<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปอ เปรมสำราญ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author25/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author25/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Feb 2021 16:44:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>กาชาปองอับเฉา : ของเล่นที่ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องอับเฉาอีกต่อไป</title>
		<link>https://adaymagazine.com/komkrit-tepthian-gachapon-upchao/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปอ เปรมสำราญ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Dec 2018 21:00:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[งานศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Art Biennale 2018]]></category>
		<category><![CDATA[กาชาปอง]]></category>
		<category><![CDATA[อับเฉา]]></category>
		<category><![CDATA[กาชาปองอับเฉา]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอรุณ คมกฤษ เทพเทียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=49192</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่กี่วันก่อน เราได้เห็นโพสต์รีวิวตุ๊กตาอับเฉาตัวจิ๋วแบบต่างๆ ที่กดได้จากตู้กาชาปองที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และเมื่อแวะมาเยี่ยมสถานที่จริงในเช้าวันหยุด เราก็พบคนยืนต่อแถวยาวพร้อมเหรียญที่แลกแล้วในมือ เป็นภาพที่แปลกตาทีเดียวที่ตู้กาชาปองมาอยู่ที่วัดโบราณแห่งนี้ ทั้งที่สองสิ่งนี้ไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้ แต่ก็เช่นเดียวกับหลายสิ่งในโลกที่มาพบกันเพราะมีศิลปะเป็นสะพาน ตู้กาชาปองที่ว่า เป็นงานศิลปะหนึ่งในสามชิ้นของ คมกฤษ เทพเทียน ศิลปินอิสระและอาจารย์สาขาประติมากรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้มีองค์ประกอบสองอย่างในผลงานที่เรียกได้ว่ามาจากคนละทิศทางอย่างน่าสนใจ คือ ‘ของเล่น’ และ ‘รูปเคารพ’ เรานั่งลงคุยกันที่ศาลาริมน้ำในบริเวณวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นทั้งโจทย์และแรงบันดาลใจของการทำงานในเทศกาลศิลปะ Bangkok Art Biennale 2018 ครั้งนี้ โดยมีแถวผู้ที่มาหยอดเหรียญตู้กาชาปองอับเฉาและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาถ่ายรูปกับประติมากรรม ‘สองเกลอ’ (Giant Twins) และ ‘ครุฑ’ ของเขาเป็นฉากหลัง แต่ก่อนที่จะพูดถึงผลงานซึ่งเป็นผลผลิตจากการโคจรมาพบกันของศิลปินและสถานที่ เราเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญและน่าสนใจไม่แพ้กันคือจุดเริ่มต้นของศิลปิน ผู้สร้างสรรค์สิ่งที่เราเห็นตรงหน้า คมกฤษเล่าว่าเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกเรียนศิลปะ อาจเป็นเพราะของเล่นและพระเครื่อง “ผมเป็นคนสุพรรณบุรี พูดง่ายๆ ว่าย่านที่เติบโตมาเป็นชุมชนชาวพุทธ ผมเข้าวัดตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่แผงพระเครื่องกับพ่อ จนเราชอบสะสมพระเครื่อง แต่ว่าในทางกลับกัน ผมก็โตมาพร้อมกับขนมที่มีของเล่นแถมมาด้วย มันจะมีขนมที่แถมของเล่นในซอง ถุงละห้าบาท เราก็เพิ่งมาเข้าใจตอนโตว่าทำไมงานของเราถึงเป็นอย่างนี้ ก็เพราะเราสนใจสองอย่างนี้พร้อมกันเสมอ วันหนึ่งมันก็มาเจอกันได้พอดี” และด้วยความชอบในสองสิ่งนี้ทำให้เขาเลือกเรียนประติมากรรมและเลือกเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคประติมากรรมเป็นหลัก คมกฤษไม่เพียงแต่จำลองพระพุทธรูปหรือของเล่นขึ้นมา