<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อรรถเศรษฐ์ หมายหมั้น, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author484/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author484/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Jan 2021 10:46:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เมื่อ Walter Mitty บอกฉันให้หนีจากไทยไปผจญภัยที่ไอซ์แลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/journey-iceland/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรรถเศรษฐ์ หมายหมั้น]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jun 2019 08:49:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[นกพัฟฟิน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตก]]></category>
		<category><![CDATA[journey]]></category>
		<category><![CDATA[iceland]]></category>
		<category><![CDATA[นำเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ไอซ์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวไอซ์แลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=63803</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความรู้สึกของฉันสั่นไหวระริก ความเหงาและโหยหาการเดินทางทำใจเต้นรวนไปหมด ฉันนั่งทบทวนตัวเองในห้องเงียบๆ เสียงนกกระจอกตอนเช้าร้องจิ๊บๆ เหมือนจะบอกว่า ไปเถอะ จงเดินออกไป เดินทางตามหัวใ &#8230; ผัวะ !! เสียงไม้หน้าสามที่ฟาดมาตรงหัวของฉันนั่นเอง แฟนฉันเป็นคนฟาด ก่อนจะตะโกนด่าว่า “โอ้ย พร่ำเพ้อพรรณนาอะไรของมึง เหงามากมั้ง กูก็อยู่ข้างมึงเนี่ย” แต่แหม ด้วยความที่ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือบันทึกการเดินทางเยอะ หนังสือก็มักจะมีประโยคเด็ดๆ ในการเปิดเรื่อง เหมือนแบบทุกคนต้องมีสตอรี่ในการออกเดินทาง เพื่อที่จะไปตามหาตัวเอง ออกไปลืมความทรงจำบางอย่าง ทบทวนความฝันของชีวิต ฉันเลยอยากเกริ่นนำเท่ๆ แบบนั้นบ้าง แต่ตัดภาพมาที่ความเป็นจริง&#8230; ฉัน! ทำงาน! เหนื่อย! มาก! ฉัน! อยาก! เที่ยว! ก็แค่นี้เอง และฉันก็มีเงิน แล้วฉันก็อยากไป (ถึงจุดนี้ชาวนักอ่าน a day อาจจะเริ่มหมั่นไส้ มึงเอาอะไรมาลงให้อ่าน นี่มึงถึงขาลงจนต้องเชิญคนแบบนี้มาลงแล้วเหรอ ใจเย็นๆ จ้ะ ฉันจะบอกอะไรให้อีกอย่าง) ฉัน! ไป! กับ! แฟน! 2 คน! จ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/journey-iceland/">เมื่อ Walter Mitty บอกฉันให้หนีจากไทยไปผจญภัยที่ไอซ์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ความรู้สึกของฉันสั่นไหวระริก ความเหงาและโหยหาการเดินทางทำใจเต้นรวนไปหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันนั่งทบทวนตัวเองในห้องเงียบๆ เสียงนกกระจอกตอนเช้าร้องจิ๊บๆ เหมือนจะบอกว่า ไปเถอะ จงเดินออกไป เดินทางตามหัวใ &#8230;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผัวะ !!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เสียงไม้หน้าสามที่ฟาดมาตรงหัวของฉันนั่นเอง แฟนฉันเป็นคนฟาด ก่อนจะตะโกนด่าว่า “โอ้ย พร่ำเพ้อพรรณนาอะไรของมึง เหงามากมั้ง กูก็อยู่ข้างมึงเนี่ย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แหม ด้วยความที่ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือบันทึกการเดินทางเยอะ หนังสือก็มักจะมีประโยคเด็ดๆ ในการเปิดเรื่อง เหมือนแบบทุกคนต้องมีสตอรี่ในการออกเดินทาง เพื่อที่จะไปตามหาตัวเอง ออกไปลืมความทรงจำบางอย่าง ทบทวนความฝันของชีวิต ฉันเลยอยากเกริ่นนำเท่ๆ แบบนั้นบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ตัดภาพมาที่ความเป็นจริง&#8230;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉัน! ทำงาน! เหนื่อย! มาก! ฉัน! อยาก! เที่ยว! ก็แค่นี้เอง และฉันก็มีเงิน แล้วฉันก็อยากไป (ถึงจุดนี้ชาวนักอ่าน a day อาจจะเริ่มหมั่นไส้ มึงเอาอะไรมาลงให้อ่าน นี่มึงถึงขาลงจนต้องเชิญคนแบบนี้มาลงแล้วเหรอ ใจเย็นๆ จ้ะ ฉันจะบอกอะไรให้อีกอย่าง)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉัน! ไป! กับ! แฟน! 2 คน! จ้า แบบสวีตๆ เลย ไม่มีหรอกแบบว่าไปนั่งเหงา คุยกับคนแปลกหน้าแล้วออกเดินทางด้วยกัน ตกหลุมรักกัน พ่นคำคมเหมือนในหนังสือคำคมใส่กัน หรือเหมือนใน <em>กวน มึน โฮ</em> ไม่มี ฉันกับแฟนคือหวานๆ และเราสองคนจะไปไอซ์แลนด์ (จุดนี้นักอ่านก็เริ่มมองหา เอ๊ะ ปุ่มกดปิดอยู่ตรงไหนนะ ใจเย็นๆ อีกครั้งนะ ขอโอกาสให้ฉันนิดหนึ่ง)</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-63867 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-1.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-63869 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-3.