Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ออกแบบเรือนจำอย่างไรให้เข้าใจความเป็นมนุษย์และความต้องการของผู้ต้องขังหญิง

ออกแบบเรือนจำอย่างไรให้เข้าใจความเป็นมนุษย์และความต้องการของผู้ต้องขังหญิง

10/06/2019
Draft Till Done
AUTHOR: พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์
SHARE:

 สมัยที่ยังเป็นเด็กบ่อยครั้งฉันมีโอกาสติดตามพ่อซึ่งเป็นทนายความเข้าไปทำงานในเรือนจำภาพที่ติดหัวไม่รู้หายคือภาพกำแพงสีขาวโพลนสูงลิบลิ่วบนกำแพงนั้นมีรั้วลวดหนามพันอยู่อีกชั้นพ่อบอกว่าลวดนั้นมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่หลายพันโวลต์นักโทษคนไหนคิดหลบหนีผลที่ตามมาอาจถึงแก่ชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย

 ในตอนนั้นภาพเรือนจำในหัวของฉันนั้นแสนโหดร้าย

 หน้าตาของคุกไม่มีแบ่งเพศเพราะไม่ว่าจะมองไปแดนไหนไม่ว่าจะเรือนจำหญิงหรือชายก็ดูเหมือนๆกันไปหมดนั่นคือกำแพงสูงใหญ่ที่มาพร้อมการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาและบรรยากาศอึมครึมขึงขังจากซี่ลูกกรงที่ติดตั้งอยู่ทุกหัวระแหงในเรือนจำ

 เรือนจำซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแดนลงทัณฑ์แน่นอนว่าไม่มีใครอยากย่างกรายเข้าไปใกล้ที่ว่า ‘คนในอยากออกคนนอกไม่อยากเข้า’ น่าจะเป็นคำอธิบายเรือนจำแบบย่นย่อที่คนทั่วไปเข้าใจได้ทันที

 แม้ว่าเรือนจำจะพรากอิสรภาพไปแต่ก็ใช่ว่าการต้องเข้าอยู่ในเรือนจำจะเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป

 ฟังก์ชั่นของเรือนจำในยุคสมัยใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเริ่มหลุดจากกรอบของการเป็นเพียงที่คุมขังเพื่อลงทัณฑ์ (punishment) และเริ่มมีความหมายใหม่ในฐานะสถานที่สำหรับการฟื้นฟูและแก้ไขความผิด (rehabilitation & correction)

 เช่นนี้ เรือนจำจึงต้องมีการออกแบบเพื่อสอดรับกับชีวิตประจำวันของผู้ต้องขังที่จะเข้าไปอยู่อย่างน้อยที่สุดคือต้องรองรับความแตกต่างระหว่างเพศชายและหญิงเพราะธรรมชาติของชายและหญิงมีความแตกต่างทั้งทางสรีระอารมณ์การเข้าสังคมฯลฯ

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ต้องขังหญิงบางคนที่พ่วงเงื่อนไขของ ‘ความเป็นแม่’ เข้ามาในเรือนจำด้วยเช่นหญิงที่ตั้งครรภ์หรือคลอดบุตรระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ

 การออกแบบเรือนจำขึ้นมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะจึงมีความสำคัญในแง่การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ต้องขังหญิงและเพื่อสุขภาวะที่ดีรวมถึงสวัสดิภาพองค์รวมของผู้ต้องขังหญิงด้วย

 ที่เคยบอกว่าคุกไม่มีแบ่งเพศนั้นฉันขอถอนคำพูดและขอสารภาพว่าคิดผิดไปมากทีเดียว

โปรเจกต์ต่อยอด ‘ออกแบบเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังหญิง’

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

  “บางครั้งในเรือนจำของผู้ต้องขังหญิงเรายังเห็นโถปัสสาวะของผู้ชายอยู่เลย”

 อาจารย์สุนารีลาวัลยะวัฒน์อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเกริ่นให้ฟังถึงปัญหาของเรือนจำหญิงในปัจจุบันว่า ส่วนใหญ่คือการรับมรดกจากเรือนจำชายที่ไม่ใช้แล้ว เนื่องจากผู้ต้องขังชายล้นเรือนจำจนต้องย้ายออกสู่สถานที่ที่สามารถรองรับคนได้มากกว่าเรือนจำหญิงส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงเท่ากับเรือนจำชายที่ไม่ใช้แล้ว ไม่ใช่เรือนจำที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ต้องขังหญิงโดยเฉพาะ

