Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
“สร้างที่ปลอดภัยให้เขารู้สึกว่าเป็นมนุษย์เหมือนกัน” สุขภาพใจในเรือนจำของผู้ต้องขัง

“สร้างที่ปลอดภัยให้เขารู้สึกว่าเป็นมนุษย์เหมือนกัน” สุขภาพใจในเรือนจำของผู้ต้องขัง

27/08/2020
Behind Bars
AUTHOR: สุดารัตน์ พรมสีใหม่
SHARE:

 สุขภาพจิตในเรือนจำ
หากพูดถึงการดูแลเรื่องสุขภาพในเรือนจำ การดูแลสุขภาพใจน่าจะเป็นประเด็นที่ขาดไม่ได้ในหัวข้อนี้

 งานวิจัยที่ผ่านมาต่างยืนยันผลตรงกันว่าสุขภาพจิตของผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการป่วยก่อนเข้าเรือนจำมาก่อนแล้ว ด้วยสาเหตุจากยาเสพติด ปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ ฯลฯ หรือผู้ต้องขังที่เพิ่งมีอาการป่วยเมื่อเข้ามาในเรือนจำ เพราะความเครียดจากคดี การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน และการใช้ชีวิตร่วมกับคนไม่คุ้นเคยจำนวนมาก 

 สุขภาพจิตในเรือนจำ
ในปี 2561 กรมสุขภาพจิต เผยผลวิจัยว่า ผู้ต้องขังในเรือนจำมีปัญหาสุขภาพจิตสูงถึงร้อยละ 46 และสูงกว่าประชาชนทั่วไปถึง 3 เท่า จำนวนตัวเลขเหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต่างให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหา มีโครงการที่หน่วยงานรัฐร่วมมือกันส่งจิตแพทย์เข้ามาฟื้นฟูจิตใจของผู้ป่วย หรือโครงการจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาทำกิจกรรมให้ผู้ต้องขัง แต่ด้วยปัจจัยและเงื่อนไขต่างๆ ทำให้การรับมือต่อปัญหานี้ยังไม่สามารถทำให้ผู้ต้องขังได้รับการรักษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร

 ท่ามกลางหลากหลายความช่วยเหลือสุขภาพจิตในเรือนจำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมองเห็นความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขังโดยไม่มีเงื่อนไข การทำผิดเป็นอดีตที่ทุกคนล้วนมีเหตุปัจจัยให้เลือกทางเดินหนึ่งในชีวิต แต่ใช่ว่าสิ่งนั้นจะต้องเป็นตราบาปไปตลอด และเราจะต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดการพูดคุยอย่างเปิดใจเพื่อฟื้นฟูพวกเขาให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ในสังคม 

 สุขภาพจิตในเรือนจำ

ความสำคัญของการเปิดพื้นที่ปลอดภัยฟื้นฟูจิตใจเพื่อนมนุษย์

 วิชญา โมฬีชาติ เป็นหนึ่งในนักจิตวิทยาคลินิกที่ได้ร่วมทำงานกับกองบริการการแพทย์ หน้าที่ของวิชญากับบทบาทนักจิตวิทยาคลินิกในเรือนจำมีอยู่สองส่วน คือรับบำบัดผู้ต้องขังที่เป็นโรคทางจิตเวช ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำจะพาผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล หรือบางครั้งเธอจะเข้าไปรักษาที่เรือนจำด้วยตัวเอง และอีกบทบาทคือการเป็นวิทยากรให้ความรู้การดูแลด้านจิตใจของผู้ต้องขังในเรือนจำปีละ 2 ครั้ง

 “การทำงานตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเราบอกว่าการจองจำเป็นการคุมประพฤติไม่ให้เขาออกไปกระทำผิดอีก เรารู้สึกว่าพื้นที่ที่ทำให้เขาได้มาพบนักจิตวิทยาเพื่อทำจิตบำบัด เป็นพื้นที่ที่เราจะได้ดูแล เยียวยาหัวใจของเขา เพื่อทำให้เขาได้มีโอกาสฟื้นฟูใจ เมื่อพ้นโทษไปแล้วเขาจะใช้ชีวิตใหม่ได้” วิชญาเล่า

