<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วสุธร ปิยารมณ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author379/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author379/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Aug 2018 11:11:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Pop Aye : ความฝันอันหล่นหายของมนุษย์เรา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/movie-36/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/movie-36/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุธร ปิยารมณ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Apr 2017 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[pop aye]]></category>
		<category><![CDATA[Kirsten Tan]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok ASEAN Film Festival 2017]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/movie-36/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Director: Kirsten Tan Region: Singapore Genre: Drama หลังได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Sundance Film Festival เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Pop Aye หนังยาวเรื่องแรกของ Kirsten Tan ผู้กำกับหญิงชาวสิงคโปร์ก็ได้เดินทางกลับมาฉายยังประเทศไทย อันเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ในเรื่องเป็นครั้งแรก ที่งานเปิดเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร (Bangkok ASEAN Film Festival 2017) เมื่อคืนวันพุธที่ 26 เมษายน 2560 Pop Aye เริ่มต้นด้วยภาพชายวัยใกล้เกษียณคนหนึ่งเดินคู่ไปกับช้างกลางแดดร้อนบนถนนที่ดูห่างไกลจากเมือง เขาพยายามโบกหารถเพื่อพาทั้งตัวเองและช้างเดินทางไปที่ไหนสักแห่งอยู่พักใหญ่ “กรุงเทพฯ อะ แรกๆ ก็ดี&#8230;เผลอแป๊บเดียว เป็นหมาตัวนึง” คือประโยคที่ชายเจ้าของช้างคนนี้บอกกับคนขับรถบรรทุกหนุ่มที่รับเขาขึ้นมาเพียงชั่วคราว ก่อนมีเหตุให้ทั้งสองต้องถูกไล่ลงจากรถไปอย่างไม่ไยดี ทั้งหมดนี้คือซีนเปิดเรื่องซึ่งช่วยบอกใบ้ถึงประเด็นที่หนังกำลังจะพูดถึงต่อไป แม้จะถูกเล่าผ่านสายตาผู้กำกับชาวสิงคโปร์ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดในหนังล้วนเกิดขึ้นที่ไทย ผ่านตัวละครที่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร และทีมงานของหนังก็แทบจะเป็นคนไทยทั้งหมด Kirsten Tan เคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ถึง 2 ปี และเริ่มต้นทำหนังเรื่องนี้ขึ้นจากความรู้สึกของเธอที่มีต่อประเทศไทย ผ่านตัวละครอย่าง ‘ธนา’ (ธเนศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-36/">Pop Aye : ความฝันอันหล่นหายของมนุษย์เรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	<strong style="background-color: initial">Director: </strong>Kirsten Tan<br />
	<strong style="background-color: initial">Region: </strong>Singapore<br />
	<strong style="background-color: initial">Genre: </strong>Drama</p>
<p>
	  หลังได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Sundance Film Festival เมื่อต้นปีที่ผ่านมา<br />
	<em>Pop Aye </em>หนังยาวเรื่องแรกของ Kirsten Tan ผู้กำกับหญิงชาวสิงคโปร์ก็ได้เดินทางกลับมาฉายยังประเทศไทย<br />
อันเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ในเรื่องเป็นครั้งแรก<br />
ที่งานเปิดเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร (Bangkok ASEAN<br />
Film Festival 2017) เมื่อคืนวันพุธที่ 26 เมษายน 2560</p>
<p>
	<em>Pop Aye </em>เริ่มต้นด้วยภาพชายวัยใกล้เกษียณคนหนึ่งเดินคู่ไปกับช้างกลางแดดร้อนบนถนนที่ดูห่างไกลจากเมือง<br />
เขาพยายามโบกหารถเพื่อพาทั้งตัวเองและช้างเดินทางไปที่ไหนสักแห่งอยู่พักใหญ่</p>
<p>
	  “กรุงเทพฯ อะ<br />
แรกๆ ก็ดี&#8230;เผลอแป๊บเดียว<br />
เป็นหมาตัวนึง” คือประโยคที่ชายเจ้าของช้างคนนี้บอกกับคนขับรถบรรทุกหนุ่มที่รับเขาขึ้นมาเพียงชั่วคราว<br />
ก่อนมีเหตุให้ทั้งสองต้องถูกไล่ลงจากรถไปอย่างไม่ไยดี</p>
<p>
	  ทั้งหมดนี้คือซีนเปิดเรื่องซึ่งช่วยบอกใบ้ถึงประเด็นที่หนังกำลังจะพูดถึงต่อไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pop-aye.jpg"></p>
<p>
	  แม้จะถูกเล่าผ่านสายตาผู้กำกับชาวสิงคโปร์<br />
แต่เหตุการณ์ทั้งหมดในหนังล้วนเกิดขึ้นที่ไทย<br />
ผ่านตัวละครที่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร และทีมงานของหนังก็แทบจะเป็นคนไทยทั้งหมด</p>
<p>
	Kirsten Tan เคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ<br />
ถึง 2 ปี และเริ่มต้นทำหนังเรื่องนี้ขึ้นจากความรู้สึกของเธอที่มีต่อประเทศไทย<br />
ผ่านตัวละครอย่าง ‘ธนา’ (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์)<br />
สถาปนิกรุ่นเก่าซึ่งกำลังถูกคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่<br />
อีกทั้งความสัมพันธ์กับภรรยาของเขาก็กำลังเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา<br />
ธนาได้พบกับช้างตัวหนึ่งซึ่งกำลังถูกจูงอยู่บนถนน เขาจำได้ทันทีว่านั่นคือ ‘ป๊อปอาย’<br />
ช้างที่เขาเคยดูแลในวัยเด็กก่อนจะพลัดพรากจากกันไป<br />
ธนาตัดสินใจซื้อมันกลับมา และนั่นเองได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ<br />
กลับจังหวัดเลย บ้านเกิดของทั้งธนาและป๊อปอาย</p>
<p>
	ความรู้สึกเหนือจริงเล็กๆ<br />
เมื่อเราเห็นธนาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างในชีวิต เพื่อพาป๊อปอายกลับบ้านรวมถึงตัวละครอื่นๆ<br />
อย่างคนไร้บ้านกับความฝันว่าอยากพาคนรักที่ไม่ได้เจอกันนานซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปเที่ยว<br />
คู่หูตำรวจที่เข้ามาขัดขวางการเดินทางกับแตงโมที่ตกเกลื่อนถนน<br />
สาวประเภทสองที่น้อยใจในความรัก หรือแม้แต่พระเฝ้าเมรุที่ยินดีรับบัตรเครดิต<br />
เป็นเสน่ห์ที่ทำให้รสชาติของประเทศไทยในหนังดูแปลกตา</p>
<p>
	  ในขณะเดียวกัน สีสันฉูดฉาดเหล่านี้<br />
รวมถึงบทที่หลายครั้งก็รวบรัดตัดความกับเหตุผลการตัดสินใจของตัวละครมากเกินไป<br />
ก็ทำให้เราเลือกที่จะทรีตหนังเรื่องนี้เป็นนิทานเสียมากกว่าเรื่องราวของตัวละครที่สมจริงสมจัง<br />
หนังเลยหมิ่นเหม่ว่าจะตั้งอยู่บนสูตรสำเร็จของทั้งการเล่าเรื่อง<br />
และทำให้ความเป็นไทยในหนังดูแบนๆ อยู่เหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pop.jpg"></p>
<p>
	  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการแสดงของธเนศ วรากุลนุเคราะห์<br />
ที่ห่างหายจากวงการไปพักใหญ่ และผมเองก็พอจะคุ้นเคยกับธเนศแต่ในฐานะนักร้องเท่านั้น<br />
