<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จงกลณี ดีไร่, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author92/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author92/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 18:37:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Cascade Saddle : เส้นทางเดินป่าแสนสวยคุ้มค่าเหนื่อยของนิวซีแลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-67/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-67/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จงกลณี ดีไร่]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2016 09:28:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[cascade saddle]]></category>
		<category><![CDATA[new zealand]]></category>
		<category><![CDATA[Mount Aspiring National Park]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-67/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหมที่ภาพถ่ายหนึ่งใบดึงดูดใจให้เราออกเดินทาง ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักสถานที่นั้นมาก่อน แต่มีความมั่นใจว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องไปเยือนสถานที่แห่งนั้นให้ได้ ทริปนี้เกิดขึ้นจากการบังเอิญไปเจอภาพโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กของเพื่อนคนหนึ่ง ยืนนิ่งๆ บนจุดสิ้นสุดของทางเดิน ฉากหลังเป็นภาพภูเขารูปทรงพีระมิดตั้งตระหง่าน เบื้องล่างเป็นหุบเขามีลำธารไหลผ่าน ใจเต้นตุ๊บตั๊บๆ ให้ความรู้สึกราวกับว่าเราอยู่ตรงนั้นกับเขาด้วย ทั้งสวยทั้งหวาดเสียว สอบถามได้ความว่าที่มาของภาพถ่ายใบนี้มาจากเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า Cascade Saddle เชื่อมระหว่าง West Matukituki (Wanaka) กับ Rees-Dart Track (Glenorchy) การเดินทางจากเมือง Wanaka ถึงจุดเริ่มต้นทางเดินที่ The Raspberry Creek Car Park ระยะทางรวม 54 กิโลเมตร หากใครมีเวลาไม่มาก มีเส้นทางเดินป่าสั้นๆ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1.5 &#8211; 2 ชั่วโมงจากที่จอดรถ ชื่อ Rob Roy Glacier ซึ่งเปิดประสบการณ์ให้เราได้สัมผัสธารน้ำแข็ง น้ำตก และวิวภูเขาสูงแบบใกล้ชิด หากใครที่มีประสบการณ์เดินป่ามาก่อน และมีเวลาหน่อยที่ Mt. Aspiring National [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-67/">Cascade Saddle : เส้นทางเดินป่าแสนสวยคุ้มค่าเหนื่อยของนิวซีแลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เคยไหมที่ภาพถ่ายหนึ่งใบดึงดูดใจให้เราออกเดินทาง<br />
ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักสถานที่นั้นมาก่อน แต่มีความมั่นใจว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องไปเยือนสถานที่แห่งนั้นให้ได้</p>
<p>ทริปนี้เกิดขึ้นจากการบังเอิญไปเจอภาพโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กของเพื่อนคนหนึ่ง<br />
ยืนนิ่งๆ บนจุดสิ้นสุดของทางเดิน ฉากหลังเป็นภาพภูเขารูปทรงพีระมิดตั้งตระหง่าน<br />
เบื้องล่างเป็นหุบเขามีลำธารไหลผ่าน ใจเต้นตุ๊บตั๊บๆ ให้ความรู้สึกราวกับว่าเราอยู่ตรงนั้นกับเขาด้วย<br />
ทั้งสวยทั้งหวาดเสียว </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0179.jpg"></p>
<p>สอบถามได้ความว่าที่มาของภาพถ่ายใบนี้มาจากเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า<br />
Cascade Saddle เชื่อมระหว่าง West Matukituki (Wanaka) กับ Rees-Dart Track (Glenorchy) การเดินทางจากเมือง Wanaka ถึงจุดเริ่มต้นทางเดินที่ The Raspberry Creek Car Park ระยะทางรวม 54 กิโลเมตร หากใครมีเวลาไม่มาก<br />
มีเส้นทางเดินป่าสั้นๆ  5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1.5 &#8211; 2 ชั่วโมงจากที่จอดรถ ชื่อ Rob Roy Glacier  ซึ่งเปิดประสบการณ์ให้เราได้สัมผัสธารน้ำแข็ง น้ำตก<br />
