<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เมธิรา เกษมสันต์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author465/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author465/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Apr 2022 00:03:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>WEAVING THE OCEAN ศิลปะผืนผ้าที่ทอจากขยะชายหาดของ Ari Bayuaji ศิลปินชาวอินโดนีเซีย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/weaving-the-ocean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เมธิรา เกษมสันต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Apr 2022 00:02:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=155940</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้การได้เห็นสถานที่ที่เคยสวยงามกลายเป็นดินแดนขยะจะเป็นเรื่องน่าเศร้าและเจ็บปวด แต่แทนที่จะโกรธและก่นด่าสังคม ศิลปินหนุ่ม Ari Bayuaji อดีตวิศวกรโยธาชาวอินโดนีเซียที่ผันตัวมาเรียนต่อด้านศิลปะที่ประเทศแคนาดา จนกลายมาเป็นศิลปินที่ใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน กลับเลือกที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อสื่อสารประเด็นนั้น ผืนผ้าหลากลวดลายที่แขวนโชว์อยู่รอบๆ ห้องแสดงงานศิลปะขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงเทพฯ​ ดูสวยงามราวกับผ้าทอชั้นดี แต่ถ้าหากได้ลองอ่านข้อความที่บรรยายไว้ที่ด้านหน้าของนิทรรศการแล้ว ก็จะพบว่าเบื้องหลังของเส้นใยทุกเส้นที่ประกอบร่างขึ้นมา ล้วนมีที่มาจากขยะชายฝั่ง “เศษเชือกที่นำมาทอทั้งหมดนี้ ผมเก็บมาจากป่าชายเลนที่บาหลี ผมเคยไปบาหลีตั้งแต่สมัยเด็กๆ และประทับใจในความสวยงามของที่นั่น แต่พอกลับไปอีกครั้งก็พบว่า สถานที่ต่างๆ เต็มไปด้วยขยะพลาสติก” Ari Bayuaji กล่าว พอดีกับว่าเป็นช่วงโควิดที่ทำให้ชุมชนแถบนั้นขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เขาจึงผุดไอเดียนี้ขึ้นมาและชวนชุมชนมาร่วมกัน “ตอนเริ่มต้น เราไม่มีความรู้เรื่องการทอเลย จนไปเจอชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ทำเรื่องทอผ้า แต่ขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เลยเข้าไปคุยและถามว่าเส้นใยเชือกที่เก่าๆ พวกนี้เอามาทอได้ไหม เขาบอกเป็นไปไม่ได้ ผมก็ถามว่าต้องทำยังไงถึงจะเป็นไปได้ เขาก็บอกต้องทำให้สะอาดและทำให้เป็นเส้นใยก่อน” ศิลปินเจ้าของงานจึงบรรจงเก็บรวบรวมขยะเศษเชือกมาล้างทำความสะอาด แปลงร่างเป็นเส้นใย ทีละชิ้นๆ และส่งต่อให้ชุมชนช่วยกันถักทอขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่นี้ ซึ่งนอกจากจะได้เก็บขยะออกจากชายฝั่งและแปลงร่างเป็นสิ่งสวยงามแล้ว โครงการนี้ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนไปพร้อมๆ กันด้วย จากจุดเริ่มต้นที่อินโดนีเซีย วันนี้ผลงานเขาเดินทางมาถึงประเทศไทย จัดแสดงในแกลเลอรีศิลปะย่านเจริญกรุงที่ชื่อ Warin Lab Contemporary ซึ่งเป็นแกลเลอรีที่นำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมาจัดแสดงแล้วหลายครั้ง รวมทั้งจัดงานเสวนาที่ชวนคนในวงการสิ่งแวดล้อมมาพูดคุยกับศิลปินในหัวข้อต่างๆ เป็นประจำ สำหรับครั้งนี้ เป็นการพูดคุยในหัวข้อ &#8216;Clean coasts: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/weaving-the-ocean/">WEAVING THE OCEAN ศิลปะผืนผ้าที่ทอจากขยะชายหาดของ Ari Bayuaji ศิลปินชาวอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แม้การได้เห็นสถานที่ที่เคยสวยงามกลายเป็นดินแดนขยะจะเป็นเรื่องน่าเศร้าและเจ็บปวด แต่แทนที่จะโกรธและก่นด่าสังคม ศิลปินหนุ่ม Ari Bayuaji อดีตวิศวกรโยธาชาวอินโดนีเซียที่ผันตัวมาเรียนต่อด้านศิลปะที่ประเทศแคนาดา จนกลายมาเป็นศิลปินที่ใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน กลับเลือกที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อสื่อสารประเด็นนั้น</p>



<p>ผืนผ้าหลากลวดลายที่แขวนโชว์อยู่รอบๆ ห้องแสดงงานศิลปะขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงเทพฯ​ ดูสวยงามราวกับผ้าทอชั้นดี แต่ถ้าหากได้ลองอ่านข้อความที่บรรยายไว้ที่ด้านหน้าของนิทรรศการแล้ว ก็จะพบว่าเบื้องหลังของเส้นใยทุกเส้นที่ประกอบร่างขึ้นมา ล้วนมีที่มาจากขยะชายฝั่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155959" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155960" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>“เศษเชือกที่นำมาทอทั้งหมดนี้ ผมเก็บมาจากป่าชายเลนที่บาหลี ผมเคยไปบาหลีตั้งแต่สมัยเด็กๆ และประทับใจในความสวยงามของที่นั่น แต่พอกลับไปอีกครั้งก็พบว่า สถานที่ต่างๆ เต็มไปด้วยขยะพลาสติก” Ari Bayuaji กล่าว</p>



<p>พอดีกับว่าเป็นช่วงโควิดที่ทำให้ชุมชนแถบนั้นขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เขาจึงผุดไอเดียนี้ขึ้นมาและชวนชุมชนมาร่วมกัน</p>



