<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นันท์นภัส อิงคนันท์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/nantnapat/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/nantnapat/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 Sep 2023 07:00:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>คุยกับ &#8216;สยาโม&#8217; ครีเอเตอร์สายวินเทจ กับเรื่องราวของอดีตที่หวนคิดถึงในเสื้อผ้ามือสอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sayamo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส อิงคนันท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 10:22:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[NOSTOWNGIA]]></category>
		<category><![CDATA[ของมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[สยาโม]]></category>
		<category><![CDATA[วินเทจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าวินเทจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=170204</guid>

					<description><![CDATA[<p>แตงโม-สยาภา สิงห์ชู หรือที่ทุกคนอาจจะเห็นเธอจากแพลตฟอร์มต่างๆ ในชื่อ ‘สยาโม’ คือครีเอเตอร์ที่นำความเก่ามาทำให้มีชีวิตในความใหม่ของปัจจุบัน โดยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต้องการจะนำความรู้สึก Nostalgia มาทำให้ทุกคนนึกถึงความสุขในอดีต หรือบางครั้งก็อาจจะเป็นความรู้สึกหน่วงๆ น้ำตาคลอ จากเวที The Voice ในฐานะนักร้องที่มีเอกลักษณ์ด้วยเสียงเอื้อนแบบไทยๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเธอมีความ ‘เก่า’ อยู่ในดีเอ็นเออยู่แล้วเพราะโตมากับเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง และสุนทราภรณ์ ทุกวันนี้เมื่อกลายเป็น ‘สยาโม’ ยิ่งทำให้คาแรกเตอร์ของเธอชัดและเป็นตัวเองมากขึ้น ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และเพลง ทั้งนี้ด้วยความหวังว่าอยากเป็นผู้ผสานคน 2 เจเนอเรชันเข้าด้วยกันโดยการทำให้อดีตกลายเป็นปัจจุบัน ชวนทำความรู้จัก ‘สยาโม’ ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ ชื่อ ‘สยาโม’ มาจากอะไร ตอนแรกตั้งชื่อ ‘สยาโม’ ไว้เรียกเล่นๆ กับเพื่อน มาจากชื่อจริง ‘สยาภา’ และชื่อเล่น ‘แตงโม’ แต่พอวันหนึ่งมาทำคอนเทนต์แบบนี้ ชื่อนี้มันเลยแจ้งเกิดกลายเป็นชื่อที่ให้ความรู้สึกครึ่งหนึ่งมีความเป็นไทยอีกครึ่งหนึ่งมีความสมัยใหม่ เลยนิยามชื่อ ‘สยาโม’ ย่อมาจาก สยามโมเดิร์น จุดเริ่มต้นในการหยิบจับของวินเทจ ของมือสอง จริงๆ เริ่มต้นจากการร้องเพลง เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เพลงที่ร้องพ่อแม่ก็จะสอนให้ร้องเพลงลูกทุ่งพออยู่โรงเรียนก็เป็นนักร้องประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sayamo/">คุยกับ &#8216;สยาโม&#8217; ครีเอเตอร์สายวินเทจ กับเรื่องราวของอดีตที่หวนคิดถึงในเสื้อผ้ามือสอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แตงโม-สยาภา สิงห์ชู หรือที่ทุกคนอาจจะเห็นเธอจากแพลตฟอร์มต่างๆ ในชื่อ ‘สยาโม’ คือครีเอเตอร์ที่นำความเก่ามาทำให้มีชีวิตในความใหม่ของปัจจุบัน โดยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต้องการจะนำความรู้สึก Nostalgia มาทำให้ทุกคนนึกถึงความสุขในอดีต หรือบางครั้งก็อาจจะเป็นความรู้สึกหน่วงๆ น้ำตาคลอ</p>



<p>จากเวที The Voice ในฐานะนักร้องที่มีเอกลักษณ์ด้วยเสียงเอื้อนแบบไทยๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเธอมีความ ‘เก่า’ อยู่ในดีเอ็นเออยู่แล้วเพราะโตมากับเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง และสุนทราภรณ์ ทุกวันนี้เมื่อกลายเป็น ‘สยาโม’ ยิ่งทำให้คาแรกเตอร์ของเธอชัดและเป็นตัวเองมากขึ้น ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และเพลง ทั้งนี้ด้วยความหวังว่าอยากเป็นผู้ผสานคน 2 เจเนอเรชันเข้าด้วยกันโดยการทำให้อดีตกลายเป็นปัจจุบัน</p>



<p>ชวนทำความรู้จัก ‘สยาโม’ ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ชื่อ ‘สยาโม’ มาจากอะไร</strong></h3>



<p>ตอนแรกตั้งชื่อ ‘สยาโม’ ไว้เรียกเล่นๆ กับเพื่อน มาจากชื่อจริง ‘สยาภา’ และชื่อเล่น ‘แตงโม’ แต่พอวันหนึ่งมาทำคอนเทนต์แบบนี้ ชื่อนี้มันเลยแจ้งเกิดกลายเป็นชื่อที่ให้ความรู้สึกครึ่งหนึ่งมีความเป็นไทยอีกครึ่งหนึ่งมีความสมัยใหม่ เลยนิยามชื่อ ‘สยาโม’ ย่อมาจาก สยามโมเดิร์น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170212" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นในการหยิบจับของวินเทจ ของมือสอง</strong></h3>



