<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุวัลญา ศักดิ์สมบัติ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author441/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author441/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 08:03:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>บันทึกการเดินทางสำรวจสีธรรมชาติอายุพันปีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มของ &#8216;แซนด์ สุวัลญา&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/natural-colors-ubon-trip/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุวัลญา ศักดิ์สมบัติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2020 10:30:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[แซนด์–สุวัลญา ศักดิ์สมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพเขียนยุคก่อนปรวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[สีธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติผาแต้ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=110480</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องราวความเป๋อของหมาตัวหนึ่งชื่อ Robot ที่ดันเซ่อพลัดตกหลุมลึก เดือดร้อนหนุ่มๆ เจ้าของโรบอตที่ต้องปีนลงไปช่วย เป็นเหตุให้เกิดการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของโลก ก็ไอ้หลุมลึกที่ว่าลึกกว่า 15 เมตรนั้นเป็นทางไปสู่ถ้ำยาวที่บรรจุภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ กาลเวลาซ่อนตัวศิลปะถ้ำล้ำค่าชิ้นนี้ไว้หมื่นกว่าปี เผยให้เห็นภาพเขียนกว่า 600 ภาพ เกือบทั้งหมดเป็นภาพสัตว์ ทั้งควายไบซัน แพะภูเขา ม้า กวาง และอื่นๆ ต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อถ้ำ Lascaux ของประเทศฝรั่งเศส ฉันดำดิ่งสู่เรื่องราว สีสัน ฝีมือการวาดของคนหมื่นกว่าปีที่แล้วด้วยตาเป็นประกาย ภาพสัตว์ขนาดเท่าของจริงถ่ายทอดผ่านทางลายเส้น สี เป็นกายวิภาค (Anatomy) และสรีระการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีดิน หิน ทั้งผนังด้านข้างและเพดานถ้ำด้านบนอย่างอลังการ สีสันจากดินหินตระกูล Ocher ที่คนบ้าสีอย่างฉันกำลังสนใจเพราะมันคือชุดสีโบราณกาลที่การันตีแล้วว่าเป็นสีที่อยู่มาได้นานนมกว่าหมื่นปี ตัดภาพกลับมาในช่วงโควิด-19 ฉันนั่งโง่ๆ อยู่หน้าแลปท็อป ริมคลองมหาสวัสดิ์ และฝันไปไกลถึงฝรั่งเศส ฝันให้ตายก็ยังไปไม่ได้ หลังจากหยุดฝันก็กลับมาสู่ความจริง นั่งไล่หาข้อมูลทั้งในหนังสือและอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ในไทย จนมาสะดุดที่ภาพเขียนสีที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ความพิเศษคือโดยปกติศิลปะถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์จะถูกเขียนอยู่ในถ้ำแต่ที่นี่ถูกเขียนอยู่บนหน้าผา ริมแม่น้ำโขง ทำให้ฉันงุนงงว่ามันอยู่มากว่าสี่พันปีได้ยังไงนะ &#160; จักรวาลจัดสรร ฉันเริ่มฝันถึงการไปผาแต้ม โทรหาเพื่อนที่เคยไป ดูตามอินเทอร์เน็ตก็จินตนาการผนังถ้ำริมผาไม่ออก และดูไม่ง่ายเลยที่จะเดินทางไปด้วยรถสาธารณะ หลายอาทิตย์ต่อมาเมื่อถึงเวลาที่จักรวาลจัดสรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/natural-colors-ubon-trip/">บันทึกการเดินทางสำรวจสีธรรมชาติอายุพันปีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มของ &#8216;แซนด์ สุวัลญา&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องราวความเป๋อของหมาตัวหนึ่งชื่อ Robot ที่ดันเซ่อพลัดตกหลุมลึก เดือดร้อนหนุ่มๆ เจ้าของโรบอตที่ต้องปีนลงไปช่วย เป็นเหตุให้เกิดการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของโลก</p>
<div id="attachment_110895" style="width: 594px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-110895" class="size-full wp-image-110895" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/robot-the-dog-found-the-lascaux-cave.jpg" alt="" width="584" height="505" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/robot-the-dog-found-the-lascaux-cave.jpg 584w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/robot-the-dog-found-the-lascaux-cave-300x259.jpg 300w" sizes="(max-width: 584px) 100vw, 584px" /><p id="caption-attachment-110895" class="wp-caption-text">ภาพจาก: arkanimalcentre.wordpress.com/</p></div>
<p>ก็ไอ้หลุมลึกที่ว่าลึกกว่า 15 เมตรนั้นเป็นทางไปสู่ถ้ำยาวที่บรรจุภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ กาลเวลาซ่อนตัวศิลปะถ้ำล้ำค่าชิ้นนี้ไว้หมื่นกว่าปี เผยให้เห็นภาพเขียนกว่า 600 ภาพ เกือบทั้งหมดเป็นภาพสัตว์ ทั้งควายไบซัน แพะภูเขา ม้า กวาง และอื่นๆ ต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อถ้ำ Lascaux ของประเทศฝรั่งเศส</p>
<div id="attachment_110896" style="width: 744px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-110896" class="size-full wp-image-110896" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/a300255551a14ddf6d7d05cdfb8973b6ffe184bc.jpg" alt="" width="734" height="500" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/a300255551a14ddf6d7d05cdfb8973b6ffe184bc.jpg 734w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/a300255551a14ddf6d7d05cdfb8973b6ffe184bc-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/a300255551a14ddf6d7d05cdfb8973b6ffe184bc-600x409.jpg 600w" sizes="(max-width: 734px) 100vw, 734px" /><p id="caption-attachment-110896" class="wp-caption-text">ภาพจาก: khanacademy.org</p></div>
