื่องการเป็นเชฟมาก่อนเลย<br />
ดำเนินชีวิตตามเด็กสายสามัญมาโดยตลอด เรียนจบมัธยมก็เรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ<br />
พอเรียนจบก็ไปทำงานสายเอเจนซี่ในเฮาส์เล็กๆ สักหนึ่งปี<br />
แล้วก็ออกมาเรียนต่อปริญญาโทการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วก็ช่วยทำงานที่บ้านด้วย<br />
จุดเปลี่ยนมันเข้ามาตรงที่บริษัทที่บ้านเริ่มอยู่ตัวมากขึ้น<br />
เราก็อยากจะเรียนเพิ่มเติมแต่ไม่อยากเรียนสายวิชาการแล้ว สนใจงานออกแบบของสถาบัน TDRI<br />
แต่พอเราไปงาน Open House เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นมาก<br />
ระหว่างทางที่เราออกจาก TDRI แล้วรถติดข้างๆ โรงแรมดุสิตธานีพอดี<br />
หันไปทางซ้ายมือ เจอเลอ กอร์ดอง เบลอ พอเห็นแล้วเราก็ไปสมัครเลยทันที<br />
โดยเลือกเรียนพวกของหวาน เพราะตั้งแต่เด็ก เราชอบกินขนมมาก<br />
ก็เลยอยากทำของหวานที่เราชอบให้เป็น”</p>
<h3><strong>ขยันให้มาก</strong><strong></strong></h3>
<p>“ตอนที่เข้าไปเรียนครั้งแรกเรามีความรู้เป็นศูนย์เลย<br />
เพราะทำอาหารไม่เป็น ไม่เคยทำด้วย<br />
ไปเรียนวันแรกก็โดนเชฟด่าว่าทำไมสิ่งที่เราทำมันน่าเกลียดขนาดนี้<br />
แต่เราก็สนุกกับมันนะ เราเรียนเฉพาะวันเสาร์เพราะต้องทำงานที่บ้านจันทร์-ศุกร์  การเรียนวันเสาร์ทำให้เรามีเวลามากเพื่อฝึกในคลาสคือตั้งแต่ 8 โมงถึงหนึ่งทุ่ม ทุกครั้งที่เรียนเสร็จก็จะกลับไปฝึกต่อที่บ้าน<br />
เชฟไม่ได้บอกให้เรากลับไปฝึกนะ แต่เราอยากทำเอง เพราะเราอยากเก่งขึ้น”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4607u.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4578.jpg"></p>
<p>&#8220;แต่ก่อนร้านหนังสือไม่ใช่จุดหมายของการไปเดินห้างฯ เลย<br />
แต่เมื่อได้เรียน ได้สนใจการทำขนมแล้วมันทำให้เราชอบเดินไปร้านหนังสือ<br />
เลือกซื้อหนังสือทำอาหารและขนมเสมอ พอเห็นเมนูแบบใหม่ๆ เราอยากทำให้ได้<br />
อยากฝึกฝีมือให้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนที่เรียนมันจะจัดอันดับกัน<br />
จากที่เคยเป็นที่โหล่ เราก็กลายเป็นคนที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของคลาสได้<br />
ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเกิดจากการที่เรามีแพสชันให้กับการทำขนมจริงๆ”</p>
<h3><strong>เปิดร้านเพื่อส่งต่อความสุข<br />
</strong><strong></strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4638u1.jpg" style="background-color: initial;text-align: center"></p>
<p>“การเปิดร้านมันต้องใช้ปัจจัยความพร้อมหลายด้าน<br />
ใจจริงเราอยากเปิดร้านนะ แต่มีผู้ใหญ่เคยบอกว่า<br />
อย่าทำให้ความสุขในการทำขนมเป็นสิ่งที่รู้สึกว่าจำเป็นต้องทำ<br />
เพราะเมื่อเปิดร้านแล้ว คุณก็ต้องดูแลเรื่องการเงิน พนักงาน ฯลฯ<br />
จนเราไม่ได้ทำขนมหรือเครียดกับมัน มันเลยเป็นคำที่เรากลัวมาก<br />
โปรเจกต์การเปิดร้านเลยไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างสักทีแม้เราจะอยู่ในวงการทำอาหารมา<br />
5 &#8211; 6 ปีแล้ว”</p>
<p>&#8220;แต่เมื่อเราเริ่มทำงานที่หลากหลายขึ้น<br />
เป็นคอลัมนิสต์ เป็นพิธีการรายการทำอาหาร แล้วก็ประกวดชนะเวทีเล็กๆ มา<br />
ก็เริ่มมีคนถามว่าจะกินขนมจากเราได้ที่ไหน ซึ่งเราไม่ได้ทำขนมวางขายที่ไหนเลย<br />
ก็เลยจุดประกายความคิดเราว่าถึงเวลาที่จะเปิดร้านแล้ว<br />
ประกอบกับครอบครัวก็อยากมีธุรกิจที่แตกออกมาด้วย ก็เลยตัดสินใจเปิดร้านแรกที่ The COMMONS ซึ่งเราก็รู้สึกดีที่ไม่ได้เปิดร้านเร็วกว่านั้น<br />
เพราะเราก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปด้วย เรามองออกว่าขนมแบบไหนที่ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบ” </p>
<h3><strong>พร้อมหรือไม่พร้อม<br />
แค่ต้องลงมือทำ </strong><strong></strong></h3>
<p>“ถ้าเราฟังเสียงคนรอบข้างก็คงไม่ได้เปิดร้าน<br />
เคยได้ยินไหมว่ารอให้พร้อมก่อนแล้วค่อยทำ แต่สำหรับเรา<br />
ถ้ารอจนพร้อม เราคงไม่ได้เปิดร้านสักร้านเลยก็ได้<br />
ตั้งแต่สาขาแรกแล้วที่แม้ว่าเราจะมีเวลาเตรียมตัวตั้ง 3 ปี<br />
แต่ถึงเวลาจริงๆ เราก็ไม่ได้พร้อมขนาดนั้น แต่เราเลือกที่จะลงมือทำไปเลย ค่อยๆ<br />
เรียนรู้ไปกับมันดีกว่า แม้มันจะมีความผิดพลาด เราก็ยังแฮปปี้นะ มันทำให้เราเก่งขึ้นเรื่อยๆ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4587.jpg" style="text-align: center"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4574.jpg"></p>
<h3><strong>ออกแบบขนมให้แตกต่าง<br />
</strong><strong></strong></h3>
<p>“ขนมไม่ใช่ปัจจัยหลักของชีวิต<br />
แต่เราเชื่อว่าการกินขนมคือความสุข ความสุนทรีย์ของอารมณ์<br />
ดังนั้นเราจึงทำร้านขนมให้สวย น่าเข้าไปนั่งกิน หน้าตาของขนมก็ต้องน่ากิน<br />
ทำให้ว้าว! ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการกินขนมครั้งนี้คุ้มค่า<br />
ซึ่งเราก็ออกแบบการนำเสนอเมนูที่เน้นประสาทสัมผัสในหลายๆ ด้าน<br />
เพราะเมื่อเห็นลูกค้ามีปฎิกิริยาที่ดีต่อขนมที่เราเสิร์ฟ<br />
ถ่ายรูปเมนู หรือตื่นเต้นกับจานข้างหน้า เราก็มีความสุขแล้ว<br />
เมนูขนมที่เราออกแบบจะไม่เลียนแบบใคร ทำให้แตกต่างดีกว่า แล้วก็เลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ<br />
ซึ่งเกิดจากการพิถีพิถันทดลองแล้วว่าอะไรดีที่สุด”</p>
<p><strong></strong></p>