 “เมืองไทยยังไม่มีเรือนจำที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงและยังไม่เคยมีโปรเจกต์การออกแบบเรือนจำหญิงอย่างจริงจังมาก่อนเลยมันเป็นโอกาสดีที่เราจะทำ”

 โปรเจกต์ ‘การออกแบบเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังหญิง’ ในปีนี้ต่อยอดมาจากโปรเจกต์การออกแบบเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังชายในปีที่แล้วเกิดขึ้นจากความร่วมมือของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross : ICRC) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก ICRC เข้ามาบรรยายให้ความรู้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 2และมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

ก้าวเท้าเข้าประตูแง้มดูเรือนจำหญิง

 อาจารย์สุนารีอธิบายความแตกต่างระหว่างผู้ต้องขังหญิงและผู้ต้องขังชายว่า “ผู้ต้องหาหญิงโดยมากมักไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงเมื่อเทียบกับสถิติของฝั่งนักโทษชายดังนั้นการออกแบบเรือนจำสำหรับสตรีจึงมีเงื่อนไขที่แตกต่างจากฝ่ายชายเช่นต้องคำนึงถึงสตรีที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรภายในเรือนจำระดับการรักษาความปลอดภัยก็อาจจะผ่อนปรนลงเมื่อเทียบกับฝั่งของผู้ต้องขังชายเช่นรั้วกั้นไม่จำเป็นต้องสูงมากเพราะธรรมชาติสรีระของผู้ต้องขังหญิงไม่เหมือนกับผู้ต้องขังชายจึงไม่จำเป็นต้องสร้างผนังสูงเพราะกำลังกายของผู้หญิงไม่เท่าผู้ชายส่วนเรื่องการออกแบบภายในอาจมีการใช้สีสันลวดลายและเส้นสายเข้ามาใช้ด้วย”

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 อาจารย์สุนารีให้ความรู้เพิ่มเติมว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังหญิงมาจากคดียาเสพติดซึ่งจัดอยู่ในหมวด non-violent crime คือไม่มีการใช้ความรุนแรงในการก่อคดีส่วนใหญ่ผู้ก่อคดีเป็นกลุ่มผู้เปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคมไม่ใช่ผู้ค้ารายใหญ่แต่เป็นผู้เสพรายย่อยที่อยู่ในระดับล่างสุดของตลาดยาเสพติดซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ได้มาจากองค์ความรู้ของ ICRC ที่เข้ามาเปิดคลาสให้ความรู้แก่นักศึกษา

  “ในต่างประเทศเรือนจำสวยมากดูดีเหมือนโรงเรียนประจำอย่างในเยอรมนีหรือเนเธอร์แลนด์รัฐบาลต้องขายคุกทิ้งเพราะนักโทษน้อยลงเอกชนก็เอาไปปรับปรุงเป็นโรงแรมบูทีกกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เป็นโรงเรียนสอนภาษาหรือเป็นที่ที่คนมาแฮงเอาต์หรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์กันเรือนจำกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปวัฒนธรรมที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม” อาจารย์สุนารีให้ข้อสังเกต

 การออกแบบเรือนจำให้สวยงามและเป็นมิตรกับผู้ต้องขังจึงกลับกลายเป็นผลดีเพราะช่วยลดอาการตึงเครียดลดปัญหาสุขภาพจิตทั้งยังเป็นสถานที่เยียวยาและเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังก่อนกลับเข้าสู่สังคม

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

ตั้งแต่ตั้งไข่จนฟักไข่เป็นผลงานเรือนจำหญิง

 อาจารย์สุนารีเท้าความตั้งแต่ขั้นตั้งไข่ของโปรเจกต์นี้ว่า “นักศึกษาจะรีเสิร์ชข้อมูลกันก่อนว่าผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันยังไงก็พบว่ามีความต่างเช่นฮอร์โมนการเข้าสังคมสรีระบุคลิกภาพการต้องการการยอมรับการรับรู้สีการมองเห็นแสงฯลฯ และมีการใช้ข้อมูลเชิงลึกจากการลงพื้นที่มาประกอบการตีโจทย์เรือนจำสำหรับผู้ต้องขังหญิง”