<p>“ตอนเริ่มต้น เราไม่มีความรู้เรื่องการทอเลย จนไปเจอชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ทำเรื่องทอผ้า แต่ขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เลยเข้าไปคุยและถามว่าเส้นใยเชือกที่เก่าๆ พวกนี้เอามาทอได้ไหม เขาบอกเป็นไปไม่ได้ ผมก็ถามว่าต้องทำยังไงถึงจะเป็นไปได้ เขาก็บอกต้องทำให้สะอาดและทำให้เป็นเส้นใยก่อน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155962" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Ari Bayuaji</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-155963" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>ภาพ > Ari Bayuaji</figcaption></figure>



<p>ศิลปินเจ้าของงานจึงบรรจงเก็บรวบรวมขยะเศษเชือกมาล้างทำความสะอาด แปลงร่างเป็นเส้นใย ทีละชิ้นๆ และส่งต่อให้ชุมชนช่วยกันถักทอขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่นี้ ซึ่งนอกจากจะได้เก็บขยะออกจากชายฝั่งและแปลงร่างเป็นสิ่งสวยงามแล้ว โครงการนี้ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนไปพร้อมๆ กันด้วย</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นที่อินโดนีเซีย วันนี้ผลงานเขาเดินทางมาถึงประเทศไทย จัดแสดงในแกลเลอรีศิลปะย่านเจริญกรุงที่ชื่อ Warin Lab Contemporary ซึ่งเป็นแกลเลอรีที่นำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมาจัดแสดงแล้วหลายครั้ง รวมทั้งจัดงานเสวนาที่ชวนคนในวงการสิ่งแวดล้อมมาพูดคุยกับศิลปินในหัวข้อต่างๆ เป็นประจำ</p>



<p>สำหรับครั้งนี้ เป็นการพูดคุยในหัวข้อ &#8216;Clean coasts: เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อลดขยะพลาสติกในทะเล&#8217; มีผู้ร่วมเสวนาคือ Ari Bayuaji &#8211; ศิลปินเจ้าของผลงาน, น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ – นักวิจัยและประธานมูลนิธิโลกสีเขียว, ดร.เพชร มโนปวิตร &#8211; นักอนุรักษ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ผู้ร่วมก่อตั้ง ReReef และ ใบตอง-จรีรัตน์ เพชรโสม Miss Earth Thailand 2021 โดยมี ศิริพร ศรีอร่าม – ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาความร่วมมือของมูลนิธิโลกสีเขียวเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเราได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155966" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>THROW AWAY CULTURE &#8211; ต้นตอของปัญหา</strong></h3>



<p>ในวันนี้คงไม่มีใครอีกแล้วที่ไม่เคยเห็นขยะตามชายฝั่ง ไม่ว่าจะชายฝั่งแม่น้ำหรือชายฝั่งทะเล ดร.เพชร เล่าว่า ในวันที่เขาได้ไปเยือนเกาะร้างที่ห่างไกลผู้คน ก็ยังต้องพบกับกองขยะมากมายที่ลอยมาเกยตื้นชายหาด ส่วน ดร.บริพัตร ก็แชร์ประสบการณ์ว่า เคยจัดกิจกรรมเก็บขยะที่ชายหาดแห่งหนึ่งแล้วพบว่า แค่หาดแห่งเดียวมีขยะรองเท้าที่เก็บได้มากถึง 400-500 ชิ้น</p>



<p>“มันน่าเศร้ามากที่ได้เห็นภาพแบบนั้น” ใบตอง จรีรัตน์ กล่าว ในฐานะคนชุมพรที่เติบโตมากับทะเล เธอจำได้ว่าชายหาดที่เธอเคยเดินเล่นสมัยเด็กๆ นั้นสวยงามมาก แต่เมื่อได้กลับไปหาดแห่งเดิมอีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ก็พบว่า สวรรค์วัยเด็กของเธอกลายเป็นเพียงที่ทิ้งขยะของคน</p>



<p>ดร.เพชรให้ข้อมูลตัวเลขที่น่าตกใจว่า ทะเลทุกวันนี้กลายเป็นแหล่งรองรับขยะจากมนุษย์ แม้ว่าพลาสติกเริ่มผลิตขึ้นแค่ 70 กว่าปีที่ผ่านมา แต่อัตราผลิตเพิ่มอย่างรวดเร็วมากจาก 2 ล้านตันต่อปี มาเป็น 300 ล้านตันต่อปี ซึ่งรวมแล้วทำให้เรามีพลาสติกกว่า 9,000 ล้านตันที่ถูกผลิตขึ้นมา ซึ่งราว 6,000 ล้านตันตกค้างในสิ่งแวดล้อม “น่าเศร้าที่ว่า ทุกวันนี้เราจับปลาและสิ่งมีชีวิตมากมายออกจากมหาสมุทร แล้วแทนที่มันด้วยขยะ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155967" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>แม้พลาสติกคือสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ในทุกวันนี้ แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือพฤติกรรมของมนุษย์ พฤติกรรมที่ว่านี้ก็คือ วัฒนธรรมการ ‘ใช้แล้วทิ้ง’</p>



<p>“ยุคนี้สังคมเราเป็น throw away culture เพราะพลาสติกราคาถูกมาก บางทีก็ฟรีด้วยซ้ำ ต่างจากสมัยก่อนที่ซื้อน้ำก็จะเป็นขวดแก้วที่มีค่ามัดจำขวด พอเอาขวดไปคืนก็ได้เงินคืน มันคือการมองว่าวัสดุมีมูลค่า แต่เมื่อพลาสติกเข้ามา มุมมองเหล่านี้เปลี่ยนไป เพราะมันผลิตได้เยอะและราคาถูก ทำให้คนไม่ต้องแคร์ ก็แค่ทิ้งมันไป ซึ่งนี่คือรากของปัญหาสิ่งแวดล้อม ยิ่งระบบการตลาดที่ส่งเสริมให้คนซื้อมากขึ้น เพื่อบริษัทจะได้กำไรมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ โลกเต็มไปด้วยขยะ” ดร.เพชร กล่าว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Transform our relationship with plastic &#8211; ทางออกของปัญหา</strong></h3>



<p>ดร.เพชร ชี้ให้เห็นถึงหัวใจสำคัญที่จะพาเราออกจากปัญหาขยะพลาสติกท่วมโลกว่า ด้วยตัวเลขการผลิตในระดับนี้ เราไม่มีทางรีไซเคิลหรือจัดการได้หมด สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องลดการผลิต และปรับรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพลาสติกใหม่</p>



