<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธนสักก์ เจนมานะ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/mark-janmana/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/mark-janmana/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 Jan 2021 08:22:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เรายังเหลือ ‘ความหวัง’ อะไรในเศรษฐกิจการเมืองไทยแบบ ‘มือใครยาว สาวได้สาวเอา’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thailand-economic-situation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธนสักก์ เจนมานะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2020 10:58:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ค เจนมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจการเมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=100388</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงอันเร่าร้อนนั้นดีกว่าเสียงแห่งเหตุผลความเยือกเย็นไร้อารมณ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ Czesław Miłosz &#160; ในช่วงวิกฤตเช่นนี้แหละที่ทุกสังคมจะเห็นภาพโครงสร้างทางสังคมว่าสุขภาพดีเพียงใด ป่วยในแง่มุมไหนบ้าง เพราะวิกฤตเป็นกระจกสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด รัฐบาล ทุน และประชากรไทย จะรับผลของวิกฤตและจุดจบที่ยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่อย่างไร สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผลกระทบนั้นตกสู่ผู้คนอย่างไม่เท่าเทียมกัน อัตราความยากจนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มสูงขึ้น แรงงานนอกระบบขาดรายได้และไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลครบทุกคน ในช่วงวิกฤตโรคระบาดที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่โดยตรงของประชากรส่วนใหญ่เช่นนี้ ‘ความหวัง’ ของเราจะตั้งอยู่บนรากฐานอะไรได้ ประเด็นที่อยากจะยกมาคือ นอกจากวิกฤตจะเป็นกระจกของสังคมแล้ว มันยังเป็น defining moment ของสังคมและการเมืองไทยต่อไป เมื่อวิกฤตโควิด-19 เป็นเหมือนอาการป่วยที่นำไปสู่การตรวจสุขภาพครั้งใหญ่ เราจะทำอะไรกับผลการตรวจสุขภาพเมื่อเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นแล้ว แต่ละภาคส่วนในสังคมจะปรับเปลี่ยนหน้าตารูปแบบของเศรษฐกิจการเมืองไทยอย่างไร แต่ปัญหาคือความหวังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และความสามารถในการผลักดันให้ความหวังด้านสังคมเป็นจริงยิ่งเหลื่อมกันอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในสภาพการเมืองที่ปิดปากประชาชน &#160; พาเหรดอัปลักษณ์ หากเรานำประชากรไทยวัยทำงาน 52 ล้านคน ให้ความสูงเฉลี่ย (165 เซนติเมตร) แทนรายได้เฉลี่ยของทั้งประเทศ และให้คิดเสียว่าความสูงของคนไทยแต่ละคนเท่ากับรายได้ของตน แล้วนำคนไทยมาเรียงต่อกันจากเตี้ยไปสูง (จนไปรวย) โดยพาเหรดใช้เวลาเดินหนึ่งชั่วโมง มันจะเป็นปรากฏการณ์ที่วิปลาสพิสดารที่สุด  ใน 15 นาทีแรก (คนไทย 25 เปอร์เซ็นต์แรก) ของพาเหรดนั้น ความสูงเฉลี่ยจะไม่ถึง 1 ไม้บรรทัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thailand-economic-situation/">เรายังเหลือ ‘ความหวัง’ อะไรในเศรษฐกิจการเมืองไทยแบบ ‘มือใครยาว สาวได้สาวเอา’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote>
<p style="text-align: center;">เสียงอันเร่าร้อนนั้นดีกว่าเสียงแห่งเหตุผลความเยือกเย็นไร้อารมณ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้</p>
</blockquote>
<p style="text-align: right;">Czesław Miłosz</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงวิกฤตเช่นนี้แหละที่ทุกสังคมจะเห็นภาพโครงสร้างทางสังคมว่าสุขภาพดีเพียงใด ป่วยในแง่มุมไหนบ้าง เพราะวิกฤตเป็นกระจกสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด รัฐบาล ทุน และประชากรไทย จะรับผลของวิกฤตและจุดจบที่ยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่อย่างไร สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผลกระทบนั้นตกสู่ผู้คนอย่างไม่เท่าเทียมกัน อัตราความยากจนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มสูงขึ้น แรงงานนอกระบบขาดรายได้และไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลครบทุกคน ในช่วงวิกฤตโรคระบาดที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่โดยตรงของประชากรส่วนใหญ่เช่นนี้ ‘ความหวัง’ ของเราจะตั้งอยู่บนรากฐานอะไรได้</p>
<p>ประเด็นที่อยากจะยกมาคือ นอกจากวิกฤตจะเป็นกระจกของสังคมแล้ว มันยังเป็น defining moment ของสังคมและการเมืองไทยต่อไป เมื่อวิกฤตโควิด-19 เป็นเหมือนอาการป่วยที่นำไปสู่การตรวจสุขภาพครั้งใหญ่ เราจะทำอะไรกับผลการตรวจสุขภาพเมื่อเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นแล้ว แต่ละภาคส่วนในสังคมจะปรับเปลี่ยนหน้าตารูปแบบของเศรษฐกิจการเมืองไทยอย่างไร แต่ปัญหาคือความหวังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และความสามารถในการผลักดันให้ความหวังด้านสังคมเป็นจริงยิ่งเหลื่อมกันอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในสภาพการเมืองที่ปิดปากประชาชน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-100403 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-178042987-1024x571.jpg" alt="" width="1024" height="571" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-178042987-1024x571.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-178042987-300x167.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-178042987-768x428.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-178042987-600x335.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>พาเหรดอัปลักษณ์</b></h3>
<p>หากเรานำประชากรไทยวัยทำงาน 52 ล้านคน ให้ความสูงเฉลี่ย (165 เซนติเมตร) แทนรายได้เฉลี่ยของทั้งประเทศ และให้คิดเสียว่าความสูงของคนไทยแต่ละคนเท่ากับรายได้ของตน แล้วนำคนไทยมาเรียงต่อกันจากเตี้ยไปสูง (จนไปรวย) โดยพาเหรดใช้เวลาเดินหนึ่งชั่วโมง มันจะเป็นปรากฏการณ์ที่วิปลาสพิสดารที่สุด<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ใน 15 นาทีแรก (คนไทย 25 เปอร์เซ็นต์แรก) ของพาเหรดนั้น ความสูงเฉลี่ยจะไม่ถึง 1 ไม้บรรทัด 15 นาทีถัดไป (คนไทย 25 เปอร์เซ็นต์ถัดไป) จะมีความสูงประมาณ 2 ไม้บรรทัด กล่าวคือในครึ่งชั่วโมงแรก หรือหมายถึงคนไทยครึ่งประเทศ ความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 44 เซนติเมตร ต่ำกว่าความสูงเฉลี่ยของทั้งประเทศประมาณ 4 เท่า อีก 15 นาทีถัดมาความสูงเฉลี่ยของพาเหรดจะอยู่ที่ 1 เมตร คนไทยผ่านไปค่อนประเทศความสูงยังไม่เท่ากับค่าเฉลี่ยของประเทศ แล้ว ‘คนตัวสูง’ ในประเทศหายไปไหนหมด</p>
