<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปิยะดา ปริกัมศีล, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author466/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author466/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 07:57:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>“เพราะเรื่องของคนไร้บ้าน เป็นเรื่องของเราทุกคน” &#8211; อนรรฆ พิทักษ์ธานิน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-anak-penguinhomeless/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/people-anak-penguinhomeless/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะดา ปริกัมศีล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Dec 2017 01:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[คนไร้บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[penguin homeless]]></category>
		<category><![CDATA[ปู]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/people-anak-penguinhomeless/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณขอพรให้ ‘คนไร้บ้าน’ ได้ 1 ข้อ คุณจะขออะไรให้แก่พวกเขา? ชายหนุ่มมากความสามารถพร้อมด้วยบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือเกินอายุ เดินตรงดิ่งเข้ามาในร้านกาแฟด้วยท่าทีเป็นห่วงว่าจะทำให้พวกเรารอนานเกินไป เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำแขนสั้น ปาดเหงื่อพร้อมถอนหายใจหนึ่งเฮือกแล้วกล่าวว่า &#8220;พร้อมแล้ว สัมภาษณ์เลย&#8221; แต่ก่อนการพูดคุยจะเริ่มขึ้น ช่างภาพตัดสินใจชวนชายหนุ่มออกไปเดินเล่นถ่ายภาพก่อนที่แสงยามเย็นจะหมดลง ราวกับนักสำรวจ เราสามคน นักเขียน ช่างภาพ และชายหนุ่ม กำลังเดินบนถนนสายเดียวกันท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น อนรรฆ พิทักษ์ธานิน คือชายหนุ่มอายุ 32 ปี ผู้กำลังสวมหมวกอย่างน้อย 3 ใบ ทั้งอาจารย์พิเศษ ผู้จัดการแผนงานวิชาการเกี่ยวกับคนไร้บ้าน และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ ในวันที่เจอกัน อนรรฆดูกระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยพลังเช่นเคย ชายหนุ่มยืนกอดอกด้วยความมั่นใจแถมท้ายด้วยการชวนพวกเราขึ้นไปเก็บภาพบนดาดฟ้า เผื่อว่าจะได้มุมมองที่ต่างออกไป พอถึงเวลาอันสมควร กำแพงน้ำแข็งที่ก่อตัวเริ่มละลาย เราก็พร้อมที่จะทำความรู้จักกับ ‘ตัวตน’ ของชายคนนี้ อุปนิสัยกล้าคิดกล้าทำแสดงผ่านน้ำเสียงที่ดังฟังชัด แววตาที่สู้ไม่ถอย เหมาะกับการเป็นหัวโจกหรือหัวหน้าขบวนการอะไรบางอย่างที่ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของคนหมู่มาก อนรรฆเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวาทศิลป์แถมยังมีอารมณ์ขัน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็จริงจังและจริงใจกับสิ่งที่ทำอยู่เสมอ เขาเริ่มต้นเล่าเรื่องจิปาถะและวกกลับมาตอบคำถามที่เราถามไปว่า การทำงานเพื่อสังคมทำให้ตัวตนของคุณเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ &#8220;ประเด็นของคนทำงานสังคมส่วนใหญ่ ต้องตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบ รีเช็กตัวเองตลอดว่าเราทำเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร สังคมจะได้ประโยชน์อะไรจากงานของเรา และ &#8216;ทิศทาง&#8217; ที่เราเดินไปข้างหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-anak-penguinhomeless/">“เพราะเรื่องของคนไร้บ้าน เป็นเรื่องของเราทุกคน” &#8211; อนรรฆ พิทักษ์ธานิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หากคุณขอพรให้ ‘คนไร้บ้าน’ ได้ 1 ข้อ คุณจะขออะไรให้แก่พวกเขา?</strong></p>
<p>ชายหนุ่มมากความสามารถพร้อมด้วยบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือเกินอายุ<br />
