<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Silver Lining &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/life/silver-lining/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/life/silver-lining/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 13 Jul 2023 08:02:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>มิเรียม มาร์โกลีส ขึ้นปกโว้กอังกฤษ แบบเปรี้ยวตลอดไปในวัย 82</title>
		<link>https://adaymagazine.com/miriam-margolyes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jul 2023 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Silver Lining]]></category>
		<category><![CDATA[Miriam Margolyes]]></category>
		<category><![CDATA[มิเรียม มาร์โกลีส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168947</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางแบบขึ้นปกโว้กอังกฤษฉบับกรกฎาคม คือนักแสดงขวัญใจของคนอังกฤษ คราวนี้มาเหนือด้วยการเปลื้องผ้าในหน้าแฟชั่นเซต เพราะถ้าน้อยกว่านั้น มันคงไม่ใช่มิเรียม ชื่อ: มิเรียม มาร์โกลีสเกิด: ค.ศ. 1941อายุ: 82 ปีอาชีพ: นักแสดงSilver Lining ที่เราอยากพูดถึง: คุณป้าสุดเปรี้ยวผู้ขึ้นปกโว้กฉบับอังกฤษ (พร้อมภาพท็อปเลส) สะท้อน ‘ความเรื้อน’ ตามแบบฉบับอังกฤษ และความปลงในลักษณะ – ชีวิตจงดำเนินต่อไป – สมกับที่เห็นโลกใบนี้มานาน คนอังกฤษรู้จักเธอเป็นอย่างดี ในฐานะนักแสดงฝีมือดีและดาราผู้รวยอารมณ์ขันจนเข้าขั้นเรื้อน แต่เรียกเสียงฮาในทุกการสัมภาษณ์ แฟนๆ แฮรี พอตเตอร์คงเคยเห็นเธอตอนรับบท อาจารย์สเปราต์ ผู้สอนวิชาสมุนไพร คนชอบดูหนังอาจเคยเห็นเธอในบท คุณนายมิงกอต ราชินีแห่งสังคมผู้ดีนิวยอร์กช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในหนังของผู้กำกับใหญ่อย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี ซึ่งเธอชนะรางวัลตัวประกอบยอดเยี่ยมของฝั่งอังกฤษ (รางวัลบาฟตา) แฟนรายการทอล์กโชว์ของ แกรม นอร์ตัน ทางบีบีซีจะรู้จักเธอและมุกแผลงทั้งหลายแหล่ของเธอดี เธอเคยพูดในรายการนั้นว่า ยัยวิโนนา (ไรเดอร์ ซึ่งเล่นเป็นภรรยาพระเอก) กันท่าฉัน ไม่งั้นก็คงได้ออสการ์ไปแล้วปีนั้น เพราะเขาไปเสนอชื่อยัยนั่นเข้าชิงดาราประกอบหญิง ฉันเลยอด – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/miriam-margolyes/">มิเรียม มาร์โกลีส ขึ้นปกโว้กอังกฤษ แบบเปรี้ยวตลอดไปในวัย 82</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นางแบบขึ้นปกโว้กอังกฤษฉบับกรกฎาคม คือนักแสดงขวัญใจของคนอังกฤษ คราวนี้มาเหนือด้วยการเปลื้องผ้าในหน้าแฟชั่นเซต เพราะถ้าน้อยกว่านั้น มันคงไม่ใช่มิเรียม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168961" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C04-1-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="has-text-align-right has-small-font-size">ชื่อ: มิเรียม มาร์โกลีส<br>เกิด: ค.ศ. 1941<br>อายุ: 82 ปี<br>อาชีพ: นักแสดง<br>Silver Lining ที่เราอยากพูดถึง: คุณป้าสุดเปรี้ยวผู้ขึ้นปกโว้กฉบับอังกฤษ (พร้อมภาพท็อปเลส) สะท้อน ‘ความเรื้อน’ ตามแบบฉบับอังกฤษ และความปลงในลักษณะ – ชีวิตจงดำเนินต่อไป – สมกับที่เห็นโลกใบนี้มานาน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>คนอังกฤษรู้จักเธอเป็นอย่างดี ในฐานะนักแสดงฝีมือดีและดาราผู้รวยอารมณ์ขันจนเข้าขั้นเรื้อน แต่เรียกเสียงฮาในทุกการสัมภาษณ์ แฟนๆ แฮรี พอตเตอร์คงเคยเห็นเธอตอนรับบท อาจารย์สเปราต์ ผู้สอนวิชาสมุนไพร คนชอบดูหนังอาจเคยเห็นเธอในบท คุณนายมิงกอต ราชินีแห่งสังคมผู้ดีนิวยอร์กช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในหนังของผู้กำกับใหญ่อย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี ซึ่งเธอชนะรางวัลตัวประกอบยอดเยี่ยมของฝั่งอังกฤษ (รางวัลบาฟตา) แฟนรายการทอล์กโชว์ของ แกรม นอร์ตัน ทางบีบีซีจะรู้จักเธอและมุกแผลงทั้งหลายแหล่ของเธอดี เธอเคยพูดในรายการนั้นว่า ยัยวิโนนา (ไรเดอร์ ซึ่งเล่นเป็นภรรยาพระเอก) กันท่าฉัน ไม่งั้นก็คงได้ออสการ์ไปแล้วปีนั้น เพราะเขาไปเสนอชื่อยัยนั่นเข้าชิงดาราประกอบหญิง ฉันเลยอด – พูดจบก็หัวเราะก๊าก</p>