<p>จริงๆ เริ่มต้นจากการร้องเพลง เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เพลงที่ร้องพ่อแม่ก็จะสอนให้ร้องเพลงลูกทุ่งพออยู่โรงเรียนก็เป็นนักร้องประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง สุนทราภรณ์ อยู่กับผู้ใหญ่ อยู่กับครูอาจารย์เยอะ เพราะฉะนั้นมันเลยมีความแก่อยู่ใน DNA ประมาณหนึ่งพอไป The Voice ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็จะเป็นแตงโมที่ชอบร้องเพลงที่มีความเป็นไทยผสม เพราะฉะนั้นมันติดตัวมาตั้งแต่เด็กเลย แตงโม คือคนที่ร้องเอื้อนๆ ไง มันพัฒนาจนหาความเป็นตัวเองเลยรู้สึกว่าสิ่งนี้มันใกล้ตัวที่สุดและมันก็เชื่อมโยงกับความชอบเสื้อผ้ามือสองพอดี</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วเริ่มสนใจการแต่งตัวแนววินเทจได้ยังไง</strong></h3>



<p>เมื่อก่อนตอนมัธยมก็มีความสนใจเรื่องเสื้อผ้ามือสองอยู่แล้ว ชอบไปเดินโกดังหรือตลาดมือสอง แต่ในตอนนั้นยังไม่มีโอกาสได้แต่งเพราะช่วงมัธยม 5 วันก็ใส่ชุดนักเรียนหมด เสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ได้มีเวลามาสร้างสรรค์ลุคว่าเราชอบอะไรหรือต้องแต่งแบบไหน</p>



<p>จนเข้าสู่มหาลัยเรียนที่ศิลปากรช่วงปีสองไม่บังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ก็เริ่มเห็นรุ่นพี่แต่งตัว เพื่อนแต่งตัวเลยเริ่มหยิบสิ่งใกล้ตัวหรือสิ่งที่เรามีเอามาแต่งและรู้สึกสนุกกับการแต่งตัวไปเรียนทุกวัน เด็กศิลปากรคือแต่งตัวกันสุดมากๆ ก็เลยรู้สึกว่าการที่แต่งตัวแปลกไม่เหมือนสมัยนิยมไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย รู้สึกว่ามีความมั่นใจมาจากความเป็นศิลปากรด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คลิปแรกที่ทำให้เป็นที่รู้จัก</strong></h3>



<p>คลิปแรกจะเป็นคลิปที่ไปดัดผม เมื่อก่อนเป็นคนผมตรงผมยาวตอนนั้นก็นึกสนุกอยากไปดัดผมเลยเดินไปหาร้านคุณป้าแถวสวนหลวง ร.9 ว่า หนูอยากดัดผมแบบคนสมัยก่อนเขาดัดกันคุณป้าทำให้หน่อย ก็ทำคลิปเล่นๆ ลงไปไม่ได้คาดหวังอะไรยอดวิว 1 วันก็คือ 3 ล้านวิว&nbsp;</p>



<p>พอหลังจากนั้นก็คิดต่อว่าจะทำยังไงให้คนดูอยู่กับช่องเราแล้วเสพคอนเทนต์ที่มันเชื่อมโยงกันต่อไป ซึ่งคนที่เข้ามามีความสนใจด้านความงาม ด้านบิวตี้ วันรุ่งขึ้นเลยตัดสินใจตั้งกล้องแต่งตัวไปเรียนที่มหาลัย เอาเสื้อผ้ามือสองของเราที่มีอยู่แล้วมาใส่ หลังจากนั้นคนก็เริ่มติดตามเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งจากคลิปที่แต่งตัวทุกวันๆ ก็เลยรู้สึกว่าแม่เราก็มีชุดสมัยก่อนเลยไปขอให้แม่รื้อชุดออกมาให้ดูหน่อยหลังจากนั้นคนก็แห่มาติดตามจากคลิปแม่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170222" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตั้งแต่พาคุณแม่มาแต่งตัวด้วยกันรู้สึกว่ามีความผูกพันกันมากขึ้นไหม</strong></h3>



<p>จริงๆ ทุกวันนี้ก็ไม่มีบทสนทนาอะไรที่จะคุยกับแม่ได้มาก แต่พอวันหนึ่งที่ชุดแม่มันได้รับความสนใจ คนเข้ามาชมแม่เราเยอะมากมันก็เริ่มมีคอนเทนต์ให้คุยกันมากขึ้น เริ่มอยากรู้ว่าสมัยก่อนเป็นยังไง เสื้อผ้าบางตัวการที่เขาเอามาให้ใส่เขาก็จะเล่าให้ฟังนะว่าชุดนี้แม่ใส่ตอนอายุเท่าหนู ชุดนี้ใส่ตอนทำงานที่นี่ที่แรกมันก็จะมีเรื่องราวอยู่ในนั้น ได้เห็นรูปคุณพ่อคุณแม่ไปเดตด้วยกันหรือแฟชั่นชุดลำลอง ก็น่ารักดีค่ะ&nbsp;</p>