และวิวภูเขาสูงแบบใกล้ชิด </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0283.jpg"></p>
<p>หากใครที่มีประสบการณ์เดินป่ามาก่อน<br />
และมีเวลาหน่อยที่<br />
Mt. Aspiring National Park ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง<em> The Lord of the Rings </em>มีเส้นทางเดินป่าที่น่าสนใจหลายเส้นทาง<br />
เช่น Liverpool Hut, French Ridge Hut และ Cascade Saddle เป็นต้น สำหรับนักพิชิตยอดเขา ขอแนะนำ Mt. Aspiring ได้ชื่อว่าภูเขาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของนิวซีแลนด์ ความสูง 3,033 เมตร ได้รูปสามเหลี่ยมพอดิบพอดี ซึ่งไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน<br />
ที่หมายแรกที่ต้องไปให้ถึงคือ Aspiring Hut  ที่พักค้างแรมของ<br />
New Zealand Alpine Club ตั้งอยู่กลางหุบเขา<br />
ล้อมรอบด้วยวิวภูเขา มี 38 เตียงนอน ได้รับความนิยมสำหรับคนทุกกลุ่มพราะเป็นเส้นทางเดินป่าที่เข้าถึงง่าย<br />
ส่วนใหญ่เดินบนทางราบ<br />
ผ่านฟาร์มวัวของเกษตรกร ระยะทาง 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแค่ 2 ชั่วโมง </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0376.jpg"></p>
<p>Cascade Saddle เป็นเส้นทางเดินป่าที่เหมาะสำหรับช่วงหน้าร้อนของทุกปี<br />
(พ.ย. &#8211; เม.ย.)  หากเป็นฤดูอื่นๆ<br />
จะต้องมีประสบการณ์การเดินป่า มีอุปกรณ์และการเตรียมความพร้อมที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะมีชื่อเสียงด้านความสวยงามของวิวทิวทัศน์แล้ว<br />
อีกด้านหนึ่งก็ถือว่าเป็นเส้นทางสายมรณะที่มีอัตราการตกเขาและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในนิวซีแลนด์<br />
 ได้ชื่อว่าเป็น track ที่อันตรายติด 1 ใน 20 ของโลก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0467.jpg"></p>
<p>เราออกเดินทางกันในช่วงปลายเดือนมีนาคม<br />
อากาศกำลังดี ที่สำคัญมีเพื่อนร่วมทริป จุดมุ่งหมายของกลุ่มเราคือ ต้องการพิชิต Cascade Saddle ให้ได้ภายใน 1 วัน (เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากเคลื่อนย้ายรถ)<br />
เพราะเส้นทางนี้พักค้างแรมที่ Dart Hut<br />
ได้ และสิ้นสุดทางเดินที่ Glenorchy (Rees-Dart<br />
Track) ระยะทางรวม 46 กิโลเมตร เดินทางกัน  4 &#8211; 5 วันเลยทีเดียว<br />
พวกเราเลยเลือกเดินทางลัดไปกลับ 12 กิโลเมตร ออกเดินทางกันช่วงเช้า 8 โมง กะว่ากลับถึงที่พัก Aspiring Hut  2 ทุ่ม เดินทางกันแบบ 12 ชั่วโมงต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0563.jpg"></p>
<p>จาก Aspiring Hut ถึง The<br />
Pylon (จุดสูงสุด) ใช้เวลา  4 ชั่วโมง ผ่านป่าไม้ น้ำตก ลำธาร<br />
ฟังเสียงนกเคล้าเสียงน้ำ ให้ความรู้สึกสดชื่น ตลอดเส้นทาง สิ่งที่ต้องเตรียมใจก็คือความสูงและความชันที่ไต่ระดับความโหดขึ้นไปเรื่อยๆ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0658.jpg"></p>
<p>ใกล้จะพ้นเขตป่า<br />
ภูมิประเทศเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าแอลไพน์ มองไปทางไหนก็เจอแต่หมอก ถอดใจว่ามาทริปนี้คงไม่ได้เห็นอะไร<br />
แอบบ่นในใจแต่สองเท้ายังคงก้าวต่อไป พอพ้นเขตหมอกเท่านั้น<br />
ภาพวิวยอดเขาคล้ายมงกุฎเพชร ถูกโอบกอดไปด้วยทะเลหมอกเบื้องล่าง<br />
ขาวราวกับสำลีฟูละล่องอยู่บนท้องฟ้า ทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อยว่าเราจะได้เห็นอะไรบ้าง ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า Cascade Saddle คืออะไร แล้วเส้นทางนี้จะพาไปสิ้นสุดที่ตรงไหน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0750.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0847.jpg"></p>
<p>ช่วงที่ยากที่สุดของ track นี้อยู่ที่ก่อนจะถึงจุดสูงสุด The Pylon (1,835 m) ต้องอาศัยการปีนหินทางขึ้นค่อนข้างชัน ลื่นและแคบ<br />