<p>เวลาใครกำลังเก๋คับโลกหรือจะมาขึ้นปกโว้ก เป็นธรรมดาที่ทางนิตยสารฉบับนั้นจะเชิญเธอคนนั้นมาถ่ายคลิป ซึ่งหลายครั้งก็มาในรูปแบบของ In The Bag แบบเปิดกระเป๋าคนดังให้โลกรู้ว่าเขามีอะไรในกระเป๋าโทตประจำตัวบ้าง ส่วนใหญ่ก็ต้องมีพวกเครื่องสำอาง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และประกาศถึงสไตล์เจ้าของกระเป๋า </p>



<p>แต่สำหรับ มิเรียม มาร์โกลีส หญิงวัยแปดสิบสอง เอว 52 นิ้ว ใบหน้ากลม ตาเบิ่งโต เธอบอก (ก่อนจะตดใส่กล้องทีหนึ่งสวยๆ) ว่า “มีลิปสติกนะคะ แต่ถ้าไม่ออกนอกบ้านหรือไม่ได้ทำงาน ก็ไม่ทา” ว่าแล้วก็โชว์ ‘ของที่ต้องมี’ ด้านความงามของเธอ แหนบครับ “ผู้หญิงอายุเกิน 35 ควรพกแหนบ ดิฉันแนะนำ” เธอยังล้วงเอากางเกงตัวเบ้อเริ่มสีน้ำเงินตุ่นๆ (เพราะย้อมเอง) ออกมา “นี่กางเกงในสำรองค่ะ มาถึงวัยที่อั้นฉี่ไม่ไหว มีนี่ไว้ทำให้ชีวิตดี” นอกจากนั้นยังมีผ้ากันเปื้อน (สีเดียวกับกางเกงใน น่าจะย้อมในหม้อเดียวกัน) “คือฉันชอบกิน กินทั้งวัน แล้วก็เป็นคนนมใหญ่ เวลากินถ้าไม่มีผ้ากันเปื้อน – ซึ่งจิ๊กมาจากบนเครื่อง &#8211; ทั้งนมและเสื้อผ้าจะเลอะเทอะ ของกินที่ต้องมีในกระเป๋าคือหัวหอม เอาไว้กัดเล่น “ไม่เหม็นหรอกคุณ ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าหัวหอมเหรอ” พร้อมทั้งล้วงเอากุญแจสำหรับไขห้องน้ำคนพิการของห้องน้ำสาธารณะในลอนดอนมาอวด นอกจากนั้นก็มีสติกเกอร์ที่จอดรถคนพิการ “โจรทุบรถมันไม่เอารถหรอกนะคะ มันอยากได้สติกเกอร์นี้ แล้วคุณๆ ที่สังขารครบสามสิบสอง (เธอมีอาการเจ็บหลังเรื้อรัง) คิดจะจอดรถในที่จอดรถคนพิการ ขอบอกว่าอย่าเชียว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168962" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/Miriam-Margolyes-C02-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เธอให้สัมภาษณ์นิตยสารโว้ก ผู้ยิ่งใหญ่ด้านคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์สวยๆ แบบนี้เลย เธอบอกว่า “ความเป็นเด็กในตัวนี่ทำให้ถึงคราวจะแก่นซนแล้วมันอดใจไม่ได้”</p>