<h3><strong>ความสุขของการทำตามฝัน</strong><strong></strong></h3>
<p>“หลายคนบอกว่า<br />
ไม่มีเวลาที่จะทำในสิ่งที่อยากทำหรือสิ่งที่รัก แต่เราว่าไม่จริงหรอก<br />
เราทำงานเกือบทั้งวันแล้ว แต่ก็ฝึกหัดทำขนมหลังเลิกงาน ดังนั้นเราเชื่อว่าถ้าคุณชอบอะไรสักอย่าง คุณจะหาเวลาให้มันได้ คุณต้องทุ่มเทให้มันจริงๆ<br />
แม้การเปิดร้านจะเครียดแค่ไหน พอย้อนกลับไปคิดดูแล้ว<br />
เรารู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องแล้วที่เลือกเปิดร้านในวันนั้น<br />
เรารู้สึกบรรลุเลยนะ เพราะเราเจอสิ่งที่ต้องการทำแล้ว<br />
คือรู้สึกว่าตายไปก็ไม่เสียดาย เพราะเราได้ทำสิ่งที่เรารักแล้ว”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4614u.jpg"></p>
<p><strong>meet the dream shop</strong></p>
<p><strong>location </strong>| <a href="https://www.facebook.com/brixdessertbar/">My Kitchen @ Siam Discovery</a></p>
<p style="text-align: center"><em>ทุกความฝันเป็นจริงได้เมื่อลงมือทำ<br />
โดยวิธีทำของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนอาจจะลองผิดลองถูกลุยกับมันสักตั้ง<br />
แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร<br />
อย่างน้อยความฝันก้อนนั้นก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าคนที่คิดฝันเพียงอย่างเดียว<br />
พบหลายความฝันที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลงมือทำที่ </em><em>Siam Discovery</em></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-4/">BRIX Dessert Bar : ชิมขนมหวานหน้าตาชวนกรี๊ด จากเชฟหนุ่มไฟแรงที่เคยทำอาหารไม่เป็นเลย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dreammakers-4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>URFACE : แบรนด์กระเป๋าที่ทำให้เราพกงานศิลปะไปได้ทุกที่ในชีวิตประจำวัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dreammakers-3/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dreammakers-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Apr 2017 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[meet the dream makers]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[๊Urface]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าสตางค์]]></category>
		<category><![CDATA[ฑีฆาวัฒน์ ปัทมาคม]]></category>
		<category><![CDATA[อารักษ์ อ่อนวิลัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dreammakers-3/</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ว่าแบรนด์นี้จะห่างหายไปถึง 3 ปี แต่เมื่อ โจ๊กเกอร์-ฑีฆาวัฒน์ ปัทมาคม ผู้ก่อตั้งเดิมเจอะเจอกับ ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย ศิลปินที่มีความฝันคล้ายๆ กัน คืออยากจะให้ศิลปะกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ พวกเขาจึงร่วมมือกันสานต่อแบรนด์ URFACE ให้กลับมาทำให้วงการศิลปะคึกคักอีกครั้ง ความสนุกของกระเป๋าแบรนด์นี้คือ เราจะตื่นเต้นเสมอเมื่อเห็นว่ามีงานศิลปะของศิลปินคนไหนอยู่บนกระเป๋าบ้าง การกลับมาในครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเขาเปิดตัวกระเป๋ากว่า 20 ลายซึ่งทำงานร่วมทำงานกับศิลปินไทย 6 คนและศิลปินต่างประเทศระดับท็อปอีก 5 คน และอนาคต พวกเขาจะเปิดร้านเป็นของตัวเองอีกด้วย เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ขายของเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นพื้นที่ให้กับศิลปิน เป็นพื้นที่ให้คนที่สนใจศิลปะ และตั้งใจไว้ว่าวันหนึ่งจะคอยสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ให้สร้างงานศิลปะอีกด้วย สิ่งที่พวกเขาทำนั้นปลุกความตื่นตัวให้กับศิลปินและยังกระตุกความตื่นเต้นให้กับคนที่ชอบงานศิลปะอย่างเราด้วย พวกเขามีความฝันอะไร และลงมือทำแบบไหน เลื่อนลงไปอ่านเลย อยากให้ศิลปะจับต้องได้ โจ๊ก: &#8220;ไอเดียเริ่มจากเวลาเราไปต่างประเทศ เราจะเห็นแกลเลอรี่หรือพิพิธภัณฑ์เยอะมาก ซึ่งเราเป็นคนชอบดูงานศิลปะ เลยคิดจะนำงานศิลปะมาใส่ในสินค้าสักอย่าง มองไปในตลาดก็เห็นเสื้อผ้าเยอะแล้ว เลยคิดถึงกระเป๋า เพราะมันคือสิ่งที่คนพกติดตัวตลอดเวลา แล้วเด็กนักเรียนชายก็ใส่ชุดนักเรียนเหมือนๆ กัน สิ่งที่แตกต่างกันได้คือกระเป๋าสตางค์ ซึ่งกระเป๋าชิ้นหนึ่งก็อยู่กับเขาตลอดเวลา ความแข็งแรงของไอเดียนี้คือมันจะไม่มีทางตัน เพราะงานศิลปะมันเยอะและหลากหลายมาก เลยเกิดเป็นแบรนด์ URFACE คือเรารู้สึกว่ายังไม่มีใครทำแบบนี้เลย ไอ้ความคิดบ้าๆ บอๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-3/">URFACE : แบรนด์กระเป๋าที่ทำให้เราพกงานศิลปะไปได้ทุกที่ในชีวิตประจำวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ว่าแบรนด์นี้จะห่างหายไปถึง 3 ปี แต่เมื่อ <strong style="background-color: initial;">โจ๊กเกอร์</strong><strong style="background-color: initial;">-ฑีฆาวัฒน์ ปัทมาคม</strong> ผู้ก่อตั้งเดิมเจอะเจอกับ<strong style="background-color: initial;"> ต๊อด</strong><strong style="background-color: initial;">-อารักษ์ อ่อนวิลัย </strong>ศิลปินที่มีความฝันคล้ายๆ กัน คืออยากจะให้ศิลปะกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ พวกเขาจึงร่วมมือกันสานต่อแบรนด์ URFACE ให้กลับมาทำให้วงการศิลปะคึกคักอีกครั้ง ความสนุกของกระเป๋าแบรนด์นี้คือ เราจะตื่นเต้นเสมอเมื่อเห็นว่ามีงานศิลปะของศิลปินคนไหนอยู่บนกระเป๋าบ้าง การกลับมาในครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเขาเปิดตัวกระเป๋ากว่า 20 ลายซึ่งทำงานร่วมทำงานกับศิลปินไทย 6 คนและศิลปินต่างประเทศระดับท็อปอีก 5 คน และอนาคต พวกเขาจะเปิดร้านเป็นของตัวเองอีกด้วย เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ขายของเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นพื้นที่ให้กับศิลปิน เป็นพื้นที่ให้คนที่สนใจศิลปะ และตั้งใจไว้ว่าวันหนึ่งจะคอยสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ให้สร้างงานศิลปะอีกด้วย</p>