<p>เมื่อก่อนก็ไม่เคยสนใจแต่พอมาเป็นสยาโมแล้วคนยอมรับและสนับสนุนในตัวเองด้านนี้เราก็ยิ่งมีความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มมากขึ้นซึ่งก็กลายเป็นภาพจำไปเลยว่าสยาโมต้องไปกับคุณแม่ มันก็มีความน่ารักแบบเรายังไม่ค่อยเห็นอินฟลูเอนเซอร์คนไหนในไทยเอาแม่มาเล่นกับเสื้อผ้าก็เป็นจุดเชื่อมโยงให้สนิทกับแม่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คัตติ้งชุดสมัยก่อนกับปัจจุบันมีความแตกต่างกัน</strong>ไหม</h3>



<p>จริงๆ มันมีความละเอียดกว่าเสื้อผ้า Fast Fashion มากๆ เลย ปัจจุบันรายละเอียดมันก็จะเป็นแบบกระดุมเรียบๆ หรือเสื้อตัวเดียวแต่ว่าสมัยนั้นจะมีรายละเอียดตั้งแต่การเลือกกระดุม เช่น ลายกระดุมฉลุไหม เสื้อตัวหนึ่งมี 2-3 เลเยอร์ ในสมัยนั้นมันเป็นความครีเอทีฟมากๆ และคุณภาพผ้ามันดูออกว่ามีความละเอียดกว่า&nbsp;</p>



<p>อย่างแม่จะมีช่างประจำตัว ยิ่งเป็นชุดสั่งตัดก็จะรู้ว่าสัดส่วนแม่เท่าไหร่ เวลาแม่มีไอเดียหรือไปดูนิตยสารมาก็จะเอานิตยสารไปให้ช่างตัดดู มันก็จะแบบตามตัวเลย รายละเอียดจะมีมากกว่าเสื้อผ้าซื้อทั่วไป คุณแม่ก็จะชอบแฟชั่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ทุกวันนี้จะชอบไปเดินพาหุรัด สำเพ็ง ก็จะเบนเข็มมาเป็นพวกผ้าไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-170214" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกว่าคาแรกเตอร์ในด้านศิลปินมีเอกลักษณ์มากขึ้นไหม</strong></h3>



<p>เมื่อก่อนจะมีปัญหาใหญ่มากๆ คือการวาง Position ศิลปิน รู้สึกว่าเราร้องเพลงดีแล้วแต่ทำไมมันไม่ดัง ทำไมคนไม่จำ คนบอกว่ามันยังไม่มีคาแรกเตอร์ แต่พอวันนี้เป็นสยาโมแล้วทำให้คาแรกเตอร์ชัดมากขึ้น กลายเป็นว่าทำอะไรคนก็จำ ไม่ต้องร้องเพลงคนก็จำอย่างล่าสุดก็เป็นเพลงที่อยากใส่ความเป็นไทยๆ ความเป็นโบราณเข้าไปในความสมัยใหม่มันก็ยิ่งเป็นตัวเอง ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ แล้วก็เพลง ในปีนี้ก็มีแพลนที่จะออกซิงเกิลเป็นสยาโมจริงๆ เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170215" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระหว่างทำคอนเทนต์กับร้องเพลงชอบอะไรมากกว่า</strong></h3>



<p>อืม คนละแบบดีกว่า รู้สึกว่าร้องเพลงเป็นสิ่งที่สวรรค์ให้เรามา มันเป็นพรสวรรค์แล้วเรารู้สึกว่าเราทิ้งไม่ได้เด็ดขาดเลย เรารู้สึกว่าการร้องเพลงคือสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในชีวิตอยู่แล้ว แต่การทำคอนเทนต์มันคือสิ่งที่เราได้เป็นตัวเอง มันเป็นตัวเองในมุมมองที่หลากหลายแล้วก็เป็นเหมือนห่วงโซ่ให้ประโยชน์กับหลายๆ คนได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อะไรคือนิยามของ อดีตที่หวนคิดถึง Nostalgia สำหรับคุณ</strong></h3>



<p>จริงๆ คำว่า Nostalgia เป็นคำที่พึ่งมารู้จักหลังจากทำ TikTok ไม่รู้ตัวว่าคอนเทนต์ที่ทำมันคือการเอา Nostalgia มาเล่นกับคนดูซึ่งเราคิดว่า Nostalgia เป็นความรู้สึกคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต บางสิ่งมันก็เป็นความสุข บางสิ่งมันก็เป็นกึ่งเศร้านิดๆ ถ้าในแง่ความสุข Nostalgia ทำให้ได้พักปัจจุบันแล้วกลับไปนึกถึงเวลาที่มีความสุขในอดีต แต่บางครั้งที่นึกถึงความรู้สึก Nostalgia ขึ้นมาก็รู้สึกหน่วงๆ ร้องไห้ น้ำตาคลอ</p>



<p>แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราคิดว่ามันคืออารมณ์ความรู้สึกหมดเลย สิ่งนี้รู้สึกว่าการที่เราเอามาทำคอนเทนต์คนก็เลยรู้สึกง่ายเพราะทุกคนก็มีความ Nostalgia อย่างความสุขน่าจะเป็นการรอดูละครหลังข่าวในดวงใจกับที่บ้านตอนกินข้าวทุกวัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170227" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากคอนเทนต์บิวตี้มีคอนเทนต์อื่น</strong>ไหม</h3>



<p>ก็มีค่ะ จะมีทั้งอาหาร แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ไปในที่ที่ผู้สูงอายุไปกัน รู้สึกว่าสิ่งนี้วัยรุ่นน่าจะอยากเห็นเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้เจอจากช่องที่อินฟลูเอนเซอร์คนอื่นลง พาไปซื้อของมือสองก็มีความเชื่อมโยงสมัยก่อนกับของเก่า</p>