<p>เสี้ยวชั่วโมงสุดท้ายของพาเหรดนี้แหละที่ทำให้มันเป็นสิ่งประหลาดน่าพิศวง ที่เวลาประมาณ 50 นาทีเราจึงจะหาคนที่มีความสูงเท่าความสูงเฉลี่ยเจอ ที่เวลา 55 นาทีคนไทยกลุ่มนี้จะมีความสูงเฉลี่ย 4 เมตร, ที่ 58 นาที สูงเฉลี่ย 10 เมตร, ที่ 59 นาที สูงเฉลี่ย 12 เมตร และในนาทีสุดท้ายของพาเหรดอัปลักษณ์นี้ความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 16 เมตร คงไม่ต้องนึกถึงเสี้ยววินาทีสุดท้ายว่าตัวสูงขนาดไหน (และคือใครบ้าง)</p>
<p>ถ้าเปลี่ยนพาเหรดเป็นตัวเลขที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกหน่อยก็คือ คนไทยที่รวยที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์ของประเทศมีส่วนแบ่งถึง 20 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดของประเทศไทย คนที่รวยที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์มีส่วนแบ่งเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันคนที่มีรายได้น้อยที่สุดครึ่งประเทศได้ส่วนแบ่งจากรายได้ทั้งหมดในไทยเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ หากคำนวณเป็น Gini coefficient (ตัวเลขชี้วัดความเหลื่อมล้ำพอสังเขป ที่มีค่าอยู่ระหว่าง 0–ไม่มีความเหลื่อมล้ำเลย และ 1–คนเดียวในประเทศถือครองทรัพยากรทั้งหมด) ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของไทยในปี 2559 อยู่ที่ 0.62 ความเป็นจริงนี้ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เหลื่อมล้ำลำดับต้นๆ ของโลกใน ‘ด้านของรายได้’</p>
<p>เนื่องจากส่วนประกอบรายได้เกินครึ่งของอภิชนไทยส่วนใหญ่คือรายได้จากทรัพย์สิน (ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร) ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีดีเบตเรื่องระดับความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สิน สิ่งที่แน่นอนคือทรัพย์สินเหลื่อมล้ำกว่ารายได้เสมอ และเนื่องจากรายได้จากทรัพย์สินที่ว่าของคนรวยไทยมีแนวโน้มว่ามีสัดส่วนสูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินจึงมีแนวโน้มว่าจะแย่ลงเช่นกัน</p>
<p>ผศ. ดร.ดวงมณี เลาวกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้คำนวณโดยการใช้ข้อมูลการถือครองที่ดินปี 2555 โดยสรุปไว้ว่า ในมุมมองด้านทรัพย์สินแล้ว คนที่มีทรัพย์สินมากที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทยถือครองถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินทั้งหมด และคน 10 เปอร์เซ็นต์ถือครอง 62 เปอร์เซ็นต์ (Gini coefficient อยู่ที่ประมาณ 0.89)</p>
<p>ถ้าหากรวมทรัพย์สินที่อยู่ในรูปแบบของมูลค่าที่ดิน ทรัพย์สินทางการเงิน และอื่นๆ แล้ว ความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินไม่น่าจะต่างจากรายงานของ Credit Suisse–ธนาคารที่ทำรายงานเรื่องความเหลื่อมล้ำ ทุกปีมากนัก Global Wealth Report ของ Credit Suisse ชี้ว่าคนที่มีทรัพย์สินมากที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์ถือครอง 62 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินในไทยทั้งหมด คน 10 เปอร์เซ็นต์ถือครอง 86 เปอร์เซ็นต์ กล่าวคือคนจนที่สุด 90 เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทยถือครองทรัพย์สินเพียง 14 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-100404 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1128162568-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เกมบันไดงู</b></h3>
<p>ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ว่ามาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นและหนุนเนื่องกับความเหลื่อมล้ำทางสังคมอื่นๆ เช่น สุขภาพ การศึกษา เพศสภาพ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ประชากรไทยที่มีรายได้ต่ำที่สุด 50 เปอร์เซ็นต์มีรายได้เฉลี่ยเพียงประมาณเดือนละ 5,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่รายได้สูงที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 99,000 บาท เมื่อประชากรสองกลุ่มนี้มีลูก 1 คน ความสามารถในการให้โภชนาการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แก่ลูกในวัย 0-2 ขวบนั้นจึงต่างกัน ความสามารถในการส่งเรียนระดับอนุบาลก่อนการศึกษาภาคบังคับยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทั้งหมดนี้ทำให้การพัฒนาในวัยเด็กเล็กนั้นเหลื่อมล้ำกันตั้งแต่ต้น</p>
<p>เมื่อถึงเวลาเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับ คุณภาพของการศึกษาที่ได้ก็ต่างกัน ลูกคนจนได้เข้าเรียนโรงเรียนรัฐที่ทรัพยากรไม่เพียงพอจากการจัดการแบบรวมศูนย์ของรัฐไทย ระหว่างเรียนนั้นก็อาจจะต้องช่วยครอบครัวทำงาน ในขณะที่ลูกของชนชั้นกลางและคนรวยก็ได้เรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้วยการเรียนพิเศษและระบบเงินแป๊ะเจี๊ยะ และเมื่อถึงเวลาเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ความเหลื่อมล้ำเลยมีทั้งในรูปแบบของการเข้าถึงและคุณภาพของสถานศึกษา</p>
<p>จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อจบการศึกษา ลูกคนรวยในวัยเริ่มทำงานจะมีรายได้ต่างจากลูกของคนจนอย่างมาก และเมื่อถึงเวลาเสียภาษี นโยบายลดหย่อนภาษีเอื้อให้กับความเป็นอยู่อันสุขสบายของคนรวย ทำให้รายได้ของรัฐที่ได้จากอัตราภาษีก้าวหน้าเช่นภาษีเงินได้นั้นน้อยนิด (11 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รัฐทั้งหมด) รัฐไทยจึงต้องพึ่งพาภาษีทางตรงเช่น VAT เสียส่วนใหญ่ ซึ่งผู้เสียก็คือผู้บริโภคทุกคนและภาระในสัดส่วนต่อรายได้จึงอยู่ที่คนจนมากกว่าคนรวย เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐไทยที่มีรายได้ต่ำไม่ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของ GDP จะทำนโยบายกระจายรายได้และโอกาสได้ขนาดไหน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สวีเดน (55 เปอร์เซ็นต์) ฝรั่งเศส (50 เปอร์เซ็นต์) หรือแม้แต่ประเทศที่ความเหลื่อมล้ำยังอยู่ในระดับสูง เช่น สหรัฐอเมริกา (30 เปอร์เซ็นต์) และอังกฤษ (40 เปอร์เซ็นต์)</p>