มีป้ายเตือนให้ระวังตกเขา นี่ขนาดมาหน้าร้อนไม่มีหิมะยังต้องระวังกันเป็นพิเศษ </p>
<p>นึกถึงว่าหากสภาพอากาศเลวร้าย ฝนตก ลมแรง<br />
หิมะถล่ม นี่คงยากที่จะหาแหล่งกำบังบนยอดเขาที่มีเพียงหินกับหญ้า (Snow Grass and Tussock) ที่เพิ่มความลื่น<br />
เข้าใจแล้วว่าทำไมที่นี่จึงมีคนตกเขากันมากกว่าเส้นทางเดินป่าทั่วไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0934.jpg"></p>
<p>หลังจากเดินทางมากว่าครึ่งค่อนวัน 6 ชั่วโมงจาก Aspiring Hut ในที่สุดเราก็พิชิต Cascade Saddle จาก The Pylon เราต้องเดินลงเขามาเจอลำธารที่ใช้เป็นสถานที่กางเต็นท์ค้างแรมของนักเดินป่า<br />
และข้ามภูเขาไปอีกลูกนึง รู้สึกทึ่งราวกับว่าได้ไปผจญภัยในดินแดนที่ไม่ได้คาดฝันมาก่อน<br />
เหมือนการเดินทางของ Hobbit ใน Unexpected Journey วิวและการผจญภัยที่ได้ไม่มีซ้ำ แถมยังมีอะไรใหม่ๆ<br />
ให้ตื่นตาตื่นใจตลอดเส้นทางก่อนจะถึงที่หมาย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1053.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/10a_DSC00414b.jpg"></p>
<p>เราพักทานข้าวเที่ยงกันที่ Cascade Saddle แทบไม่รู้สึกตัวเลยว่ามาถึงแล้ว<br />
เพราะ Cascade Saddle ที่เราดั้นด้นออกตามหา เป็นเพียงชะง่อนหินเล็กๆ<br />
ไม่ได้เป็นจุดสูงสุดของยอดเขา ไม่ได้เป็นจุดสวยสุดของเส้นทางนี้ เป็นเพียงจุดที่คั่นกลางระหว่างภูเขาสองลูกคือ<br />
Mt. Liverpool กับ Mt. Tyndall เผยให้เห็นวิว 360 องศาของภูเขาและหุบเขาทั้งสองด้าน จากความยากลำบากในการปีนป่ายเพื่อพิชิตจุดนี้<br />
หลังจากการค้นพบเส้นทางเดินนี้ของ C.E. Smith กับ<br />
A.P. Harper ใน ค.ศ. 1939 เป็นเวลากว่า 20 ปี ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเปิดให้นักเดินทางเข้ามาเที่ยว<br />
แถมในระยะหลังมีคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางนี้ ถึงขนาดว่าจะต้องปิดไม่ให้เข้ามา<br />
หรือเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินใหม่ เพื่อลดอัตราการตกเขา โชคดีที่ยังไม่ได้ข้อสรุป<br />
ทำให้วันนี้เรามีโอกาสได้มาเยือน วิวที่ได้คุ้มค่าทุกฝีก้าว สมกับคำที่ว่า ‘The best view comes after the<br />
hardest climb’</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1142.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1238.jpg"></p>
<p>การเดินทางไกลที่เหนื่อยล้า<br />
ขาที่อ่อนแรงแทบจะก้าวต่อไปไม่ไหว กลับมีพลังขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ<br />
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงวันแรกที่เราตั้งใจแค่จะมาเที่ยวถ่ายรูป แต่พอมาถึงจริงๆ<br />
กลับไม่กล้าเพราะเจ้าหน้าที่แจ้งว่าอันตรายเกินไปในช่วงที่ยังมีหิมะบนยอดเขา ผิดหวังนิดๆ<br />
ที่ไม่ได้มาเที่ยวได้ง่ายๆ อย่างใจคิด แต่ก็ถือโอกาสสำรวจรอบๆ ใน Rob Roy Glacier และ Liverpool Hut ซึ่งวิวที่ได้ก็สวยงามไม่แพ้กัน<br />
แถมยังได้บทเรียนโบกรถเที่ยวคนเดียวแบบเขินๆ  ในที่สุดเราก็ได้กลับมาเยือนที่นี่อีกครั้งแบบไม่ได้ตั้งความหวังอะไรมาก<br />
การเปิดใจทำให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ภาพต่างๆ ที่เราเห็นตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็นธารน้ำแข็ง<br />
Dart Glacier  แคยอนที่สะท้อนเงาแดดระยิบระยับราวกับโลหะที่มีชีวิต ภาพของ Mt. Aspiring ที่โดดเด่นเป็นแรงบันดาลใจได้สมชื่อ อีกทั้งความพยายามที่จะไปให้ถึง<br />
Cascade Saddle แม้ว่าระหว่างทางจะยากลำบากแค่ไหน ก็คุ้มค่าแล้วที่ได้มาเยือน<br />
เข้าใจแล้วว่า บางครั้งจุดมุ่งหมายปลายทางไม่ได้สำคัญเสมอไป ความสุขของการเดินทางเกิดขึ้นในระหว่างทางนั่นเอง<br />
อยากจะย้อนไปขอบคุณเจ้าของภาพใบนั้นที่เปิดโอกาสให้เราได้ถ่ายภาพอีกหลายใบที่คิดว่าน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ<br />