<p>“อันดับแรกคือต้องลดการผลิตและลดการใช้ ทางออกหนึ่งที่ง่ายและควรทำคือการตั้งราคาพลาสติก เพราะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว อย่างที่จุฬาฯ ก็เริ่มต้นจากคิดเงินค่าถุง แค่ถุงละ 2 บาท แต่ลดการใช้ได้ถึง 80% ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายมาก แต่ปัญหาคือจะทำยังไงให้แนวคิดแบบนี้ขยายสเกลในระดับที่ใหญ่ขึ้นได้”</p>



<p>ถัดจากการลดการใช้ สิ่งสำคัญถัดมาก็คือ พลาสติกทุกชิ้นที่ถูกผลิตขึ้นแล้ว จำเป็นต้องวนเข้าสู่ระบบเพื่อกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ซ้ำ อัพไซเคิล หรือรีไซเคิล ซึ่งก็คือแนวคิดที่เรียกว่า ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ หรือ ‘circular economy’ ที่จำเป็นต้องทำให้เป็นกระแสหลักและมีกฎหมายบังคับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155968" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-155969" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>“เราต้องไม่มองว่าพลาสติกเป็นของฟรีที่ใช้แล้วโยนทิ้ง แต่ต้องมองว่ามันคือทรัพยากร ที่สามารถวนกลับมาใช้อีกได้ในทางใดทางหนึ่ง ผมชอบแนวคิดของงานคุณ Ari ที่มองว่าพลาสติกคือวัสดุที่มีมูลค่า เพราะถ้าขยะพวกนี้อยู่ในทะเล มันคือสิ่งที่ฆ่าชีวิตอื่นได้ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่สวยงาม ซึ่งในอนาคตอาจมีศิลปะแขนงใหม่ในยุค Anthropocene ที่นำวัสดุเหล่านี้มาใช้ และผมก็เห็นว่าศิลปินหลายคนก็นำขยะพลาสติกเหล่านี้มาทำงานศิลปะ ซึ่งเหมาะสมมากสำหรับยุคนี้”</p>



<p>ดร.บริพัตร ยกตัวอย่างเสริมว่า “ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้ซื้อเสื้อที่ทำมาจาก PPE หรือได้เห็นจีวรที่ทำจากขวดพลาสติก ทุกวันนี้ เรามีหนทางมากมายที่นำขยะมาชุบชีวิตให้เป็นสิ่งที่ใช้ได้นานขึ้น อย่างห้างใหญ่ๆ บางแห่งก็ใช้พรมที่ทำมาจากขยะทะเล ซึ่งผมก็ยังมีหวังว่าเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์จะพาเราไปได้อีก อย่างเช่นที่คุณ Ari ทำ แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ขยะแปลงร่างได้สวยขนาดนี้นะ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนความโกรธให้เป็นผลงาน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น”</p>



<h3 class="wp-block-heading">Future in Our Hands &#8211; อนาคตอยู่ในมือทุกคน</h3>



<p>“ปัญหาขยะทะเลไม่ได้มาจากแค่คนที่อยู่ชายฝั่ง แต่คือทุกคนที่อยู่ในเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้ด้วย”</p>



<p>ใบตอง จรีรัตน์ กล่าวถึงความจริงที่ทุกคนจำเป็นต้องตระหนัก</p>



<p>“ตอนนี้มันถึงเวลาที่เราทุกคนต้องรับผิดชอบโลกนี้ร่วมกัน มันเป็นหน้าที่ของเราทุกคนเพื่อโลกที่ดีขึ้น ใบตองเชื่อว่า ทุกคนมีหนทางการสร้างความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวเอง แค่ลงมือทำ อะไรก็ได้ แบบไหนก็ได้ จะซ้ำกับคนอื่นก็ได้ ขอแค่ลงมือทำ เพราะโลกต้องการทุกคน และขอให้รู้ว่าคุณไม่ได้ทำอยู่เพียงลำพัง แค่ทำในจุดเล็กๆ ในสิ่งที่คุณทำได้ เหมือนที่คุณ Ari ทำ ซึ่งถึงจุดหนึ่งมันก็จะสร้างแรงกระเพื่อมหรือสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ หรือบางทีคุณอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบไม่รู้ตัวก็ได้ อย่างเช่นใบตองเองก็ได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นก่อนๆ ที่ทำมา”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-155970" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>ดร.บริพัตร ซึ่งเคยทำงานร่วมกับกลุ่ม EEC ที่จัดค่ายสิ่งแวดล้อมให้เด็กๆ ก็ยืนยันว่า เขาได้เห็นคนรุ่นใหม่มากมายที่เป็นความหวัง</p>



<p>“ผมได้เห็นคนรุ่นใหม่มากมายที่มีความตั้งใจที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม คนกลุ่มนี้คือความหวัง แค่หนึ่งคนในนี้เติบโตไปเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องสำคัญ เขาก็จะเลือกปกป้องธรรมชาติ ดังนั้น การที่เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติคือเรื่องสำคัญ เพื่อให้พวกเขาเติบโตมาอย่างไม่ถูกตัดขาดจากธรรมชาติ ซึ่งทุกวันนี้ก็มีหลายกลุ่มหลายองค์กร ที่จัดกิจกรรมพาเด็กๆ ไปเรียนรู้”</p>



<p>ดร.เพชร เสริมว่าคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้มีความเข้าใจเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นมาก เพราะนี่คือโลกที่พวกเขาต้องอยู่ในอนาคต และพวกเขาก็คือกลุ่มคนที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ปัญหาขยะพลาสติกทุกหนแห่ง รวมถึงในอาหาร ซึ่งพวกเขาย่อมเข้าใจดีว่า การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นตอนนี้</p>



<p>“บางครั้งอาจดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่แคร์เรื่องสิ่งแวดล้อมจะเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยในสังคม แต่ แม้จะเป็นส่วนน้อย ทุกคนก็กำลังสร้างพลังขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะทำให้คนที่เข้าใจและแคร์สิ่งแวดล้อมค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ผมเชื่อว่าเรากำลังเข้าใกล้ critical mass ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสังคมให้มีความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์และความยั่งยืน เราต้องทำต่อไป และไม่หมดหวังในมนุษยชาติที่สามารถสร้างโลกที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไปได้”</p>



