<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุกานดา​ เกื้อนุ้ย, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/sukanda-kueanuy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/sukanda-kueanuy/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 08 Mar 2021 10:54:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>พัดชา กิจชัยเจริญ : ช่างภาพอิสระกับนิยามความเป็นหญิง &#124; My hair, my choice</title>
		<link>https://adaymagazine.com/my-hair-my-choice-patcha-kitchaicharoen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุกานดา​ เกื้อนุ้ย]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2020 13:00:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[Hair]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นผม]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[พัดชา กิจชัยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[aday 242]]></category>
		<category><![CDATA[My Hair My Choice]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116987</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง” พัดชา กิจชัยเจริญ ‘พัดชา กิจชัยเจริญ’ คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ _____ My hair,my choice คือวิดีโอซีรีส์โดย a team junior 16 ซีรีส์นี้จะพาคุณไปสำรวจจักรวาลเส้นผมผ่านตัวตนและสิทธิเหนือเส้นผมและขนของคนเรา “ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง” คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา พัดชา กิจชัยเจริญ ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ “ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง” คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-hair-my-choice-patcha-kitchaicharoen/">พัดชา กิจชัยเจริญ : ช่างภาพอิสระกับนิยามความเป็นหญิง | My hair, my choice</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e64c97489" data-id="fju3FGXCFoE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-fju3FGXCFoE-6a28e64c97489" data-vid="fju3FGXCFoE" data-src="https://www.youtube.com/embed/fju3FGXCFoE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/fju3FGXCFoE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<span style="display: none;"> พัดชา กิจชัยเจริญ </span></p>
<p>‘พัดชา กิจชัยเจริญ’ คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา</p>
<p>ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ</p>
<p>_____</p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=-HpNSPgBPZQ&amp;list=PLdWUnTNFHNm2eqeqIhykIlfOkMv-3WVgq" target="_blank" rel="noopener">My hair,my choice</a> คือวิดีโอซีรีส์โดย a team junior 16 ซีรีส์นี้จะพาคุณไปสำรวจจักรวาลเส้นผมผ่านตัวตนและสิทธิเหนือเส้นผมและขนของคนเรา</p>
<div style="display: none;">
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา พัดชา กิจชัยเจริญ<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-hair-my-choice-patcha-kitchaicharoen/">พัดชา กิจชัยเจริญ : ช่างภาพอิสระกับนิยามความเป็นหญิง | My hair, my choice</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เราอยากทำเพลงของเราให้มีหัวใจ” การกลับมาซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองของ &#8216;มอร์ วสุพล&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/morvasu/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุกานดา​ เกื้อนุ้ย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2020 12:29:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[What The Duck]]></category>
		<category><![CDATA[วสุพล เกรียงประภากิจ]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Morvasu]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104563</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทเรียนจากเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเส้นทางการเติบโตของแต่ละคน ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของคำตอบที่ว่า ‘เราเหมาะสมกับเส้นทางนั้นจริงๆ หรือเปล่า’ บางบทเรียนอาจให้คำตอบที่ชัดเจนบ้าง ไม่ชัดเจนบ้าง แต่อย่างน้อยประสบการณ์ดี-ร้ายเหล่านั้นก็ทำให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่กับบางคน อาจหมายถึงการกลับไปเจอตัวตนเดิมของตัวเองที่เผลอทำหล่นหายในกาลเวลาที่ผ่าน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 วงอินดี้ป๊อปร็อกอย่าง Ten To Twelve ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะวงที่มีลวดลายทางดนตรีน่าจับตา ด้วยท่วงทำนองที่สนุกและเนื้อหาของบทเพลงที่มีความซนของวัยรุ่นไฟแรง รวมทั้งน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ มอร์–วสุพล เกรียงประภากิจ นักร้องนำที่หลายคนจดจำเจ้าตัวในคาแร็กเตอร์ชายหนุ่มมาดเซอร์ เรื่องที่แฟนๆ รู้กันดีคือช่วงชีวิตวัยหนุ่มของมอร์ นอกจากแวดวงดนตรีอินดี้แล้วเจ้าตัวยังวนเวียนอยู่ในแวดวงของคนทำหนังอีกด้วย มอร์เริ่มต้นอาชีพผู้ช่วยผู้กำกับในวัย 22 และวันนี้มอร์เติบโตเป็นผู้กำกับเต็มตัว ทำทั้งมิวสิกวิดีโอให้เพื่อนนักดนตรีในวงการ หนังโฆษณา และหนังสั้น เป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่ชายหนุ่มตรงหน้าเราคนนี้โลดแล่นอยู่ในโลกทั้งสองใบอย่างไม่มีทีท่าว่าจะวางมือ ทว่ากาลเวลาผ่านไป, ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ การห่างหายจากงานเพลงกว่าสี่ปีของวงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นในยุคหนึ่งคือสัญญาณของความเปลี่ยนแปลง สมาชิกวง Ten To Twelve ตัดสินใจร่วมกันว่าอยากขอพักเบรกจากงานเพลงอย่างไม่มีกำหนด วันนี้มอร์เลือกที่จะกลับมาทำตามหัวใจของตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยวนามว่า ‘Morvasu’ เส้นทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร มาฟังเจ้าตัวเล่าพร้อมกันดีกว่า จำได้ไหมว่าตัวเองหลงใหลดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่ น่าจะมาจากตอนเด็กๆ แม่ชอบเปิดเพลง The Beatles ให้ฟังเวลานั่งรถ พวก Elvis Presley [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morvasu/">“เราอยากทำเพลงของเราให้มีหัวใจ” การกลับมาซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองของ &#8216;มอร์ วสุพล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนจากเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเส้นทางการเติบโตของแต่ละคน ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของคำตอบที่ว่า ‘เราเหมาะสมกับเส้นทางนั้นจริงๆ หรือเปล่า’ บางบทเรียนอาจให้คำตอบที่ชัดเจนบ้าง ไม่ชัดเจนบ้าง แต่อย่างน้อยประสบการณ์ดี-ร้ายเหล่านั้นก็ทำให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กับบางคน อาจหมายถึงการกลับไปเจอตัวตนเดิมของตัวเองที่เผลอทำหล่นหายในกาลเวลาที่ผ่าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 วงอินดี้ป๊อปร็อกอย่าง <strong>Ten To Twelve</strong> ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะวงที่มีลวดลายทางดนตรีน่าจับตา ด้วยท่วงทำนองที่สนุกและเนื้อหาของบทเพลงที่มีความซนของวัยรุ่นไฟแรง รวมทั้งน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ <strong>มอร์–วสุพล เกรียงประภากิจ</strong> นักร้องนำที่หลายคนจดจำเจ้าตัวในคาแร็กเตอร์ชายหนุ่มมาดเซอร์</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-large wp-image-105629 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องที่แฟนๆ รู้กันดีคือช่วงชีวิตวัยหนุ่มของมอร์ นอกจากแวดวงดนตรีอินดี้แล้วเจ้าตัวยังวนเวียนอยู่ในแวดวงของคนทำหนังอีกด้วย มอร์เริ่มต้นอาชีพผู้ช่วยผู้กำกับในวัย 22 และวันนี้มอร์เติบโตเป็นผู้กำกับเต็มตัว ทำทั้งมิวสิกวิดีโอให้เพื่อนนักดนตรีในวงการ หนังโฆษณา และหนังสั้น เป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่ชายหนุ่มตรงหน้าเราคนนี้โลดแล่นอยู่ในโลกทั้งสองใบอย่างไม่มีทีท่าว่าจะวางมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่ากาลเวลาผ่านไป, ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การห่างหายจากงานเพลงกว่าสี่ปีของวงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นในยุคหนึ่งคือสัญญาณของความเปลี่ยนแปลง สมาชิกวง Ten To Twelve ตัดสินใจร่วมกันว่าอยากขอพักเบรกจากงานเพลงอย่างไม่มีกำหนด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้มอร์เลือกที่จะกลับมาทำตามหัวใจของตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยวนามว่า <strong>‘Morvasu’</strong></span></p>
<p>เส้นทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร มาฟังเจ้าตัวเล่าพร้อมกันดีกว่า</p>