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการแสดงของธเนศบนจอใหญ่<br />
และพบว่าการแสดงของเขาคือความเพลิดเพลินของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้<br />
ความเป็นธรรมชาติและลีลาในการพูดที่ไม่เหมือนใครของเขา<br />
คอยควบคุมจังหวะของหนังทั้งเรื่องไว้ให้น่าสนใจได้อย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>
	  ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ทั้ง เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ในบท ‘โบ’ ภรรยาของธนา<br />
และสิ่งมีชีวิตนอกเหนือจากนี้ ก็มีทั้งโมเมนต์ที่ลื่นไหล<br />
และโมเมนต์ที่หากขยับให้ลงตัวอีกเล็กน้อยจะดูสมบูรณ์มากทีเดียว<br />
แทบทุกฉากที่ป๊อปอายปรากฏตัวในหนัง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แอบย่องเข้าไปในบ้าน<br />
หรือทุกฉากที่ป๊อปอายมีปฏิสัมพันธ์กับธนา ก็ชวนให้ทึ่งในการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับช้าง<br />
ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงความปลอดภัยของนักแสดงอยู่พอๆ กัน (แต่ผมก็ดึงตัวเองกลับมาสู่หนังได้เมื่อคิดว่าการถ่ายทำได้เสร็จสิ้นไปแล้ว<br />
และคุณธเนศเองก็นั่งอยู่ในโรงรอบนี้กับเราอย่างปลอดภัย)</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pop-aye-still-2-res.jpg"></p>
<p>
	  ซีนที่ประทับใจที่สุดหนีไม่พ้นสองซีนที่ตัวละครในหนังกลับมาพบกันอีกครั้ง<br />
ซีนแรกเป็นซีนที่สองตัวละครรองในหนังได้กลับมาเจอกันในสถานะที่น่าใจหาย<br />
แต่อบอวลไปด้วยความคิดถึงอย่างอบอุ่น อีกซีนคือช่วงท้ายเรื่องบนตึกร้าง<br />
ซึ่งทั้งหวานและเท่ที่สุดซีนหนึ่งที่เคยได้เห็นในหนังไทยเลยทีเดียว</p>
<p>
	<em>Pop Aye </em>เป็นหนังที่ทั้งแปลกประหลาด<br />
สวยงาม จนบางครั้งก็เกือบๆ จะสวยงามเกินไป รสชาติปะแล่มๆ<br />
นี้เองที่พูดถึงความอบอุ่น ความรัก ความฝันในวันเก่าที่อยากหวนกลับไปหา<br />
และชวนตั้งคำถามว่า เมื่อสิ่งที่เคยเป็นอยู่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว<br />
เราจะอยู่กับมันอย่างไรต่อไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/poster1.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<em>Pop Aye จะมีฉายอีก 2 รอบคือในวันที่ 30 เมษายน และ 1 พฤษภาคม 2560 ในเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร<br />
(Bangkok<br />
ASEAN Film Festival 2017) ที่ SF World Cinema นอกจากยังมีภาพยนตร์อาเซียนที่น่าสนใจเรื่องอื่นๆ<br />
อีกมากมาย ติดตามรอบฉายได้ที่<br />
	<a href="http://www.facebook.com/BangkokAseanFilmFestival">Bangkok ASEAN Film Festival</a> ก่อนเข้าโรงปกติที่ไทยเร็วๆ นี้</em></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-36/">Pop Aye : ความฝันอันหล่นหายของมนุษย์เรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/movie-36/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>달달한작당 Sweetjakdang : นอนอ่านหนังสือภาพในบรรยากาศแสนละมุนของคาเฟ่ใจกลางกรุงโซล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-113/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-113/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Apr 2017 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[โซล]]></category>