เดินตรงดิ่งเข้ามาในร้านกาแฟด้วยท่าทีเป็นห่วงว่าจะทำให้พวกเรารอนานเกินไป<br />
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำแขนสั้น<br />
ปาดเหงื่อพร้อมถอนหายใจหนึ่งเฮือกแล้วกล่าวว่า &#8220;พร้อมแล้ว สัมภาษณ์เลย&#8221;<br />
แต่ก่อนการพูดคุยจะเริ่มขึ้น ช่างภาพตัดสินใจชวนชายหนุ่มออกไปเดินเล่นถ่ายภาพก่อนที่แสงยามเย็นจะหมดลง<br />
ราวกับนักสำรวจ เราสามคน นักเขียน ช่างภาพ และชายหนุ่ม<br />
กำลังเดินบนถนนสายเดียวกันท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/homeless7.jpg" /></p>
<p><strong>อนรรฆ พิทักษ์ธานิน</strong><br />
คือชายหนุ่มอายุ 32 ปี ผู้กำลังสวมหมวกอย่างน้อย 3 ใบ ทั้งอาจารย์พิเศษ<br />
ผู้จัดการแผนงานวิชาการเกี่ยวกับคนไร้บ้าน และบรรณาธิการสำนักพิมพ์<br />
ในวันที่เจอกัน อนรรฆดูกระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยพลังเช่นเคย<br />
ชายหนุ่มยืนกอดอกด้วยความมั่นใจแถมท้ายด้วยการชวนพวกเราขึ้นไปเก็บภาพบนดาดฟ้า<br />
เผื่อว่าจะได้มุมมองที่ต่างออกไป พอถึงเวลาอันสมควร<br />
กำแพงน้ำแข็งที่ก่อตัวเริ่มละลาย เราก็พร้อมที่จะทำความรู้จักกับ ‘ตัวตน’<br />
ของชายคนนี้</p>
<p>อุปนิสัยกล้าคิดกล้าทำแสดงผ่านน้ำเสียงที่ดังฟังชัด<br />
แววตาที่สู้ไม่ถอย<br />
เหมาะกับการเป็นหัวโจกหรือหัวหน้าขบวนการอะไรบางอย่างที่ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของคนหมู่มาก<br />
อนรรฆเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวาทศิลป์แถมยังมีอารมณ์ขัน แต่ในขณะเดียวกัน<br />
เขาก็จริงจังและจริงใจกับสิ่งที่ทำอยู่เสมอ<br />
เขาเริ่มต้นเล่าเรื่องจิปาถะและวกกลับมาตอบคำถามที่เราถามไปว่า <strong>การทำงานเพื่อสังคมทำให้ตัวตนของคุณเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่</strong></p>
<p>&#8220;ประเด็นของคนทำงานสังคมส่วนใหญ่<br />
ต้องตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบ รีเช็กตัวเองตลอดว่าเราทำเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร<br />
สังคมจะได้ประโยชน์อะไรจากงานของเรา และ &#8216;ทิศทาง&#8217; ที่เราเดินไปข้างหน้า<br />
เรามาถูกทางหรือเปล่า”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/homeless4.jpg" /></p>
<p>คำตอบของอนรรฆระหว่างการพูดคุยที่เราจำขึ้นใจ<br />
เนื่องจากเขาพูดถึงความสำคัญของการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านด้วยเหตุผลที่ว่า<br />
คนไร้บ้านเปรียบได้กับตัวชี้วัด (indicator) ปัญหาสังคมในหลากหลายแง่มุม<br />
ทั้งยังสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ</p>
<p>“ถ้าประเทศไหน<br />
เมืองไหนมีจำนวนคนไร้บ้านสูง ส่วนหนึ่งแสดงว่าสวัสดิการในประเทศเริ่มมีปัญหา เริ่มมีความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ถามว่าทำไมเราต้องมาสนใจความเหลื่อมล้ำ<br />
ก็เพราะว่าความเหลื่อมล้ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ<br />
แสดงถึงช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่เพิ่มขึ้น<br />
ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตต่อไปไม่ได้ในระยะยาว<br />
กำลังซื้อและการใช้จ่ายจะน้อยลง<br />
เพราะแค่เอาตัวรอดในชีวิตก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก ดังนั้น<br />
มันจึงเป็นเรื่องของทุกคน”</p>
<p>เราตั้งคำถามถึงต้นทางที่ทำให้อนรรฆหันมาสนใจประเด็น<br />
‘คนไร้บ้าน’ ชายหนุ่มนั่งคิด<br />
ทอดสายตามองลอดแว่นกรอบดำไปที่ผนังฝั่งตรงข้าม<br />
เล่าย้อนกลับไปสมัยยังเป็นนักศึกษาปริญญาตรี คณะโบราณคดี ภาควิชามานุษยวิทยา<br />
มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยนิสัยรักการอ่าน ทำให้เขาได้พบกับหนังสือ <em>โลกของคนไร้บ้าน</em> เขียนโดย ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา นับเป็นประสบการณ์แรก ๆ ที่อนรรฆเริ่มสนใจเสียงเล็ก ๆ ของคนชายขอบ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/homeless1.jpg" /></p>