<div id="attachment_110760" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-110760" class="wp-image-110760 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/archeologie.culture.fr_-1024x521.jpg" alt="" width="1024" height="521" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/archeologie.culture.fr_-1024x521.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/archeologie.culture.fr_-300x153.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/archeologie.culture.fr_-768x391.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/archeologie.culture.fr_-600x305.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/archeologie.culture.fr_.jpg 1680w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-110760" class="wp-caption-text">ภาพจาก: archeologie.culture.fr</p></div>
<p>ฉันดำดิ่งสู่เรื่องราว สีสัน ฝีมือการวาดของคนหมื่นกว่าปีที่แล้วด้วยตาเป็นประกาย ภาพสัตว์ขนาดเท่าของจริงถ่ายทอดผ่านทางลายเส้น สี เป็นกายวิภาค (Anatomy) และสรีระการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีดิน หิน ทั้งผนังด้านข้างและเพดานถ้ำด้านบนอย่างอลังการ สีสันจากดินหินตระกูล Ocher ที่คนบ้าสีอย่างฉันกำลังสนใจเพราะมันคือชุดสีโบราณกาลที่การันตีแล้วว่าเป็นสีที่อยู่มาได้นานนมกว่าหมื่นปี</p>
<p>ตัดภาพกลับมาในช่วงโควิด-19 ฉันนั่งโง่ๆ อยู่หน้าแลปท็อป ริมคลองมหาสวัสดิ์ และฝันไปไกลถึงฝรั่งเศส ฝันให้ตายก็ยังไปไม่ได้</p>
<p>หลังจากหยุดฝันก็กลับมาสู่ความจริง นั่งไล่หาข้อมูลทั้งในหนังสือและอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ในไทย จนมาสะดุดที่ภาพเขียนสีที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ความพิเศษคือโดยปกติศิลปะถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์จะถูกเขียนอยู่ในถ้ำแต่ที่นี่ถูกเขียนอยู่บนหน้าผา ริมแม่น้ำโขง ทำให้ฉันงุนงงว่ามันอยู่มากว่าสี่พันปีได้ยังไงนะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>จักรวาลจัดสรร</h3>
<p>ฉันเริ่มฝันถึงการไปผาแต้ม โทรหาเพื่อนที่เคยไป ดูตามอินเทอร์เน็ตก็จินตนาการผนังถ้ำริมผาไม่ออก และดูไม่ง่ายเลยที่จะเดินทางไปด้วยรถสาธารณะ</p>
<p>หลายอาทิตย์ต่อมาเมื่อถึงเวลาที่จักรวาลจัดสรร มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากอุบลราชธานี</p>
<p>“สนใจมาเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไหม เป็นทริปเล็กๆ ให้กับนักศึกษาปี 2-3 ไปทำกิจกรรมที่ผาแต้ม นอนหนึ่งคืนริมแม่น้ำโขง” เสียงจากอาจารย์จากมหาวิทยาลับอุบลราชธานี</p>
<p>ไม่ต้องใช้สมองตัดสินใจเลย รีบตกปากรับคำทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ดิน ดิน ดิน</h3>
<p>เที่ยวบินที่ FD 3374 กำลังมุ่งสู่อุบลราชธานี ได้บินกลางวันทั้งทีฉันเลือกนั่งริมหน้าต่าง นั่งชิลล์มองเมฆตลอดทางร่วม 1 ชั่วโมงก็เริ่มเข้าเขตอุบลราชธานี สายตาไปสะดุดที่บ่อน้ำสีฟ้า เทอคอยส์ (Turquoise) พาสเทลหลากเฉด เหมือนสีตอนที่เราเคยทดลองใช้ลวดทองแดงจากสายไฟมาแช่น้ำเกลือ ทำให้เราสันนิษฐานว่าบริเวณนี้น่าจะมีแร่ทองแดงที่ว่ากระจายอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110745" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902114800_IMG_1972-1024x573.jpg" alt="" width="1024" height="573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902114800_IMG_1972-1024x573.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902114800_IMG_1972-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902114800_IMG_1972-768x430.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902114800_IMG_1972-600x336.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“เห็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เวลาขุดบ่อใหม่ๆ ย่าจะบอกว่าน้ำออกมาสีนี้เราจะยังไม่ปล่อยปลาเดี๋ยวปลาจะตายหมด ต้องรอจนกว่าน้ำจะหมดสีนี้” เพื่อนที่เป็นคนอุบลฯ แต่กำเนิดเล่าให้ฟัง หลังจากไปรับฉันที่สนามบินและนั่งกินอาหารแขกหลบฝนรำลึกความหลังสมัยตอนเรียนที่อินเดียกันอย่างออกรส (มาซาล่า)</p>
<p>“ฝนจะหยุดแล้ว อยากไปร้านไหนต่อไหม” เธอถาม</p>
<p>“เอาจริงๆ ไหม อยากไปหาดิน ”</p>
<p>เพื่อนสตันท์ไปสามวินาที แต่ก็เดินไปสตาร์ทเวสป้ารุ่นเก๋าพาลัดเลาะผ่านย่านเมืองเก่าที่เริ่มมีร้านเก๋ๆ แทรกซึมอยู่ สู่เส้นทางลับๆ ไปจนถึงร้านเครื่องปั้นดินเผาเพิงไม้หน้าตาเป็นมิตร มีป้ายเล็กๆ เขียนด้วยลายมือ <em>สมหมายดินทอง</em> หน้าร้านมีกลุ่มคุณลุง 4-5 คนตั้งวงคุยภาษาอีสานใต้ร่มไม้ของต้นมะขาม</p>
<p>“ลุงใช้ดินบ้านเรานี่แหละ ปั้นด้วยมือและเครื่องแรงถีบอย่างนี้ ตากไว้ให้แห้งที่ชั้นตรงโน้น แล้วเผาที่เตาอิฐก่อเองตรงนั้น” ชั้นลักษณะโปร่งหน้าร้านลุงหมายวางเรียงรายไปด้วยถ้วยหลายแบบหลายขนาด แต่ที่เห็นจะมีมากก็กระถางต้นไม้ที่กำลังฮิต</p>
<p>“หนูขอเศษดินที่ตกๆ อยู่นี่นะคะลุงหมาย” เศษดินพื้นบ้านของลุงเป็นสีเนื้อพาสเทลน่ารัก ดินของลุงเมื่อเผาแล้วจะได้สีเนื้ออ่อนๆ น่ารักแปลกตา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110743" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/309-918x1024.jpg" alt="" width="918" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/309-918x1024.jpg 918w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/309-269x300.jpg 269w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/309-768x857.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/309-600x670.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/309.jpg 1835w" sizes="(max-width: 918px) 100vw, 918px" /></p>
