<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รวินทร์ สุจฉายา, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/win/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Apr 2021 18:36:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ซอย แพลตฟอร์มที่นำเสนอความรู้แห่งยุคสมัยที่เมืองไทยยังไม่ค่อยพูดถึง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/soi-book-maker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2021 10:42:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[soi]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=131097</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้อุทิศแก่ผู้ที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดีพอหากไม่ขาดวิ่นบิ่นแหว่งก็ท่วมท้นล้นเกินอยู่เสมอ ฉันเปิดอ่านหนังสือขนาดกะทัดรัดปกสีสันสดใสจากลายเส้น juli baker and summer ที่มีชื่อไทยอันไพเราะว่า แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน (Beyond the Gender Binary) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์หนังสือ พอกันที ปิ(ด)ตาธิปไตย &#124; Damned Be Patriarchy นอกจากความแปลกใจกึ่งดีใจที่ได้ทราบว่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับเพศวิถีให้อ่านจากการโปรโมตซีรีส์นี้เมื่อต้นปีนี้แล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับ ซอย &#124; soi ที่ให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มสองภาษาสำหรับการเขียน การเรียบเรียง และการตีพิมพ์ในสนามภาคขยาย ไม่ใช่แค่สำนักพิมพ์เกิดใหม่ที่มุ่งทำแต่หนังสือเท่านั้น ที่มาของชื่อ ซอย นั้นคือคำไทยสั้นๆ ที่แสดงถึงจิตวิญญาณบางอย่าง ไม่เหมือนถนนที่ถูกคุมและวางผังเมืองโดย กทม. เป็นโครงสร้างอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองตามการใช้งานของผู้คนที่อยู่อาศัย ถ้าอยากรู้จักวิถีชีวิตที่แท้จริงต้องเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ คำว่า ซอย จึงเป็นการอุปมาถึงการสนใจความรู้ใกล้ตัว ซึ่งในขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงไปสู่ความรู้อื่นๆ ที่ไกลตัวออกไปได้ด้วย ด้วยเหตุนี้ ซอย จึงยักย้ายได้หลายท่วงท่า พร้อมต่อขยายและแผ่สาขาสร้างเครือข่ายของนักเขียน เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำและเป็นได้หลายอย่างไปพร้อมๆ กัน จากจุดเริ่มต้นโดย เจน–จุฑา สุวรรณมงคล บรรณาธิการบริหารของซอย และการประกอบร่างสร้างขึ้นของทีมงานคนอื่นๆ อย่าง เพลิน–ปาลิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-book-maker/">ซอย แพลตฟอร์มที่นำเสนอความรู้แห่งยุคสมัยที่เมืองไทยยังไม่ค่อยพูดถึง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center">หนังสือเล่มนี้อุทิศแก่ผู้ที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดีพอ<br>หากไม่ขาดวิ่นบิ่นแหว่งก็ท่วมท้นล้นเกินอยู่เสมอ</p>



<p>ฉันเปิดอ่านหนังสือขนาดกะทัดรัดปกสีสันสดใสจากลายเส้น <a href="https://adaymagazine.com/author/julibakerandsummer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">juli baker and summer</a> ที่มีชื่อไทยอันไพเราะว่า <em><a href="https://adaymagazine.com/beyond-the-gender-binary/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน (Beyond the Gender Binary)</a></em> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์หนังสือ พอกันที ปิ(ด)ตาธิปไตย | Damned Be Patriarchy</p>



<p>นอกจากความแปลกใจกึ่งดีใจที่ได้ทราบว่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับเพศวิถีให้อ่านจากการโปรโมตซีรีส์นี้เมื่อต้นปีนี้แล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับ <a href="https://s-o-i.io/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ซอย | soi</a> ที่ให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มสองภาษาสำหรับการเขียน การเรียบเรียง และการตีพิมพ์ในสนามภาคขยาย ไม่ใช่แค่สำนักพิมพ์เกิดใหม่ที่มุ่งทำแต่หนังสือเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131307" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ที่มาของชื่อ ซอย นั้นคือคำไทยสั้นๆ ที่แสดงถึงจิตวิญญาณบางอย่าง ไม่เหมือนถนนที่ถูกคุมและวางผังเมืองโดย กทม. เป็นโครงสร้างอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองตามการใช้งานของผู้คนที่อยู่อาศัย ถ้าอยากรู้จักวิถีชีวิตที่แท้จริงต้องเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ คำว่า ซอย จึงเป็นการอุปมาถึงการสนใจความรู้ใกล้ตัว ซึ่งในขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงไปสู่ความรู้อื่นๆ ที่ไกลตัวออกไปได้ด้วย</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ ซอย จึงยักย้ายได้หลายท่วงท่า พร้อมต่อขยายและแผ่สาขาสร้างเครือข่ายของนักเขียน เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำและเป็นได้หลายอย่างไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นโดย เจน–จุฑา สุวรรณมงคล บรรณาธิการบริหารของซอย และการประกอบร่างสร้างขึ้นของทีมงานคนอื่นๆ อย่าง เพลิน–ปาลิน อังศุสิงห์, บิ๊ก–ขจรยศ แย้มประดิษฐ์,&nbsp; เพ้นท์–ชญานิน ไทยจงรักษ์ และ มุก–มุกดาภา ยั่งยืนภราดร ทำให้ซอยเป็นซอยในแบบที่เราเห็น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131298" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้ว่าหลายคนจะรู้จักที่นี่จากภาพสำนักพิมพ์ที่มีผลงานหนังสือข้องเกี่ยวกับประเด็นการเมืองกับสังคมอย่าง<em> รวมบทความของฮิโตะ ชไตเยิร์ล: ประเด็นชั่ยๆ ของยุคสมัยในความเกี่ยวดองของ ＃เทคโนโลยี ＃ศิลปะ และ ＃การทหาร, ถ้อยแถลงเพื่อเรา 99% | FEMINISM FOR THE 99%</em> และหนังสือเล่มข้างต้นที่เรากล่าวถึงไป แต่ความจริงแล้ว ซอย | soi ประกอบด้วยสามส่วนหลักๆ ได้แก่ ซอยสำนักพิมพ์, ซอยวรรณกรรม และซอยสตูดิโอ ที่ต่างส่งเสริมกันและกัน</p>