<p>จากนั้นหลังจบปริญญาโท<br />
คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />
อนรรฆได้รับการชักชวนให้ร่วมงานกับกลุ่มเครือข่ายวิชาการเพื่อสังคมเป็นธรรม<br />
ทำให้เขาเริ่มขยายขอบเขตความสนใจและองค์ความรู้ไปในภาคประชาสังคม<br />
ประกอบกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)<br />
เห็นความสำคัญของประเด็นคนไร้บ้านและต้องการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านเพื่อสร้างฐานข้อมูลพื้นฐาน<br />
(Baseline Data) ในการวางแผนขับเคลื่อนและการทำงานในอนาคต<br />
อนรรฆจึงได้เข้ามาร่วมในส่วนนี้<br />
ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่แผนงานพัฒนาองค์ความรู้คนไร้บ้านในเวลาต่อมา</p>
<p>การทำงานพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับคนไร้บ้าน<br />
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส.<br />
ทำให้อนรรฆซึ่งเป็นผู้จัดการแผนงานฯ ได้พบปะและใกล้ชิดกับผู้คนที่มีความหลากหลาย<br />
รวมถึงรับรู้ความเชื่อมโยงของปัญหาสังคมที่สังเกตจากเสียงเล็ก ๆ<br />
ของคนไร้บ้านมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/homeless2.jpg" /></p>
<p><strong>คนไร้บ้านคือใคร</strong></p>
<p>“เราค้นพบว่าคนไร้บ้านส่วนใหญ่คือผู้ชายวัยกลางคน<br />
ที่มีหน้าที่การงานไม่มั่นคง ตรงนี้เป็น ‘โจทย์ใหญ่’<br />
ในการเชื่อมโยงกับประเด็นอื่นในสังคมได้”</p>
<p>“อย่างกลุ่มคนงานที่มีอายุช่วง<br />
40 &#8211; 50 ปี จะเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการจ้างงาน รวมถึงปัญหาสุขภาพ<br />
ทำให้เหล่านายจ้างเริ่มบีบให้ลาออกด้วยหลายปัจจัย<br />
กลุ่มชายวัยกลางคนเหล่านี้จะมีปัญหาชีวิต ทั้งความเครียดและความกดดัน<br />
ทำให้ท้ายที่สุดพวกเขาไม่มีทางเลือก และพวกเขาส่วนหนึ่งต้องออกมาใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ กลายเป็น ‘คนไร้บ้าน’<br />
อย่างเลือกไม่ได้”</p>
<p>“อย่างกรณีหนึ่ง<br />
มีชายวัยกลางคนที่ทำงานรับเหมาก่อสร้าง แต่เกิดประสบอุบัติเหตุ<br />
ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ ปกติทำงาน 7 วัน ในช่วงที่ร่างกายไม่สมบูรณ์<br />
เขาอาจทำงานได้แค่ 3 วัน คนกลุ่มนี้มีเงินเก็บ แต่พอหยุดงาน<br />
รักษาตัวอยู่ในห้อง เงินเก็บเริ่มร่อยหรอ จากที่เคยเช่าห้องดี ๆ<br />
กลายมาเป็นห้องเช่าราคาถูก และสุดท้ายกลายมาเป็นคนไร้บ้าน<br />
เพราะจ่ายค่าเช่าห้องไม่ไหว ประกอบกับคนกลุ่มนี้ย้ายมาจากต่างจังหวัด<br />
ไม่มีญาติอยู่ในเมืองหลวง สิ่งนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ<br />
เราต้องตอบสังคมให้ได้ เพราะการที่สังคมมีคนไร้บ้านเป็น ‘สัญญาณเตือน’<br />
อะไรบางอย่าง เราต้องหันมามองเรื่องการจัดระบบสวัสดิการสังคม (social welfare) หรือหลักประกันสังคม (social security)<br />
ที่สามารถเข้าถึงคนกลุ่มนี้<br />
ท้ายที่สุดคนในสังคมควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีมาตรฐาน เป้าหมายเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น และยังไงโลกนี้ก้อยังมีคนไร้บ้านแต่จะทำยังไงให้พวกเขากลับเข้าสู่สังคมเข้าสู่ระบบเดิมได้เร็วที่สุดด้วยกลไกการช่วยเหลือของรัฐ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/homeless3.jpg" /></p>
<p><strong>สิ่งที่น่าคิดต่อไปคือ ทำอย่างไรให้คนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาหรือสร้างความเข้าใจกับคนไร้บ้าน</strong></p>
<p>อนรรฆพูดกับเราด้วยประโยคภาษาอังกฤษที่พอเข้าใจความหมายได้ว่า<br />
มันคือการสร้าง ‘สะพาน’ เพื่อข้ามช่องว่างทางสังคม ทำให้หนุ่มสาวออฟฟิศ<br />