แต่เขาสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยการสังเกตสิ่งที่เห็นในปัจจุบันแล้วกลับไปศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ โดยก่อนหน้าเทศกาลศิลปะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/komkrit-tepthian-gachapon-upchao/">กาชาปองอับเฉา : ของเล่นที่ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องอับเฉาอีกต่อไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไม่กี่วันก่อน เราได้เห็นโพสต์รีวิวตุ๊กตาอับเฉาตัวจิ๋วแบบต่างๆ ที่กดได้จากตู้กาชาปองที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และเมื่อแวะมาเยี่ยมสถานที่จริงในเช้าวันหยุด เราก็พบคนยืนต่อแถวยาวพร้อมเหรียญที่แลกแล้วในมือ เป็นภาพที่แปลกตาทีเดียวที่ตู้กาชาปองมาอยู่ที่วัดโบราณแห่งนี้ ทั้งที่สองสิ่งนี้ไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้ แต่ก็เช่นเดียวกับหลายสิ่งในโลกที่มาพบกันเพราะมีศิลปะเป็นสะพาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตู้กาชาปองที่ว่า เป็นงานศิลปะหนึ่งในสามชิ้นของ </span><b>คมกฤษ เทพเทียน</b><span style="font-weight: 400;"> ศิลปินอิสระและอาจารย์สาขาประติมากรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้มีองค์ประกอบสองอย่างในผลงานที่เรียกได้ว่ามาจากคนละทิศทางอย่างน่าสนใจ คือ ‘ของเล่น’ และ ‘รูปเคารพ’</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-49197 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-17.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-17.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-17-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรานั่งลงคุยกันที่ศาลาริมน้ำในบริเวณวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นทั้งโจทย์และแรงบันดาลใจของการทำงานในเทศกาลศิลปะ Bangkok Art Biennale 2018 ครั้งนี้ โดยมีแถวผู้ที่มาหยอดเหรียญตู้กาชาปองอับเฉาและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาถ่ายรูปกับประติมากรรม ‘สองเกลอ’ (Giant Twins) และ ‘ครุฑ’ ของเขาเป็นฉากหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนที่จะพูดถึงผลงานซึ่งเป็นผลผลิตจากการโคจรมาพบกันของศิลปินและสถานที่ เราเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญและน่าสนใจไม่แพ้กันคือจุดเริ่มต้นของศิลปิน ผู้สร้างสรรค์สิ่งที่เราเห็นตรงหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คมกฤษเล่าว่าเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกเรียนศิลปะ อาจเป็นเพราะของเล่นและพระเครื่อง</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-49198 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-21.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-21.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-21-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเป็นคนสุพรรณบุรี พูดง่ายๆ ว่าย่านที่เติบโตมาเป็นชุมชนชาวพุทธ ผมเข้าวัดตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่แผงพระเครื่องกับพ่อ จนเราชอบสะสมพระเครื่อง แต่ว่าในทางกลับกัน ผมก็โตมาพร้อมกับขนมที่มีของเล่นแถมมาด้วย มันจะมีขนมที่แถมของเล่นในซอง ถุงละห้าบาท เราก็เพิ่งมาเข้าใจตอนโตว่าทำไมงานของเราถึงเป็นอย่างนี้ ก็เพราะเราสนใจสองอย่างนี้พร้อมกันเสมอ วันหนึ่งมันก็มาเจอกันได้พอดี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยความชอบในสองสิ่งนี้ทำให้เขาเลือกเรียนประติมากรรมและเลือกเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคประติมากรรมเป็นหลัก</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-49314 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-23.