<p>มิเรียมเกิดในครอบครัวยิวที่เคร่งครัด แม่รักเธอมาก ทั้งพ่อและแม่รับไม่ได้เมื่อเธอออกมาบอกว่าเป็นเลสเบียน (ในสมัยนั้นการเป็นคนรักร่วมเพศยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศอังกฤษ แม้ทางการเขาเพ่งเล็งเกย์ผู้ชายมากกว่าเลสเบียน) เธอว่า “ฉันชอบที่ตัวเองเป็นเกย์ เป็นสเตรตนั้นจ้างเท่าไหร่ก็ไม่เป็นหรอกค่ะ”</p>



<p>ต่อมาพ่อของเธอเสีย แม่เป็นสโตรก จากนั้นเธอก็ดูแลจนถึงวันสุดท้ายของแม่ เธอเข้านอนพร้อมแม่และคุยกันกระหนุงกระหนิงจนแม่หลับ แม้พ่อแม่จะรับไม่ได้เรื่องที่เธอเป็นเลสเบี้ยน แต่เธอก็บอกว่ายังรักพ่อแม่เหมือนเดิม เธอเล่าย้อนถึงสมัยที่ออกมาเปิดตัวว่า “ตอนนั้นก็รู้ว่าพ่อแม่เสียใจ และฉันไม่ชอบทำให้คนต้องเสียใจ”</p>



<p>ปัจจุบันเธอใช้ชีวิตร่วมกันกับแฟนซึ่งเป็นนักวิชาการ ทั้งคู่คบกันมา 54 ปีแล้ว เนื่องจาก เฮเทอร์ แฟนของเธอมาจากออสเตรเลีย มิเรียมจึงย้ายไปที่นั่น เปลี่ยนสัญชาติเป็นออสซี แล้วไปๆ มาๆ ระหว่างออสเตรเลีย อังกฤษ และบ้านชนบทที่อิตาลี</p>



<p>เธอเริ่มงานการแสดงจากการให้เสียง จากนั้นจึงแจ้งเกิดในวงการแสดงของอังกฤษ เธอชอบผลงานของ ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ มาก ตัวเธอมีผลงานแสดงมากมาย แต่ที่เราๆ น่าจะผ่านตาน่าจะเป็นบทของอาจารย์สเปราต์ ผู้สอนวิชาพฤกษศาสตร์ในหนังชุด <em>Harry Potter </em>“บทนี้ทำให้คนรู้จักฉันมากขึ้น แต่บอกตามตรงว่าตัวบทอาจารย์สเปราต์ไม่สำคัญสำหรับฉันสักเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่บทที่ท้าทาย” รางวัลใหญ่ที่สุดของเธอคือ คุณนายมิงกอต ผู้เป็นราชินีแห่งสังคมผู้ดีนิวยอร์กสมัยก่อน ในหนังของมาร์ติน สกอร์เซซี เรื่อง <em>The Age of Innocence</em> (1993) ซึ่งเธอได้รับรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมของบาฟตา หรือพูดง่ายๆ คือออสการ์ของฝั่งอังกฤษ</p>