<p>สิ่งที่พวกเขาทำนั้นปลุกความตื่นตัวให้กับศิลปินและยังกระตุกความตื่นเต้นให้กับคนที่ชอบงานศิลปะอย่างเราด้วย พวกเขามีความฝันอะไร และลงมือทำแบบไหน เลื่อนลงไปอ่านเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s03_173.jpg" /></p>
<h3><strong>อยากให้ศิลปะจับต้องได้<br />
</strong></h3>
<p><strong>โจ๊ก:</strong> &#8220;ไอเดียเริ่มจากเวลาเราไปต่างประเทศ เราจะเห็นแกลเลอรี่หรือพิพิธภัณฑ์เยอะมาก ซึ่งเราเป็นคนชอบดูงานศิลปะ เลยคิดจะนำงานศิลปะมาใส่ในสินค้าสักอย่าง มองไปในตลาดก็เห็นเสื้อผ้าเยอะแล้ว เลยคิดถึงกระเป๋า เพราะมันคือสิ่งที่คนพกติดตัวตลอดเวลา แล้วเด็กนักเรียนชายก็ใส่ชุดนักเรียนเหมือนๆ กัน สิ่งที่แตกต่างกันได้คือกระเป๋าสตางค์ ซึ่งกระเป๋าชิ้นหนึ่งก็อยู่กับเขาตลอดเวลา ความแข็งแรงของไอเดียนี้คือมันจะไม่มีทางตัน เพราะงานศิลปะมันเยอะและหลากหลายมาก เลยเกิดเป็นแบรนด์ URFACE คือเรารู้สึกว่ายังไม่มีใครทำแบบนี้เลย ไอ้ความคิดบ้าๆ บอๆ นี้ไอเดียมันผ่าน มันมีคู่แข่งน้อยในตลาด เราก็ลุยเลย ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วโดยมีผมและตั้ม MAMAFAKA (พฤษ์พล มุกดาสนิท) เป็นผู้ก่อตั้ง แต่หลังจากที่ตั้มเสีย เราก็หยุดทำไปเลย ก็มีหลายเสียงเรียกร้องให้ทำต่อ พอสองปีให้หลังเราเจอต๊อด ได้คุยกันแล้วมีทัศนคติหลายอย่างที่ตรงกัน&#8221;</p>
<h3><strong>ทำคุณภาพสินค้าให้ดี</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s04_232.jpg" /></p>
<p><strong>โจ๊ก:</strong> &#8220;พอมาถึงช่วงที่เราจะเริ่มต้นทำอีกครั้ง เราก็คุยกับต๊อดให้ลึกขึ้น เพราะมันมีปัญหาหลายอย่างในเฟสที่แล้ว คือเมื่อก่อนเราไม่ได้ลงลึกกับสินค้ามาก มีไอเดียว่าอยากเอางานศิลปะมาทำเป็นกระเป๋า ช่วงนั้นก็ยังไม่เข้าใจกระบวนการการทำสินค้าขนาดนั้น ยังไม่ได้ตรวจสอบวัสดุที่ใช้ว่าคุณภาพดีไหม ซึ่งทำให้กระเป๋าเฟสแรกมีปัญหาเรื่องสีหลุดลอก เราก็เรียนรู้จากความผิดพลาด ก็คุยกับต๊อดว่า ถ้าเรากลับมามันต้องแข็งแรงกว่าเดิม คุณภาพต้องดี เราต้องทดสอบสินค้าก่อน ตอนที่ลูกค้าซื้อไปแล้ว เราอยากให้เขาภูมิใจที่ได้ใช้ ดังนั้นอุปกรณ์จำพวกห่วง ซิป หรือโซ่ เราก็นำเข้าจากญี่ปุ่นเลย ดังนั้นหลังจากเจอกับต๊อด เราก็ช่วยกันพัฒนาสินค้าเกือบปี เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีที่สุด&#8221;</p>
<h3><strong>แบรนดิ้งเป็นเรื่องสำคัญ</strong></h3>
<p><strong>โจ๊ก:</strong> &#8220;ก่อนจะสร้างสตอรี่ให้แบรนด์ คุณต้องมั่นใจว่าสินค้าของคุณเจ๋ง สตอรี่มันสามารถโม้ไปได้อยู่แล้ว แต่เดี๋ยวนี้ลูกค้าเก่งและฉลาด ดังนั้นไม่ต้องไปโกหกลูกค้าหรอก แต่ต้องทำสินค้าให้ดี มีคุณภาพจริงๆ<br />
เพราะถ้าของคุณดีจริง คุณก็เล่นสนุกกับสตอรี่ของแบรนด์ได้เยอะ&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s04_234.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s04_237.jpg" /></p>
<p>&#8220;ด้วยความที่เราหายไปนาน 3 ปี สิ่งที่แรกที่ต้องการคือ อยากให้คนจดจำได้ว่าแบรนด์เราทำอะไร หรือมีคอนเซปต์อะไร ซึ่งเราก็กลับมาแบบไม่ธรรมดาด้วยนะ เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์ &#8216;URFACE is back, URBACE is bag&#8217; คือกลับมาแล้วคนจำได้เลยว่า URFACE มันแรง มันเจ๋ง เราอยากสร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ใหม่ให้เป็นแบรนด์สนุก กวนประสาทหน่อยๆ ดังนั้นคอลเลกชันแรกที่ออกมาหลังจากหายไป 3 ปีคือบ้าทำกับศิลปิน 10 คนคือศิลปินไทย 5 คนแล้วก็ศิลปินต่างประเทศอีก 5 คน (สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย แล้วก็ฮ่องกง) รวมต๊อดอีกหนึ่งคน แต่ละคนที่เราทำงานด้วยก็เป็นศิลปินดังๆ ทั้งนั้น ผลงานที่ศิลปินส่งมาก็มีมากกว่า 1 ชิ้น ดังนั้นเราจึงมีงานเยอะมากกว่า 20 ลาย ตอนที่เราเปิดตัวมันเลยมีฟีดแบ็กที่ดี หลายคนบอกว่า บ้าหรือเปล่า ทำไมทำออกมาเยอะขนาดนี้ แต่ความสำคัญที่เราตั้งใจคือคนต้องจำได้ แล้วรู้สึกว่าเรากลับมาจริง กลับมาแรง แล้วทุกอย่างมันคิดใหม่หมดเลย”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เรียนรู้จากการแก้ปัญหา</strong></h3>
<p><strong>โจ๊ก:</strong> “มันได้เรียนรู้ความผิดหวัง มันไม่มีทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ เราเชื่อว่าทุกแบรนด์ต้องมีปัญหา ขนาดเราเคยทำมาแล้ว มาเริ่มต้นใหม่อีกรอบยังมีปัญหาเลย เรายังบู๊ใส่กันกับพาร์ตเนอร์เลย แต่สุดท้ายการที่เราบู๊ใส่กันก็เพื่อพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุด สุดท้ายมันก็มีความสนุกด้วย ความรู้สึกระหว่างทางมันเหนื่อยมาก มีอุปสรรคเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ก็มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะเลย แล้วโมเมนต์แห่งความสำเร็จ เราจะมีความสุขมาก คือมันเจ๋งมากนะที่ได้อยู่ในบรรยากาศแบบนั้น”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s04_241.jpg" /></p>