<p>และประโยคที่ว่า A small group of determined people can change the world &#8211; กลุ่มคนเล็กๆ ที่มีความมุ่งมั่นก็สามารถเปลี่ยนโลกได้ ก็น่าจะเป็นหนึ่งในบทสรุปที่ดีที่สุดของการเสวนาในครั้งนี้</p>



<p>สนับสนุนบทความโดย Warin Lab Contemporary</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/weaving-the-ocean/">WEAVING THE OCEAN ศิลปะผืนผ้าที่ทอจากขยะชายหาดของ Ari Bayuaji ศิลปินชาวอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักสืบสายน้ำ : แรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ในวงการสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มต้นจากแมลงน้ำตัวเล็กๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-river-detective/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/people-river-detective/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เมธิรา เกษมสันต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Nov 2017 12:24:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[นักสืบสายน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อ้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโลกสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์ธรรมชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/people-river-detective/</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มีอะไรอยู่ในสายน้ำ” คำตอบที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้น น้ำ ปลา ก้อนหิน แต่คงมีไม่กี่คนที่จะนึกถึง ‘แมลงน้ำ’ &#8216;มีแมลงน้ำแล้วไง&#8217; อาจเป็นคำถามที่หลายคนผุดขึ้นในใจ เพราะในสายตาคนทั่วไป แมลงน้ำก็เป็นแค่สัตว์เล็กๆ ไร้ความสำคัญ ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับชีวิตเรา แต่มุมมองทั้งหมดอาจต้องเปลี่ยนไป หากได้พูดคุยกับ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ ดร.อ้อย ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เธอคือผู้พลิกบทบาทแมลงน้ำตัวน้อยที่ถูกมองข้าม ให้กลายเป็นตัวเอกที่เหล่านักสืบพากันตามหา เป็นตัวละครลับที่เก็บงำซ่อนข้อมูลแสนสำคัญเอาไว้ โดยปฏิบัติการผ่านกิจกรรมที่เรียกว่า ‘นักสืบสายน้ำ’ เล่าย่อๆ ว่า ‘นักสืบสายน้ำ’ คือกิจกรรมที่พาเด็กๆ ไปลุยลำธาร ทำตัวเป็นนักสืบ ก้มหน้าพลิกดูใต้ก้อนหิน มองหาแมลงตัวจิ๋วที่ซ่อนตัวในพื้นที่ต่างๆ ของลำน้ำ รวมทั้งเก็บข้อมูลทางกายภาพต่างๆ เพื่อมาประเมินว่าสายน้ำของเรามีสุขภาพดีแค่ไหน ความน่าสนใจคือ กิจกรรมนี้ไม่ได้จบลงแค่ข้อมูลบนหน้ากระดาษ แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมไปไกล เปลี่ยนชีวิตเด็กเกเรบางคนให้กลายเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์ หยุดยั้งโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบางพื้นที่ และที่สำคัญคือ ทำให้ผู้คนได้มองเห็นสายน้ำด้วยสายตาที่ต่างจากเดิม จากอังกฤษสู่เมืองไทย &#8211; ความแตกต่างของวัฒนธรรมการเรียนรู้ “ที่อังกฤษ ความรู้ไม่ได้ล็อกอยู่ในสถาบัน งานวิจัยไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง” ดร.อ้อย เล่าย้อนให้เราฟังถึงสิ่งที่เธอเห็นสมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ “เราได้เห็นวัฒนธรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-river-detective/">นักสืบสายน้ำ : แรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ในวงการสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มต้นจากแมลงน้ำตัวเล็กๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“มีอะไรอยู่ในสายน้ำ”</p>
<p>คำตอบที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้น น้ำ ปลา ก้อนหิน แต่คงมีไม่กี่คนที่จะนึกถึง ‘แมลงน้ำ’</p>
<p>&#8216;มีแมลงน้ำแล้วไง&#8217; อาจเป็นคำถามที่หลายคนผุดขึ้นในใจ เพราะในสายตาคนทั่วไป แมลงน้ำก็เป็นแค่สัตว์เล็กๆ ไร้ความสำคัญ ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับชีวิตเรา</p>
<p>แต่มุมมองทั้งหมดอาจต้องเปลี่ยนไป หากได้พูดคุยกับ <strong>ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์</strong> หรือ ดร.อ้อย ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT28.jpg" /></p>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เธอคือผู้พลิกบทบาทแมลงน้ำตัวน้อยที่ถูกมองข้าม ให้กลายเป็นตัวเอกที่เหล่านักสืบพากันตามหา เป็นตัวละครลับที่เก็บงำซ่อนข้อมูลแสนสำคัญเอาไว้ โดยปฏิบัติการผ่านกิจกรรมที่เรียกว่า <strong>‘นักสืบสายน้ำ’ </strong></p>