<p>กล่าวคือลูกคนจนและลูกคนรวยเล่นเกมบันไดงูตั้งแต่เกิด แต่โครงสร้างบอร์ดของคนจนนั้นมีงูมากกว่าบันได ส่วนบอร์ดของคนรวยนั้นมีบันไดมากกว่างู แถมได้รับบันไดเพิ่มจากรัฐ เมื่อเล่นเกมนี้เสร็จในวัยสูงอายุก็ส่งต่อบอร์ดเกมบันไดงูนี้ให้ลูกหลานของตนเล่นต่อไป ความสูงส่งอันยืนยาวและแปลกประหลาดของอภิชนไทยจึงเกิดขึ้นด้วยปัจจัยหลายอย่าง และปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำนั้นจึงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองไทย ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้อย่าเพิ่งเบื่อกับคำว่า ‘ปัญหาเชิงโครงสร้าง’</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-100405 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-619650946-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-619650946-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-619650946-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-619650946-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-619650946-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ต้นไม้แห่งประวัติศาสตร์</b><b>และความหวังในเอื้อมมือที่สั้น-ยาวไม่เท่ากัน</b></h3>
<p>สังคมเศรษฐกิจการเมืองไทยสร้างอยู่บนต้นไม้ที่มีชื่อว่า ‘ประวัติศาสตร์’ โลกที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นได้ก็เพราะเราเลือกโตขึ้นมาจากกิ่งใดกิ่งหนึ่ง กิ่งก้านข้างๆ ของต้นไม้ประวัติศาสตร์ไทยที่เราไม่ได้เดินผ่านก็เปรียบเสมือนโลกคู่ขนานที่เราอาจทำได้แต่เพียงเฝ้าฝันถึง</p>
<p>การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไทยระหว่างปี 2516 จนถึงวิกฤตปี 2540 สูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ทุนนิยมไทยที่เติบโตเร็วมากเช่นนี้ตกลงมาถึงคนจน เพียงพอที่จะทำให้อัตราความยากจนไทยลดลงรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์โลก แต่เป็นส่วนเล็กน้อยเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับผลที่ไปตกอยู่กับกลุ่มชนชั้นกลางเก่าหรือชนชั้นกลางระดับบนในปัจจุบันที่อยู่ในภาคธุรกิจด้านอุตสาหกรรมและการเงินหรือรัฐราชการ หรือ elite ไทยที่เจริญก้าวหน้ามาพร้อมกับทุนนิยมไทยสมัยใหม่ที่กระจุกตัวรวมศูนย์ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไทยจึงทรุดแย่ลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>อีกหนึ่งภาพที่สะท้อนประเด็นนี้ได้ดีคือความเหลื่อมล้ำระหว่างจังหวัด ซึ่งสูงมากมาตั้งแต่ปี 2500 โดยรายได้เฉลี่ยของจังหวัดที่รวยที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์เป็นถึงเกือบ 7 เท่าของจังหวัดที่จนที่สุด 50 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เอนเอียง จากทุนนิยมไทยที่ให้ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มทุนในหัวเมืองการผลิตโดยเฉพาะในธุรกิจส่งออก จนความเหลื่อมล้ำระหว่างจังหวัดที่กล่าวถึงถึงจุดสูงสุดในปี 2536 เท่ากับ 14 เท่า</p>
<p>สภาพเศรษฐกิจการเมืองเช่นนี้เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นจนถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของทัศนคติด้านการเมือง องค์ประกอบของ ‘ความหวัง’ ในประเด็นของสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง จึงขึ้นอยู่กับปัจเจกชน ความหวังและทัศนคติของคนจนไทย ชนชั้นกลาง และอภิชนไทย ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ชนชั้นกลางระดับบนของไทยที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วในช่วงรัฐบาลทหารก่อนวิกฤตปี 2540 ได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากทุนนิยมไทยในยุคที่ว่ามากกว่าชนชั้นล่าง (เช่นแรงงานไทย) ถึงแม้ว่าน้อยกว่าส่วนแบ่งของอภิชนอย่างมีนัยสำคัญ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ความหวังของคนชนชั้นกลางระดับบนกลุ่มนี้จึงคือความต้องการที่อย่างน้อยก็รักษาส่วนแบ่งจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดังในอดีต หรือเติบโตจนได้กลายเป็นอภิชนในปลายสุด ด้วยโอกาสที่ประวัติศาสตร์ทุนนิยมไทยมอบไว้ให้ คนไทยกลุ่มนี้จึงเชื่อในความพยายามขวนขวายทางเศรษฐกิจ (effort) มากกว่าเรื่องโชคชะตา (luck) โฆษณา ‘จน เครียด กินเหล้า’ ของ สสส.เป็นตัวอย่างคลาสสิกที่สะท้อนทัศนคติที่ว่า</p>
<p>ในส่วนของอภิชนไทยที่มีมากมายหลากหลาย ทั้งในรูปแบบมหาเศรษฐี เจ้าของธุรกิจขนาดมหึมา จนถึงข้าราชการเช่นทหาร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางอำนาจการเมืองอื่นๆ ความหวังของคนกลุ่มนี้คือการคงไว้ซึ่งอำนาจทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่มีอยู่แล้ว<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ความหวังของคนสองกลุ่มนี้สั่นคลอนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตั้งแต่ก่อนปี 2540 และชัดเจนอย่างมากตั้งแต่เกิดวิกฤต ระบบการเมืองแบบใหม่ที่ผลักดันประชาธิปไตยเสียงข้างมากผ่านพรรคขนาดใหญ่ทำให้เกิดพื้นที่ให้ความหวังของชนชั้นล่างได้มีบทบาทในการเมืองระดับประเทศ บันไดถูกเพิ่มเข้าไปในบอร์ดชีวิตของคนจน ไม่ว่าจะผ่านนโยบายบัตรทองหรือค่าแรงขั้นต่ำ</p>
<p>ผลลัพธ์ของการผลักดันประชาธิปไตยหลังวิกฤตปี 2540 จึงทำให้ชนชั้นกลางระดับบนและอภิชนบางกลุ่มสูญเสียผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเติบโตของทุนนิยมไทยตั้งแต่กลางศตวรรษที่ผ่านมา โดยชนชั้นกลางได้รับส่วนแบ่งจากการเติบโตทางเศรษฐกิจน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับคนจนที่สุด 50 เปอร์เซ็นต์และอภิชน ไม่ว่าจะดูระหว่างปี 2544-2549 หรือ 2544-ปัจจุบัน เมื่อความหวังของชนชั้นกลางระดับบนถูกทำลาย จึงเกิดการขัดขวางประชาธิปไตยร่วมกับอภิชนไทย โดยกดดันและสนับสนุนการรัฐประหาร 2 ครั้งที่ผ่านมา</p>
<p>เศรษฐกิจการเมืองไทยจึงเป็นแบบ ‘มือใครยาว สาวได้สาวเอา’ แต่สุดปลายแขนของคนสูงเพียงครึ่งเมตรจะสู้อะไรกับเอื้อมแขนของคนสูง 16 เมตร ความหวังของคนตัวเล็กในสังคมที่ไม่เท่าเทียมเช่นนี้ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ‘ความหวัง’ ที่ได้รับชัยชนะในปัจจุบันจึงเป็นของคนที่มีอำนาจและหวงแหนมันไม่ให้หายไป ชนชั้นล่างจึงต้องดิ้นรนเองในการต่อสู้กับงูบนกระดาน หนึ่งในงูนั้นก็คือวิกฤตเช่นโควิด-19</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-100406 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1213630975-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ความเยือกเย็นไร้อารมณ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้</b></h3>