<p><img decoding="async" class="size-large wp-image-105630 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>จำได้ไหมว่าตัวเองหลงใหลดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะมาจากตอนเด็กๆ แม่ชอบเปิดเพลง The Beatles ให้ฟังเวลานั่งรถ พวก </span><span style="font-weight: 400;">Elvis Presley</span><span style="font-weight: 400;"> หรือเพลงคลาสสิกทั้งหลายอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Leaving On A Jet Plane</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Country Roads</span></i><span style="font-weight: 400;"> แต่ถ้าอยากทำเพลงจริงๆ คือช่วง ม.5 ไปแลกเปลี่ยนโครงการ AFS ที่อเมริกา เพื่อนที่นั่นมีอิทธิพลกับเรา เขาช่วยสอนกีตาร์เรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มหัดเล่นกีตาร์แล้วก็รวมวงกับญาติที่อยู่ที่โน่น การรวมวงที่นั่นเป็นเรื่องปกติมากเหมือนชวนกันไปเตะบอล รวมวงแล้วทำเพลงตัวเอง เราเรียนรู้เรื่องการแต่งเพลงจากที่นั่น ที่อเมริกาเขาจะไม่ cover เพลงคนอื่นแต่จะเล่นเพลงตัวเอง ถึงแม้ว่าวงของเขาจะห่วยแค่ไหนแต่ก็ยังทำเพลงของตัวเองอยู่ดี เล่าเรื่องที่ตัวเองอยากเล่า ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่ามันแปลกจากที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเรื่องดนตรียังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบมาก นั่นคือการดูมิวสิกวิดีโอ อิทธิพลจากภาพและเพลง ภาพและเสียงในตอนนั้นส่งผลให้เราเป็นทั้งนักร้องและผู้กำกับในตอนนี้ ตอนนั้นเราดูเอ็มวีทั้งวันจน host dad เรียกเราว่า mr.MTV บ้าง MTV man บ้าง (หัวเราะ) เราดูทั้งวันจนรู้สึกว่าการทำเพลงและมิวสิกวิดีโอมันเจ๋งมาก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กระบวนการทำงานเพลงตอนที่ยังอยู่ในวงกับตอนเป็นศิลปินเดี่ยวแตกต่างกันยังไง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของการทำงานกับวงคือมันเป็นงานกลุ่ม เราไม่ถนัดเลข มาฉันคิดให้ เราไม่ถนัดทำพาวเวอร์พอยต์ มาๆ เดี๋ยวเราทำให้ ทุกคนในกลุ่มจะช่วยกัน ส่วนศิลปินเดี่ยวเราต้องคุยกับตัวเองเยอะมาก ช่วงแรกจะเหวอๆ นิดหนึ่งเพราะไม่มีใครมาช่วยดูให้ สนุกกันคนละแบบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดแบบนี้มาตั้งแต่แรกเลยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะโตมาในเวย์นี้ แต่ว่าเราเรียนรู้จากข้อเสียของตัวเอง เนื่องจากเราเป็นคนทำงานค่อนข้างหนัก ตัวเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาด้วยสิ่งต่างๆ คนรอบๆ ตัว โลก อายุที่รันไป แล้วก็ตัวเราเอง เราไม่อยากโกหกตัวเองว่าเป็นคนแบบเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ชิด</span></i><span style="font-weight: 400;"> (เพลงจากอัลบั้มแรก) อยู่ ยอมรับว่าเมื่อก่อนก็เคยพยายามทำเพลงในรูปแบบที่อิงจากเพลงที่ดังมาแล้ว มันก็เวิร์กในระดับหนึ่งแต่มันไม่ได้พาเราไปข้างหน้า</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-105643" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-3-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-3.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เหตุผลในการเขียนเพลงในช่วงแรกๆ คืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นแต่งเพราะอกหัก (หัวเราะ) มันแน่นอนอยู่แล้ว เราไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งยังไง เรื่องไหนที่เรารู้สึกเราก็คิดว่าคนอื่นน่าจะรู้สึก สมัยก่อนเคยคิดว่าต้องไปที่ไหนสักแห่งเพื่อเขียนเพลง ตอนหลังก็บันทึกเก็บๆ ไว้เพื่อให้พอจำได้ บางครั้งเราหาเพลงจะเขียน เปิดมาดูก็จะเจอความรู้สึกบางอย่างที่ตอนนี้เราลืมไปแล้ว แล้ววันหนึ่งมันจะออกมา เหมือนสะสมให้มันเกิดขึ้นในหัว เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราหรือเรื่องที่คิดว่าเราน่าจะเข้าใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หมายถึงให้ตัวเองรู้สึกก่อนหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เราเป็นมนุษย์ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้ติสท์มากแต่ก็ไม่ได้แมสมาก แค่คิดว่าสิ่งที่เรารู้สึกน่าจะเชื่อมโยงกับคนบางคน อาจไม่ใช่ทุกคน เลยคิดว่าไม่เป็นไรหรอก มนุษย์เราก็รัก โลภ โกรธ หลง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เรียกได้ว่าเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมากขึ้นไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) ก็เคยไม่ซื่อสัตย์มาก่อนครับ จนเรารู้สึกว่าต้องซื่อสัตย์กับตัวเองเสียที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-105631 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>คุณเป็นทั้งนักร้องและผู้กำกับในเวลาเดียวกัน ทั้งสองอาชีพนี้มันเอื้อกันยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นนักร้องทำให้เราได้ยินเสียงละเอียดขึ้น ซึ่งมันช่วยในเรื่องการเป็นผู้กำกับ เรารู้สึกว่าเสียงมีผลกับภาพ มีคนบอกว่า 51 เปอร์เซ็นต์ของหนังมีแต่เสียงไม่ใช่ภาพ พอรู้อย่างนี้เราเลยให้ความสำคัญกับเสียงในการทำโฆษณาเพราะว่ามันช่วยดึงอารมณ์ เช่น การอ่านเสียงโฆษณาส่วนใหญ่เราจะอ่านเอง เพราะไม่รู้จะถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างให้คนมาพูดได้ยังไง มันมีความละเอียดอ่อนบางอย่าง พูดคำนี้ ตอนนี้ ด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ทำให้คนรู้สึกแบบนี้ เลยให้ความสำคัญมากๆ เหมือนที่ทุกคนให้ความสำคัญกับการร้องเพลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาชีพผู้กำกับทำให้เราได้ทดลองเรื่อยๆ ทั้งด้านภาพ เสียง​ และการเล่าเรื่อง เหมือนซ้อมปั่นจักรยานแล้วมาซ้อมวิ่ง อาจจะไม่ตรงมากแต่มันก็คือการออกกำลังกายเหมือนกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มอร์ในฐานะนักดนตรีกับมอร์ในฐานะผู้กำกับ ถือว่าเป็นคนๆ เดียวกันไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนรู้สึกว่าไม่เหมือนกันเลย ตอนที่ทำงานเป็นผู้กำกับเราจะเป็นคนหัวร้อน แต่ตอนนี้รู้สึกว่าการเป็นนักร้องกับผู้กำกับไม่ค่อยต่างกัน เหมือนตอนนี้เดินทางอยู่ใน sweet spot สำหรับเรานะ มันอาจจะไม่ดีก็ได้ (หัวเราะ) แต่รู้สึกว่ามันใกล้เคียงกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-105628 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/9-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>คนเป็นผู้กำกับจะต้องมีความ perfectionist ในระดับหนึ่ง คุณเป็นแบบนั้นไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีเลย เรามีภาพไว้แต่ตั้งใจว่าอยากปรับเปลี่ยนทุกๆ ขั้นตอนอิงตามความเหมาะสม สำหรับผู้กำกับบางคนภาพในสตอรีบอร์ดกับภาพจริงๆ ตอนเซตต้องร้อยเปอร์เซ็นต์เป๊ะ เราโคตรอยากกราบเลย พี่แม่งใจแข็งมาก เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นคนแม่นเท่าเขา สมมติไปดูโลเคชั่นเราก็เปลี่ยนแล้ว ตอนถ่ายเจออะไรตรงหน้าแล้วชอบเราก็หยิบไปไว้ในหนัง ตอนตัดเราก็ชอบรื้อ ชอบรื้อโฆษณาตัวเอง ช่วงมิกซ์เสียงเราก็เปลี่ยนอีก เหมือน adjust ไปเรื่อยๆ อยากให้หนังมันดีที่สุดในรูปแบบของมัน งานเพลงก็เหมือนกัน บางทีรู้สึกว่าท่อนนี้แม่งเจ๋ง เปลี่ยนอย่างนี้ก็ได้ เราหมุนไปได้เรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นผู้กำกับที่ตั้งใจหรือเป๊ะกับงานมากๆ มันจะทำให้เราได้งานที่ดีออกมาเสมอ แต่กับสายตาคนทั่วไปเขาอาจจะมองว่าไม่ค่อยน่ารัก แต่ว่าเพลงไม่ได้เลย สมมติเราเครียด เราร้องเพลงไม่ได้ ทางวิทยาศาสตร์คือกล้ามเนื้อบีบกันแล้วทำให้ร้องเพลงไม่ได้ ร้องเพลงต้องมีความสุข ต้องตั้งใจแบบไม่ตั้งใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณนิยามตัวเองว่าเป็นผู้กำกับหรือนักแต่งเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความจริงเรามีคำตอบจะตอบแต่อาจจะดูน่าหมั่นไส้หน่อย เป็นอาร์ทิสต์ครับ (หัวเราะ) มีคำอธิบายนะเพื่อไม่ให้น่าหมั่นไส้เกินไป เรารู้สึกว่างานโฆษณาที่เรามีโอกาสได้ทำ เราอยากให้มันไม่เป็นโฆษณาที่ฮาร์ดเซลอย่างชัดเจน เหมือนต้องมีความบันเทิงบางอย่างกลับไปให้คนดู หรือมีเมสเสจซ่อนเร้นบางอย่าง หรือว่าปรับไอเดียให้มีแอตติจูดบางอย่าง อยากให้โฆษณามีหัวใจเหมือนเพลงที่เราทำ ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่มันเป็นสิ่งที่เรากำลังพยายามอยู่</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e64c9870b" data-id="BjBXoSX5aQI" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-BjBXoSX5aQI-6a28e64c9870b" data-vid="BjBXoSX5aQI" data-src="https://www.youtube.com/embed/BjBXoSX5aQI?