<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พรชนัน วัธนจิตต์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author311/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author311/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 17:25:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เหมียวและลูกๆ : เรื่องของแม่แมวที่เข้ามาทำให้ครอบครัวหนึ่งตกเป็นทาสแมวจนได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cat-46/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cat-46/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พรชนัน วัธนจิตต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2017 01:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[คนอวดแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cat-46/</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะชอบแมว&#8217; ประโยคนี้เกิดขึ้นหลังจากได้เจอกับ &#8216;แมว&#8217; ชื่อนี้ฉันเป็นคนเรียก แต่แม่เรียกเจ้าแมวตัวนี้ว่า &#8216;เหมียว&#8217; ตั้งแต่จำความได้ ที่บ้านไม่เคยเลี้ยงแมวเลยแม้แต่ตัวเดียว เลี้ยงหมามาตลอด และตัวฉันเองก็มั่นใจว่าชอบหมามากกว่าแมว จนแมวหรือเหมียวของแม่เข้ามาในบ้านเท่านั้นแหละ ความมั่นใจฉันก็ถูกสั่นคลอน เหมียวเป็นแมวลายสีส้มมีสีดำแต้มประปราย ถูกใครไม่รู้เอามาปล่อยไว้แถวบ้าน วันที่ฉันเจอมัน จำได้ว่าวันนั้นกลับมาจากทำงานแล้วเจอเหมียวอยู่ในบ้าน แม่เลยเล่าให้ฟังว่า มันเห็นแม่อยู่หน้าบ้านแล้วมันก็ตามแม่เข้ามา ด้วยความที่แม่เป็นคนขี้สงสารเลยจัดแจงหาข้าวให้เหมียวกิน อีกอย่างเห็นว่าเหมียวกำลังท้อง แล้วท้องโตมากซะด้วย ก็เลยรับมันมาดูแล มันจะได้ช่วยจับหนู จับจิ้งจกให้ จนเวลาผ่านไปเกือบเดือน ฉันเจอเหมียวในบ้านทุกวัน เหมียวจะชอบเอาตัวมาสี พันแข้งพันขา มาอ้อนฉัน จนฉันเริ่มรู้สึกว่าเหมียวเข้ามามีอิทธิพลในจิตใจของฉันทีละน้อย ทุกวันหลังจากกลับมาจากทำงาน ฉันต้องถามกับทุกคนในบ้านว่า “แมวอยู่ไหน เข้าบ้านหรือยัง” เพราะเหมียวชอบออกไปจับหนู จับจิ้งจก บางทีก็ไปตะปบนกบ้าง พอเสร็จแล้วก็จะคาบผลงานมาวางแหมะไว้ในบ้านให้พวกเราสยองกับซากสัตว์ต่างๆ แม่ดูจะภูมิใจกับฝีมือการปราบจิ้งจกของเหมียวมาก แม่บอกว่าตั้งแต่มีเหมียวเข้ามาอยู่ ในบ้านก็แทบไม่เห็นจิ้งจกเลย ต่อไปจะให้เหมียวลองไปจับตุ๊กแกบ้าง แล้วเวลาคลอดลูกก็มาถึง เหมียวหายไปจากบ้านเกือบเดือน ถามคนแถวบ้านก็ไม่มีใครเห็นว่านางไปไหน ฉันก็ถอดใจไปแล้ว คิดว่านางอาจจะถูกงูกิน หรือหลงไปที่อื่น เวลานั้นฉันเสียใจนะ รู้สึกใจหาย คิดไปว่าแกจะเข้ามาในชีวิตฉันให้ฉันรัก