<p>ระหว่างที่กำลังจะเดินออกมาขึ้นเวสป้าเพื่อน สายตาก็ปะทะกับดินข้างร้านลุง ดินที่เขาเพิ่งขุดเพื่อจะวางท่อน้ำ ดินสีเหลืองสด สีเหลืองแบบ raw sienna ที่เรากำลังตามหา (Sienna เป็นชื่อเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของดินสีนี้ นิยมใช้มากในยุคเรอเนซองซ์ที่ชื่อ raw sienna เพราะเมื่อเผาดินชนิดนี้แล้วจะได้สีน้ำตาลอีกเฉดเรียก burnt sienna)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110746" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902160733_IMG_1986-1024x573.jpg" alt="" width="1024" height="573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902160733_IMG_1986-1024x573.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902160733_IMG_1986-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902160733_IMG_1986-768x430.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200902160733_IMG_1986-600x336.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“ดินมันจะปนทรายนิดๆ อย่างเส้นรอบเมืองอุบลราชธานีเป็นแหล่งดูดทรายขายกันเลยนะ ห่างจากห้วยวังนองตรงนี้ 7-8 กิโลเมตร ทรายสีเหลืองที่ไว้สำหรับก่อสร้างนี่แหละ” เพื่อนกล่าว</p>
<p>จริงด้วย เพราะสี raw sienna ที่ว่ามีสีคล้ายทรายก่อสร้างจริงๆ</p>
<p>คืนนั้นเรานอนไม่หลับเลย ลุกขึ้นมาทดลองเฉดสีลงบนสมุดกระดาษคราฟต์สีน้ำตาลที่พกมาอย่างลิงโลด และร้องวี้ดว้ายอยู่คนเดียวกลางดึก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ปลอมตัวเป็นมนุษย์หิน</h3>
<p>ฉัน นักศึกษา และอาจารย์ ออกเดินทางไปสู่อุทยานแห่งชาติผาแต้มกันแต่เช้า พวกเราได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่อุทยานให้เข้าไปสำรวจสีกันแล้ว ดังนั้นเราจึงช่วยกันมองหาดินระหว่างทาง จอดรถแวะเก็บตัวอย่างดินหลายเฉด ที่พิเศษสำหรับเราคือเฉดดินสีม่วงที่เป็นสีดินที่หาได้ยาก พบเห็นได้เฉพาะบางพื้นที่</p>
<p>เราแวะกันที่ลานเสาเฉลียงเป็นที่แรกตามโปรแกรม เสาเฉลียงเป็นเสาหินทรายรูปทรงคล้ายเห็ดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ</p>
<p>“สงสัยไหมว่าสีที่เขาใช้เขียนผนังถ้ำมาจากอะไร”</p>
<p>“จากเลือดเปล่าครับ”</p>
<p>“ศิลปะถ้ำเป็นงานของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในสมัยนั้นมนุษย์ใช้หินเป็น pigment สำหรับเขียนผนังถ้ำ โดยผสมกาวธรรมชาติเพื่อการยึดติดสี โดยมากใช้ไขกระดูกสัตว์ ไขมันสัตว์ที่ถูกล่า ยางไม้ธรรมชาติ แม้กระทั่งน้ำลายมนุษย์” ฉันอธิบาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110754" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122430_IMG_2047-1024x573.jpg" alt="" width="1024" height="573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122430_IMG_2047-1024x573.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122430_IMG_2047-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122430_IMG_2047-768x430.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122430_IMG_2047-600x336.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>พวกเราติ๊งต่างตัวเองย้อนยุคหลายพันปีเป็นมนุษย์ถ้ำ ออกค้นหาเฉดสีกันจ้าละหวั่น</p>
<p>“หินบางก้อนก็ไม่มีสีค่ะ”</p>
<p>“ใช่ค่ะ หินก้อนใหญ่ๆ เมื่อถูกลมฟ้าอากาศ น้ำ หรือการกระแทก จะค่อยๆ กร่อนลง เศษหินเล็กๆ เหล่านี้จะถูกพัดพาไปรวมตัวกันไปเกิดใหม่อีกครั้ง ประหนึ่งว่าเป็นหินเด็กที่ยังไม่มีความแกร่งมาก เพราะฉะนั้นเวลาเราทดลองขูดหินประเภทนี้จะมีสีออกมาด้วย เมื่อเรานำไปผสมกับกาวธรรมชาติก็จะกลายเป็นสีไว้สำหรับแต้มบนผนังหินของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์”</p>
<p>“การกร่อนและการรวมตัวของหินแต่ละก้อนจะทำให้เกิดสีที่ต่างกัน เป็นการผสมสีของหินตามธรรมชาติ เราทดลองกันเยอะพอสมควรยังไม่เห็นมีก้อนไหนมีเฉดสีซ้ำกันเลย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110758" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903131044_IMG_2086-1024x573.jpg" alt="" width="1024" height="573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903131044_IMG_2086-1024x573.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903131044_IMG_2086-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903131044_IMG_2086-768x430.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903131044_IMG_2086-600x336.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>เราทดลองเฉดสีกันครู่ใหญ่และพบว่าสีดำหายากมากที่สุด จริงๆ แทบหาไม่ได้เลย เราเจอหินที่ได้สีเทาแค่ก้อนเดียว</p>
<p>“อย่างภาพเขียนในถ้ำ Lascaux ที่มีสีดำจากหินสีดำ (Manganese Oxide) นักโบราณคดีพยายามสำรวจสีหินในบริเวณใกล้เคียง กลับไม่พบเฉดหินสีดำเลย สถานที่ใกล้ที่สุดที่พบว่ามีแมงกานีส ออกไซด์ ห่างจากถ้ำกว่า 250 กิโลเมตร ซึ่งแถบเป็นไปไม่ได้เลยว่ามนุษย์ยุคนั้นจะสามารถเดินทางไกลได้ถึงขนาดนั้น และถ้าทำได้ แสดงว่าการได้เขียนภาพในถ้ำเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากๆ อาจเชื่อมโยงถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เพียงวาดตกแต่งเพื่อความสวยงามแน่ๆ”</p>
