Gosh! Comics: จักรวาลในร้านหนังสือการ์ตูนของลอนดอนที่สนุกจนต้องร้อง oh my Gosh!

Gosh! Comics: จักรวาลในร้านหนังสือการ์ตูนของลอนดอนที่สนุกจนต้องร้อง oh my Gosh!

1.
ร้าน Gosh! ชั้น 1 – เวลาเช้าตรู่

ทั้งที่ร้านหนังสือแห่งนี้มีขนาดราวห้องเรียนเล็กๆ ห้องเดียว แต่ฉันกลับใช้เวลาตั้งครึ่งชั่วโมงเดินไปทั่วร้านเพื่อหาหนังสือเล่มหนึ่ง

“ให้ตายสิ อยู่ที่ไหนนะ! อย่าบอกนะว่าขายหมดไปแล้ว” ฉันพึมพำ พร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เอ่อ.. ขอโทษนะครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม” เสียงชายหนุ่มสำเนียงบริติชที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาฉันตกใจจนสะดุ้งโหยง หนุ่มร่างท้วมที่ทักฉันแนะนำตัวว่าเขาคือหัวหน้าพนักงานร้านชื่อ Steven Walsh

ฉัน: คือว่า… อยากได้หนังสือเล่มนี้ค่ะ ฉันพูดพร้อมเปิดมือถือโชว์ปกกราฟิกโนเวลเล่มนึงให้ดู

ปราดตาดูแป๊บเดียว พนักงานหนุ่มก็เดินตรงไปที่ชั้นหนังสือใกล้ตัวฉัน

ฉัน: (หึ ตรงนั้นไม่มีหรอก ฉันดูมาหลายรอบแล้ว-ยิ้มเยาะในใจ)
สตีเวน: นี่ครับ พอดีเล่มนี้พิมพ์ผิด ที่สันไม่มีชื่อหนังสือ คุณเลยหาไม่เจอน่ะ

ฉัน: ไม่จริง! ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที คุณทำได้ยังไง อย่างกับมีเวทมนตร์เลย

สตีเวน: ฮ่าาา (หัวเราะยาว) สำหรับเราที่ช่วยกันจัดร้านใหม่ตลอด เราจำได้หมดว่าอะไรอยู่ตรงไหนแม้แต่สันบางๆ เราก็รู้ว่าปกของมันหน้าตาเป็นยังไง ไม่ได้ใช้มนตร์วิเศษอะไรเลยครับ

จริงสินะ สำหรับร้าน Gosh! เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะพวกเขาประกาศตัวมานานแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดหนังสือการ์ตูนเพราะเปิดมานานกว่า 30ปี

Gosh! ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในร้านหนังสือน่าสนใจที่สุดในลอนดอน แม้ไม่ใช่ร้านที่ใหญ่ที่สุดหรือมีหนังสือครบที่สุด แต่หนังสือทุกเล่มในร้านได้รับการคัดสรรมาอย่างดีแบบมีรสนิยม ทั้งกราฟิกโนเวล นิทานเด็ก ไปจนถึงหนังสือจากสำนักพิมพ์อินดี้ ซีน (หนังสือทำมือ) สวยๆ ราคาย่อมเยาแต่เนื้อหาคมคาย ที่ชั้นใต้ดินของร้านมีการ์ตูนคอมิกอเมริกันจ๋า มังงะจากแดนปลาดิบ และซีดีการ์ตูนให้นักสะสมลงไปคุ้ย บนฝาผนังร้านมีงานภาพประกอบสวยๆ พิมพ์ใส่กรอบ เป็นผลงานของนักวาดภาพที่เอามาฝากขายในราคาเอื้อมถึง เราไม่ซื้อไม่เป็นไร แค่เดินดูภาพในร้านก็รู้สึกเหมือนอยู่ในแกลเลอรี่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจหากที่นี่จะขึ้นแท่นเป็นร้านหนังสืออันดับหนึ่งในดวงใจของคนรักหนังสือภาพ นักเรียนศิลปะ และบรรดานักออกแบบในกรุงลอนดอน

สำหรับฉัน การมาตามหาหนังสือในร้านนี้จริงๆ แล้วเป็นแค่ข้ออ้างที่จะมาเดินเที่ยวเล่นและพูดคุยกับคนรักหนังสือเท่านั้นแหละ

พอเห็นว่าสตีเวนคุยสนุก แถมตอนเช้าอย่างนี้มีแค่ฉันกับพ่อลูกอีกคู่ตรงมุมร้าน ฉันเลยไม่เกรงใจที่จะชวนเขาคุยต่อยาวๆ สตีเวนเล่าว่าหน้าที่สำคัญของพนักงานคือช่วยพาหนังสือที่พวกเขาเชื่อว่าดีไปเจอคนอ่านที่เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนแต่อยากเข้ามาทำความรู้จักโลกใบนี้