ชนชั้นกลาง หรือชนชั้นนำในสังคม สามารถเข้ามามีส่วนร่วม เข้าใจ<br />
หยิบยื่นโอกาสและความเท่าเทียมให้กับคนไร้บ้าน<br />
พื้นที่หรือบทสนทนาในสังคมเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างการปะทะสังสรรค์<br />
หรือการพูดคุยเพื่อสื่อสารถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน</p>
<p><strong>สุดท้ายนี้&#8230;หากคุณขอพรให้ ‘คนไร้บ้าน’ ได้ 1 ข้อ คุณจะขออะไรให้แก่พวกเขา</strong></p>
<p>“เราคงขอให้ประเทศไทยมีสวัสดิการที่เพียงพอสำหรับพวกเขา<br />
ความจริงอาจจะไม่ใช่เพียงคนไร้บ้าน แต่เป็นคนทุกกลุ่ม<br />
ให้มีสวัสดิการที่เพียงพอ<br />
ขอให้เขามีสิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการได้อย่างครบถ้วน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/homeless6.jpg" /></p>
<p>อนรรฆทิ้งท้ายว่า<br />
“ชีวิตเราต้องเจอปัญหา ถึงเราควบคุมมันไม่ได้ แต่เราจะมีทางออก<br />
เราจะมีวิธีการบางอย่างที่เป็นไปได้<br />
ช่วงที่ผ่านมาเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วค่อนข้างชอบคำพูดหนึ่ง&#8230;”<br />
ชายหนุ่มก้มหน้ากดมือถือ<br />
สักพักในกล่องข้อความเฟซบุ๊กของผู้เขียนก็เด้งตัวอักษรภาษาอังกฤษขึ้นมา<br />
นี่คือสิ่งที่อนรรฆมอบให้นักอ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้</p>
<blockquote><p>“Time<br />
is like a river that carries us forward into encounters with reality<br />
that require us to make decisions. We can’ t stop our movement down this<br />
river and we can’ t avoid those encounters. We can only approach them<br />
in the best possible way.”</p></blockquote>
<p style="text-align: right;"><em> Ray Dalio</em></p>
<p>หวังว่าเรื่องราวเกี่ยวกับ<br />
‘คนไร้บ้าน’ จะทำให้ผู้อ่านฉุกคิดและมองสังคมในมุมมองที่เปลี่ยนไป<br />
ลองเริ่มต้นจากเข้าเว็บไซต์ penguinhomeless.com<br />
เพื่อติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของคนไร้บ้าน<br />
มีกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดของคนทำงานในหลายแขนงที่มารวมตัวกันเพื่อผลักดันประเด็นนี้สู่ความสนใจและตระหนักรู้ของสังคม</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-anak-penguinhomeless/">“เพราะเรื่องของคนไร้บ้าน เป็นเรื่องของเราทุกคน” &#8211; อนรรฆ พิทักษ์ธานิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/people-anak-penguinhomeless/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตามไปดูอนุสรณ์สถานแห่งความรักของคุณหญิงกีรติที่นิทรรศการ  Museum of Kirati</title>
		<link>https://adaymagazine.com/going-museum-kirati/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/going-museum-kirati/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะดา ปริกัมศีล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Nov 2017 05:36:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Museum of Kirati]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสรณ์สถานแห่งความรักของคุณหญิงกีรติ]]></category>
		<category><![CDATA[จะเข้-จุฬญาณนนท์ ศิริผล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้างหลังภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กีรติ]]></category>
		<category><![CDATA[นพพร]]></category>