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-23.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-23-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คมกฤษไม่เพียงแต่จำลองพระพุทธรูปหรือของเล่นขึ้นมา แต่เขาสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยการสังเกตสิ่งที่เห็นในปัจจุบันแล้วกลับไปศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ โดยก่อนหน้าเทศกาลศิลปะ Bangkok Art Biennale 2018 เขาก็เคยมีสองผลงานที่โดดเด่นมาแล้ว อย่าง ‘Open the World’ ที่เขาสร้างสรรค์ในปี 2560 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสงสัยที่เห็นพระพุทธรูปเศียรขาดในโบราณสถานเป็นจำนวนมาก  ทีแรกเขาสันนิษฐานว่าอาจเป็นปัญหาทางเทคนิคของกระบวนการหล่อพระที่ทำให้ส่วนคอของพระพุทธบอบบางและหักง่ายกว่าจุดอื่น แต่เมื่อค้นคว้าทำให้ทราบว่าเกิดจากการลักลอบตัดเศียรพระพุทธรูปไปขายในต่างประเทศเพื่อเป็นของแต่งบ้านของผู้สะสม ข้อเท็จจริงข้อนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างประติมากรรมไฟเบอร์กลาสเลียนแบบพระพุทธรูปเศียรขาดแล้วนำเลโก้เล็กๆ มาต่อประกอบเติมเต็มส่วนที่ขาดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมพยายามจะทำให้เห็นถึงสิ่งที่มันมีคุณค่าแล้วสูญหายไป ทดแทนด้วยสิ่งที่ด้อยค่ากว่า หรือเป็นเหมือนของเล่น” เขากล่าว</span></p>
<div id="attachment_49199" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49199" class="wp-image-49199 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-61.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-61.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-61-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-61-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-49199" class="wp-caption-text">Open the World รูปจาก komkrittepthian.com</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่ผลงาน ‘Ganesha’ ผลงานอีกชิ้นจากปีเดียวกัน ที่แม้ตั้งต้นจากความสงสัยในรูปเคารพเหมือนกัน แต่มีจุดหมายต่างกัน เพราะในผลงานนี้ คมกฤษต้องการแสดงให้เห็นถึงการทับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเมื่อรูปเคารพเคลื่อนจากวัฒนธรรมหนึ่งไปสู่อีกวัฒนธรรมหนึ่งผ่านพระพิฆเนศ เทพเจ้าที่คมกฤษมองว่าถูกเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตามากที่สุดองค์หนึ่งและยังถูกเสนอผ่านสื่อที่หลากหลาย ตั้งแต่ศิลาหินแกะในศาสนสถานจนมาเป็นแอนิเมชั่นในจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากแสดงให้เห็นถึงการทับซ้อนกัน การเปลี่ยนแปลง ผมอยากให้งานชิ้นหนึ่งเล่าถึงการทับซ้อนของรูปแบบที่แตกต่างกันที่เปลี่ยนไปแต่ละยุคสมัย”</span></p>
<div id="attachment_49200" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49200" class="wp-image-49200 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-62.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-62.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-62-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-62-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-49200" class="wp-caption-text">งาน Ganecha ภาพจาก komkrittepthian.com</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">จากคำแนะนำและความแม่นยำในการเลือกศิลปินให้ไปพบกับพื้นที่ที่เหมาะสมของ ศ. ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ คิวเรเตอร์ของ Bangkok Art Biennale 2018 คมกฤษเริ่มงานของเขาด้วยความสงสัยและรีเสิร์ชข้อมูลเพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานเช่นครั้งก่อนๆ โดยผลงานทั้ง 3 ชิ้น คือ ตู้กาชาปอง ‘อับเฉาไม่อับเฉา’ และประติมากรรม ‘สองเกลอ’ (Giant Twins) และ ‘ครุฑ’ มาจากการรีเสิร์ชอย่างครบถ้วนเพียงชุดเดียวแล้วจึงนำข้อมูลที่ได้มาเล่าในรูปแบบที่แตกต่างกันให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรีเสิร์ชนี้พุ่งเป้าไปที่อับเฉา ที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่าคือของถ่วงเรือสำเภาเพื่อกันเรือโคลง ซึ่งอาจเป็นหินและทราย หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักมาก เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า เอี๊ยบชึง แปลว่า ของหนักที่ใช้ถ่วงใต้ท้องเรือเดินทะเล ในขณะที่ ดร.อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มองว่าอับเฉาเป็นสินค้าทั่วไปที่เรือนำมาขายหรือซื้อกลับไป มีหน้าที่หลักคือไว้ค้าขายแสวงหาผลกำไร โดยสินค้าเหล่านั้นทำหน้าที่ถ่วงน้ำหนักเรือเป็นหน้าที่รอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49307 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-47.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-47.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-47-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49308 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-57-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-57-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-57-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-57-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คมกฤษเล่าให้เราฟังว่า เขาสำรวจอับเฉาในบริเวณวัดจนสามารถแยกออกได้เป็นประเภทใหญ่ 8 ประเภท ได้แก่ </span><strong>ขุนนางทหาร</strong> ประกอบไปด้วย ตุ๊กตารูปทหาร ขุนนางฝ่ายพลเรือน ขันที รูปเทพเจ้า และรูปเซียนของจีน โดยตุ๊กตาชุดนี้มีจำนวนทั้งหมด 112 ชิ้น<span style="font-weight: 400;"> <strong>ทหาร</strong> มีลักษณะเป็นทหารเรือใส่หมวก</span><span style="font-weight: 400;"> <strong>ทหารยักษ์</strong> ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าด้านหน้าของพระปรางค์ เป็นดั่งทวารบาลผู้รักษาประตู <strong>เทพธิดา</strong> ที่วัดอรุณฯ มีเฉพาะบริเวณเจดีย์แปดเหลี่ยมด้านหน้าอุโบสถฝั่งขวา <strong>ฮั่นเจ็งหลี</strong> เป็นเซียนองค์ที่สองของโป๊ยเซียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากหมวดคน ตุ๊กตาอับเฉายังมีสัตว์อย่าง <strong>ลิงถือลูกท้อและลูกลิง </strong>ในความหมายของชาวจีน หมายถึงการทำงานที่ดี มีความมั่นคง สุขภาพแข็งแรง อายุยืน และในประติมากรรมชิ้นนี้อาจรวมไปถึงการมีบุตรหลานสืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูลอีกด้วย </span><span style="font-weight: 400;"><strong>ครุฑ</strong> จัดอยู่ในหมวดหมู่ของอับเฉาที่สั่งทำโดยเฉพาะ และคาดว่าน่าจะมีการทำต้นแบบหรือตัวอย่างส่งไปให้ช่างชาวจีนเป็นผู้แกะสลักตาม</span><span style="font-weight: 400;"> และ</span><span style="font-weight: 400;"><strong>จระเข้</strong> ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศาลาเก๋งจีนท่าน้ำ ผู้สร้างอาจต้องการให้จระเข้เป็นเสมือนผู้เฝ้ารักษาบริเวณท่าน้ำวัดอรุณฯ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49202 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-30.