<p>“เสียงอันเร่าร้อนนั้นดีกว่าเสียงแห่งเหตุผล ความเยือกเย็นไร้อารมณ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้”</p>
<p>ประโยคนี้ของ Czesław น่าสนใจเนื่องจากไม่น่าจะมีคนดีที่ไหนในยุคการเมืองคนดีเห็นด้วยกับความหมายของมัน แต่เสียงอันเร่าร้อนนี้แหละที่ทำให้ชนชั้นกลางไทยกดดันรัฐบาล เรียกร้องประชาธิปไตยจนสำเร็จในเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ และพฤษภาทมิฬ และเสียงอันเร่าร้อนของชนชั้นกลางระดับบนนี่แหละที่นำไปสู่รัฐประหาร 2 ครั้งที่ผ่านมา จนกำหนดประวัติศาสตร์ไทยในยุคปัจจุบันและอนาคต</p>
<p>ความเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันของตนต้องมาก่อนจึงจะเกิด ‘ความหวัง’ ในสิ่งที่ดีขึ้นได้ ความเข้าใจที่ว่านี้ในบริบทของเศรษฐกิจการเมืองหมายความว่าต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ สำหรับผู้โชคดีที่เกิดมาในสังคมรอบตัวที่ไม่ได้ทำให้ต้องลำบากอะไรมากมาย เมื่อเราเห็นภาพเมื่อไหร่ว่า ‘มันอาจจะเป็นเราก็ได้’ เสียงอันเร่าร้อนที่สะท้อนความหวังของคนส่วนใหญ่ในประเทศเช่นชนชั้นล่างอาจไม่ได้ฟังดูไร้เหตุผลอีกต่อไป<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ดังนั้น ‘ความหวัง’ อาจจะเริ่มต้นด้วย solidarity หรือ ‘ความเป็นหนึ่งเดียวกัน’ หรือ ‘ความสมาน-ฉันท์’ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากเรามองไม่เห็นว่ากระดานเกมบันไดงูนั้นอาจจะเป็นของเรา แต่ในเมื่อความหวังของแต่ละชนชั้นไทยขัดแย้งกันมาตลอด และแต่ละชนชั้นมองว่าคนอื่นเป็นตัวร้าย วิกฤตการเมืองในอนาคตอาจจะอยู่ไม่ไกล<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เรายังเหลือ ‘ความหวัง’ อะไรในเศรษฐกิจการเมืองไทย ในยุคที่เศรษฐกิจการเมืองเหลื่อมล้ำอัปลักษณ์และความแตกหักหยั่งรากลึกจนเหมือนกู่ไม่กลับ ได้แต่นับวันรอชนวนระเบิดของสงครามชนชั้นอีกครั้ง ความหวังของผู้เขียนอยู่ในคนรุ่นใหม่ที่เราจะอ่านศึกษาประวัติศาสตร์ ค้นหาความจริงและความหวังของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และหาต้นตอของปัญหาให้เจอ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>สุดท้ายแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเสียงของความหวังใดจะเป็นเสียงที่ก้องกังวานที่สุด และเสียงนั้นจะเป็นผู้เลือกกิ่งก้านที่เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไทย จะไปต่อบนต้นไม้แห่งประวัติศาสตร์ไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-100407 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1197294716-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1197294716-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1197294716-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1197294716-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/GettyImages-1197294716-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thailand-economic-situation/">เรายังเหลือ ‘ความหวัง’ อะไรในเศรษฐกิจการเมืองไทยแบบ ‘มือใครยาว สาวได้สาวเอา’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แรงงาน และทุนของไทย ในค่ำคืนของวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://adaymagazine.com/crisis-of-covid-19-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธนสักก์ เจนมานะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2020 17:47:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[urban report]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[นายทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนสักก์ เจนมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ค เจนมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=93972</guid>

					<description><![CDATA[<p>การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เห็นทัศนคติอันย้อนแย้งของผู้คนบางส่วนในโลกออนไลน์ ผู้ชื่นชอบประเด็นหนังชนชั้นปรสิต แต่ในวิกฤตปัจจุบัน ไม่ได้คำนึงถึงโครงสร้างสังคมที่สร้างความอยุติธรรมให้แก่คนส่วนใหญ่ อย่างแรงงานไทย จนถึงคนส่วนน้อย เช่นผีน้อยเกาหลี บวกกับความรู้สึกที่ว่ามีประเด็นที่ยังไม่ค่อยได้พูดถึงกันนัก ผู้เขียนจึงเขียนบทความนี้ขึ้นจากความคิดตนเองและบทความของคนอื่นที่ผู้เขียนเห็นด้วยในบางประเด็น พร้อมกับเดินออกไปถ่ายรูปยามวิกาลใกล้ๆ บ้าน ในคืนที่เมืองเทวดาเงียบเป็นเป่าสากเพื่อนำมาประกอบให้เห็นภาพ โดยประเด็นที่อยากจะนำเสนอหลักๆ คือ ราคาของโรคระบาดของแต่ละคนในสังคมไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐและหลายฝ่ายในสังคมมองข้ามไป เนื่องจากหน้าที่ของการดูแลตนเองในภาวะโรคระบาดถูกผลักมาอยู่กับปัจเจกบุคคล และประชาชนทุกคนไม่ได้มีความพร้อมทางด้านรายได้และฐานะที่มั่นคง สิ่งเหล่านี้จึงสะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและเป็นการผลิตความเหลื่อมล้ำซ้ำซากได้อย่างชัดเจน การตอบสนองต่อวิกฤตโควิด-19 ของทุนและรัฐไทยสะท้อนความน่ารังเกียจของโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองและทุนนิยมของไทยได้เป็นอย่างดี สิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องจากรัฐเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตนี้อาจไม่ได้สะท้อนความไม่พร้อมทางนโยบายของรัฐ หากแต่สะท้อนว่าคือความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนและปฏิรูประบบการเมืองไทย สถานการณ์วิกฤตปัจจุบันทำให้ภาพชัดเจนขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่นอกจากจะโดนกดขี่จากระบบทุนนิยมพวกพ้องของนายทุนรายใหญ่และรัฐไทยแล้ว พวกเขายังไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานที่ตนเองควรจะได้รับแม้แต่ในภาวะปกติ ในขณะเดียวกันชนชั้นนายทุนและนักการเมืองยังคงพยายามขูดรีดผลประโยชน์จากวิกฤตอย่างไม่เหนียมอาย โควิด-19 จึงเป็นละครสะท้อนเศรษฐกิจการเมืองไทยที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ละครเรื่องนี้ผลิตความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมทางสังคมซ้ำไปเรื่อยๆ จุดจบของละครนั้นยังมาไม่ถึงและเรื่องนี้อาจจะเป็นเพียงบทเล็กๆ ในมหากาพย์เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยสมัยใหม่ &#160; ราคาของวิกฤตโควิด-19 และการผลิตความเหลื่อมล้ำซ้ำในทุนนิยมไทย ราคาของวิกฤตโควิด-19 มีหลายรูปแบบได้แก่ 1) ราคาทางเศรษฐกิจโดยตรง 2) ราคาในการป้องกันตนเอง และ 