<p>ประจวบเหมาะที่มันเป็นเทรนสมัยนี้ด้วย วัยรุ่นชอบซื้อของมือสองมันเลยเป็นโอกาสที่คลิปเราได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะการที่คนเริ่มชอบจากบิวตี้ซึ่งความเป็นบิวตี้คือบิวตี้ในแบบรุ่นแม่ รุ่นยาย มันคือการเอาแก่นของความเป็นวินเทจมาแตกได้อีกหลายแขนง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้มีเทรนด์การแต่งตัวแบบ Y2K หรือการ Thrift เสื้อผ้ามือสอง คุณมองเห็นอะไรในเทรนด์ปัจจุบันของคนรุ่นใหม่บ้าง</strong></h3>



<p>วนไปเรื่องเดิมก็คือเป็นเทรน แต่ Y2K มันก็เป็นช่วงหนึ่งของความวินเทจก็คือช่วง 1990s-2000s กลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบันที่จะนำเทรนเมื่อตอนสมัยเด็กที่ทันยุค Y2K แต่ในยุคนั้นอาจจะไม่มีโอกาสให้ใส่หรือไม่มีกำลังซื้อก็เลยเอาความชอบตอนที่เราเด็กๆ ที่ไม่มีกำลังซื้อกลับมาในทุกวันนี้ที่มีกำลังซื้อ อยากใส่อะไรก็ใส่ไม่ต้องตามพ่อแม่เอาความชอบตอนนั้นมาทำ จริงๆ คนวัยเราก็เริ่มที่จะแต่งตัวเอง เป็นตัวของตัวเองแล้วน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ Y2K กลับมาบูม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดยังไงกับการที่เสื้อผ้ามือสองหรือแม้แต่ไอเทมมือสองต่างๆ เริ่มเป็นที่นิยมจนกลายเป็นธุรกิจ Nostalgia Market</strong></h3>



<p>ส่วนหนึ่งเป็นเทรนด์ด้วยพอดีและอินฟลูเอนเซอร์ก็มีความสำคัญมากเพราะพอหลายๆ คนเริ่มเล่นของมือสองคนก็จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันสามารถเอามาใส่ได้และมันมีความง่ายเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ทุกบ้านมีชุดพ่อแม่หรือชุดที่เราใส่ตอนเด็กๆ ไม่ได้ใส่นานแล้ว</p>



<p>ปัจจุบันเริ่มมีการรณรงค์กระแส Sustain มาสักพักหนึ่ง เรื่องเสื้อผ้ามือสองเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอเลย เพราะ Sustain คือความยั่งยืน ไม่ทำลายโลก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อไม่มีกำลังซื้อใหม่กำลังการผลิตจะน้อยลงส่งผลเป็นวงจรต่อๆ กัน ก็คิดว่าเป็นผลดีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการเสื้อผ้าบางกลุ่มทั้งโลกด้วย เสื้อมือสองก็มีราคาถูกบวกกับกระแส Sustain ทำให้มันเข้าถึงง่ายแล้วไม่รู้สึกว่ามันแปลกอะไรที่จะใส่เสื้อผ้ามือสอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170234" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คิดยังไงกับมุมมองเกี่ยวกับเสื้อผ้ามือสองของคนไทย การที่บางคนไม่กล้าซื้อเสื้อผ้ามือสองเพราะไม่มั่นใจว่าเสื้อผ้าบางตัวเป็นของผู้ที่เสียชีวิตแล้วหรือเปล่า</strong></h3>



<p>จริงๆ เมื่อก่อนก็เป็น แต่พอเริ่มเข้ามาอยู่ในวงการของมือสอง เวลาเดินซื้อของที่ตลาดมือสองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแบบทุกที่มีคนตายอยู่แล้ว (หัวเราะ) จริงๆ ก็ดูแค่ดีไซน์ ไม่ได้คิดเยอะขนาดนั้น แต่ว่าไม่เคยเจอนะคะ ไม่มี (หัวเราะ) จริงๆ มันก็เป็นแค่สิ่งของ มันก็เหมือนสถานที่ ทุกที่มีคนตายมันอยู่ที่เราคิดมากกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากบอกอะไรเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับเสื้อผ้าบ้างไหมแบบความเข้าใจผิดๆ ที่อยากให้เขาเปิดใจ ในฐานะที่คุณสยาโมมาอยู่ตรงนี้</strong></h3>



<p>คนรุ่นใหม่ทุกคนพยายามที่จะมีตัวตน แต่การที่จะมีตัวตนได้มันอาจจะต้องใส่ความมั่นใจเยอะมากๆ ทุกคนต้องการเป็นที่ยอมรับแต่ในช่วงแรกคนอาจจะยังไม่ยอมรับ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ รู้สึกว่าต้องวิ่งตามสิ่งที่ทุกคนคิดว่าดีซึ่งเราก็เคยเป็นเหมือนกัน แต่วันหนึ่งที่มันมีความมั่นใจเกิดขึ้นแล้วเราก็เชื่อในสิ่งที่เราชอบจริงๆ แล้วก็ลองทำ สุดท้ายการเป็นตัวเองมันจะได้ผลดีและผลมันจะออกมาดูดีกว่าการที่พยายามไปปรับตัวให้มันเป็นในสิ่งที่คนอื่นยอมรับมากกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คิดว่าเสื้อผ้าเป็นจุดเชื่อมอะไรของ 2 เจเนอเรชัน</strong></h3>



