<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธิติ บุญเกิด, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author204/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author204/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Sep 2019 11:24:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ให้คนอิน ด้วยอินไซต์ โฆษณาที่โดนทุกใจของ &#8216;อู๊ด-นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bad-2/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/bad-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธิติ บุญเกิด]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Aug 2016 06:23:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[(b) ad people]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[advertisement]]></category>
		<category><![CDATA[B.A.D.]]></category>
		<category><![CDATA[B.A.D. Student Workshop 2016]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/bad-2/</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำงานโดยคำนึงถึงความสุขของ Consumer เป็นหลัก คือความเชื่อในการทำโฆษณาของ อู๊ด-นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์ Creative Director แห่ง Ogilvy Branded Entertainment ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความพยายามของเขาในการทำโฆษณาให้ไม่เป็นโฆษณา มาตลอด 10 กว่าปีแห่งการทำงาน และนี่คือวิธีคิดของเขา The B.A.DEST Writer &#160; The kid who loves the ads  เรียนนิเทศที่ ม.บูรพา แรกเริ่มเลยมีพื้นฐานจากการเป็นเด็กสายวิทย์ แต่พอถามตัวเองจริงๆ ว่าอยากทำอะไรกันแน่ ก็เริ่มรู้ตัวว่าอยากเรียนนิเทศ อยากทำโฆษณาอยู่แล้ว เพราะชอบดูโฆษณาตั้งแต่เด็กๆ ถ้ามีโฆษณามาก็จะไม่กดข้าม ส่วนเรื่องของการเขียน ช่วงมัธยมชอบเขียนเรียงความ แต่งกลอนอยู่แล้ว แต่ไม่เคยรู้ว่าความถนัดนี้เอามาทำโฆษณาได้ พอเอามาประกอบกันก็ลงตัว จบมาก็ตั้งใจจะเอาตัวเองเข้าไปทำโฆษณาให้ได้ ผมเริ่มงานที่บริษัท Young &#38; Rubicam ทำอยู่ 2 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่โอกิลวี่ ประเทศไทยจนถึงปัจุบัน &#160; Inspired by films [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-2/">ให้คนอิน ด้วยอินไซต์ โฆษณาที่โดนทุกใจของ &#8216;อู๊ด-นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การทำงานโดยคำนึงถึงความสุขของ Consumer เป็นหลัก คือความเชื่อในการทำโฆษณาของ <strong>อู๊ด-นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์</strong> Creative Director แห่ง Ogilvy Branded Entertainment ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความพยายามของเขาในการทำโฆษณาให้ไม่เป็นโฆษณา มาตลอด 10 กว่าปีแห่งการทำงาน และนี่คือวิธีคิดของเขา The B.A.DEST Writer</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>The kid who loves the ads </strong></h3>
<p>เรียนนิเทศที่ ม.บูรพา แรกเริ่มเลยมีพื้นฐานจากการเป็นเด็กสายวิทย์ แต่พอถามตัวเองจริงๆ ว่าอยากทำอะไรกันแน่ ก็เริ่มรู้ตัวว่าอยากเรียนนิเทศ อยากทำโฆษณาอยู่แล้ว เพราะชอบดูโฆษณาตั้งแต่เด็กๆ ถ้ามีโฆษณามาก็จะไม่กดข้าม ส่วนเรื่องของการเขียน ช่วงมัธยมชอบเขียนเรียงความ แต่งกลอนอยู่แล้ว แต่ไม่เคยรู้ว่าความถนัดนี้เอามาทำโฆษณาได้ พอเอามาประกอบกันก็ลงตัว จบมาก็ตั้งใจจะเอาตัวเองเข้าไปทำโฆษณาให้ได้ ผมเริ่มงานที่บริษัท Young &amp; Rubicam ทำอยู่ 2 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่โอกิลวี่ ประเทศไทยจนถึงปัจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>Inspired by films</strong></h3>