ผูกพันกับแกทำไมในเมื่อสุดท้ายแกก็เทฉันไปเฉยๆ จนวันนึงขณะที่ครอบครัวเรากำลังกินข้าวกันอยู่ เหมียวก็โผล่เข้ามา ตอนนั้นไม่เฉพาะแค่ฉันที่ดีใจมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cat-46/">เหมียวและลูกๆ : เรื่องของแม่แมวที่เข้ามาทำให้ครอบครัวหนึ่งตกเป็นทาสแมวจนได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8216;ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะชอบแมว&#8217; ประโยคนี้เกิดขึ้นหลังจากได้เจอกับ &#8216;แมว&#8217; ชื่อนี้ฉันเป็นคนเรียก แต่แม่เรียกเจ้าแมวตัวนี้ว่า &#8216;เหมียว&#8217; ตั้งแต่จำความได้ ที่บ้านไม่เคยเลี้ยงแมวเลยแม้แต่ตัวเดียว<br />
เลี้ยงหมามาตลอด และตัวฉันเองก็มั่นใจว่าชอบหมามากกว่าแมว จนแมวหรือเหมียวของแม่เข้ามาในบ้านเท่านั้นแหละ<br />
ความมั่นใจฉันก็ถูกสั่นคลอน</p>
<p>เหมียวเป็นแมวลายสีส้มมีสีดำแต้มประปราย ถูกใครไม่รู้เอามาปล่อยไว้แถวบ้าน<br />
วันที่ฉันเจอมัน จำได้ว่าวันนั้นกลับมาจากทำงานแล้วเจอเหมียวอยู่ในบ้าน<br />
แม่เลยเล่าให้ฟังว่า มันเห็นแม่อยู่หน้าบ้านแล้วมันก็ตามแม่เข้ามา<br />
ด้วยความที่แม่เป็นคนขี้สงสารเลยจัดแจงหาข้าวให้เหมียวกิน อีกอย่างเห็นว่าเหมียวกำลังท้อง<br />
แล้วท้องโตมากซะด้วย ก็เลยรับมันมาดูแล มันจะได้ช่วยจับหนู จับจิ้งจกให้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1566.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1567.jpg"></p>
<p>จนเวลาผ่านไปเกือบเดือน ฉันเจอเหมียวในบ้านทุกวัน<br />
เหมียวจะชอบเอาตัวมาสี พันแข้งพันขา มาอ้อนฉัน จนฉันเริ่มรู้สึกว่าเหมียวเข้ามามีอิทธิพลในจิตใจของฉันทีละน้อย<br />
ทุกวันหลังจากกลับมาจากทำงาน ฉันต้องถามกับทุกคนในบ้านว่า “แมวอยู่ไหน<br />
เข้าบ้านหรือยัง” เพราะเหมียวชอบออกไปจับหนู จับจิ้งจก บางทีก็ไปตะปบนกบ้าง<br />
พอเสร็จแล้วก็จะคาบผลงานมาวางแหมะไว้ในบ้านให้พวกเราสยองกับซากสัตว์ต่างๆ<br />
แม่ดูจะภูมิใจกับฝีมือการปราบจิ้งจกของเหมียวมาก แม่บอกว่าตั้งแต่มีเหมียวเข้ามาอยู่<br />
ในบ้านก็แทบไม่เห็นจิ้งจกเลย ต่อไปจะให้เหมียวลองไปจับตุ๊กแกบ้าง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1723.jpg"></p>
<p>แล้วเวลาคลอดลูกก็มาถึง เหมียวหายไปจากบ้านเกือบเดือน<br />
ถามคนแถวบ้านก็ไม่มีใครเห็นว่านางไปไหน ฉันก็ถอดใจไปแล้ว คิดว่านางอาจจะถูกงูกิน<br />
หรือหลงไปที่อื่น เวลานั้นฉันเสียใจนะ รู้สึกใจหาย<br />
คิดไปว่าแกจะเข้ามาในชีวิตฉันให้ฉันรัก<br />
ผูกพันกับแกทำไมในเมื่อสุดท้ายแกก็เทฉันไปเฉยๆ จนวันนึงขณะที่ครอบครัวเรากำลังกินข้าวกันอยู่<br />
เหมียวก็โผล่เข้ามา ตอนนั้นไม่เฉพาะแค่ฉันที่ดีใจมาก<br />