3) ราคาของการแบกรับภาระนโยบายของรัฐ ราคาทางเศรษฐกิจโดยตรงเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัด ในวันที่ถนนเงียบสงัด ธุรกิจได้รับผลกระทบผ่านรายได้และกำไรที่ลดลง ผู้ประกอบการไม่ว่าจะรายใหญ่หรือรายย่อยก็ต้องคำนึงถึงการลดต้นทุนในการผลิตเพื่อคงกำไร หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ให้ถึงจุดล้มละลาย แรงกดดันที่ว่านี้ตกลงมาบนบ่าของแรงงาน ผู้มอบผลิตผลแรงงานให้ระบบทุนนิยมเพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่ไม่ยุติธรรม ผ่านการแก้ปัญหาง่ายๆ ด้วยการลดเงินเดือนและการให้ออกจากงาน ตั้งแต่ปี 2559 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/crisis-of-covid-19-in-thailand/">แรงงาน และทุนของไทย ในค่ำคืนของวิกฤตโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_94058" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94058" class="wp-image-94058 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-8-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-8-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-8-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-8-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-8-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-8-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94058" class="wp-caption-text">คุณสมถวิลที่ชาวพระนครเช่นผู้เขียนได้ฝากท้องในยามวิกฤต ในคืนวันที่ 26 มีนาคม 2563</p></div>
<p>การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เห็นทัศนคติอันย้อนแย้งของผู้คนบางส่วนในโลกออนไลน์ ผู้ชื่นชอบประเด็นหนังชนชั้นปรสิต แต่ในวิกฤตปัจจุบัน ไม่ได้คำนึงถึงโครงสร้างสังคมที่สร้างความอยุติธรรมให้แก่คนส่วนใหญ่ อย่างแรงงานไทย จนถึงคนส่วนน้อย เช่นผีน้อยเกาหลี บวกกับความรู้สึกที่ว่ามีประเด็นที่ยังไม่ค่อยได้พูดถึงกันนัก</p>
<p>ผู้เขียนจึงเขียนบทความนี้ขึ้นจากความคิดตนเองและบทความของคนอื่นที่ผู้เขียนเห็นด้วยในบางประเด็น พร้อมกับเดินออกไปถ่ายรูปยามวิกาลใกล้ๆ บ้าน ในคืนที่เมืองเทวดาเงียบเป็นเป่าสากเพื่อนำมาประกอบให้เห็นภาพ โดยประเด็นที่อยากจะนำเสนอหลักๆ คือ</p>
<ol>
<li>ราคาของโรคระบาดของแต่ละคนในสังคมไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐและหลายฝ่ายในสังคมมองข้ามไป</li>
<li>เนื่องจากหน้าที่ของการดูแลตนเองในภาวะโรคระบาดถูกผลักมาอยู่กับปัจเจกบุคคล และประชาชนทุกคนไม่ได้มีความพร้อมทางด้านรายได้และฐานะที่มั่นคง สิ่งเหล่านี้จึงสะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและเป็นการผลิตความเหลื่อมล้ำซ้ำซากได้อย่างชัดเจน</li>
<li>การตอบสนองต่อวิกฤตโควิด-19 ของทุนและรัฐไทยสะท้อนความน่ารังเกียจของโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองและทุนนิยมของไทยได้เป็นอย่างดี</li>
<li>สิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องจากรัฐเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตนี้อาจไม่ได้สะท้อนความไม่พร้อมทางนโยบายของรัฐ หากแต่สะท้อนว่าคือความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนและปฏิรูประบบการเมืองไทย</li>
</ol>
<p>สถานการณ์วิกฤตปัจจุบันทำให้ภาพชัดเจนขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่นอกจากจะโดนกดขี่จากระบบทุนนิยมพวกพ้องของนายทุนรายใหญ่และรัฐไทยแล้ว พวกเขายังไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานที่ตนเองควรจะได้รับแม้แต่ในภาวะปกติ ในขณะเดียวกันชนชั้นนายทุนและนักการเมืองยังคงพยายามขูดรีดผลประโยชน์จากวิกฤตอย่างไม่เหนียมอาย โควิด-19 จึงเป็นละครสะท้อนเศรษฐกิจการเมืองไทยที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ละครเรื่องนี้ผลิตความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมทางสังคมซ้ำไปเรื่อยๆ จุดจบของละครนั้นยังมาไม่ถึงและเรื่องนี้อาจจะเป็นเพียงบทเล็กๆ ในมหากาพย์เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยสมัยใหม่</p>
<div id="attachment_94060" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94060" class="wp-image-94060 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-b-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-b-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-b-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-b-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-b-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-b-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94060" class="wp-caption-text">สองทุ่ม ณ เยาวราช ในคืนวันที่ 27 มีนาคม 2563</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ราคาของวิกฤตโควิด-19</strong><strong> และการผลิตความเหลื่อมล้ำซ้ำในทุนนิยมไทย</strong></h3>
<p>ราคาของวิกฤตโควิด-19 มีหลายรูปแบบได้แก่ 1) ราคาทางเศรษฐกิจโดยตรง 2) ราคาในการป้องกันตนเอง และ 3) ราคาของการแบกรับภาระนโยบายของรัฐ</p>
<p><strong>ราคาทางเศรษฐกิจโดยตรง</strong>เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัด ในวันที่ถนนเงียบสงัด ธุรกิจได้รับผลกระทบผ่านรายได้และกำไรที่ลดลง ผู้ประกอบการไม่ว่าจะรายใหญ่หรือรายย่อยก็ต้องคำนึงถึงการลดต้นทุนในการผลิตเพื่อคงกำไร หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ให้ถึงจุดล้มละลาย แรงกดดันที่ว่านี้ตกลงมาบนบ่าของแรงงาน ผู้มอบผลิตผลแรงงานให้ระบบทุนนิยมเพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่ไม่ยุติธรรม ผ่านการแก้ปัญหาง่ายๆ ด้วยการลดเงินเดือนและการให้ออกจากงาน</p>
<p>ตั้งแต่ปี 2559 เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ามาพร้อมกับ<a href="http://pubdocs.worldbank.org/en/149501583303319716/WB-Poverty-Report-Thailand-2020-Low-res.pdf">ความยากจนและความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ที่มากขึ้น </a><a href="#ref2">[2]</a> มีเพียงแรงงานไทยส่วนน้อยเท่านั้นที่อยู่ในระบบประกันสังคมหรือเป็นข้าราชการ ประชากรจำนวนมากจะมีรายได้น้อยลง มาตรการที่จำเป็นในการให้ความคุ้มครองต่อแรงงานนอกระบบประมาณ 20 กว่าล้านคนก็ยังไม่พร้อม เช่น การออกนโยบายเยียวยาเดือนละ 5,000 บาทสำหรับแรงงาน 3 ล้านราย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาแบบปลายเหตุและแน่นอนว่าไม่เพียงพอ “ล้อมคอกไปสิ วัวมันวิ่งหายไปนานแล้ว!”</p>