		<category><![CDATA[ปรี]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีบูรพา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/going-museum-kirati/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนที่ติดตามนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของ BANGKOK CITYCITY GALLERY อาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมทันสมัยที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ทั้งลักษณะเชิงโครงสร้าง (structure) และรูปแบบการใช้งาน (function) จาก ‘แกลเลอรี’ กลายเป็น ‘มิวเซียม’ หรือพิพิธภัณฑ์ เราเริ่มต้นจากการลอบสังเกตภายนอกตัวอาคาร ทั้งตัวอักษรสีขาวนูน ปรากฏชื่อของมิวเซียมและโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ที่อุปโลกน์ว่า ณ ขณะนี้ มิวเซียมแห่งนี้กำลังจัดนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่ 1 รวมถึงพี่ๆ น้องๆ สตาฟฟ์ในแกลเลอรีที่ต้องเปลี่ยนมาแต่งชุดพนักงานของมิวเซียมอีกด้วย! มิวเซียมที่ว่านี้ก็คือ Museum of Kirati หรือ อนุสรณ์สถานแห่งความรักของคุณหญิงกีรติ หลายคนอาจเติบโตมาจากการอ่านหนังสือนอกเวลาเรื่อง ข้างหลังภาพ (ตัวผู้เขียนเองอ่านครั้งแรกตอน ม.ปลาย จากนั้นได้ดูภาพยนตร์เรื่อง ข้างหลังภาพ กำกับโดย เชิด ทรงศรี นำแสดงโดย เคน ธีรเดช และ คารา พลสิทธิ์) ‘คุณหญิงกีรติ’ ที่กลายมาเป็นที่มาของมิวเซียมแห่งนี้คือตัวละครเอกจากบทประพันธ์โดย กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ‘ศรีบูรพา’ นักเขียนผู้สนใจประเด็นด้านการเมืองและมีชีวิตอยู่ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ข้างหลังภาพ เริ่มตีพิมพ์เป็นตอนๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-museum-kirati/">ตามไปดูอนุสรณ์สถานแห่งความรักของคุณหญิงกีรติที่นิทรรศการ  Museum of Kirati</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_1.jpg"></p>
<p>สำหรับคนที่ติดตามนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย<br />
เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของ BANGKOK CITYCITY GALLERY อาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมทันสมัยที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่<br />
ทั้งลักษณะเชิงโครงสร้าง (structure) และรูปแบบการใช้งาน<br />
(function) จาก ‘แกลเลอรี’<br />
กลายเป็น ‘มิวเซียม’ หรือพิพิธภัณฑ์</p>
<p>เราเริ่มต้นจากการลอบสังเกตภายนอกตัวอาคาร<br />
ทั้งตัวอักษรสีขาวนูน ปรากฏชื่อของมิวเซียมและโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ที่อุปโลกน์ว่า<br />
ณ ขณะนี้ มิวเซียมแห่งนี้กำลังจัดนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่ 1 รวมถึงพี่ๆ น้องๆ สตาฟฟ์ในแกลเลอรีที่ต้องเปลี่ยนมาแต่งชุดพนักงานของมิวเซียมอีกด้วย!<br />
มิวเซียมที่ว่านี้ก็คือ <strong>Museum of Kirati</strong> หรือ <strong>อนุสรณ์สถานแห่งความรักของคุณหญิงกีรติ</strong></p>
<p>หลายคนอาจเติบโตมาจากการอ่านหนังสือนอกเวลาเรื่อง ข้างหลังภาพ (ตัวผู้เขียนเองอ่านครั้งแรกตอน ม.ปลาย จากนั้นได้ดูภาพยนตร์เรื่อง<br />
ข้างหลังภาพ กำกับโดย เชิด ทรงศรี นำแสดงโดย เคน ธีรเดช และ คารา พลสิทธิ์) ‘คุณหญิงกีรติ’ ที่กลายมาเป็นที่มาของมิวเซียมแห่งนี้คือตัวละครเอกจากบทประพันธ์โดย<br />
กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ‘ศรีบูรพา’<br />
นักเขียนผู้สนใจประเด็นด้านการเมืองและมีชีวิตอยู่ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย</p>
<p>ข้างหลังภาพ เริ่มตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวันเมื่อ พ.ศ. 2479 หลังจากที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับแรก ซึ่งนั่นหมายความว่า<br />
ศรีบูรพาใช้ชีวิตตามครรลองและผ่านเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาได้เพียง<br />
4 ปีเท่านั้นก่อนที่จะเริ่มลงมือเขียน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_2.jpg"></p>
<p>ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 – 21 มกราคม 2561 พื้นที่ของ BANGKOK CITYCITY GALLERY จะถูกปรับเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็น Museum of Kirati อันเนื่องมาจากแนวคิดอันซับซ้อนซ่อนด้วยอารมณ์ขันและความเปราะบางทางความรู้สึกของความรักและการเมือง<br />