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนถามฉันว่า ทำไมต้องไอซ์แลนด์ เท้าความว่าเมื่อปีที่แล้ว เราสองคนได้ไปเที่ยวฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี ด้วยความที่ตอนนั้นเราคิดว่าตัวเองชอบการดูศิลปะ ติสท์ๆ อย่างฉันจะต้องแฮปปี้กับการเสพศิลปะ ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ภาพเขียน รูปปั้น ถ้วย ไห หม้อต่างๆ ที่ปารีสและอิตาลีแน่นอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏว่าความเป็นจริงในตอนนั้นคือ ฉันไม่เข้าใจ ไปเจอคุณโมนา ลิซ่า ก็ &#8216;ว้าว! โมนา ลิซ่า&#8217; จบ ไปเจอคุณรูปปั้นเดวิดหรือรูปภาพดังๆ ก็ ‘ว้าว! สวยจัง’ จบ ไม่มีการคิดซับซ้อนอะไรทั้งนั้น แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่ตกตะกอนในวัยนี้ของฉันดันเป็นการติดใจการปีนเขา ดูภูเขา น้ำตก ให้ลมตีหน้าที่สวิตเซอร์แลนด์มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์นั้น วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาฉันกับแฟนเลยนั่งคุยกันว่าจะไปไหน ตอนนั้นอยู่ดีๆ ฉากใน <em>The Secret Life of Walter Mitty</em> ที่มิตตี้ไถสเกตบอร์ดมาตามภูเขาเขียวๆ ดำๆ ท้องฟ้าสีฟ้าเป็นพื้นหลังสวยๆ ก็แวบเข้ามา และคีย์เวิร์ดคำว่า &#8216;ไอซ์แลนด์&#8217; ก็เข้ามาในหัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งั้นไอซ์แลนด์เนี่ยแหละ!” ฉันบอกกับแฟนแบบนั้น</span></p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-63889 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-23.jpg" alt="Iceland" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-23-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-63871 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-5.jpg" alt="Iceland" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-5-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-5-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่เราไปเที่ยวเป็นช่วงใกล้ฤดูร้อนของไอซ์แลนด์พอดี เวลากลางวันยาวนานมาก พระอาทิตย์จะตกประมาณ 5 ทุ่มจนสักตี 3 พระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว แถมช่วงที่พระอาทิตย์ตกก็ไม่ได้มืดสนิท ดังนั้นตอนเรามาถึงสนามบินไอซ์แลนด์ตอน 5 ทุ่ม ไอซ์แลนด์จึงต้อนรับเราด้วยแสงแดดเบาๆ เหมือนแดดตอน 5 โมงเย็นในไทยอย่างไรอย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราขับรถเช่าตรงไปที่โรงแรม ระหว่างทางจากสนามบินไปยังตัวเมือง Reykjavík (เมืองหลวงของไอซ์แลนด์) ฉันว่ามันเป็นเหมือนอินโทรในการเที่ยวไอซ์แลนด์ได้อย่างดี เพราะระหว่างทางเต็มไปด้วยทุ่งลาวา สีดำตะปุ่มตะป่ำ ภูเขาสีน้ำตาล และก้อนหินต่างๆ ที่มีปั๊มน้ำมัน หรือตู้คอนเทนเนอร์ตั้งอยู่อย่างแปลกๆ จนฉันรู้สึกเหมือนขับรถอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่น ตอนนั้นสัมผัสใจตัวเองได้เลยว่า ทริปนี้คงมีอะไรให้เราสองคนตกใจอีกมากแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทริปนี้ฉันตัดสินใจเที่ยวรอบเกาะทุกส่วนของไอซ์แลนด์เป็นระยะทางกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร ดังนั้นใน 10 วันตลอดทริป ฉันวางแผนไว้เยอะมาก ทั้งดูน้ำตก ปีนเขา ดูนก ดูน้ำตก ดูหิน ดูน้ำตก ดูหิน ดูแมวน้ำ ดูน้ำตก ดูน้ำตก ดูน้ำตก ดูธารน้ำแข็ง ดูน้ำตก ดูน้ำตก &#8230;พอแล้ว! แต่เชื่อไหมคุณผู้อ่าน ชีวิตการท่องเที่ยวที่นี่ก็มีแค่นี้จริงๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63874 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-8.jpg" alt="Iceland" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-8-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-8-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63880 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-14.jpg" alt="Iceland" width="675" height="448" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-14-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-14-600x398.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63886 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-20.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะให้นิยาม ไอซ์แลนด์คือประเทศแห่งการดูน้ำตกที่แท้จริง ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะน่าเบื่อหรือเปล่า แต่เอาเข้าจริงแล้ว ครั้งนี้กลับเป็นทริปที่ไม่มีช่วงไหนน่าเบื่อเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้ำตกในแต่ละที่มีความสวยงามและน่าจดจำในแบบตัวมันเอง ทั้ง Bruarfoss น้ำตกสีฟ้าเตี้ยๆ น่ารัก หรือ Dynjandi น้ำตกที่มีหลายชั้นพร้อมน้ำเป็นเส้นริ้วบางๆ ใสๆ ไปจนถึงน้ำตกที่ทรงพลังที่สุดอย่าง Dettifoss ซึ่งตอนเดินทางขึ้นไป ฉันคิดในหัวตลอดเวลาว่านี่จะพาตัวเองมาตายที่นี่หรือเปล่า ที่นั่นหนาวมาก หิมะก็ตกหนัก ลมก็แรง ราวกับเสื้อฮีตเทค 2 ชั้นมีค่าเท่าแผ่นกระดาษทิชชู่ ที่สำคัญคือฉันไม่ได้พกถุงมือไป! (ก็คิดว่าฤดูร้อนแล้วคงไม่หนาวเท่าไหร่ หิมะคงไม่ตก ใช่ค่ะ ตัดภาพมาคือแทบแข็งตาย) แต่เชื่อไหม พอไปถึงตรงหน้า ฉันถึงกับอุทานว่า โอ้โห คุณพี่คะ มันช่างสวยและยิ่งใหญ่มาก สมแล้วที่เป็น The most powerful waterfall in Europe.</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63879 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-13.jpg" alt="Iceland" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-13-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63878 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-12.