<div id="attachment_94061" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94061" class="wp-image-94061 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-7-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-7-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-7-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-7-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-7-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94061" class="wp-caption-text">ถนนข้าวสารในวิกฤต ในคืนวันที่ 26 มีนาคม</p></div>
<p>สำหรับ<strong>ราคาในการป้องกันตนเองนั้น</strong>เห็นได้ชัดน้อยกว่าและเกี่ยวโยงกับราคาแรกเป็นอย่างยิ่ง <a href="https://jacobinmag.com/2020/03/david-harvey-coronavirus-political-economy-disruptions">David Harvey </a>ได้เขียนสรุปเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดี “การรุดหน้าของไวรัสโควิด-19 เป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่มีประเด็นของชนชั้น เพศสภาพ และเชื้อชาติอย่างชัดเจน […] ชนชั้นแรงงานสมัยใหม่ในสหรัฐอเมริกา (ที่ส่วนใหญ่เป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน Latinx และแรงงานหญิง) ต้องเจอทางเลือกอันน่ารังเกียจ ระหว่างการว่างงานโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือการเสี่ยงรับความปนเปื้อนเพื่อที่จะคงธุรกิจบริการพื้นฐาน (เช่น ร้านขายของชำ) ในขณะเดียวกันพนักงานประจำ (อย่างผม) ทำงานจากบ้านและได้รับเงินเดือนไม่แตกต่างไปจากเดิม ส่วนผู้บริหารระดับสูงก็บินไปทั่วด้วยเครื่องบินส่วนตัวและเฮลิคอปเตอร์” <a href="#ref3">[3]</a></p>
<p>ในกรณีของเศรษฐกิจสังคมไทยก็ไม่ต่างกัน คนที่หาเช้ากินค่ำต้องเสี่ยงออกมาทำงานต่อไปและไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ซึ่งแรงงานนอกระบบไทยเหล่านี้นี่แหละที่ชนชั้นกลางและอภิชนไทยต้องพึ่งพายามวิกฤต เนื่องจากเขาเหล่านี้เป็นสาเหตุให้พวกเขายังสามารถซื้อสินค้าจำเป็นจากร้านขายของชำ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารตามสั่ง จนไปถึงใช้บริการส่งของ ส่งอาหารตามแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Grab หรือ foodpandaในขณะที่ตนเองนั่งทำงานดูเน็ตฟลิกซ์จากบ้านได้อย่างสบายใจและแทบไร้ความเสี่ยง <a href="#ref4">[4]</a> ส่วนแรงงานต่างชาติก็ต้องหนีกลับประเทศของเขาโดยไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากเศรษฐกิจที่เขาช่วยสร้าง</p>
<div id="attachment_94062" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94062" class="wp-image-94062 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-6-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-6-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-6-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-6-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-6-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94062" class="wp-caption-text">Grab ในเยาวราช ในคืนวันที่ 27 มีนาคม 2563</p></div>
<p>ราคาสุดท้ายซึ่งก็คือ<strong>ราคาของการแบกรับนโยบายของรัฐ</strong>นั้นเห็นได้ชัดน้อยสุด และไม่ได้มีอยู่แค่ในภาวะวิกฤตโควิด-19 แต่รวมไปถึงเศรษฐกิจในยามปกติ ถ้าหากดูส่วนประกอบรายได้ของรัฐไทยแล้ว ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถือเป็นเพียงร้อยละ 11 เท่านั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นถือเป็นที่มารายได้ของรัฐที่มากที่สุดคือร้อยละ 27 และถือได้ว่าเป็นภาษีที่เป็นภาระบนรายได้คนจนมากกว่าคนรวย (ภาษีอัตราถดถอย) แต่ความเป็นจริงที่ไม่มีใครเถียงได้คือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากรายจ่ายของรัฐมักไม่ใช่คนจนหรือแรงงานไทย หากแต่คือนายทุนรายใหญ่และอาจจะไม่ใช่คนที่อยู่ในประเทศด้วยซ้ำ</p>
<p>กล่าวคือ ผู้โชคร้ายที่ต้องจ่ายแพงที่สุดก็คือคนจน แรงงานนอกระบบ ธุรกิจขนาดเล็ก ที่มีรายได้น้อยลง และความช่วยเหลือของรัฐในภาวะวิกฤตไม่เพียงพอ พบกับความเสี่ยงต่อโรคระบาดมากกว่า เนื่องจากค่าเสียโอกาสของการทำงานจากบ้านสูง และเป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายของรัฐไม่ต่ำไปกว่าประชากรไทยที่มีรายได้มากกว่า แต่รัฐบาลไทยปัจจุบันไม่เคยตั้งใจให้ความคุ้มครองสิทธิพื้นฐานมนุษย์ในด้านแรงงานและสาธารณสุขกับคนเหล่านี้เลย</p>
<div id="attachment_94063" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94063" class="wp-image-94063 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/5-5-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/5-5-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/5-5-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/5-5-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/5-5-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/5-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94063" class="wp-caption-text">หาบเร่แผงลอยหน้าฟูบาร์ที่ไม่ได้หายไปไหน ในคืนวันที่ 26 มีนาคม 2563</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_94064" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94064" class="wp-image-94064 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/6-6-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/6-6-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/6-6-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/6-6-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/6-6-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/6-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94064" class="wp-caption-text">ท่ามหาราช ในคืนวันที่ 26 มีนาคม 2563</p></div>
<h3><strong><br />
เศรษฐกิจการเมืองไทยในวิกฤตโควิด-19 </strong><strong>แบบคร่าว ๆ</strong></h3>
<p>ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ วิกฤตโควิด-19 จึงเป็นกระจกสะท้อนที่น่าจะทำให้เห็นได้ชัดว่า สาธารณสุขเป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจการเมือง ใครมองไม่เห็นเช่นนั้น หากไม่เป็นคนที่เห็นแค่การเลือกตั้งและหนังปรสิตเป็นประเด็นการเมือง ก็คงเป็น<a href="https://www.thebangkokinsight.com/307066/">โฆษกรัฐบาลทหาร </a></p>