		<category><![CDATA[달달한작당]]></category>
		<category><![CDATA[Sweetjakdang]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-113/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภารกิจของเราในการไปตะลุยกรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นครั้งแรก นอกจากจะตั้งใจไปชิมรสชาติต็อกบกกี บิบิมบับ แพนเค้กกิมจิของแท้ ซี่โครงหมูคู่กับชีสยืดยาว รวมถึงปลาหมึกกับชีส หมูทอดกับชีส จนเนื้อตัวเราเต็มไปด้วยชีสหลังกลับมาไทย อีกหนึ่งสิ่งที่พาให้เราตกหลุมรักเมืองใหญ่แห่งนี้คือร้านรวงและคาเฟ่น่ารักๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ตามตรอกซอยของหมู่มวลร้านเสื้อผ้าและช็อปเครื่องสำอางมากมาย แค่เราเดินไปเจอก็รู้สึกว่าเป็น Hidden Places แล้วล่ะ ในขอบเขตของร้านรวงน่ารัก สถานที่ที่ทำเราใจเต้นเป็นพิเศษมักประกอบไปด้วยหนังสือเป็นส่วนสำคัญ และนั่นคือเหตุผลที่เราตกหลุมรัก 달달한작당 Sweetjakdang คาเฟ่สีน้ำตาลในย่านฮงแดสุดคึกคักเข้าอย่างจัง เพราะที่นี่ต้อนรับเราด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นทันทีที่ผลักประตูบ้านใหญ่เข้าไป แถมชั้นหนังสือที่แทรกตัวอยู่ทุกมุมของร้านแม้แต่ใต้บันไดยังอัดแน่นไปด้วยหนังสือภาพที่จัดหมวดมาครบทั้งนิทานภาพสำหรับเด็กทั้งจากเกาหลีและแปลจากภาษาอื่นๆ โฟโต้บุ๊กไซส์บิ๊กเบิ้ม คอมิกบุ๊กอ่านสนุก และแมกกาซีนเลย์เอาต์มินิมอลที่ชวนหยิบมาถ่ายรูปสวยๆ ทั้งหมดวางไว้ให้เราหยิบออกมาเปิดอ่านแบบใจเต้นรัว แม้จะอ่านไม่รู้เรื่องเพราะเป็นภาษาเกาหลีล้วนๆ (มีหนังสือภาษาอังกฤษอยู่นิดหน่อย) แต่แค่ได้ไล่สายตาและนิ้วไปหยิบหนังสือภาพปกสวยออกมาดูแล้วลุ้นว่าข้างในนั้นจะเป็นงานแบบไหนก็สนุกแล้ว แถมพอเป็นหนังสือภาพ ถึงอ่านไม่ออกเราก็ยังดูรูปกับลายเส้นได้เข้าใจอยู่ดี กติกาการใช้บริการที่นี่ง่ายมากๆ แค่สั่งเครื่องดื่มคนละแก้วก็เข้าไปนั่งอ่านหนังสือได้หนึ่งชั่วโมง มีทั้งกาแฟ ชา เบียร์เย็นๆ หรือเครื่องดื่มโนคาเฟอีนอย่างมิลค์เชครสชาติเยี่ยม ราคาเครื่องดื่มเป็นเรตปกติเท่าร้านอื่นไม่มีชาร์จค่าสถานที่เพิ่ม ส่วนใครเจอหนังสือถูกใจแล้วอยากอ่านต่อยาวๆ เขาก็คิดค่าบริการแค่ชั่วโมงละ 2,000 วอนเท่านั้น ส่วนสิ่งที่ทำให้เลิฟมากๆ คือพื้นที่นั่งอ่านในร้านที่เขาออกแบบมาอย่างสนุกและตอบโจทย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกลางขนาดใหญ่ให้นั่งแลกเปลี่ยนพูดคุยกับนักอ่านคนอื่น โต๊ะเล็กๆ ในคอกกั้นที่ทำเป็นหลุมให้หย่อนก้นนั่งอ่าน ที่นั่งสำหรับคู่รักไว้ดูวิวริมหน้าต่าง หรือแคปซูลเบาะนุ่มนิ่มให้อิงอ่านหนังสือกันส่วนตัวสุดๆ นี่ยังไม่นับเบาะบีนแบ็กที่ซ่อนตัวอยู่ใต้บันได ไปจนถึงดาดฟ้าที่แต่งเป็นสวนเล็กๆ ให้นอนกางหนังสืออ่านในวันแดดดี ทุกมุมของร้านมีหนังสือจัดเรียงไว้ให้อ่านและรอให้เข้าไปคุ้ยและค้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-113/">달달한작당 Sweetjakdang : นอนอ่านหนังสือภาพในบรรยากาศแสนละมุนของคาเฟ่ใจกลางกรุงโซล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภารกิจของเราในการไปตะลุยกรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นครั้งแรก นอกจากจะตั้งใจไปชิมรสชาติต็อกบกกี บิบิมบับ แพนเค้กกิมจิของแท้ ซี่โครงหมูคู่กับชีสยืดยาว รวมถึงปลาหมึกกับชีส หมูทอดกับชีส จนเนื้อตัวเราเต็มไปด้วยชีสหลังกลับมาไทย อีกหนึ่งสิ่งที่พาให้เราตกหลุมรักเมืองใหญ่แห่งนี้คือร้านรวงและคาเฟ่น่ารักๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ตามตรอกซอยของหมู่มวลร้านเสื้อผ้าและช็อปเครื่องสำอางมากมาย แค่เราเดินไปเจอก็รู้สึกว่าเป็น Hidden Places แล้วล่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BUJH2864.jpg" /></p>