 ภาพรวมของงานนักศึกษาในหลายๆกลุ่มมีการหยิบจับเอาธรรมชาติเข้ามาใส่มากขึ้นจากปีที่แล้วมีการใช้เส้นโค้งสีสันมีการใส่สัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นผู้หญิงเช่นผีเสื้อดอกไม้เกสรสายลมหรือความพลิ้วไหวเข้ามาเป็นคีย์หลักในการออกแบบ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 และจากการเข้าไปสัมภาษณ์ผู้ต้องขังหญิงหลายเสียงของผู้ต้องขังบอกตรงกันว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาอยู่ต่อไปได้คือการได้พูดคุยปรับทุกข์กับเพื่อน นักศึกษาส่วนใหญ่จึงมองว่าการสร้างพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้ต้องขังได้ใช้เวลาร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็น

 พื้นที่ส่วนกลางที่เป็นผลงานออกแบบของนักศึกษามีการตีความออกมาหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นสวนหย่อมสวนดอกไม้สนามกีฬา ลานออกกำลังกายไปจนถึงแปลงปลูกผัก

 “พื้นที่ส่วนกลางสำคัญมากสำหรับเรือนจำหญิงเพราะเรือนจำคือสถานที่ที่คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ร่วมกันนักศึกษาก็จะมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางออกแบบมุมเล็กมุมน้อยเพื่อให้มีพื้นที่พูดคุยกันได้ให้คนที่คิดเหมือนกันมาเจอกันและพบเจอเพื่อนใหม่” อาจารย์สุนารีขยาย

 “ต่อมานักศึกษาก็ตีความว่าการเป็นผู้หญิงคือการโอบกอดปีนี้เลยเห็นดีไซน์เส้นโค้งค่อนข้างมากเพราะการโอบล้อมของเส้นโค้งก็เป็นภาษาหนึ่งที่น่าสนใจส่วนเส้นตั้งดูแล้วเหมือนลูกกรงการจำกัดกรอบนักศึกษาเลยเปลี่ยนเส้นตรงเป็นเส้นเฉียงแสงที่เข้ามาก็มีทิศทางที่เปลี่ยนไปดูไม่เหมือนที่จองจำแต่ดูเป็นเหมือนโรงแรมบูทีกมากกว่าเรือนจำ

 “บางกลุ่มทำรีเสิร์ชว่าผู้ชายกับผู้หญิงมองเห็นสีแตกต่างกันผู้ชายจะเห็นสีได้คร่าวๆแต่ผู้หญิงจะเห็นสีได้ละเอียดเลยออกแบบเรือนจำเป็นสีหวานไล่สีกันมีโซนที่ใช้สีสันต่างๆกัน

 และจะเห็นว่าปีนี้ทุกกลุ่มเน้นเรื่องแสงธรรมชาติเพราะเรือนจำไม่ใช่พื้นที่ของความหรูหราพอนักศึกษาเอาธรรมชาติเข้ามาเขาก็เลือกว่าจะเอาแสงต้นไม้ลมหรือน้ำเข้ามาใช้ธรรมชาติยอดฮิตที่เกือบทุกกลุ่มหยิบเข้ามาใส่คือแสงและลมจะเห็นได้จากการออกแบบช่องลมและช่องแสงรูปแบบต่างๆเพราะทั้งแสงแดดและสายลมเป็นธรรมชาติราคาย่อมเยาที่คนทุกคนมีสิทธิเข้าถึงได้

 อาจารย์สุนารีแนะให้นักศึกษาเห็นถึงข้อควรระวังในการนำต้นไม้มาใช้โดยต้นไม้ที่จะนำมาปลูกบริเวณอาคารจะต้องเป็นต้นไม้สูงและไม่มีกิ่งเพราะกิ่งไม้สามารถเอามาใช้เป็นอาวุธทำร้ายกันได้นักศึกษาจึงต้องระมัดระวังในการเลือกพันธุ์ไม้ที่นำมาใช้ด้วย

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 อาจารย์สุนารีให้ข้อสังเกตถึงพัฒนาการจากโปรเจกต์ปีที่แล้วว่า “ภาพรวมปีนี้น่าสนใจกว่าเดิมปีที่แล้วยังติดกรอบความคิดอยู่ว่าผู้ต้องขังคือจำเลยสังคมการออกแบบเรือนจำก็ยังมีรูปแบบที่ตายตัวแต่ปีนี้เราออกแบบเรือนจำผู้ต้องขังหญิงซึ่งเป็นซับเซตย่อยลงไปอีกมันมีความน่าสนใจในการตีความมีการใช้สัญลักษณ์มากขึ้นนักศึกษาก็ไปไกลกว่าที่เราวาดไว้เขาทำเกินกว่าที่เราบอกว่าจะต้องส่งอะไรบ้าง”