<p>ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เองก็ให้ภาพที่ไม่ต่างจากวิกฤตโควิด-19 มากนัก <a href="https://www.the101.world/pm-2-5-and-inequality/">ธร ปีติดล </a>อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สรุปไว้ว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นส่วนใหญ่นั้นเป็นปัญหาที่ “กลุ่มคนรายได้น้อยมักไม่ได้มีส่วนในการสร้างขึ้น […] ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากทุนขนาดใหญ่” แต่คนรายได้น้อยต้องแบกรับความเสี่ยงมากกว่า <a href="#ref5">[5]</a></p>
<p>ประเด็นที่อยากจะยกถึงจึงไม่ได้เป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะมันเป็นเพียงตัวสะท้อนปัญหาลึกๆ เชิงโครงสร้างเศรษฐกิจการเมือง ทุนนิยมไทยที่ได้เติบโตมาคู่กับอุดมการณ์ลัทธิเสรีนิยมใหม่ (neoliberalism) <a href="#ref6">[6]</a> ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมาทำให้สังคมไทยไม่พร้อมเลยที่จะรับมือกับผลกระทบของวิกฤตต่อสาธารณสุขและความเป็นอยู่ของประชากร ไม่ได้ต่างจากบริบทของสหรัฐอเมริกาที่เดวิด ฮาร์วีย์ ได้ยกขึ้นมาข้างต้น</p>
<div id="attachment_94065" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94065" class="wp-image-94065 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/7-4-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/7-4-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/7-4-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/7-4-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/7-4-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/7-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94065" class="wp-caption-text">พนักงานส่งน้ำแข็ง ณ ถนนพระอาทิตย์ ในคืนวันที่ 26 มีนาคม 2563</p></div>
<p><a href="https://prachatai.com/journal/2020/03/86855">ข้อเรียกร้อง</a>ในหลายๆ ประเด็นของสมาพันธ์แรงงานนอกระบบฯ <a href="#ref7">[7]</a> เช่น การจัดบริการขนส่งสาธารณะฟรี การลดการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา การให้สิทธิประโยชน์กรณีชดเชยการขาดรายได้อันเนื่องมาจากการเจ็บป่วย เป็นนโยบายรัฐที่พึงมีอยู่แม้แต่ในสถานการณ์ปกติ แต่สาเหตุที่มันไม่เกิดขึ้นก็เนื่องจากการพ่ายแพ้ของชนชั้นล่างในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองไทย</p>
<p>เราทุกคนเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลไทยขาดกลไกที่พร้อมจะช่วยประชากรส่วนใหญ่ในสังคม นี่คือผลของการกินรวบของทุน (concentration–สะท้อนโดยสัดส่วนรายได้ประชาชาติที่ตกไปอยู่กับทุนมากขึ้น) และการกระจุกตัวของทุน (centralisation–สะท้อนโดยความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สิน) โดยอภิสิทธิ์ชนในระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ของไทย คงไม่มีใครโต้แย้งความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างนายทุนรายใหญ่กับรัฐไทยได้</p>
<p>ในงานวิจัยเรื่องชนชั้นนายทุนในไทยตั้งแต่ปี 2523 Kevin Hewison ได้ชี้ว่าอำนาจของกลุ่มนายทุนไทยมีอายุขัยยืนยาวและไม่เคยต้องพบกับความท้าทายขนานใหญ่เพราะความผูกพันกับรัฐบาลทหารและอีลีตไทย ดังนั้นแม้ว่าประเทศไทยจะได้ผ่านความไม่สงบทางการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจปี ’40 ทุนไทยจึงสามารถขัดขืนการเปิดเสรีด้านสังคมและการเมืองได้ <a href="#ref8">[8]</a> ความสัมพันธ์ที่ว่าเป็นแบบใดก็เห็นได้ชัดในท่าทีของรัฐไทยและนายทุนรายใหญ่ในการตอบสนองต่อโควิด-19</p>
<p>ตัวอย่างง่ายๆ ของเศรษฐกิจการเมืองไทยในยุคโควิด-19 คือความแตกต่างระหว่างงบประมาณ <em>45,000 ล้านบาท </em>สำหรับนโยบายที่ช่วยเหลือแรงงานนอกระบบได้แบบไม่ครบ 20 ล้านกว่าคน กับงบประมาณ <em>100,000 ล้านบาท </em>สำหรับนโยบายที่กำลังมีการชงกันเพื่อตั้งกองทุนกู้วิกฤตตลาดหุ้น <a href="#ref9">[9]</a> สรุปคือ ในทุนนิยมไทย ทุนมาก่อน คนมาทีหลัง จนมิตรสหายท่านหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า <em>“ประเทศนี้ต่อให้ประชาชนตายหมด </em><a href="https://www.thairath.co.th/content/503904"><em>ซีพีก็ต้องรอด</em></a><em>”</em></p>
<div id="attachment_94066" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94066" class="wp-image-94066 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/8-4-1024x679.jpg" alt="" width="1024" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/8-4-1024x679.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/8-4-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/8-4-768x509.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/8-4-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/8-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-94066" class="wp-caption-text">เซเว่นฯ และท่าพระจันทร์ตอนหนึ่งทุ่ม ในคืนวันที่ 26 มีนาคม 2563</p></div>
<p><em> </em></p>
<h3><strong>แล้วยังไง</strong><strong>?</strong></h3>
<p>ถ้าหากจะถามว่าวิกฤตโควิด-19 จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมหรือไม่ อย่างไร คำตอบขึ้นอยู่กับว่าวิกฤตนี้จะอยู่ไปอีกนานเท่าไหร่ และระหว่างนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างสังคมอย่างไรบ้าง ยิ่งวิกฤตยืดยาวไปเท่าไหร่ แรงกดดันต่อโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองป่วยๆ ก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>ผู้เขียนคิดว่า การผสมโรงของวิกฤตโรคระบาด โครงสร้างของระบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่ถดถอย เศรษฐกิจทั้งไทยและโลกที่กำลังมีปัญหา และรัฐไทยที่ล้มเหลว <a href="#ref10">[10]</a> จะทำให้เงื่อนไขที่จะทำให้ความเป็นอยู่อย่างสุขสบายของกลุ่มนายทุนรายใหญ่ นักการเมือง และสถาบันทางการเมืองของไทยสั่นคลอนใกล้เข้ามาทุกที  ไม่แน่ การสวดมนต์ไล่โควิด-19 ของรัฐบาลอาจไม่ใช่เรื่องตลก</p>
<p>วิกฤตนี้ทำให้อำนาจนำของระบบเศรษฐกิจการเมืองไทยกำลังถูกตั้งคำถาม เราเห็นได้ชัดเจนว่าไม่เพียงแต่ประเด็นสาธารณสุขเท่านั้นที่เป็นสิ่งที่รัฐต้องให้ความสนใจและถือเป็นสิทธิของประชาชน แต่รวมไปถึงสิทธิและความยุติธรรมในประเด็นแรงงานด้วย</p>
<p>ในกรณีของประเทศไทยนั้นเหมือนมีโลกสองใบที่โคจรกันอยู่แต่ยังไม่เคยรับรู้ถึงกันและกันเสียที และวิกฤตโควิด-19 หรือปัญหา PM 2.5 อาจจะทำให้เริ่มเกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างสองโลกนี้มากขึ้น ส่วนจะขัดแย้งกันจนถึงจุดไหนก็ต้องรอดูกันต่อไปอีกที</p>