 สุขภาพจิตในเรือนจำ

 ในฐานะนักจิตวิทยาที่ได้เข้าไปทำงานกับผู้ต้องขังกว่า 20 ปี เธอพบกับนักโทษที่มีอาการทางจิตหลากหลาย ทั้งผู้ป่วยจากยาเสพติด ภาวะซึมเศร้า หรือบำบัดผู้ที่เคยกระทำผิดในคดีฆาตกรรม แต่ไม่ว่าผู้ป่วยที่เธอพบเจอจะถูกตัดสินด้วยคดีอะไรมา สิ่งสำคัญที่เธอบอกว่านักจิตวิทยาจะต้องมีคือการรักษาผู้ป่วยโดยไม่มีเงื่อนไข

 “แน่นอน กฎหมายตัดสินว่านักโทษผิด เขาจะรู้สึกอยู่แล้วว่าทุกคนมองว่าเขาเป็นคนผิด สิ่งสำคัญของนักจิตวิทยาคือ เราต้องไม่มีอคติ แต่ต้องมี unconditional positive regard เป็นความเข้าใจผู้ต้องขังโดยที่เราไม่ตัดสินว่าเขาจะดี เลว ชั่ว จะถูก จะผิด แต่เราจะเปิดพื้นที่ปลอดภัยที่เขาจะคุยกับเราได้ ทำให้ผู้ต้องขังรู้สึกได้รับเกียรติจะทำให้พวกเขารู้สึกได้รับคุณค่าความเป็นมนุษย์กลับคืน

 “อีกอย่างต้องเข้าใจว่าเราทุกคนไม่ได้เกิดมาในโลกนี้พร้อมความตั้งใจที่จะมาทำผิด ไม่มีใครเกิดมาแล้วบอกว่าฉันตั้งใจจะมาฆ่าคนอื่น หรือทำผิดกฎหมาย ทุกคนมีปัจจัยที่ล้วนต้องการการยอมรับ แท้ที่จริงแล้วมันอาจจะเกิดจากการที่เขาต้องเผชิญกับเรื่องยากๆ แต่เขาไม่มีตัวช่วย มันก็เลยทำให้เขาต้องเลือกเดินทางผิดก็ได้ แต่ความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว เราจะทำยังไงให้เขาสามารถก้าวข้ามอดีตมาอยู่กับปัจจุบัน เพื่อมีต้นทุนที่ดีให้เขาเดินต่อในอนาคต เรารู้สึกว่านี่เป็นหน้าที่ของนักจิตบำบัดที่จะช่วยเยียวยาได้”

 สุขภาพจิตในเรือนจำ

ภาวะขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในการรักษา

 แม้การกำหนดนโยบายดูแลผู้ป่วยจิตเวชและส่งเสริมฟื้นฟูจิตใจผู้ต้องขังในไทยจะมีนานกว่า 20 ปีแล้ว และมีกิจกรรมที่ทำให้ผู้ต้องขังได้ฟื้นฟูจิตใจจากหลายโครงการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเบื้องหลังกำแพงสูงของเรือนจำทั่วประเทศยังมีผู้ที่ไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่

 งานศึกษาในโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ปี 2561 สำรวจผู้ต้องขังจำนวน 600 คนในเรือนจำที่มีความมั่นคงปานกลางถึงสูงสุด 10 แห่ง พบว่ามีปัญหาสุขภาพจิตสูงกว่าคนข้างนอก 3 เท่า โดยโรคที่พบมากที่สุดคือ ติดสุราและยาเสพติด โรคซึมเศร้า ความเสี่ยงฆ่าตัวตาย และผู้ป่วย 1 ใน 4 มีอาการร่วมทางจิตเวช 2 โรคขึ้นไป และมีผู้ได้รับการรักษาในจำนวนที่ต่ำมาก 

 ที่สำคัญคือ แม้จะมีผู้ต้องขังใหม่ได้รับการคัดกรองสุขภาพจิตทุกราย แต่เรือนจำสามารถจัดบริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องหาได้เพียง 1 ใน 4  จัดระบบบริการบำบัดได้เพียง 51.3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังก่อนกลับสู่สังคมมีการทำงานถึง 71.1 เปอร์เซ็นต์

 ปัจจัยหลักๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการบำบัดรักษาของผู้ต้องขังคือ เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการในเรือนจำขาดความเชี่ยวชาญโดยตรงในด้านนี้ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เข้าไปทำงานในเรือนจำยังมีไม่เพียงพอ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ที่เคยได้รับการอบรมการดูแลโดยตรงมีการย้ายออกและลาออกบ่อย ทำให้ผู้ที่มาทำหน้าที่แทนไม่มีความรู้ในการดำเนินการต่อได้ ซึ่งทั้งหมดส่งผลให้การวินิจฉัยหรือบำบัดรักษาผู้ป่วยเป็นไปด้วยความล่าช้า 

 นอกจากนี้ยังพบปัญหาการรักษาในระยะยาวไม่มีประสิทธิภาพมากพอ เพราะความล่าช้าในการส่งต่อประวัติผู้ป่วย และข้อจำกัดของสถานที่ที่ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยขั้นรุนแรงได้เพียงพอ รวมถึงขาดแคลนเครื่องมือที่ใช้จำกัดพฤติกรรมในกรณีที่มีเคสรุนแรงด้วย

 สุขภาพจิตในเรือนจำ

เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไงบ้าง

 งานวิจัยชิ้นเดียวกันนี้เองได้เสนอทางเลือกของการแก้ปัญหานี้เอาไว้หลายทาง เช่น สนับสนุนให้ส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชมากขึ้น เพิ่มจิตแพทย์และแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านการรักษาโดยตรง และเพิ่มพยาบาลในเรือนจำ เพราะที่ผ่านมามีพยาบาลทำงานอยู่จำนวนจำกัดทำให้มีภาระงานที่มาก ไม่สามารถดูแลผู้ต้องขังได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ยังทำให้มีการทำงานในระบบนานขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการลาออกหรือย้ายตำแหน่ง

 สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ เราต้องดูแลสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำเพื่อลดอาการเครียดสะสมจากการทำงาน ส่วนพื้นที่ในเรือนจำ ควรมีการจัดโซนรองรับผู้ป่วยทางจิตที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น และจัดพื้นที่ลดความแออัด ใช้สิ่งแวดล้อมบำบัดซึ่งอาจช่วยลดความเครียดผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ได้

 ทั้งหมดต้องอาศัยการแก้ไขตั้งแต่เชิงนโยบายก่อนเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว และสนับสนุนให้มีการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขและเรือนจำเพื่อเกิดการทำงานอย่างเป็นระบบ เพราะสุขภาพใจเป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูให้ผู้ต้องขังสามารถกลับมายืนร่วมกันกับพวกเราได้ในสังคม 

Tags:นักจิตวิทยาสุขภาพจิตในเรือนจำกรมสุขภาพจิตวิชญา โมฬีชาติUnconditional Positive Regardสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต
Share :
Author
สุดารัตน์ พรมสีใหม่
Photographer
-
นพ.ไกรสร โตทับเที่ยง: “ทำไมหมอจะต้องเข้าไปเรือนจำเฉพาะเวลามีใครตายเท่านั้น”
Behind Barsนพ.ไกรสร โตทับเที่ยง: “ทำไมหมอจะต้องเข้าไปเรือนจำเฉพาะเวลามีใครตายเท่านั้น”นักเขียน : สุดารัตน์ พรมสีใหม่
"ความไว้ใจนำพาฉันไปติดคุกกับลูก" วันที่หญิงท้อง 5 เดือนต้องกลายเป็นนักโทษเรือนจำ​
Behind Bars"ความไว้ใจนำพาฉันไปติดคุกกับลูก" วันที่หญิงท้อง 5 เดือนต้องกลายเป็นนักโทษเรือนจำ​นักเขียน : สุดารัตน์ พรมสีใหม่
ออกแบบเรือนจำอย่างไรให้เข้าใจความเป็นมนุษย์และความต้องการของผู้ต้องขังหญิง
Draft Till Doneออกแบบเรือนจำอย่างไรให้เข้าใจความเป็นมนุษย์และความต้องการของผู้ต้องขังหญิงนักเขียน : พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์