<h3><strong>ทำงานด้วยความสนุก</strong></h3>
<p><strong>ต๊อด:</strong> “สำหรับเราคือเป็นความสนุกที่ได้นำงานศิลปะของไทยไปใช้บนผืนผ้า และก็ได้ทำงานร่วมกับศิลปินต่างประเทศหลายๆ คนด้วย”</p>
<p><strong>โจ๊ก:</strong> “เราต้องสนุกกับสิ่งที่ทำก่อนเลย แล้วก็มีเป้าหมายเดียวกันกับต๊อดเลย คือถ้ามันสามารถไปต่างประเทศได้วางขายในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก อย่างโตเกียว ลอนดอน ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก แล้วก็ได้ทำงานร่วมกับศิลปินดังๆ จากต่างชาติ เราว่ามันก็มีความสุขมากกว่าคิดว่าจะรวยกว่านี้อีกเท่าไร คือเราคิดว่าแพสชันสำคัญกว่า”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s03_199.jpg" /></p>
<h3><strong>เปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ<br />
</strong></h3>
<p><strong>โจ๊ก:</strong> “เราอยากให้ลูกค้าเราจดจำแบรนด์ในทางนี้ คือความสนุก ลูกค้าเขารู้จักจังหวะของการขายของอยู่แล้ว ดังนั้นเราเลยเลือกที่จะสับขาหลอก คิดว่าเมื่อทำงานไปสัก 3 &#8211; 4 คอลเลกชัน เราก็จะเปลี่ยนวัสดุของกระเป๋าตามศิลปิน ซึ่งนี่แหละคือความสนุกของแบรนด์ที่เราตั้งใจไว้ เพราะมันสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ตายตัว ที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ แล้วลูกค้าก็จะเดาไม่ถูก เพราะเรารู้สึกว่าแบรนด์กระเป๋าในตลาดไม่ขยับเท่าไร ซึ่งเราไม่อยากทำให้แบรนด์ตายตัว อยากจะปรับเปลี่ยนไปได้เพื่อให้แบรนด์มันสนุก ลูกค้าสนุก แล้วเราก็สนุกด้วย ซึ่งเราคิดว่าวิธีการทำแบบนี้จะทำให้เราไม่เฉาด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้แบรนด์เราก็ยังมีความแข็งแรง มี DNA ที่ดี เมื่องานมันคือการนำศิลปะมาผสมผสาน ซึ่งเราไม่ได้ขายเลยว่ามันเป็นกระเป๋าไวนิล แต่จะบอกว่ามันเป็นงานศิลปะนั่นแหละ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>หน้าร้านเป็นที่แสดงศิลปะ</strong></h3>
<p><strong>โจ๊ก:</strong> “เรารู้สึกว่าถ้าไม่มีหน้าร้าน มันจะเล่าตัวตนของตัวเองไม่ชัด เพราะถ้าสินค้าของเราไปรวมอยู่ในร้านที่มีหลายๆ สินค้าด้วย เราก็จะแสดงตัวตนไม่ชัด แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่า แต่เราไม่สามารถแสดงภาพลักษณ์ของแบรนด์เราได้ คือเราอยากให้ลูกค้ามาสัมผัสกับผลิตภัณฑ์จริง คือหลายคอมเมนต์บอกว่าขอจริงสวยกว่าภาพถ่าย เราก็เลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะกระจายไปสู่ภายนอก คือนอกจากเรื่องของสินค้าแล้ว การมีพื้นที่ของตัวเองมันเล่นอะไรได้อีกเยอะมากเลย เล่นกับโปรดักต์ เล่นกับศิลปิน หรือจะทำร้านเป็นศิลปะเลย คือเราไม่อยู่กับที่แน่ๆ คือมันอาจจะมีแฟชั่นโชว์ มีฉายหนัง แต่มันก็กลับมาที่แก่นของเรา คือศิลปะกับสินค้า คือถ้ามีพื้นที่ก็น่าจะสนุกกว่านี้ หรืออาจจะเป็นการโชว์ทีสิสเรียนจบของเด็กนักศึุกษาก็ได้ คือเรารู้สึกว่าอยากจะเข้าไปสนับสนุนเด็กๆ นักศึกษาเหมือนกัน ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นการเข้าไป give ไม่ใช่การ take เพียงอย่างเดียว สิ่งที่เธอออกแบบก็เอามาไว้บนกระเป๋าเรามั้ย คือเราเชื่อว่าถ้าเด็กๆ พวกนี้โตขึ้น เขายังอยู่ในวงการศิลปะ แล้วเขายังเจ๋งอยู่ วันหนึ่งพวกเขาคงจำเราได้ ที่เราเห็นคุณค่าของงานเขา วันนั้น เขาอาจจะมาทำงานกับเราก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก เห็นรอยยิ้มน้องๆ ก็โอเคแล้ว มันเป็นเรื่องแพสชันจริงๆ แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ซึ่งถ้าเราเดินถูกต้อง มันก็เป็นไปตามแผนของมันอยู่แล้ว คือเราไม่อยากให้ไฟตัวเองมอดด้วย ไม่อยากทำเหมือนเดิมตลอด”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s03_215.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s03_212.jpg" /></p>
<h4></h4>
<p><strong>meet the dream makers</strong></p>
<p><strong>facebook | </strong><a href="https://www.facebook.com/urfacestore">URFACE</a></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทุกความฝันเป็นจริงได้เมื่อลงมือทำ<br />
โดยวิธีทำของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนอาจจะลองผิดลองถูกลุยกับมันสักตั้ง<br />
แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร<br />
อย่างน้อยความฝันก้อนนั้นก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าคนที่คิดฝันเพียงอย่างเดียว<br />
พบหลายความฝันที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลงมือทำที่ </em><em>Siam Discovery</em></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>สลัก แก้วเชื้อ</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-3/">URFACE : แบรนด์กระเป๋าที่ทำให้เราพกงานศิลปะไปได้ทุกที่ในชีวิตประจำวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dreammakers-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HappyNancy : สาวผิวแทนผู้ค้นพบแล้วว่าการดำน้ำคือความสุขในชีวิต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dreammakers-2/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dreammakers-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Apr 2017 04:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[meet the dream makers]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ดำน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[happy nancy]]></category>