<p>เสื้อผ้าเป็น Physical เป็นของเชิงประจักษ์ ทำให้มุมมองของกลุ่ม 2 วัยต่างกัน คนรุ่นใหม่ก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่และพึ่งเห็นว่ามีความน่าสนใจ ประกอบกับเทรนด์สมัยนี้การทำตัวแปลกใหม่เป็นเทรนด์ที่คนก็อยากลงไปเล่น ในขณะเดียวกันคนรุ่นเก่าก็รู้สึกว่าได้เห็นในสิ่งที่เขาเคยเห็นในยุคที่เขาเจริญรุ่งเรือง เขาได้กลับมาเห็นอีกครั้งหนึ่ง เหมือนทำให้ได้ชื่นฉ่ำหัวใจอีกครั้งหนึ่ง ได้เห็นภาพเดิมๆ สมัยนั้น มันเป็นความสุขในต่างมุมมองของคน 2 เจเนอเรชันที่มีเสื้อผ้าเป็นตัวเชื่อม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170235" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากรู้ว่าคนรอบข้างคุณสยาโมมี Feedback อะไรกับการแต่งตัวสไตล์นี้</strong></h3>



<p>ตอนแรกที่ยังไม่ได้เป็นสยาโมก็มีคำพูดว่าแต่งตัวเหมือนครูเลย (หัวเราะ) อุ้ย วันนี้มึงเหมือนครูจัง ในชีวิตจริงไม่ค่อยมีค่ะ มีแต่พูดเล่นๆ แบบวันนี้มึงเหมือนครูจัง Texture เสื้อมึงเหมือนยายกูเลยแต่ก็ไม่รู้สึกแย่ค่ะ ก็เราตั้งใจเอาเสื้อยายมาใส่ (หัวเราะ) ก็เข้าใจแบบนั้นแหละถูกแล้ว เราตั้งใจที่จะแตกต่างอยู่แล้ว แต่ก็จะมีในโลกออนไลน์บ้าง เช่น แก่อยู่แล้วทำตัวให้แก่อีกทำไม ประมาณนั้นแต่ว่าจริงๆ ไม่เยอะเลยค่ะ น้อยมากๆ พอตอนหลังที่มันเริ่มเป็นเทรนด์เราก็เริ่มเห็นว่าเพื่อนเอาเสื้อผ้ามือสองมาใส่กันเยอะนะ อาจจะเป็นเพราะว่ามีคนทำก่อนและการทำตามก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าการทำก่อน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากให้ภาพจำของตัวเองในอีก 10-20 ปี เป็นยังไง</strong></h3>



<p>ก็คงอยากจะเห็นว่าเราเป็นไอคอนแห่งยุคในการผสาน 2 เจเนอเรชันเข้าด้วยกันโดยการที่ทำให้อดีตกลายเป็นปัจจุบันได้เรื่อยๆ เป็นผู้หญิงแห่งยุคที่มีความมั่นใจ มีความเท่ ไม่ล้าหลังไปตามกาลเวลาหรือแม้กระทั่งผ่านไป 10 20 30 ปี ก็ยังเป็นไอคอนแห่งยุคได้อยู่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sayamo/">คุยกับ &#8216;สยาโม&#8217; ครีเอเตอร์สายวินเทจ กับเรื่องราวของอดีตที่หวนคิดถึงในเสื้อผ้ามือสอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจด้านมืดในจิตใจคน กับ DELETE ซีรีส์เรื่องแรกของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/delete-series-netflix/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส อิงคนันท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jun 2023 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[DELETE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168283</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าพูดถึงหนังสยองขวัญ หนึ่งเรื่องที่น่าจะแวบเข้ามาในความคิดของใครหลายคน คงมีภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (กำกับและเขียนบทร่วมกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล) อยู่ในนั้นด้วย ครั้งนี้ โอ๋ ภาคภูมิ กลับมาในบทบาทโปรดิวเซอร์ควบตำแหน่งผู้กำกับซีรีส์เรื่องแรกของเขา DELETE ซีรีส์ที่จะตีแผ่เรื่องราวด้านมืดในจิตใจของคนผ่านอุปกรณ์สื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือที่สามารถทำให้คนหายไปอย่างไร้ร่องรอย โปรเจกต์ร่วมระหว่าง Netflix และ GDH มาพร้อมกับเหล่านักแสดงมากความสามารถอย่าง ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา, ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, ณัฏฐ์ กิจจริต รวมด้วย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม และอีกมากมาย&#160; “โทรศัพท์ในมือของทุกคน ถ้าวันหนึ่งมันสามารถลบใครสักคนให้หายไปได้ คุณจะเลือกลบมันไหม? การที่จะลบใครสักคนหรือการที่จะลืมใครสักคน มันลบไปได้จริงๆ ใช่ไหม แล้วยิ่งเราอยากจะลบ มันจะทำให้เรายิ่งจำหรือเปล่า” นี่คือสิ่งที่ โอ๋ ภาคภูมิ ได้ตั้งคำถามเอาไว้ในบทสนทนา ที่มาที่ไปของโปรเจกต์ซีรีส์เรื่องนี้&#160; เริ่มต้นเลยทาง GDH โดยโปรดิวเซอร์ คุณวรรณฤดี (วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/delete-series-netflix/">สำรวจด้านมืดในจิตใจคน กับ DELETE ซีรีส์เรื่องแรกของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าพูดถึงหนังสยองขวัญ หนึ่งเรื่องที่น่าจะแวบเข้ามาในความคิดของใครหลายคน คงมีภาพยนตร์เรื่อง <em>ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ</em> (2547) หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (กำกับและเขียนบทร่วมกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล) อยู่ในนั้นด้วย</p>



<p>ครั้งนี้ โอ๋ ภาคภูมิ กลับมาในบทบาทโปรดิวเซอร์ควบตำแหน่งผู้กำกับซีรีส์เรื่องแรกของเขา DELETE ซีรีส์ที่จะตีแผ่เรื่องราวด้านมืดในจิตใจของคนผ่านอุปกรณ์สื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือที่สามารถทำให้คนหายไปอย่างไร้ร่องรอย โปรเจกต์ร่วมระหว่าง Netflix และ GDH มาพร้อมกับเหล่านักแสดงมากความสามารถอย่าง ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา, ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, ณัฏฐ์ กิจจริต รวมด้วย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม และอีกมากมาย&nbsp;</p>



<p>“โทรศัพท์ในมือของทุกคน ถ้าวันหนึ่งมันสามารถลบใครสักคนให้หายไปได้ คุณจะเลือกลบมันไหม? การที่จะลบใครสักคนหรือการที่จะลืมใครสักคน มันลบไปได้จริงๆ ใช่ไหม แล้วยิ่งเราอยากจะลบ มันจะทำให้เรายิ่งจำหรือเปล่า”</p>



<p>นี่คือสิ่งที่ โอ๋ ภาคภูมิ ได้ตั้งคำถามเอาไว้ในบทสนทนา</p>



<h4 class="wp-block-heading">ที่มา<strong>ที่ไปของโปรเจกต์ซีรีส์เรื่องนี้&nbsp;</strong></h4>



<p>เริ่มต้นเลยทาง GDH โดยโปรดิวเซอร์ คุณวรรณฤดี (วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์) เขามาชวนผมว่า บริษัท iSM คิดคอนเซ็ปต์ขึ้นมาอยากทำเป็นซีรีส์ ผมสนใจจะกำกับไหม เป็นเรื่องเกี่ยวกับมือถือที่ลบคนให้หายไปได้ ผมฟังครั้งแรกก็รู้สึก เฮ้ย น่าสนใจ รู้สึกว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่สามารถเอามาตีขยายเป็นเรื่องได้ค่อนข้างหลากหลาย ถ้ามือถือมันไปอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งที่มีความแตกต่างกัน มันจะถูกเอาไปใช้ในทางที่ไม่เหมือนกันเลย เหมือนกลายเป็นยูนิเวิร์สอะไรขึ้นมาได้ และผมชอบตอนจบของซีซันนี้มาก มันทำให้ผมอยากกำกับซีรีส์เรื่องนี้ รู้สึกว่าถ้าเราจะทำซีรีส์เรื่องแรกก็ต้องเป็นอันนี้แหละ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168531" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายของโปรเจกต์นี้มีอะไรบ้างที่ทำให้คุณอยากออกไปลุยกับมัน</strong></h4>



<p>ผมอยากทำ Thriller มาตลอดแหละครับ บางทีไปทำ Horror ก็ได้ทำ Thriller นิดๆ หน่อยๆ แต่เรื่องนี้มันเปิดโอกาสให้ผมได้ทำ Thriller แบบเต็มๆ ความยาว 8 ตอน ผมรู้สึกว่า นี่คือสิ่งที่เราอยากจะทดลองทำ และมันตอบโจทย์สิ่งที่เราอยากทำ แล้วความท้าทายก็อยู่ตรงที่ว่า เราอยากจะทำให้คอนเซ็ปต์ที่เป็นปรากฏการณ์เหนือจริง เบลนด์เข้ามาอยู่ในโลกของความเป็นจริง ดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจ ผมไม่ได้อยากเล่าคอนเซ็ปต์มือถือให้มันเป็นของวิเศษ แต่ผมสนใจมากกว่าว่า คนที่เอาไปใช้ต้องการอะไร แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านั้นถ้าเขาเลือกใช้มัน อันนี้เป็นมุมมองแรกเลยที่ผมเห็นในซีรีส์เรื่องนี้</p>



<p>พอผมค่อยๆ ทำบทไปเรื่อยๆ ผมพบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ทำให้คนหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีเลือด อยู่ๆ คนๆ นั้นก็หายไปเลย เราไม่ต้องรับผิดชอบในความผิดอะไรที่ทำให้คนนั้นหายไป มันคืออำนาจอย่างหนึ่ง ถ้าเรามีอำนาจนี้เราจะใช้มันไหม แล้วเราจะใช้ลบใคร ผมรู้สึกว่ามันตั้งคำถามไปที่คนดู แล้วรู้สึกว่ามันเป็นความท้าทายที่จะทำยังไงให้ดูสนุก ทำยังไงให้เราเชื่อไปกับตัวละครที่มีลมหายใจว่า ถ้าเป็นเราก็จะทำแบบนี้ หรือเป็นเราไม่มีทางทำแบบนี้แน่นอน อยากจะลุ้นต่อไปว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วคุณเคยอยากลบใครให้หายไปจากชีวิตไหม</strong></h4>