ทุกคนในบ้านดูจะรู้สึกยินดีปรีดากับการกลับมาของนาง จนเราสืบได้ว่าเหมียวไปคลอดลูกในโกดังเก็บของแถวบ้าน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1724.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1791.jpg"></p>
<p>เหมียวคลอดลูกออกมาทั้งหมด 7 ตัว<br />
แต่สุดท้ายที่เหลือรอดมาอยู่กับครอบครัวฉันมีแค่ 2 ตัว ลูกแมวทั้งสองมีความสุข<br />
ซุกซนไปตามประสา ตอนนี้เหมือนบ้านฉันมีเด็กวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นอยู่ด้วย<br />
ทั้งวันจะได้ยินเสียงกระดิ่งที่ห้อยกับปลอกคอลูกแมวดังเพราะมันจะเล่นกันตลอดเวลา<br />
วิ่งไล่ตะปบกันบ้าง ปีนบันได ปีนต้นไม้ แต่ก็มีบางช่วงที่พักเหนื่อยนอนกินนมแม่<br />
นอนหลับเอาแรงบ้าง เจ้าลูกแมวสองตัว ชื่อว่า &#8216;กวักเงิน&#8217; กับ &#8216;ส้มซ่า&#8217; ที่ชื่อกวักเงินเพราะหางมันกวัก เราเลยตั้งชื่อให้มันดูมงคลหน่อย<br />
ส่วนส้มซ่านี่เพราะมันมีขนสีส้มๆ แต้มที่ตัว และจะซนและซ่ามากกว่ากวักเงิน<br />
(ทั้งๆ ที่นางเป็นตัวเมีย) ตุ๊กตาขาขาดไปข้างก็ฝีมือส้มซ่า<br />
ทุกวันนี้เจ้าสองตัวเริ่มโตขึ้น เริ่มจะออกไปข้างนอกบ้าน ไปคอยตะปบนก โดยได้รับการฝึกสอนจากเหมียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1808.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1822.jpg"></p>
<p>การที่มีครอบครัวแมวเข้ามาอยู่กับเราที่บ้าน<br />
ทำให้ได้เห็นมุมมุ้งมิ้งของแม่ มุมอ่อนโยนของพ่อ<br />
เพราะปกติฉันไม่เคยเห็นแม่เล่นหยอกล้อกับสัตว์<br />
แต่เดี๋ยวนี้ฉันเห็นแม่อุ้มเจ้าสองตัวเล่น นั่งมองพวกมันหลับ คุยกับพวกมัน แม่เอ็นดูเจ้าลูกแมวสองตัวนี่มาก<br />
ส่วนพ่อซึ่งปกติแล้วจะไม่ชอบให้สัตว์มายุ่งวุ่นวายกับคน<br />
แต่เดี๋ยวนี้พ่อยอมให้เหมียว เจ้ากวักเงิน เจ้าส้มซ่าวิ่งเล่น นอนในบ้าน<br />
ไม่ใช่แค่นอนพื้นธรรมดาแต่ยังให้นอนบนม้าโยกที่พ่อนอนเป็นประจำอีกด้วย ที่ฮามากๆ คือม้าโยกตัวนี้เวลาที่ใครนอนอยู่<br />
ถ้าพ่อบอกว่าจะนอนทุกคนต้องลุกไปนอนที่อื่น แต่มีวันนึงที่เจ้ากวักเงินและส้มซ่านอนอยู่<br />
แล้วพ่อจะเข้ามานอน ฉันเลยจะอุ้มพวกมันไปนอนที่เบาะแมว<br />
พ่อกลับบอกว่าให้พวกมันนอนไป เดี๋ยวพ่อจะไปนอนที่โซฟาไม้อีกตัว ฉันนี่อึ้งไปเลย<br />
พ่อเนี่ยแหละทาสแมวตัวจริง ส่วนตัวฉันทุกวันจะต้องคอยเกาคาง เกาพุง<br />
เกาหูให้ทั้งสามตัว จากแต่ก่อนที่ไม่ชอบเล่นกับแมวเลย<br />
เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนติดแมวไปซะแล้ว เลิกงานปุ๊บก็อยากจะรีบกลับบ้านมาเล่นกับพวกมัน<br />
ชอบอุ้มให้มันมานอนบนตัวแล้วลูบให้มันหลับ เป็นความรู้สึกที่ฟินมาก<br />