<p>ประชาชนจะเริ่มมองหาทางเลือกอื่นเมื่อระบบทุนนิยมอุปถัมภ์และรัฐไทยที่ล้มเหลวไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาผลกระทบจากวิกฤต ดังนั้นขอให้ทุกท่านเริ่มเงี่ยหูฟังเสียงแผ่วๆ ที่ใกล้เข้ามาของความโกลาหลและการเปลี่ยนแปลง สองเดือนที่ผ่านมานี้ทำให้เห็นชัดว่าในสถานการณ์วิกฤต โครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองไทยพึ่งพาไม่ได้และบังคับให้ผู้คนวิ่งเต้นเอาตัวรอดด้วยตนเอง ส่วนคนที่รอดก่อนใครก็คืออภิชนในทุนนิยมไทยที่บิดเบี้ยวเอนเอียงอย่างน่ารังเกียจ</p>
<p>แต่จังหวะวิกฤตเหล่านี้นี่แหละที่จะวางเส้นทางเศรษฐกิจการเมืองไทยในอนาคตต่อไป และประชาชนไทยทุกคนควรมีส่วนในการกำหนดเส้นทางที่ว่านั้น ว่าเราจะอยู่กันอย่างนี้จริงๆ หรือว่า “เราต้องหาหนทางและสร้างประวัติศาสตร์ของเราเอง” <a href="#ref11">[11]</a></p>
<div id="attachment_94069" style="width: 689px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-94069" class="wp-image-94069 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/10-b-679x1024.jpg" alt="" width="679" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/10-b-679x1024.jpg 679w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/10-b-199x300.jpg 199w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/10-b-768x1158.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/10-b-600x905.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/10-b.jpg 1358w" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" /><p id="caption-attachment-94069" class="wp-caption-text">ถนนเจริญกรุง และตึกร้างสาทร ร่องรอยวิกฤตปี ’40 ในคืนวันที่ 27 มีนาคม 2563</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิง</p>
<p><span id="ref1">[1] </span>ผู้เขียนขอขอบคุณคุณชัชฎา กำลังแพทย์ ที่ยุให้เขียนบทความและช่วยแบกขากล้อง และขอบคุณ fotoclub เจริญกรุง ที่ช่วยล้างฟิล์มให้อย่างดี ผู้เขียนได้รับอนุญาตถ่ายและเผยแพร่รูปจากบุคคลที่อยู่ในภาพถ่ายทั้งหมด</p>
<p><span id="ref2">[2] </span>World Bank. (2020, March). <strong>Taking the Pulse of Poverty and Inequality in Thailand</strong>. Bangkok: World Bank Group.</p>
<p><span id="ref3">[3] </span>แปลจาก David Harvey. (2020, March). <strong>Anti-Capitalist Politics in the Time of COVID-19</strong>. <em>Jacobin. </em>Retrieved from <a href="https://jacobinmag.com/2020/03/david-harvey-coronavirus-political-economy-disruptions">jacobinmag.com</a></p>
<p><span id="ref4">[4] </span>ตัวอย่างที่ดีในข่าว ได้แก่ ชัยยศ ยงค์เจริญชัย. (2563, มีนาคม).<strong>ไวรัสโคโรน่า: ชะตากรรมของชาวชุมชนคลองเตยท่ามกลางการระบาดของโควิด-19.</strong><em>BBC Thai. </em>สืบค้นจาก <a href="https://www.bbc.com/thai/thailand-52074733">bbc.com </a>และ Paskorn Jumlongrach. (2020, March). <strong>Poorest hit hard as virus brings society to its knees</strong>. <em>Bangkok Post</em>. Retrieved from <a href="https://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/1887545/poorest-hit-hard-as-virus-brings-society-to-its-knees">bangkokpost.com</a></p>
<p><span id="ref5">[5] </span>ธร ปีติดล. (2563, มีนาคม). <strong>เมื่อฝุ่น </strong><strong>PM 2.5 </strong><strong>เผชิญกับความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย</strong><strong>. </strong><em>The101.world. </em>สืบค้นจาก <a href="https://www.the101.world/pm-2-5-and-inequality/">the101.world</a></p>
<p><span id="ref6">[6] </span>อ่านเรื่องลัทธิเสรีนิยมใหม่เพิ่มเติมได้ที่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร. (2560, กรกฎาคม). <strong>จากเสรีนิยมเก่าสู่เสรีนิยมใหม่</strong><strong>–</strong><strong>รัฐไทยอยู่ตรงไหน</strong><strong>. </strong><em>The101.world. </em>สืบค้นจาก <a href="https://www.the101.world/the-liberal-thai-state/">the101.world</a></p>
<p><span id="ref7">[7] </span>&#8216;แรงงานนอกระบบ-บริการ&#8217; ขอรัฐออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19. (2563, มีนาคม). <em>ประชาไท. </em>สืบค้นจาก <a href="https://prachatai.com/journal/2020/03/86855">prachatai.com</a></p>
<p><span id="ref8">[8] </span>Kevin Hewison. (2019, August). <strong>Crazy Rich Thais: Thailand’s Capitalist Class, 1980-2019</strong>. <em>Journal of Contemporary Asia. </em>DOI:<a href="https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/00472336.2019.1647942">10.1080/00472336.2019.1647942</a></p>
<p><span id="ref9">[9] </span>ดูเพิ่มเติมได้ที่ <strong>ระดมงบฉุกเฉินพยุงเศรษฐกิจ ตั้ง </strong><strong>“</strong><strong>กองทุนแสนล้าน</strong><strong>”</strong><strong>กู้วิกฤตหุ้น</strong><strong>. </strong>(2563, มีนาคม). <em>ประชาชาติธุรกิจ. </em>สืบค้นจาก <a href="https://www.prachachat.net/money-management/finance/news-432450">prachachat.net</a></p>
<p><span id="ref10">[10] </span>อ่านเพิ่มเติมที่ ชัชฎา กำลังแพทย์. (2563, มีนาคม). <a href="https://www.the101.world/covid19-bureaucratic-state/" target="_blank" rel="noopener"><strong>เมื่อต้องเผชิญ </strong><strong>COVID-</strong><strong>19 หรือรัฐราชการจะพาเราไปสู่รัฐล้มเหลว</strong><strong>?</strong></a><strong>. </strong><em>the101.world </em></p>
<p><span id="ref11">[11] </span>จาก <a href="https://waymagazine.org/thongchai-winichakul-rule-by-law/"><strong>ปาฐกถาฉบับเต็ม </strong><strong>“</strong><strong>นิติรัฐอภิสิทธิ์และราชนิติธรรม</strong><strong>” </strong><strong>โดย ธงชัย วินิจจะกูล.</strong></a>(2563, มีนาคม). <em>Way Magazine. </em>สืบค้นจาก <a href="https://waymagazine.org/thongchai-winichakul-rule-by-law/">waymagazine.org</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/crisis-of-covid-19-in-thailand/">แรงงาน และทุนของไทย ในค่ำคืนของวิกฤตโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