<p>สามส่วนนี้ทำงานร่วมกันยังไง และในขณะที่สังคมไทยเริ่มตื่นตัวและสร้างความตระหนักรู้ถึงประเด็นสังคมต่างๆ ซอยมุ่งหวังจะสร้างชิ้นงานและแรงกระเพื่อมใดบ้าง เรามาคุยกับพวกเขากัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131314" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">คุณเน้นย้ำว่าซอยไม่ใช่แค่สำนักพิมพ์ แต่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเขียน การเรียบเรียง และการตีพิมพ์ อะไรทำให้คุณวางบทบาทซอยไว้หลากหลายเช่นนี้</h3>



<p>เจน : เวลาคนเข้าใจว่าเราเป็นสำนักพิมพ์ ปฏิกิริยาจำนวนหนึ่งที่ได้กลับมาคือการบอกว่าทำไมเปิดสำนักพิมพ์ตอนนี้ ซึ่งอันนี้คือประเด็นการมองอย่าง binary คือมีแค่ออฟไลน์กับออนไลน์ และโลกของเราตอนนี้อยู่บนออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นการมองไม่ตรงความจริงสักทีเดียว </p>



<p>อย่าลืมว่าจริงๆ แล้วทั้งออนไลน์กับออฟไลน์มันเชื่อมและ inform ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นเมื่อโลกออนไลน์ยิ่งคึกคักมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งต้องการข้อมูล แล้วเรายังเชื่อว่าหนังสือคือมีเดียที่ทำงานกับคน ดังนั้นปัญหาคือมันไม่ใช่ว่าการเป็น publisher จะเป็นไปไม่ได้แล้ว เหมือนกับสื่อมวลชนที่ยังเป็นเรื่องจำเป็น แต่คำถามสำคัญคือเราจะเป็น publisher แบบไหนที่ยังจำเป็นและสามารถทำงานขนานไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมได้ นี่คือไอเดียกว้างๆ ที่เราพยายามทำความเข้าใจ ฉะนั้นตอนที่ทำซอยเรารู้ว่ามันมีสำนักพิมพ์อยู่ในนั้น แต่เราอยากจะขยายพื้นที่ของการทำงานให้มากกว่าแค่การพิมพ์หนังสือแล้วขายไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131302" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">มากกว่าสำนักพิมพ์ยังไงบ้าง</h3>



<p>เจน : อันดับแรก เราทำงานสองภาษาไปด้วยกัน ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ นั่นหมายความว่าถ้าเป็นการแปลมันเป็นการแปลทั้งสองทาง ทั้งจากภาษาอื่นเป็นภาษาไทยและจากภาษาไทยเป็นภาษาอื่น และสามส่วนที่ซอยมี ได้แก่</p>



<p>ส่วนแรกคือ ซอยสำนักพิมพ์ (soi press) ที่มุกดูแล สำนักพิมพ์คงเป็นภาพที่คนรู้จักมากที่สุด เพราะผลงานมันเกิดขึ้นให้เห็นเป็นชิ้นอัน เรารู้สึกว่ายังไม่มีสำนักพิมพ์ที่จับประเด็นร่วมสมัยและเป็นการเมืองวัฒนธรรมที่เราสนใจ เราทำงานกับองค์ความรู้ที่น่าสนใจและควรถูกเผยแพร่ออกมา งานของนักคิดที่เรายังไม่เคยเห็นงานเขาถูกแปลเป็นภาษาไทย รวมถึงในอนาคตเราก็อยากทำคอลเลคชั่นบทความมากขึ้น ซึ่งมันไม่ใช่แค่การเลือกหนังสือมาเป็นเล่มๆ แต่เป็นการเลือกบทความจากนักเขียนต่างๆ อย่าง <em>ฮิโตะฯ</em> หนังสือเล่มแรกของเราก็ทำอะไรคล้ายๆ อย่างนั้น มันคือการเลือกบทความจากที่ต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง ซึ่งกระบวนการเลือกนี้ก็คือการเมืองในการผลิตความรู้ และเราก็ตั้งเป้าหมายว่าอยากทำงานกับนักเขียนไทยด้วย แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะออกมาให้เห็น</p>



<p>ส่วนที่สองคือ ซอยวรรณกรรม (soi literary) ที่เพลินดูแล ถ้าอธิบายแบบหยาบๆ มันคือการทำงานแบบกลับกันจากส่วนแรก คือเราเอางานภาษาไทยไปแปลงเป็นภาษาอื่น เป็นโครงสร้างที่มาจาก literary agency ในต่างประเทศ โมเดลปกติที่พอเห็นจะเป็นเอเจนซี่ลักษณะที่นำหนังสือจากข้างนอกมาขายลิขสิทธิ์ในไทยเฉยๆ ยังไม่มีการนำหนังสือไทยไปสู่ที่อื่นอย่างเป็นกิจจลักษณะ ซึ่งทั้ง soi press กับ soi literary เป็นส่วนที่เกี่ยวกับการตีพิมพ์โดยตรง แต่ก็อย่างที่บอกว่าซอยไม่ได้เรียกตัวเองว่าสำนักพิมพ์ เพราะเราสนใจการเขียน การทำงานบรรณาธิการ และการพิมพ์ในทุกความเป็นไปได้ด้วย</p>



<p>ส่วนที่สามของซอยก็เลยมีชื่อว่า soi studio ไว้ทำงานเชิงทดลองและคอลแล็บกับคนอื่นๆ ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างใกล้ตัวเราเพราะก่อนหน้านี้เราทำงานในโลกศิลปะ วิชวลอาร์ต เป็นนักเขียน ทำงานบรรณาธิการ และนักวิจารณ์ที่พื้นที่ตรงนั้นต้องไปเชื่อมต่อกับโลกศิลปะ อย่างหนึ่งที่เราชอบในพื้นที่ศิลปะคือการเปิดทางให้ถามคำถามที่เป็นคำถามเชิงทดลอง เป็นคำถามแบบ what if เลยคิดว่าตรงนี้ควรเป็นพื้นที่ที่รักษาไว้ เพื่อทำให้งานของซอยมันมีมิติที่ไปแตะกับคนอื่นหรือศาสตร์อื่น เราไม่จำเป็นต้องร่วมงานกับแค่นักเขียนหรือบรรณาธิการ เราอาจจะทำงานกับสถาปนิกหรือมิวเซียมสักที่ก็ได้ โดยผลงานที่ออกมาไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือ จะเป็นกิจกรรม เวิร์กช็อป เสวนา หรือการรีเสิร์ชเพื่อส่งต่อข้อมูลให้ทีมอื่นๆ ไปต่อยอดผลิตอะไรก็ได้ ทีแรกเราตั้งใจจะทำอีเวนต์ แต่ก็ต้องพับไปก่อนเพราะโควิด-19&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131312" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">soi literary คัดเลือกงานเขียนไทยไปนำเสนอกับ publisher ต่างประเทศยังไง</h3>