<p>ในความเห็นของคนเลยวัยเกษียณไปสองทศวรรษ สังขารมีผลต่อนักแสดง คนอย่างเธออาจไม่สะทกสะท้านเรื่องรูปลักษณ์ มิเรียมบอกว่า “นักแสดงจะกลัวความแก่เพราะจะเหี่ยว เสียลุค เพื่อนๆ แห่ไปทำโบทอกซ์ ทำศัลยกรรม ฉันไม่ใช่คนหน้าตาดีอะไรอยู่แล้ว ไม่สนใจหรอก แต่ถ้าเสียความทรงจำนี่มันอีกเรื่อง” และยังบอกอีกว่า “ฉันว่าฉันหน้าตาใจดี อบอุ่น และยิ้มแย้มนะ แต่ไม่ชอบรูปร่างตัวเองเล้ย นมใหญ่ยาน พุงย้อย เกลียดอะ แต่เราต้องทำใจ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น”</p>



<p>รูปร่างหน้าตาก็เรื่องหนึ่ง แต่สังขารซึ่งว่าด้วยสุขภาพความแข็งแรงนั้นมันเป็นอีกเรื่อง แบบว่าเธอก็รู้ข้อจำกัดของตัวเอง และยังรู้วิธียืนหยัดที่จะบอกทีมว่าอะไรที่ป้าทำได้ อะไรที่ทำไม่ได้ ยกตัวอย่าง “ในฉากหนึ่ง ผู้กำกับให้ถ่ายฉากเดินลงจากรถเมล์อีกคัต ฉันไม่ยอม คุณผู้กำกับบอกว่า &#8211; ผมเป็นผู้กำกับมือรางวัลนะ ช่วยหน่อยเถอะป้าครับ &#8211; ฉันเองก็ตอบโดยไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะพูดอะไรแบบนี้ &#8211; ฉันก็นักแสดงมือรางวัลนะ แต่ขาไม่ดี ถ้าฉากขึ้นลงรถเมล์มันสำคัญต่อหนังของคุณขนาดนี้ ฉันว่าเราจะซวยกันหมด”</p>



<p>มิเรียมยังพูดเกี่ยวกับความแก่ไว้อีกว่า “แก่ตัวนี่มันไม่มีอะไรดีหรอก นับว่ายังดีชีวิตนี้เราต้องเป็นคนแก่แค่หนเดียว ถ้ายังสามารถรักษาสติ เงินทอง เพื่อนฝูง ความสัมพันธ์ และงานไว้ได้ ถือเป็นพร”</p>



<p>ชีวิตเธอยังผ่านช่วงของการระบาดของโรคเอดส์ในยุค 80 “ฉันเสียเพื่อนไปทั้งหมด 34 คน” ช่วงการระบาดของโควิด เธอลากสังขารเป็นอาสาสมัครไปส่งอาหารตามบ้านคนป่วย เรียกว่าเห็นเกิดแก่เจ็บตายมาพอสมควร “ตอนเป็นหนุ่มสาวเราไม่คิดถึงเรื่องตายหรอก เรามัวคิดแต่ว่าพรุ่งนี้จะได้เอากับใคร จะว่าไปเดี๋ยวนี้ฉันคิดเรื่องตายบ่อยมาก ทุกเช้าคือตื่นขึ้นมาแล้วเปรยกับตัวเองว่า ได้มาอีกวันแล้วสินะ”</p>