จะว่าไปแมวนี่ก็เป็นสัตว์ที่น่ารักดีเหมือนกันนะ </p>
<p>จากคนเคยชอบหมามากกว่าแมว ตอนนี้ฉันตกเป็นทาสแมวไปแล้ว</p>
<p><strong>Owner’s name:</strong> พรชนัน วัธนจิตต์ <br /><strong></strong><strong>Occupation: </strong>สาวออฟฟิศ<br /><strong></strong><strong>Cat’s name:</strong> เหมียว กวักเงิน และ ส้มซ่า</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1"><strong>ใครอยากอวดแมวในเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่นะ</strong></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cat-46/">เหมียวและลูกๆ : เรื่องของแม่แมวที่เข้ามาทำให้ครอบครัวหนึ่งตกเป็นทาสแมวจนได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cat-46/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วันที่ฉันรู้สึกเสียดายเวลา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-56/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-56/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พรชนัน วัธนจิตต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2016 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchanedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-56/</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตฉัน คือวันที่ฉันเห็นพ่อที่โรงพยาบาล ตั้งแต่เด็ก ภาพที่ฉันเห็นอยู่เสมอคือพ่อเป็นคนที่แข็งแรงมาก เป็นผู้ชายตัวใหญ่ มีเค้าของผู้ชายที่เคยหุ่นดีมีกล้าม พ่อชอบเล่นกีฬา เล่นฟุตบอล เล่นตะกร้อ ออกกำลังกายอยู่เสมอ ทำงานหนักๆ อย่างเช่นขุดดิน ตัดหญ้า หรืองานอะไรสารพัดที่ผู้ชายแมนๆ เขาทำกัน ฉันไม่เคยคิดถึงภาพพ่อป่วย ภาพที่พ่อร่างกายอ่อนแอ แก่ชรา จนวันนี้ฉันก็ได้เห็น ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ แต่ในบรรดาลูกทั้งหมด 3 คน ฉันเป็นลูกคนกลาง เคยได้ยินมั้ยว่าลูกคนกลางมักจะเป็นเด็กมีปัญหา ฉันไม่รู้หรอกว่ามันจริงหรือเปล่า แต่ที่รู้คือฉันเป็นลูกที่ทะเลาะกับพ่อบ่อยมาก คุยกันนานไม่ค่อยได้ มักต้องเถียงกันตลอด จนคนในบ้านของฉันเอือมกันทุกคน เรื่องที่เถียงกันส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากพฤติกรรมของฉันที่คงไม่ถูกใจพ่อนัก เพราะฉันทำตัวไม่ค่อยเข้าท่าในสายตาของพ่อ ชอบกลับบ้านดึกเพราะไปดื่มกับเพื่อน ชอบพูดแย้งความคิดของพ่อ ซึ่งบ้านฉันเป็นคนหัวโบราณ พ่อเป็นใหญ่ในบ้าน ลูกสาวควรต้องเรียบร้อย ไม่กระโดกกระเดก ไม่เถียงพ่อแม่ แต่ฉันแค่อยากบอกว่าฉันไม่ได้เถียง แค่อธิบายความเห็นบ้างเท่านั้นเอง ซึ่งฉันทำตัวตรงกันข้ามกับลูกสาวในความคิดของพ่อ เพราะด้วยเหตุนี้เลยทำให้ฉันไม่ค่อยชอบคุยกับพ่อ วันวันนึงเราคุยกันน้อยมาก ยิ่งตอนนี้ที่ฉันทั้งทำงานและเรียนต่อปริญญาโทไปด้วย จะมีเวลาที่ได้คุยกันก็แค่ช่วงกินข้าวเย็นเท่านั้น ตอนนี้พ่อป่วยเป็นทั้งโรคไต และเบาหวาน ต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หน้าที่ไปรับไปส่งพ่อที่โรงพยาบาลเป็นของพี่ชาย เพราะจันทร์ถึงศุกร์ฉันต้องทำงาน เสาร์อาทิตย์ก็ติดเรียน แต่วันที่เปลี่ยนชีวิตฉันคือวันที่พี่ชายฉันติดงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-56/">วันที่ฉันรู้สึกเสียดายเวลา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตฉัน<br />
คือวันที่ฉันเห็นพ่อที่โรงพยาบาล</p>
<p>ตั้งแต่เด็ก ภาพที่ฉันเห็นอยู่เสมอคือพ่อเป็นคนที่แข็งแรงมาก<br />
เป็นผู้ชายตัวใหญ่ มีเค้าของผู้ชายที่เคยหุ่นดีมีกล้าม พ่อชอบเล่นกีฬา เล่นฟุตบอล<br />
เล่นตะกร้อ ออกกำลังกายอยู่เสมอ ทำงานหนักๆ อย่างเช่นขุดดิน ตัดหญ้า<br />
หรืองานอะไรสารพัดที่ผู้ชายแมนๆ เขาทำกัน ฉันไม่เคยคิดถึงภาพพ่อป่วย<br />
ภาพที่พ่อร่างกายอ่อนแอ แก่ชรา จนวันนี้ฉันก็ได้เห็น</p>
<p>ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ<br />
แต่ในบรรดาลูกทั้งหมด 3 คน ฉันเป็นลูกคนกลาง<br />
เคยได้ยินมั้ยว่าลูกคนกลางมักจะเป็นเด็กมีปัญหา ฉันไม่รู้หรอกว่ามันจริงหรือเปล่า<br />
แต่ที่รู้คือฉันเป็นลูกที่ทะเลาะกับพ่อบ่อยมาก คุยกันนานไม่ค่อยได้  มักต้องเถียงกันตลอด จนคนในบ้านของฉันเอือมกันทุกคน<br />
เรื่องที่เถียงกันส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากพฤติกรรมของฉันที่คงไม่ถูกใจพ่อนัก<br />
เพราะฉันทำตัวไม่ค่อยเข้าท่าในสายตาของพ่อ ชอบกลับบ้านดึกเพราะไปดื่มกับเพื่อน<br />
ชอบพูดแย้งความคิดของพ่อ ซึ่งบ้านฉันเป็นคนหัวโบราณ พ่อเป็นใหญ่ในบ้าน ลูกสาวควรต้องเรียบร้อย<br />
ไม่กระโดกกระเดก ไม่เถียงพ่อแม่ แต่ฉันแค่อยากบอกว่าฉันไม่ได้เถียง<br />
แค่อธิบายความเห็นบ้างเท่านั้นเอง ซึ่งฉันทำตัวตรงกันข้ามกับลูกสาวในความคิดของพ่อ<br />
เพราะด้วยเหตุนี้เลยทำให้ฉันไม่ค่อยชอบคุยกับพ่อ วันวันนึงเราคุยกันน้อยมาก<br />
ยิ่งตอนนี้ที่ฉันทั้งทำงานและเรียนต่อปริญญาโทไปด้วย จะมีเวลาที่ได้คุยกันก็แค่ช่วงกินข้าวเย็นเท่านั้น</p>
<p>ตอนนี้พ่อป่วยเป็นทั้งโรคไต และเบาหวาน<br />
ต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง<br />
หน้าที่ไปรับไปส่งพ่อที่โรงพยาบาลเป็นของพี่ชาย เพราะจันทร์ถึงศุกร์ฉันต้องทำงาน<br />
เสาร์อาทิตย์ก็ติดเรียน แต่วันที่เปลี่ยนชีวิตฉันคือวันที่พี่ชายฉันติดงาน<br />
และฉันปิดเทอมพอดี หน้าที่ไปรับไปส่งพ่อจึงตกมาเป็นของฉัน</p>