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/BjBXoSX5aQI/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>แล้วซิงเกิลล่าสุดอย่าง <em>Melbourne</em> คุณได้แรงบันดาลใจมาจากไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ได้มาจากไป road trip กับแฟนที่ Melbourne เราทำงานหนักมาก เหมือนชีวิตเราอยู่กับอนาคตตลอด ตอนนั้นตัดสินใจไม่รับงานไปทำระหว่างทาง ทริปนั้นไปหลายวันมาก มันทำให้เราได้อยู่กับปัจจุบัน ขับรถไปตามหาดช้าๆ หัดเล่นเซิร์ฟ นั่งเล่นริมหาด มันดีจังเลยว่ะ เราไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นมาก่อน เหมือนที่ผ่านมาเราพยายามตามหาอะไรบางอย่างมาตลอด จนกระทั่งรู้ว่าการได้ใช้เวลาแบบนั้นมันดีมากๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณเคยบอกว่าคุณใช้ชีวิตเป็น routine ที่เป๊ะมากๆ ตอนนี้ยังเป็นอยู่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังเป็นอยู่ แต่น้อยลงเพราะว่าทำงานน้อยลง ไม่ได้ทำตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน ช่วงนั้นที่ทำงานเยอะๆ ก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว คิดอะไรไม่ออกแล้ว ก็ต้องถอยออกมาบ้าง จุดที่ไม่ไหวคือจำได้ว่าเราทำงานชิ้นหนึ่ง ตอนนั้นกลับมาจากไหนไม่รู้แล้วต้องคิดงานให้ออกภายในคืนนั้น มันเหมือนเรารีดเค้นตัวเอง ตอนนั้นไม่ไหวแล้ว หลังจากทำงานนั้นเราคิดอะไรไม่ออกเลยประมาณสามเดือน เหมือนใช้ทุกอย่างที่เราประสบมาหมดแล้ว สามสิบปีแรกในชีวิตแม่งเกลี้ยงเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงนี้เราเลยพยายามลดงานตัวเองเรื่อยๆ หมายถึงว่าทำงานหนักนะ แต่ว่าจำนวนของชิ้นงานน้อยลง ไม่ใช่ว่าทำงานน้อยแล้วไม่ทำเลย พอรับงานน้อยลงเราก็โฟกัสกับมันมากขึ้น ละเอียดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีที่แล้วเราเรียกมันว่า gap year คือทำงานน้อย คือทำแค่ 8-9 ชิ้น หารายได้ให้ตัวเองพออยู่ได้ แล้วก็รับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาบ้าง ไม่งั้นงานก็จะไม่ไปไหน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเคยเห็นตัวเองในเวอร์ชั่นไม่น่ารัก เป็นเวอร์ชั่นขี้หงุดหงิดซึ่งมันไม่ค่อยดี เราก็มาเรียนรู้ว่าความว่างมันคือ privilege อย่างหนึ่ง สมัยก่อนเราถูกปลูกฝังมาว่าต้องทำงานเยอะ ยิ่งทำงานเยอะก็จะยิ่งเก่ง จะยิ่งเป็นคนเจ๋ง เมื่อถึงเวลาหนึ่งเราไม่ต้องเก่งขนาดนั้นก็ได้นี่ เป็นเราแบบนี้ก็มีความสุขนะ (พูดเสียงเบา)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-105639" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-105637" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>มองกลับไปตัวเราตอนนั้นรู้สึกขอบคุณหรือดีใจกับตัวเองไหมที่ผ่านช่วงหนักๆ มา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดอย่างนี้โลกสวยหรือเปล่า จริงๆ แล้วผ่านอะไรมามันได้เรียนรู้บางอย่าง ถ้าเราไม่ทำงานหนักวันนั้น เราก็อาจไม่มีหน้าที่การงานอย่างวันนี้ก็เป็นได้ เพราะ 7-8 ปีแรกในการทำงานเป็นช่วงที่เราทำงานหนักมาก มันก็อาจช่วยให้เรามีที่ยืนตอนนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณมองเป้าหมายต่อไปยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้คิดเลย หมายถึงมันต้องนิยามว่าความสำเร็จคืออะไร อย่างบางคนต้องมีคอนเสิร์ตที่อิมแพกต์ เราแม่งแค่เดินไปแอร์พอร์ตแล้วมีคนมาบอกว่า ‘เราชอบเพลงนายมาก’ เราคิดว่าสำเร็จละ มันแล้วแต่ ไม่ได้หมายความว่าคนคิดแบบนั้นผิดนะ แค่เราไม่ได้มีปัญหากับเรื่องนี้มั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราแค่อยากทำเพลง ถ้ามีคนมาชอบแล้วมันจะพาเราไปถึงจุดไหน ไปไกลกว่านี้เราก็จะดีใจ ก็จะขอบคุณ ไม่ค่อยได้คิดเรื่องนี้เลย อาจเป็นเพราะเราไม่ต้องพึ่งเพลงอย่างเดียวมั้งเลยไม่เหมือนคนที่ต้องแบกสิ่งนี้สิ่งเดียว เราว่ามันไม่มีถูกมีผิด แต่ละคนก็มีทางของตัวเอง มีคนเคยพูดว่า ‘ยิ่งอยากทำเพลงให้ดังมันยิ่งไม่ดัง’ เหมือนถอดรูตสิ่งที่ทำมาประกบกัน ซึ่งมันไม่ค่อยมีหัวใจ ก็รู้สึกว่ามีเพลงหลายเพลงที่ไม่มีหัวใจแต่มันก็ดังเหมือนกันนะ แต่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรถูกต้อง เราก็คงอยากทำเพลงของเราให้มีหัวใจมั้ง แค่นั้นแหละ อย่างอื่นเราไม่รู้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-105617 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morvasu/">“เราอยากทำเพลงของเราให้มีหัวใจ” การกลับมาซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองของ &#8216;มอร์ วสุพล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่บ้าน” ศิลปะของวนะ ลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/wana-wanlayangkoon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุกานดา​ เกื้อนุ้ย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2020 09:40:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ลี้ภัย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒน์ วรรลยางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[วนะ วรรลยางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[การต่อสู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=103398</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความต่างเสมือนสัตว์ประหลาด ความจริงถูกปิดปาก ความปกติถูกฉาบด้วยความไม่ปกติ เสียงของความต่าง เสียงของความจริง เสียงของความปกติ คือเสียงเดียวกัน บ่ายวันหนึ่งเรามีนัดพูดคุยกับ วนะ วรรลยางกูร หลายคนคงคุ้นกับนามสกุลนี้ ใช่ เขาคือลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนผู้มีผลงานสะท้อนการเมืองเป็นเวลากว่า 47 ปี และลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศสเพราะปฏิเสธอำนาจของคณะรัฐประหารด้วยการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง แน่นอนว่าการเป็นลูกนักเขียนผู้โด่งดังย่อมทำให้กลายเป็นจุดสนใจ แต่สำหรับสิ่งที่วนะทำ เขาเป็นมากกว่านั้น ปัจจุบันเขาทำงานศิลปะที่พยายามสะท้อนปัญหาสังคมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงด้วยการถ่ายทอดผ่านฝีแปรงที่หนักแน่น ทั้งหมดนี้เองคือสิ่งที่นำพาให้เรามาเจอกับเขา วนะหลงรักการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นเขาจึงวาดรูปเพื่อสื่อสารประเด็นสังคมเรื่อยมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์สอนศิลปะพร้อมทั้งทำงานศิลปะของตัวเองควบคู่กันไป ผลงานส่วนใหญ่ของวนะมักสะท้อนเรื่องการเมืองผ่านการเทียบเคียงประวัติศาสตร์  ไม่แปลกที่ชายหนุ่มผู้เติบโตมาในครอบครัวศิลปินจะหลงใหลในศาสตร์แห่งความสุนทรีนี้ แต่สิ่งที่แปลกคือทุกวันนี้เขาไม่สามารถใช้ศิลปะสื่อสารความคิดและความรู้สึกได้อย่างที่เคยทำมาตลอด ดังนั้นตอนนี้เขาจึงยืนอยู่บนเวทีของการต่อสู้ อาวุธที่มีไม่ใช่ปืน ไม่ใช่กระสุน แต่เป็นพู่กัน สี และเฟรมผ้าใบ เขาสู้ในวันที่เสียงของศิลปะเบาเหมือนขนนก และสู้ในวันที่ความไม่ปกติของสังคมค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความปกติ &#160;  1 เรานัดกันที่แผนสำเร็จ Co-Creative Space &#38; Gallery แกลเลอรีย่านเมืองเก่าในกรุงเทพฯ อันเป็นที่จัดแสดง Momentos/Monuments &#38; reMinders นิทรรศการศิลปะว่าด้วยการตีความอนุสาวรีย์และวีรบุรุษผ่านวิธีคิดของวนะที่มีต่อประวัติศาสตร์ชาติสมัยใหม่ ด้วยความที่แกลเลอรีอากาศค่อนข้างร้อน เมื่อไปถึงวนะจึงเชิญชวนเราให้ไปนั่งสนทนากันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ เราตอบรับคำชวนนั้นแล้วเดินไปตามคำแนะนำของเขา “เรียกตัวเองว่าศิลปินไหม” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wana-wanlayangkoon/">“ในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่บ้าน” ศิลปะของวนะ ลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ความต่างเสมือนสัตว์ประหลาด</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ความจริงถูกปิดปาก</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ความปกติถูกฉาบด้วยความไม่ปกติ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เสียงของความต่าง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เสียงของความจริง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เสียงของความปกติ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">คือเสียงเดียวกัน</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103427 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่ายวันหนึ่งเรามีนัดพูดคุยกับ </span><b>วนะ วรรลยางกูร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนคงคุ้นกับนามสกุลนี้ ใช่ เขาคือลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนผู้มีผลงานสะท้อนการเมืองเป็นเวลากว่า 47 ปี และลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศสเพราะปฏิเสธอำนาจของคณะรัฐประหารด้วยการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการเป็นลูกนักเขียนผู้โด่งดังย่อมทำให้กลายเป็นจุดสนใจ แต่สำหรับสิ่งที่วนะทำ เขาเป็นมากกว่านั้น ปัจจุบันเขาทำงานศิลปะที่พยายามสะท้อนปัญหาสังคมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงด้วยการถ่ายทอดผ่านฝีแปรงที่หนักแน่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เองคือสิ่งที่นำพาให้เรามาเจอกับเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะหลงรักการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นเขาจึงวาดรูปเพื่อสื่อสารประเด็นสังคมเรื่อยมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์สอนศิลปะพร้อมทั้งทำงานศิลปะของตัวเองควบคู่กันไป ผลงานส่วนใหญ่ของวนะมักสะท้อนเรื่องการเมืองผ่านการเทียบเคียงประวัติศาสตร์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่แปลกที่ชายหนุ่มผู้เติบโตมาในครอบครัวศิลปินจะหลงใหลในศาสตร์แห่งความสุนทรีนี้ แต่สิ่งที่แปลกคือทุกวันนี้เขาไม่สามารถใช้ศิลปะสื่อสารความคิดและความรู้สึกได้อย่างที่เคยทำมาตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นตอนนี้เขาจึงยืนอยู่บนเวทีของการต่อสู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาวุธที่มีไม่ใช่ปืน ไม่ใช่กระสุน แต่เป็นพู่กัน สี และเฟรมผ้าใบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาสู้ในวันที่เสียงของศิลปะเบาเหมือนขนนก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสู้ในวันที่ความไม่ปกติของสังคมค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความปกติ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103415 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b> 1</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรานัดกันที่แผนสำเร็จ Co-Creative Space &amp; Gallery แกลเลอรีย่านเมืองเก่าในกรุงเทพฯ อันเป็นที่จัดแสดง Momentos/Monuments &amp; reMinders