<p>ก่อนออกจากพื้นที่เรานำก้อนหินทุกก้อนไปคืนบริเวณที่นำมา (เป็นข้อตกลงกับอุทยานฯ ผาแต้ม) หลงเหลือไว้เพียงตัวอย่างเฉดสีบนกระดาษเป็นที่ระลึก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110750" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110759_IMG_2014-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>ไปเจอของจริง</h3>
<p>เราเดินทางต่ออีกไม่นานก็พบกับศูนย์อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ฉันและเดอะแก๊งจำนวนหนึ่งค่อยๆ เดิน โดยมีนักศึกษาที่เป็นคนพื้นที่ทำหน้าที่เป็นไกด์จำเป็น เราเดินลัดเลาะแนบไปตามหน้าผา ด้านซ้ายเป็นผาขนาดใหญ่ โดยลักษณะของผาที่ว่าไม่ตรงแต่เฉียง ด้านบนจะกว้างกว่าทำหน้าที่เป็นหลังคาคอยป้องกันภาพเขียน ด้านขวามือคือวิวแม่น้ำโขงที่กั้นฝั่งลาวไว้ เดินสักพักก็เจอกับภาพเขียนแรกที่ลบเลือนไปมากแล้ว เป็นภาพก้างปลา และลายเส้นทึบหยักไปมาคล้ายคลื่นน้ำ เดินต่อไปไม่ถึง 300 เมตร ก็พบกับภาพที่มีขนาดยาวที่สุด</p>
<p>“อันนี้ตุ้มครับ ตุ้มคือเครื่องดักสัตว์น้ำ ตรงด้านบนนั่นเป็นรูปปลาบึกครับ”</p>
<p>“ข้างๆ มีเต่าด้วย น่ารักจังแก๊งสัตว์น้ำ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110753" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903121227_IMG_2039-1024x573.jpg" alt="" width="1024" height="573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903121227_IMG_2039-1024x573.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903121227_IMG_2039-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903121227_IMG_2039-768x430.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903121227_IMG_2039-600x336.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>รูปภาพทั้งผาถูกแต้มด้วยสีแดงเพียงสีเดียว พวกเรานึกสงสัยว่า เฉดสีในบริเวณใกล้เคียงมีหลายสีมากๆ แต่ทำไมมนุษย์ยุคนั้นถึงเลือกใช้เพียงสีแดง</p>
<p>“อาจเป็นไปได้ว่าสีแดงมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งจะขุดพบสิ่งของสีแดง ผงดินสีแดงอยู่ในหลุมฝังศพด้วย อดีตชาวบ้านจะนับถือบริเวณนี้มากว่าศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าเป็นภูผาแห่งความตาย ใครล่วงล้ำเข้ามาจะมีอันตราย”</p>
<div id="attachment_110886" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-110886" class="size-large wp-image-110886" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118804329_652839558978177_6998247609272173915_n-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118804329_652839558978177_6998247609272173915_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118804329_652839558978177_6998247609272173915_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118804329_652839558978177_6998247609272173915_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118804329_652839558978177_6998247609272173915_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118804329_652839558978177_6998247609272173915_n.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-110886" class="wp-caption-text">ภาพโดย: ปิยะนันท์ กรินรักษ์</p></div>
<h3>มือใคร</h3>
<p>“กรี๊ดดดดด” ผู้สาวคนหนึ่งร้อง เสียงผู้บ่าวเริ่มหัวเราะ</p>
<p>“นั่นมันต๊กโตครับพี่”</p>
<p>“ฮะ อะไรนะ?” เราถาม</p>
<p>“จั๊กกิ้มก็คือจิ้งจกส่วนต๊กโตก็คือตุ๊กแก” เสียงร้องเพลงเริ่มดังขึ้นปนเสียงหัวเราะเป็นคำตอบอย่างสนุกสนาน ร้องเพลงยังไม่ทันจบเราก็มาหยุดกันที่ภาพเขียนอีกชุด ภาพชุดนี้มีรอยมือประทับอยู่ มีทั้งรอยมือแบบสีแดงทึบ รอยมือแบบทาบกับผนังแล้วพ่นสี แต่ที่แปลกสำหรับฉันคือ รอยมือที่เป็นลักษณะเส้นอยู่ทั้งฝ่ามือ แบบที่ไม่ค่อยเคยเห็นที่ไหน</p>
<p>“มือใหญ่เนอะ ใหญ่กว่าของพวกเราเยอะเลย” อันนี้เห็นจะจริงว่าคนสมัยก่อนเขาน่าจะตัวใหญ่กว่าพวกเราๆ</p>
<p>เราค่อยๆ เดินกันต่อ แบบอับๆ เพราะอากาศตรงนี้เป็นป่าอับลม เหงื่อเริ่มออกหนักขึ้นและการเดินแต่ละก้าวเริ่มลำบาก (อาจเป็นไปได้ว่าบริเวณที่มีภาพเขียนเป็นพื้นที่อับลม ปัจจัยการถูกกร่อนด้วยลมจึงไม่มี และช่วยรักษาภาพเขียนกว่าสี่พันปีไว้ได้)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110755" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122514_IMG_2049-1024x573.jpg" alt="" width="1024" height="573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122514_IMG_2049-1024x573.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122514_IMG_2049-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122514_IMG_2049-768x430.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903122514_IMG_2049-600x336.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>พวกเราหลายคนเริ่มถอดใจ ทยอยเดินกลับทางเข้ากันไปบ้าง ทำไปทำมาจากที่มากันร่วม 30 คน ตอนนี้เหลือผู้รอดจากความเหนื่อยล้ากันแค่ 10 คน เราก็ค่อยๆ ปีนขึ้นมาจนถึงลานหินขนาดใหญ่ เห็นวิวกว้างๆ ของแม่น้ำโขงและฝั่งลาวสักที ที่ลานหินนี้มีดอกไม้ ใบหญ้าเล็กๆ แปลกตาเยอะเลย เป็นรูปร่างที่พิเศษมาก มีต้นหญ้ารูปกงจักรดูพลิ้วมาก มารู้ทีหลังว่าชื่อ <em>กกกันดาร</em> หญ้าอีกชนิดที่เกาะตามโขดหินมีสีแดงเป็นตะปุ่มๆ มีน้ำหวานใสๆ คอยล่อดักจับแมลง ชื่อ <em>หญ้าน้ำค้าง </em>ด้วยความที่เอาแต่ก้มหน้าชื่นชมความจุ๋มจิ๋มนั้น ความร้อนและความเหนื่อยอยู่ๆ ก็อันตรธานหายไปได้เองเสียอย่างนั้น</p>
<p>แล้วเสียงโทรศัพท์ของนักศึกษาคนหนึ่งดังขึ้น “ค่ะ อาจารย์ น่าจะใกล้ถึงแล้วค่ะ มีป้ายบอกทางแล้ว”</p>