สตีเวน: พวกเขามักพูดว่า ผมไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อนเลย ผมควรเริ่มอ่านอะไรดี แล้วพวกเราก็จะถามว่าเขาสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษล่ะ ประวัติบุคคล ประวัติศาสตร์ เรื่องแต่งไซไฟ หรือเรื่องสยองขวัญ ผจญภัย เพราะการ์ตูนเป็นโลกที่กว้างมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีเรื่องที่พวกเขาไม่สนใจ

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจการ์ตูนและหนังสือภาพผิดๆ คิดว่าหนังสือเหล่านี้มีไว้สำหรับเด็กเท่านั้น แต่ผมว่าถึงใช้ภาพดำเนินเรื่องไม่ต่างจากแอนิเมชัน แต่หนังสือภาพมีกลไลเล่าเรื่องที่เฉพาะตัว ทั้งการจัดวางภาพบนหน้ากระดาษ การดำเนินเรื่องในแต่ละช่อง แต่ละหน้าล้วนมีศาสตร์ของมัน และคุณจะเสพวิธีการแบบนี้จากสื่อชนิดอื่นไม่ได้อีกแล้ว คนที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนจะพลาดประสบการณ์ที่น่าสนใจนี้ทั้งหมด โอเค เขาอาจได้รับเนื้อหาเดียวกันจากหนัง แต่เขาจะไม่มีวันเข้าใจเทคนิคการเล่าเรื่องผ่านหน้ากระดาษแบบการ์ตูน คนที่ไม่ชอบอ่านการ์ตูนก็เหมือนคนที่ปฎิเสธการฟังเพลง ผมคิดว่าคุณไม่ต้องชอบทุกเพลงก็ได้ แต่มันจะมีบางแนวที่คุณชอบแน่นอน การ์ตูนก็เช่นกัน

ฉัน: ตอนนี้พวกการ์ตูนแอนิเมชันพัฒนาไปไกลมากเลยนะ คุณเคยกลัวไหมว่าวันนึงเราจะไปถึงจุดที่ไม่มีใครอยากอ่านการ์ตูน

สตีเวน: คุณนี่มองโลกในแง่ร้ายจังนะ หลายคนพูดว่าหนังสือการ์ตูนกำลังจะหายไปจากโลก แต่ผมคิดว่าเป็นความคิดที่งี่เง่ามาก หนังสือการ์ตูนเป็นสื่อที่พิเศษ แม้มันจะดูโบราณ เป็นภาพนิ่งๆ แบนๆ บนกระดาษ แต่มันเป็นสื่อที่ผสมผสานระหว่างการใช้ภาษาภาพและภาษาเขียน ทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานพร้อมกัน แม้จะมีคนเล่นกับมันมาแล้วหลายร้อยปี แต่ก็ยังมีเทคนิคใหม่ๆ ให้พวกเราได้ทดลองและสำรวจอีกไม่สิ้นสุด ยิ่งคนรุ่นใหม่ทดลองมากขึ้น คนอ่านก็ยิ่งอยากรู้ ยิ่งกระหายที่จะเสพเรื่องราวและวิธีการใหม่ๆ ของพวกเขา ผมนึกภาพวันที่คนจะเบื่อการ์ตูนไม่ออกเลยจริงๆ นะ

ฉัน: แต่โลกนี้ไม่มีความแน่นอนจริงไหม อะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้น

สตีเวน: ฮ่าๆ คุณมองโลกในแง่ร้ายอีกแล้ว ผมทำงานในร้านนี้มานาน เลยได้เห็นว่าสิ่งมีค่าอย่างหนึ่งในวงการนี้คือทัศนคติของทุกคน พวกเขาไม่ได้เข้ามาทำเป็นอาชีพเพื่อหาเงินอย่างเดียว แต่ยังทำเพราะความหลงใหลจากใจจริง ไม่ว่าแต่ละวันต้องเจอกับปัญหาอะไร แต่ความรักและความกระตือรือร้นที่ทุกคนมีในใจไม่เคยหมดไป นั่นเลยทำให้ผมรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้ทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ได้เจอกับคนมหัศจรรย์แบบนี้ทุกวัน

สตีเวนเล่าต่อว่าการทำงานในร้านหนังสือทำให้เขาได้เจอผู้ผลิตและคนอ่านหลากหลาย เลยมองเห็นเทรนด์ในวงการว่า จากที่ก่อนหน้านี้การ์ตูนส่วนใหญ่จะเป็นแนวแอ็กชั่นผจญภัย ตอนนี้การ์ตูนเริ่มมีเนื้อเรื่องกว้างขึ้น มีคนวาดการ์ตูนจากหลายเชื้อชาติมากขึ้น และข่าวดีที่สุดคือ เทคโนโลยีทำให้การพิมพ์หนังสือสักเล่มเป็นเรื่องง่ายและถูกลงเยอะ ตอนนี้เราเลยมีโอกาสได้เห็นลายเส้นและเรื่องราวที่ไม่ถูกจำกัดด้วยความนิยมของคนส่วนใหญ่ ถึงหนังสืออินดี้เหล่านี้จะไม่ฮิตมาก แต่ก็มีนักอ่านเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาอยู่รอดในวงการต่อไป