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49214 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-33.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อับเฉาทั้ง 8 ประเภท กลายมาเป็นตุ๊กตาอับเฉาจิ๋วที่อยู่ในลูกกาชาปองที่คมกฤษบอกว่าได้รับผลตอบรับเกินคาด เมื่อถามว่าเขาได้ไอเดียกาชาปองมาอย่างไร คมกฤษเล่าให้เราฟังว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “กาชาปองมันแวบขึ้นมาครับหลังจากที่ได้รู้พื้นที่ในการทำงานประมาณสองวัน ผมว่าความคิดสร้างสรรค์มันไม่ได้เกิดจากการคิดมาก่อน แต่มันมาจากการที่เราเก็บสั่งสมมามาก่อน แล้ววันหนึ่งพอมันมาเจอโจทย์ที่พอดี มันก็สามารถเล่าเรื่องนั้นได้พอดี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กาชาปองเกิดขึ้นในขั้นตอนที่เรามีข้อมูลมหาศาลเลย เราก็เลยคิดว่าจะทำยังไงดีให้คนดูไม่รู้สึกโดนยัดเยียดความรู้ คำว่ากาชาปองเลยถูกใส่เข้ามา โดยเราใช้คิวอาร์โค้ดทำให้ตุ๊กตาแต่ละตัวเป็นเหมือนเป็นมัคคุเทศก์น้อยๆ นำนักท่องเที่ยวชมวัดอรุณฯ ไปดูตุ๊กตาอับเฉาของจริงได้ คราวนี้มันจะไม่ยัดเยียดความรู้ให้คน เพราะคนเขาอยากจะไปดู”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49213 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49215 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-49-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-49-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-49-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-49-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากตอนแรกที่เขาคิดเพียงอยากให้มีคนร่วมสนุกบ้าง แต่กลับกลายเป็นที่ชื่นชอบจนจำนวนที่จำกัดไว้ว่า 100 ตัวต่อวันนั้นหมดตั้งแต่สองชั่วโมงแรกที่เปิดขาย ต้องจำกัดให้เพียง 5 ลูกต่อคน และคมกฤษยังเพิ่มความสนุกด้วยการเริ่มใส่ rare item ไปอีก 1 แบบเพิ่มจาก 8 แบบเดิม เขายังสำทับด้วยว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากให้รู้ว่าความจริงกาชาปองเป็นงานแฮนด์เมด เราค่อยๆ ทำ อาจจะไม่ทันใจ ไม่สามารถผลิตได้แบบโรงงาน แต่ก็อยากให้เข้าใจกัน เพราะงานก็จัดอีกนานมากนะครับ (ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562)”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะใช้ของเล่นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของผลงานมาก่อนแล้ว แต่เราสงสัยว่าเหตุใดครั้งนี้เขาถึงเลือกก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนของศิลปะและของเล่นมาไกลกว่าครั้งก่อนๆ และเลือกใช้ตู้กาชาปองมาเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งของเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49310 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-7.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-7.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-7-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความจริงมันเบลอเลือนกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วในโลกร่วมสมัยว่าเราจะเอาอะไรมาทำก็ได้ ไม่เฉพาะของเล่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนที่หลายคนเข้าใจว่า เรายิ่งโต เราไม่จำเป็นต้องเลิกเล่นของเล่น ไม่จำเป็นต้องเลิกดูการ์ตูน เราเล่นมันยังไงและดูมันยังไง มันเชื่อมโยงกันหมด ไม่มีอะไรเด็กและไม่มีอะไรผู้ใหญ่ มันเข้าถึงคนง่าย เปลี่ยนของที่ดูดุดัน ดูรุนแรง ให้ซอฟต์ลง การ์ตูนสามารถทำได้ ถ้าเรามองมันเป็นเรื่องของกระบวนการ เราก็จะสนุก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่สำคัญที่สุดคือ เราจะทำงานศิลปะที่เข้าถึงคนง่ายๆ ได้ยังไง ให้เขารู้สึกว่าเขาสนุกที่ได้มา แน่นอนว่าบางครั้งงานของผมเป็นเหมือนสินค้า เป็นเหมือนที่ถ่ายรูป แต่ผมคิดว่ามันไม่ดีเหรอครับที่ศิลปะจะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของเขาได้ ในเมื่อทุกวันนี้ทุกคนถ่ายรูปทุกที่ แต่ว่าพอเขาถ่าย เขาอยากจะรู้ว่ามันคืออะไร เรากำลังให้ศิลปะเขาแบบอะลุ้มอล่วย แบบทะนุถนอมกัน ไม่ให้ศิลปะกับของเป็นเป็นคนละชั้น คนละส่วนอย่างที่เคยเป็น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49206 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-52.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-52.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-52-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-52-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49312 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-43-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-43-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-43-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-43-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการเบลอเลือน เราสังเกตว่าไม่ใช่เพียงการเบลอเลือนระหว่างของเล่นและศิลปะของตู้กาชาปองเท่านั้น แต่คมกฤษยังเล่าถึงการเบลอเลือนของความเป็นไทยและจีนผ่านประติมากรรม ‘สองเกลอ’ (Giant Twins) แฝดสยามนักรบจีนกับยักษ์ทวารบาลไทย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งานของผมสื่อว่าวัดอรุณฯ มีศิลปะแบบไทย-จีนผสมกันตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม เราจะเห็นว่ามีทั้งสถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่ปนกันแบบลงตัว เพราะ​ ณ ตอนที่วัดอรุณฯ ถูกสร้างขึ้น ประเทศไทยกับจีนมีการค้าขายกันด้วยสำเภาเยอะมากจนเหมือนจะเป็นเกลอ เป็นพี่น้องกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“รูปแบบงานผมอ้างอิงถึงแฝดอินจัน เพราะแฝดอินจันก็เกิดในสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นลูกของคนจีนที่มาอยู่ในเมืองไทย และดันไปดังในอเมริกา ในนาม Siamese Twin หรือคู่แฝดชาวไทย ดังนั้นคนไทยก็ถูกเบลอเลือนเรื่องความเป็นไทย-จีนมานานมากแล้ว ยิ่งถ้าดูยักษ์ของจริงที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับยักษ์ของผม จะเห็นว่าของจริงกลับดูใหม่มาก เพราะเขากำลังบูรณะอยู่ แต่ผมทำงานให้เป็นคราบเก่าๆ เพราะผมกำลังพูดถึงช่วงเวลาในอดีตที่ไทย-จีนเป็นพี่น้องเหมือนแฝดกัน แยกกันไม่ออก”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-42998 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/RiverRouteBAB5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/RiverRouteBAB5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/RiverRouteBAB5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนประติมากรรม ‘ครุฑ’ ซึ่งมีครึ่งบนและครึ่งล่างเป็นครุฑฝีมือการตีความของช่างเมืองจีน แต่ส่วนกลาง (อก) เป็นครุฑกำยำแบบไทย ก็แสดงให้เห็นถึงการเบลอเลือนเช่นกัน เมื่อภาพหรือรูปแบบอย่างหนึ่งเคลื่อนจากวัฒนธรรมหนึ่งไปสู่อีกวัฒนธรรมหนึ่ง เมื่อนั้นจะเกิดการเบลอเลือนและทับซ้อนขึ้นเป็นสิ่งใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-43013 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/RiverRouteBAB20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/RiverRouteBAB20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/RiverRouteBAB20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/RiverRouteBAB20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังการสัมภาษณ์เสร็จสิ้น