ผ่านมา 2-3 เดือนเราเริ่มคุ้นชินกับชีวิต #stayhome ความสนุกในการกักตัวอยู่บ้านในโตเกียวของฉันส่วนใหญ่มาจากการไถนิวส์ฟีดดูการใช้ชีวิตสายเชฟสายแดนซ์สายบาร์เบอร์ ของเพื่อนๆที่ประเทศไทยสิ่งหนึ่งที่ฉันค้นพบคือการกักตัวอยู่บ้านไม่ได้ทำให้มีแค่เชฟแดนเซอร์ หรือช่างตัดผมจำนวนมากถือกำเนิดขึ้นเท่านั้นแต่ ‘จำนวนทาสแมว’ ก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเช่นกัน
เพื่อนหลายคนมีแผนรับแมวมาเลี้ยงอยู่แล้วบางคนกักตัวจนเหงาประกาศหาเพื่อน 4 ขาสู้โควิด ซึ่งได้รับข้อมูลล้นหลามภายในเวลาอันรวดเร็ว
ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นดินแดนทาสแมวแถวหน้าของโลกแห่งหนึ่งรึเปล่านะ
คำตอบคือไม่

สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากกฎอันเข้มงวดของคอนโดและอพาร์ตเมนต์ที่นี่ซึ่งส่วนมากไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ครั้นจะย้ายบ้านช่วงโควิดเพื่อเลี้ยงแมวก็ดูเล่นใหญ่ ใช้เงินเปลือง แถมเสี่ยงไปหน่อยหรืออาจเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงเจ้าเหมียวที่นี่สูงไม่น้อยเฉลี่ยปีละ 160,000 เยนต่อตัวหรือความเป็นไปได้อีกอย่างคือมีจำนวนผู้เลี้ยงแมวเยอะมากอยู่แล้ว เพราะจากสถิติปี 2019 พบว่ามีจำนวนแมวเลี้ยงทั่วประเทศถึงเกือบ 10 ล้านตัวเชียว
แต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่าน้องแมวที่นี่จะไม่มีโอกาสได้เยียวยาหัวใจใครจากเหตุการณ์นี้เพราะในญี่ปุ่นนั้นแมวไม่ได้เป็นแค่เจ้านายแต่หลายตัวมีอาชีพเป็น ‘นักบำบัด’ เดินสายให้ความสุขระหว่างการรักษาอย่างเป็นทางการ

cat therapist คืออะไร
หลายคนอาจเคยได้ยินการใช้สัตว์ช่วยบำบัดผู้ป่วยหรือ animal-assisted therapy ในต่างประเทศมาบ้างโดยทั่วไปจะมอบหมายหน้าที่ให้น้องๆที่ฝึกฝนง่ายอย่างสุนัขม้าหรือนกวงการแพทย์ญี่ปุ่นยังไม่ได้นำศาสตร์นี้มาใช้อย่างเป็นทางการแต่ก็มีทั้งคุณหมอและทาสแมวผู้มีความเชี่ยวชาญด้านนี้เห็นแววริเริ่มนำแมวที่เป็นงานออกเดินสายดูแลหัวใจมนุษย์ที่กำลังประสบปัญหาในขอบเขตที่ยังไม่นับเป็นการรักษาทางการแพทย์เช่นพาไปหาผู้ป่วยที่บ้านพักคนชราหรือใช้พื้นที่ในคาเฟ่แมวจัดอีเวนต์สำหรับดูแลจิตใจ
หน้าที่หลักของนักบำบัด 4 ขาคือเยียวยาอารมณ์และจิตใจผู้ป่วยที่มีปัญหาเช่นสมองเริ่มเสื่อมถอย หรือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าขั้นตอนการรักษาของเจ้าเหมียวนั้นแสนเรียบง่ายคุณเขาแค่กระโดดขึ้นไปนอนนิ่งๆบนตักของคุณตาคุณยายไม่ก็เข้าไปคลอเคลียใกล้ๆส่งเสียงงุ้งๆ งิ้งๆสร้างความเพลิดเพลินอย่างเป็นธรรมชาติ