ฉัน: แต่ร้านนี้ดูไม่ใหญ่มาก คุณคงวางขายหนังสือทุกเล่มในตลาดไม่ได้หรอกใช่ไหม

สตีเวน: (คิดเล็กน้อย) ใช่เลยครับ นอกจากทุกเล่มต้องเป็นหนังสือดีมีคุณภาพในมาตรฐานของเรา เรามักมองหาเล่มที่มีแนวคิดใหม่ๆ น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะเรื่องราวที่ยังไม่เคยมีใครรับรู้ อย่างหนังสือที่บอกเล่าเรื่องเพศ สังคม การเมือง หรือเรื่องยากๆ อย่างประวัติศาสตร์และประวัติบุคคลสำคัญ

ฉัน: ขอโทษนะสตีเวน แต่หนังสือที่ดูน่าเบื่อแบบนี้ขายได้หรอ

สตีเวน: ฮ่าๆๆๆ คุณอาจคาดไม่ถึงนะ แต่เชื่อไหมว่าหนังสือแนวนี้กำลังเป็นที่นิยม การเล่าผ่านการ์ตูนทำให้เรื่องราวที่ซับซ้อนเข้าใจง่ายและสนุกขึ้นเยอะ เพราะการ์ตูนสร้างบทสนทนาน่าสนใจ เติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปในหน้าประวัติศาสตร์ ใส่ฉาก หน้าคน เสื้อผ้าและทำอะไรเวอร์ๆ ที่แสดงออกไปไม่ได้ในโลกความจริงได้

2.
ชั้นใต้ดินร้าน Gosh! – เวลาสาย

ฉันคุยกับสตีเวนเพลินจนลืมเวลา พอพระอาทิตย์ขึ้นสูง ลูกค้าในร้านก็เริ่มเยอะขึ้นจนร้านดูเล็กลงไปถนัดใจ เราเลยต้องย้ายคุยมาที่ชั้นใต้ดินซึ่งขายการ์ตูนฝรั่งและญี่ปุ่น (ให้เพื่อนสตีเวนช่วยดูแลร้านด้านบน)

มองเพลินๆ ทุกอย่างก็ดูราบรื่น แต่ในความจริงพายุการแข่งขันระหว่างร้านหนังสืออิสระกับร้านใหญ่และร้านออนไลน์ในตอนนี้รุนแรงมาก มีร้านขายการ์ตูนหลายร้านปิดกิจการลง สวนทางกับ Gosh! ที่ยังดูแข็งแรงไม่ต่างจากชายหนุ่มวัย 30 ปี

สตีเวน: เพราะเราไม่ได้คิดว่าการ์ตูนเป็นเพียงสินค้าที่มีไว้เพื่อขาย แต่มันเป็นสื่อที่บอกเล่าความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ร้านของเราเลยตั้งใจเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการ์ตูน ทั้งคนสร้างงานและคนอ่าน นักวาดมืออาชีพและมือสมัครเล่น สร้างพื้นที่ที่คนจะมาแบ่งปันความสนใจและประสบการณ์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน เราเลยจัดกิจกรรมในร้านบ่อยๆ อย่างงานออกร้านขายหนังสือของสำนักพิมพ์อิสระ หรือกิจกรรม drink and draw ที่เราจะเชิญนักวาด 3 – 4 คนมาเป็นทำกิจกรรมกับนักวาดรุ่นใหม่และแฟนๆ เริ่มจากการแจกลายเซ็น พูดคุยกัน พากันไปดื่มที่ผับใกล้ๆ แล้วเราก็จะมีแบบฝึกหัดและกิจกรรมวาดรูปร่วมกัน โดยแต่ละครั้งจะมีธีม เช่น ความฝันที่น่ากลัวที่สุด เป็นหัวข้อง่ายๆ ที่เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้วาด และพูดคุยกับคนทำงานมืออาชีพ

ฉัน: เป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก ทำให้ลูกค้าไม่ได้มาเพื่อซื้อหนังสืออย่างเดียว แต่เข้ามาเพราะที่นี่มีสิ่งที่หาจากที่ไหนไม่ได้สินะคะ