<p>Gen ผมคาบเกี่ยวระหว่างยุคเก่ากับยุคที่โซเชียลเฟื่องฟูขนาดนี้ แปลว่าการเสพข้อมูลก็ต่างกัน ถ้าเป็นรุ่นก่อนๆ คงคล้ายกันหมดคือหาแรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือ ดูหนัง แต่ผมเป็นก็อปปี้ไรต์เตอร์ที่อ่านหนังสือน้อย อ่านบ้างบางเล่ม แต่ผมดูหนังเป็นหลัก อย่างน้อยคืออาทิตย์ละเรื่อง เพราะฉะนั้นแรงบันดาลใจส่วนใหญ่ที่นำมาคิดงานมาจากหนังที่ดู</p>
<p>หนังที่ชอบอย่าง <em>Chungking Express</em> หรือ <em>Dead Poets Society</em> เป็นหนังที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนจากสายวิทย์มาทำโฆษณา แรงบันดาลใจอีกส่วนมาจากการพูดคุยกับผู้คน ผมชอบความเป็นมนุษย์มาก ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้อง คนทั่วไป ในวงเหล้า หรือใน Social ที่สมัยนี้ทุกอย่างอยู่ในนั้นหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>Insight that gets inside<br />
</strong></h3>
<p>คิดว่าอินไซต์เนี่ยแหละที่ทำให้โดน ทุกครั้งที่ได้โจทย์มา ผมจะตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเลยว่า ถ้าเราเป็นคนดูเราอยากจะเห็นอะไร ถ้าเราลืมไปว่าเราคือคนคิดงาน<br />
เราเห็นอะไรแล้วเราจะชอบมัน ยังงั้นเลย อีกความพยายามคืออยากทำยังไงก็ได้ให้งานที่ทำอยู่มันเด้งขึ้นมาจากงานโฆษณาอื่นๆ เพราะทุกวันนี้มี content อยู่รอบตัวเยอะมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>Write it right</strong></h3>
<p>Message สำคัญสุดแหละ ถ้าพูดแล้วโดนยังไงคนก็จำอยู่ดี แต่ถ้าจะทำให้ Message ที่น่าสนใจอยู่แล้วเป็นที่ชื่นชอบขึ้นไปอีก ตรงนี้แหละที่ก๊อปปี้ไรต์เตอร์จะเข้ามามีบทบาท ลามไปถึงลีลาการเขียน สัมผัส ผมเป็นคนถนัดการเขียนคำแนวป๊อบๆ มากกว่า ถ้าเป็นแนวลุ่มลึกก็จะใช้เวลาหน่อย</p>
<p>สื่อที่ต่างกันก็ต้องการการเขียนที่ต่างกัน แม้แต่การเขียนก๊อปปี้สำหรับ TVC กับหนังออนไลน์ก็ไม่เหมือนกัน โฆษณาทีวีก็ต้องตรงประเด็น เพราะมีเวลาน้อย จะขายอะไรบอกมา แต่ถ้าเป็นฟิล์มออนไลน์ ต้องเขียนให้เข้าถึงคนให้ลึกกว่า เข้าใจคนมากกว่า ใช้ภาษาอีกแบบ เหมือนคุยกับเพื่อนมากกว่า เหมือนเดินเข้าไปตบไหล่ (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>Always seek criticism</strong></h3>
<p>เขียนแล้วไม่ต้องเช็กกับใครก็ได้ แต่เราไม่ใช่คนแบบนั้น มันคงดีกว่าถ้ามีใครช่วยให้ความเห็น ปัจจุบันเวลาเขียนก๊อปปี้ก็จะเช็กกับเพื่อนๆ เช็กกับน้องๆ ในทีม วิธีเช็กงานอีกแบบคือ ตั้งสเตตัสในเฟซบุ๊ก เพราะโลกเฟซบุ๊กเหมือนเป็นตัวเช็กความนิยมได้ดีที่สมัยก่อนไม่มี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>Happiness that sells</strong></h3>
<p>Ogilvy Branded Entertainment เริ่มมาจากสิ่งที่เราถนัดนั้นแหละ เราถนัดเล่าเรื่องอยู่แล้ว ถ้าลองสังเกตงานหลายๆ ชิ้นที่ผมทำ จะเห็นว่า จริงๆ ผมพยายามทำโฆษณาให้มันไม่เป็นโฆษณาอยู่แล้ว เลยอยากเอาความถนัดนี้มาทำให้เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น มันก็คือโฆษณาเพียงแต่เราพยายามทำให้มันอร่อยขึ้น ถ้าโฆษณาทั่วไปยึด Key Message เป็นหลัก เราก็จะยึดเอาความสุขของคนดูและลูกค้าเป็นหลัก ทำให้เขาสนุก ให้เขาแชร์ต่อไปได้อย่างไม่เคอะเขิน โดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นโฆษณา</p>