คนอยากออกเดินทาง </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1323.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1418.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1516.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1613.jpg"></p>
<h3>Mount Aspiring National Park</h3>
<p><strong>Address: </strong>ตั้งอยู่ใกล้ West Matukituki Valley<br /><b style="background-color: initial">Hours:</b> เปิดให้บริการทุกวัน แต่เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้เดินในช่วงฤดูร้อนของทุกปี<br />
(พ.ย. &#8211; เม.ย.)<br />
และอย่าลืมเช็กสภาพอากาศที่ Doc Site (Department of Conservation) ก่อนออกเดินทางนะคะ<br /><b style="background-color: initial">How to get there:</b> ขับรถไปเองหรือโบกรถเที่ยว<br />
ระยะทางจาก Wanaka ถึง The Raspberry Creek Car Park 54 กิโลเมตร<br />
ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง</p>
<p><strong style="background-color: initial">Map:</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-67/">Cascade Saddle : เส้นทางเดินป่าแสนสวยคุ้มค่าเหนื่อยของนิวซีแลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-67/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Arthur’s Pass : เมืองนอกสายตาที่อยู่ในหัวใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-27/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-27/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จงกลณี ดีไร่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jun 2016 03:10:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[arthur's pass]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขา]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางเดินป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-27/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Arthur’s Pass คือเมืองนอกสายตาที่ไม่ว่าใครจะมาเยือนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ไปทางด้านตะวันตก ขึ้นเหนือไป Nelson หรือ ลงใต้ไป Queenstown ก็ต้องผ่านเมืองนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่ตั้งใจจะมาเที่ยวที่นี่แบบจริงจัง สถานะของเมืองนี้จึงไม่ต่างจากทางผ่าน ฉันเองก็มีโอกาสผ่านไปมาหลายครั้ง คิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจ ผ่านไปทีไรก็เจอแต่ฝน จนกระทั่งวันหนึ่งได้ยินชื่อ Avalanche Peak หนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่เป็นที่สุดของเกาะใต้ (The best day walk in South Island) ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากออกไปค้นหาและทำความรู้จักกับเมืองแห่งนี้มากขึ้น วางแผนกันดิบดีหลายทีก็พลาดโอกาสเพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจ ด้วยความที่เมืองตั้งอยู่บนภูเขาสูงกว่า 737 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีเทือกเขา Southern Alps พาดผ่านวางตัวยาวจากเหนือจรดใต้ ด้านตะวันตกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมในทะเลแทสมัน ทำให้มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี หน้าหนาวก็มีหิมะตกหนาแน่น แถมอากาศยังแปรปรวน ในหนึ่งวันอาจจะมีถึง 4 ฤดู ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง วันที่พยากรณ์อากาศบอกว่า Arthur’s Pass อากาศดี มีแดดติดต่อกัน 2 วัน ฉันนั่งรถไฟ TranzAlpine (หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่วิวสวยติดอันดับโลก) ออกจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-27/">Arthur’s Pass : เมืองนอกสายตาที่อยู่ในหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	Arthur’s<br />
Pass คือเมืองนอกสายตาที่ไม่ว่าใครจะมาเยือนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ไปทางด้านตะวันตก<br />