 แม้งานออกแบบเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังหญิงของนักศึกษาอาจไม่ได้ถูกนำไปใช้จริงโดยกรมราชทัณฑ์แต่นี่เป็นโอกาสดีที่นักศึกษาจะได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนจาก ICRC ไปนำเสนอผลงานณงานประชุมการออกแบบเรือนจำแห่งภูมิภาคเอเชีย (ACCFA – Asian Conference of Correctional Facilities Architects and Planners) ที่โตเกียวงานนี้เป็นงานประชุมที่นักศึกษาจะได้พบสถาปนิกและนักออกแบบเรือนจำจากหลากหลายประเทศและมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน

 สุดท้ายแล้วงานออกแบบเรือนจำจากทั้งนักศึกษาและมืออาชีพจะถูกถอดออกมาเป็นบทเรียนบางอย่างที่นำไปใช้ได้เช่นการออกแบบช่องแสงแบบใหม่หน้าตาลูกกรงที่เปลี่ยนไปหรือทางเดินที่ไม่ใช่แค่ทางเดินที่เป็นเส้นตรงซึ่งสถาปนิกมืออาชีพอาจจะหยิบความคิดสร้างสรรค์จากผลงานนักศึกษาไปใช้ออกแบบเรือนจำได้ในอนาคต

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

งานออกแบบเรือนจำผ่านโจทย์ใหม่ภายใต้ใจความเดิม

 เมื่อสถาปนิกรุ่นเยาว์รับรู้ถึงปัญหาในเรือนจำแล้วพวกเขาได้ลองลงมือออกแบบเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังหญิงในแบบของตัวเองและข้อเท็จจริงที่ว่านักศึกษานั้นยังเยาว์วัยสิ่งที่เรากำลังจะเห็นต่อไปนี้คือพลังของความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมการคิดนอกกรอบและพยายามจะหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆไอเดียจากคนรุ่นเยาว์นั้นจึงสดใหม่และมีมุมมองที่ไม่คาดคิดซึ่งงานดีไซน์เหล่านี้จะกลับไปสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สถาปนิกมืออาชีพไม่มากก็น้อย

 องค์ความรู้เรื่องมาตรฐานเรือนจำที่ดีจะสร้างการตระหนักรู้ให้แก่สถาปนิกรุ่นใหม่ๆความหวังที่จะเห็นเรือนจำที่ออกแบบมาเพื่อผู้ต้องขังหญิงโดยเฉพาะคงไม่ไกลเกินฝันแต่สิ่งที่สำคัญพอๆกับองค์ความรู้เรื่องมาตรฐานเรือนจำที่ดีคือ โปรเจกต์นี้ได้หว่านเพาะความเข้าใจแก่นักออกแบบรุ่นใหม่ว่าสถาปัตยกรรมนั้นมีผลกระทบต่อสถานภาพของเรือนจำมีผลต่อความเป็นอยู่ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ในแง่มุมใดบ้าง

 เราขออาสาพาไปตะลุยเรือนจำหญิงงานออกแบบที่ผลิดอกออกผลจากความสร้างสรรค์ของนักศึกษาที่พยายามตีความเรือนจำหญิงในมุมใหม่

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

ผลงาน ‘The Conveying Path’

 ผลงานการออกแบบแดนผู้ต้องขังก่อนปล่อยโดยพรทัศน์คงภักดี,ธีธัชชยาภิวัฒน์และนนทกานต์บ่อสินมีคอนเซปต์คือเปรียบเทียบเรือนจำเหมือนสายลมและเปรียบผู้ต้องขังเป็นเกสรดอกไม้เพื่อให้สายลมซึ่งเปรียบเสมือนเรือนจำได้นำพาเกสรไปตกในที่ต่างๆและเติบโตอย่างสง่างามในสังคมหลังจากพ้นโทษไปแล้ว