<p>ผมเป็นคนซีเรียสกับพล็อต กับไอเดียที่สุด ผมจะไม่ไปขายงานลูกค้าเลย ไม่ว่าเวลาจะบีบคั้นแค่ไหน จนกว่าจะเจอไอเดียที่ผมพร้อมดันไปให้สุดทาง และถ้าเราเชื่อแล้วว่ามันดี เราจะไม่หลงทาง ไม่เพลี่ยงพล้ำไปกับปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้งานดีน้อยลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>For young writers</strong></h3>
<p>สิ่งที่อยากจะแนะนำกับเด็กๆ ที่เขียนก๊อปปี้คืออยากให้สนุกกับการคิด การใช้ภาษา มันน่าสนใจตรงที่เราสามารถหยิบคำธรรมดาๆ ที่ดูไม่มีอะไรมาผสม ผสาน ให้มีพลังได้ ถ้าเราสนุกกับมัน มันก็จะสนุกนะ ตอนทำงานแรกๆ เป็นคนกลัวการเขียนเรดิโอสปอตมากเพราะมันยาก มันเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งว่าจะทำอย่างไรให้เอาคนฟังอยู่จากการใช้เสียงอย่างเดียว จุดเปลี่ยนของผมคือการเขียนเรดิโอสปอตโฆษณาเซ็นทรัล มิดไนท์ เซลล์ จนได้รางวัล มันเป็นการไปเจอจุด ไปเจอช่องบางอย่าง ทำให้เป็นคนชอบเขียนเรดิโอตั้งแต่นั้น</p>
<hr id="horizontalrule" />
<h3 style="text-align: center;"><strong>My all time favorite works</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><strong>01 ฝาก &#8211; ธนาคารกสิกรไทย</strong></p>
<div id="erdyt-6a2053bec93c5" data-id="L_sSuhBYRf8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-L_sSuhBYRf8-6a2053bec93c5" data-vid="L_sSuhBYRf8" data-src="https://www.youtube.com/embed/L_sSuhBYRf8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/L_sSuhBYRf8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>โจทย์ทางการตลาดคือคนรู้กันอยู่แล้วว่าธนาคารกสิกรไทยเก่ง แต่เราอยากเพิ่มความเป็นมนุษย์ให้มากขึ้น เพื่อให้ครองใจคนได้ ที่ชอบเพราะรู้สึกว่ามันเป็นตัวอย่างของพลังแห่งการเขียน Copy เลยนะ แค่คำว่า ฝาก คำเดียว ที่เป็นคำทั่วไปของธนาคารอยู่แล้ว แต่ฝากมันมีความหมายมากกว่านั้น เช่น ฝากความหวัง ฝากความไว้วางใจ ที่ภายหลังสามารถต่อยอดได้อีกมากมาย เช่น ฝากได้ทุกเรื่อง ฝากอนาคตลูก ได้ไม่รู้จบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>02 Boxer &#8211; Dutchmill Smoothie</strong></p>
<div id="erdyt-6a2053bec93f7" data-id="W_nZKbOrncQ" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-W_nZKbOrncQ-6a2053bec93f7" data-vid="W_nZKbOrncQ" data-src="https://www.youtube.com/embed/W_nZKbOrncQ?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/W_nZKbOrncQ/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>เป็นลูกค้าที่ทำให้เราได้งานดีๆ เยอะมาก เพราะลูกค้าจะคอยท้าทายให้เรา breakthrough อยู่ตลอดเวลา ทำให้เราสนุก แม้ว่าโปรเจกต์นี้จะเริ่มต้นจากโจทย์ที่ยาก ว่าเราจะ demonstrate คุณประโยชน์ของสินค้าอย่างไรให้น่าสนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่พยายามทำมาตลอดกับโฆษณาของดัชมิลล์ตัวก่อนๆ หน้า แต่พอมาเป็นโปรเจกต์นี้เราก็พยายามหาวิธีการใหม่ๆ ถ้าสังเกตเรื่องนี้มันคือหนัง demonstrate ทั้งเรื่องเลยนะ (หัวเราะ) ก็ทำให้มันไปสุดในทางของมัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>03 The Hotel &#8211; TOA Color World</strong></p>