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือไปจากน้ำตก ฉันยังได้จำลองตัวเองเป็นนักสำรวจธรรมชาติแบบพี่ติ๊ก <em>เนวิเกเตอร์</em> ด้วยการไปดูแหล่งดูนก ซึ่งหนึ่งในนกตัวเด็ดที่เราจะดูเป็นสัตว์ประจำชาติของไอซ์แลนด์ นั่นก็คือนกพัฟฟิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พัฟฟินเป็นนกที่น่ารักมาก ตัวขาว-ดำแต่ปากใหญ่ป้อมสีส้มแดง เป็นนกไม่กี่ตัวที่เห็นแล้วต้องพูดเสียงสองว่า “น้องงงงง” แต่ที่ที่จะดูน้องได้คือสุดขอบตะวันตกของไอซ์แลนด์ ซึ่งต้องขับออกมาจากถนนเส้นหลักไกลมาก ดังนั้นวันที่จะไปดูเราจะไม่ได้ไปเที่ยวที่อื่นเลยนอกจากดูนกพัฟฟินอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเราขับรถออกจากที่พักติดกันยาวมาถึง 6 ชั่วโมง เราก็มาถึง Látrabjarg จุดชมนกที่เป็นหน้าผาสูงชันและมีนกมาทำรังอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก ช่วงแรกๆ ฉันเดินแถวหน้าผาอยู่นานแต่กลับหานกพัฟฟินไม่เจอ โชคดีมากๆ ที่มีชาวต่างชาติอยู่ข้างหน้าเราและชี้อะไรสักอย่างอยู่ ด้วยความเป็นคนชอบรู้เรื่องของชาวบ้าน ฉันเลยขอแอบเดินไปดูจนเจอนกพัฟฟินอยู่ 3 ตัวบริเวณนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63872 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-6.jpg" alt="Iceland" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-6-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราตื่นเต้นกันใหญ่ พี่ฝรั่งเล่าให้ฉันฟังว่า นกพัฟฟินเป็นสัตว์ที่น่ารักมากเลยนะ มันเป็นนกที่รักเดียวใจเดียวและจะกลับมาเจอคู่ของตัวเองที่นี่ทุกปีที่บ้านหลังเดิม แต่ขณะที่เรากำลังเอ็นดูน้องจากเรื่องราวที่เขาเล่า พี่ฝรั่งก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “แถมเนื้อมันยังอร่อยมากอีกด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หืม&#8230;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันถามเขากลับไปว่า นกพัฟฟินไม่ใช่สัตว์หายากหรอกเหรอ คุณพี่ฝรั่งตอบฉันว่า “โอ้ยยย พวก Greenpeace หรือ WHO ก็พูดไปงั้นแหละ ถ้าคุณขับรถไปหมู่บ้านข้างๆ คุณจะเจอว่ามีคนเลี้ยงมันด้วยซ้ำ คุณอยากถ่ายเซลฟี่ยังได้เลย บางคนเขามาขโมยไข่ตอนกลางคืน เพราะไข่ของมันก็อร่อยมาก คุณต้องลองนะ ส่วนอกนี่เนื้อเด็ดมากจริงๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง นี่ฉันขับมาตั้งไกลเพื่อวาดฝันจะได้เป็นพี่ติ๊ก <em>เนวิเกเตอร์</em> เลยนะ ทำไมพี่ถึงมาทำลายความฝันของน้องแบบนี้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63870 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-4.jpg" alt="Iceland" width="506" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-4.jpg 506w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-4-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-4-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 506px) 100vw, 506px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าว่ากันตามตรง สิ่งที่ไอซ์แลนด์สอนให้ฉันรู้คือความจริงที่ว่า สิ่งที่สวยงามมากๆ เกือบทุกอย่างต้องแลกมาด้วยความยากลำบากและการให้เวลากับมัน อย่างเช่น วันหนึ่งที่ฉันไปรอดูน้องแมวน้ำ ฉันกับแฟนก็ได้แต่ยืนมองเฉยๆ อยู่ริมหาดเป็นชั่วโมง สุดท้ายก็เห็นน้องอยู่ไกลๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ออกมารวมกันไม่ถึง 1 นาที แต่น่าแปลกใจที่เราก็ยังสุขใจที่จะได้เฝ้ามองมันแบบนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือบางน้ำตกที่ในรูปถ่ายคือสวยมาก แต่ความเป็นจริงคือเราต้องใช้เวลาเต็มวันในการขับรถออกไปและขับกลับ บางน้ำตกต้องเดินเท้า 4-9 กิโลเมตรบนทางที่ทั้งชัน ลื่น เป็นโคลน ข้ามแม่น้ำ และต้องปีนหินที่สูงกว่าเสียงของแม่มารายห์ แครีย์อีก แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นปลายทางที่เราเดิน น่าแปลกใจที่มันก็ทำให้เรารู้สึกหายเหนื่อยจริงๆ เพื่อนๆ ของฉันมักจะบอกว่ารูปถ่ายที่ไอซ์แลนด์ดูสวยเกินจริงมาก แต่ขอบอกนะว่าบางที่ที่เราไปมันสวยมากกว่านั้นอีก สวยจนรู้สึกว่าจะถ่ายรูปเก่งแค่ไหนก็ไม่มีวันที่จะเก็บความสวยงามของที่นี่ไปได้หมด บางที่ถึงจะลำบากมากจนไม่มีใครมาแถวๆ นั้นเลย แต่การที่ฉันและแฟนเหนื่อยเดินทางมาขนาดนี้ มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นเพียงคนไม่กี่คนที่จะได้เห็นความสวยงามที่พระเจ้าสร้างไว้ตรงหน้า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63887 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-21.jpg" alt="Iceland" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-21-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-21-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63885 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-19.jpg" alt="Iceland" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-19-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63884 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-18.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63875 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-9.jpg" alt="Iceland" width="675" height="446" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-9-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-9-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63876 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-10.