 พรทัศน์ขยายความเรื่องการนำสายลมมาใช้เป็นเมสเซจหลักในการออกแบบว่า “สายลมมีทิศทางที่ไม่แน่นอนเราเลยออกแบบเป็นอาคารที่เป็นเส้นโค้งแบบฟรีฟอร์มแตกออกไปเป็นสามชั้นเรานำเส้นโค้งมาใช้ทั้งเพดานโค้งการลดระดับพื้นก็ทำให้เกิดเส้นโค้งและทางลาดเมื่อผู้ต้องขังหญิงเดินเข้าไปจะเหมือนเส้นสายค่อยๆลู่เข้าไปที่สนามส่วนกลางการเดินเข้าเรือนจำเลยเปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่จุดหมายปลายทางที่สวยงามหรือนำไปหาสิ่งที่ดีๆ”

 รูปทรงอาคารที่เป็นเส้นโค้งแบบ double helix ที่เหมือนการโอบกอดยังช่วยเรื่องการรักษาความปลอดภัยด้วยคือผู้คุมสามารถกวาดสายตาดูได้ในปราดเดียวเพราะสามารถมองเห็นได้ทุกมุมจากจุดเดียวไม่มีมุมอับเพราะเป็นเส้นโค้งที่เป็นทางต่อเนื่องกันหมดการใช้เส้นโค้งยังช่วยลดความเครียดความต่อเนื่องกลมกลืนจะทำให้เกิดจิตวิทยาเชิงบวกผิดกับอาคารที่เป็นเหลี่ยมมุมซึ่งจะทำให้ผู้ต้องขังรู้สึกกดดัน

 ธีธัชเสริมเรื่องรายละเอียดเรื่องพื้นที่ส่วนกลางและการออกแบบในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆว่า “เราออกแบบอาคารให้โค้งเข้าหากันเพื่อให้ผู้ต้องขังได้พบปะและปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นเพราะจากการรีเสิร์ชพบว่าผู้หญิงมีความต้องการเข้าสังคมสูงตรงกลางมีสวนหย่อมเล็กๆที่ผู้ต้องขังสามารถมาทำกิจกรรมร่วมกันได้และเราใช้ระแนงแบบโปร่งแทนที่จะใช้ผนังทึบเพื่อให้แสงเข้าได้ดี”

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

ผลงาน ‘Organic Prison’

 ผลงานการออกแบบโดยชิดชญาเดชเฉลิมวงศ์และสุธีราทัพทวีเน้นไปที่ความตั้งใจเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเรือนจำโดยใช้ผักไฮโดรพอนิกและยังสามารถใช้แปลงผักเป็นโซนเวิร์กช็อปเพื่อฝึกอาชีพสำหรับผู้ต้องขังหญิงก่อนพ้นโทษด้วย

 ชิดชญาเล่าถึงที่มาที่ไปของไอเดียแปลงผักไฮโดรพอนิกในเรือนจำว่า “การปลูกผักไฮโดรพอนิกน่าสนใจเพราะไม่จำเป็นต้องปลูกลงดินแต่คือการวางท่อเพื่อให้น้ำและสารละลายไม่มีการขุดหลุมเลยไม่ต้องกังวลเรื่องการซุกซ่อนสิ่งของอันตรายสามารถปลูกได้ทั้งโซนที่เป็นแปลงผักและปลูกแบบแขวนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคารด้วย

 สุธีราขยายเพิ่มว่า “ที่เลือกผักไฮโดรพอนิกเพราะผู้หญิงสามารถทำได้ไม่ต้องใช้แรงเยอะที่สำคัญคือผักไฮโดรพอนิกใช้เวลาสั้นในการปลูกทำให้ผู้ต้องขังเห็นพัฒนาการการเติบโตของพืชเขาจะรู้สึกว่าเขาทำงานนี้ได้สำเร็จผักไฮโดรพอนิกเลยช่วยทั้งเรื่องของภูมิทัศน์และการฟื้นฟูจิตใจผู้ต้องขังและเมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษจากเรือนจำไปแล้วก็ยังมีวิชาติดตัวและสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ด้วย”

 ส่วนช่องหน้าต่างที่เป็นสามเหลี่ยมได้แรงบันดาลใจมาจากปีกผีเสื้อ และช่องเจาะด้านบนอาคารที่แสงสามารถผ่านเข้ามาได้ก็เป็นช่องโค้งมนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความพลิ้วไหวของปีกผีเสื้อเช่นกัน

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

ผลงาน ‘Framing Fracture’