		<category><![CDATA[นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dreammakers-2/</guid>

					<description><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวของแต่ละคนมีแบบฉบับความชอบต่างกันไป บางคนอาจจะเป็นสายกิน สายช้อปปิ้ง สายเดินป่า สายเมืองใหญ่ แต่สำหรับ แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ เจ้าของเพจ HappyNancy เธอคือนักเที่ยวสายทะเลและดำน้ำลึกที่ทำให้เราตื่นเต้นและอยากจะจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวทะเลใต้เพื่อดำน้ำอีกสักครั้ง แนนซี่มีงานประจำเป็นครูสอนการแสดงที่ Superstar Academy และมีงานอดิเรกเป็นการท่องเที่ยวสุดแอดเวนเจอร์อย่างการดำน้ำลึก ที่เธอหลงรักและขอยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าไม่ใช่กิจกรรมอันตรายแม้แต่นิดเดียว การตามฝันในครั้งนี้ทำให้เธอแฮปปี้อย่างไร เลื่อนลงไปอ่านเลย เผลอๆ เมื่ออ่านจบ คุณอาจจะอยากลองดำน้ำดูบ้าง จุดเริ่มต้นของความฝัน “เราเป็นคนที่ออกเที่ยวตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว เพราะคุณพ่อทำงานการบินไทย เราก็เลยได้มีโอกาสบินไปเที่ยวในหลายๆ ที่ ที่บ้านก็ชอบเที่ยวแบบลุยๆ ด้วย มันก็เลยถูกโอนถ่ายมาให้แนนลุยด้วย กลายเป็นว่าเราเป็นคนที่เที่ยวลุยที่สุดในบ้านแล้ว แต่พอเข้าช่วงมหา’ลัย มันเป็นช่วงที่เราค่อนข้างเครียดกับการเรียนหนังสือ แต่ก็ยังจัดทริปไปเที่ยวบ้าง พอเรียนจบ 4 ปีเราก็ตบะแตก แล้วก็เที่ยวแหลกเลย ยิ่งช่วงนี้ที่โรงเรียนสอนการแสดงปิดเทอมอยู่ เราเลยได้ไปเที่ยวรัวๆ “เรารู้สึกว่าการไปเที่ยว มันได้ประสบการณ์มากขึ้น ได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างในแต่ละสถานที่ ซึ่งมันน่าสนใจมาก ที่ชัดที่สุดเลยคือบาหลี ที่นั่นเราได้เห็นวัฒนธรรมแบบท้องถิ่นที่นับถือผี แถมยังเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และทุกประเทศก็แตกต่างกันและมีความน่าสนใจไปทั้งหมด ยิ่งได้ลองเล่นกีฬาหรือได้ทำกิจกรรมขณะออกไปเที่ยวด้วย ก็ยิ่งทำให้ทริปของเราสนุกขึ้นไปอีก” โลกใต้น้ำที่แสนมหัศจรรย์ “พอเรียนจบ เรามีช่วงเวลาที่ว่างก็เลยลองไปดำน้ำ ซึ่งเราชอบมาก มันเป็นอีกโลกหนึ่งที่ต่างจากบนบก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-2/">HappyNancy : สาวผิวแทนผู้ค้นพบแล้วว่าการดำน้ำคือความสุขในชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวของแต่ละคนมีแบบฉบับความชอบต่างกันไป<br />
บางคนอาจจะเป็นสายกิน สายช้อปปิ้ง สายเดินป่า สายเมืองใหญ่ แต่สำหรับ <strong style="background-color: initial">แนนซี่</strong><strong style="background-color: initial">-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ </strong>เจ้าของเพจ HappyNancy เธอคือนักเที่ยวสายทะเลและดำน้ำลึกที่ทำให้เราตื่นเต้นและอยากจะจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวทะเลใต้เพื่อดำน้ำอีกสักครั้ง<br />
แนนซี่มีงานประจำเป็นครูสอนการแสดงที่ Superstar Academy และมีงานอดิเรกเป็นการท่องเที่ยวสุดแอดเวนเจอร์อย่างการดำน้ำลึก<br />
ที่เธอหลงรักและขอยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าไม่ใช่กิจกรรมอันตรายแม้แต่นิดเดียว</p>
<p>การตามฝันในครั้งนี้ทำให้เธอแฮปปี้อย่างไร<br />
เลื่อนลงไปอ่านเลย เผลอๆ เมื่ออ่านจบ คุณอาจจะอยากลองดำน้ำดูบ้าง</p>
<p><strong></strong></p>
<h3><strong>จุดเริ่มต้นของความฝัน</strong><strong></strong></h3>
<p>“เราเป็นคนที่ออกเที่ยวตั้งแต่เด็กๆ<br />
อยู่แล้ว เพราะคุณพ่อทำงานการบินไทย เราก็เลยได้มีโอกาสบินไปเที่ยวในหลายๆ ที่<br />
ที่บ้านก็ชอบเที่ยวแบบลุยๆ ด้วย มันก็เลยถูกโอนถ่ายมาให้แนนลุยด้วย<br />
กลายเป็นว่าเราเป็นคนที่เที่ยวลุยที่สุดในบ้านแล้ว แต่พอเข้าช่วงมหา’ลัย มันเป็นช่วงที่เราค่อนข้างเครียดกับการเรียนหนังสือ<br />
แต่ก็ยังจัดทริปไปเที่ยวบ้าง พอเรียนจบ 4 ปีเราก็ตบะแตก<br />
แล้วก็เที่ยวแหลกเลย ยิ่งช่วงนี้ที่โรงเรียนสอนการแสดงปิดเทอมอยู่<br />
เราเลยได้ไปเที่ยวรัวๆ</p>
<p>“เรารู้สึกว่าการไปเที่ยว<br />
มันได้ประสบการณ์มากขึ้น ได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างในแต่ละสถานที่ ซึ่งมันน่าสนใจมาก<br />
ที่ชัดที่สุดเลยคือบาหลี ที่นั่นเราได้เห็นวัฒนธรรมแบบท้องถิ่นที่นับถือผี<br />
แถมยังเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม<br />
และทุกประเทศก็แตกต่างกันและมีความน่าสนใจไปทั้งหมด<br />
ยิ่งได้ลองเล่นกีฬาหรือได้ทำกิจกรรมขณะออกไปเที่ยวด้วย<br />
ก็ยิ่งทำให้ทริปของเราสนุกขึ้นไปอีก”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/268.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s01_062.jpg"></p>
<h3><strong>โลกใต้น้ำที่แสนมหัศจรรย์</strong></h3>
<p> “พอเรียนจบ<br />
เรามีช่วงเวลาที่ว่างก็เลยลองไปดำน้ำ ซึ่งเราชอบมาก<br />
มันเป็นอีกโลกหนึ่งที่ต่างจากบนบก เราก็ไปเรียนอย่างจริงจัง จริงๆ<br />
กีฬาดำน้ำปลอดภัยมาก ปลอดภัยกว่าการไปเตะฟุตบอลของเหล่าผู้ชายอีก แต่การที่เราจะดำน้ำอย่างปลอดภัยได้นั้น<br />
เราต้องเรียนก่อน แล้วก็สอบใบ  certificate ให้ได้<br />