<p>เมื่อมีคนถามว่ารู้สึกยังไงเกี่ยวกับความตาย เธอตอบว่า “เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ฉันจะรู้ตัวว่าเวลาที่รออยู่ข้างหน้ามันเหลือน้อยกว่าเวลาที่เราทิ้งไว้ข้างหลัง ทุกวันนี้ถ้าชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นดิ้นดิ้นกันไป อย่าได้หยุด แต่รู้ดีนะว่าปลายอุโมงค์นั้นไม่มีแสงสว่างรออยู่หรอก” เธอหยุดนิดหนึ่งเหมือนคิดมุกได้ แล้วพูดต่อ “นี่ไม่ใช่เก่งแต่เรื่องสัปดี้สีปะดน ฉันลึกซึ้งกับเขาเป็นเหมือนกัน”</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/miriam-margolyes/">มิเรียม มาร์โกลีส ขึ้นปกโว้กอังกฤษ แบบเปรี้ยวตลอดไปในวัย 82</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาโป วังออด ช่างสักโบราณอายุ 105 ปี ที่อาจเป็นคนสุดท้ายของชนเผ่าคาลิงกาในฟิลิปปินส์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/whang-od/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 May 2023 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Silver Lining]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Apo Whang-od]]></category>
		<category><![CDATA[Maria Oggay]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166349</guid>

					<description><![CDATA[<p>คนอายุยืนถึงร้อยปี ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นหญิงชราอายุ 105 ปีมาขึ้นปกนิตยสารผู้หญิงสายแฟชั่นยิ่งหายาก ปกติๆ เป็นปกนิตยสารแฟชั่นคือเนื้อที่สำหรับดารา นางแบบ หรือคนดังระดับโลก แต่นิตยสารโว้กเดือนเมษายน ปี 2013 ฉบับฟิลิปปินส์มอบพื้นที่ปกให้แก่หญิงชราตัวเล็กๆ ในหมู่บ้านหลังเขา เธอผ่านการกรูมมาอย่างดี ทาปากแดง ยิ้มนิ่งๆ รอยสักเต็มตัว เครื่องประดับและภาษาท่าทางบอกเราว่าเธอน่าจะเป็นชนเผ่า ตาเธอมีม่านของความฝ้าฟาง แววตานั้นเด็ดเดี่ยวอารมณ์ดี ชื่อ: อาโป วังออด หรือ มาเรีย อกเกย์เกิด: ค.ศ. 1918อายุ: 105 ปีอาชีพ: ช่างสักตามแบบแผนโบราณของชนเผ่าคาลิงกา ในฟิลิปปินส์Silver Lining ที่เราอยากพูดถึง: นอกเหนือจากการเป็นผู้หญิงอายุมากที่สุดในโลกที่ขึ้นปกนิตยสารโว้ก (กรณีนี้คือฉบับฟิลิปปินส์) เธอเป็นแรงบันดาลให้นิตยสารแฟชั่นฉบับนี้ตีความใหม่ในเรื่องของความงามและความเป็นคน จะว่าไปเธอไม่ใช่คุณยายคนแรกที่ขึ้นปกโว้ก เมื่อเร็วๆ นี้ ปี 2020 เดม จูดี เดนช์ นักแสดงตัวแม่วัย 85 ขึ้นปกโว้กฉบับสหราชอาณาจักร และเดือนเมษายนปีนี้ทางยุโรป คาร์เมน เดลลอเรฟิเช วัย 91 ก็ขึ้นปกฉบับเช็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/whang-od/">อาโป วังออด ช่างสักโบราณอายุ 105 ปี ที่อาจเป็นคนสุดท้ายของชนเผ่าคาลิงกาในฟิลิปปินส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คนอายุยืนถึงร้อยปี ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ</p>



<p>ยิ่งเป็นหญิงชราอายุ 105 ปีมาขึ้นปกนิตยสารผู้หญิงสายแฟชั่นยิ่งหายาก ปกติๆ เป็นปกนิตยสารแฟชั่นคือเนื้อที่สำหรับดารา นางแบบ หรือคนดังระดับโลก แต่นิตยสารโว้กเดือนเมษายน ปี 2013 ฉบับฟิลิปปินส์มอบพื้นที่ปกให้แก่หญิงชราตัวเล็กๆ ในหมู่บ้านหลังเขา เธอผ่านการกรูมมาอย่างดี ทาปากแดง ยิ้มนิ่งๆ รอยสักเต็มตัว เครื่องประดับและภาษาท่าทางบอกเราว่าเธอน่าจะเป็นชนเผ่า ตาเธอมีม่านของความฝ้าฟาง แววตานั้นเด็ดเดี่ยวอารมณ์ดี</p>