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ด้วยความที่ว่าไอซ์แลนด์เป็นเกาะ สิ่งที่ตามมาคือเนื้อสัตว์หลักของไอซ์แลนด์ที่นำมาทานคือปลา แต่สำหรับฉัน ปลาทุกชนิดที่นี่อร่อยมาก ถ้าให้อธิบายแบบส่วนตัวคือมันต่างจากไทยตรงที่ปลาไอซ์แลนด์ไม่มีก้าง พอเราทานก็จะรู้สึกลื่นคอ สบายใจ ไม่ต้องกลัวก้างขวางคอใดๆ บาดคอของฉัน ส่วนใหญ่อาหารของเราเลยเป็นฟิชแอนด์ชิปส์ และด้วยความที่ฉันคิดไว้เสมอว่า การมาเที่ยวคือการมาเอนจอยชีวิตบ้านเขา ดังนั้นจะไม่มีการกินอยู่อย่างประหยัด เขาอยากเอาอะไรมาให้กินก็จะกิน มา! </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปลาค็อดสดๆ, ปลาลิ้นหมา, กุ้ง Langoustine, ปลา Halibut, ปลา Plaice, เนื้อกวางเรนเดียร์ หรือแกะไอซ์แลนด์ ชื่ออะไรแปลกๆ เอามา! เอามาให้หมด! ซึ่งพอกินแล้ว โดยส่วนตัวฉันอยากให้ทุกคนได้ไปกินจริงๆ นะ เพราะมันดีมาก (ก.ไก่ล้านตัว)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63883 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-17.jpg" alt="Iceland" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-17.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-17-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับฉัน ฉันว่าไอซ์แลนด์ไม่ใช่ประเทศแรกในยุโรปที่ควรมา ไอซ์แลนด์เหมาะกับการไปเห็นเมืองที่สวยและหรูหรามาก่อน แล้วค่อยมาเจอความงามแบบไอซ์แลนด์ที่หลุดโลก เศร้าๆ เหงาๆ เอาแต่ใจเหมือนหนังหว่อง กาไว หรือ Sofia Coppola เคว้งคว้างอะไรแบบนั้นมากกว่า เพราะไอซ์แลนด์สวยมากแต่ก็เศร้ามากด้วยเหมือนกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะรู้สึกประมาณว่า ฉันไม่เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ นี่คือโลกอีกใบที่พระเจ้าสร้างแยกออกมา พระเจ้าอยากจะลองเอาธารน้ำแข็งมาต่อกับภูเขา อีกด้านหนึ่งเป็นกองลาวา แต่เอ๊ะ ลาวาตรงนี้ปลูกมอสไปหน่อยละกัน ตรงนี้ให้มันหักหน่อยพร้อมน้ำตก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันกับแฟนจบทริปของเราที่บ่อแช่ Blue Lagoon ที่โด่งดังอันดับต้นๆ ของโลก ฉันว่ามันเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบมากๆ ที่เอามาใส่ในวันสุดท้ายของทริป เพราะแม้ว่าเราสองคนจะล้าจากการนั่งรถและเปลี่ยนที่นอนมาตลอด 10 คืน แต่พอได้แช่บ่อน้ำสีฟ้าที่อุ่นกำลังดี และได้อยู่ท่ามกลางอากาศเย็นๆ 7-8 องศา เรารู้เลยว่าทำไมเพื่อนทุกคนที่เคยมาถึงต้องบอกว่ามันเป็น ‘The MUST’ มากๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63888 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-22.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่แช่อยู่นั้น ฉันนึกถึงหนังเรื่อง <em>The Secret Life of Walter Mitty</em> ซึ่งในช่วงท้ายๆ ของหนัง มิตตี้ตามหาช่างภาพคนหนึ่งมาจนถึงเทือกเขาหิมาลัยและเจอเขากำลังรอถ่ายรูปเสือดาวหิมะอยู่ ด้วยความสงสัยมิตตี้จึงเอ่ยถามออกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อไหร่คุณจะถ่ายรูปมัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางครั้งผมก็ไม่ถ่าย ผมไม่ชอบให้กล้องเข้ามาขัดจังหวะ ผมแค่อยากมองอยู่อย่างนั้น อยู่ในช่วงเวลาเหล่านั้น เพราะความงามที่แท้จริงนั้นไม่เรียกร้องความสนใจ” ช่างภาพคนนั้นตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อืม ฉันเริ่มคิดว่า เอ๊ะ ถ้าย้อนกลับมาดูตัวเอง จากวันแรกจนถึงวันสุดท้าย ฉันถ่ายรูปมาประมาณหนึ่งล้านรูปได้แล้วจ้า! ผิดคอนเซปต์กับสิ่งที่พาเรามาถึงที่นี่จริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม ฉันก็คิดต่อนะว่าการที่เราถ่ายรูปไว้ก็ไม่ได้ทำให้ความงามของมันดูลดค่าลงไปหรอก เพราะเราต่างอยากมีสิ่งที่เตือนความจำถึงสถานที่ที่อยากจดจำไว้ทั้งนั้น อย่างรูปภาพที่ทุกท่านเห็นเหล่านี้ก็ทำให้ฉันหวนย้อนคิดถึงเรื่องราวดีๆ ตลอด 10 วันที่ผ่านมา คิดถึงประเทศที่เอาแต่ใจตัวเอง แต่เกือบทุกคนที่มาต่างก็ตกหลุมรักมันทั้งนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงฉัน คนที่กำลังนอนตีพุงอยู่ในบ่อน้ำแห่งนี้ด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-63882 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-16.jpg" alt="Iceland" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/iceland-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/journey-iceland/">เมื่อ Walter Mitty บอกฉันให้หนีจากไทยไปผจญภัยที่ไอซ์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Lady Bird : ทำไมชีวิตฉันธรรมดาขนาดนี้ พระเจ้าโกรธอะไรฉันปะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/movie-lady-bird/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/movie-lady-bird/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรรถเศรษฐ์ หมายหมั้น]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Feb 2018 01:06:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[Oscars 2018]]></category>
		<category><![CDATA[Lady Bird]]></category>
		<category><![CDATA[Oscars]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ออสการ์]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตมัธยม]]></category>
		<category><![CDATA[Recommended]]></category>