<div id="erdyt-6a2053bec940a" data-id="EjZSODWTSDY" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-EjZSODWTSDY-6a2053bec940a" data-vid="EjZSODWTSDY" data-src="https://www.youtube.com/embed/EjZSODWTSDY?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/EjZSODWTSDY/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>เป็นโจทย์งาน pitching ที่ลูกค้าไม่ขอแก้เลย ทำอย่างที่เราอยากให้มันเป็น เป็นหนังที่ขายของได้ในวิธีที่แตกต่าง เพราะในแง่ของสินค้าเองเต็มไปด้วยข้อมูลที่ซีเรียสมากมาย เป็นงานที่เราตั้งต้นการคิดงานตั้งแต่แง่จิตวิทยาเลยว่า คนเราชอบสีอะไร เพราะอะไร และสีต่างๆ ส่งผลต่อจิตใจคนได้อย่างไร ส่วนเรื่องพล็อตโรงแรมเป็นพล็อตที่เคยมีในหัวอยู่พอดี พอมาทำงานโปรเจกต์นี้ก็เอามาใช้เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>04 LALIN &#8211; พรเกษมคลินิค</strong></p>
<div id="erdyt-6a2053bec9417" data-id="ehc52wBiUqE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ehc52wBiUqE-6a2053bec9417" data-vid="ehc52wBiUqE" data-src="https://www.youtube.com/embed/ehc52wBiUqE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ehc52wBiUqE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>มาจากความพยายามในการทำโฆษณาให้ไม่เป็นโฆษณาของเรา ว่าถ้าเราตั้งต้นจากความตั้งใจที่จะทำให้ออกมาเป็น film เลย จะเป็นอย่างไร ก็เลยตั้งต้นจากวิธีการของหนังสั้น และอยากทำให้มันออกมาเป็น human มากๆ ก็เลยค้นคว้าหาอินไซต์เกี่ยวกับคนเป็นสิว จนมาเจอเรื่องราวเกี่ยวกับโลกเสมือนและโลกจริงของคนในยุคปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>05 MV ตัวปลอม &#8211; KFC<br />
</strong></p>
<div id="erdyt-6a2053bec9423" data-id="ICCqCTQ-lUU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ICCqCTQ-lUU-6a2053bec9423" data-vid="ICCqCTQ-lUU" data-src="https://www.youtube.com/embed/ICCqCTQ-lUU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ICCqCTQ-lUU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>ตั้งใจทำ MV จริงจัง ไม่ได้ตั้งใจจะทำ viral แล้วเอาเพลงมาประกอบ เป็นความตั้งใจว่าอยากทำให้มันสนุกไปเลย และโจทย์มันก็เข้ามาในจังหวะพอดี ที่เราอยากทำเอ็มวี เพราะว่าจริงๆ แล้วคำว่า Always Original ของ KFC มันเป็นเรื่องซีเรียสมาก เรื่องความเป็นแก่นแท้ ตัวจริง เป็น branding ของเขา แต่เมื่อมาพูดกับคนรุ่นใหม่<br />
เราก็อยากให้งานมันไม่เครียด เลยคิดจากอินไซต์ของวัยรุ่นโดยตั้งต้นมาจากคำว่าตัวจริง เลยไปนึกถึงประเด็นหนึ่งที่ตรงกับภาวะหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น ที่ต้องสูญเสียความเป็นตัวจริงของตัวเอง คือเวลามีความรัก</p>
<hr />
<p><em>นิสิตนักศึกษาคนไหนสนใจอยากเข้าสู่วงการครีเอทีฟ ไม่ควรพลาดงานนี้ <strong>B.A.D Student Workshop 2016 THE B.A.DEST : &#8220;เอาให้สุดแบด ครีเอทให้สุดเบสท์&#8221;</strong> โครงการสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นครีเอทีฟไทยที่มีอนาคตไกลถึงระดับโลก รับโจทย์ อังคารที่ 6 กันยายนนี้ บ่ายโมงตรง ณ ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ (ตรงข้ามมาบุญครอง) ดูรายละเอียดที่ </em><a href="https://www.facebook.com/BADawards/?fref=ts">facebook.com/Bangkok Art Directors&#8217; Association</a></p>