<p>เจน : เราจะเลือกกันเองแล้วค่อยไปคุยกับตัวนักเขียน แต่ส่วนใหญ่จะมีนักเขียนที่เราทำงานด้วยอยู่แล้วอย่างอุทิศ เหมะมูล ภู กระดาษ หรือสะอาด ซึ่งพวกเขาจะให้สิทธิว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่งานของเขาแปลงเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยก็ให้เรามาดูแลได้เลย เริ่มจากงานเขียนชิ้นเดียวก่อน พอเห็นว่าเราดูแลงานเขาได้ก็จะเริ่มให้เราดูแลชิ้นอื่นๆ ไปด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณคาดหวังให้วรรณกรรมไทยมีที่ทางแบบไหนในพื้นที่วรรณกรรมโลก</h3>



<p>เจน : เราอยากให้วรรณกรรมไทยหลายๆ ชิ้นได้รับการเผยแพร่ในภาษาอื่นๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะงานที่เราชอบ เพราะในฐานะผู้จัดพิมพ์คิดว่ามันต้องไม่ใช่รสนิยมของเราคนเดียว มันมีหลายปัจจัยในการประเมินงานสักชิ้น แต่หลักๆ เราคิดว่าวรรณกรรมไทยควรมีที่ทางมากกว่านี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131311" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">แปลว่าที่จริงแล้วงานเขียนไทยมีประสิทธิภาพไม่แพ้ชาติอื่น แต่แค่ยังไม่มีที่ทางออกไปสู่ต่างประเทศ</h3>



<p>เจน : เราไม่เคยคิดว่านักเขียนไทยไม่มีประสิทธิภาพ และการวัดว่างานชิ้นนั้นหรือนักเขียนคนนั้นมีคุณภาพหรือไม่มันไม่ใช่การประเมินแบบรอบเดียวจบ มันต้องช่วยกันทั้งองคาพยพ นั่นหมายความว่านักเขียนจะมีกำลังใจทำงานก็ขึ้นอยู่กับส่วนอื่นๆ ที่สนับสนุนให้เขาเห็นว่าสิ่งที่ทำมันมีทางไป ซึ่งไม่ได้หมายความนักเขียนต้องทำงานเพื่อขายได้อย่างเดียว คนต้องยอมรับว่าการมีที่ทางของงานเขียนมันเป็นพลังใจของคนเขียนจริงๆ ซึ่งที่ทางที่ว่าไม่ใช่หมายถึงตลาดอย่างเดียว เราหมายถึงวัฒนธรรมการอ่านและการวิจารณ์แลกเปลี่ยนด้วย</p>



<p>และอีกส่วนหนึ่งสำหรับคนทำงานไม่ว่าจะงานเขียนหรืองานใดก็ตาม ถ้าทำงานออกไปแล้วไม่มีฟีดแบ็กกลับมา ไม่มีความเห็นหรือคำวิจารณ์ งานเขาจะพัฒนาได้ยังไง การจะบอกว่านักเขียนเก่ง-ไม่เก่ง เราต้องถามด้วยว่าเขาได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เขาพัฒนาตัวเองมากแค่ไหน ซึ่งเราก็พยายามร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ซอยเกิดขึ้นมาเพื่อเติมระบบนิเวศนี้ที่เราคิดว่ามันยังมีไม่เพียงพอ มันไม่ใช่แค่ใครคนใดคนเดียว แต่มันต้องช่วยๆ กัน เรามองว่า publisher ไม่ใช่แค่พิมพ์งานขายแล้วจบไป อย่างซอยเองหวังที่จะแตะในทุกๆ ส่วน เราเริ่มอยากทำงานกับ publisher หรือสื่ออื่นๆ ในไทย เพราะเป็นสิ่งที่ยังขาดในโครงสร้างการอ่านการเขียนในประเทศที่แต่ละฝ่ายต้องแตะมือกันมากกว่านี้ ถ้ามีการพูดคุยและร่วมมือกันสร้างบรรยากาศการอ่านให้สนุกขึ้น ทำให้คนทั่วไปสนใจว่าพวกเราคุยเรื่องอะไร มันมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง สภาพแวดล้อมสำหรับนักเขียนก็อาจจะดีขึ้นตามไปด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131300" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">จากผลงานหนังสือที่ผ่านมา ซอยดูสนใจในประเด็นที่หลากหลาย แท้จริงแล้วซอยสนใจอะไรบ้าง</h3>



<p>เจน : เราสนใจในสิ่งที่ร่วมสมัย สนใจปรากฏการณ์ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ซึ่งเวลาบอกว่าสนใจความร่วมสมัย ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้เห็นมิติทางประวัติศาสตร์ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกขาดจากกันอยู่แล้ว เวลาอธิบายกับคนอื่น เราจะบอกว่าซอยสนใจวัฒนธรรมร่วมสมัย วรรณกรรม และการเมืองทางวัฒนธรรม เราสนใจอะไรที่มีผลกับคน แต่ไม่ได้โฉ่งฉ่างชัดเจนว่ามันทำงานหรือกำกับควบคุมพฤติกรรมความคิดโลกทัศน์ของคนยังไง และเรารู้สึกว่ามันมีบทสนทนาและชุดความรู้ที่ควรจะทำให้แพร่หลาย อย่างน้อยมันเป็นสิ่งที่เราอยากคุยกับคน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ก็ส่งผลมาถึงวิธีการคัดสรรชิ้นงานมาแปลใช่ไหม</h3>



<p>เจน : คิดว่าใช่ มันตั้งแต่ก่อนจะมีซอยด้วยซ้ำ เรามักสนใจว่าพฤติกรรมความคิดต่างๆ มันถูกสร้างโดยอะไรของคนบ้าง ทีนี้พอสิ่งที่สนใจมันกว้าง เราเลยรู้สึกว่าต้องค่อยๆ ยกประเด็นขึ้นมาอย่างเฉพาะเจาะจงทีละประเด็น และคนเริ่มมารู้จักซอยช่วงปลายปีที่แล้วจนมาถึงปีนี้ ซีรีส์หนังสือ ‘Damned Be Patriarchy | พอกันที ปิ(ด) ตาธิปไตย’ ที่มุกทำอาจเป็นตัวเปิดที่ค่อนข้างทำให้คนได้ยินและนึกถึงชื่อซอย ซึ่งเราเข้าใจว่ามันไม่แปลกเพราะมันเป็นประเด็นหนึ่งที่คนกำลังคุยกันอยู่</p>