เรามองพวงมาลัยกลมหลายพวงที่ถูกวางไว้ที่เท้าของรูปปั้นยักษ์แฝดสยามและปีกของครุฑซึ่งศิลปินบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดอีกอย่างหนึ่งที่มีพวงมาลัยหลายพวงมาปรากฏทุกวัน จากผู้คนที่ให้ความศรัทธากับงานศิลปะร่วมสมัยในฐานะรูปเคารพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราออกเดินกลับเข้าไปในวัดเพื่อตามหาตัวจริงที่เป็นต้นแบบของกาชาปองอับเฉาตัวจิ๋ว ซึ่งบ้างก็อยู่ในที่ที่เห็นได้ชัด บ้างก็ต้องตั้งใจหาไม่น้อยเพราะแอบอยู่ในซอกหลืบ เราได้ไปพบหน้าอับเฉาที่เราไม่เคยทำความรู้จักมาก่อน และไม่คิดว่าจะมีประเภทที่หลากหลายถึงขนาดที่ศิลปินจะเลือกทำกาชาปองมาได้ถึง 8 แบบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-49311 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-59.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-59.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-59-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/กาชาปองอับเฉา-59-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คราวนี้ เมื่อเดินออกมานอกวัดอีกครั้ง เราก็ได้มองภาพรวมของความเบลอเลือนและการทับซ้อนอย่างเต็มตา ได้เห็นพื้นที่ศิลปะที่อยู่ในพื้นที่ของสถานที่ท่องเที่ยว และเห็นทั้งสองพื้นที่ทับซ้อนอยู่บนพื้นที่ของวัดโบราณ ความเป็นไทยและความเป็นจีนที่ผสมผสานกันอยู่ในทุกอณูของพื้นที่ ความใหม่ของยักษ์รุ่นเก่าที่เพิ่งถูกบูรณะความเก่าของประติมากรรมยักษ์ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ให้ดูเก่า และตู้กาชาปองหยอดเหรียญเพื่อเอาของเล่น ในฐานะงานศิลปะ ส่วนหนึ่งของเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กาชาปองจึงเป็นเหมือนมัคคุเทศก์น้อยที่ไม่เพียงพาเราไปทำความรู้จักอับเฉาเท่านั้น แต่พาเรากลับไปทำความรู้จักประวัติศาสตร์ ศิลปะ ความเบลอเลือน การทับซ้อน และทุกสิ่งทุกอย่างที่รายล้อมอับเฉาอยู่ในพื้นที่เฉพาะแห่งนี้</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e58d1c13d" data-id="ELW9KkM5Pxs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ELW9KkM5Pxs-6a28e58d1c13d" data-vid="ELW9KkM5Pxs" data-src="https://www.youtube.com/embed/ELW9KkM5Pxs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ELW9KkM5Pxs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/komkrit-tepthian-gachapon-upchao/">กาชาปองอับเฉา : ของเล่นที่ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องอับเฉาอีกต่อไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วันที่เราได้ถือพานไหว้ครู</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-4/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปอ เปรมสำราญ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Mar 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[วันไหว้ครู]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น.ชีวิตมัธยม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-4/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตอน ม.