 ผลงานการออกแบบโดยพลอยพิมพ์เมฆพัฒน์, อรณัสกิมทรงและดลลัชนัยบุญมากมีคอนเซปต์คืออยากให้ผู้ต้องขังหญิงรู้สึกเหมือนได้ทะลุออกจากกรอบเดิมๆ

 ดลลัชนัยอธิบายที่มาของคอนเซปต์นี้ว่า “เกิดจากผู้ต้องขังหญิงเมื่อต้องอยู่ในเรือนจำไปนานๆจะเกิดภาพหลอนรู้สึกถูกลดทอนความเป็นมนุษย์เพราะถูกกำจัดอยู่ในกรอบเดิมๆทำอะไรซ้ำทุกวันเราเลยพยายามออกแบบให้เรือนจำสามารถมองได้หลายมุมมองแม้จะอยู่ในสถานที่เดิม”

 โมเดลงานออกแบบของกลุ่มนี้จึงโดดเด่นในเรื่องความพยายามสร้างโครงสร้างอาคารหลายๆแบบมีวิธีเจาะช่องแสงหลายๆวิธีวิวที่มองก็จะเปลี่ยนไปตามแต่ละจุดที่มองเพื่อลดการเห็นภาพเดิมๆในแต่ละวันเช่นทางเดินก็ออกแบบให้การเดินขาไปไม่เหมือนกับขากลับเพื่อลดการทำกิจวัตรซ้ำๆที่กั้นทางเดินก็ออกแบบให้มีช่องถี่สลับห่างเหมือนเส้นบาร์โค้ดเพื่อไม่ให้เหมือนซี่ลูกกรงซึ่งมีช่องความถี่ห่างเท่าๆกัน

 มีการนำสีสันเลียนแบบธรรมชาติเข้ามาใช้และมีการเจาะช่องแสงที่กำแพงเป็นรูปใบไม้เล็กใหญ่เพื่อให้เงาที่ส่องเข้าไปในอาคารเป็นรูปทรงโค้งมนของใบไม้ซึ่งช่วยให้ผ่อนคลาย

 “หลังคาทางเดินเราใช้สีเหลืองและสีส้มเพื่อเลียนแบบแสงธรรมชาติซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกขวาเรื่องความคิดสร้างสรรค์ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยเราวางตำแหน่งบันไดตรงกลางด้านหน้าเพื่อให้ผู้คุมดูแลได้ทั่วถึงและกำหนดให้มีทางเข้าออกแค่ทางเดียว” อรณัสทิ้งท้ายเรื่องการรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบเรือนจำ

พื้นฐานมนุษยธรรมผู้ต้องขัง + การออกแบบเรือนจำ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 ฮวาเวียร์คอร์โดบาที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสาธารณสุขส่วนภูมิภาคเอเชียผู้ริเริ่มโปรเจกต์นี้สรุปหลักการพื้นฐานด้านมนุษยธรรมของผู้ต้องขังว่าองค์การสหประชาชาติมีการทำข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ซึ่งเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังมีหลักการพื้นฐาน 5 ประการหลักคือ

  1. ผู้ต้องขังพึงได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์
  2. ห้ามทรมานหรือปฏิบัติต่อผู้ต้องขังด้วยความทารุณ
  3. ต้องปฏิบัติต่อผู้ต้องขังโดยคำนึงถึงความต้องการขั้นพื้นฐานโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  4. วัตถุประสงค์ของเรือนจำคือการคุ้มครองสังคมให้ปลอดภัยและลดการกระทำความผิดซ้ำ
  5. ผู้ต้องขังเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการต่างๆในเรือนจำรวมถึงผู้เข้าเยี่ยมจะต้องได้รับความปลอดภัยตลอดเวลา

 ซึ่ง ICRC พยายามผลักดันหลักการข้อที่ว่า ‘วัตถุประสงค์ของเรือนจำคือการคุ้มครองสังคมให้ปลอดภัยและลดการกระทำความผิดซ้ำ’ในหลายๆด้านทั้งการให้ความรู้กับสถาบันการศึกษาการทำคู่มือมาตรฐานเบื้องต้นสำหรับเรือนจำและการเข้าเยี่ยมเรือนจำ

 ฮวาเวียร์อธิบายกรอบการทำงานของ ICRC ว่า “เราตรวจสอบสภาพการจองจำของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำหญิงโดยพิจารณาด้วยกฎเกณฑ์สองชุดซึ่งก็คือ Mandela Rules โดยเราจะตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าเหล่าผู้ต้องขังได้รับความเคารพและการปฏิบัติอย่างเหมาะสมและเป็นไปตาม Bangkok Rules ซึ่งมีไว้เพื่อบังคับใช้กับผู้ต้องขังหญิงด้วย”

 ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) คือแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงหนึ่งในผู้ร่างข้อกำหนดนี้คือสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยหรือ TIJ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 นัทธีจิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์และที่ปรึกษาพิเศษสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยขยายความเรื่องข้อกำหนดกรุงเทพให้เราฟังว่า“ข้อกำหนดกรุงเทพคือหลักการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงซึ่งเป็นมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติที่ประเทศต่างๆให้การยอมรับว่าจะต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำอย่างไรบ้างเช่นเรื่องสุขภาพห้องขังที่นอนสถานที่อาบน้ำรวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงด้วยเพราะฉะนั้นการจะปรับโฉมเรือนจำได้ต้องรู้ทั้งข้อกำหนดข้อกฎหมายข้อจำกัดรู้ปัญหาในทางปฏิบัติและแนวคิดของความเป็นเรือนจำยุคใหม่ที่เน้นไปที่การให้โอกาสมากกว่าจะใช้เพื่อลงทัณฑ์ผู้หลงผิดชนิดที่ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน”

 นัทธีกล่าวหนักแน่นถึงเป้าหมายของเรือนจำว่า

 จะทำอย่างไรให้เรือนจำเป็นสถานที่ที่พลิกชีวิตผู้คนให้โอกาสและสร้างภูมิต้านทานให้ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ

 “ในการออกแบบเรือนจำก็ต้องพยายามจำลองสภาพแวดล้อมให้ผู้ต้องขังเตรียมความพร้อมก่อนได้กลับเข้าสู่สังคมในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดเรือนจำสู่สังคมเพื่อให้สังคมยอมรับผู้ต้องขังมากขึ้นยอมรับที่จะจ้างคนเหล่านี้การวางแผนเรื่องศูนย์ฝึกอาชีพในเรือนจำก็เป็นสิ่งจำเป็นซึ่งต้องทำร่วมไปกับการออกแบบ”

 ส่วนในด้านสถาปัตยกรรมฮวาเวียร์อธิบายเสริมเรื่องความสำคัญของการออกแบบเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังว่า “สถาปัตยกรรมและการออกแบบถือเป็นหัวใจหลักเพราะเป็นการจัดการโครงสร้างและสภาพการณ์ของการคุมขังทั้งหมดถ้าการออกแบบอาคารทำได้ไม่ดีจะส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์บางครั้งการออกแบบอาคารไม่เอื้อเรื่องการรักษาความปลอดภัยทำให้ต้องใช้จำนวนผู้คุมมากกว่าที่ควรจะเป็นรวมถึงมาตรฐานขั้นต่ำเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยที่ต้องจัดให้ผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม” 

 องค์กรอย่าง ICRC เลยพยายามเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการบริหารจัดการเรือนจำในทางที่เหมาะสมเพราะผู้ต้องขังต้องอาศัยอยู่ในเรือนจำซึ่งต้องมีค่าบำรุงรักษาและแรงสนับสนุนเพื่อการดำเนินการมีค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายเหล่านี้เป็นปัจจัยที่สถาปนิกต้องพิจารณาประกอบด้วย

 “วันนี้จึงเห็นนักศึกษาหลายกลุ่มนำธรรมชาติเข้ามาใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นการใช้แสงธรรมชาติเพราะทำให้ค่าไฟน้อยลงด้วยคือต้องพยายามดีไซน์ให้ค่าบำรุงต่ำที่สุดแต่เกิดประสิทธิผลมากที่สุดและมีการออกแบบให้มีระบบหมุนเวียนอากาศธรรมชาติแทนการใช้เครื่องปรับอากาศที่มีราคาแพงทั้งยังส่งผลดีกับสุขภาพด้วยเพราะจะลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคติดต่อภายในที่คุมขัง”

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 ฮวาเวียร์ชี้ให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในที่ดีนั้นจะเป็นการป้องกันล่วงหน้าสำหรับสุขภาพผู้ต้องขังด้วยและยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้ต้องขังทั้งในด้านร่างกายและสุขภาพจิต