<p>ในขอบเขตของร้านรวงน่ารัก สถานที่ที่ทำเราใจเต้นเป็นพิเศษมักประกอบไปด้วยหนังสือเป็นส่วนสำคัญ และนั่นคือเหตุผลที่เราตกหลุมรัก <strong>달달한작당 Sweetjakdang</strong> คาเฟ่สีน้ำตาลในย่านฮงแดสุดคึกคักเข้าอย่างจัง เพราะที่นี่ต้อนรับเราด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นทันทีที่ผลักประตูบ้านใหญ่เข้าไป แถมชั้นหนังสือที่แทรกตัวอยู่ทุกมุมของร้านแม้แต่ใต้บันไดยังอัดแน่นไปด้วยหนังสือภาพที่จัดหมวดมาครบทั้งนิทานภาพสำหรับเด็กทั้งจากเกาหลีและแปลจากภาษาอื่นๆ โฟโต้บุ๊กไซส์บิ๊กเบิ้ม คอมิกบุ๊กอ่านสนุก และแมกกาซีนเลย์เอาต์มินิมอลที่ชวนหยิบมาถ่ายรูปสวยๆ ทั้งหมดวางไว้ให้เราหยิบออกมาเปิดอ่านแบบใจเต้นรัว แม้จะอ่านไม่รู้เรื่องเพราะเป็นภาษาเกาหลีล้วนๆ (มีหนังสือภาษาอังกฤษอยู่นิดหน่อย) แต่แค่ได้ไล่สายตาและนิ้วไปหยิบหนังสือภาพปกสวยออกมาดูแล้วลุ้นว่าข้างในนั้นจะเป็นงานแบบไหนก็สนุกแล้ว แถมพอเป็นหนังสือภาพ ถึงอ่านไม่ออกเราก็ยังดูรูปกับลายเส้นได้เข้าใจอยู่ดี</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/GRQH7916.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/HZSV0841.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/TYNO0292.jpg" /></p>
<p>กติกาการใช้บริการที่นี่ง่ายมากๆ แค่สั่งเครื่องดื่มคนละแก้วก็เข้าไปนั่งอ่านหนังสือได้หนึ่งชั่วโมง มีทั้งกาแฟ ชา เบียร์เย็นๆ หรือเครื่องดื่มโนคาเฟอีนอย่างมิลค์เชครสชาติเยี่ยม ราคาเครื่องดื่มเป็นเรตปกติเท่าร้านอื่นไม่มีชาร์จค่าสถานที่เพิ่ม ส่วนใครเจอหนังสือถูกใจแล้วอยากอ่านต่อยาวๆ เขาก็คิดค่าบริการแค่ชั่วโมงละ 2,000 วอนเท่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VHGV2434.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/CABL2940.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VGTL1821.jpg" /></p>
<p>ส่วนสิ่งที่ทำให้เลิฟมากๆ คือพื้นที่นั่งอ่านในร้านที่เขาออกแบบมาอย่างสนุกและตอบโจทย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกลางขนาดใหญ่ให้นั่งแลกเปลี่ยนพูดคุยกับนักอ่านคนอื่น โต๊ะเล็กๆ ในคอกกั้นที่ทำเป็นหลุมให้หย่อนก้นนั่งอ่าน ที่นั่งสำหรับคู่รักไว้ดูวิวริมหน้าต่าง<br />
หรือแคปซูลเบาะนุ่มนิ่มให้อิงอ่านหนังสือกันส่วนตัวสุดๆ นี่ยังไม่นับเบาะบีนแบ็กที่ซ่อนตัวอยู่ใต้บันได ไปจนถึงดาดฟ้าที่แต่งเป็นสวนเล็กๆ ให้นอนกางหนังสืออ่านในวันแดดดี ทุกมุมของร้านมีหนังสือจัดเรียงไว้ให้อ่านและรอให้เข้าไปคุ้ยและค้น เรียกว่าเขาใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรของคาเฟ่ได้อย่างมีประโยชน์จริงๆ รู้ตัวอีกทีเราก็ขนหนังสือปกสวยๆ ลายเส้นน่ารักกลับมานอนอ่านที่แคปซูลส่วนตัวจนเพลินเลยล่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/TXKY1901.jpg" /></p>