<p>เล่าย่อๆ ว่า ‘นักสืบสายน้ำ’ คือกิจกรรมที่พาเด็กๆ ไปลุยลำธาร ทำตัวเป็นนักสืบ ก้มหน้าพลิกดูใต้ก้อนหิน มองหาแมลงตัวจิ๋วที่ซ่อนตัวในพื้นที่ต่างๆ ของลำน้ำ รวมทั้งเก็บข้อมูลทางกายภาพต่างๆ เพื่อมาประเมินว่าสายน้ำของเรามีสุขภาพดีแค่ไหน</p>
<p>ความน่าสนใจคือ กิจกรรมนี้ไม่ได้จบลงแค่ข้อมูลบนหน้ากระดาษ แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมไปไกล เปลี่ยนชีวิตเด็กเกเรบางคนให้กลายเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์ หยุดยั้งโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบางพื้นที่ และที่สำคัญคือ ทำให้ผู้คนได้มองเห็นสายน้ำด้วยสายตาที่ต่างจากเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pic_171.jpg" /></p>
<p><strong>จากอังกฤษสู่เมืองไทย &#8211; ความแตกต่างของวัฒนธรรมการเรียนรู้</strong></p>
<p>“ที่อังกฤษ ความรู้ไม่ได้ล็อกอยู่ในสถาบัน งานวิจัยไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง” ดร.อ้อย เล่าย้อนให้เราฟังถึงสิ่งที่เธอเห็นสมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ</p>
<p>“เราได้เห็นวัฒนธรรม biomonitoring คือการใช้ตัวชี้วัดทางชีวภาพมาประเมินคุณภาพหรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลก็ไม่ได้มาจากแค่นักวิทยาศาสตร์ แต่มาจากคนทั่วไปแบบเราๆ ที่ช่วยกันเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วส่งไป”</p>
<p>เธอยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า มีครั้งหนึ่งนักวิทยาศาสตร์ร่วมมือกับสื่อ ชักชวนให้คนรายงานการพบแมงมุมชนิดหนึ่ง โดยบอกว่าถ้าใครเจอแมงมุมชนิดนี้ที่ไหน ให้รายงานสถานที่มา ซึ่งต่อมาตำแหน่งที่พบเหล่านี้ได้ถูกพล็อตลงในแผนที่ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีต</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT11.jpg" /></p>
<p>ผลปรากฏว่า เราได้เห็นรูปแบบการกระจายพันธุ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ในขณะที่ข้อมูลในอดีต แมงมุมนี้ไม่เคยขึ้นไปถึงสกอตแลนด์ แต่ข้อมูลล่าสุดเห็นชัดว่ากระจายไปถึงแล้ว นี่กลายเป็นหนึ่งในหลักฐานยืนยันเรื่องภาวะโลกร้อน และถูกบรรจุอยู่ในรายงานเรื่องโลกร้อนฉบับแรกของ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change)</p>
<p>ไม่ใช่แค่แมงมุมเท่านั้น ยังมีข้อมูลของนก ปลวก และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมากมายที่ได้จากกระบวนการเดียวกันนี้ เธอเล่าว่าในรายงานของ IPCC ฉบับแรก ข้อมูลราวครึ่งหนึ่งมาจากกระบวนการที่คนทั่วไปช่วยกันรายงานเข้ามา</p>
<p>“ที่นั่นทุกคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้ มันเจ๋งมากเวลาที่เรารู้สึกว่าเราค้นพบอะไรที่มีความหมาย ทำให้เราสังเกตและตระหนักรู้”</p>
<p>แต่เมื่อกลับมาเมืองไทย ดร.สาวก็ได้พบความจริงที่ว่า วัฒนธรรมการเรียนรู้ของไทยยังแตกต่างจากอังกฤษอยู่ไกลลิบ องค์ความรู้ทางธรรมชาติวิทยายังอยู่แสนห่างจากผู้คน เธอจึงเริ่มต้นคิดว่าจะทำอย่างไรให้วัฒนธรรมการเรียนรู้แบบนั้นเกิดขึ้นที่เมืองไทยบ้าง เธอจึงหาข้อมูลว่า อะไรจะเป็นตัวบ่งชี้ให้คนอ่านสิ่งแวดล้อมได้ง่ายที่สุด และเข้าถึงคนได้มากที่สุด</p>
<p>หลังจากหาตัวอย่างจากหลายๆ ประเทศ เธอก็ได้คำตอบว่าสิ่งนั้นคือ ‘แมลงน้ำ’</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pic_128.jpg" /></p>
<p><strong>ให้แมลงน้ำเป็นครู เราเป็นแค่ผู้เปิดประตูให้เขาเดินเข้าไป</strong></p>
<p>“แม่น้ำคือคำตอบที่เข้าถึงคนได้มากที่สุด เพราะเด็กๆ ชอบน้ำ คนเข้าถึงน้ำได้ง่าย ทุกแห่งมีน้ำ แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่มีป่า” ดร.อ้อย เล่าเหตุผลที่เลือกกิจกรรมเกี่ยวกับแหล่งน้ำ ทั้งที่หากดูจากความถนัดแล้ว เธอเชี่ยวชาญเรื่องป่ามากกว่า</p>
<p>แต่ความยากไม่ใช่ปัญหา เธอเริ่มต้นด้วยการติดต่อไปทางองค์กร Field Studies Council แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นกลุ่มนักชีววิทยาที่ทำกิจกรรมการเรียนรู้ให้สังคม นำแนวคิดมาประยุกต์ โดยใช้งานวิจัยที่มีอยู่ในประเทศไทยเป็นฐาน</p>
<p>แล้วข้อมูลวิชาการที่กองเป็นตั้ง ก็ถูกแปลงโฉมกลายเป็นแผ่นพับลายแทงจำแนกสัตว์เล็กน้ำจืดอันแสนสนุก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT10.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT07.jpg" /></p>