<p>เยอะแยะเลย (หัวเราะ) คือผมรู้สึกว่าถ้าผมมีอยู่กับตัวนี่ไม่เหลือครับ ต้องใช้มันแน่ๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากเป็นซีรีส์เรื่องแรกแล้ว คุณได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เป็นครั้งแรกในเรื่องนี้อีกบ้าง</strong></h4>



<p>อย่างแรก ตั้งแต่วิธีการเขียนบทเลย เหมือนได้ทำอะไรแปลกใหม่ ผมไม่เคยเขียนบทซีรีส์มาก่อน ปกติก็จะเขียนบทเป็นหนังสั้นหรือหนังยาว บทซีรีส์มันก็มีรูปแบบของมัน อย่างผมชอบซีรีส์ที่ทำให้ผมสนุก ตื่นเต้น ทำให้ผมอยากดูตอนต่อไปเรื่อยๆ จนจบ ถ้าวันหนึ่งเราลองทำซีรีส์ เราอยากทำให้คนดูสนุก ดูจบรวดเดียวได้แบบนั้น เราก็เลยพยายามหาวิธีที่จะเขียนยังไงให้ตอนจบตอนของทุกตอนมันทำให้คนดูอยากจะเริ่มตอนใหม่ทันที อันนี้เป็นความรู้สึกท้าทายแล้วก็ได้ทดลองในการเขียน มันเหมือนเราเคยวิ่งในระยะสั้น แต่อันนี้เหมือนการวิ่งมาราธอน จำนวนฟุตเทจมหาศาล ความยาวของตัวละครที่เล่าตั้งแต่ Ep.1 ถึง Ep.8 รายละเอียดของตัวละครที่เราเขียนลึกลงไป มีจำนวนซีนมหาศาลในการที่เราจะเล่าคาแรกเตอร์นี้ให้มีชีวิตขึ้นมา มันจะค่อนข้างต่างจากหนังที่เราจะเลือกส่วนนั้นส่วนนี้ แต่อันนี้เหมือน โอ้โห มันเล่าตัวละครให้สามารถมีชีวิตได้ถึงซีซันต่อไปอะไรแบบนี้ อันนี้คือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าท้าทาย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168526" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานภายใต้ชื่อ Netflix มีผลต่อความรู้สึกและมีผลต่อกระบวนการทำงานของคุณอย่างไรบ้าง</strong></h4>



<p>ผมไม่ค่อยรู้สึก คือผมเห็น Netflix เหมือนโอกาสที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ เหมือนโอกาสที่ได้เปิดหน้าต่างออกไปฉายทีเดียวให้คนดู 190 ประเทศ มันจะมีที่ไหนที่ทำสิ่งนี้ได้ ปกติเราทำหนังหรือทำคอนเทนต์ขึ้นมาเราก็จะดูกันแต่ประเทศเราใช่ไหม การที่เราจะกระจายคอนเทนต์เราไปสู่สายตาคนอื่นนี่มันค่อนข้างยากและมีขั้นตอนในการที่เราจะค่อยๆ กระจายไป แต่ว่าการที่เราทำแล้วฉายใน Netflix มันเหมือนการดูพร้อมกันหมด ทำให้เราได้เห็นรีแอ็กชันทันทีจากคนทั้งโลกพร้อมกัน ได้สำรวจว่าความคิด ความเชื่อ ขนบที่เราทำ เขารู้สึกยังไง คอมเมนต์เหล่านั้นมันจะกลับมาช่วยให้คนทำหนังอย่างเราพัฒนาต่อไปได้ยังไง มันทำให้สังคมขนาดย่อมลงมา ได้เห็นทุกความคิดจากทุกๆ คน ได้เห็นว่าคนทั้งโลกมีจุดร่วมและจุดแตกต่างอะไรกัน บางทีทำหนังมันต้องรอในการฉายไปเรื่อยๆ อันนี้เหมือนได้เห็นผลทันที ซึ่งเป็นข้อดี&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณหลงใหลอะไรในการทำหนัง</strong><strong>แนว Horror, Thriller&nbsp;</strong></h4>



<p>ผมว่าผมหลงคนที่อยู่ในบรรยากาศของเรื่องราวเหล่านี้ มันเหมือนได้เห็นคาแรกเตอร์ของคนในมุมมองที่หลากหลาย ได้เห็นทั้งด้านสว่าง ด้านมืด คอนเซ็ปต์ของหนัง Thriller มักกระตุ้นให้คนทำอะไรที่เกินกว่าชีวิตจริง ได้เห็นสีสันที่ชัดเจน น่าตื่นเต้น และมันตั้งคำถามกับคนดู เลยรู้สึกว่าหลงและชอบการทำสิ่งเหล่านี้ สำหรับเราคือเห็นมุมน่าทำเยอะแยะไปหมด</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในขณะเดียวกันคุณก็สนใจประเด็นด้านมืดในจิตใจคนด้วย</strong>&nbsp;</h4>