ขึ้นเหนือไป Nelson<br />
หรือ<br />
ลงใต้ไป Queenstown ก็ต้องผ่านเมืองนี้<br />
แต่จะมีสักกี่คนที่ตั้งใจจะมาเที่ยวที่นี่แบบจริงจัง สถานะของเมืองนี้จึงไม่ต่างจากทางผ่าน<br />
ฉันเองก็มีโอกาสผ่านไปมาหลายครั้ง คิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจ ผ่านไปทีไรก็เจอแต่ฝน</p>
<p>
	จนกระทั่งวันหนึ่งได้ยินชื่อ<br />
 Avalanche Peak หนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่เป็นที่สุดของเกาะใต้<br />
(The<br />
best day walk in South Island) ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากออกไปค้นหาและทำความรู้จักกับเมืองแห่งนี้มากขึ้น</p>
<p>
	วางแผนกันดิบดีหลายทีก็พลาดโอกาสเพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจ ด้วยความที่เมืองตั้งอยู่บนภูเขาสูงกว่า<br />
 737 เมตร<br />
จากระดับน้ำทะเล มีเทือกเขา Southern Alps พาดผ่านวางตัวยาวจากเหนือจรดใต้<br />
ด้านตะวันตกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมในทะเลแทสมัน ทำให้มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี<br />
หน้าหนาวก็มีหิมะตกหนาแน่น แถมอากาศยังแปรปรวน ในหนึ่งวันอาจจะมีถึง 4 ฤดู</p>
<p>
	ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง<br />
วันที่พยากรณ์อากาศบอกว่า Arthur’s Pass อากาศดี มีแดดติดต่อกัน<br />
2<br />
วัน<br />
 ฉันนั่งรถไฟ TranzAlpine (หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่วิวสวยติดอันดับโลก) ออกจาก Christchurch<br />
8.15 น.<br />
ไปถึง Arthur’s<br />
Pass 10.45 น.<br />
ผ่านทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ภูเขาสูง และเลียบไปตามแม่น้ำ<br />
เห็นความแตกต่างระหว่างฝั่งตะวันออกที่แห้งแล้ง ไม่มีแม้แต่หญ้า มาสู่ฝั่งตะวันตกที่ป่าไม้หนาทึบ<br />
ปกคลุมเขียวชอุ่มตลอดเส้นทาง ยกเว้นแต่ยอดเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ<br />
รถไฟที่นี่มีหนึ่งโบกี้ที่ไม่มีกระจกกั้น สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ออกมาสัมผัสบรรยากาศภายนอก<br />
แถมยังมีบริการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวจากพนักงาน ถ้าใครหิวก็มีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่ายในร้านอาหารของรถไฟ</p>
<p>
	เดินเล่นใน<br />
Visitor Centre ทำให้รู้ว่าชื่อ  Arthur’s Pass มาจากการค้นพบเมืองนี้ของ Arthur Dudley<br />
Dobson นักสำรวจชาวยุโรป<br />
ในปี 1864<br />
หลังจากข่าวการค้นพบทองคำในฝั่งตะวันตกของประเทศ ทำให้มีความพยายามหาเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างตะวันออกสู่ตะวันตก<br />
มีการนำรถม้ามาใช้เดินเลียบตามแม่น้ำ ก่อนจะสร้างถนนและทางรถไฟในเวลาต่อมา เมืองนี้จึงเริ่มจากบ้านพักคนงานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ<br />
ปัจจุบันมีประชากรอยู่อาศัยไม่ถึง 30 คน มีร้านอาหาร<br />
ร้านกาแฟ ปั้มน้ำมัน โรงแรม และสถานีรถไฟ ส่วนใหญ่เป็นจุดพักรถให้กับนักเดินทาง</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0223.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0317.jpg"></p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	ได้เวลาออกสำรวจ ฉันเลือกเดินบนทางราบ<br />
Arthur’s<br />
Pass Walking Track ระยะทางไปกลับ 7 กิโลเมตร<br />
เส้นทางเดินป่าขนานไปกับถนน ผ่านป่าไม้ ภูเขา น้ำตก กระท่อมประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์<br />
Dobson<br />
ที่สุดของวิววันนี้ต้องยกให้<br />
Mt.Rolleston<br />
กับ<br />
แม่น้ำ<br />
Bealey ใน<br />
Bealey<br />
Valley Track ให้ความรู้สึกตื่นใจเหมือนหลงทางอยู่กลางป่าใหญ่<br />
พอพ้นเขตป่าเป็นเขตทุ่งหญ้าคล้ายอยู่บนยอดเขาใน Lake Misery<br />