<p>วิธีใช้ลายแทงก็แสนง่าย เริ่มจากเมื่อเจอสัตว์ปริศนา ก็ให้ไปดูในแผ่นพับที่จุดเริ่มต้น อ่านไปตามลูกศร เจอคำถามแรก “<em>อาศัยอยู่ในเปลือกหอยใช่หรือไม่</em>” ถ้าใช่-ก็ได้คำตอบว่าเป็น ‘<em>หอย</em>’ แต่ถ้าไม่ใช่-ตามไปอีกเส้น เจอคำถามที่สอง “<em>อาศัยอยู่ในปลอกใช่หรือไม่</em>” ถ้าใช่ ก็ได้คำตอบเป็น ‘<em>ตัวอ่อนแมลงหนอนปลอกน้ำอาศัยอยู่ในปลอก</em>’ ถ้าไม่ใช่- ก็เจอคำถามถัดไป “<em>มีขาใช่หรือไม่</em>”… เช่นนี้เรื่อยไป จนกระทั่งได้คำตอบว่าเจ้าสัตว์ปริศนาชื่อว่าอะไร ซึ่งชนิดของสัตว์ที่พบก็จะทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพน้ำได้ เพราะบางชนิดอยู่ได้ในที่ที่น้ำสะอาดมากๆ เท่านั้น ขณะที่บางชนิดจะเจอในน้ำสกปรก</p>
<p>เมื่อกิจกรรมจากแผ่นพับให้ผลที่น่าพอใจ ต่อมาโครงการจึงได้รับทุนก้อนใหญ่จากเดนมาร์ก เกิดเป็นโครงการ ‘นักสืบสายน้ำ’ เต็มรูปแบบ มีหนังสือคู่มือดำเนินกิจกรรม มีการฝึกอบรมให้โรงเรียน 50 แห่ง จนกระทั่งได้ผู้นำที่พร้อมนำความรู้ออกไปปฏิบัติการจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT41.jpg" /></p>
<p>“เราพบว่ากิจกรรมนี้เวิร์กมาก เราจะสอนให้เด็กใช้ ‘ตาวิเศษ’ ซึ่งก็คือแว่นขยาย หลายๆ ครั้งเราได้เห็นใบหน้าของเด็กเปลี่ยนไป จากตอนเริ่มต้นที่ทำหน้าเฉยๆ แต่พอเขาส่องดูแล้วเงยหน้าขึ้นมา เราเห็นตาเขาเปลี่ยนเลย ตาเป็นประกาย เป็นโมเมนต์ที่ว้าว นี่คือสิ่งที่ทำให้เราหายเหนื่อย”</p>
<p>การสำรวจลำน้ำของเหล่านักสืบ ไม่ได้จบลงเพียงแค่การบันทึกชื่อของสัตว์และตำแหน่งที่พบเท่านั้น แต่เด็กๆ ยังต้องบันทึกข้อมูลทางกายภาพของสายน้ำ เช่น ความหลากหลายของพืชริมตลิ่ง ความคดเคี้ยวของสายน้ำ ความขุ่น-ใส วาดแผนที่สายน้ำ รวมถึงวัดปริมาณน้ำ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดก็จะประกอบกันนำไปสู่การประเมิน ‘สุขภาพของสายน้ำ’ ได้</p>
<p>“กิจกรรมแค่สองชั่วโมงมันเปลี่ยนความคิดคนได้เลย คนส่วนใหญ่จะมองว่าแม่น้ำเป็นแค่ทางน้ำไหล แต่พอลงไป เขาจะเห็นว่ามันเป็นบ้านของสัตว์ต่างๆ มากมาย ยิ่งได้ทำแผนที่ว่าเจอตัวอะไรตรงไหน เขาจะเห็นเลยว่าสายน้ำที่มีชีวิตต้องเป็นอย่างนี้ เขาจะเห็นว่าแก่งเป็นปอดฟอกอากาศยังไง ตรงวังน้ำเป็นท้องเก็บอาหารยังไง ตัวโน้นตัวนี้อยู่ในทราย&#8230;หรือต่อให้ไม่ได้คิดแยกแยะมากมาย อย่างน้อยก็เกิดความรู้สึกว่าแม่น้ำมีชีวิต มันเป็นบ้านของสัตว์ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”</p>
<p>เธอเล่าย้อนไปถึงกิจกรรมครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากเด็กๆ สำรวจสายน้ำเสร็จแล้ว ระหว่างกำลังนั่งฟังสรุปผล ก็มีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาจะลุยข้ามลำธาร เด็กๆ ก็วิ่งกรูกันเข้าไปห้าม บอกว่ากลัวรถทับสัตว์ตาย</p>
<p>“สงสารคนขับรถเหมือนกัน” เธอเล่ากลั้วเสียงหัวเราะ</p>
<p>แม้จะการกระทำนั้นจะเป็นไปด้วยความไร้เดียงสา แต่นั่นก็แสดงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนแปลงให้เติบโต</strong></p>
<p>ทุกครั้งที่เด็กๆ ได้ลงไปลุยลำธาร สบตาแมลงน้ำ พลิกดูใต้ก้อนหิน ฝึกสังเกต เก็บข้อมูล สิ่งที่ได้จึงไม่ใช่แค่ความรู้ในหัวสมองแบบที่ได้ในห้องสี่เหลี่ยม แต่ยังได้ความรัก ความรู้สึกว่าสัตว์ต่างๆ เป็นเพื่อน พร้อมความเข้าใจในความเชื่อมโยงของชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศไปพร้อมกัน</p>
<p>“เราพูดกันเยอะว่าไม่อยากให้เด็กหัวโต แต่หัวใจฟีบ มีความรู้มากมาย แต่ไม่มีความรัก แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากจะเน้นว่า มีหัวใจเยอะไปแต่ไม่มีสมองก็ไม่ดีเหมือนกัน” ดร.อ้อยขยายความต่อว่า ปัจจุบันมีกระแสกิจกรรมด้านอนุรักษ์มากมายเต็มไปหมด แต่บางครั้งแม้จะมีเจตนาดี แต่ถ้าไม่มีความเข้าใจ ก็ส่งผลเสียหายเช่นกัน ยกตัวอย่าง การสร้างฝายในที่ที่ไม่ควรสร้าง เช่น ในป่าอุดมสมบูรณ์ที่มีน้ำไหลตลอดปีอยู่แล้ว สิ่งที่ได้คือผลกระทบต่อระบบนิเวศมหาศาล</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pic_120.jpg" /></p>
<p>“กิจกรรมที่เราทำจึงเน้นทั้ง head heart และ hand (ความรู้ ความตระหนัก การลงมือทำ) หลายครั้งก็ทำให้เขาได้ย้อนกลับมาตรวจสอบตัวเอง เช่น เมื่อประเมินคุณภาพน้ำก่อนไหลเข้าหมู่บ้าน กับน้ำที่ไหลออกจากหมู่บ้าน ก็จะเห็นชัดว่าคุณภาพน้ำแย่ลง เขาก็จะรู้ว่าเป็นผลมาจากตัวเอง”</p>
<p>ในหลายๆ ครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่เพียงแค่ความตระหนัก แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่ได้ เช่น เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีโครงการจะดาดปูนริมตลิ่ง ซึ่งเหล่าแก๊งนักสืบก็เป็นกังวลว่าระบบนิเวศจะเสียหาย</p>