		<category><![CDATA[coming of age]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/movie-lady-bird/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับผม ช่วงวัยมัธยมเป็นช่วงเวลาที่ผมคิดถึงและโหยหามากที่สุดในชีวิต แม้มันจะเป็นวัยที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อกหักครั้งแรก ทะเลาะกับเพื่อนสนิท ผิดหวังกับการสอบไม่ติดคณะที่เราหวังไว้ วิตกกังวลกับการค้นหาตัวตนและสิ่งที่เราอยากจะเป็น แต่ในวัยนั้นเราต่างเต็มไปด้วยพลังงานที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ถึงจะล้ม แต่เราก็ลุกกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และท่ามกลางความเจ็บปวดเหล่านั้น ความบ้าของวัยรุ่นก็ทำให้เราหาหนทางที่จะมีความสุขกับสิ่งรอบตัวได้ และรักษาแผลที่เจ็บปวดอยู่นั้นให้เบาลงไปได้เสมอ Lady Bird เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นเรื่องหนึ่งที่เดินเรื่องอย่างฉับไวและคมคาย ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่กลมกล่อมระหว่างบทสนทนาเท่ๆ และการแสดงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันแพรวพราวของ Saoirse Ronan ที่พาตัวเองเข้าชิงตำแหน่งนักแสดงนำหญิงของเวทีออสการ์อีกครั้งในปี 2018 กับบทของ คริสทีน (ที่เธอ ได้ตั้งชื่อตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างเก๋ไก๋ว่า Lady Bird) สลัดคราบเด็กสาวชนบทพูดน้อยใน Brooklyn (2015) เป็นเด็กวัยรุ่นสุดแสบที่แสนจะหัวรั้นและทะเยอทะยาน เมื่อ Lady Bird พบว่าชีวิตของเธอมันช่างน่าเซ็ง อยู่ในครอบครัวที่แสนจะน่าเบื่อ และเมืองที่ทุกซอกทุกมุมเต็มไปด้วยคำว่าธรรมดา ทำให้เธออยากพาตัวเองไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในนิวยอร์ก เมืองที่เธอวาดฝันถึงความซิวิไลซ์และชีวิตที่ดีกว่านี้เอาไว้ แม้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ครอบครัวต้องตกที่นั่งลำบาก เพราะพ่อแม่ของเธอกำลังประสบปัญหาด้านการเงินอยู่ Lady Bird เป็นหนัง coming of age อีกเรื่องหนึ่งที่กวาดรางวัลมากมายในปี 2018 ทั้งรางวัล Best Musical or Comedy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-lady-bird/">Lady Bird : ทำไมชีวิตฉันธรรมดาขนาดนี้ พระเจ้าโกรธอะไรฉันปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับผม ช่วงวัยมัธยมเป็นช่วงเวลาที่ผมคิดถึงและโหยหามากที่สุดในชีวิต แม้มันจะเป็นวัยที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อกหักครั้งแรก ทะเลาะกับเพื่อนสนิท ผิดหวังกับการสอบไม่ติดคณะที่เราหวังไว้ วิตกกังวลกับการค้นหาตัวตนและสิ่งที่เราอยากจะเป็น แต่ในวัยนั้นเราต่างเต็มไปด้วยพลังงานที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ถึงจะล้ม แต่เราก็ลุกกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และท่ามกลางความเจ็บปวดเหล่านั้น ความบ้าของวัยรุ่นก็ทำให้เราหาหนทางที่จะมีความสุขกับสิ่งรอบตัวได้ และรักษาแผลที่เจ็บปวดอยู่นั้นให้เบาลงไปได้เสมอ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ladybird18.jpg" /></p>
<p><em>Lady Bird</em> เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นเรื่องหนึ่งที่เดินเรื่องอย่างฉับไวและคมคาย ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่กลมกล่อมระหว่างบทสนทนาเท่ๆ และการแสดงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันแพรวพราวของ <strong>Saoirse Ronan</strong> ที่พาตัวเองเข้าชิงตำแหน่งนักแสดงนำหญิงของเวทีออสการ์อีกครั้งในปี 2018 กับบทของ คริสทีน (ที่เธอ ได้ตั้งชื่อตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างเก๋ไก๋ว่า Lady Bird) สลัดคราบเด็กสาวชนบทพูดน้อยใน <em>Brooklyn</em> (2015) เป็นเด็กวัยรุ่นสุดแสบที่แสนจะหัวรั้นและทะเยอทะยาน เมื่อ Lady Bird พบว่าชีวิตของเธอมันช่างน่าเซ็ง อยู่ในครอบครัวที่แสนจะน่าเบื่อ และเมืองที่ทุกซอกทุกมุมเต็มไปด้วยคำว่าธรรมดา ทำให้เธออยากพาตัวเองไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในนิวยอร์ก เมืองที่เธอวาดฝันถึงความซิวิไลซ์และชีวิตที่ดีกว่านี้เอาไว้ แม้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ครอบครัวต้องตกที่นั่งลำบาก เพราะพ่อแม่ของเธอกำลังประสบปัญหาด้านการเงินอยู่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ladybird9.jpg" /></p>
<p><em>Lady Bird</em> เป็นหนัง coming of age อีกเรื่องหนึ่งที่กวาดรางวัลมากมายในปี 2018 ทั้งรางวัล Best Musical or Comedy Motion Picture ของ Golden Globe Awards ครั้งที่ 75 รวมทั้งได้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นหนังเต็มไปด้วยนักแสดงที่เราชอบมาก ทั้ง Saoirse Ronan ที่ได้กล่าวไป Timothée Chalamet ที่ในปีเดียวกันได้เข้าชิงรางวัลนำชายของออสการ์จาก <em>Call Me by Your Name</em> (2017) หรือ Lucas Hedges จาก <em>Manchester by The Sea</em> (2016) ซึ่งทุกคนรับหน้าที่ถ่ายทอดตัวละครของตัวเองได้ดีมากจนทำให้บรรยากาศของหนังเต็มไปด้วยยิ้มละมุนๆ แม้ว่าจะเป็นฉากที่เศร้าก็ตาม</p>
<p>แต่คนที่เราเซอร์ไพรส์กับการแสดงมากที่สุดคือ Laurie Metcalf ที่รับบทเป็นแม่ของ Lady Bird ที่ทำให้เราคิดถึงแม่ของเราขึ้นมาหลายครั้งระหว่างดู ด้วยการแสดงที่เป็นธรรมชาติ และรับรู้ถึงความเป็น ‘มนุษย์แม่’ จริงๆ ที่แม้ว่าจะขี้บ่น จู้จี้จุกจิก พูดจาทำร้ายจิตใจเราบ้าง แต่จุดประสงค์ของเขาก็เพื่ออยากจะให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น และภายใต้คำบ่นและต่อว่าก็เต็มไปด้วยความรักอยู่ทั้งนั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ladybird11.jpg" /></p>