<p style="text-align: center;">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-2/">ให้คนอิน ด้วยอินไซต์ โฆษณาที่โดนทุกใจของ &#8216;อู๊ด-นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/bad-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีกำชัย สไตล์ ‘ป้อม กำพล’ Ogilvy &#038; Mather</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bad-1/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/bad-1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธิติ บุญเกิด]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Aug 2016 08:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[(b) ad people]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[advertisement]]></category>
		<category><![CDATA[B.A.D.]]></category>
		<category><![CDATA[B.A.D. Student Workshop 2016]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/bad-1/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ป้อม-กำพล ลักษณะจินดา ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประเทศไทย คือผู้สร้างงานโฆษณาที่มีความคราฟต์ระดับเทพมากว่า 20 ปี และเป็นเจ้าของผลงานโฆษณาระดับมาสเตอร์พีซที่คว้ารางวัลจากเวทีระดับโลกมากมาย วิธีคิดงานและแรงบันดาลใจของ The B.A.DEST Art Director คือเรื่องราวเหล่านี้ 2000 vs now ผมอยู่โอกิลวี่มาเกือบ 16 ปีตั้งแต่ปี 2000 จำได้ว่าปี 2001 คุณก้อง (ทรงกลด บางยี่ขัน) ตอนนั้นยังทำงานที่ WWF มาบรีฟงานเรื่องโลกร้อนซึ่งเป็นเรื่องใหม่มาก ผมยังงงเลยว่าโลกร้อนคืออะไรไม่เข้าใจ (หัวเราะ) เลยเริ่มศึกษาประเด็นนี้และทำงานโฆษณาให้ WWF เรื่อยมา ปัจจุบันจะเห็นว่าโลกร้อนเป็นประเด็นที่ทุกคนตระหนักกันดี นั่นเพราะผมเชื่อว่านักโฆษณาปิดตัวเองไม่ได้ โฆษณาต้องตอบโจทย์การตลาด การตลาดก็ตอบโจทย์โลก ฉะนั้นถ้าโลกหมุนไปทางไหน เราก็ต้องหมุนตาม ยิ่งทุกวันนี้งานโฆษณาเปลี่ยนไปเร็วมาก โจทย์งานซับซ้อนขึ้น เทรนด์เปลี่ยนเร็วขึ้น เรายิ่งต้องตามให้ทัน แต่สิ่งที่ไม่ต่างจากเดิมเลยคือ แกนของครีเอทีฟไอเดียต้องยังอยู่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นสื่อรูปแบบไหนก็ต้อง fit in ให้ได้ Great prints [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-1/">วิธีกำชัย สไตล์ ‘ป้อม กำพล’ Ogilvy &amp; Mather</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><br />
	ป้อม-กำพล ลักษณะจินดา</strong> ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประเทศไทย คือผู้สร้างงานโฆษณาที่มีความคราฟต์ระดับเทพมากว่า 20 ปี และเป็นเจ้าของผลงานโฆษณาระดับมาสเตอร์พีซที่คว้ารางวัลจากเวทีระดับโลกมากมาย วิธีคิดงานและแรงบันดาลใจของ The B.A.DEST Art Director คือเรื่องราวเหล่านี้</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8465.jpg"></p>
<p>
	<strong>2000 vs now<br />
	</strong>ผมอยู่โอกิลวี่มาเกือบ 16 ปีตั้งแต่ปี 2000<br />
จำได้ว่าปี 2001<br />