<p>ใช่ครับ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าดาร์กแล้วมันเท่หรือขายได้ ตั้งแต่ทำหนังสั้น ผมถูกสอนว่าอะไรคือสิ่งที่ดี อันนี้คือดีแน่ๆ ดีแท้ๆ พอเวลาผมโตขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนกล้องมันขยับไปอีกด้านหนึ่ง แล้วมันเห็นด้านที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ด้านที่มันไม่สวยงามเหมือนตอนแรกที่เราเห็น ผมประทับใจที่ได้ขยับมุมกล้องไปเรื่อยๆ ผมเคยทำหนังสั้นสมัยเรียนหนังสือเรื่องแรกๆ ผมเคยรู้ว่าพระคือคนดี แต่พอทำหนังสั้นแล้ว จริงๆ แล้วเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มันก็ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของตัวละคร ก็เลยติดใจแล้วทำต่อมาเรื่อยๆ ส่วนการทำหนังผี ก็ไม่ได้ชื่นชอบความสยองขวัญ แต่เป็นผีที่มันแสดงอะไรบางอย่างของตัวเองออกมา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หนังแนวลึกลับสยองขวัญเรื่องไหนบ้างที่มีอิทธิพลกับคุณ</strong></h4>



<p>จริงๆ มีเยอะมาก แต่ผมชอบหนังของ Woody Allen เรื่อง <em>Match Point</em> (2005) มากเลย ก่อนดูผมคิดว่ามันเป็นหนังดราม่า แต่พอดูไปแล้วผมใจสั่น มันเล่าเรื่องอีกด้านหนึ่งของคน ที่เรารู้สึกว่า โอ้โห มันพาเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่เรารู้สึกว่าเราอยู่ฝ่ายเดียวกับฆาตกร เราเชียร์ทุกซีนให้เขาทำสำเร็จ ผมรู้สึกว่ามัน Magic มาก มันทำให้เรารู้สึกว่า การดูหนังมันรู้สึกแบบนี้ มันมีความสุข แนวอื่นก็ดูนะครับ แต่หนังสยองขวัญก็เป็นแนวที่ชื่นชอบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168532" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณมีวิธีพัฒนาวิธีคิด มุมมอง ในด้านการทำงานกำกับภาพยนตร์อย่างไร&nbsp;</strong></h4>



<p>เกิดจากการทำทุกวันแหละครับ รู้สึกว่าการที่ผมเป็นผู้กำกับมา 20 ปี ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำไปเรื่อยๆ แล้วเราเป็นมาสเตอร์ แต่รู้สึกเป็นนักเรียนตลอด เราเก็บเกี่ยวมัน อันนี้เราชอบ อันนี้เราไม่ชอบ อันนี้เหมาะกับเรา อันนี้ไม่เหมาะกับเรา เราทำอันนี้ได้ เราทำอันนี้ไม่ได้ มันเหมือนเป็นการเรียนรู้ การเข้าใจตัวเองว่า เราทำไปได้อีกประมาณไหน เราชอบแบบไหน เราจะไปในด้านไหนในการเป็น Film Maker ผมไม่เคยรู้สึกมั่นใจแบบว่า โอ้โห แบบนี้มันช่างถนัดเหลือเกิน ผมรู้สึกว่าทุกครั้งมันเป็นการนับหนึ่งใหม่ มันไม่เหมือนอาชีพอื่น ถ้าสมมติผมทำข้าวมันไก่อร่อยมาก ผมก็ตื่นมาทำข้าวมันไก่ทุกวัน แต่การออกกองถ่ายวันที่ 1 มันเหมือนชีวิตเราเริ่มต้นกับเรื่องใหม่ ตัวละครใหม่ มันผสมไปด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่เราจะต้องเรียนรู้แล้วทำมันไป สุดท้ายไม่รู้ผลลัพธ์จะเป็นยังไง แล้วไอ้การทำหนัง ทำซีรีส์มันก็มีชีวิตของมัน สุดท้ายประสบการณ์ของเรา คนที่เราร่วมงานด้วยตอนนั้น มันก็ออกมาเป็นผลลัพธ์ในช่วงอายุเท่านั้น มันเหมือนเก็บตัวเราตอนนั้นเอาไว้ด้วย ตอนเราเด็กกว่านั้น หรือพอเราขยับอายุขึ้นไป ความเชื่อ ความคิด ทัศนคติ รสนิยม ก็จะไม่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หัวใจสำคัญในการทำหนังตามแนวทางของคุณคืออะไร</strong></h4>



<p>ผมว่าความเชื่อ ถ้าเรามีความเชื่อในอะไรสักอย่างที่น่าสนใจสำหรับเรา แล้วเราอยากเล่าความคิดนี้ออกไปจากความจริงใจลึกๆ ของเรา ว่าเราเชื่อแบบนี้ เราพบสิ่งนี้มา เจอสิ่งนี้มา เราอยากเล่าให้คุณฟัง อยากแชร์ให้คุณรู้ ไม่ว่าคุณจะคิดยังไงกับมันก็ตาม อันนี้คือธรรมชาติของการทำหนังที่ผมรู้สึกว่า ผมเป็นคนที่ไม่ใช่คนเก่งหรือพูดมากเล่าอะไรเก่ง แต่ผมรู้สึกว่าเวลาทำหนังเล่าเรื่องให้คนฟัง ผมมีความสุขเวลาได้เห็นรีแอ็กชันของผู้ชม&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/delete-series-netflix/">สำรวจด้านมืดในจิตใจคน กับ DELETE ซีรีส์เรื่องแรกของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