<p>ทีมที่ไม่ได้มาด้วยเริ่มเป็นห่วงว่าเดินกันไปถึงไหนแล้ว ทำไมนานขนาดนี้ พวกเรารีบเดินฝ่าความร้อนแรงของแดดไปยังรถที่จอดรอตรงทางออก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110742" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/308-1024x582.jpg" alt="" width="1024" height="582" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/308-1024x582.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/308-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/308-768x436.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/308-600x341.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>เริ่มลงมือทำสีธรรมชาติ</h3>
<p>พวกเรา 10 คนหน้าแดงเหงื่อชุ่ม เดินเข้าห้องกิจกรรมกันตาลีตาลาน เพราะเวลาล่วงเลยมาสักพักแล้วตามโปรแกรม นักศึกษานั่งแยกเป็นกลุ่มๆ รอพวกเราได้สักพักแล้ว ฉันเริ่มเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของสี ขั้นตอน และวัตถุดิบที่สำคัญอย่างออกรส และเริ่มต้นทดลองทำสีน้ำจากดินที่นักศึกษาและฉันหามาจากพื้นที่รอบๆ อุบลราชธานี</p>
<p>นักศึกษาหาเฉดดินมาได้หลากหลายมาก บางเฉดฉันเองก็ยังไม่เคยเห็น แถมยังมีถาดสีหลุมปั้นดินเผาที่ปั้นมือกันเอง พกมาคนละถาดด้วย</p>
<div id="attachment_110893" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-110893" class="size-large wp-image-110893" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_2300-1024x562.jpg" alt="" width="1024" height="562" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_2300-1024x562.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_2300-300x165.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_2300-768x422.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_2300-600x330.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-110893" class="wp-caption-text">ภาพโดย: Sujittra B.</p></div>
<p>“โดยมากดินจะมีเศษหิน เศษทรายที่มีอนุภาคใหญ่ จริงๆ ใช้ได้นะ แต่พอเราวาดไปแล้วจะเห็นเป็นเม็ดๆ ไม่เรียบเนียน กระบวนการนี้จึงสำคัญคือบดและกรองให้ละเอียด ผงที่ได้ก็เป็นเหมือนกับ pigment ดีๆ นี่แหละ” ฉันอธิบาย</p>
<p>“จากนั้นผสม pigment กับยางไม้และน้ำผึ้งธรรมชาติจนกว่าจะเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว พอเริ่มหนืดคล้ายยาสีฟันแบบที่เราบีบจากหลอด ก็หยอดลงหลุมที่เตรียมมา”</p>
<div id="attachment_110887" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-110887" class="size-large wp-image-110887" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118767831_726293054768117_170181859148709689_n-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118767831_726293054768117_170181859148709689_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118767831_726293054768117_170181859148709689_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118767831_726293054768117_170181859148709689_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118767831_726293054768117_170181859148709689_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118767831_726293054768117_170181859148709689_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-110887" class="wp-caption-text">ภาพโดย: ปิยะนันท์ กรินรักษ์</p></div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110749" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/20200903110714_IMG_2013-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>เหมือนเป็นการละลายพฤติกรรม ทั้งฉันและนักศึกษาเริ่มสนิทกันขึ้น ฉันเริ่มสนุก นักศึกษาก็เริ่มสนุก ทุกคนช่วยกันกรอง บด ผสมสีจนลืมเหนื่อย ฉันเองก็เซอร์ไพรส์กับเฉดสีหลากหลายของดินจากหลายพื้นที่ในอุบลราชธานี</p>
<div id="attachment_110889" style="width: 970px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-110889" class="size-full wp-image-110889" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118935542_10221122405987681_6113993419025731669_n.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118935542_10221122405987681_6113993419025731669_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118935542_10221122405987681_6113993419025731669_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118935542_10221122405987681_6113993419025731669_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/118935542_10221122405987681_6113993419025731669_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /><p id="caption-attachment-110889" class="wp-caption-text">ภาพโดย: Khanitta Khankham​</p></div>
<p>ค่ำแล้วแต่เหมือนว่าเรื่องสนุกๆ ยังค้างอยู่ในหัว ฉันหยิบดินสอมาร้อยเรียงด้วยภาษาและบันทึกภาพความประทับใจจนดึก แล้วเผลอหลับด้วยความเหนื่อยไปตอนไหนก็ไม่รู้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110744" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/311-1024x565.jpg" alt="" width="1024" height="565" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/311-1024x565.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/311-300x166.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/311-768x424.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/311-600x331.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/natural-colors-ubon-trip/">บันทึกการเดินทางสำรวจสีธรรมชาติอายุพันปีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มของ &#8216;แซนด์ สุวัลญา&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tara books : สตูดิโอหนังสือทำมือแดนภารตะที่ใช้หัวใจนำทาง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/place-27/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/place-27/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุวัลญา ศักดิ์สมบัติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Aug 2017 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[Tara books]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[Handmade Printing]]></category>
		<category><![CDATA[เจนไน]]></category>
		<category><![CDATA[Chennai]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือทำมือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/place-27/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่เทคโนโลยีการพิมพ์หนังสือก้าวหน้า มีการผสมสี CMYK ได้อย่างใจ มีโปรแกรมแต่งภาพ วางเลย์เอาต์หลากหลายเจ้า แต่ &#8216;ฉัน&#8217; นักเรียนศิลปะในเมืองศานตินิเกตันกลับมีโชคได้พบกันกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาพิมพ์หนังสือด้วยสองมือ ไม่ง้อโรงพิมพ์ ไม่แคร์เครื่องจักรราคาแพง อย่าง Tara books โดยบังเอิญ หนึ่งในวิธีการทำหนังสือของ Tara books ที่ดึงเอาเทคนิค Hand Block-Printed แกะสลักสวดลายจากไม้และปั้มลงไปบนผืนผ้า The Cloth of the Mother Goddess หนังสือทำมือสไตล์ textile book วินาทีที่เดวิด เพื่อนต่างชาติที่บังเอิญพบในโกลกาตา (Kolkata) หยิบ Tree หนังสือภาพสำหรับเด็กของสำนักพิมพ์ Tara books ที่พิมพ์ด้วยมือทั้งเล่มขึ้นมาเล่าเรื่องราวการผจญภัยกว่าจะมาเป็นเล่มอย่างที่เห็นราวกับเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมผลิต หัวใจของฉันก็เต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะสนใจการทำหนังสือมานาน และตรอมใจกับความเป็นไปไม่ได้กับค่าพิมพ์แสนแพงที่คนทำหนังสือทุกคนรู้ดี “หนังสือภาพ Tree ใช้กระดาษแฮนด์เมดสีดำเนื้อค่อนข้างหนา พิมพ์สีหลากสีสันอย่างประณีตและละเอียดที่สุด” เดวิดบอกอย่างนั้น พลางพลิกด้านหลังปกที่ติดแผ่นสติกเกอร์เล็กๆ เขียนตัวเลขด้วยลายมือว่า 1555/3000 ให้ด้วยพร้อมรอยยิ้ม “ดูนี่สิ หนังสือเล่มนี้เลอค่าแค่ไหน มันเป็นเล่มที่ถูกพิมพ์มือขึ้นเป็นเล่มที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-27/">Tara books : สตูดิโอหนังสือทำมือแดนภารตะที่ใช้หัวใจนำทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่เทคโนโลยีการพิมพ์หนังสือก้าวหน้า<br />
มีการผสมสี CMYK ได้อย่างใจ<br />
มีโปรแกรมแต่งภาพ วางเลย์เอาต์หลากหลายเจ้า<br />
แต่ &#8216;ฉัน&#8217; นักเรียนศิลปะในเมืองศานตินิเกตันกลับมีโชคได้พบกันกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาพิมพ์หนังสือด้วยสองมือ ไม่ง้อโรงพิมพ์ ไม่แคร์เครื่องจักรราคาแพง<br />
อย่าง <strong style="background-color: initial">Tara books</strong> โดยบังเอิญ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/10411925_10153812338512744_5915387111828091681_n.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><em>หนึ่งในวิธีการทำหนังสือของ Tara books ที่ดึงเอาเทคนิค Hand Block-Printed แกะสลักสวดลายจากไม้และปั้มลงไปบนผืนผ้า</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/11206114_10153812341137744_8099461477483910620_n.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><em>The Cloth of the Mother Goddess หนังสือทำมือสไตล์ textile book </em></p>
<p>วินาทีที่เดวิด เพื่อนต่างชาติที่บังเอิญพบในโกลกาตา (Kolkata) หยิบ<br />
<em>Tree</em> หนังสือภาพสำหรับเด็กของสำนักพิมพ์ Tara books ที่พิมพ์ด้วยมือทั้งเล่มขึ้นมาเล่าเรื่องราวการผจญภัยกว่าจะมาเป็นเล่มอย่างที่เห็นราวกับเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมผลิต<br />
หัวใจของฉันก็เต้นไม่เป็นจังหวะ<br />
เพราะสนใจการทำหนังสือมานาน<br />
และตรอมใจกับความเป็นไปไม่ได้กับค่าพิมพ์แสนแพงที่คนทำหนังสือทุกคนรู้ดี</p>
<p>“หนังสือภาพ <em>Tree</em> ใช้กระดาษแฮนด์เมดสีดำเนื้อค่อนข้างหนา พิมพ์สีหลากสีสันอย่างประณีตและละเอียดที่สุด” เดวิดบอกอย่างนั้น พลางพลิกด้านหลังปกที่ติดแผ่นสติกเกอร์เล็กๆ<br />
เขียนตัวเลขด้วยลายมือว่า 1555/3000 ให้ด้วยพร้อมรอยยิ้ม “ดูนี่สิ<br />
หนังสือเล่มนี้เลอค่าแค่ไหน มันเป็นเล่มที่ถูกพิมพ์มือขึ้นเป็นเล่มที่ 1,555<br />
จากทั้งหมด 3,000 เล่ม”</p>
<p>ฉันถามเพื่อนอย่างงๆ<br />
ว่ามันเป็น Handmade Printing ยังไง?</p>
<p>“เขาพิมพ์ด้วยเทคนิค Silk Screen” ฉันทำท่างงซ้ำ เพราะล่าสุดที่ช่วยเพื่อนชาวอินเดียพิมพ์งาน<br />
Silk Screen อยู่ 5 &#8211; 6 ก๊อปปี้ มันก็มีการเคลื่อนบ้าง เปรอะบ้าง<br />
ไม่เหมือนกันสักก๊อปปี้ แล้วนี่พิมพ์ 3,000 ก๊อปปี้แล้วเนี้ยบเหมือนออกจากเครื่องพรินต์ ฉันไม่เข้าใจ สับสนไปหมด เดวิดหัวเราะหึๆ ก่อนทิ้งปริศนาคาใจว่า “สงสัยเธอต้องไปดูเองกับตาแล้วล่ะ” </p>
<p>ปริศนาของเดวิดทำใจร้อนรนทนไม่ไหว<br />
รู้ตัวอีกฉันก็กระโดดขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่เมืองเจนไน (Chennai) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  2 วัน 2 คืนบนรถไฟจบลง รถไฟจอดสุดสายที่สถานี Central<br />
Chennai ในช่วงบ่ายแก่ๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170517_154058.jpg"></p>