<p>และอย่างเนียนๆ &#8211; พวกเขาจัดกิจกรรมสำรวจลำน้ำ เชิญผู้ใหญ่บ้านมาร่วมงาน ซึ่งเมื่อผู้ใหญ่ได้มาดูเด็กๆ ทำกิจกรรม ได้ฟังเด็กๆ อธิบายถึงสิ่งมีชีวิตที่พบในสายน้ำ ก็เกิดความตื่นเต้นในความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่พบ จึงเกิดความภูมิใจ แล้วเด็กๆ ก็ได้โอกาสเล่าถึงผลกระทบจากตลิ่งปูนให้ผู้ใหญ่ฟังจนสามารถโน้มน้าวใจผู้ใหญ่บ้านให้ล้มพับโครงการตลิ่งปูนสองฝั่งน้ำ แล้วนำงบประมาณที่ได้มาใช้อนุรักษ์สายน้ำแทน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pic_135.jpg" /></p>
<p><strong>หรือในอีกหลายๆ ครั้ง กิจกรรมนักสืบสายน้ำก็ได้เปลี่ยนชีวิตคน</strong></p>
<p>“อย่างที่เชียงดาว มีเด็กหญิงชาวเขาสามคนลงมาเรียน ซึ่งพอเด็กชาวเขาลงมาอยู่ในเมือง ก็ไม่มีความมั่นใจ รู้สึกแปลกแยก สถานะทางสังคมไม่เท่าเทียม แต่สามคนนี้เก่งมาก พอได้ทำนักสืบสายน้ำ เขาก็สร้างโปรเจกต์เอง เก็บตัวอย่างเป็นร้อยเพื่อเปรียบเทียบฝายโบราณที่เป็นฝายธรรมชาติเลียนแบบแก่งแม่น้ำกับฝายคอนกรีตแข็ง ซึ่งก็พบว่าความหลากหลายทางชีวภาพเทียบกันไม่ติด แล้วก็เอาข้อมูลไปนำเสนอในตำบล”</p>
<p>แม้ในครั้งนั้น กลุ่มเด็กๆ จะไม่สามารถหยุดยั้งโครงการที่จะสร้างผลกระทบต่อแม่น้ำได้ แต่สิ่งที่พวกเขาได้คือการยอมรับ ผู้ใหญ่ก็ทึ่งในความสามารถ ทำให้เขารู้จักคุณค่าในตัวเอง ได้ความมั่นใจกลับมา</p>
<p>หรืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สุราษฎร์ธานี มีเด็กคนหนึ่งที่เคยเป็นเด็กเกเร ถูกไล่ออกจากโรงเรียน แต่ได้ค้นพบแนวทางชีวิตใหม่จากนักสืบสายน้ำ จนกลายเป็นผู้นำกิจกรรมด้านการเรียนรู้ของชุมชน เป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์ ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ตนเองเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปถึงจังหวัดเลย ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pic_150.jpg" /></p>
<p>วันเวลาผ่านไป ภารกิจนักสืบสายน้ำไม่ได้สิ้นสุดที่จบหลักสูตรการอบรม แต่องค์ความรู้นักสืบได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขยายผลสู่ผู้นำชุมชนต่างๆ และทางมูลนิธิโลกสีเขียวก็ให้ให้กำเนิดกิจกรรม ‘นักสืบสายลม’ และ ‘นักสืบชายหาด’ ตามออกมา&#8230; แม้กระทั่งผ่านไป 20 ปี กิจกรรมเหล่านี้ก็ยังถูกใช้ อดีตนักสืบรุ่นเยาว์หลายต่อหลายคน ก็เติบโตไปเป็นพลังด้านการอนุรักษ์</p>
<p>จากข้อมูลรางวัลลูกโลกสีเขียวของ ปตท. ซึ่งทางทีมงานให้รางวัลต้องเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูล พวกเขาก็พบว่าคนที่ทำงานด้านอนุรักษ์จำนวนมากมีจุดเริ่มต้นมาจากกิจกรรมนักสืบสายน้ำ</p>
<p>“ตอนไปเดินค้านเขื่อนแม่วงก์กับอาจารย์ศศินก็มีคนมาทัก บอกว่าเป็นนักสืบสายน้ำรุ่น 1 ซึ่งเราก็จำไม่ได้เพราะตอนนั้นเขายังเด็กมาก พอได้คุยกันก็รู้ว่าตอนนี้เขาทำงานอยู่กรมควบคุมมลพิษ” เธอเล่ายิ้มๆ ถึงความประทับใจ</p>
<p>หากเปรียบการทำงานอนุรักษ์เป็นการปลูกต้นไม้ วันนี้ เมล็ดที่เธอหว่านลงดินเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ก็คงเติบโตผลิใบเป็นต้นไม้ใหญ่แล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pic_122.jpg" /></p>
<p><strong>เฝ้ามองอนาคตอย่างมีหวัง</strong></p>
<p>“สิ่งที่หวังคือเราอยากสร้างสังคมการเรียนรู้ สังคมที่ทุกคนมีความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูล กิจกรรมที่เราทำไม่ใช่แค่ชี้ชวนให้ดูสัตว์น้อยน่ารัก แต่เราอยากให้คนรู้สึกว่าข้อมูลนี้เอาไปใช้ได้จริง เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจบนฐานข้อมูล นักสืบสายน้ำคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราอ่านและเข้าถึงสิ่งแวดล้อมได้ เห็นตัวสัตว์ก็เหมือนอ่าน ABC แต่รู้ชีวิตมันก็เหมือนรู้ไวยากรณ์ ทำให้อ่านออกและมีความหมาย ก็เลยมีพลังที่จะเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมองคน แล้วนำไปสู่แอคชันต่อๆ ไป”</p>
<p>บางคนอาจสงสัยว่า ทำไมเราต้องเรียนรู้การใช้แมลงน้ำเป็นตัวชี้วัด ทั้งๆ ที่ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ใช้วัดค่าต่างๆ ได้มากมาย ทั้งค่า DO ค่า BOD หรือค่าอื่นๆ ตามแต่จะต้องการ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียวได้ไขข้อข้องใจด้วยคำตอบที่เรานึกไม่ถึงว่า</p>
<p>“สมัยที่ทำนักสืบสายน้ำใหม่ๆ เราชอบคุยกันว่า ปลาที่เชียงใหม่ชอบตายวันเสาร์”</p>