Track ฟ้าที่นี่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา<br />
ฉันตัดสินใจโบกรถกลับเข้าเมือง ยังมีเวลาเหลือสำหรับน้ำตกรูปหัวใจ Devils<br />
Punchbowl Falls</p>
<p>
	วันรุ่งขึ้นฉันเลือกเดินบน<br />
Scotts<br />
Track พอพ้นเขตป่าเท่านั้นแหละ<br />
วิวภูเขาหิมะล้อมรอบ น้ำตก Devils Punchbowl ปรากฎต่อหน้า<br />
เห็นเป็นสายน้ำ ลำธารและแม่น้ำไหลผ่านหุบเขาเข้าสู่ตัวเมือง ว้าว<br />
สวยจนต้องหยุดตะลึงกับความงาม ยิ่งสูงก็ยิ่งสวย</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0421.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0519.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0619.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0716.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0814.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0910.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1015.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1111.jpg"></p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	ฉันมีโอกาสมาเยือน<br />
Arthur’s<br />
Pass อีกครั้งเพื่อพิชิตยอดเขา<br />
Avalanche<br />
Peak (1,833 เมตร) ยอดเขาหนึ่งเดียวในนิวซีแลนด์ที่เข้าถึงได้จากตัวเมือง เพียงแค่จอดรถ จิบกาแฟชิลล์ๆ ก่อนจะเดินไปสู่ยอดเขาและกลับมาฉลองความสำเร็จจากร้านอาหาร<br />
ไม่อยากเชื่อเลยว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ในวันเดียว</p>
<p>
	แม้ว่าวิวจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ<br />
การได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สัมผัสความท้าทายจากเทือกเขาที่รายล้อม ความงามและความเงียบสงบของผืนป่าและสายน้ำ ก็ทำให้ฉันประทับใจ รวมถึงความเป็นห่วงเป็นใยของเจ้าหน้าที่อุทยาน<br />
มิตรไมตรีที่ได้จากคนในพื้นที่ ก็ทำให้ฉันเทใจให้กับที่นี่ได้ไม่ยาก สิ่งที่น่าสนใจ<br />
คือ ที่นี่เปรียบเสมือนโรงเรียนสอนเรื่องภูเขา มีเส้นทางเดินป่าอีกหลายแห่ง<br />
เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ไม่ว่าจะเดินแบบง่ายๆ คนเดียว ไปจนถึงแบบต้องพักค้างคืนเป็นกลุ่ม<br />
ที่สำคัญยังมียอดเขาอีกหลายลูกรอให้เราไปทดสอบ นับจากนี้ไป Arthur’s<br />
Pass จะไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน<br />
แต่จะเป็นเส้นทางหลักที่ฉันรักสุดหัวใจ</p>
</p>
<h2>Arthur’s Pass<br />
National Park Visitor Centre<br />
</h2>
<p>
	<strong>Address:</strong> State<br />
Highway 73 Arthur’s Pass<br />
	<br />
	<strong>Hours:</strong> เปิดตลอดทั้งวัน<br />
	<strong>How to get<br />
there:<br />
	</strong> ถนน<br />
Highway<br />
73 ระยะทางจาก Christchurch<br />
153 กม. จาก Greymouth 96 กม. และ Hokitika 103 กม. มีรถบัสบริการจากทั้ง 3 เมืองและมีรถไฟสาย<br />
TranzAlpine<br />
Express จาก<br />
Christchurch<br />
ถึง<br />
Greymouth ให้บริการทุกวัน</p>
<p>
	<strong>Map</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-27/">Arthur’s Pass : เมืองนอกสายตาที่อยู่ในหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-27/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Routeburn Track : เส้นทางเดินป่าสุดสวยที่นิวซีแลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-16/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-16/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จงกลณี ดีไร่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 May 2016 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[Fiord Land National Park]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[Routeburn Track]]></category>
		<category><![CDATA[Lake Mackenzie Hut]]></category>