นิทรรศการศิลปะว่าด้วยการตีความอนุสาวรีย์และวีรบุรุษผ่านวิธีคิดของวนะที่มีต่อประวัติศาสตร์ชาติสมัยใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่แกลเลอรีอากาศค่อนข้างร้อน เมื่อไปถึงวนะจึงเชิญชวนเราให้ไปนั่งสนทนากันที่</span><span style="font-weight: 400;">ร้านกาแฟใกล้ๆ เราตอบรับคำชวนนั้นแล้วเดินไปตามคำแนะนำของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรียกตัวเองว่าศิลปินไหม” หลังจากสั่งเครื่องดื่ม เราเอ่ยถามคำถามแรกที่อยากรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าโดยอาชีพผมยังครึ่งๆ กลางๆ นะ เพราะผมหาเลี้ยงชีพจากการทำงานศิลปะทุกประเภทที่เป็นคอมเมอร์เชียลอาร์ต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งานหลักๆ ของผมคือการรับจ้างเพนต์ผนังทุกรูปแบบ งานศิลปะแบบอื่นก็ทำ ส่วนการจัดแสดงงานมีแค่เป็นครั้งคราว เดิมทีไม่เคยมีอยู่ในหัวด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ผมวาดรูปเก็บไว้ตลอดเวลาว่าง กลายเป็นว่าพอวาดสะสมมาเรื่อยๆ การจัดแสดงงานจึงกลายเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำควบคู่กับงานที่หากิน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนิทรรศการครั้งนี้เป็นงานที่ต่อเนื่องจากการเรียนปริญญาโทสาขาวิชาศิลปะจินตทัศน์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขาตั้งใจจับเอาเรื่องวีรบุรุษหลังสงครามเย็นมาเป็นแรงบันดาลใจ การถูก propaganda ด้านเดียวด้วยการสร้างชาติ วัตถุอย่างอนุสาวรีย์และรูปปั้นทำให้วนะเคลือบแคลงสงสัยในประวัติศาสตร์ว่าทำไมไม่มีใครพูดเหมือนกันเลยสักคน และงานนี้ก็ทำให้เขาได้นั่งจับผิดประวัติศาสตร์จนพบว่าวิธีคิดทางประวัติศาสตร์ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103414 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เช่น เรื่องนโปเลียน ผมค้นเจอว่านโปเลียนมีลูกหลานที่ถูกส่งไปปกครองเมืองที่ตัวเองยึดได้ แต่ใช้ชื่อเดียวกันคือนโปเลียนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมวาดนโปเลียนที่มี 3 ร่างแต่ใช้หัวเดียวกัน ยิ่งการมาถึงของช่วงล่มสลาย สิ่งที่สะท้อนออกมาชัดเจนจากเรื่องนี้คืออำนาจไม่ได้สืบทอดกันทางสายเลือด อำนาจมาจากความเป็นปัจเจกบุคคลจริงๆ มันพิสูจน์ว่าความยิ่งใหญ่ทั้งหมดมาจากนโปเลียนที่ 1 ผู้เก่งกาจด้านการสู้รบ ส่วนนโปเลียนที่ 2 และนโปเลียนที่ 3 ก็เก่งเหมือนกันแต่ไม่สามารถเทียบนโปเลียนที่ 1 ได้เลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิธีคิดเรื่องการเมืองของคุณมีผลกับงานยังไง” เราสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมว่านานวันไปก็ยิ่งลงลึกมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ผมมองการเมืองเป็นเรื่องผิวเผิน เช่น ชนชั้น ทุนนิยม และแรงงาน งานในอดีตของผมจึงพูดเรื่องนี้ แต่ด้วยระยะเวลาทางการเมือง ผมก็เป็นเพียงคนหนึ่งในอีกหลายคนที่ไปเจอกับชุดความคิดที่ไม่ใช่ชุดความคิดหลัก ไปเจอโลกคู่ขนานทางประวัติศาสตร์ที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศด้วยซ้ำที่คิดคล้ายๆ กันกับเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาได้เห็นว่าโครงสร้างทางสังคมบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยน เขารู้ต้นตอว่าประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาแค่นายทุน แต่ถูกทับซ้อนด้วยเรื่องของการเมืองการปกครองที่เปลี่ยนแปลงไม่สำเร็จ ทั้งหมดลากยาวมาถึงทุกวันนี้เพราะว่าคนกลัวที่จะต้องกลับไปถึงจุดนั้นอีก สิ่งนี้ค่อยๆ มีผลกับงานของผมจนออกมาเป็นอย่างที่เห็น”       </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103419 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>2</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่สังเกตงานของวนะ เรารู้สึกได้ถึงความดิบและความหนักแน่นในการลงสีและฝีแปรง ทั้งหมดช่างเข้ากับเรื่องราวที่เขาพยายามสื่อสาร ความรู้สึกในใจเขาส่งผลไปถึงตัวงานอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมถึงสนใจศิลปะ” ภาพทั้งหมดทำให้เราสงสัยเกี่ยวกับจุดเริ่มต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมโตมากับพ่อที่เป็นนักเขียน ที่บ้านมีหนังสือเยอะ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่มีภาพประกอบ ในวัยเด็กผมชอบงานภาพประกอบ ชอบการ์ตูน ก็เลยหัดวาด โตขึ้นมาก็เริ่มฝึกทักษะ พอจริงจังมากเข้าผมก็ตัดสินใจเรียนจิตรกรรมในมหาวิทยาลัยช่วงปี 2548”</span></p>
<p>การได้เรียนศิลปะอย่างที่ตั้งใจเป็นอีกภาพฝันหนึ่งที่วนะหวังไว้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าจะได้เรียนสิ่งที่ชอบที่สุดในช่วงเวลานั้น เขาจึงคิดหวังว่าจะได้เจอกับสังคมและคนที่ไปในทางเดียวกัน นั่นคือการมีเสรีภาพทางความคิด แต่กลับกลายเป็นว่าพอได้เข้าไปเรียน ประโยคที่ว่า &#8216;มาเรียนศิลปะ เสรีภาพไปใช้ที่อื่น&#8217; คือประโยคหนึ่งที่เขาต้องบอกกับตัวเองอยู่เสมอ</p>
<p>แล้วปี 2549 ก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103418 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ส่งผลต่อการเรียนของวนะมาก มีหลายเรื่องที่เขาไม่สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านงานศิลปะได้ หรือเมื่อไหร่ที่แสดงออก วนะจะถูกมองว่าโง่ในสายตาของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดว่าคนที่เรียนศิลปะมีพื้นฐานจิตใจสูงกว่าคนทั่วไป </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่เห็นด้วยนะที่บอกว่าศิลปะยกระดับจิตใจคน ผมว่าอยู่ที่พื้นฐานความคิด สิ่งแวดล้อม และอีกหลายอย่างมากกว่าที่จะบอกว่าเรามีพื้นฐานจิตใจที่ดีกว่าเพื่อนมนุษย์คนอื่น ศิลปะไม่ใช่องคาพยพเดียว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วตอนนั้นคุณได้แสดงความคิดเห็นไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีครับ คือผมสนใจเรื่องสังคม แล้วตอนนั้นมีเรื่องม็อบการเมืองพอดี พอสังเกตการณ์มากเข้าผมก็ไปลงพื้นที่กับเขาด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไปพัทยาเพราะมีคดีเรื่องปิดประชุมอาเซียน ตอนนั้นผมไม่รู้จักใครสักคนแต่ก็ไป เพราะผมสงสัยว่า เฮ้ย เวลาที่เราไปเล่าเรื่องที่สงสัยให้คนอื่นฟังแล้วเขาบอกว่าเราถูกหลอก มันจริงไหม ผมตามไปดูจนได้เห็นที่เขาตีกัน ผมไปขอลังกระดาษนอนหน้าร้านสะดวกซื้อและเจอคนมาก่อกวนตลอดเวลาจนเช้า ถ้าดูทีวีผมคงไม่เห็นอะไรพวกนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังจากวันนั้นความรู้สึกผมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมไม่ใช่ผู้ร่วมชุมนุมแล้ว ไม่ใช่แค่คนไปสังเกตการณ์ ผมเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ เป็นส่วนหนึ่งของการถูกกระทำ เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกวาทกรรมบางอย่างกลบไม่ให้ใครเห็น เพราะงั้นเวลาทำงานผมก็เริ่มสเกตช์ภาพงานที่เกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น ใครจะว่าอะไรก็ช่าง อาจารย์จะว่าอะไรก็ช่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่…” เขาทิ้งช่วง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาจารย์ก็ไม่เห็นด้วย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103421 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เห็นด้วยในเชิงความคิด หรือไม่เห็นด้วยในการแสดงออก” เราถามให้เขาคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เห็นด้วยในเชิงความคิดตั้งแต่แรกเลย เช่น เวลาต้องจับกลุ่มส่งสเกตช์ อาจารย์จะคว่ำชาร์ตของผม เอาด้านหลังออก คือไม่พูดถึงงานแบบนี้ ไม่ตรวจ และไม่ให้คนอื่นเห็นงานนี้ ตอนนั้นผมเกิดคำถามว่าทำไมทำอย่างนี้วะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเริ่มต้นเรียนศิลปะ ผมคิดว่าศิลปะเป็นเรื่องการสื่อสาร และการสื่อสารก็อยู่บนสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญถ้าเราไม่ได้ไปล่วงล้ำใคร การทำงานศิลปะเป็นการพูดที่เสียงโคตรจะเบาอยู่แล้วเพราะคนดูต้องตีความ แต่นี่อาจารย์กลับไม่ให้ผมแสดงภาพด้วยซ้ำ แม้งานการเมืองของผมในตอนนั้นจะยังเป็นความไร้เดียงสา ผมยังมองโลกด้านเดียว คิดเรื่องสังคมชนชั้นธรรมดาทั่วไป เช่น การถูกกดทับของคนรวยคนจน แต่ถึงกระนั้นอาจารย์ก็ไม่ตอบสนองเลย ผมจึงดื้อด้วยการไม่เข้าเรียนแต่ส่งงาน สุดท้ายก็ได้เกรดมาเพราะตัดสินกันที่ตัวงาน”</span></p>