<p>เท่าที่สังเกตดู ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่หยุดพักเหนื่อยจากการเดินช้อปปิ้งเสื้อผ้า แต่ยังเป็นที่หลบซ่อนตัวชั้นดีสำหรับนักอ่านชาวเกาหลีทุกเพศทุกวัยที่อยากมาใช้เวลาผ่อนคลายร่วมกัน ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ เป็นกลุ่มแก๊งเพื่อน หรือแพ็กครอบครัวพ่อแม่พาลูกๆ มานั่งอ่านหนังสือกัน เห็นแล้วก็มีความสุขและอยากให้ที่ไทยมีร้านแบบนี้เยอะๆ จัง จะได้นั่งซุกตัวอยู่ที่นั่นทั้งวันเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/WNFY1445.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/PHZG6904.jpg" /></p>
<h3><strong>달달한작당</strong><strong> Sweetjakdang</strong></h3>
<p><strong>address: </strong>148-7 Donggyo-dong, Mapo-gu, Seoul, South Korea<br />
<strong style="background-color: initial;">hours:</strong> 12.00 &#8211; 22.30 น. (ปิดวันหยุดราชการของเกาหลีใต้)<br />
<strong style="background-color: initial;">how to get there:</strong> วิธีง่ายที่สุดคือลงสถานีรถไฟใต้ดิน Hongik University Station ออกทางออกที่ 3 จะเจอลานทางเดินและสนามหญ้าที่วัยรุ่นออกมาปิกนิกและจูงสุนัขออกมาเดินเล่นกัน เลี้ยวขวาที่ซอยหัวมุมตรงร้าน Steak Boss จะเจอร้านอาหาร The Dining Lab คาเฟ่นี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 เดินขึ้นไปได้เลย<br />
<strong>facebook |</strong> <a href="https://www.facebook.com/sweetjakdang/">달달한작당</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-113/">달달한작당 Sweetjakdang : นอนอ่านหนังสือภาพในบรรยากาศแสนละมุนของคาเฟ่ใจกลางกรุงโซล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-113/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สยามสแควร์ : เรื่องเล่าผีและความเจ็บปวดของการเป็นวัยรุ่นไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/movie-33/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/movie-33/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุธร ปิยารมณ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Apr 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[ไพรัช คุ้มวัน]]></category>
		<category><![CDATA[สยามสแควร์]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/movie-33/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Director: ไพรัช คุ้มวัน Region: ไทย Genre: Horror ชื่อโปรเจกต์ สยามสแควร์ และเซ็ตภาพนักแสดงวัยรุ่นนับสิบท่ามกลางบรรยากาศสยามสแควร์ตอนกลางวัน ทำให้เราตื่นเต้นว่าโปรเจกต์หนังยาวเรื่องใหม่ของสหมงคลฟิล์มฯ จะหยิบยกประเด็นไหนเกี่ยวกับวัยรุ่นปัจจุบันขึ้นมาพูดถึง แต่เมื่อพล็อตของหนังถูกเฉลยออกมาว่าที่จริงแล้ว สยามสแควร์เป็นหนังผี และข้อความโปรโมตที่ว่า &#8216;คนดูจะได้เห็นสยามสแควร์ในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน&#8217; กลับทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นนั้นลดน้อยลงไป &#8216;สยามสแควร์มีผี&#8217; ดูจับต้องยาก และทำให้ตัวมันเองดูกลายเป็นหนังผีธรรมดาเรื่องหนึ่งไปในทันที แต่ด้วยชื่อผู้กำกับ ป้อง-ไพรัช คุ้มวัน ที่กระโดดจากการทำงานเบื้องหลังหนังอินดี้มารับหน้าที่กำกับหนังยาวในระบบสตูดิโอเรื่องแรก รวมถึงลีลากำกับภาพและวิชวลผีที่โดดเด่นที่ได้เห็นจากตัวอย่างหนัง เลยทำให้ สยามสแควร์ ยังคงเป็นหนังไทยที่น่าจับตามองในต้นปีนี้อยู่ดี เส้นเรื่องหลักของหนังเริ่มขึ้นที่โรงเรียนกวดวิชาในสยามสแควร์ สถานที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเรื่องเล่าผีด้ายแดงในตำนาน