<p>ณ ย่าน Thiruvanmiyur ของเมืองเจนไน ฉันเดินเข้าตรอกนี้เลี้ยวตรอกนั้น ท่ามกลางแดดร้อนระอุ ฉันเดินดุ่มๆ ราว 15 นาที ในที่สุดสตูดิโอ Tara books ก็อยู่ตรงหน้า “Vaṇakkam! (วัน-นะ-กำ)&#8221; คุณป้าใส่ชุดสาหรี่ที่กำลังทำความสะอาดยิ้มทักทายต้อนรับเป็นภาษาทมิฬ</p>
<p>ฉันแบกเป้เข้าไปนั่งพักเหนื่อยอยู่ในส่วนร้านขายหนังสือเล็กๆ ของออฟฟิศที่เรียกกันว่า Book Building อาคารสีขาวเทาสลับด้วยลูกกรงสีขาวดีไซน์เรียบที่ดูเป็นกันเอง ลานหลังบ้านมีต้นไม้ใหญ่ปลูกสูงชะลูด ใต้ต้นไม้มีโบโบ่ หมาสีขาวตัวอ้วนนอนจ้องหน้าฉันอยู่อย่างเป็นมิตร ส่วนของผนังปูนโล่งๆ มีรูปวาดต้นไม้ขนาดใหญ่สวยสะดุดตา</p>
<p>“หนูมาจากโกลกาตา เมืองศานตินิเกตันค่ะ” พนักงานแคชเชียร์พูดคุยกับฉันระหว่างที่ฉันกำลังจ่ายเงินค่าหนังสือ “มีพนักงานคนหนึ่งของเราก็มาจากโกลกาตาเหมือนกันเลย”</p>
<p>บทสนทนานั้นทำให้ฉันได้รู้จักกับ Rohini สาวมั่นจากโกลกาตา Rohini เรียนจบด้านอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ รับหน้าที่หลายตำแหน่งจนเธอก็บอกไม่ถูกถึงชื่อตำแหน่ง เราคุยกันถูกคอ Rohini พาฉันเดินชมสตูดิโอของ Tara books ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่ห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือดีไซน์สวยบริเวณชั้นสอง ผนังห้องสนุกซุกซนไปด้วยภาพวาดต้นฉบับของหนังสือเด็กหลายๆ เล่มโดยศิลปินที่ทำงานร่วมกับ Tara books และส่วนของออฟฟิศบริเวณชั้นสาม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Book-Building-Tara-Offices-32.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/601908_10151578639247744_456138130_n1.jpg" style="width: 747px"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170512_1155471.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Book-Building-Tara-Offices-1.jpg"></p>
<p>บนออฟฟิศ ฉันได้พบกับ Elena สาวชาวเยอรมัน นักศึกษาฝึกงานอยู่ที่นี่ 6 เดือนในตำแหน่งดูแลหนังสือแปลให้เป็นภาษาเยอรมัน Dhwani สาวมุมไบที่ดูแลงานอีเวนต์ต่างๆ Ragini สาวไฮเดอราบัดที่โตมากับหนังสือของ Tara books และหลงใหลในเสน่ห์ของสำนักพิมพ์นี้ หลังจากเรียนจบเธอจึงมาขอฝึกงานอยู่ที่นี่จนตอนนี้เธอได้เข้ามาเป็นพนักงานจัดรูปเล่มอย่างเป็นทางการแล้ว (Tara books จะรับพนักงานฝึกงานทั้งชาวอินเดียและชาวต่างชาติอยู่เรื่อยๆ มีเกสต์เฮาส์ให้ และมีเงินเดือนนิดๆ หน่อยๆ)</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Book-Building-Tara-Offices-22.jpg"></p>
<p>สาวๆ Tara books เล่าให้เราฟังว่าสตูดิโอหนังสือทำมือแห่งนี้ เริ่มจากความตั้งใจของ Gita Wolf ที่อยากหาหนังสือดีๆ ให้กับลูกของเธอแต่ยังไม่ตรงใจนัก บวกกับเธอได้รู้จักกับสตูดิโอท้องถิ่นในเมืองเจนไนที่ใช้คนงานท้องถิ่นเป็นแรงงานสกรีนแผ่นพับและการ์ดต่างๆ เธอจึงเริ่มต้นทำหนังสือสำหรับเด็กขึ้นจากคำถามที่ว่า How can we re-imagine children’s literature? เราจะสามารถหาแนวทางใหม่หรือสร้างสรรค์วรรณกรรมเด็กที่นอกกรอบและหลุดจากภาพจำเดิมๆ ได้อย่างไรบ้าง? คำถามของ Gita Wolf ทำให้ Tara books ผลิตวรรณกรรมทำมือที่ชวนเซอร์ไพรส์</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Gita-Wolf-Founder1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><em>Gita Wolf ผู้ก่อตั้ง Tara books</em></p>
<p>ตลอดเวลา 23 ปีที่ผ่านมา Gita ออกเดินตามหาศิลปินท้องถิ่นตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นการดึงเอา Kolam ศิลปะบนพื้นถนนทางเข้าบ้านที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากการโรยผงแป้งหรือทรายย้อมสี เพื่อต้อนรับพระแม่ลักษมีเทวีที่จะนำโชคลาภมาให้ครอบครัวของเหล่าแม่บ้าน และหญิงสาวจากชนเผ่าทางตอนใต้ของอินเดีย มาโลดแล่นบนหน้ากระดาษ สร้างเป็นวรรณกรรมที่ใช้ภาพเป็นตัวนำทางจินตนาการผู้คน หรือทำงานร่วมกับศิลปินต่างประเทศที่มาเป็นศิลปินในพำนักของ Tara books ทำให้หนังสือแต่ละเล่มของสตูดิโอนี้มีความหลากหลายแตกต่าง จนคว้ารางวัลหนังสือสำหรับเด็กและผู้ใหญ่กว่า 14 รางวัลจากนานาประเทศ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/250085_10150270973117744_8087845_n.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><em>Sunita ศิลปินสาวพื้นถิ่นจาก Rajasthan กำลังทำ Kolam ศิลปะบนพื้นถนนทางเข้าบ้านที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากการโรยผงแป้งหรือทรายย้อมสีลงบนกระดาษ</em></p>
<p>“พวกเราละเอียดอ่อนกับทุกรายละเอียด เพราะเรามองมันไปไกลกว่าการเป็นแค่หนังสือไว้อ่าน<br />
แต่มันคืองานศิลปะในรูปแบบที่เปิดได้” สาวๆ แบ่งปันแนวคิดในการทำงานระหว่างทานอาหารค่ำบนดาดฟ้าตึก<br />
Book Buildings “เธอต้องไปสตูดิโอทำหนังสือของเราให้ได้นะ แล้วเธอจะเข้าใจ<br />
Tara books มากขึ้นเป็นกอง”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/68399_10151306204682744_1486434566_n1.jpg"></p>
<p>สตูดิโอทำหนังสือด้วยแรงใจและแรงมือมนุษย์นั้นอยู่ห่างจากตัวออฟฟิศในระยะเดินทางด้วยรถบัสราวครึ่งชั่วโมง สตูดิโอทำหนังสือของ<br />
Tara books มีลักษณะเป็นบ้านที่มีคนทำหนังสือกว่า<br />
20 ชีวิต ชั้นล่างของบ้านอบอุ่นไปด้วยป้าๆ น้าๆ นุ่งส่าหรีนั่งประกอบปกกันอย่างใจเย็นท่ามกลางเสียงเพลงจากวิทยุท้องถิ่นภาษาทมิฬนาดู
 </p>
<p>ส่วนชั้นสองเป็นห้องสกรีน บรรยากาศแตกต่างจากชั้นล่างอย่างสิ้นเชิงตรงที่ห้องนี้ไม่มีสาวสวยนุ่งสาหรี่<br />
แต่มีชายภารตะรุ่นพี่ถึงรุ่นลุงนั่งสกรีนกระดาษด้วยมือทีละแผ่น ทีละแผ่น และนั่นคือหัวใจสำคัญของ<br />
Tara books</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170517_154415.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/283.jpg"></p>