โดยครูฝึกจะสอนเราให้รู้จักทุกปัญหาระหว่างที่ดำน้ำอยู่แล้ว<br />
และก็ขึ้นอยู่กับสติด้วย ว่าเราจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้มากน้อยแค่ไหน</p>
<p>“เวลาไปดำน้ำเราจะเจอกับสัตว์หลายๆ<br />
สายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เริ่มดำน้ำจะชอบดูสัตว์ตัวใหญ่ๆ ก่อน แต่สำหรับเรา<br />
เราชอบดูสัตว์ตัวเล็กๆ ที่มีเป็นหมื่นสายพันธุ์เลย<br />
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไปเที่ยวอินโดนีเซียแล้วเจอทากพันธุ์หนึ่งซึ่งมีอยู่ที่นี่แค่ที่เดียว<br />
เรารู้สึกว่านี่แหละคือความตื่นเต้นของนักดำน้ำ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/343.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<h3><strong>ตั้งเป้าหมายแล้วทำให้ได้</strong><strong></strong></h3>
<p>“จริงๆ<br />
แล้วการไปเที่ยวแต่ละครั้งก็มีราคาที่ต้องจ่ายต่างกัน เราเองไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่มีเป้าหมายคือเก็บเงินเดือน<br />
เราจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้ในอนาคตและอีกส่วนไปเก็บไว้ไปเที่ยว ซึ่งเราคิดว่าถ้าเก็บเงินส่วนหนึ่งจากการกินอาหารแพงๆ<br />
หรือการเที่ยวแบบมีแสงสี ก็จะเหลือเงินเอาไปวางแผนไปเที่ยวได้อีกเยอะ” </p>
<p><strong></strong></p>
<h3><strong>ส่งต่อความฝันสู่คนอื่น</strong></h3>
<p>“เราเปิดเพจ<br />
HappyNancy เมื่อ 7 &#8211; 8 เดือนก่อน เพราะอยากสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ไม่เคยเห็นโลกใต้น้ำหรือคนที่ไม่เคยรู้ว่ามันมีอะไรแบบนี้อยู่ในโลก<br />
ให้รู้จัก สนใจ และอยากลองมาสัมผัสกับโลกใต้น้ำกันดูสักครั้ง ซึ่งพอเปิดแล้ว<br />
ก็พบว่าเพจนี้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้จริงๆ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/540.jpg"></p>
<p><strong>การออกเดินทางไม่น่ากลัวอย่างที่คิด</strong></p>
<p> “ถ้ากลัวที่จะออกไปเที่ยว เราอยากให้ลองดูสักครั้ง<br />
จริงๆ มันไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เป็นเรื่องที่คนทั่วโลกเขาทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว<br />
หลายครั้งที่เราไปดำน้ำ เราก็ไปดำน้ำคนเดียว ซึ่งก็ไปเจอหญิงชาวต่างชาติอายุแค่ 25<br />
ปีที่เที่ยวคนเดียวเหมือนกัน การไปเที่ยวคนเดียวมันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก<br />
ไม่ต้องไปแคร์ว่าเราจะไม่มีเพื่อนไปเที่ยวด้วย เราไปหาเพื่อนใหม่ก็ได้<br />
การไปเที่ยวครั้งนั้นอาจจะได้อะไรมากกว่าที่คิด”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/446.jpg"></p>
<p><strong>meet the dream makers </strong></p>
<p><strong>Facebook l</strong> <a href="http://www.facebook.com/happynancyofficial">HappyNancy</a> </p>
<p><em>ทุกความฝันเป็นจริงได้เมื่อลงมือทำ<br />
ซึ่งวิธีทำของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนอาจจะลองผิดลองถูกลุยกับมันสักตั้ง<br />
แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร<br />
อย่างน้อยความฝันก้อนนั้นก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าคนที่คิดฝันเพียงอย่างเดียว<br />
</em></p>
<p><em>พบหลายความฝันที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลงมือทำที่<br />
</em><em>Siam Discovery ในกิจกรรม Meet the Journey Makers ตั้งแต่วันนี้ &#8211; 23 เมษายน 2560</em></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>วงศกร ยี่ดวง, </em><em>นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-2/">HappyNancy : สาวผิวแทนผู้ค้นพบแล้วว่าการดำน้ำคือความสุขในชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dreammakers-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Selvedgework : แบรนด์กางเกงยีนส์ custom made ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dreammakers-1/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dreammakers-1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Mar 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[meet the dream makers]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงยีนส์]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Discovery]]></category>
		<category><![CDATA[ยีนส์]]></category>
		<category><![CDATA[บูม-วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[Selvedgework]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dreammakers-1/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราได้ยินกางเกงยีนส์แบบสั่งตัด เลือกสี เลือกชนิดผ้า หรือแม้แต่หมุดและกระดุมได้ทุกอย่างในเมืองไทยเมื่อ 2 &#8211; 3 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในแบรนด์ยีนส์ custom made ที่บุกเบิกเทรนด์นี้คือ Selvedgework ที่มี บูม-วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ นักฝันที่ปลูกปั้นแบรนด์นี้มาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย เขารักยีนส์และมักจะมีไอเดียแก้กางเกงยีนส์ของตัวเองอยู่บ่อยครั้งจนเป็นแรงผลักดันให้อยากจะออกแบบยีนส์ใส่เอง จนอยากจะให้คนอื่นมีกางเกงยีนส์ที่ออกแบบมาเพื่อแต่ละคนโดยเฉพาะ เขาปลูกปั้นความฝันก้อนนี้อย่างไร