<p>วันนั้นพอถึงเวลาที่ต้องไปรับพ่อกลับบ้าน<br />
แม่กำชับ ย้ำนักหนาว่าให้รีบไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อเพราะกลัวว่าตอนฟอกไตเสร็จ<br />
พ่ออาจจะน็อก หมดสติ เพราะพ่อเคยน็อกมาแล้ว ฉันก็ฟัง แต่คิดว่าคงไม่มีอะไร จนฉันไปเจอพ่อที่โรงพยาบาล<br />
กำลังรอให้พ่อฟอกไตเสร็จ เราพูดคุยกันนิดหน่อย ฉันก็เล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย จนรู้สึกทางหางตาตรงเตียงที่พ่อนอนว่ามีอะไรผิดปกติ<br />
พอหันมาดูก็เห็นว่าพ่ออ้วกออกมา ตาลอย น็อก หมดสติ เวลานั้นฉันตกใจมาก<br />
ตกใจที่สุดในชีวิต ทำอะไรไม่ถูก ทำได้แค่เขย่าตัวพ่อ เรียกพ่อ<br />
แล้วตะโกนเรียกพยาบาล เวลานั้น ภาพที่ฉันเห็นคือพ่อหมดสติ พยาบาลเข้ามารุมเขย่าตัวพ่อจนฟื้นแล้วใส่สายออกซิเจน<br />
ฉีดกลูโคสเข้าเส้นเลือดให้อาการดีขึ้น พยาบาลบอกว่าเป็นอาการที่อาจเกิดได้ช่วงจะจบขั้นตอนการฟอกไต<br />
ตอนนั้นฉันคิดไปว่าถ้าพ่อไม่ฟื้น ฉันจะทำยังไง เรื่องความเจ็บป่วย ความแก่ชรา กระทั่งความตายที่ไม่เคยคิดถึงมันอย่างจริงจังก็ผ่านเข้ามาในหัว<br />
ในตอนนั้นเองทำให้ฉันคิดถึงอะไรหลายอย่างที่ผ่านมาระหว่างเรา ทำให้ฉันรู้สึกจริงๆ<br />
ว่าพ่อฉันแก่แล้ว พ่อไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิม วันนึงเราต้องจากกันและเวลาของเราก็ไม่รู้ว่ามันยังเหลืออีกมากน้อยแค่ไหน</p>
<p>พอคิดมาถึงตรงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน<br />
ภาพของพ่อที่ฉันเห็น มันเปลี่ยนฉันไป ฉันคิดได้ว่าเสียเวลาที่จะได้พูด ได้คุย ได้มีเวลาร่วมกับพ่อไปมากแค่ไหน<br />
ฉันใส่ใจพ่อน้อยเกินไป ฉันควรต้องดูแลพ่อให้มากๆ เคยได้ยินเพลง <em>ไม่เคย </em>ของ 25<br />
hours กันใช่มั้ย ฉันไม่อยากที่จะต้องมารู้สึกเสียใจหรือคิดถึงอะไรในวันที่มันสายไปแบบนั้น<br />
หลังจากนี้ฉันเลยรู้ว่าต้องทำอะไร ไม่ใช่แค่เรื่องที่ต้องทำให้พ่อเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทุกคนในครอบครัวที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต<br />
หรือแม้กระทั่งตัวฉันเอง</p>
<p>ถึงยังไงฉันก็คงเป็นลูกสาวในแบบฉบับของพ่อไม่ได้<br />
เพราะจะให้เปลี่ยนตัวเองก็ไม่ง่าย (เพลง <em>สถานีต่อไป</em> อพาร์ตเมนต์คุณป้าก็มา) แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ<br />
ฉันจะฟังพ่อ คุยกับพ่อ ใช้เวลากับพ่อให้มากขึ้น </p>
<p>เพราะฉันไม่อยากรู้สึกเสียดายเวลาอีกแล้ว</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-56/">วันที่ฉันรู้สึกเสียดายเวลา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-56/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