วิญญาณของเด็กนักเรียนที่หายตัวไปอย่างลึบลับ แต่ยังคงเดินวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในสยามสแควร์ตอนกลางคืน เมื่อความสัมพันธ์ของ เมย์ (อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ) และเพื่อนสนิทสาว จุ๊บเล็ก (ต้นหลิว-มรกต หลิว) แตกหักลงในคืนที่สยามไฟดับ คืนนั้น เมย์ได้พบกับนิด (พลอย ศรนรินทร์) เพื่อนลึกลับต่างโรงเรียนที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน พร้อมๆ กับที่ตำนานผีด้ายแดงที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่พังทลายลง ถูกเล่าขนานไปกับหลักฐานการมีตัวตนของผีด้ายแดงที่ค่อยๆ เป็นจริงตามที่คนอื่นว่าไว้ขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการพิสูจน์ของกลุ่มแก๊งเกรียนท้าพิสูจน์ผี Ghost Your Dad [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-33/">สยามสแควร์ : เรื่องเล่าผีและความเจ็บปวดของการเป็นวัยรุ่นไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	<strong></strong><strong>Director:</strong> ไพรัช คุ้มวัน<br />
	<strong></strong><strong>Region:</strong> ไทย<br />
	<strong></strong><strong>Genre:</strong> Horror</p>
<p>
	ชื่อโปรเจกต์ <em>สยามสแควร์</em> และเซ็ตภาพนักแสดงวัยรุ่นนับสิบท่ามกลางบรรยากาศสยามสแควร์ตอนกลางวัน<br />
ทำให้เราตื่นเต้นว่าโปรเจกต์หนังยาวเรื่องใหม่ของสหมงคลฟิล์มฯ<br />
จะหยิบยกประเด็นไหนเกี่ยวกับวัยรุ่นปัจจุบันขึ้นมาพูดถึง แต่เมื่อพล็อตของหนังถูกเฉลยออกมาว่าที่จริงแล้ว<br />
สยามสแควร์เป็นหนังผี และข้อความโปรโมตที่ว่า &#8216;คนดูจะได้เห็นสยามสแควร์ในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน&#8217; กลับทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นนั้นลดน้อยลงไป</p>
<p>
	&#8216;สยามสแควร์มีผี&#8217; ดูจับต้องยาก<br />
และทำให้ตัวมันเองดูกลายเป็นหนังผีธรรมดาเรื่องหนึ่งไปในทันที</p>
<p>
	  แต่ด้วยชื่อผู้กำกับ<br />
ป้อง-ไพรัช<br />
คุ้มวัน<br />
ที่กระโดดจากการทำงานเบื้องหลังหนังอินดี้มารับหน้าที่กำกับหนังยาวในระบบสตูดิโอเรื่องแรก<br />
รวมถึงลีลากำกับภาพและวิชวลผีที่โดดเด่นที่ได้เห็นจากตัวอย่างหนัง<br />
เลยทำให้<br />
	<em>สยามสแควร์</em> ยังคงเป็นหนังไทยที่น่าจับตามองในต้นปีนี้อยู่ดี</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/siam01.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/siam05.jpg"></p>
<p>
	  เส้นเรื่องหลักของหนังเริ่มขึ้นที่โรงเรียนกวดวิชาในสยามสแควร์<br />
สถานที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเรื่องเล่าผีด้ายแดงในตำนาน วิญญาณของเด็กนักเรียนที่หายตัวไปอย่างลึบลับ<br />
แต่ยังคงเดินวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในสยามสแควร์ตอนกลางคืน เมื่อความสัมพันธ์ของ เมย์<br />
(อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ) และเพื่อนสนิทสาว<br />
จุ๊บเล็ก (ต้นหลิว-มรกต หลิว) แตกหักลงในคืนที่สยามไฟดับ<br />
คืนนั้น เมย์ได้พบกับนิด (พลอย ศรนรินทร์) เพื่อนลึกลับต่างโรงเรียนที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน<br />
พร้อมๆ กับที่ตำนานผีด้ายแดงที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง</p>
<p>
	  ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่พังทลายลง<br />