<p>ภายในชั้นนี้มีโต๊ะสกรีนอยู่<br />
4 โต๊ะ  แต่ละโต๊ะมีคนทำงานประจำ 3 ตำแหน่ง<br />
 ตำแหน่งตรงกลางเป็นคนควบคุมตำแหน่งกระดาษให้ตรงพอดีกันเป๊ะ  ส่วนด้านขวามือของคนคุมตำแหน่งกระดาษ<br />
คือคนปาดไม้สกรีน<br />
ซึ่งต้องใช้แรงกดเพียงครั้ง แถมยังต้องเป็นคนผสมสีให้ได้เนื้อที่ต้องการ<br />
และแน่นอนว่าต้องไม่เหลว ไม่ข้น จนเกินไป  ส่วนด้านซ้ายมือคือคนวางกระดาษตามบล็อกไม้บรรจุกระดาษที่สกรีนเสร็จแล้วไม่ให้ซึมเปื้อนกันและกัน
 </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/6b.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/458.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sdfsdf.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/743.jpg"></p>
<p> ทุกคนที่นี่ทำงานกันใจเย็นมากๆ เพราะถ้าใจลอยเผลอทำพลาดนิดเดียว<br />
นั่นหมายความว่ากระดาษ handmade แผ่นนั้นจะต้องกลายเป็นเพียงกระดาษลองสี ซึ่งฉันมารู้ทีหลังอีกว่าเขาช่างคิดเอากระดาษทดลองสีมาทำเป็นปกสมุดสุดคูลที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า<br />
Flukbook (สมุดเก๋ๆ ที่ได้มาจากความฟลุคนั่นเอง)</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1716.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nawat2.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p>“ตอนนี้เรากำลังทำเล่ม<em> I Like Cats</em> เวอร์ชันภาษาเยอรมันจำนวน 3,000 ก๊อปปี้ ใช้เวลาราวๆ 1เดือน” ฉันตาโตลุกเป็นไข่ห่าน “ฮะ! 1 เดือนนนน!” ชาว Tara books เล่าต่ออย่างใจเย็นว่า “ปกติถ้าประเทศไหนต้องการแปลหนังสือก็แค่ขายต้นฉบับให้เขาไปพิมพ์แล้วจบ แต่ไม่ใช่ที่ Tara books ที่นี่ถ้าคุณต้องการแปล นั่นหมายความว่าคุณต้องพิมพ์ที่นี่ โดยทีมช่างฝีมือของเราเท่านั้น” รู้อย่างนั้นฉันเลยทำตัวเนียนๆ ขอให้พี่ๆ ชายฉกรรจ์ช่วยสกรีนรูปแมวเส้นสายลายชนเผ่าอินเดียมาออกแบบลงบนสมุดไดอารี่ กับโปสการ์ดที่กำลังจะเขียนถึงเพื่อนให้ ซึ่งพวกเขาก็ใจดีทำให้ เป็นอะไรที่น่ารักที่สุด! ส่วนห้องเล็กๆ บนชั้นสองอีกห้อง พนักงานอีกคนกำลังตัดกล่องใส่สมุด</p>
<p>ระหว่างที่ทุกคนเริ่มทยอยลงไปทานอาหารกลางวัน<br />
ฉันลงมาอยู่ข้างล่างทำตัวเป็นนักสำรวจต่อ ฉันค้อมตัวเข้ามาในห้องเย็บสมุดที่มีคุณลุงใจดีจากรัฐกรณาฏกะ (Karnataka) คือคนเดียวที่เย็บสมุดทุกเล่มของ Tara books  คุณลุงพยายามอธิบายวิธีการเย็บเล่ม<br />
คุณลุงประกอบเล่มหนังสือได้อย่างเร็วและคล่องแคล่วมาก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/845.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1818.jpg"></p>
<p>นอกจากผลิต<br />
Hand Prints Book ที่ดีต่อใจแล้ว<br />
บางเวลา Tara books ยังจัดเวิร์กช็อปสนุกๆ<br />
เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนท้องถิ่นที่ทำงานศิลปะพื้นบ้านมาทำงานศิลปะด้วยกัน<br />
บางครั้งก็เป็นการชวนเด็กๆ วัยกำลังพอรู้เรื่องมาทดลองทำหนังสือนิทานของตัวเอง อย่าง<br />
 Twin กิจกรรมเวิร์กช็อปที่เด็กทุกคนรวมถึงฉันจะได้รับแผ่นกระดาษพับครึ่งที่สกรีนสีมาแค่บางจุด<br />
เพื่อให้เด็กๆ แต่งเติมเรื่องราวตามใจชอบ จบกิจกรรม Rohini กับ<br />
Dhwani มอบแผ่นพับโยคะ การ์ด กับสมุด Flukbook ให้ฉันเป็นที่ระลึก เกรงใจก็เกรงใจ แต่ก็น้อมรับมาแต่โดยดีด้วยความปีติหัวใจ ไม่ใช่แค่เพราะของ<br />
แต่คือน้ำใจและมิตรภาพ</p>
<p>ก่อนที่สาวๆ<br />
จะพูดขึ้นว่า  “กรกฎานี้เรามีนัดคุยงานที่กรุงเทพฯ กับเชียงใหม่นะ”</p>
<p>ฉันตาโต<br />
เหลือเชื่อ เพราะช่วงเวลาที่พวกเธอจะมาเป็นช่วงเวลาที่ฉันเดินทางกลับมาไทยพอดี<br />
เราแลกอีเมลกันแล้วบอกลา<br />
 “See you again in Thailand”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170520_151119.jpg"></p>
<p>ณ<br />
สถานีรถไฟฟ้า BTS กรุงธนบุรี เดือนกรกฎาคม 2560</p>
<p>ในที่สุดเราก็ได้เจอกันที่เมืองไทยจริงๆ<br />
 เราค่อยๆ เดินไปร้านหนังสืออิสระ สถานที่จัดงานเสวนาที่อยู่นอกแผนการเดินทางของสาวๆ<br />
ตอนแรก แต่เพราะพี่ๆ ที่รู้จักวานฉันให้ช่วยจีบสาวๆ มาแบ่งปันเรื่องราวการทำหนังสือที่ใช้หัวใจนำทางให้กับคนทำหนังสือและงานพิมพ์ที่มีหัวใจรักงานหนังสือเหมือนกัน<br />
สำหรับฉัน มันเป็นงานเสนาที่น่าทึ่ง และน่ารักที่สุด</p>
<p>ต่อจากร้านหนังสืออิสระ<br />
ความทรงจำที่ฉันมีต่อ Tara books ได้พาตัวฉันมานั่งอยู่ที่สตูดิโอทำงานของ a day magazine พวกเขาพูดคุยเรื่องการเขียนงานของฉันที่ไม่ค่อยจะมั่นใจใดๆ เท่าไหร่<br />
เพราะไม่ใช่สิ่งที่ถนัดแต่แค่รู้สึกว่าอยากเขียน จนเข้ามาเรื่อง Tara books<br />
 ทุกคนตื่นเต้นเพราะเพิ่งรู้จัก และสนใจสำนักพิมพ์นี้อยู่เหมือนกัน<br />
และไม่รู้มาก่อนว่าฉันไปมาเมื่อหลายเดือนที่แล้ว พวกเขาจึงเอ่ยปากชวนฉันให้ลองเขียนเรื่องนี้ดูสักตั้ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/kariya1.jpg"></p>
<p>ฉันกำลังหย่อนก้นลงเก้าอี้เอนริมคลองหน้าบ้านพิมพ์ต้นฉบับมาถึงบรรทัดสุดท้าย<br />
นึกทบทวนถึงโชคชะตาของตัวเองที่ช่างตลกดีแท้ </p>
<p>ก็คิดดูสิ โลกใบตั้งใหญ่<br />
แต่คนที่มีหัวใจดวงเดียวกันกลับดึงดูดกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์</p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>สุวัลยา ศักดิ์สมบัติ และ <a href="https://tarabooks.com/">tarabooks.com</a></em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-27/">Tara books : สตูดิโอหนังสือทำมือแดนภารตะที่ใช้หัวใจนำทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/place-27/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