<p>ที่จริงแล้วความคิดที่จะทำสิ่งเหล่านี้เกิดมาก่อนที่จะมีมูฟเมนต์ในสังคมด้วยซ้ำ แต่พอมุกเข้ามาก็ช่วยทำให้กลายเป็นซีรีส์และไปได้เร็วขึ้น เป็นตัวอย่างหนึ่งว่าซอยคำนึงถึงอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง หลักๆ มันคือการผลิตความรู้ การตีพิมพ์ในขณะที่เป็น publisher คือเรากำลังผลิตอะไรสักอย่าง แล้วเหตุผลของการเลือก-ไม่เลือกผลิตคืออะไร มีความหมายอะไรในนั้นบ้าง ใครเป็นคนชี้ขาดว่าอะไรควรผลิตเป็นหนังสือ ควรเป็นสิ่งที่ถูกเล่าต่อ อะไรควรค่าที่จะถูกแปล นี่คือคำถามที่ถามอยู่ตลอดในทุกๆ ชิ้นงานที่จะเสนอสู่สังคม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131313" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">soi press มีเกณฑ์การเลือกหนังสือยังไงบ้าง</h3>



<p>มุก : ก่อนหน้านี้ที่เราจะมาทำงานส่วนซอยสำนักพิมพ์ เราวางตำแหน่งตัวเองเป็นนักอ่าน ชอบเดินดูในร้านหนังสือ มีครั้งหนึ่งเราไปเจอโซนหนังสือที่ใช้ชื่อชั้นว่า ‘ภูมิปัญญา’ ก็เลยลองไล่สายตาดูว่ามีหนังสืออะไรบ้าง ซึ่งน่าสนใจว่าหนังสือส่วนใหญ่มันมีแต่ชื่อนักเขียนที่เราคุ้นกัน เช่น นักปรัชญาที่เป็นผู้ชายหลายๆ คน พอถัดจากชั้นภูมิปัญญาเล็กๆ นี้ก็มีอีกสองชั้นใหญ่ที่เป็นโซนฮาวทูกับ self-help มันเลยทำให้เราตกตะกอนมานั่งคิดกับตัวเองว่าหน้าตาของหนังสือที่มีอยู่ในประเทศเราเป็นแบบไหนแล้วมันยังขาดอะไร มีอะไรที่เราสามารถเติมเข้าไปในชั้นที่เรียกว่าภูมิปัญญาหรือไม่ต้องเรียกว่าภูมิปัญญาแล้วด้วยซ้ำได้บ้างไหม</p>



<p>ก็เลยมาประจวบเหมาะกับการรวมหนังสือ 3-4 เล่มที่ซอยทำงานด้วยอยู่แล้วให้อยู่ภายใต้ประเด็นของวัฒนธรรมการวิพากษ์ และเป็นการเมืองของเรือนร่าง เรื่องของอัตลักษณ์ เพศสภาพ ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของ gender อย่างเดียว มันมีเรื่องการเมืองของชนชั้นด้วย เราคิดว่ามันเป็นกลุ่มของหนังสือที่ยังไม่เคยเห็นในบ้านเรามาก่อน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ก็คิดว่ามันน่าจะถึงเวลาแล้วที่อย่างน้อยๆ เราสามารถเปิดประตูให้คนอ่านและคนอื่นๆ ในสังคมได้รู้ว่ามันมีหนังสือประเภทนี้อยู่ ซึ่งคนเขียนและคนแปลอาจเป็นชื่อที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อนด้วยซ้ำ แต่มันดีไม่แพ้หรือกระทั่งดีกว่าชื่อดังๆ หลายชื่อที่เราเคยเห็นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131306" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">กังวลไหมว่าหนังสือที่ทำออกมาจะยากหรือเฉพาะกลุ่มเกินไป</h3>



<p>มุก : บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันมีความ niche ของมันอยู่ แต่เราไม่อยากตัดสินตัวเองว่าหนังสือเราจะ niche มากหรือ niche น้อย หรือมันสามารถแมสไหม เพราะเราทำหนังสือด้วยความเชื่อที่ว่าคุณอาจไม่จำเป็นต้องสนใจหรือเลือกอ่านมันตอนนี้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเอะใจหรือสนใจขึ้นมาแล้วไม่รู้ว่าจะไปหาจากไหน ก็จะมีหนังสือเหล่านี้วางไว้ในชั้น รอให้คุณเข้าถึงได้ แล้วมันก็สอดคล้องกับการทำงานของซอยที่เชื่อว่าการทำงานกับหนังสือหรืองานเขียนทุกอย่างมันตั้งอยู่บนฐานของเวลา มันไม่ใช่กิจกรรมที่เร่งเร้าเพื่อเข้าไปเอาหนังสือหยิบมาอ่านเสร็จจบ บางคนอาจได้ปะทะกับหนังสือเล่มหนึ่งในช่วงเวลานี้ แต่บางคนอาจไปปะทะกับมันในช่วงเวลาอื่นๆ ของชีวิต แล้วแต่ว่าเขาจะไปประสบกับเหตุการณ์อะไรที่ทำให้กลับมาสนใจหรือตั้งคำถาม</p>



<p>เราคงไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องการเมืองของเรือนร่างอย่างเดียว เพราะมันคือการพาดข้ามไปสู่หลายๆ ประเด็น แล้วแต่ว่าเราอยากเลือกอะไรเข้ามา หรือ ณ ตอนนั้นทีมกำลังสนใจประเด็นไหนอยู่ หรือเห็นว่าอะไรที่ร่วมสมัยแล้วยังไม่ได้แตกออกไปเป็นประเด็นเดียวโดดๆ ซึ่งเอาเข้าจริงสุดท้ายแล้วในงานชิ้นหนึ่งก็มีหลากหลายประเด็นให้กลับมามองด้วยเลนส์แบบนี้หรือเลนส์อีกแบบก็ได้ เราคิดว่างานที่เลือกมามีความหลากหลายและสมบูรณ์ในตัวของมัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131308" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">เหมือนหนังสือของซอยมาในช่วงเวลาที่คนรุ่นใหม่กำลังสนใจประเด็นเหล่านี้กันพอดี ในฐานะคนทำหนังสือรู้สึกยังไงบ้าง</h3>