		<category><![CDATA[Mt.Aspiring]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-16/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวยสมคำเล่าลือจริงๆ สำหรับ Routeburn Track หนึ่งใน Great Walks ของนิวซีแลนด์ ล่าสุดได้รับการจัดอันดับจาก Lonely Planet ให้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่ดีที่สุดในโลก ความมหัศจรรย์ของเส้นทางเดินป่าแห่งนี้อยู่ที่ความหลากหลายทางธรรมชาติ ด้วยวิวที่ไม่ซ้ำทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษ เราออกเดินกันก่อนจะเปิดฤดูกาลแค่ 2 &#8211; 3 วัน โดยใช้บริการเคลื่อนย้ายรถที่เมือง Glenorchy สะดุดตากับป้าย &#8216;Welcome to Glenorchy Gateway to Paradise&#8217; วิมานดินจาก Routeburn Shelter ถึง Routeburn Falls Hut ระยะทาง 8.8 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 &#8211; 3 ชั่วโมง ผ่านป่าไม้สีเขียวที่ขนาบข้างด้วยลำธารสีสวย ได้เห็นน้ำเป็นสีฟ้า ได้ยินนกร้องประสานเสียง ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้สัมผัสน้ำตกเย็นๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา ลืมเหนื่อยไปได้เลย สวรรค์ชั้นฟ้า จาก Routeburn Fall [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-16/">Routeburn Track : เส้นทางเดินป่าสุดสวยที่นิวซีแลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวยสมคำเล่าลือจริงๆ สำหรับ Routeburn Track หนึ่งใน Great Walks ของนิวซีแลนด์<br />
ล่าสุดได้รับการจัดอันดับจาก Lonely Planet ให้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่ดีที่สุดในโลก ความมหัศจรรย์ของเส้นทางเดินป่าแห่งนี้อยู่ที่ความหลากหลายทางธรรมชาติ<br />
ด้วยวิวที่ไม่ซ้ำทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษ</p>
<p>เราออกเดินกันก่อนจะเปิดฤดูกาลแค่ 2 &#8211; 3 วัน โดยใช้บริการเคลื่อนย้ายรถที่เมือง Glenorchy<br />
สะดุดตากับป้าย &#8216;Welcome to Glenorchy<br />
Gateway to Paradise&#8217; วิมานดินจาก Routeburn<br />
Shelter ถึง Routeburn Falls<br />
Hut  ระยะทาง 8.8 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 &#8211; 3 ชั่วโมง ผ่านป่าไม้สีเขียวที่ขนาบข้างด้วยลำธารสีสวย<br />
ได้เห็นน้ำเป็นสีฟ้า ได้ยินนกร้องประสานเสียง<br />
ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้สัมผัสน้ำตกเย็นๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น<br />
มีชีวิตชีวา ลืมเหนื่อยไปได้เลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/210.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/33.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/47.jpg"></p>
<p>สวรรค์ชั้นฟ้า จาก Routeburn<br />
Fall Huts ถึง Lake Mackenzie Hut ระยะทาง 11.30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงครึ่งถึง 6 ชั่วโมง วันนี้หลักๆ เราจะเดินข้ามเขตภูเขาสูง<br />
ซึ่งเป็นรอยต่อของ 2 อุทยาน ณ จุดสูงสุดของเส้นทางนี้ อยู่ที่ Harris Saddle (1,255 เมตร) มีศาลาริมทางไว้หลบเผื่ออากาศเปลี่ยนแปลง<br />
มีนก Kea หรือนกแก้วภูเขา<br />
สับเปลี่ยนกันเข้ามาสร้างสีสันเป็นระยะๆ หากเป็นวันอากาศดี แนะนำให้เดินไต่เขาขึ้นสู่<br />
Conical Hills (1,515 เมตร) ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดพัก เพื่อชมวิว 360 องศา<br />
ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่วิวที่ได้คุ้มค่า เห็นทะเลสาบ Harris<br />
ตัดกับทะเลหมอกเบื้องล่างเป็นทุ่งหญ้ายาวไกลสุดสายตา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/54.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/63.jpg"></p>
<p>มุ่งหน้าสู่ที่พักริมทะเลสาบ ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงจากทุ่งหญ้าภูเขากลายเป็นทุ่งดอกไม้ป่าบานรับกับสายน้ำเล็กๆ<br />