กลั่นกรองผ่านเลนส์ถ่ายภาพไม่นิ่งของ <strong>จะเข้-จุฬญาณนนท์ ศิริผล </strong>ศิลปินหนุ่มมาดเนิร์ด สวมแว่นกรอบดำ (ที่สีของกรอบแว่นจะหลุดลอกไปตามกาลเวลา<br />
และจะลอกมากเป็นพิเศษเมื่อโดนน้ำ) เข้มักใช้สื่อผสมหลากหลาย (mixed<br />
media) ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ<br />
หากแต่ในทุกผลงานของเขาจะมีพื้นฐานจากงานวิดีโอ เนื่องจากเข้เรียนมาทางด้านนี้<br />
และตัวเขาเองนิยามงานวิดีโอว่าเป็น <strong>‘</strong><strong>ภาพที่มีชีวิต</strong><strong>’</strong> วิดีโอจึงเป็นสื่อ (media) ที่เขาถนัดและคุ้นเคยมากที่สุด<br />
นับแต่ผลงานในยุคแรกที่เข้ยังเป็นศิลปินรุ่นใหม่กระทั่งถึงตอนนี้ที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_10.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">
<p>กว่าจะเข้าเรื่อง<br />
ขอบอกกันตามตรงว่า&#8230;ผู้ชมนิทรรศการ Museum of Kirati สามารถเข้าถึงตัวงานได้หลายระดับ อาทิ<br />
ผู้ชมอาจเข้าถึงโดยอิงมาจากประสบการณ์ส่วนตัว หรือความรู้พื้นฐานจากการเสพงานวรรณกรรม ข้างหลังภาพ ซึ่งนอกจากหนังสือแล้ว<br />
ข้างหลังภาพ ยังถูกผลิตเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์และละครเวทีมิวสิคัล<br />
หรือหลายคนอาจใช้ความรู้ความเข้าใจในบริบทของสังคมการเมืองในยุคเก่า อคติทางเพศ<br />
ความก้าวล้ำในเทคโนโลยี หรือแม้แต่เรื่องรักโรแมนติก ทั้งหมดนี้หลอมรวมมาเป็น<br />
‘ฐาน’ ทางความรู้สึกในการชมผลงาน</p>
<p>และเมื่อข้างหลังภาพถูกนำมาผลิตซ้ำ (remake) ในรูปแบบของงานศิลปะภายใต้กรอบการจัดแสดงในนิยามของการสร้างมิวเซียม<br />
ศิลปินได้ตีความและสร้างเรื่องราวคู่ขนานของข้างหลังภาพให้เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันคล้ายกับการ<br />
‘ปลุกตัวละครให้กลายเป็นคน’ หรือชุบชีวิตของนพพร และคุณหญิงกีรติ<br />
ให้กลับมามีลมหายใจโลดแล่นผ่านภาพเคลื่อนไหว<br />
โดยศิลปินเลือกที่จะแสดงเป็นตัวละครหลักด้วยตัวเอง (self-performance)</p>
<p>เข้รับบทเป็นทั้ง นพพร และ คุณหญิงกีรติ<br />
(ที่บางครั้งจะมีหนวดบางๆ เหนือริมฝีปากของเธอ ชวนขำและน่าจดจำ)<br />
เข้นำตัวเองไปปรากฏในงานศิลปะหลายรูปแบบทั้งภาพเขียนสีน้ำ งานวีดิโออินสตอลเลชั่น ประติมากรรม และชิ้นงานเครื่องประดับอันหรูหราที่สามารถสวมใส่เป็นเข็มกลัดและจี้ห้อยคอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_41.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_51.jpg"></p>
<p>ในวันเปิดมิวเซียมเมื่อวันอาทิตย์ที่<br />
19 พฤศจิกายน<br />
ที่ผ่านมา เข้ปรากฏตัวเป็น ‘นพพร’ หากนับจากวันที่นพพรยังมีชีวิตอยู่ในงานวรรณกรรม<br />
ตอนนี้ นพพรคงเป็นชายชราอายุราวๆ 90 ปี</p>
<p>เมื่อเราถามถึงจินตนาการของเข้ที่มีต่อนพพร<br />
เข้ตอบคร่าวๆ ที่ชวนให้เราจินตนาการต่อว่า<em> นพพรจะกลายเป็นบุคคลแถวหน้าของสังคม<br />
ประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นนักลงทุนมีกำลังทรัพย์มหาศาล และพร้อมที่จะ ‘เปิดเผย’<br />
เรื่องราวความรักและความทรงจำของตัวเองในช่วงที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น<br />
นพพรจึงตัดสินใจสร้างสถานที่ที่เก็บรวบรวมความทรงจำอันแสนหวานในครั้งอดีตขึ้นมาดู </em>คล้ายกับว่าเข้กำลังเขียนนิยายซ้อนนิยาย<br />
สร้างงานศิลปะล้อไปกับเรื่องราวในบทประพันธ์ของศรีบูรพา<br />
และนำเอาบทพูดที่สุดแสนจะคลาสสิกมาผลิตซ้ำอีกครั้งผ่านการพากย์เสียงที่ตัวเขาเล่นเป็นนักแสดงนำ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_13.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p><em>“&#8230;</em><em>ความรักของเธอเกิดขึ้นที่นั่นแล้วก็ตายที่นั่น<br />