ดูเหมือนจะเป็นงานง่ายๆขำๆแต่อาชีพแมวบำบัดในญี่ปุ่นมีมาเกือบ 10 ปีแล้วและบำบัดกันจริงจังทีเดียวที่สำคัญไม่ใช่ว่าแมวทุกตัวทำได้ยิ่งแมวไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงที่ว่าง่ายหรือขยันอ้อนมนุษย์อยู่แล้วแมวที่จะเป็นนักบำบัดได้จึงต้องชอบเล่นกับมนุษย์เป็นทุนเดิม
ผู้ก่อตั้งสมาคมแมวบำบัดซึ่งมีประสบการณ์เพาะพันธุ์แมวมากว่า 15 ปีบอกว่านิสัยแมวมักถูกกำหนดมาตั้งแต่แรกตัวไหนชอบเล่นกับคนตัวไหนหยิ่งนิดๆไว้ตัวหน่อยๆก็จะเป็นแบบนั้นไปตลอดเธอจึงต้องทำตัวเป็น ‘แมวมองมองแมว’ แต่แรกว่าตัวไหนมีแววจะผันตัวจากเจ้านายมาเป็นนักบำบัดได้ถึงสร้างทีม cat therapist ขึ้นมาได้สำเร็จ
พลังวิเศษของแมวในการเยียวยามนุษย์
ทาสแมวญี่ปุ่นบอกว่าเพียงแค่มองหน้าและกะพริบตาให้กันก็สื่อถึงความรักและความผูกพันที่มีได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดซึ่งการสื่อสารแบบอวัจนภาษานี้เองที่ทำให้ ‘นุด’ หรือทาสรู้สึกผ่อนคลาย
นอกจากนี้เสียงที่แมวร้องออกมายังได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีส่วนช่วยเช่นกันการสั่นสะเทือนจากคลื่นความถี่ต่ำที่แมวส่งออกมาจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nervous system) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะบางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของจิตใจคล้ายๆกับระบบประสาทซิมพาเทติก (sympathetic nervous system) ที่ทำให้มนุษย์สามารถยกตุ่มหนีไฟไหม้ได้แต่ระบบนี้เน้นดูเรื่องความผ่อนคลายดังนั้นเมื่อระบบพาราฯถูกกระตุ้นมากกว่าซิมพาฯมนุษย์จึงรู้สึกหายเครียดรื่นเริงบันเทิงสุข

หนังสือชื่อ subete no neko wa therapist (แปลว่า แมวทุกตัวคือนักบำบัด) เล่าถึงความเก่งกาจของเจ้า ‘ฮิเมะ’ แมวนักบำบัดตัวท็อปไว้ว่านางเป็นแมวซึ่งคุณหมอผู้เป็นเจ้าของพาไปรักษาคนไข้หน้างานด้วยเสมอจึงคุ้นชินกับการทำงานทางการแพทย์และบรรยากาศในที่ทำงานมาตั้งแต่เด็กเวลาคุณหมอพาฮิเมะไปที่บ้านพักคนชราฮิเมะจะรู้งานกระโดดขึ้นไปนั่งตักผู้สูงอายุทันทีทั้งๆที่ปกติฮิเมะเป็นแมวขี้กลัวไม่ยอมเข้าใกล้สตาฟในบ้านพักคนชราสักคนแต่กลับกระโจนเข้าหาผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยอย่างเป็นธรรมชาติ
“ฮิเมะรู้ครับว่าใครต้องการการบำบัด” คุณหมออธิบายไว้อย่างนั้น

การที่ฮิเมะขึ้นไปนั่งบนตักให้ลูบด้วยความเอ็นดูนอกจากจะทำให้พวกเขาผ่อนคลายบางครั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองทำให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความจำซึ่งปกติอาจจะคุยไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยซ้ำจำชื่อของมันได้ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับคนไข้อย่างมาก
ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะซึมเศร้านอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินจากแมวบางครั้งยังเรียนรู้การใช้ชีวิตจากแมวด้วยเช่นเมื่อเห็นแมวใช้ชีวิตอย่างอิสระ สบายๆก็เกิดแรงบันดาลใจที่จะมีชีวิตแบบนั้นบ้างบางคนก็ค้นพบว่าคนก็ใช้ชีวิตรูปแบบนี้ได้เหมือนกันนี่
นอกจากสมองและจิตใจแมวยังช่วยบำบัดกายภาพได้ด้วยผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุบางคนมีอาการนิ้วล็อกเกร็งปกติขยับไม่ค่อยได้และไม่ค่อยอยากให้ความร่วมมือกับนักกายภาพบำบัดสักเท่าไหร่แต่เมื่อได้เจอกับนักบำบัด 4 ขาขนนุ่มมานั่งอ้อนอยู่ใกล้ๆความรู้สึกอยากจะลูบแมวทรงพลังมากพอให้พวกเขาพยายามขยับนิ้วจนลูบแมวได้สำเร็จโดยไม่ทำหน้าเหยเกเหมือนตอนทำกายภาพบำบัดแม้แต่น้อยจนนักกายภาพฯ ที่มองอยู่ถึงกับพูดออกมาว่า “ผมแพ้แล้ว”
ตอนนี้ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นหลักเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แมวนักบำบัดเองก็ต้องพักก่อนกว่าจะได้เดินสายมอบความบันเทิงให้ผู้คนอีกครั้งคงต้องรออีกระยะใหญ่
แต่ไม่ต้องเป็นห่วงงานคาวาอี้พี่ยุ่นเขาถนัดนักมีหมอนอิงหางแมวไว้ให้ลูบแทนแมวจริงขายด้วยลูบแล้วหางกระดิกจริงกระดิกตามน้ำหนักมือที่เราลูบด้วยล่ะเพียงเท่านี้จะกฎของคอนโดหรือโควิดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปกระจายพลังเหมียวเยียวยาหัวใจได้อย่างทั่วถึง