สตีเวน: ใช่ครับ อาจเป็นเพราะบรรยากาศสบายๆ ของร้านเราที่ทำให้คนรู้สึกสนิทกัน รู้สึกเป็นเพื่อนกันง่ายขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าการสร้างชุมชนแบบนี้มันสำคัญมากเลยนะ เมื่อนักอ่านได้เจอนักเขียน นักวาดรุ่นใหม่ได้เจอสำนักพิมพ์ มันทำให้วงการได้พัฒนาในระยะยาว และเราก็ภูมิใจมากที่เป็นตัวเชื่อมแรกที่พาให้ตัวละครทั้งหมดมาเจอกัน

3.
ถนน Berwick – เวลาเที่ยง แดดจัด

ฉันพาหนังสือไปจ่ายเงิน แล้วกล่าวขอบคุณสตีเวนสำหรับบทสนทนาดีๆ ในขณะที่กำลังก้าวออกจากร้าน ฉันเดินตามหลังพ่อลูกคู่เดิม เด็กชายตัวจิ๋วกำลังตื่นเต้นกับการ์ตูนเล่มใหม่ในอ้อมแขน

เด็กชาย: พ่อฮะ ผมว่าโตขึ้นผมจะเป็นนักเขียนการ์ตูนล่ะ…

สองพ่อลูกเดินกลืนหายไปในฝูงชนก่อนที่ฉันจะฟังบทสนทนาจบ แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉันยิ้มกว้างจนตาหยี

Best Seller : From Hell เรื่อง Alan Moore ภาพ Eddie Cambell

การ์ตูนประวัติศาสตร์ช่วงปลายยุควิกตอเรียที่เล่าเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องของ Jack the Ripper ภายใต้ความสยองขวัญ หนังสือยังพูดถึงเหตุการณ์รอบๆ ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ทั้งเรื่องภายในราชวงศ์อังกฤษ ความกลัวของคนในสังคม มนุษยธรรม และวัฒนธรรม หนังสือได้รางวัลจากหลายประเทศ และยังได้รับการดัดแปลงเป็นหนังและละครทีวี สตีเวนบอกว่า “ทั้งไอเดียและปมปัญหาในเรื่องผูกโยงเข้าด้วยกันดีมาก ผมว่ามันเป็นงานศิลปะดีที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเลย”

Gosh! recommend: Ghost World เรื่องและภาพ Daniel Clowes

การ์ตูนที่เล่าเรื่องของสองสาวเพื่อนซี้ที่เพิ่งจบมัธยมปลายและกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิต เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยวีรกรรมที่ทั้งสองทำร่วมกันจนทั้งคู่ค่อยๆ เติบโตและเดินแยกทางกันไป ท่ามกลางเรื่องราวของความสัมพันธ์ในชีวิตวัยรุ่นสังคมที่ผุพัง และมุกเสียดสีวัฒนธรรมป๊อปปี 90 เราจะได้เห็นคำว่า Ghost World ปรากฎอยู่ตามป้ายประตู และที่ต่างๆ ในเรื่องอย่างไม่มีที่มาที่ไป

ถ้าอยากรู้ว่าคำคำนี้แปลว่าอะไร คงต้องหามาอ่านและลองตีความดูนะ

High Season: เดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเป็นช่วงที่ร้านคึกคักที่สุดเพราะใครๆ ก็อยากมาซื้อหนังสือเป็นของขวัญวันคริสต์มาสและปีใหม่ ทางร้านเลยจัด Gift Table รวมหนังสือที่ทีมงานคิดว่าเหมาะเป็นของขวัญให้คนพิเศษ ส่วนในรอบสัปดาห์ การ์ตูนใหม่ๆ จะมาส่งที่ร้านทุกวันพุธ แต่วันเสาร์เป็นวันดีที่สุดที่จะมาร้าน เพราะทีมงานจะแกะหนังสือมาวางบนช้ันหมดแล้ว วันเสาร์จึงเป็นวันที่ร้านมีหนังสือเยอะสุด

“สิ่งมีค่าอย่างหนึ่งในวงการนี้คือทัศนคติของทุกคน พวกเขาไม่ได้เข้ามาทำเป็นอาชีพเพื่อหาเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำเพราะความหลงใหลจากใจจริง ไม่ว่าแต่ละวันจะต้องเจอกับปัญหาอะไร ความรักและความกระตือรือร้นที่ทุกคนมีในใจไม่เคยหมดไป

Gosh! Comics

address : 1, Berwick St, Soho, London W1F 0DR, UK
how to get there : นั่งรถไฟใต้ดินมาที่สถานี Piccadilly Circus แล้วเดินไปบนถนน Shaftesbury Avenue ก่อนเลี้ยวซ้ายที่ Rupert Street ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

contact
facebook | Gosh London
twitter | @GoshComics
Hours : เปิดทุกวัน 10.30 – 19.00 น.

ภาพประกอบ: Faan.peeti

AUTHOR