<p>มุก : เราดีใจ เพราะตั้งแต่ประกาศซีรีส์ไป ก็มีคนที่รอหนังสือตั้งแต่ยังไม่ได้วางขาย คนบอกว่าอยากอ่านอะไรแบบนี้มานานแล้ว ยังไม่มีใครทำสักที เราก็เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้แหละเป็นหลักฐานว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราควรหยิบมันมาทำ เพราะหลังจากที่ปล่อย <em>Beyond the Gender Binary แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน</em> ก็ได้ฟีดแบ็กที่ค่อนข้างดีจากคนที่ได้อ่าน อาจเพราะด้วยความที่เล่มเล็ก มี 80 กว่าหน้า อ่านจบได้ในทีเดียว คนเลยพูดถึงเยอะ แล้วเราก็ได้ส่งให้บางคนอ่านก่อน อย่างเขื่อน ภัทรดนัย หรือเพจเฟมินิสต้า เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาคิดยังไง</p>



<p>รู้สึกว่ามันไม่ใช่เล่มที่แค่คน non-binary หรือ gender nonconforming people (คนที่ปฏิเสธบรรทัดฐานทางเพศของสังคม) อ่านได้เท่านั้น แต่คนทั่วไปก็อ่านได้ และคนที่ซื้อหนังสือจากเรานี่แหละที่เป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดว่ามันไม่ใช่หนังสือเฉพาะเจาะจงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มันไปทุกๆ พื้นที่กับช่วงวัย มีตั้งแต่คนที่เป็น non-binary ทักมาบอกว่าไม่เคยอ่านหนังสือเล่มไหนที่ตรงกับชีวิตตัวเองขนาดนี้มาก่อน หรือกระทั่งคนที่แค่สนใจเรื่องนี้ก็ทักมาบอกว่าเมื่อก่อนไม่รู้ต้องไปอ่านที่ไหน พอได้อ่านก็รู้ว่าเรื่อง gender ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ซึ่งมันตรงกับความตั้งใจของเราเหมือนกันว่าไม่ได้อยากพาหนังสือไปหาแค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ก็เป็นขั้นตอนของการหล่อเลี้ยงให้หนังสือไปสู่สายตาคนได้เรื่อยๆ ต่อให้ไม่ได้เห็นแล้วซื้ออ่านทันที แต่ถ้าวันไหนที่คุณเอะใจหรือสนใจอยากอ่านเรื่องนี้ มันก็มีให้อ่าน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131309" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">แปลว่าซอยยังเชื่อว่าคนยังอ่านหนังสือ และมันไม่จริงเลยที่คนไทยไม่อ่านอะไรหนักๆ</h3>