<p>เธออธิบายต่อถึงเหตุผลว่า เป็นเพราะโรงงานมักปล่อยน้ำเสียกันวันนั้น เมื่อหน่วยงานรัฐมาตรวจในวันจันทร์ก็จะไม่เจอ เพราะน้ำใหม่มาพัดมลพิษไปหมดแล้ว ซึ่งเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นหลายที่ เช่น กรณีโรงงานที่ขอนแก่นซึ่งเป็นข่าวดังเมื่อหลายสิบปีก่อน ชาวบ้านโวยวายเรื่องน้ำเสีย แต่เมื่อหน่วยงานรัฐมาตรวจกลับไม่เจอ ชาวบ้านก็โมโห นึกว่านักวิทยาศาสตร์เข้าข้างนายทุน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT02.jpg" /></p>
<p>“การตรวจสอบทางเคมีกับทางชีวภาพจะเติมเต็มซึ่งกันและกัน การตรวจสอบทางเคมีวัดได้เป็นตัวเลขชัดๆ อยากได้ค่าสารตัวไหน วัดไหนหมด แต่ข้อจำกัดคือแพง และวัดได้เฉพาะช่วงเวลานั้น น้ำใหม่มาก็ตรวจไม่เจอแล้ว แต่ถ้าใช้วิธีชีวภาพ ดูสัตว์เล็กน้ำจืด พวกนี้ว่ายหนีไม่ได้ ผลกระทบอยู่ต่อไปหลายเดือน ต่อให้น้ำใหม่มาพัดมลพิษไป ผลกระทบต่อสัตว์ก็ยังอยู่”</p>
<p>วิธีทางชีวภาพนี้เองที่ ผศ. ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ได้นำมาประยุกต์ใช้ในกรณีโรงงานที่ขอนแก่น โดยใช้เทคนิคที่ตั้งอยู่บนหลักการเดียวกับนักสืบสายน้ำ แต่ใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อนกว่าในการเก็บตะกอนใต้น้ำในส่วนน้ำลึก แล้วมาดูปริมาณหนอนแดง ซึ่งปริมาณหนอนชนิดนี้จะบอกได้ถึงปริมาณมลพิษในแหล่งน้ำ ยิ่งเจอหนอนนี้เยอะก็แปลว่าคุณภาพน้ำยิ่งแย่ และข้อมูลทางชีวภาพที่ได้มานี่เอง ที่ทำให้เอาผิดโรงงานในชั้นศาลได้</p>
<p>หรืออย่างบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่ลมพัดผ่านพอดี ทำให้มลพิษที่โรงงานปล่อยออกมากระจายออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าใช้กระบวนการ ‘นักสืบสายลม’ ดูปริมาณไลเคนในพื้นที่ จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน</p>
<p>“ที่มาบตาพุดน่าตกใจมาก เป็นเหมือนหลุมดำเลย คือในขณะที่พื้นที่รอบๆ มีไลเคนอยู่บ้าง แต่พื้นที่ตรงนั้นไลเคนหายไปเลย ตรงเปลือกต้นไม้ก็มีเป็นคราบเหมือนหยดน้ำมัน ทำงานแล้วเวียนหัว” เธอเล่าให้ถึงวันที่เธอและทีมงานได้ลงพื้นที่ไปสำรวจกัน</p>
<p>ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ยืนยันว่า สิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศ คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เราอ่านสิ่งแวดล้อมได้ บางประเทศในยุโรปถึงกับมีตัวชี้วัดสุขภาพของสิ่งแวดล้อมคือ <em>‘ความเป็นปกติสุขของสัตว์และพืชในระบบนิเวศ’</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT052.jpg" /></p>
<p>มาถึงวันนี้ ดร.อ้อย กำลังปรับปรุงคู่มือนักสืบสายน้ำฉบับใหม่ เพิ่มเติมเนื้อหา อัปเดตข้อมูล ปรับวิธีการดำเนินกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี รศ. ดร.นฤมล แสงประดับ และ ผศ. ดร. ยรรยงค์ อินทร์ม่วง เป็นที่ปรึกษาเช่นเคย</p>
<p>แม้ตัวกิจกรรมนักสืบสายน้ำจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ แต่เธอก็เล่าว่าเมื่อถอยหลังกลับมามองภาพรวมของประเทศไทย สิ่งที่เกิดขึ้นยังคงห่างไกลจากวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบที่เธอหวัง ความรู้ทางธรรมชาติวิทยายังห่างไกลจากคำว่ากระแสหลัก การตัดสินใจต่างๆ ยังยึดติดกับวาทกรรมและตัวบุคคลมากกว่าฐานข้อมูลจริง การสร้างฝายผิดที่และโครงการพัฒนาที่ทำลายสิ่งแวดล้อมยังลิสต์ได้ยาวเป็นหางว่าว แม้เธอจะยอมรับว่าท้อบ้าง แต่ก็ต้องไม่หยุด</p>
<p>“ถ้าถอยออกมาดูประวัติศาสตร์ในโลก ง่ายสุดคือการเลิกค้าทาส แค่เลิกค้านะ ยังไม่ได้เลิกทาส ยังใช้เวลา 100 ปี เพราะเป็นเรื่องที่กระทบกับผลกระโยชน์ของคนมหาศาล เกี่ยวกับโครงสร้างสังคม ทัศนคติของคน มันจึงยากมากและแรงเสียดทานสูง ย้อนมามองสิ่งที่เราทำว่ายังไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงก็ยังไม่ใช่ 10 ปี 20 ปี ยังไม่ใช่เวลาที่ยาวนานนะ&#8221;</p>
<p>“สิ่งสำคัญก็เหมือนที่เราเขียนไว้ในส่วนแอคชันของคู่มือนักสืบสายน้ำว่า&#8230; ทำในส่วนที่เราทำได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20171110_DrAoy-WT341.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> วรรษมน ไตรยศักดา และ โครงการนักสืบสายน้ำ</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-river-detective/">นักสืบสายน้ำ : แรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ในวงการสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มต้นจากแมลงน้ำตัวเล็กๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/people-river-detective/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