<p class="has-text-align-right has-small-font-size">ชื่อ: อาโป วังออด หรือ มาเรีย อกเกย์<br>เกิด: ค.ศ. 1918<br>อายุ: 105 ปี<br>อาชีพ: ช่างสักตามแบบแผนโบราณของชนเผ่าคาลิงกา ในฟิลิปปินส์<br>Silver Lining ที่เราอยากพูดถึง: นอกเหนือจากการเป็นผู้หญิงอายุมากที่สุดในโลกที่ขึ้นปกนิตยสารโว้ก (กรณีนี้คือฉบับฟิลิปปินส์) เธอเป็นแรงบันดาลให้นิตยสารแฟชั่นฉบับนี้ตีความใหม่ในเรื่องของความงามและความเป็นคน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166350" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จะว่าไปเธอไม่ใช่คุณยายคนแรกที่ขึ้นปกโว้ก เมื่อเร็วๆ นี้ ปี 2020 เดม จูดี เดนช์ นักแสดงตัวแม่วัย 85 ขึ้นปกโว้กฉบับสหราชอาณาจักร และเดือนเมษายนปีนี้ทางยุโรป คาร์เมน เดลลอเรฟิเช วัย 91 ก็ขึ้นปกฉบับเช็ก คุณคาร์เมนคือนางแบบอายุมากที่สุดในโลกซึ่งยังทำงานอยู่&nbsp;</p>



<p>ที่บอกว่าแม่เฒ่าวังออดบ้านอยู่หลังเขา ไม่ได้พูดเกินความจริงแต่อย่างใด จะไปถึงหมู่บ้านบัสคาลาน บ้านของเธอนั้น จะต้องนั่งรถจากกรุงมะนิลาไปสิบสองชั่วโมง (ทั้งที่ระยะทางไม่ได้ไกล เข้าใจว่าถนนหนทางคงกันดาร) พอไปถึง “ที่นี่ไม่มีนะคะ สัญญาณมือถือ” คุณ บี วาลเดส บรรณาธิการโว้กฟิลิปปินส์กล่าวไว้ในฟีเจอร์เรื่องจากปกฉบับเมษายน</p>



<p>ด้วยความที่เป็นชุมชนหลังเขาห่างไกล ชาวบ้านบัสคาลานจึงดำเนินชีวิตแบบโบราณตามหนทางของบรรพบุรุษได้นานเป็นพันๆ ปี แต่พอคณะมิชชันนารีเดินทางไปถึง สร้างโรงเรียน และนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชาวบ้าน หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ว่าคือ ให้ยกเลิกการสักซึ่งเป็นขนบโบราณ ผู้หญิงที่มีรอยสักก็จัดแจงให้ใส่เสื้อปิด รอยสักกลายเป็นเรื่องน่าอับอาย ตามสายตาของชาวตะวันตกหัวโบราณ</p>



<p>ถึงตอนนั้น แม่เฒ่าวังออด ซึ่งเป็นช่างสักหญิงคนสุดท้ายของหมู่บ้านก็จำต้องวางมือ</p>