<p>“ตอนนั้นรู้สึกยังไง”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อึดอัด เพราะถ้าพูดกันตรงๆ ม็อบช่วงปี 2548-2549 เป็นม็อบเสื้อแดงที่ไม่มีใครพูดอะไรได้อยู่แล้ว แต่นี่ผมยังไม่ทันพูดเรื่องสีทางการเมืองด้วยซ้ำ แค่พูดเรื่องการเมือง สังคม แรงงาน แต่อาจารย์ยังไม่ให้ผมพูดในห้องเรียน มันเลยทั้งโกรธและอึดอัด”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103424 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะเล่าว่างานที่ถูกอาจารย์คว่ำสเกตช์นั้นได้ reference มาจาก Diego Rivera ศิลปินเม็กซิกันที่เล่าเรื่องชนชั้นกรรมาชีพ ภาพของวนะจึงเป็นภาพชาวนาและชาวไร่ หรืออย่างภาพทีสิสของเขาก็เป็นภาพชนชั้นแรงงานในกรุงเทพฯ เสริมด้วยสัญลักษณ์อย่างนกพิราบ และมีแบ็กกราวนด์เป็นไซต์ก่อสร้างที่กำลังสู้กับเครื่องจักร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตมหา&#8217;ลัยเจอกับเหตุการณ์แบบนั้น ความรู้สึกเปลี่ยนไปไหมจากตอนแรกที่คาดหวัง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> เขายิ้มแล้วเล่าต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เปลี่ยนไปมาก ตอนปีสุดท้ายเขาให้เขียนบทความขอทุน ช่วงนั้นผมรู้สึกอึดอัดที่ทำงานจิตรกรรมก็ไม่ได้ อาจารย์ไม่โอเค พอมีโอกาสให้เขียนบทความผมจึงเขียนส่งไป ปรากฏว่างานชิ้นนั้นทำให้ผมได้ทุน แต่อาจารย์ที่เขียนคำนิยมให้บอกว่านี่เป็นงานที่มีเสียงแบบเก่าที่ไม่ถูกพูดถึงนานแล้ว</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาจารย์เขียนต่อไปว่า ‘งานเขียนของวนะก็เหมือนกับเสียงแมลงหวี่ตอมหู’”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103405 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เจออุปสรรคในช่วงมหาวิทยาลัย แต่หลังเรียนจบวนะก็ยังยืนยันวิธีคิดแบบเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาออกไปรวมกลุ่มกับคนรู้จักเพื่อต่อต้านเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 และร่วมกันแสดงออกโดยตั้งคัตเอาต์ต้านเผด็จการกลางถนน งานชิ้นแรกที่วนะทำคือการนำบทกวีของทวีป วรดิลก มาวาดภาพประกอบ วนะเล่าว่านี่เป็นการแสดงออกที่ง่ายที่สุดเพราะแค่มีคนมายืนอ่านกวีและดูภาพก็เพียงพอแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลานั้นเขาสนุกที่งานศิลปะได้ตอบสนองคนโดยไม่ต้องอยู่ในแกลเลอรี ไม่ต้องถูกประเมินค่าด้วยอาจารย์ที่มีคุณวุฒิทางศิลปะ แต่ศิลปะก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พ่อผมบอกเสมอว่า ถ้าเราทำงานที่พูดเรื่องคนอื่น พูดเรื่องคนในวงกว้าง เดี๋ยวจะมีคนที่พร้อมโอบกอดเรา คือคุณอาจจะไม่รวยแต่คุณไม่เดียวดายแน่ๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาผ่านไป หลังจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 สงบลง วนะกับกลุ่มคนที่รู้จักจึงแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง แกนนำและมวลชนบางคนติดคุก บ้างถูกไล่ล่า บ้างสูญเสีย บ้างต้องมารับชะตากรรมกันต่อในช่วงที่ทุกอย่างเป็นสุญญากาศทางการเมือง ส่วนวนะเองตัดสินใจกลับไปเป็นครูสอนศิลปะที่โรงเรียนแถวบ้านด้วย</span><span style="font-weight: 400;">คำสั่งเสียของแม่ก่อนตายว่าอยากให้เขาอยู่กับพ่อ และด้วยอีกเหตุผลคือลูกคนโตอย่างเขาอยากให้น้องสาวและน้องชายใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้านเกิดภายใต้ชายคาเดียวกับพ่ออีกครั้ง ตอนนั้นเองที่เขาคิดว่าชีวิตตัวเองคงมั่นคงถาวรที่ตรงนี้ เขาอยู่ในที่ที่สบายใจแล้ว เขากำลังได้กลับไปอยู่กับคนที่เขารัก ได้ใช้ชีวิตปกติ กลางวันทำงาน ตกเย็นร่ำสุรา ย่ำค่ำคุยการเมืองกับบิดาของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะเล่าด้วยเสียงหัวเราะว่าเขาชอบชีวิตแบบนี้และคิดว่าการเดินทางของชีวิตคงจบลงตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนอยู่บ้านผมไปเป็นครูและตั้งใจว่าจะไม่ทำกับใครแบบที่เคยโดนมา ผมพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ไปขีดกรอบเด็ก ตอนนั้นชีวิตผมโดยรวมถือว่าดีมาก ผมได้เป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตแบบที่อยากใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปินก็ได้เพราะบ้านนี้มีศิลปินคนเดียวก็พอแล้ว นั่นก็คือพ่อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จนมารัฐประหารปี 2557”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103423 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>3</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เดือนสิงหาคมปีนั้น สน.ชนะสงคราม ออกหมายจับวัฒน์ วรรลยางกูร หลังจากมีหมายเรียกให้วัฒน์ไปรายงานตัวกับทางการ ไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็มีคนมาที่บ้าน เวลาผ่านไปก็ยิ่งเริ่มมาถี่ขึ้น จากหมายเรียกกลายเป็นหมายจับ หรือแม้กระทั่งการเอาคนงานของบ้านไปตระเวนดูว่าพ่อเขาอยู่ที่ไหน </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นพลิกทุกชีวิตในครอบครัววรรลยางกูร ทุกสิ่งทุกอย่างล่มสลาย บ้านที่กำลังปรับปรุงต้องค้างเติ่ง เช่นเดียวกับความฝันที่จะปักหลักชีวิต ณ บ้านหลังนี้ รวมถึงห้องเขียนหนังสือของพ่อและห้องวาดรูปของวนะ รัฐประหารทำให้พวกเขาแตกกระสานซ่านเซ็นราวผึ้งแตกรัง พ่อต้องหนีข้ามประเทศ ส่วนวนะเองก็ต้องหนีออกจากบ้านและไม่ได้กลับไปอาศัยอยู่ที่นั่นอีกเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาทิ้งทุกอย่างไว้อย่างนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103406 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่พ่อของวนะลี้ภัยอยู่ในช่วงเดือนเดียวกับที่เขาสมัครเรียนปริญญาโทพอดี เขาเหลือเงินติดตัวเพียง 500 บาท และรถที่พ่อทิ้งเอาไว้หนึ่งคันที่มีงวดผ่อนอีก 4 ปี วนะหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์นั้น 500 บาทจะเอาไปจ่ายค่าเทอมและเติมน้ำมันได้ยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นท้อไหม” เราถามไปโดยคิดภาพตามสิ่งที่เขาเจอ แต่คำตอบของเขาทำให้เราแปลกใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันไม่ได้ลำบากกายอะไรเลยนะ” วนะยิ้มก่อนอธิบายต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่ได้ถูกควบคุมตัว ไม่ได้ถูกใครเอาไปสอบสวนเรื่องพ่อ อีกอย่างคือผมรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งอาจต้องเจอแบบนี้ ก่อนหน้านี้มีตัวอย่างเยอะมาก นั่งอยู่ที่บ้านดีๆ แล้วโดนจับไป อยู่ดีๆ ติดคุกฟรี 2-3 ปี ผมไม่ต้องการอยู่ในสถานะนั้น แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่เงียบๆ จึงเลือกเดินออกมาและใช้ชีวิตแบบนี้แทน อย่างการแสดงงานครั้งนี้ผมมีงานอยู่แค่ 7 ชิ้น แต่เมื่อมีโอกาสที่จะได้แสดงผมก็อยากพูดในสิ่งที่คิดและอัดอั้นเสมอมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมในสังคมปัจจุบันคนที่พูดความจริงถึงอยู่ไม่ได้ ทำไมสังคมไทยไม่เคยเปลี่ยนเลย หมุนวนอยู่อย่างนี้ เพราะอำนาจของโครงสร้างเป็นแบบเดิม ผลักให้สังคมวนกลับไปอยู่ที่เดิมอยู่วันยังค่ำ คนรุ่นใหม่ก็เดินหน้าไม่ได้ เพราะถูกฉุดกระชากด้วยอำนาจโบราณ ดังนั้นถ้ามีโอกาสพูดเรื่องนี้ผมเอาคืนแน่นอน จะเป็นงานจิตรกรรมหรือบทกวีก็ได้ ผมสู้ในสาขาอาชีพ ผมสู้ด้วยความถนัดของตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “สู้ด้วยเครื่องมือของเรา” เราสรุปตามที่ได้ยิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “ใช่ครับ ด้วยเครื่องมือของเรา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103416 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>4</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยังเห็นความหวังไหม” ด้วยเหตุการณ์ที่เขาเจอ เราจึงเอ่ยถามไปแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เห็นความหวังแน่นอน ผมเชื่อว่ามีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ในทางใดทางหนึ่ง ต่อให้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์กระแสหลักได้ แต่เราก็สร้างโลกคู่ขนานไปด้วยกันได้ มันขึ้นอยู่กับการให้พื้นที่กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมยังหวังแบบจับต้องได้ ความหวังเป็นเรื่องที่จับต้องยากมาก กับการเมืองไทยยิ่งแล้วใหญ่ มันแทบจับต้องไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมก็หวังให้มีเสรีภาพที่ไม่ทำร้ายร่างกายหรือชีวิตใคร ผมหวังให้สิ่งนี้ถูกผลักออกไปให้สุดทางเพราะสิ่งที่เป็นปกติควรจะเป็นปกติ ความจริงต้องเป็นความจริง ฆาตกรรมคือฆาตกรรม มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากแต่ยาก (เน้นเสียง) เพราะตอนนี้สังคมเรากลับขัดแย้งในตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมขอแค่ความปกติคืนมา ขอความปกติให้ชีวิตผม ขอความปกติให้กับคนอื่นๆ ขอความปกติให้กับความจริง เท่านี้เองคือความหวัง ผมไม่ได้ขอให้ทุกคนคิดเหมือนผมด้วยซ้ำ เพราะผมมองว่าทุกสังคมถูกออกแบบมาให้ความเห็นต่างอยู่ได้อยู่แล้วตามหลักประชาธิปไตย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “เหมือนพื้นฐานคือการมองคนให้เท่ากันก่อน” เราถามกลับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ใช่ แล้วเราไปวัดกันด้วยวิทยาศาสตร์ เหตุผล หรือการนับเลข เราไม่ต้องมาประจานกันออกโซเชียลหรือไปหาพวก เราพึ่งวิทยาศาสตร์ พึ่งการเลือกตั้ง และพึ่งประชาธิปไตย เรามีกติกาอยู่แล้ว แต่เราเคารพมันไหม ทำไมเสรีภาพในตอนนี้กลายเป็นการห้ามพูดบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งผมว่าไม่ใช่สามัญสำนึกของมนุษย์”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103411 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไม่กี่วันก่อนที่เราจะพบกัน วนะได้เปลี่ยนสถานะเป็นคุณพ่อมือใหม่ ลูกสาวของเขายังมีอายุไม่ถึงเดือนดี ท่ามกลางเหตุการณ์ต่างๆ ของสังคมปัจจุบันกับคำพูดของคนส่วนใหญ่ที่บอกว่าไม่อยากมีลูกยุคนี้ เราถามวนะต่อถึงสถานะที่เขากำลังเผชิญ เขาคิดยังไงกับสภาพสังคมที่ต้องมีผลกับลูกน้อยที่เขารักแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมคิดทุกวันตั้งแต่แฟนตั้งท้องจนตอนนี้ลูกเกิดมาเลยนะ ว่าถ้าผมมีความไม่พอใจในสังคม ผมก็ต้องพยายามทำอะไรบางอย่าง ไม่อย่างนั้นลูกผมต้องโตมาในสังคมที่เราไม่ชอบ เขาอาจโตมาเจอยุคที่กลับไปกลับมาแบบนี้ หรืออยู่ในยุคเดียวกันกับปู่ของเขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พ่อผมเคยหนีเข้าป่า ทุกวันนี้ลี้ภัย ผมเป็นผู้ได้รับผลกระทบเต็มๆ ทำไมลูกผมยังต้องมาเสี่ยงเจออะไรอย่างนี้อยู่อีก ผมไม่เข้าใจเลย อีก 12 ปีข้างหน้าก็จะครบ 100 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว เราเปลี่ยนอะไรได้บ้างจากวันนั้น แล้ว 12 ปีที่เหลือจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม ดังนั้นผมต้องทำเท่าที่ทำได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ในฐานะพ่อ คุณเข้าใจพ่อของคุณมากขึ้นไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมว่าเข้าใจไม่เท่านะ พ่อผมเจอความรุนแรงทางการเมืองแบบถึงตัวมาหลายครั้ง เขาต้องเข้าป่าแบบหนัง Che Guevara ซึ่งเราไม่ได้อยู่ในสังคมแบบนั้นแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือหลบอยู่ในป่าทางความคิด ผมไม่ต้องหนีเข้าป่าจริง ไม่ถึงกับว่าต้องอยู่เป็น แต่ว่าในสังคมที่ความจริงพูดได้ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมต้องหลบอยู่ภายใต้ต้นไม้ทางความคิดบางอย่างเพื่อรอบางวันที่จะได้ออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนความเป็นพ่อถามว่าเหมือนกันไหม ผมว่าต่างกันที่ยุคสมัยอยู่แล้ว เพียงแค่ว่าเรายังสู้กับปัญหาคล้ายๆ กัน แต่ผมอาจจะมองไม่เหมือนพ่อผม พ่อผมมองเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคมตลอดเวลา ผมขอแค่คืนความปกติเท่านั้นเอง อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่แบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเป็นคนแพ้เป็น เพราะผมว่าความคิดผมไม่มีวันถูกตลอดหรอก ผมส่งเสียงดังตลอดไม่ได้หรอก แต่ก็ต้องส่งเสียง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103409 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>5</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“เห็นคุณอัพสเตตัสว่าเพิ่งคุยกับพ่อเมื่อเช้านี้ อยากบอกอะไรกับพ่อไหม ถ้าเป็นความรู้สึก </span><span style="font-weight: 400;">ณ ตอนนี้” เราชวนวนะคุยถึงพ่อที่อยู่แดนไกล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กับพ่อในมุมโรแมนติกผมบอกรักเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วครับ ดังนั้นผมไม่ต้องบอกอะไรพ่อเลย แล้วยิ่งผมกับพ่อเป็นนักดื่มด้วยกันทั้งคู่ เราคุยกันเยอะมาก” คำตอบของวนะธรรมดาเสียจนผิดคาดไปจากที่เราคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเพิ่งมีข่าวการอุ้มหาย พูดได้ว่าคุณเป็นคนที่อาจเคยได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้เต็มๆ รู้สึกยังไงที่เห็นว่ามันเกิดขึ้นอีกแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ให้จินตนาการตอนที่คนอื่นถูกอุ้มผมอาจจะไม่รู้ แต่ตอนที่ผมไปอยู่กับพ่อที่ลาวช่วงที่อาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน โดนอุ้มและเป็นศพไป (สุรชัย แซ่ด่าน อดีตนักเคลื่อนไหวและนักโทษการเมืองคดีคอมมิวนิสต์คนสุดท้ายของประเทศไทย) ผมพอเข้าใจความกลัวว่าจะไม่มีชีวิตอยู่มันรู้สึกยังไง         </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นผมถูกอัดด้วยข้อมูลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อตลอดเวลา บางวันที่คลับคล้ายคลับคลาว่าอาจจะใช่ ผมกลัวถึงขนาดที่ว่านั่งอยู่เฉยๆ ยังขนลุก มันขนลุกด้วยความรู้สึกที่ว่าถึงวันนี้แล้วเหรอ ถึงตัวเราแล้วเหรอ (นิ่งคิด) แต่ก็ยังดีว่าไม่ใช่ จนพ่อได้ลี้ภัย แต่ผมคิดว่าครอบครัวอื่นๆ ที่ถูกอุ้มหายคงรู้สึกหนักกว่านี้เป็นร้อยเท่าแน่ๆ พวกเขาเข้าสู่สุดทางของความกลัวแล้ว ญาติเขาสูญหายหรือเสียชีวิต แต่ผมโชคดีที่ยังรอดและได้มานั่งคุยกันแบบนี้ ผมยังกล้าพูดเรื่องนี้ในงานศิลปะเพราะเรายังไม่ถูกกระทำขนาดนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางร้านกาแฟที่มีลูกค้าเข้ามานั่งไม่ขาดสาย </span><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้อยคำทุกประโยคของวนะชัดเจนจนทุกคนในร้านได้ยิน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103428 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีคำสอนไหนของพ่อที่เป็นแกนให้คุณดำเนินชีวิตมาถึงตอนนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่าเรียกว่าคำสอน เรียกว่าคำด่าดีกว่า (หัวเราะ) มีวันหนึ่งผมทะเลาะกับแฟนเก่าเรื่องความก้าวหน้าในชีวิต วันนั้นคุยกับพ่อแล้วก็ดื่มกันไป พ่อด่าผมว่ามึงมันกระจอก (เน้นเสียง) หัวใจมึงมันไม่ได้ ถ้ามึงจะทำงานศิลปะที่พูดเรื่องประชาชน หัวใจมึงต้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นมีช่วงที่เขวเหมือนกันนะ พยายามไปเขียนนก เขียนก้อนหิน พ่อก็บอกว่าสวยนะ แต่ไปไม่รอดหรอก ไม่เชิงเป็นคำสอนแต่เขาเห็นอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ธรรมชาติของเรา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนพ่อให้คุณซื่อสัตย์กับความเป็นตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ใช่ครับ ก็น่าจะอย่างนั้น (หัวเราะ)”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่เราคุยกันมานี่คงเป็นหัวข้อบทสนทนาที่ทำให้วนะหัวเราะได้เต็มเสียงที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณบอกว่าเวลาอยู่กับพ่อส่วนใหญ่จะเป็นวงดื่ม คุณคิดถึงช่วงเวลาแบบนั้นไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชัดเจนเสมอ พ่อเป็นความทรงจำที่ชัดเจนสำหรับผมตลอดเวลา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ยังคิดถึงบ้านอยู่ไหม ยังกลับไปบ้านอยู่หรือเปล่า” ก่อนจบการสนทนา เราตัดสินใจถามคำถามสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไปครับ อย่างตอนดู </span><a href="https://adaymagazine.com/teeraphan-klaibann/"><i><span style="font-weight: 400;">ไกลบ้าน</span></i></a><span style="font-weight: 400;"> (ภาพยนตร์สารคดีที่เล่าถึงความห่างไกลบ้านของวัฒน์ วรรลยางกูร หลังเหตุการณ์ลี้ภัยทางการเมือง) ผมได้เห็นบ้านตัวเองในสารคดี ผมยังรู้สึกถึงไอแดด รู้สึกถึงเสียงจักจั่นในไร่ เพราะผมก็อยู่อย่างนั้น รู้สึกถึงความร้อน รู้สึกถึงใบไผ่ รู้สึกถึงเสียงคางคกกระโดดอยู่ในกล่องไผ่</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเขียนกวีเป็นงานอดิเรกด้วยนะ ผมเขียนถึงบ้านบ่อยมากเพราะสะเทือนใจ แต่พ่อก็บอกว่าเขียนน่ะดีแล้ว ดีกว่ามึงมาเล่าให้กูฟัง เขียนไปเลย อยากเขียนอะไรก็เขียน ผมก็เริ่มเขียนมาตั้งแต่ปี 2557 เขียนตั้งแต่พ่อไม่อยู่”</span></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">  “เบื้องหลังมองเห็นเพียงทางลูกรัง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ข้าวของที่เก็บออกมาจากบ้านร่วงหล่นรายทาง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ชิ้นแล้วชิ้นเล่า</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  บนเกวียนหลังนี้จะเหลือสิ่งใดอีก</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  เมื่อถึงที่หมาย</span></i></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">  ความหวังหรือ ยังรออยู่</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ความฝันหรือ ฉันคงลืมมันระหว่างทาง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ทำได้เพียงจดจำใบหน้าของแม่ไว้</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  แม้ไม่อาจพบอีก</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ส่วนพ่อนะหรือ เป็นสีน้ำมันที่เขียนไม่เสร็จ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ตัวฉัน คนนั้นที่อยู่ในกระจก น้องๆ เป็นผีเสื้อและสายรุ้ง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">   เขาไม่ได้อยู่ในภาพขาวดำ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ภาพหมู่ของครอบครัวที่คิดถึง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ภาพที่คุณลืมมันเป็นอย่างไร</span></i></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;">(บทกวีที่วนะเขียนถึงพ่อ 16 มิถุนายน 2559)</span></p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">“วันที่ออกมาจากบ้านผมไม่ได้เก็บอะไรไปเลยเพราะที่บ้านไม่มีของมีค่าแล้ว ผมแค่เอาหนังสือออกมาบางเล่ม เอาภาพสีน้ำมันที่วาดพ่อออกมาเพราะเป็นภาพเหมือนพ่อเพียงภาพเดียว และเอาภาพดรอว์อิ้งแม่ภาพเดียวออกมาด้วย ก็แค่นั้นเอง อาจไม่ได้มีคุณค่าอะไรแต่ผมก็เก็บออกมา หรืออย่างวันที่ว่างผมก็แอบเข้าไปที่บ้าน ยืมรถกระบะเพื่อนไปขนตู้หนังสือใบเก่าๆ ของพ่อออกมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะหนังสือเก่าๆ ยังไปหามือสองได้ แต่ผมหาตู้ใบนี้ไม่ได้แล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะสั้นๆ แล้ววนะจึงเล่าต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เหมือนทุกคนออกจากบ้านไปเช้าวันนี้แล้วกลับเข้าบ้านอีกทีหลายปีต่อมา เราจะจำได้ว่าวันนั้น วันที่เราออกไป แก้วที่เราไม่ได้ล้างเรากินอะไรไว้ ตู้ปลาที่น้ำเต็มตู้กลับไปอีกทีน้ำแห้งหมด มันมีปลาอยู่ มีอะไรที่เราใส่ไว้ มันเคยเสียบไฟเอาไว้จนไฟโดนตัด ออกซิเจนในตู้ปลาไม่ทำงานแล้ว หรือรองเท้าเก่าๆ คู่นี้เราก็จำได้ว่าชอบใส่ มันมีภาพจำเกี่ยวกับหลายวัตถุ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกอย่างเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้หมด มีอย่างเดียวที่โตขึ้นคือต้นไม้ ต้นไผ่แทงกิ่งสอดเข้าไปใต้หลังคาจนหลังคาแตกหมดแล้ว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103407 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่นั่นยังเป็นบ้านสำหรับคุณไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป็นบ้านครับ แล้วผมก็ไม่คิดไปอยู่ที่อื่นด้วย เคยมีคนมาขอซื้อเป็นล้านผมก็ไม่ขาย เพราะถ้าผมอยากขายผมคงไม่เอาตู้หนังสือเก่าๆ ออกมาจากบ้านหรอก ทุกอย่างที่นั่นเป็นประวัติศาสตร์ส่วนตัว คนอื่นอาจไม่รู้แต่ผมรู้ และผมคิดว่ามันคงเศร้ามากเลยที่เรากลับไปบ้านแล้วเข้าไปในพื้นที่ของเราไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมีความฝันตลอดเวลาคือการกลับไปอยู่บ้านครับ ผมอยากคืนความปกติให้ตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“และในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่ที่นี่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีน้ำตาจากชายตรงหน้า สิ้นสุดประโยคมีเพียงน้ำเสียงแผ่วๆ และหลังจากสนทนากันเสร็จ เรา</span><span style="font-weight: 400;">กับวนะเดินกลับมาชมผลงานของเขาที่แกลเลอรี พื้นด้านหน้ามีใบไม้แห้งร่วงหล่น</span> เต็ม พื้นไปหมด</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเองที่ทำให้เราคิดว่าความเปลี่ยนแปลงเดียวที่วนะไม่คิดจะต่อสู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คงเป็นต้นไผ่ที่โตขึ้นในบ้านของเขานั่นเอง                                                           </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wana-wanlayangkoon/">“ในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่บ้าน” ศิลปะของวนะ ลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ñam Ñam ร้านพาสต้าเส้นสดที่หยิบสูตรเด็ดจากหลายชาติมาปรุงเป็นจานอร่อยจนต้องร้อง &#8216;ยัมยัม&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nam-nam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2020 20:03:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[พาสต้าเส้นสด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ปุณฑริก พงษ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ-ปุณฑริก พงษ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[Ñam Ñam Pasta and Tapas]]></category>
		<category><![CDATA[Ñam Ñam]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ยัมยัม]]></category>
		<category><![CDATA[ชี้เป้าที่กิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=103150</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสงแดดอุ่นยามบ่ายส่องผ่านกระจก ตรงหน้าของเราคือโต๊ะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นพาสต้าหลากหลายประเภท แป้งก้อนหนึ่งถูกโยนลงบนโต๊ะ และคนที่กำลังจะเริ่มต้นนวดแป้งก้อนนั้นอย่างขะมักเขม้นคือ น้ำ–ปุณฑริก พงษ์พานิช หญิงสาวเจ้าของร้าน Ñam Ñam Pasta and Tapas ผู้มีนัดกับเราในวันนี้ “ยัมยัม เราออกเสียงชื่อร้านถูกไหม” คือประโยคแรกที่เราถามเธอ น้ำยิ้มให้แล้วตอบว่าจะอ่านเป็น &#8216;น้ำน้ำ&#8217; ที่มาจากชื่อของเธอ หรือจะออกเสียงเป็น &#8216;ยัมยัม&#8217; ที่แปลว่าอร่อยในภาษาสเปนก็ได้ น้ำยินดีให้เรียกทั้งสองชื่อ ถึงชื่อร้านจะเป็นภาษาสเปน แต่น้ำบอกเราว่าอาหารสเปนเป็นแค่ส่วนหนึ่งในเมนูร้านเท่านั้น ตัวเอกของที่นี่คือเส้นพาสต้ากว่า 10 ประเภท ที่ทำสดๆ ทุกวันบนโต๊ะซึ่งตั้งเด่นอยู่หน้าร้านให้ลูกค้ากับคนที่เดินผ่านไปมาได้มองเห็น แต่ที่พิเศษยิ่งกว่าเส้นพาสต้าคือเรื่องราวเบื้องหลังของคนทำที่อยู่ตรงหน้าเรา &#160; อาหาร-บ้าน-เพื่อน ย้อนกลับไปยังความทรงจำแรกสุดเกี่ยวกับจานอาหาร น้ำรู้ตัวว่าชอบเข้าครัวมาตั้งแต่ชั้นประถม “เวลาโรงเรียนเลิกแล้วกลับบ้านมาเราก็จะพุ่งเข้าครัวก่อน เพื่อไปดูว่าเขาทำอาหารอะไรกันอยู่ แล้วก็ขอทำด้วย” เธอเล่าความหลังให้ฟัง “เราเคยดูรายการทำอาหารของ Jamie Oliver แล้วทำตาม เมนูแรกที่ทำคือรีซอตโต้ เราทำตามแบบหาวัตถุดิบผิดเพี้ยนไปหมดเพราะไม่รู้จะหาจากที่ไหน ใช้ข้าวไทย แอบเอาไวน์ขาวของพ่อมาใส่ ทำเสร็จก็เอาไปให้เพื่อนกิน รสชาติแปลกๆ แต่สนุกดี” ตอนเรียนจบมัธยมปลาย น้ำมีความคิดอยากมุ่งไปเรียนด้านการทำอาหารโดยตรง แต่ที่บ้านก็ตั้งคำถามว่าเธอจริงจังกับสิ่งนี้จนสามารถประกอบอาชีพได้จริงๆ หรือ น้ำจึงเลือกเรียนคณะอักษรศาสตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nam-nam/">Ñam Ñam ร้านพาสต้าเส้นสดที่หยิบสูตรเด็ดจากหลายชาติมาปรุงเป็นจานอร่อยจนต้องร้อง &#8216;ยัมยัม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103233 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>แสงแดดอุ่นยามบ่ายส่องผ่านกระจก ตรงหน้าของเราคือโต๊ะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นพาสต้าหลากหลายประเภท แป้งก้อนหนึ่งถูกโยนลงบนโต๊ะ และคนที่กำลังจะเริ่มต้นนวดแป้งก้อนนั้นอย่างขะมักเขม้นคือ <strong>น้ำ–ปุณฑริก พงษ์พานิช </strong>หญิงสาวเจ้าของร้าน Ñam Ñam Pasta and Tapas ผู้มีนัดกับเราในวันนี้</p>
<p>“ยัมยัม เราออกเสียงชื่อร้านถูกไหม” คือประโยคแรกที่เราถามเธอ น้ำยิ้มให้แล้วตอบว่าจะอ่านเป็น &#8216;น้ำน้ำ&#8217; ที่มาจากชื่อของเธอ หรือจะออกเสียงเป็น &#8216;ยัมยัม&#8217; ที่แปลว่าอร่อยในภาษาสเปนก็ได้ น้ำยินดีให้เรียกทั้งสองชื่อ</p>
<p>ถึงชื่อร้านจะเป็นภาษาสเปน แต่น้ำบอกเราว่าอาหารสเปนเป็นแค่ส่วนหนึ่งในเมนูร้านเท่านั้น ตัวเอกของที่นี่คือเส้น<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2" target="_blank" rel="noopener">พาสต้า</a>กว่า 10 ประเภท ที่ทำสดๆ ทุกวันบนโต๊ะซึ่งตั้งเด่นอยู่หน้าร้านให้ลูกค้ากับคนที่เดินผ่านไปมาได้มองเห็น</p>
<p>แต่ที่พิเศษยิ่งกว่าเส้นพาสต้าคือเรื่องราวเบื้องหลังของคนทำที่อยู่ตรงหน้าเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103217 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-32.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>อาหาร-บ้าน-เพื่อน</strong></h3>
<p>ย้อนกลับไปยังความทรงจำแรกสุดเกี่ยวกับจานอาหาร น้ำรู้ตัวว่าชอบเข้าครัวมาตั้งแต่ชั้นประถม</p>
<p>“เวลาโรงเรียนเลิกแล้วกลับบ้านมาเราก็จะพุ่งเข้าครัวก่อน เพื่อไปดูว่าเขาทำอาหารอะไรกันอยู่ แล้วก็ขอทำด้วย” เธอเล่าความหลังให้ฟัง “เราเคยดูรายการทำอาหารของ Jamie Oliver แล้วทำตาม เมนูแรกที่ทำคือรีซอตโต้ เราทำตามแบบหาวัตถุดิบผิดเพี้ยนไปหมดเพราะไม่รู้จะหาจากที่ไหน ใช้ข้าวไทย แอบเอาไวน์ขาวของพ่อมาใส่ ทำเสร็จก็เอาไปให้เพื่อนกิน รสชาติแปลกๆ แต่สนุกดี”</p>
<p>ตอนเรียนจบมัธยมปลาย น้ำมีความคิดอยากมุ่งไปเรียนด้านการทำอาหารโดยตรง แต่ที่บ้านก็ตั้งคำถามว่าเธอจริงจังกับสิ่งนี้จนสามารถประกอบอาชีพได้จริงๆ หรือ น้ำจึงเลือกเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ 4 ปีผ่านไป ความฝันในการเป็นคนทำอาหารก็ยังชัดเจน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103227 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>น้ำตัดสินใจบินไปเรียนต่อด้านการทำอาหารอย่างจริงจังที่ Culinary Institute of America ที่นั่นเธอเรียนรู้การทำอาหาร การจัดการร้าน และได้ทำอาหารเสิร์ฟให้เพื่อนร่วมชั้นกินเหมือนตอนเธอเด็กๆ (และคราวนี้รสชาติไม่แปลกเหมือนเดิมแล้ว) เมื่อเรียนจบ เธอทำงานต่อที่ db Bistro ร้านอาหารอิตาเลียนกึ่งอเมริกันของเชฟดังระดับมิชลินสตาร์ Daniel Boulu จนหมดวีซ่า ย้ายมาทำร้านเดียวกันในสาขาสิงคโปร์ ก่อนจะโดดมาเป็นหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารไทยฟิวชั่นชื่อ ‘Soi 60’</p>
<p>ระหว่าง 6 ปีที่ไกลบ้าน น้ำค้นพบว่าสิ่งที่ตัวเองชอบมากที่สุดในครัวมี 2 อย่าง หนึ่งคือแป้งพาสต้า สองคือการจับวัตถุดิบในครัวมาสร้างสรรค์เมนูใหม่อย่างสนุกสนาน</p>
<p>ความชอบสองอย่างคือแรงบันดาลใจสำคัญของการเปิดร้าน Ñam Ñam ในเวลาต่อมา</p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103222 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-58.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></h3>
<h3></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เรียนทำพาสต้าจากจุดกำเนิด</strong></h3>
<p>หลังจาก 6 ปีที่สั่งสมประสบการณ์ น้ำตัดสินใจว่าควรกลับมาเปิดร้านของตัวเองที่บ้านเกิดสักที</p>
<p>แต่ก่อนจะกลับมาอยู่ยาว น้ำตัดสินใจบินไปยังจุดหมายสุดท้ายอย่างเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี เพื่อฝึกฝนการทำเส้นพาสต้าอย่างจริงจัง</p>
<p>“ตอนอยู่อเมริกา เราเคยอ่านคุกบุ๊กเล่มหนึ่งที่คนเขียนเขาไปเรียนทำเส้นพาสต้าที่โบโลญญา ที่นี่จะมีร้านค้าที่เรียกว่า la salumeria ที่ปกติจะขายเนื้อ แฮม ของสด และพาสต้าเพื่อให้คนเอากลับไปทำอาหารเองที่บ้าน ร้านแบบนี้แตกต่างจากร้านพาสต้าทั่วไปคือเขาจะทำเส้นพาสต้าด้วยมือ คนเขียนก็แนะนำร้านหนึ่งมา เป็นร้านที่ทำเส้นพาสต้าอยู่หลังร้านโดยผู้หญิงรุ่นคุณป้าคุณยายประมาณ 7-8 คน เราก็ไปสมัคร จริงๆ ก็คือการไปช่วยเขาทำเส้นขาย และเขาก็สอนเราไปในตัว” น้ำเล่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103249 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-20.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103235 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-25.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“ตอนกลับไทยมาเราก็ไม่ได้รู้ที่รู้ทางมาก แต่คิดว่าอยากลงทุนทำอะไรสักอย่าง เลยไปเปิดบูทป๊อปอัพขายพาสต้าเส้นสดที่งาน Farmers’ Market” เมนูของน้ำในตอนนั้นเน้นความครีเอทีฟเป็นสำคัญ เช่น พาสต้าไส้แกงฮังเล เส้นโซบะ ซอสบราวน์บัตเตอร์ “ตอนนั้นเราอยากไปให้สุด สนุกมาก แต่สนุกอยู่คนเดียว คนไม่เก็ต สุดท้ายเลยต้องกลับมาทำอะไรที่คนทั่วไปเขากินกัน ซอสเพสโต้ ซอสมะเขือ ครีมซอส” เชฟสาวเจ้าของร้านหัวเราะ</p>