มีวิธีคิดอย่างไรบ้าง เลื่อนลงไปอ่านได้เลย เริ่มจากความสนใจส่วนตัว “ช่วงปี 3 เราเริ่มคิดว่าจะทำอะไรในอนาคต ตอนนั้นเราเรียนวิชาการตลาดที่ให้เขียน Business Plan ว่าอยากจะทำอะไรก็เลยเกิดไอเดียเลยจากความชอบยีนส์เลยว่า เราคลุกคลีอยู่กับกางเกงยีนส์พอสมควร เพราะเราอยู่กับยีนส์มาตั้งแต่เด็ก คือที่บ้านก็ทำกิจการตัดเย็บกางเกงยีนส์ ซึ่งตั้งแต่วัยรุ่นเราก็เป็นคนที่สนใจเรื่องนี้อยู่ คืออยากจะแก้ทรงกางเกงยีนส์ของตัวเองให้เป็นทรงเดฟ ใส่ซิปตรงขอบกางเกง หรือทำรอยขาดเองนั่นแหละ ก็เริ่มเข้าไปดูกระบวนการเย็บ ทำให้เรารู้จักเรื่องการทำยีนส์มากขึ้น ซึ่งเรามองเห็นโอกาสทางการตลาดว่าเราสามารถผลิตยีนส์ที่แตกต่างได้ ยีนส์ custom made ก็ยังไม่มีในตลาด แต่ย้อนกลับไป เหตุผลที่เราทำคือเราชอบมันมากๆ แต่ก็องค์ประกอบทั้งหลายมันก็เหมาะเจาะในการทำสินค้าประเภทนี้ ยิ่งตอนที่ได้ไปดูงานยีนส์ระดับโลกชื่อ Bread and Butter ที่ประเทศเยอรมนี แล้วเราเจอช่วงเวิร์กช็อปเย็บกางเกงยีนส์ ซึ่งเราดูแล้วอินมาก มันก็เลยจุดไฟให้เราลุกขึ้นมาทำธุรกิจจริงๆ” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-1/">Selvedgework : แบรนด์กางเกงยีนส์ custom made ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราได้ยินกางเกงยีนส์แบบสั่งตัด เลือกสี<br />
เลือกชนิดผ้า หรือแม้แต่หมุดและกระดุมได้ทุกอย่างในเมืองไทยเมื่อ 2 &#8211; 3 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในแบรนด์ยีนส์ custom made ที่บุกเบิกเทรนด์นี้คือ<br />
Selvedgework ที่มี <strong style="background-color: initial">บูม</strong><strong style="background-color: initial">-วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ </strong>นักฝันที่ปลูกปั้นแบรนด์นี้มาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย<br />
เขารักยีนส์และมักจะมีไอเดียแก้กางเกงยีนส์ของตัวเองอยู่บ่อยครั้งจนเป็นแรงผลักดันให้อยากจะออกแบบยีนส์ใส่เอง<br />
จนอยากจะให้คนอื่นมีกางเกงยีนส์ที่ออกแบบมาเพื่อแต่ละคนโดยเฉพาะ</p>
<p>เขาปลูกปั้นความฝันก้อนนี้อย่างไร<br />
มีวิธีคิดอย่างไรบ้าง เลื่อนลงไปอ่านได้เลย </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s01_026.jpg"></p>
<h3><strong>เริ่มจากความสนใจส่วนตัว</strong><strong></strong></h3>
<p>“ช่วงปี<br />
3 เราเริ่มคิดว่าจะทำอะไรในอนาคต<br />
ตอนนั้นเราเรียนวิชาการตลาดที่ให้เขียน Business Plan ว่าอยากจะทำอะไรก็เลยเกิดไอเดียเลยจากความชอบยีนส์เลยว่า<br />
เราคลุกคลีอยู่กับกางเกงยีนส์พอสมควร เพราะเราอยู่กับยีนส์มาตั้งแต่เด็ก<br />
คือที่บ้านก็ทำกิจการตัดเย็บกางเกงยีนส์<br />
ซึ่งตั้งแต่วัยรุ่นเราก็เป็นคนที่สนใจเรื่องนี้อยู่<br />
คืออยากจะแก้ทรงกางเกงยีนส์ของตัวเองให้เป็นทรงเดฟ ใส่ซิปตรงขอบกางเกง<br />
หรือทำรอยขาดเองนั่นแหละ ก็เริ่มเข้าไปดูกระบวนการเย็บ<br />
ทำให้เรารู้จักเรื่องการทำยีนส์มากขึ้น ซึ่งเรามองเห็นโอกาสทางการตลาดว่าเราสามารถผลิตยีนส์ที่แตกต่างได้<br />
ยีนส์ custom made ก็ยังไม่มีในตลาด<br />
แต่ย้อนกลับไป เหตุผลที่เราทำคือเราชอบมันมากๆ<br />
แต่ก็องค์ประกอบทั้งหลายมันก็เหมาะเจาะในการทำสินค้าประเภทนี้<br />
ยิ่งตอนที่ได้ไปดูงานยีนส์ระดับโลกชื่อ Bread and Butter ที่ประเทศเยอรมนี<br />
แล้วเราเจอช่วงเวิร์กช็อปเย็บกางเกงยีนส์ ซึ่งเราดูแล้วอินมาก<br />
มันก็เลยจุดไฟให้เราลุกขึ้นมาทำธุรกิจจริงๆ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s02_116.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s02_129.jpg"></p>
<h3><strong>เรียนรู้จากการลงมือทำ</strong><strong></strong></h3>
<p>“ระหว่างที่ยังเรียนอยู่ก็เริ่มทำแบรนด์<br />
Selvedgework ทำแคตตาล็อกให้เลือกผ้ายีนส์ สี ความซีด แล้วก็เอาไปขายกับเพื่อนๆ หลายๆ คน จากนั้นก็เริ่มมีคนที่เราไม่รู้จักมาซื้อบ้าง<br />
เพราะเราเปิดขายออนไลน์ด้วย ซึ่งเราก็เรียนรู้จากการลงมือทำจริงนี่แหละ<br />
แล้วยิ่งถ้าเรามีแพสชันกับเรื่องที่ทำหรือรักมัน เราก็จะสนใจและเรียนรู้ได้เร็ว<br />
เพราะเรามีความรักให้มัน แล้วเราก็จะค้นหาความรู้ต่อเอง เช่น ผ้ายีนส์ต้องเป็นประเภทไหน<br />
นำเข้าจากประเทศอะไรดีที่สุด ช่วงเวลานั้นถือว่าเราเรียนรู้สะเปะสะปะมาก<br />
คือจากขั้นที่ 1 &#8211; 10 เราเรียนรู้ข้อ 3 ก่อนเลย<br />
แล้วกระโดดไปข้อ 9 แล้วกลับมาเรียนข้อ 5 ซึ่งระหว่างทางนี้มันก็เป็นการผจญภัยของเราเองด้วยว่า กว่าจะสร้างกางเกงยีนส์เป็นสักตัวมันใช้เวลาและต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เยอะแค่ไหน&#8221;</p>
<p>“มันมีช่วงหนึ่งที่เราเคยจะทิ้งแบรนด์นี้ไปแล้วด้วย<br />
คือตอนนั้นเราทำเว็บไซต์ขายออนไลน์ ซึ่งพอเรายังเก่งไม่พอ<br />
มันมีระบบการจัดการหลังบ้านที่เยอะมาก เกินความรู้ความสามารถของเราแล้ว<br />
ก็ต้องเสียเงินไปเป็นแสนๆ แต่เรารักมันมาก แบรนด์นี้เป็นเหมือนลูกของเราเลย<br />
เหมือนเราเดินมาไกลแล้ว ถึงจุดที่ล้มเลิกไม่ได้จริงๆ ซึ่งแพสชันมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก” </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s02_113.jpg"></p>
<h3><strong>สร้างสตอรี่ให้แบรนด์</strong></h3>
<p><strong></strong>“การสร้างสตอรี่เป็นเรื่องสำคัญมากเลยเป็นจุดแรกที่เราใส่ในการสร้างแบรนด์<br />
วันแรกที่สร้าง Selvedgework มาจนถึงวันนี้<br />