 มาตรฐานขั้นต่ำที่ ICRC ออกคู่มือแนะนำเรือนจำทั่วโลกมีตัวอย่างคือแนะนำให้พื้นที่ห้องคุมขังขั้นต่ำ 3.4 ตารางเมตรต่อคนต้องมีพื้นที่อย่างน้อยที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์ของห้องขังเพื่อใช้ในการระบายอากาศมีการแนะนำว่าสัดส่วนห้องน้ำต่อผู้ต้องขังควรเป็น 20-25 คนสูงสุดคือห้องน้ำ 1 ห้องต่อ 50 คน

 แต่ฮวาเวียร์เผยว่าในเรือนจำหลายๆแห่งมีภาวะการแออัดของผู้ต้องขัง “พอพื้นที่แออัดผู้คุมก็ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถใช้เวลาภายนอกห้องคุมขังได้มากเท่าที่ควรจึงไม่สามารถไปฝึกทักษะทางอาชีพหรือเรียนรู้ทักษะใหม่ๆได้เพราะย้ายคนเข้าออกผู้ต้องขังเข้าออกบ่อยๆจะทำให้เกิดปัญหาด้านการขนย้ายและความปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่”

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 เรือนจำหญิง ข้อกำหนดแมนเดลา ข้อกำหนดกรุงเทพ

 ซึ่งเมื่อย้อนกลับขึ้นไปดูวัตถุประสงค์ของเรือนจำตั้งแต่แรกเริ่มนั้นคือการเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้ต้องขังให้กลับตัวก่อนออกไปอยู่ร่วมกับสังคมภายนอกอีกครั้งพอเจอเงื่อนไขเรื่องผู้ต้องขังแออัดเรือนจำจึงไม่สามารถทำตามวัตถุประสงค์อย่างที่ควรจะเป็นได้นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีมาตรฐานขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ต้องขัง

 ฮวาเวียร์กล่าวย้ำถึงความจำเป็นของพื้นฐานมนุษยชนสำหรับผู้ต้องขัง ซึ่งสถาปนิกจำเป็นต้องคำนึงควบคู่ไปกับการออกแบบเรือนจำโดยมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับเรือนจำไม่ได้มีเฉพาะด้านอาคารสถานที่แต่ยังรวมถึงสวัสดิภาพของผู้คุมการเข้าพบทนายความการเข้าเยี่ยมญาติ

 จึงเกิดเป็นมาตรฐานแบบองค์รวมสำหรับผู้ต้องขังที่ต้องมีเพื่อให้เรือนจำได้ทำตามวัตถุประสงค์อย่างที่ควรจะเป็นเพราะสมัยนี้เรือนจำไม่ได้เป็นเพียงทัณฑสถานเหมือนในอดีตแต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูความประพฤติของผู้ต้องขังให้ได้สะท้อนความผิดที่ตัวเองก่อและเปลี่ยนเป็นคนที่ดีขึ้นพวกเขาจึงควรได้รับการดูแลที่ดี

 ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจากอาจารย์วิโรจน์เทศน์สาลี

Tags:Bangkok Rulesผู้ต้องขังสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีผู้ต้องขังหญิงนัทธี จิตสว่างICRCInternational Committee of the Red Crossฮวาเวียร์ คอร์โดบาเรือนจำสุนารี ลาวัลยะวัฒน์คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศไทยFraming Fractureคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีOrganic PrisonคุกThe Conveying Pathองค์การสหประชาชาติข้อกำหนดกรุงเทพPrison Designข้อกำหนดแมนเดลาPrisonMandela Rulesการออกแบบเรือนจำ
Share :
Author
พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์
Photographer
-
คุกจิ๋งเหม่ย–พิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชน : Dark Tourist กับประวัติศาสตร์อีกมุมของไต้หวัน
Journeyคุกจิ๋งเหม่ย–พิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชน : Dark Tourist กับประวัติศาสตร์อีกมุมของไต้หวันนักเขียน : วรรษมน โฆษะวิวัฒน์
Future Prison Design : โครงการออกแบบเรือนจำที่คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน
IdeaFuture Prison Design : โครงการออกแบบเรือนจำที่คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนนักเขียน : กนกพรรณ อรรัตนสกุล
Hyde Park Barracks Museum : รังฝันของผู้ไร้เสรีภาพ
JourneyHyde Park Barracks Museum : รังฝันของผู้ไร้เสรีภาพนักเขียน : ธาริณี ธารณธรรม