ผุดตามซอกหิน มีทะเลหมอกปกคลุมบางเบา<br />
คล้ายกับว่าเรากำลังล่องลอยอยู่บนฟ้ามากกว่าเดินไต่ไปบนยอดเขา<br />
ข้ามภูเขามาอีกฝั่งเห็นภาพทะเลสาบสีเขียวใสอย่างกับแก้วมรกตของ Lake Mackenzie ไม่ห่างจากที่พักของอุทยาน  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/71.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/83.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/93.jpg"></p>
<p>คืนสู่สามัญ วันสุดท้ายจาก Lake Mackenzie ถึง The<br />
Divide ผ่านป่าดิบชื้นใน Fiord Land มีน้ำตก Earland Falls ความสูง 174 เมตร ตั้งตระหง่านรอพวกเราอยู่เบื้องหน้า ในขณะที่ภาพวิวภูเขาหิมะ Darren อวดโฉมให้เราเห็นตลอดเส้นทาง</p>
<p>ไฮไลต์ของวันนี้อยู่ที่  Key Summit  สมัยก่อนนักสำรวจชาวยุโรปเข้ามาในประเทศนิวซีแลนด์เพื่อค้นหาแหล่งทองคำ และชาวเมารีก็ออกสำรวจหาแหล่งหินเขียว<br />
(Green Stone)  ทางแถบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศที่<br />
Holly Ford Valley<br />
โดยเชื่อกันว่าที่ยอดเขาแห่งนี้จะมีกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่งจนกระทั่งกลางปี 1861 David Mckeller และ George Gunn ปีน Key Summit ได้สำเร็จ </p>
<p>หลังจากนั้นมีหลายกลุ่มพยายามเข้ามาตั้งถิ่นฐานและคิดโครงการจะสร้างถนนผ่านเส้นทางนี้<br />
แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทนสภาพอากาศไม่ไหว จนกระทั่ง 1880 เริ่มมีนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกเข้ามาโดยใช้ม้าเป็นพาหนะ ก่อนที่จะปีนจุดสูงสุดของเส้นทางที่ Conical Hills ความงามที่บอกต่อจากวันนั้นถึงวันนี้ทำให้ยังมีเส้นทางเดินป่าสวยๆ ให้เราได้สัมผัส<br />
อย่างไรก็ตามภูเขาที่งดงามอยู่เบื้องหน้าก็ผ่านการละลายของธารน้ำแข็งและการกัดเซาะของหิมะในยุคสุดท้ายของ Ice Age เมื่อ 15,000 &#8211; 20,000 ปีที่แล้ว การสิ้นสุดของสิ่งหนึ่งย่อมมีการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่เสมอ<br />
มาถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทาง ภาพความประทับใจยังตราตรึง<br />
คิดไปถึงทริปหน้าจะไปไหนดี </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/106.jpg"></p>
<h2>Routeburn Track</h2>
<p><strong>Address:</strong> ตั้งอยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติ<br />
Mt.Aspiring และ Fiord Land National<br />
Park ระยะทางเดินเท้า 32 กิโลเมตร<br />
ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 2 &#8211; 4 วัน<br />
หากขับรถต้องใช้เวลา 3 &#8211; 4 ชั่วโมง<br />
เพราะระยะทางจากจุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุดห่างกันถึง  325 กิโลเมตร ดังนั้นหากใครจะเดินเส้นทางนี้ต้องวางแผนเรื่องการเคลื่อนย้ายรถ ไม่ว่าจะเป็นสลับรถกัน<br />
โบกรถเที่ยว ใช้บริการรถบัสสาธารณะ หรือบริการย้ายรถ<br /><b style="background-color: initial">Hours:</b> Great Walks Season (27 October 2015 &#8211; 27 April 2016), Outside the season (28 April &#8211; 26 October 2016)<br /><strong style="background-color: initial">How to get there:<br /></strong>Routeburn Shelter: จาก Glenorchy ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง<br />
30 นาที<br />The Divide: เดินทางจาก Te Anau 85 กิโลเมตร<br />
ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/map-01.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/map-02.jpg"></p>
<p><a href="http://www.doc.govt.nz">www.greatwalks.co.nz/routeburn </a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-16/">Routeburn Track : เส้นทางเดินป่าสุดสวยที่นิวซีแลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-16/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