<p>นอกจากจะเล่าถึงปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว หนังยังเล่าถึงปัญหาของวัยรุ่นไม่ว่าจะเป็นการไม่พอใจกับกลุ่มเพื่อนที่คบอยู่ การสร้างโปรไฟล์ปลอมๆ ขึ้นมาเพื่อให้ได้อยู่ในสังคมที่ดีขึ้นหรือเพื่อให้ใครสักคนตกหลุมรัก โดยมีฉากเบื้องหลังของปัญหาเหล่านี้เป็นช่วงที่อเมริกากำลังเผชิญกับเหตุการณ์ 9/11 ที่ทำให้ทัศนคติในการใช้ชีวิตของอเมริกันชนเปลี่ยนแปลงและตามมาด้วยผลกระทบหลายๆ ด้านอย่างปัญหาการเงินของครอบครัวคริสทีนเองก็มาจากเหตุการณ์นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ladybird1.jpg" /></p>
<p>มีหลายๆ ฉากในหนังที่ทำเราน้ำตาคลอไปจนถึงสะอึกสะอื้นในโรง ส่วนหนึ่งเรื่องราวในหนังอาจจะตรงกับชีวิตเราช่วงนี้ เราชอบถามตัวเองบ่อยๆ ว่า เราแค่อยากเป็นตัวของตัวเอง อยากทำงานในที่ที่ตัวเองชอบ อยากออกเดินทาง ทำอะไรที่เราอยากทำ เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำไมมันยากจังวะ? จนหลายครั้งเราเผลอโทษครอบครัวว่าทำไมไม่เกิดมาในบ้านที่รวยกว่านี้ ในครอบครัวที่ทำให้เรามีโอกาสมากกว่านี้ โดยเผลอลืมไปว่าเขาต้องเสียสละความฝัน ความสุขในชีวิต ที่เขาก็อาจจะอยากหนีชีวิตน่าเบื่อออกไปทำอย่างอื่นเหมือนกัน แต่เพราะเขารักเราและอยากเห็นเราเติบโตมาในทางที่ดีจึงต้องอดทนมาตลอด แม้อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เชื่อเถอะว่ามันอาจจะดีที่สุดแล้วที่เขาพอจะทำเพื่อเราได้</p>
<p><em>Lady Bird</em> เป็นหนังแทงใจคนห่วยๆ แบบเรา เราเข้าใจคริสทีนมากๆ เพราะเราเองก็เป็นเด็กค่าเฉลี่ย ไม่ใช่เด็กเรียนดีกิจกรรมเด่น หน้าตาดูดี จนเป็นที่จดจำของอาจารย์หรือเพื่อนในรุ่น เคยคิดถึงกับว่า พระเจ้าโกรธอะไรเราปะ ทำไมต้องทำให้เราเป็นคนธรรมดาขนาดนี้ เราก็แค่อยากเป็นคนที่น่าจดจำ อยากมีชีวิตที่ดี และถ่ายรูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กให้คนอื่นมาอิจฉาชีวิตเราบ้าง จนบางครั้งเราก็หลงไปพยายามทำตามคนนู้นคนนี้ หวังจะมีพื้นที่ที่คนอื่นจดจำแบบใครเขา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ladybird2.jpg" /></p>
<p>สุดท้ายเราก็ทำไม่ได้ สุดท้ายเราก็หนีตัวเองไปไม่พ้น เราไม่ใช่เขาที่จะทำแบบนั้นแล้วประสบความสำเร็จ</p>
<p>หลายครั้งที่เราลืมและมัวมองแต่ความสุขระยะสั้น จนลืมไปว่าเราได้อยู่ท่ามกลางคนที่เรารักเขาและเขาก็รักเรา แม้มันจะมีช่วงที่แย่และไม่เข้าใจกันบ้าง แต่สุดท้ายเราต่างก็ไม่เคยห่างกันไปไหน เราต่างช่วยประคับประคองกันไปและเราเองก็อยากทำตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อคนเหล่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ladybird15.jpg" /></p>
<p>เราทุกคนเคยมีหรือต่างก็มี Lady Bird อยู่ในตัวเอง เราต่างเคยเป็นลูกนกที่ต้องผละออกจากรังแสนสบายลองออกบินด้วยตัวเอง ช่วงแรกๆ เราคงอยากจะบินไปทุกหนทุกแห่งเท่าที่แรงจะบินไปได้ แต่สุดท้ายก็เผลอพลัดหลงไปไกลไหนต่อไหน และคิดถึงการกลับมาอยู่ในรังที่แสนจะปลอดภัยของเราในที่สุด</p>
<p>สุดท้ายพวกเราทุกคนก็คงต้องสู้กันต่อไป และยอมรับว่าชีวิตเราส่วนใหญ่ก็มักไม่เป็นไปตามที่เราหวังไว้ ดีที่สุดของเรามันอาจจะเป็นได้แค่นี้ เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามทำตัวเองให้ดีขึ้นทีละนิด และได้แต่ภาวนาว่าโลกจะไม่ร้ายกับเรามากไปกว่านี้ก็เท่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><em><br />
Lady Bird กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งในวันที่ 28 มกราคม 2564</em></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> <a href="http://www.imdb.com/title/tt4925292/" target="_blank" rel="noopener">IMDb</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-lady-bird/">Lady Bird : ทำไมชีวิตฉันธรรมดาขนาดนี้ พระเจ้าโกรธอะไรฉันปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/movie-lady-bird/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Post : เสรีภาพของสื่อ คือเสรีภาพของประชาชน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/movie-thepost/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/movie-thepost/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรรถเศรษฐ์ หมายหมั้น]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Feb 2018 03:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[Tom Hanks]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[The New York Times]]></category>
		<category><![CDATA[The Post]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว The Post]]></category>
		<category><![CDATA[Steven Spielberg]]></category>