ถูกเล่าขนานไปกับหลักฐานการมีตัวตนของผีด้ายแดงที่ค่อยๆ<br />
เป็นจริงตามที่คนอื่นว่าไว้ขึ้นเรื่อยๆ<br />
ผ่านการพิสูจน์ของกลุ่มแก๊งเกรียนท้าพิสูจน์ผี Ghost Your Dad ที่ช่วยสร้างสีสันโทนคอมเมดี้ให้กับเรื่อง<br />
และตัวละครอื่นๆ ที่เข้ามาพัวพันกับความลึกลับนี้ด้วยกัน</p>
<p>
	  นอกจากนี้ยังมีตัวละครอื่นอย่าง<br />
เฟิร์น (เหม่เหม-ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล) ที่เป็นตัวแทนพูดถึงความกดดันที่วัยรุ่นได้รับจากพ่อแม่<br />
ที่ถึงแม้จะช่วยเพิ่มมิติให้ประเด็นในหนัง<br />
แต่เอาเข้าจริงแล้วแอบห่างไกลกับประเด็นหลักเรื่องเพื่อนอยู่พอสมควร<br />
พาให้คิดว่าหากยุบรวมเฟิร์นและตัวละครรายล้อม 3 &#8211; 4  ตัวเข้ากับตัวละครที่มีอยู่แล้ว<br />
หนังอาจเดินไปข้างหน้าเร็วขึ้น และทำให้เราลงลึกกับตัวละครหลักได้มากกว่าเดิม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/siam02.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/siam03.jpg"></p>
<p>
	  อย่างไรก็ตาม<br />
การแสดงของตัวละครทุกตัวถือเป็นจุดที่แข็งแรงมากของหนัง<br />
ทั้งพาร์ตดราม่าและคอเมดี้ รวมถึงการกำกับภาพและการตัดต่อ ถือเป็นอาวุธเด่นที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูคราฟต์มากๆ</p>
<p>
	  หนึ่งในซีนผีที่โดดเด่นหนีไม่พ้นซีนที่บ้านหมูหวาน<br />
(ปลื้ม-ปุริม รัตนเรืองวัฒนา) ที่ชาวแก๊ง Ghost Your Dad นั่งเช็กไฟล์ผีที่ตัวเองถ่ายติดมา<br />
ซีนนี้ทั้งตลกและน่ากลัวในระดับที่มากไปกว่าแค่จังหวะตกใจ<br />
แต่ความนิ่งและมีสมาธิของซีนสามารถสร้างความรู้สึกกลัวแบบขนหัวลุกให้คนดูได้จริงๆ</p>
<p>
	  ปัญหาเดียวที่อาจสร้างความสับสนให้คนดูไปบ้างคงเป็นเรื่องระบบผีในหนัง<br />
พอมันไม่ถูกอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน<br />
เล่าไม่เคลียร์พอว่าตัวละครในเรื่องทราบเงื่อนไขการเอาชนะผีต่างๆ ได้อย่างไร ผีในเรื่องจะออกอาการเหมือนเอาแต่ใจตัวเอง อยากจะทำอะไรตอนไหนก็ทำ<br />
และทำให้คนดูสะดุดหันไปรีเช็กข้อมูลกับคนข้างๆ แทนที่จะเข้าใจได้ในทันที</p>
<p>
	  แต่นอกเหนือไปจากนี้<br />
บทของ<br />
	<em>สยามสแควร์ </em>นั้นถูกคิดมาอย่างดี<br />
ทำให้ทั้งผีและสถานที่อย่างสยามสแควร์กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยบอกเล่าความสับสนกดดัน<br />
ความผิดหวังและปวดร้าวของการเป็นวัยรุ่นออกมาได้อย่างน่าสนใจ หลายๆ องค์ประกอบ<br />
ทั้งสมุดเฟรนด์ชิพที่ต้องส่องอ่านผ่านกระจก<br />
กล้องวิดีโอที่บันทึกภาพระหว่างร่วงหล่นลงจากตึกสูง ผีกับการปิดตา<br />
ข่าวลือที่ไม่รู้จริงไม่จริง<br />
และเรื่องผีที่ต่างคนต่างก็เล่าขานถึงและถ่ายทอดกันไปตามแต่มุมที่ตัวเองมองเห็น<br />
ล้วนพิเศษกับหนัง และทำให้ Big<br />
Idea &#8216;สยามสแควร์มีผี&#8217; แปลกใหม่และแข็งแรงมากพอที่จะทำให้เราออกไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงและคาดหวังรอผลงานใหม่ๆ<br />
จากทีมงานกลุ่มนี้ต่อไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/siam04.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-33/">สยามสแควร์ : เรื่องเล่าผีและความเจ็บปวดของการเป็นวัยรุ่นไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/movie-33/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