ความคิดหรือปรัชญาของแบรนด์ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป<br />
คือทุกคนชอบสินค้าไม่เหมือนกัน สินค้าหรือบริการถึงมีหลากหลายแนวให้เลือก<br />
ซึ่งเราก็เชื่อเหลือเกินว่าความชอบของคนนั้นไม่มีใครผิด<br />
ดังนั้นเราอยากจะทำกางเกงยีนส์ให้คนคนหนึ่งชอบที่สุด ก็ตอบโจทย์กับความ custom<br />
made ของเรา ผสมกับรายละเอียดต่างๆ ที่เราใส่เข้าไปในกางเกงยีนส์<br />
เช่น กางเกงยีนส์ทุกตัวที่เราทำคือ ริมแดง ป้ายหนังก็เป็นการสอยมือทั้งสิ้น ความละเอียดเหล่านี้แม้จะดูเรียบๆ แต่ก็มีคุณค่า คนเย็บ คนตัดผ้า ก็เป็นคนคนเดียวกัน ซึ่งทำให้กางเกงยีนส์ของเรานั้นต่างจากกางเกงยีนส์ที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรมทั้งหลาย”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s02_108.jpg"></p>
<h3><strong>สร้างตัวตนด้วยการเปิดหน้าร้าน</strong></h3>
<p>“หลังจากที่เริ่มสร้างแบรนด์แล้วขายยีนส์ออนไลน์แล้ว<br />
เราก็เริ่มคิดว่าต้องมีหน้าร้านเหมือนกัน<br />
เพราะการเปิดร้านมันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ แล้วก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ได้ว่าเราไม่ได้ทำขายเล่นๆ<br />
เราทำงานอย่างมีคุณภาพ ยิ่งเราทำธุรกิจยีนส์ custom made ด้วยแล้ว ยิ่งต้องสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า<br />
หรือให้ลูกค้าได้เห็น ได้สัมผัสกับวัสดุแต่ละอย่างจริงๆ<br />
ซึ่งการที่ลูกค้ามาหาเราที่หน้าร้านก็จะช่วยสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้ามากขึ้น ความรู้สึกเหล่านี้เกิดจากการที่เราเคยได้รับประสบการณ์จากสินค้าหรือบริการอื่นมาก่อน<br />
ทั้งการตกแต่ง เพลงที่เปิด เก้าอี้ที่วางไว้ ซึ่งมันเล่าถึงแบรนด์ของเราได้เลย<br />
เมื่อ 2 &#8211; 3 ปีที่แล้วที่เปิดร้านครั้งแรกที่สยามสแควร์<br />
เราก็เปิดร้านเอง จัดร้านเอง เอาโซฟาที่ชอบมาตั้งในร้าน อธิบายสินค้ากับลูกค้าเอง<br />
ซึ่งเราก็รู้จักสินค้าดีที่สุด เราก็อธิบายและแนะนำสินค้าอย่างเต็มที่เลย”</p>
<h3><strong>ตลาดออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญ</strong></h3>
<p><strong></strong>“ตลาดออนไลน์สำคัญมาก จากสถิติที่เราเก็บข้อมูลมา 3 ปี ตลาดออนไลน์ทำงานประมาณ 70 &#8211; 80 เปอร์เซ็นต์ที่ทำให้คนเข้าร้านเรา<br />
แล้วก็เป็นช่องทางโฆษณาที่ใช้เงินน้อยที่สุดด้วย<br />
แต่เป็นช่องทางที่ลูกค้าเรารับรู้มากที่สุด โดยเฉพาะคนไทย<br />
ซึ่งถ้าให้เราแนะนำคนทำธุรกิจ<br />
เราอยากบอกว่าช่องทางออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมเป็นช่องทางที่ดีมาก<br />
ธุรกิจรายเล็กๆ ควรรีบเข้ามาลงมือทำ อย่าไปรอ”</p>
<h3><strong></strong><strong>เมื่อทำสิ่งที่ชอบ<br />
ก็จะมีอิสระ</strong><strong></strong></h3>
<p>“ถ้าเราทำสิ่งที่ไม่ชอบก็ไม่น่าจะเป็นชีวิตที่ดีแล้ว<br />
เพราะมันจะอยู่กับเราไปอีกนาน คือคุณต้องวิเคราะห์กับตัวเองว่าชอบสิ่งไหน<br />
ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราชอบที่สุดก็ได้ แต่อย่างน้อยเราต้องมีความสุขกับมัน<br />
อย่างเราเองก็อยากทำธุรกิจอีกเยอะเลย แต่ก็จะเลือกธุรกิจที่เรามีความสุขกับมันเท่านั้น<br />
ไม่ได้ตั้งเป้าสูงสุดว่าเราจะมีเงินเป็นร้อยล้าน เพราะคนเรามีเวลาแค่นิดเดียวเอง<br />
ดังนั้นจะอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบไปก็เท่านั้น<br />
ถ้าสิ่งที่เราเลือกทำนั้นทำให้เรามีความสุข มันก็คือความไม่ทนทุกข์ด้วย<br />
ซึ่งนั่นแหละคือความอิสระอย่างหนึ่ง สเต็ปต่อไปเราตั้งใจจะทำสินค้าให้มันดีจริงๆ<br />
ให้มีคุณภาพเท่าที่เราคาดหวังไว้ สร้างมาตรฐานสินค้าให้ได้” </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/s01_040.jpg"></p>
<h4><strong><em>meet the dream shop</em></strong></h4>
<p><strong><em>location: </em></strong><em style="background-color: initial">Siam Discovery<br />
| CAZH 1st Floor<br /></em><strong style="background-color: initial"><em>website: </em></strong><em><a href="http://www.selvedgework.com/">www.selvedgework.com<br /></a></em><em style="background-color: initial"><strong>facebook | <a href="http://www.facebook.com/selvedgework"></a></strong></em><a href="https://www.facebook.com/selvedgework/"><strong></strong>Selvedgework</a></p>
<hr>
<blockquote><p><em style="background-color: initial">ทุกความฝันเป็นจริงได้เมื่อลงมือทำ<br />
โดยวิธีทำของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนอาจจะลองผิดลองถูกลุยกับมันสักตั้ง<br />
แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร<br />
อย่างน้อยความฝันก้อนนั้นก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าคนที่คิดฝันเพียงอย่างเดียว<br />
พบหลายความฝันที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลงมือทำที่ </em><em style="background-color: initial">Siam Discovery</em></p></blockquote>
<p><strong><em>ภาพ</em></strong><em> สลัก แก้วเชื้อ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dreammakers-1/">Selvedgework : แบรนด์กางเกงยีนส์ custom made ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dreammakers-1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