<p>เจน : เราคิดว่าการเขียนและการ publish จะยังอยู่เสมอ เพียงแต่หน้าตาท่าทางจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน มันเป็นหน้าที่ของคนเป็น publisher ที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าถ้าสำนักพิมพ์ในรูปแบบเดิมมันไม่ทำงานแล้วจริงๆ จะต้องทำยังไง แต่ไอเดียในการเป็นสำนักพิมพ์จะไม่หายไป เราคิดว่าการเป็น publisher คือการทำงานระหว่างสิ่งที่เป็น timely กับ timeless คือทำอะไรที่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นและทำอะไรที่มันอยู่ข้ามผ่านเวลา ผู้คนยังสนใจการเขียนการอ่านอยู่ แค่จะอยู่ในรูปแบบไหน อีบุ๊ก สเตตัส หรือบล็อก สุดท้ายมันก็คือการเขียนและการ publish อยู่ดี เราไม่ได้ทำสำนักพิมพ์ในความคิดโรแมนติกขนาดนั้นว่ามันมีท่าทีแบบใดแบบหนึ่งที่เราต้องสวม มันสามารถมีองค์ร่างอื่นๆ ได้มากมาย เราเชื่อว่าสิ่งนี้ยังมีพลัง แค่เราต้องหาร่างกายที่จะพาสิ่งนี้ไปต่อให้ได้ เราไม่มีคำตอบ เพราะยังถามตัวเองอยู่ทุกวันเหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131299" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-book-maker/">ซอย แพลตฟอร์มที่นำเสนอความรู้แห่งยุคสมัยที่เมืองไทยยังไม่ค่อยพูดถึง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เสียใจดีกว่าเสียดาย’ เจมส์ ธีรดนย์ กับบทบาทครั้งใหม่ของชีวิต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/james-teeradon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อธิวัฒน์ อุต้น]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Oct 2019 11:51:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[TRINITY]]></category>
		<category><![CDATA[homestay]]></category>
		<category><![CDATA[9x9]]></category>
		<category><![CDATA[ดารา]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เจมส์-ธีรดนย์]]></category>
		<category><![CDATA[Jammy James]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรดนย์ ศุภพันธ์ุภิญโญ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือดข้นคนจาง]]></category>
		<category><![CDATA[Nine By Nine]]></category>
		<category><![CDATA[เจมมี่เจมส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=76821</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากใครเคยติดตามผลงานของ เจมส์–ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ จะรู้ว่าเขาผ่านการแสดงมามากมาย ทั้งบทบาทกวนๆ ในซีรีส์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น, บทบาทลูกคนรวยใน ฉลาดเกมส์โกง, บทวัยรุ่นซึมเศร้าในเรื่อง SOS skate ซึม ซ่าส์, บทหนุ่มแว่นชื่อเวกัสในซีรีส์ เลือดข้นคนจาง หรือ ภาพยนตร์ Homestay ที่ต้องเล่นเป็นวิญญาณและคนเป็น “ผมเกลียดการร้องเพลงมาก” ระหว่างการพูดคุยเขาบอกเช่นนั้น แต่กับวง NINE BY NINE (9&#215;9) โปรเจกต์พิเศษที่รวม 9 ไอดอลสุดฮอตมาปลุกปั้นการร้อง การเต้น และการแสดง ที่ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ล้นหลาม เขาคือหัวหน้าวง ยิ่งไปกว่านั้นเจมส์เพิ่งถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตกับบทบาทใหม่คือ การเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง TRINITY ร่วมทีมกับ เติร์ด ลภัส, ปอร์เช่ ศิวกร และ แจ๊คกี้ จักริน ถือเป็นการเดบิวต์ศิลปินกลุ่มวงแรกของสังกัด 4NOLOGUE ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้ฟังเพลงของพวกเขาและได้ชมลวดลายการเต้นกันแล้ว การได้รับโอกาสเข้าสู่บทบาทนักแสดงตั้งแต่อายุ 17 ปีทำให้ทุกคนเห็นภาพแล้วว่าเขาประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด แต่แล้วทำไมในวัย 22 ปี เจมส์ถึงตัดสินใจลาจากความสำเร็จนั้น และกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เขากำลังคิดอะไร นั่นคือสิ่งที่เราสงสัย ในวันนี้เจมส์รับบทบาทใหม่ที่ไม่มีผู้กำกับและไม่ต้องอยู่ในเงาของตัวละครใด แต่เป็นตัวเอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/james-teeradon/">‘เสียใจดีกว่าเสียดาย’ เจมส์ ธีรดนย์ กับบทบาทครั้งใหม่ของชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หากใครเคยติดตามผลงานของ </span><b>เจมส์–ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ </b><span style="font-weight: 400;">จะรู้ว่าเขาผ่านการแสดงมามากมาย ทั้งบทบาทกวนๆ ในซีรีส์ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น</span></i><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">บทบาทลูกคนรวยใน </span><i><span style="font-weight: 400;">ฉลาดเกมส์โกง,</span></i><span style="font-weight: 400;"> บท</span><span style="font-weight: 400;">วัยรุ่นซึมเศร้าในเรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">SOS skate ซึม ซ่าส์, </span></i><span style="font-weight: 400;">บทหนุ่มแว่น</span><span style="font-weight: 400;">ชื่อ</span><span style="font-weight: 400;">เวกัสใน</span><span style="font-weight: 400;">ซีรีส์ </span><i><span style="font-weight: 400;">เลือดข้นคนจาง</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><span style="font-weight: 400;">ภาพยนตร์ </span><i><span style="font-weight: 400;">Homestay</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องเล่นเป็นวิญญาณและคนเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเกลียดการร้องเพลงมาก” ระหว่างการพูดคุย</span><span style="font-weight: 400;">เขาบอกเช่นนั้น</span> <span style="font-weight: 400;">แต่กับวง </span><span style="font-weight: 400;">NINE BY NINE (9&#215;9)</span> <span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์พิเศษที่รวม 9 ไอดอลสุดฮอตมาปลุกปั้นการร้อง การเต้น และการแสดง ที่ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ล้นหลาม เขาคือหัวหน้าวง ยิ่งไปกว่านั้นเจมส์เพิ่งถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตกับบทบาทใหม่คือ การเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง </span><span style="font-weight: 400;">TRINITY </span><span style="font-weight: 400;">ร่วมทีมกับ เ</span><span style="font-weight: 400;">ติร์ด ลภัส, ปอร์เช่ ศิวกร และ แจ๊คกี้ จักริน</span> <span style="font-weight: 400;">ถือเป็นการเดบิวต์</span><span style="font-weight: 400;">ศิลปินกลุ่มวงแรกของสังกัด </span><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.facebook.com/4NOLOGUE/">4NOLOGUE</a></span><i><span style="font-weight: 400;"> </span></i><span style="font-weight: 400;">ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้ฟังเพลงของพวกเขาและได้ชมลวดลายการเต้นกันแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76956" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/1-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/1-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/1-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/1-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้รับโอกาสเข้าสู่บทบาทนักแสดงตั้งแต่อายุ 17 ปีทำให้ทุกคนเห็นภาพแล้วว่าเขาประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด แต่แล้วทำไมในวัย 22 ปี เจมส์ถึงตัดสินใจลาจากความสำเร็จนั้น และกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เขากำลังคิดอะไร นั่นคือสิ่งที่เราสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันนี้เจมส์รับบทบาทใหม่ที่ไม่มีผู้กำกับและไม่ต้องอยู่ในเงาของตัวละครใด แต่เป็นตัวเอง เขาใช้ชื่อใหม่ในวงการว่า </span><b>เจมส์ TRINITY</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสนทนา ผมได้ฟังคำตอบจากปากของเขา ถ้าอยากรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้เป็นเช่นใด มาร่วมวงไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76977" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/22-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/22-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/22-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ทำไมถึงบอกว่าเกลียดการร้องเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่เกลียดเพราะว่าไม่ชอบร้อง แต่ผมร้องได้ไม่ดีเลย ก่อนที่จะเข้ามาเป็นนักแสดง ผมมีความฝันว่าอยากเป็นศิลปิน แต่รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เพราะเสียงอย่างผมจะร้องเพลงได้เหรอ เหมือนคนมีปม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้เคยมีฉากใน <em>ฮอร์โมนส์ฯ</em> ที่ต้องร้องเพลง ผมยอมรับว่าเป็นคลิปที่ทุกวันนี้ยังไม่กล้าเปิดดู ขอบคุณผลงานวันนั้นที่ทำให้คนรู้จักผม แต่ผมกลับกลัวการร้องเพลงมาตลอด</span> <span style="font-weight: 400;">จนมีโอกาสมาอยู่กับ NINE BY NINE</span><i><span style="font-weight: 400;"> </span></i><span style="font-weight: 400;">ได้รับการฝึกฝนอย่างจริงจัง แล้วเห็นว่าดีขึ้น จากวันแรกตอนที่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ผมเห็นการพัฒนา เลยรู้สึกว่ามีทางไปได้ถ้าผมพยายาม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำไมถึงตัดสินใจเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของ TRINITY</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อช่วงต้นปีผมหายไปอเมริกาสองอาทิตย์ ได้ไปเที่ยว ไปเจอสิ่งใหม่ เหมือนได้อยู่กับตัวเองและคิดว่าตอนนี้เราอยากทำอะไรกันแน่ เราอินกับสิ่งไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นผมได้ดูคอนเสิร์ตที่งาน </span><span style="font-weight: 400;">Coachella</span><span style="font-weight: 400;"> งานนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมากๆ ทำไมเพลงของ </span>BLACKPINK<span style="font-weight: 400;"> คนถึงร้องตามได้ แล้วคนที่มาดูก็ไม่ใช่คนเอเชียอย่างเดียวนะ มีทั้งคนอเมริกัน คนยุโรป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76974" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/19-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/19-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/19-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมรู้สึกว่าการจะดังในระดับอินเตอร์มีหลายแบบ อุตสาหกรรมเพลงของประเทศไทยมีเพลงเพราะๆ ศิลปินหลายๆ คนเก่งมาก แต่จะโกอินเตอร์ด้วยแนว T-p</span><span style="font-weight: 400;">op นั้นไม่มี ผมรู้สึกว่าต้องทุ่ม ต้องมีความบ้า ต้องกล้าฉีกออกจากกรอบเดิมๆ ซึ่งผมอยากทำ ถ้าไม่ทำคงจะรู้สึกติดอยู่ในใจมาก เลย</span><span style="font-weight: 400;">ตัดสินใจว่าเอาวะ ตอนเข้าวงการการแสดงวันแรก ผมก็ไม่ได้มีอะไรเหมือนกัน วันนี้มาลองเริ่มใหม่อีกทีจะเป็นอะไรไป วันนี้อายุ 22 ยังลุยได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสาเหตุหนึ่งที่ย้ายมา ฟังแล้วอาจจะดูโง่ คือเป็นคนชอบแต่งตัวมาก แล้วเรารู้สึกว่าเวลาอยู่บนสเตจ เราจะแต่งอะไรก็ได้</span> <span style="font-weight: 400;">เวลาเขาให้แต่งอะไรแต่งหมดเลยนะ (หัวเราะ) </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76960" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/5-8.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/5-8.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/5-8-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เสี่ยงไหม ทิ้งงานแสดงมาเป็นศิลปิน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เสี่ยง ตอนแรกผมมีคำถามนี้กับตัวเองเหมือนกัน ช่วงที่เพิ่งเริ่มใหม่หลายๆ คนทักมาหาผมตลอดเวลา เขาบอกว่า ถ้าไปเป็นศิลปินมึงไม่ได้แข็งแกร่ง ไม่ได้แข็งแรง มึงเป็นนักแสดง มึงมาทางนี้ได้ดีแล้ว เวลาไปอ่านคอมเมนต์ก็จะเห็นทุกคนพูดแนวนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเข้าใจว่าเวลาย้ายที่ทำงานจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ซึ่งผมก็ lost นะ lost อยู่นานมาก เพราะพอย้ายไปอยู่ในทีม ผมไม่ได้เก่งแบบที่เข้าไปแล้วทำได้เลย เป๋อยู่ช่วงหนึ่ง มีคำถามกับตัวเองตลอดว่ารู้สึกอะไร อยากทำจริงๆ หรือเปล่า แล้วจะมีความสุขไหม เราเลือกถูกแล้วจริงๆ เหรอวะ คือเครียดนั่นแหละ </span><span style="font-weight: 400;">ตลอดชีวิต ไม่เคยมีเลย การทำงานที่เครียดจนต้องไปปรึกษาพ่อแม่ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76961" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/6-6.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/6-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/6-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>พ่อแม่ว่ายังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม่พูดประโยคหนึ่งกับผมว่า ‘เสียใจดีกว่าเสียดาย’ ในเมื่อเลือกแล้วต้องทำให้ดีที่สุด ผมเห็นด้วยกับแม่ เพราะวันนั้นที่เลือกก็รู้สึกอย่างนี้เหมือนกัน ต่อให้ทำแล้วไม่สำเร็จหรืออะไรก็แล้วแต่นั่นคือตัวเรา แต่ถ้าในวันนั้นผมต้องเลือกชีวิตด้วยการที่คนอื่นมานั่งกำหนดว่าควรทำแบบไหน ผมคงจะอยู่ในกรอบไปตลอด คงเสียดาย และคงติดอยู่ในใจมากๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>การเลือกครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำคัญมาก นี่คือโอกาสสำคัญ เหมือนชีวิตของผมมีจุดเปลี่ยนชีวิตเป็นงานตลอด อย่างตอนแสดง </span><i><span style="font-weight: 400;">SOS skate ซึม ซ่าส์ </span></i><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">เป็นผลงานสำคัญที่ทำให้คนเชื่อว่าผมเป็นนักแสดง เพราะวันแรกที่ผมเข้ามาเล่น <i>ฮอร์โมนส์ฯ</i> คนบอกว่าผมเล่นห่วยเหมือนกันนะ หรือว่าวันที่เล่น <i>ฉลาดเกมส์โกง</i> คนก็บอกว่าเล่นได้แต่บทเดิมๆ ผมจะเจอคำที่ทำให้ต้องข้ามผ่านไปให้ได้ ไม่ใช่ว่าคนพูดแบบนั้นผิด เพราะบทที่ผมแสดงออกไปมีแต่แบบนั้น วันหนึ่งพอได้เรื่องที่ผมต้องเปลี่ยนจริงๆ ก็ต้องทำให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ซื้อใจคนได้คือความสามารถ ถ้าเขาดูงานเราแล้วเขาเชื่อ เขาจะเชื่อ รู้สึกว่าการที่ผมมาทำเพลง วันนี้ผมอาจจะยังทำไม่ได้ แต่วันหนึ่งผมจะทำได้แน่ๆ ผมจะทำให้เขาเชื่อว่าผมมาทางนี้ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76972" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/17-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/17-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/17-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>การตัดสินใจเลือกครั้งนี้ทำให้คุณเสียอะไรไปบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนจะรู้สึกว่าผมเสียใช่ไหม