		<category><![CDATA[Meryl Streep]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/movie-thepost/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Director: Steven Spielberg Region: USA Genre: Drama / Thriller มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกผมไว้ว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีคือการรับผิดชอบคำพูดของเราเมื่อได้กล่าวมันออกไป แต่ถ้าเราได้รับหน้าที่ในการพูดความจริงที่ใครต่างก็ไม่กล้าพูด และการบอกสิ่งนั้นออกไปอาจตามมาด้วยปัญหามากมายที่คาดเดาไม่ได้ เราจะกล้าพูดสิ่งนั้นและอยากจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เราพูดออกไปอยู่มั้ย ช่วงต้นปีของทุกปี ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอดูหนังมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงทยอยประกาศผลรางวัลต่างๆ ให้กับภาพยนตร์และนักแสดงที่ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจ ซึ่งรางวัลที่มีคนพูดถึงและยิ่งใหญ่มากที่สุดรางวัลหนึ่งก็คือรางวัลออสการ์ และ The Post ก็เป็นหนังที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในการประกาศผลรางวัลในปีนี้ เพราะเป็นการเจอกันครั้งแรกของนักแสดงมากฝีมือ ทั้งเมอรีล สตรีป (Meryl Streep) และทอม แฮงก์ (Tom Hanks) ที่ต่างเคยคว้ารางวัลนี้มาแล้ว แถมหนังยังตกอยู่ในมือของผู้กำกับพ่อมดแห่งวงการหนังอย่างสตีเว่น สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) อีก ซึ่งก็เป็นไปตามคาด The Post ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ถึง 2 รางวัล คือ Best Picture และ Actress in a Leading Role The Post [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-thepost/">The Post : เสรีภาพของสื่อ คือเสรีภาพของประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Director: </strong>Steven Spielberg<br />
<b style="background-color: initial;">Region: </b>USA<br />
<b style="background-color: initial;">Genre: </b>Drama / Thriller</p>
<p>มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกผมไว้ว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีคือการรับผิดชอบคำพูดของเราเมื่อได้กล่าวมันออกไป แต่ถ้าเราได้รับหน้าที่ในการพูดความจริงที่ใครต่างก็ไม่กล้าพูด และการบอกสิ่งนั้นออกไปอาจตามมาด้วยปัญหามากมายที่คาดเดาไม่ได้ เราจะกล้าพูดสิ่งนั้นและอยากจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เราพูดออกไปอยู่มั้ย</p>
<p>ช่วงต้นปีของทุกปี ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอดูหนังมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงทยอยประกาศผลรางวัลต่างๆ ให้กับภาพยนตร์และนักแสดงที่ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจ ซึ่งรางวัลที่มีคนพูดถึงและยิ่งใหญ่มากที่สุดรางวัลหนึ่งก็คือรางวัลออสการ์ และ <em>The Post</em> ก็เป็นหนังที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในการประกาศผลรางวัลในปีนี้ เพราะเป็นการเจอกันครั้งแรกของนักแสดงมากฝีมือ ทั้งเมอรีล สตรีป (Meryl Streep) และทอม แฮงก์ (Tom Hanks) ที่ต่างเคยคว้ารางวัลนี้มาแล้ว แถมหนังยังตกอยู่ในมือของผู้กำกับพ่อมดแห่งวงการหนังอย่างสตีเว่น สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) อีก ซึ่งก็เป็นไปตามคาด <em>The Post</em> ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ถึง 2 รางวัล คือ Best Picture และ Actress in a Leading Role</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1260.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1093.jpg" /></p>
<p><em>The Post</em> เป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงในช่วงต้นยุค 70 เมื่อแคทเธอรีน เกรแฮม (Katharine Graham) หรือเคย์ รับบทโดยเมอรีล สตรีป ต้องมารับช่วงดูแลกิจการหนังสือพิมพ์<em> The Washington Post </em>ต่อจากสามีที่ได้เสียชีวิตไป และต้องรับมือกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดเมื่อเบน แบรดลี (Ben Bradlee) รับบทโดยทอม แฮงก์ บรรณาธิการของ <em>The Washington Post</em> ต้องการจะ &#8216;ตีพิมพ์&#8217; Pentagon Papers ซึ่งเป็นเอกสารลับที่เปิดเผยว่าสหรัฐอเมริกามีส่วนร่วมในสงครามเวียดนามมานานมากแล้ว ซึ่งรัฐบาลได้พยายามปกปิดเรื่องนี้กับประชาชนมาโดยตลอด แต่การตีพิมพ์เอกสารลับนั้นมีเดิมพันสูงมากที่อาจเป็น ‘ภัยต่อความมั่นคงของชาติ’ และทำให้ทีมงานหลายคนในบริษัทมีสิทธิ์เข้าคุกเข้าตาราง</p>
<p>ด้วยความรักในการทำงานหนังสือพิมพ์ คำถามผุดขึ้นในใจของเคย์ว่าหน้าที่สื่อที่ต้องตีแผ่ความจริงให้ทุกคนได้เห็น ไม่ใช่การโดนปิดหูปิดตาไปอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันไม่ใช่หรือ การตัดสินใจว่าจะตีพิมพ์ Pentagon Papers หรือไม่ จึงเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่มากเกินกว่าที่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจะรับได้</p>
<p>ตัวหนังช่วงแรกๆ อาจจะเดินเรื่องช้าและเต็มไปด้วยบทสนทนาพร้อมกับชื่อตัวละครจำนวนมากจนเราตามไม่ทันบ้าง แต่พอมาถึงกลางเรื่องที่เครื่องติดแล้ว ผมพบว่าตัวเองหายใจไม่ทั่วท้องและละสายตาจากหนังไปไม่ได้เลย ความเข้มข้น บีบคั้นหัวใจ ฮึกเฮิม และปลาบปลื้มใจ ถาโถมเข้ามาเต็มๆ ในช่วงหลังของหนัง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1175.jpg" /></p>