แต่ของอีกคนหนึ่งกำลังจะรุ่งโรจน์ในร่างที่กำลังจะแตกดับ&#8230;”</em> -หม่อมราชวงศ์กีรติ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_11.jpg"></p>
<p>ภาพในความทรงจำของคุณหญิงกีรติเมื่อครั้งได้ไปท่องเที่ยวสองต่อสองกับนพพรบนภูเขามิตาเกะในประเทศญี่ปุ่น<br />
บางโอกาสทั้งสองต้องจับมือกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องไต่โขดหินไปตามความลาดชัน<br />
เพื่อที่จะไปชมความงามที่ลำธาร นั่งพักผ่อนหย่อนใจ<br />
มองดูสายน้ำที่ไหลผ่านเหมือนกาลเวลาไม่มีอยู่จริง</p>
<p>ความรักที่เกิดขึ้นอย่างไม่ถูกที่ถูกเวลา<br />
กลายมาเป็นโศกนาฏกรรมความรักที่สะท้อนไปถึงบริบททางสังคมในช่วงยุคสมัยดังกล่าว<br />
อำนาจเก่าที่ถูกสื่อผ่านคุณหญิงกีรติ หรือความหวังอันสดใสเสรีในตัวนพพรหนุ่มนักเรียนนอกอนาคตไกล เข้ให้สัมภาษณ์อย่างน่าสนใจว่า <strong>หากความรักของทั้งสองคน</strong><strong>เกิดขึ้นในยุคนี้<br />
เขามองว่ามันมีความเป็นไปได้มากที่นพพรและคุณหญิงกีรติจะลงเอยด้วยความสุขในที่สุด</strong></p>
<p>ตามเนื้อเรื่อง นพพร<br />
หนุ่มนักเรียนนอกที่ได้รับหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวให้กับคุณหญิงกีรติ<br />
มองเธอด้วยสายตาที่ยกย่องให้เธอเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยสุนทรียะและรสนิยม<br />
ทั้งการแต่งกาย วาจา และทัศนคติ ในขณะที่คุณหญิงกีรติเองก็มองนพพรประหนึ่งแสงสว่างแห่งความหวัง<br />
ที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตที่น่าเศร้าและอับเฉาของเธอ<br />
คุณหญิงผ่านพ้นวัยสาวอย่างเปล่าเปลี่ยวแถมยังต้องแต่งงานกับท่านเจ้าคุณที่มีอายุรุ่นราวคราวพ่อ<br />
เพียงเพราะว่าพ่อของคุณหญิงกีรติต้องการให้ลูกสาววัย 35 ปีปลอดภัยและมีความสุข </p>
<p>เข้นำเรื่องราวของคู่รักทั้งสองมาฉายขึ้นใหม่พร้อมกับฉากร่วมสมัยในปัจจุบัน<br />
จากการเขียนจดหมายหากันระหว่างนพพรและคุณหญิงกีรติ ถูกแทนที่ด้วยการส่งอีเมล จากการเดินทางข้ามประเทศด้วยเรือก็กลายมาเป็นการนั่งเครื่องบิน<br />
องค์ประกอบหลายอย่างที่ดูประดักประเดิดส่งให้งานของเข้มีเสน่ห์ แฝงด้วยอารมณ์ขัน<br />
นอกจากนี้เขายังจงใจเลือกผู้ชายมารับบทเป็น ‘ปรี’ ภรรยาของนพพร ในจุดนี้ผู้เขียนมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างในเรื่องความหลากหลายทางเพศของสังคมยุคปัจจุบัน<br />
ทั้งยังเป็นกระจกสะท้อนว่า ประเทศไทยไม่ได้รู้สึกรังเกียจสาวประเภทสอง<br />
หากแต่ชื่นชอบและรู้สึกเป็นมิตรกับความพิเศษดังกล่าวที่ถูกแสดงออกมาอย่างเปิดเผย<br />
จริงใจ และเป็นตัวของตัวเอง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_12.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_16.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_17.jpg"></p>
<p>ในเรื่องการจัดวางผลงาน<br />
เข้หยิบยืมฟังก์ชันและการให้ความหมายในการออกแบบพื้นที่ภายในพิพิธภัณฑ์มาใช้เป็นแนวคิดหลัก<br />
ศิลปินอธิบายว่า ผลงานในมิวเซียมของกีรติจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ Permanent Collection และ Temporary Exhibition ศิลปินกำหนดกลุ่มของชิ้นงานแยกออกจากกัน<br />
แบ่งโซนด้วยการทาสีผนัง แต่หากเข้าไปในพื้นที่จริงๆ เราจะพบว่าภายในห้องมืดมากจนแทบมองไม่เห็นสีผนังต่างกันอย่างไร<br />
(ต้องลองเพ่งนานๆ)</p>
<p>ชิ้นงานที่เขานำมาจัดแสดงในส่วนของ Permanent Collection มีทั้งผลงานศิลปะในอดีตที่ศิลปินเคยจัดแสดงที่ Aomori Museum of Art ในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่เข้เดินทางไปเป็นศิลปินในพำนักที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่<br />
2 เดือน ในระหว่างนั้นเขาได้ถ่ายงานวิดีโอ<br />
เล่าเรื่องข้างหลังภาพในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น<br />