<p>จากการออกงาน Farmers’ Market นั้นเอง น้ำได้ผูกสัมพันธ์ฉันมิตรกับเจ้าของร้านผลไม้คนหนึ่งที่ส่งผลไม้ให้เชฟพลอย–ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ แห่งรายการ Top Chef  ซึ่งทำเบเกอรีอยู่ในซอยศูนย์วิจัย เชฟพลอยได้แนะนำบ้านใกล้ๆ ที่เปิดให้เช่า และเมื่อมาดูพื้นที่ น้ำก็มองเห็นทันทีว่านี่แหละโลเคชั่นที่กำลังมองหา</p>
<p>ร้าน Ñam Ñam ก็ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นหลักเป็นแหล่งตั้งแต่ตอนนั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103236 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-31.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3>นักสะสมรสชาติ</h3>
<p>“เราเป็นคนชอบเที่ยว” น้ำเผยความชอบส่วนตัวที่ส่งผลต่อการทำร้านให้เราฟัง “ไปเที่ยวที่ไหนก็จะชอบไปกินอาหารของประเทศนั้น และจากทุกประเทศที่เคยไปเที่ยวแล้วชิมอาหารมา เราชอบสเปนที่สุด</p>
<p>“อาหารของเขาจะทำง่ายๆ สบายๆ แต่อร่อย บางทีแค่แฮมกับชีสก็เอาอยู่แล้ว อีกอย่างคือเราเคยมีเพื่อนเป็นเชฟสเปน เวลาเขาจะเขียนชมอาหารของใคร เขาจะเขียนว่า Ñam Ñam แบบอร่อยดีนะ เราก็เอาคำนี้มาตั้งเป็นชื่อร้าน และหยิบคอนเซปต์การทำอาหารง่ายๆ แต่อร่อยมาเป็นคอนเซปต์หลัก”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103221 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-55.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-103220 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-53.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>เพราะชื่อเป็นภาษาสเปน การตกแต่งของร้านจึงแปรผันไปตามชื่ออย่างช่วยไม่ได้ น้ำเลือกเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาล แดง และครีม เพื่อให้เข้ากับไฟสีส้มนวลและสีเขียวจากต้นไม้ที่ปลูกอยู่รอบๆ เป็นบรรยากาศที่บิลด์ให้เกิดบทสนทนาระหว่างคุย คล้ายอารมณ์ไปกินข้าวบ้านเพื่อน</p>
<p>“เราอยากให้ดูโฮมี่หน่อยๆ เป็นบรรยากาศสนุกๆ สบายๆ เข้าถึงได้ง่าย” สาวเจ้าของร้านบอกความตั้งใจ ความเข้าถึงง่ายที่ว่าครอบคลุมไปถึงเมนูอาหารที่มีทั้งเมนูหลักคือพาสต้าเส้นต่างๆ และของกินเล่นจำพวกทาปาสสไตล์สเปน เพื่อตอบโจทย์ให้คนรักพาสต้าและคนไม่อยากกินพาสต้าให้มาด้วยกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-103250 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>และแม้จะบอกว่าจุดขายคือเส้นพาสต้า น้ำก็ยืนยันที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารอิตาเลียนอย่างที่หลายคนเข้าใจ</p>
<p>“เราเรียกที่นี่ว่า universal cuisine เน้นพาสต้าเป็นตัวหลักที่เปิดให้เราได้เล่นกับรสชาติอย่างหลากหลาย ส่วนตัวแล้ว เราชอบอาหารทุกๆ ประเทศ ไม่ได้เน้นว่าชอบอะไรเป็นพิเศษ เพราะแต่ละประเทศก็มีเสน่ห์ในตัวมันเอง พอได้มาทำร้านเราเลยอยากเล่นกับอะไรก็ได้ เมนูไหนที่เราชอบ เราก็หยิบมาผสมผสาน เอามาใส่ในเมนู หลักของเราคือการทำอาหารไม่ควรมีกฎตายตัว มันทำให้เราอยากคิดอะไรต่อได้ ไม่เบื่อดี”</p>
<p>น้ำยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเส้นสดที่มีมากกว่า 10 ประเภท ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นจำนวนที่เยอะขนาดนี้ในร้านไหน Ñam Ñam ยังเน้นย้ำเรื่องรสชาติเข้มข้น ถูกปากคนไทย โดยเฉพาะในเมนูคลาสสิกทั้งหลายอย่างซอสเพสโต้ ซอสมะเขือเทศ หรือคาโบนาร่า</p>
<p>แต่พูดไปกลัวว่าคงไม่เห็นภาพและรส น้ำจึงเข็นเมนูเด่นของที่นี่มาให้เราชิมถึงโต๊ะ เริ่มจาก <strong>Corn Cake</strong> ทาปาสเรียกน้ำย่อยที่เธอคิดสูตรเองตั้งแต่ทำงานที่สิงคโปร์ น้ำคิดถึงข้าวโพดทอดของไทย แต่เธอไม่อยากกินแบบธรรมดาจึงหยิบแอ็กเซสซอรีเสริมมาใส่ ทั้งเบคอน พริกเผา ซาวร์ครีม และอะโวคาโด แต่ละองค์ประกอบก็จะให้รสชาติกับสัมผัสที่แตกต่างแต่กลับเข้ากันดี</p>
<div id="attachment_103229" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-103229" class="wp-image-103229 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-103229" class="wp-caption-text">Corn Cake</p></div>
<div id="attachment_103230" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-103230" class="wp-image-103230 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-103230" class="wp-caption-text">Roasted Veggie Salad</p></div>
<p>จานที่สองคือ <strong>Roasted Veggie Salad</strong> หรือสลัดผักอบ เมนูที่น้ำคิดจากไอเดียว่าทำไมสลัดต้องเป็นผักเย็นๆ เธอจึงหยิบผักทั้งหลายไปอบให้มีรสหวาน คลุกกับทรัฟเฟิลและครีมของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่สำคัญคือเป็นเมนูวีแกนหนึ่งเดียวของร้านที่ไม่มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลย</p>
<div id="attachment_103231" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-103231" class="wp-image-103231 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-103231" class="wp-caption-text">Spagettini Black Ink Ebiko with Seafood</p></div>
<div id="attachment_103234" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-103234" class="wp-image-103234 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-103234" class="wp-caption-text">Porkchop with Gnocchi in Creamy Pesto Sauce</p></div>
<p>เรียกน้ำย่อยกันพอแล้ว จานหลักก็ถูกยกมาเสิร์ฟ <strong>Spagettini Black Ink Ebiko with Seafood</strong> คือส่วนผสมของสปาเกตตินี่เส้นเล็กกับผัดพริกสดรสจัดจ้านแบบไทยๆ ใส่ไข่กุ้งให้ได้สัมผัสกรุบกรอบ สลับกินกับ <strong>Porkchop with Gnocchi in Creamy Pesto Sauce</strong> เนื้อหมูนุ่มกินคู่กับแป้งย็อกกี้หนึบๆ และซอสเพสโต้เผ็ดนิดๆ เข้ากันดี</p>
<div id="attachment_103232" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-103232" class="wp-image-103232 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-103232" class="wp-caption-text">Bucatini Cacio e Pepe</p></div>
<p>ส่วนจานที่เรารักที่สุดคือ <strong>Bucatini Cacio e Pepe</strong> เมนูพาสต้าดังจากอิตาลีที่ได้ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยกับความเค็มๆ มันๆ ของชีสมารวมกัน ตบท้ายด้วยเมนูเครื่องดื่มที่อยากบอกต่ออย่าง <strong>Apple Aomori</strong> น้ำแอปเปิลปั่นที่ได้สูตรจากเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องแอปเปิลอย่างอาโอโมริ สดชื่นจนเปลี่ยนวันที่เหนื่อยๆ กลายเป็นวันดีๆ ขึ้นมาได้เลย</p>
<div id="attachment_103219" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-103219" class="wp-image-103219 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-103219" class="wp-caption-text">Apple Aomori</p></div>
<h3></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ส่วนผสมลับในจานอร่อย</h3>
<p>ตอนนี้ร้าน Ñam Ñam มีลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดจึงจำเป็นต้องแบ่งช่วงเวลาเปิดเป็นวันละ 2 รอบเพื่อเธอจะได้ตระเตรียมทุกเมนูให้ได้คุณภาพ ในทางกลับกัน การแบ่งเวลาก็ทำให้คนทำงานสามารถทำงานไม่เหนื่อยเกินไป และนั่นคือสิ่งที่น้ำเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจานอาหารที่ดี</p>
<p>“แต่ก่อนเราทำงานเป็นคนในครัว เชฟไม่เห็นจะมาสนใจเลยว่าเราทำงานกี่ชั่วโมง เราเลยรู้สึกว่าถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ทำได้ เราอยากให้พนักงานของเราไม่โหลดมากจนเกินไป ส่วนหนึ่งก็คิดถึงประสิทธิภาพ การดูแลลูกค้า ถ้าทำงานหนักเกินไปลูกน้องไม่มีความสุข อาหารไม่อร่อย มันเป็นวงกลมที่สัมพันธ์กันหมด” เธอเฉลยส่วนผสมลับในจานอาหารอ้อมๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-103218 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-1024x683.jpg" alt="Ñam Ñam" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Nam-Nam-35.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“เป้าหมายของเราคือการได้เห็นคนกินมีความสุข บางทีเห็นคนกินจนเกลี้ยงจานเราก็ดีใจแล้ว เป็นคำตอบที่คลิเช่นะ แต่สำหรับเรามันจบแค่นั้นจริงๆ“</p>
<p>พาสต้าเส้นสดที่ดีขึ้นอยู่กับอะไร แป้ง เวลาพักเส้น อุณหภูมิน้ำ หรือขั้นตอนการต้มที่ไม่นานจนเกินไป</p>
<p>ถ้าถามน้ำ เธอจะตอบว่าความรักและการเอาใจใส่ ทั้งเส้นพาสต้าและคนทำ</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e64c9cec3" data-id="I8MRmY9EBM8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-I8MRmY9EBM8-6a28e64c9cec3" data-vid="I8MRmY9EBM8" data-src="https://www.youtube.com/embed/I8MRmY9EBM8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/I8MRmY9EBM8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><strong>Ñam Ñam</strong></p>
<p><strong>address:</strong> 5/6 ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานคร</p>
<p><strong>hours: </strong>เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา<span class="text_exposed_show"><br />
ช่วงแรก มื้อกลางวัน 11:00-15:00 น.<br />
ช่วงที่สอง มื้อเย็น 17:00-22:00 น. </span></p>
<p><strong>tel:</strong> 098 520 8026</p>
<p><strong>facebook:</strong> <a class="_64-f" href="https://web.facebook.com/namnampastaandtapas/">เฟซบุ๊กแฟนเพจ Ñam Ñam</a><span class="text_exposed_show"><br />
</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nam-nam/">Ñam Ñam ร้านพาสต้าเส้นสดที่หยิบสูตรเด็ดจากหลายชาติมาปรุงเป็นจานอร่อยจนต้องร้อง &#8216;ยัมยัม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