คนภายนอกรู้สึกว่าผมจะไม่มีงานแสดง แต่ผมไม่ได้เป็นคนที่รับทุกเรื่องอยู่แล้ว ผมเป็นคนเลือกงาน แต่ไม่ได้เรื่องเยอะนะ แค่ต้องเลือกอะไรที่ดี เพราะเวลาทำงานผมไม่ได้อยากแค่ทำไปตามหน้าที่ ได้เงิน จบ ซึ่งมันแฟร์กับทั้งสองฝ่ายนะ ทั้งคนจ้างเรา ทั้งเราเองด้วย ถ้าไม่อินจะทำทำไม ไม่มีแพสชั่นหรือทำไปแล้วงานนั้นออกมาไม่สุดจะเสียทั้งคู่ ดังนั้นเวลาไปงานอะไรก็ตามที่ผมเลือก ผมจะรู้สึกอินมาก ยิ่งได้พูดยิ่งสนุก </span><span style="font-weight: 400;">แล้วเอาจริงๆ ถ้าผมไม่เลือกมาทำเพลงตรงนี้ ผมอาจจะยังไม่มีงานแสดงก็ได้ ดังนั้นผมรู้สึกว่าผมไม่ได้เสียอะไร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วทำไมถึงเลือกมาเป็นศิลปินกลุ่มทั้งๆ ที่เป็นศิลปินเดี่ยวน่าจะทำงานง่ายกว่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมรู้สึกว่าถ้าทำงานคนเดียวจะมีข้อผิดพลาดที่ดูแลได้ไม่หมด แล้วกลุ่มที่ผมร่วมงานด้วยคือ NINE BY NINE เก่า แต่ละคนมีแพสชั่น มีเป้าหมายเดียวกัน แล้วการที่จะทำเพลงในแบบศิลปินกลุ่มอย่างนี้ เต้นคนเดียวไม่รู้ว่าเราจะพร้อมกับใคร ด้วยความเหมาะสม การมี 4 คนจะช่วยอุดช่องโหว่ของแต่ละคนได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76969" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/14-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/14-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/14-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>การเป็นนักแสดงมาก่อนมีส่วนช่วยในการเป็นศิลปินแค่ไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นศิลปินแทบจะเรียกว่าคนละเรื่องกันเลย ผมรู้สึกว่าการโฟกัสชีวิตเป็นคนละอย่าง ปกติดูหนังจะคอยดูพวกโปรดักชั่นแล้ววิเคราะห์ รู้สึกว่าซีนนี้น่าเล่นก็จะจำเก็บไว้เพื่อใช้ตอนแสดง ผมทำอย่างนี้บ่อยมากตอนเป็นนักแสดง แต่พอเริ่มเป็นศิลปิน ทุกวันนี้ตอนฟังเพลงจะฟังบีต ฟังซาวนด์ ฟังคอร์ด มองเห็นภาพบนเวที ความคิดจะต่างกัน รู้สึกว่าคนละโฟกัสกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พอได้เข้ามาอยู่จริงๆ เป็นภาพแบบที่เราคิดไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนนะ เพราะผมรู้ว่าจะต้องเจออะไร รู้ว่าต้องมีช่วงที่เป๋ รู้ว่าต้องยากแน่ๆ เป็นสิ่งที่พร้อมจะเจอ มีความสุขกับการที่ต้องไปซ้อม ทำทุกอย่างให้ดี </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76964" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/9-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/9-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/9-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>คุณดูเป็นคนชอบทำงาน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่แผนในชีวิตผมคืองานทั้งนั้น จะจมอยู่กับงาน รู้สึกว่าวันนี้ยังสนุกกับสิ่งนี้  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นอกจากเรื่องศิลปิน ช่วงนี้ให้น้ำหนักกับเรื่องอะไรมากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียน เพราะตอนนี้ผมเรียนปี 5 แล้ว ไม่อยากให้ถึงปี 6 อยากจบแล้ว (หัวเราะ) เทอมนี้ต้องอัด 7 วิชา ยังถามตัวเองอยู่ว่าไหวเหรอ พรุ่งนี้ก็ต้องไปสอบอีก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ต้องซ้อมหนัก เรียนหนัก คุณจัดการเวลายังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซ้อมหลังเรียน ต้องจัดการเวลาด้วย ค่อนข้างชินแล้วเหมือนกัน ในเดือนหนึ่งนานๆ ทีจะมีวันที่ว่าง แต่ผมเลือกแล้ว ดีกว่าไม่มีงานทำแล้วต้องเคว้ง ผมรู้สึกว่าเราต้องพัฒนาตัวเอง เวลาซ้อมแล้วรู้สึกว่าได้พัฒนาตัวเอง เวลาเราทำงานเราก็แฮปปี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76975" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/20-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/20-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/20-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ที่ว่าตัวเองต้องพัฒนา เป็นเพราะคุณกลัวการย่ำอยู่กับที่หรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลัว ชีวิตผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ เวลาได้อะไรใหม่มาเราจะทำให้มันว้าว ให้รู้สึกเหมือนตัวเองมีพัฒนาการจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งให้ได้ ผมรู้สึกไม่ชอบตัวเองเวลาซ้อมแล้วทำไมเหนื่อยล้า จะรู้สึกว่าไม่ควรเป็นแบบนั้น ทำไมมึงไม่สู้กว่านี้อีกหน่อย ทำไมไม่สู้วะ จะเป็นแบบนี้ตีกันอยู่ข้างใน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในความเป็นวัยรุ่นรู้สึกว่าเสียเวลากับงานมากไปไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้สึกดีกว่าว่างนะ แล้วไม่ใช่ว่าผมมีประสบการณ์เยอะกว่าคนอื่น คนอื่นเขาก็ไปทำอย่างอื่น หมายถึงว่าบางคนเขาเรียนอย่างเดียวเขาก็ได้ประสบการณ์จากการเรียน บางคนเขาทำอินเทิร์นหรือว่าทำงานไปด้วยเขาก็เสียเวลาไปเท่าๆ กับเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทุกวันนี้เคยถามตัวเองไหมว่าสิ่งที่ทำมาถือว่าเราใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นั่งคิด) ถามเหมือนแม่ผมเลย วันที่ผมได้เป็นนักแสดง <em>ฮอร์โมนส์</em> ตอนนั้นผมตอบแม่ว่าชีวิตคุ้มแล้ว แล้วดูตอนนี้สิ ชีวิตก็สร้างเป้าหมายใหม่เรื่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76970" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/15-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/15-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/15-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ตอนนั้นอายุเท่าไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อายุ 17 ผมรู้สึกว่าชีวิตคุ้มแล้วนะ แต่ผมอยากได้กำไร ตอนนี้ได้เข้ามาตรงนี้ถือเป็นกำไรแล้ว ตัวเลขแดงคือคำด่าจากสังคม สนุกไปอีกแบบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดอย่างนี้ตั้งแต่เข้าวงการไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมาจากอะไรหลายๆ อย่าง ยิ่งเราโตขึ้น ยิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้น ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องจัดการตัวเองในจุดที่ไม่ใช่แค่ตัวคุณ ยิ่งโตขึ้นมันทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เชื่อในทางที่เลือกขนาดไหน คิดไหมว่ามันอาจจะไม่สำเร็จ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อ ผมเชื่อมาก อย่าคิดว่าตัดสินใจผิดพลาด ‘เสียใจดีกว่าเสียดาย’ วันนี้สมมติทำแล้วไม่ดังก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นสิ่งที่ผมอยากทำอยู่แล้ว ไม่ดังเพราะปัจจัยอะไรค่อยมาแก้ปัญหาตรงนั้นให้มันดีขึ้น แต่ถ้าดูที่ปัญหาแล้วพบว่ามึงไม่เต็มที่ ผมจะรู้สึกผิดหวังกับตัวเองมาก เป็นทัศนคติที่ใช้ถ่ายหนังเหมือนกัน ต้องเต็มที่ ถ้าเต็มที่แล้วเราจะไม่มีจุดที่ต้องเสียดาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76958" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/james-teeradon/">‘เสียใจดีกว่าเสียดาย’ เจมส์ ธีรดนย์ กับบทบาทครั้งใหม่ของชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