<p>รอยสักมีความหมายอย่างไรต่อชีวิตชาวคาลิงกา</p>



<p>สำหรับผู้ชาย รอยสักคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ และความสามารถในการสู้รบ (ซึ่งเป็นสกิลสำคัญสำหรับชนเผ่าซึ่งต้องสู้รบกับเผ่าอื่นเกือบตลอดเวลา แถมยังมีธรรมเนียมของการล่าหัวมนุษย์อีกด้วย) ในหนังสารคดีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับแม่เฒ่า ชายหนุ่มมาจากในเมือง เขาหลงใหลความงามของรอยสักแบบคาลิงกา ไปขอให้แม่เฒ่าสักให้ในช่วงแรกๆ ที่เปิดหมู่บ้าน และข้อห้ามเรื่องการสักยกเลิกไปแล้ว แม่เฒ่าตอบขำๆ ว่า “ถ้าเป็นสมัยก่อน เธอต้องไปฆ่าใครก่อนนะ แล้วฉันจึงจะยอมสักให้ สำหรับนักรบเมื่อก่อนนี้ รอยสักคือเครื่องหมายของเกียรติยศ ต้องสังหารศัตรูก่อนจึงได้รอยสัก แล้วเธอล่ะ ทำอะไรมาบ้าง”&nbsp;</p>



<p>แม่เฒ่าพูดจบ ตามด้วยเสียงหัวเราะ แล้วสักให้ชายหนุ่ม (ซึ่งคงไม่เคยเอาชีวิตใครมาก่อน) โดยดี</p>



<p>ไม่ได้มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่มีรอยสัก ผู้หญิงคาลิงกาก็มีรอยสักด้วย</p>



<p>สำหรับผู้หญิงนั้นการมีรอยสักคือมาตรฐานความงาม สมัยก่อนผู้หญิงคาลิงกาคนไหนไร้รอยสัก ประมาณว่าจะผัวลำบากหน่อย&nbsp;</p>



<p>พ่อของแม่เฒ่าวังออดก็เป็นช่างสัก หรือที่ชนเผ่านี้เรียกว่า มัมบาบาต๊อก ช่างสักไม่ใช่งานของผู้หญิง แต่แม่เฒ่าดูจะสนใจงานช่างนี้ตั้งแต่เด็ก เฝ้าดูพ่อตอนสัก จนในที่สุดพ่อก็สอนวิชาให้ ใช้เวลานับสิบปีกว่าวังออดจะมาเป็นช่างสักเต็มตัว</p>



<p>ช่างมัมบาบาต๊อกใช้หนามส้มมะปี๊ดเป็นเข็มสัก (ไม่ใช่เข็มโลหะ หรือปืนสักอย่างที่เรารู้จักกัน) หมึกขูดจากเขม่าข้างหม้อในครัวเตาฟืน ผสมเขม่ากับสีและน้ำ วิธีสักคือใช้ไม้อีกท่อนเคาะไม้ซึ่งมีหนามส้มมะปี๊ดตรึงอยู่ แรงเคาะจะส่งหนามลงเนื้อ โป๊ก โป๊ก จึก จึก เป็นจังหวะเหมือนนกจิก ลวดลายสักเป็นลายเรขาคณิตตามดีไซน์ชนเผ่า ลงมือสักเลยโดยไม่มีแบบร่าง ความที่เป็นงานช่างซึ่งต้องอาศัยความชำนาญสูง กว่าช่างสักมันบาบาต๊อกแต่ละคนจะฉายเดี่ยวได้ต้องฝึกฝนกันนานเป็นสิบๆ ปี (อย่าลืมว่าคนในหมู่บ้านยังต้องทำไร่ไถนา แม้แต่ช่างสักเองก็ต้องปลูกข้าวทำสวน ในหมู่บ้านที่ยังนิยมกินข้าวที่ตนปลูกเอง ดังนั้นการที่บอกว่าฝึกฝนกันนับสิบปีนั้นมันอาจจะไม่เข้มข้นเหมือนการเรียนในโรงเรียน หรือในเมือง เพราะช่างสักสมัยก่อนจะสักให้ก็ต่อเมื่อมีเวลาว่างเท่านั้น)</p>