<p>เมอรีลรับบทของเคย์ได้อย่างน่าประทับใจด้วยบทที่นิ่งและลึกมากขึ้น การรับบทเป็นหญิงสาวที่ไม่ได้ทำงานเก่งอะไร แต่ก็พยายามประคับประคองบริษัทไปให้ได้ดีที่สุดเท่าที่เธอทำได้ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยข้อกังขาจากเพื่อนร่วมงานและความกดดันจากสถานการณ์บีบคั้น ทุกสายตา ทุกการเคลื่อนไหวของเธอได้ออกแบบและสร้างความหมายจากความรู้สึกลึกซึ้งผ่านภาษากายเหล่านั้นออกมาได้อย่างละเอียดลออและน่าขนลุกมากๆ การแสดงของเมอรีลที่แตกต่างกับตัวตนจริงๆ ของเธอเอามากๆ และเป็นการแสดงที่น้อยแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดในแต่ละฉากนี่แหละที่ทำให้เราอดใจไม่ได้เลยที่จะช่วยเชียร์ให้เธอได้รางวัลในปีนี้อีกครั้ง</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่มีเสน่ห์อย่างมากในหนัง คือการเล่าเรื่องที่ทำให้คนนอกวงการอย่างเราได้รู้วิธีการทำงานของสื่อสิ่งพิมพ์สมัยก่อน ตั้งแต่การประชุมคัดเลือกพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง การร่างเนื้อหาและออกแบบเอาต์ไลน์หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ไปจนถึงรายละเอียดขั้นตอนวิธีการพิมพ์ ที่สปีลเบิร์กทำภาพออกมาเล่าเรื่องให้ดูแล้วเพลิดเพลินและรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของสื่อสิ่งพิมพ์สมัยก่อน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/298.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1922.jpg" /></p>
<p>จากความร้อนระอุทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นในประเทศเราเองหรือสถานการณ์ทั่วโลก ก็เรียกได้ว่า <em>The Post</em> เป็นหนังที่ออกมาได้ถูกจังหวะเวลา ตัวสปีลเบิร์กเองก็ต้องการสื่อสารความเห็นทางการเมืองออกมาผ่านการทำหนังเรื่องนี้ เขาเคยให้สัมภาษณ์ติดตลกไว้ว่า “ผมไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวกับทรัมป์ นี่คือหนทางของผมในการตอบโต้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น” และ “ผมไม่ทวีต ผมถ่ายหนัง”</p>
<p>เมื่อดูหนังจบแล้ว ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงเกิดคำถามในใจว่า ทุกวันนี้สื่อมวลชนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีหรือยัง เพราะจริงๆ แล้ว ถึงแม้สื่อจะมีเพียงแค่หมึกพิมพ์และกระดาษ แต่สิ่งเหล่านั้นก็มากพอที่จะเป็นอำนาจเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้</p>
<p>ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกลางปี 2017 เมื่อ <em>The New York Times</em> ได้อุทิศหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เพื่อพิมพ์คำโกหกของโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงการตีพิมพ์ครั้งนั้นจะไม่ได้สร้างการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เริ่มทำให้คนตระหนักถึงความไม่เอาไหนของผู้นำประเทศตัวเอง ซึ่งพอย้อนกลับมามองประเทศไทยแล้วก็ได้แต่ถอนใจที่สื่อของเราไม่ได้ทำหน้าที่นั้นได้ดีมากนัก</p>
<p>ในขณะที่สื่อต่างประเทศนั้นตีข่าวเรื่อง ‘นาฬิกาเจ้าปัญหา’ กันอย่างครึกโครม สื่อส่วนหนึ่งในประเทศยังคงสนใจเรื่องรักๆ เลิกๆ ของดารานักร้อง หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประหลาดๆ ที่ช่วยให้ชาวบ้านได้ตีเลขเด็ดในแต่ละงวด เรามองว่าเหตุผลหนึ่งก็เพื่อความอยู่รอดของสื่อเองที่คงไม่กล้าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับอำนาจบางอย่าง ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้และสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยข่าวการจับกุมกลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องความเห็นต่าง การพาตัวเองเข้าไปนอนในคุกก็อาจจะไม่คุ้มกับการเขียนข่าวเหล่านั้นสักเท่าไหร่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2219.jpg" /></p>
<p>แม้ว่าตอนจบของ <em>The Post</em> จะสร้างแรงฮึกเหิมและความหวังในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเปิดเผยเรื่องราวที่ไม่ถูกต้องในประเทศเราขึ้นมาบ้าง แต่ความหวังเหล่านั้นเมื่อทบทวนดูดีๆ ก็ยิ่งทำให้เราได้แต่ท้อใจกับอนาคตของประเทศมากไปกว่าเดิม ตั้งแต่การจับกุมกลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องความเห็นต่าง การบล็อกเว็บข่าวของสำนักพิมพ์ชื่อดังต่างประเทศ (ที่ดูเหมือนจะตีแผ่ข้อเท็จจริงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมากว่าสำนักข่าวในประเทศเรา) หรือแม้กระทั่งการที่ผู้นำประเทศออกปากด้วยตัวเองให้เลิกถามคำถาม และพูดแกมบังคับให้หยุดทำข่าวเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็ยิ่งทำให้เราหมดหวังในการถามหาเสรีภาพ ออกความเห็น และตรวจสอบการกระทำของรัฐบาลในประเทศเรามากขึ้นทุกที</p>
<p>ที่แย่ไปกว่านั้นคือทุกคนจะค่อยๆ ชินชากับประโยคที่ว่า ‘อย่าไปยุ่งกับเขาเลย อย่าไปทำข่าวเรื่องนี้เลย อันตรายซะเปล่า&#8217; จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าในอนาคต สื่อของประเทศเราก็คงไม่สามารถแตะต้องสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ ทั้งที่ความจริงแล้ว <strong>สื่อคือฟันเฟืองสำคัญที่จะย้ำเตือน ‘สิ่งที่ถูกต้องและควรจะเป็น’ ให้กับคนในประเทศได้ดีที่สุด</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/366.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end133.png" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-thepost/">The Post : เสรีภาพของสื่อ คือเสรีภาพของประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/movie-thepost/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