ซึ่งเป็นฉากในเมืองอาโอโมริ</p>
<p>ส่วนผลงานภาพ (ไม่) นิ่งของกีรติ<br />
(ภาพฉาย projection บนผนัง 7 ภาพ) เป็นทีสิสจบปริญญาโท จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์<br />
มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ยังมีผลงานใหม่ที่ศิลปินสร้างขึ้น คือ<br />
ประติมากรรมหล่อบรอนซ์รูปคุณหญิงกีรตินั่งอยู่บนเก้าอี้ ขนาดความสูง 17 นิ้ว และเข็มกลัดเนื้อกระเบื้องพอซเลน<br />
เพนต์ภาพพอร์เทรตของคุณหญิงกีรติอย่างงดงามด้วยสีน้ำมัน มีกรอบสีทองประดับ<br />
ลักษณะดูเหมือนได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก ส่วนผลงานในโซน Temporary<br />
Exhibition จะมีงานชุด Behind<br />
the Painting ซึ่งเคยจัดแสดงที่มหาวิทยาลัยศิลปากร</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_18.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_19.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_141.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_21.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kirati_71.jpg"></p>
<p>ผลงานทั้งหมดราว 20 ชิ้นถูกเก็บรวบรวมอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ที่ศิลปินอุปโลกน์ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำที่นพพรสร้างขึ้นให้แด่คนรัก<br />
ที่คงได้รักกันจริงแค่เพียงแต่ภาพในจินตนาการ ภาพของการจูบริมฝีปากของนพพรและคุณหญิงกีรติในฉากหลังที่ดูคล้ายอวกาศ<br />
ทั้งสองสัมผัสกันทางกาย กอดรัดเรือนร่างของกันและกันภายใต้เสื้อผ้าที่ยังปิดมิดชิด<br />
ตัดภาพมาเป็นกิจกรรมในวันว่างของคุณหญิงกีรติที่กำลังง่วนอยู่กับการต่อจิ๊กซอว์ที่ไม่มีวันเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งภาพในจิ๊กซอว์นั้นคือภาพฝันที่สองคนรักกัน แม้ความรักหรือแรงปรารถนาที่คุณหญิงกีรติมีจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง<br />
เธอก็ยังพยายามนำส่วนที่ขาดหายไปมาเติมให้เต็มผ่านการอุปมาอุปมัยเชิงสัญลักษณ์ที่ศิลปินสร้างสรรค์และดัดแปลง</p>
<p>เข้พาเราย้อนเวลากลับไปยังอดีต<br />
ไปเฝ้ามองความรักที่เป็นไปไม่ได้ของคนสองคน ครั้นยังนำเอาสัญลักษณ์ทางการเมืองบางอย่างมาสอดแทรกแฝงเอาไว้ในเนื้อเรื่อง<br />
หากสายตาของผู้ชมคนใดสามารถค้นพบและถอดความได้<br />
ก็อาจเป็นเรื่องสนุกของการได้รับชมงานศิลปะในครั้งนี้</p>
<p>เข้บอกกับเราว่า<br />
เขาอยากจะทำผลงานซีรีส์ของ ข้างหลังภาพ ต่อไปอีก แม้ตอนนี้จะยังไม่สามารถให้คำตอบอย่างแน่ชัดว่างานศิลปะของเขาจะเกิดขึ้นอย่างไรในอนาคต<br />
เข้ไม่ได้บังคับให้เราเข้าใจตามที่เขาต้องการจะสื่อ<br />
เขาไม่ออกคำสั่งให้ผู้คนจดจำผลงานของเขา หรือยื่นกระดาษที่เขียนว่า ‘Forget<br />
Me Not’ ให้กับเรา แต่หากผู้ชมเดินออกจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้<br />
แล้วแหงนหน้ามองที่เหนือประตูทางออกสักนิด<br />
จะเห็นว่าศิลปินไม่อยากให้เราลบเลือนความทรงจำในงานครั้งนี้&#8230;ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง<br />
พลันจะหายไปในอีกช่วงเวลาหนึ่ง</p>
<p>อย่าลืมตามไปดู Museum of<br />
Kirati ด้วยตาของคุณเองและซึมซับมันด้วยหัวใจ</p>
<hr>
<p><em>นิทรรศการ Museum<br />
of Kirati จัดแสดงที่ BANGKOK CITYCITY GALLERYตั้งแต่วันนี้-21 มกราคม 2561</em></p>
<p><em>ชมผลงานอื่นๆ ของจุฬญาณนนท์ได้ที่ <a href="http://www.chulayarnnon.com/">chulayarnnon.com</a></em></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-museum-kirati/">ตามไปดูอนุสรณ์สถานแห่งความรักของคุณหญิงกีรติที่นิทรรศการ  Museum of Kirati</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/going-museum-kirati/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