<p>และช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม่เฒ่าฝึกฝนเหลนสาวไว้สองคน ตามประเพณีแล้วฝีมือช่างจะสอนกันได้แต่เฉพาะลูกเท่านั้น แต่แม่เฒ่าวังออดไม่มีลูก มีแต่ญาติซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนทั้งสองมาเป็นตัวตายตัวแทน ฝึกกันตั้งแต่อายุสิบหก เป็นอายุไล่เลี่ยกับตัวแม่เฒ่าเองเมื่อเรียนวิชา</p>



<p>ทุกวันนี้ การสักไม่ใช่ของต้องห้ามอีกต่อไป หน้ากระท่อมแม่เฒ่ามีป้ายไวนิลโฆษณาอย่างโก้ว่า บ้านของช่างสักมัมบาบาต๊อกอายุมากที่สุดในโลกอยู่นี่ มีนักท่องเที่ยวผู้หลงใหลรอยสักจากทุกมุมโลกเดินทางมาหมู่บ้านทุกวัน ทุกวันนี้แม่เฒ่าวัยเกินร้อยเป็นช่างสักกิตติมศักดิ์ คือรอยสักหลักซึ่งต้องสักให้ลูกค้ากันอย่างน้อยครึ่งวันจึงจะเสร็จเป็นฝีมือเหลนทั้งสอง พอสักเสร็จแม่เฒ่าจะมาลง “ลายเซ็น” เป็นจุดสามจุด ซึ่งหมายถึงช่างสักหญิงมัมบาบาต๊อกร่วมสายเลือดสามคน</p>



<p>“ลูกค้าชอบเม้าว่า เราสองคนมือเบาสักไม่เจ็บเท่าไหร่ เสียงเคาะก็แทบไม่ได้ยิน แต่พอถึงมือแม่เฒ่านะ แกเคาะโป๊ก โป๊ก โป๊ก เจ็บมาก” หนึ่งในเหลนสาวกล่าวยิ้มๆ เมื่อพูดถึงแม่เฒ่ามือหนัก ผู้เป็นทวด</p>



<p>ส่วนแม่เฒ่าเองบอกว่า “ฉันจะสักไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ที่ตาฝ้าฟาง มองอะไรไม่เห็น วันนั้นก็คงเลิก”&nbsp;</p>



<p>นอกจากจะเป็นเครื่องหมายของความกล้าหาญในการสู้รบและความงาม รอยสักยังมีความหมายอะไรอื่นอีกสำหรับชาวคาลิงกา “พอเราตายไป เราเอาลูกปัดติดตัวไปไม่ได้ เอาทองคำติดตัวไปไม่ได้ แต่เรายังมีรอยสักบนตัวเรา ตายไปเจอบรรพบุรุษ ท่านก็จำรอยสักเราได้” แม่เฒ่าบอก ดังนั้นรอยสักก็คือตัวตนของชาวคาลิงกานั้นเอง</p>



<p>“เราเชื่อว่าแม่เฒ่าวังออดคือตัวแทนของอุดมคติของเรา คือความงามในวัฒนธรรมฟิลิปปินส์ เราเชื่อว่าแนวคิดเกี่ยวกับความงามนั้นมันต้องวิวัฒน์ และจะต้องน้อมรับรูปร่างใบหน้าที่แตกต่างหลากหลายเข้ามาเป็นความงามได้แล้ว คือเรากำลังพูดถึงความงามของมนุษยชาตินั่นเอง” บรรณาธิการ บี วัลเดส สรุป</p>



<p>คงไม่มีใครเหมาะจะใช้ขึ้นปกเพื่อเอาความสวยไร้กาลเวลา มาทลายข้อจำกัดในความหมายของความงามเท่าแม่เฒ่าวังออด ช่างสักในตำนานแห่งหมู่บ้านบัสคาลานอีกแล้ว</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/whang-od/">อาโป วังออด ช่างสักโบราณอายุ 105 ปี ที่อาจเป็นคนสุดท้ายของชนเผ่าคาลิงกาในฟิลิปปินส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