ปลาย จำได้ไม่ได้ว่า ม.4 ม.5 หรือ ม.6 (ผ่านมา 3 ปีแล้วนะ เร็วมาก ให้ตาย) เราได้ถือพานไหว้ครูคู่กับเพื่อนหน้าตาน่ารักอีกคนในห้อง แน่นอน เหตุผลที่เราได้ถือไม่ใช่เพราะหน้าตาน่ารัก แต่เพราะเป็นหัวหน้าห้องและเรียนได้ที่หนึ่ง ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่ได้คิดว่าเราแตกต่างกับตัวแทนจากห้องอื่นหรือชั้นอื่น พอต้องไปซ้อมรอบหนึ่งก่อนถือพานวันจริง เราก็ไปซ้อมตามปกติ จนกระทั่งครูผู้หญิงที่เป็นครูอาวุโสคนหนึ่งในโรงเรียน และเป็นคนทำหน้าที่ซ้อมพิธีการพวกนี้ถามว่า เรามาแทนเหรอ เราบอกว่า ไม่ใช่ เรานี่แหละตัวแทนห้อง ครูคนนั้นหันไปพูดกับครูอีกคนข้างๆ ว่า ไม่ได้นะ ในห้องก็น่าจะมีคนสวยๆ ทำไมเป็นคนนี้ล่ะ คนอื่นเหมาะกว่านะ เขาบอกให้เราดูชั้นอื่น ห้องอื่นสิ ตัวแทนมีแต่ ‘สวยคู่’ แล้วก็ไล่เรากลับไปบอกครูประจำชั้นให้เปลี่ยนเอาคนอื่นมาแทน เราจำได้ว่าตัวเองหน้าเสีย ตอนเดินกลับไปที่ห้องก็พยายามกลั้นน้ำตา เพื่อนที่เป็นคู่กันก็อึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก ถ้านี่เป็นเรื่องแต่งก็คงดี เพราะมันบาดลึกเกินไป พอกลับไปถึงห้อง เราก็โวยวายให้เพื่อนๆ ฟังว่าทำไมเขาทำกับกูแบบนี้วะ เพื่อนก็ปลอบ เรียกคืนความมั่นใจ บอกว่ามึงเจ๋ง อะไรประมาณนี้ (คิดถึงบรรยากาศ ม.ปลาย ชะมัด) แล้วเราก็ไปบอกครูประจำชั้น แต่ครูยังยืนยันให้เราเป็นตัวแทนถือพาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-4/">วันที่เราได้ถือพานไหว้ครู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตอน ม.ปลาย จำได้ไม่ได้ว่า ม.4 ม.5 หรือ ม.6 (ผ่านมา 3 ปีแล้วนะ<br />
เร็วมาก ให้ตาย) เราได้ถือพานไหว้ครูคู่กับเพื่อนหน้าตาน่ารักอีกคนในห้อง</p>
<p>แน่นอน เหตุผลที่เราได้ถือไม่ใช่เพราะหน้าตาน่ารัก แต่เพราะเป็นหัวหน้าห้องและเรียนได้ที่หนึ่ง ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่ได้คิดว่าเราแตกต่างกับตัวแทนจากห้องอื่นหรือชั้นอื่น พอต้องไปซ้อมรอบหนึ่งก่อนถือพานวันจริง<br />
เราก็ไปซ้อมตามปกติ จนกระทั่งครูผู้หญิงที่เป็นครูอาวุโสคนหนึ่งในโรงเรียน และเป็นคนทำหน้าที่ซ้อมพิธีการพวกนี้ถามว่า<br />
เรามาแทนเหรอ</p>
<p>เราบอกว่า ไม่ใช่ เรานี่แหละตัวแทนห้อง ครูคนนั้นหันไปพูดกับครูอีกคนข้างๆ<br />
ว่า ไม่ได้นะ ในห้องก็น่าจะมีคนสวยๆ ทำไมเป็นคนนี้ล่ะ คนอื่นเหมาะกว่านะ<br />
เขาบอกให้เราดูชั้นอื่น ห้องอื่นสิ ตัวแทนมีแต่ ‘สวยคู่’ แล้วก็ไล่เรากลับไปบอกครูประจำชั้นให้เปลี่ยนเอาคนอื่นมาแทน</p>
<p>เราจำได้ว่าตัวเองหน้าเสีย ตอนเดินกลับไปที่ห้องก็พยายามกลั้นน้ำตา<br />
เพื่อนที่เป็นคู่กันก็อึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก ถ้านี่เป็นเรื่องแต่งก็คงดี<br />
เพราะมันบาดลึกเกินไป</p>
<p>พอกลับไปถึงห้อง เราก็โวยวายให้เพื่อนๆ ฟังว่าทำไมเขาทำกับกูแบบนี้วะ<br />
เพื่อนก็ปลอบ เรียกคืนความมั่นใจ บอกว่ามึงเจ๋ง อะไรประมาณนี้ (คิดถึงบรรยากาศ ม.ปลาย ชะมัด)<br />
แล้วเราก็ไปบอกครูประจำชั้น แต่ครูยังยืนยันให้เราเป็นตัวแทนถือพาน</p>
<p>ปอเป็นหัวหน้าห้อง ปอเรียนเก่ง ไม่ได้เสียหายอะไรเลย-ครูพูดมาประมาณนี้ จำดีเทลมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว แต่สรุปว่าสุดท้ายแล้ว ในวันจริงเราก็ได้ถือพานไหว้ครู<br />
ซึ่งพานนี้เอาไปไหว้ครูประจำชั้นกับครูรองประจำชั้นตัวเอง ในครั้งนั้น เราไหว้ด้วยความรู้สึกขอบพระคุณครูจริงๆ</p>
<p>นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเราในวันนี้ เราที่เลือกว่าจะไม่เป็นแบบนั้น<br />
เราที่เลือกจะเป็นแบบนี้ เราที่พยายามบอกเสมอว่าความสวยมีหลายแบบ เราที่พยายามบอกตัวเองว่ากูจะเป็นแบบนี้ แบบของกู</p>
<p>แล้วกูจะมีความสุขในแบบของกู</p>
<p><strong><em>ภาพ </em></strong><em><a href="https://unsplash.com/">unsplash.com</a></em></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-4/">วันที่เราได้ถือพานไหว้ครู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