คุณก้อง (ทรงกลด บางยี่ขัน) ตอนนั้นยังทำงานที่ WWF มาบรีฟงานเรื่องโลกร้อนซึ่งเป็นเรื่องใหม่มาก ผมยังงงเลยว่าโลกร้อนคืออะไรไม่เข้าใจ (หัวเราะ) เลยเริ่มศึกษาประเด็นนี้และทำงานโฆษณาให้ WWF เรื่อยมา ปัจจุบันจะเห็นว่าโลกร้อนเป็นประเด็นที่ทุกคนตระหนักกันดี นั่นเพราะผมเชื่อว่านักโฆษณาปิดตัวเองไม่ได้ โฆษณาต้องตอบโจทย์การตลาด การตลาดก็ตอบโจทย์โลก ฉะนั้นถ้าโลกหมุนไปทางไหน เราก็ต้องหมุนตาม ยิ่งทุกวันนี้งานโฆษณาเปลี่ยนไปเร็วมาก โจทย์งานซับซ้อนขึ้น เทรนด์เปลี่ยนเร็วขึ้น เรายิ่งต้องตามให้ทัน แต่สิ่งที่ไม่ต่างจากเดิมเลยคือ แกนของครีเอทีฟไอเดียต้องยังอยู่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นสื่อรูปแบบไหนก็ต้อง fit in ให้ได้</p>
<p>
	<strong>Great prints never die<br />
	</strong>งานโฆษณาแบบดั้งเดิมก็ยังอยู่ได้ด้วยความคิดสร้างสรรค์ สังเกตดูสิ งานพรินต์เก่าที่ดีๆ คนยังสแกนมาแชร์กันอยู่เลย ‘ไอเดียที่เจ๋งไม่มีวันตาย’ การคิดงานทุกวันนี้แค่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง เดี๋ยวนี้ลูกค้าเขาบรีฟเป็น key<br />
visual ให้เอาไปใช้ได้กับทุกอย่างแม้แต่ดิจิทัล เคยเห็นภาพนิ่งที่คนกดแชร์ กดไลก์ กันเยอะๆ มั้ย มันเป็นแบบนั้น อยู่ที่ว่าจะทำให้คนสนใจภาพเฟรมเดียวได้ยังไง เนื้อหาเรื่องราวของมันต้องตามโลก วันก่อนพูดแบบ วันนี้อาจต้องพูดอีกแบบ แล้วมันก็ยากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>
	หลักง่ายๆ ของการทำโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์หรือสื่อใดๆ คือเล่าไอเดียให้น่าสนใจ วันนี้ระดับการรับรู้ของผู้คนเพิ่มขึ้น เราก็ต้องเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ให้หนักขึ้น ทั้งครีเอทีฟไอเดียก๊อปปี้อาร์ต ทุกอย่างที่ทำให้งานมันน่าดึงดูด อย่างล่าสุดงานต้นไม้ของมูลนิธิสืบฯ เริ่มจากสื่อสิ่งพิมพ์ ต่อมาลูกค้าเอาไปลงเว็บไซต์แล้วคนก็แชร์ต่อไปมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายลูกค้ามาถามว่า คุณป้อมเอามาทำโปสเตอร์มั้ย น่าจะขายในงานวันสืบ นาคะเสถียรได้</p>
<p>
	<strong>Show, don</strong><strong>’</strong><strong>t just tell<br />
	</strong>หัวหน้าผมเคยสอนว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีต้อง don’t<br />
just tell มันต้อง show<br />
หมายถึง tell คือการบอกเล่าธรรมดา แต่ show คือทำให้คนรู้สึกบางอย่างขึ้นได้ จะทึ่ง จะตลก จะเศร้า หรือจะอะไรตามที่เราตั้งใจไว้ โฆษณาต้องไปให้สุดทาง ให้กระทบใจคน ไม่งั้นมันก็จะเป็นงานอีกชิ้นที่คนเปิดผ่านไป เราจึงต้องพยายามทำงานให้หยุดคนให้ได้ การ show ก็มีหลายวิธีที่ทำร่วมกันได้ ไม่ว่าโชว์ความฉลาด โชว์ craft โชว์การเขียนคำ โชว์ความแปลกใหม่ฉีกแนว ไม่ว่าจะโชว์แบบไหนได้ก็ดีทั้งนั้น</p>
<p>
	<strong>The hardest part is the<br />
greatest part<br />
	<br />
	</strong>ตอนตั้งต้นยากสุด ทั้งสำหรับขั้นการคิดและขั้นการคราฟต์ เราต้องเห็นภาพสุดท้ายของไอเดียว่าเป็นยังไง ถ้ายังไม่เห็นภาพสุดท้าย แปลว่าไอเดียนั้นไม่แข็งแรง ถ้าตั้งต้นผิดมันจะไปผิดทางเลย เชื่อว่าหลายๆ ไอเดียที่เราชอบกันมันถูกคิดมาอย่างหมดจดแล้ว เกลาจนกลมดิ๊กแล้วถึงค่อยทำ เวลาคิดไอเดีย ผมจะคิดรอบด้านไปด้วย มีคนบอกว่าผมทำ layout<br />
เนี้ยบ จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจให้เนี้ยบ ผมอยากเห็นภาพสุดท้ายให้ชัดที่สุดว่า เราอยากได้อะไร ลูกค้าจะได้เห็นภาพตรงกับเรา รวมถึง<br />
production house ที่ไปทำต่อในขั้นการคราฟต์ จะได้เห็นภาพสุดท้ายเหมือนกันเข้าใจตรงกัน</p>
<p>
	เคยคุยกับพี่สุรชัย (สุรชัย พุฒิกุลางกูร แห่ง<br />
Illusion) ว่าพอมีภาพสุดท้ายแล้ว เขามีหน้าที่คิดหาแนวทางทำภาพนั้น สมมติผมอยากจะไปน้ำตกที่นี่ ชั้นนี้ คิดว่าสวยแน่ๆ พี่สุรชัยก็หาทางไปให้ขึ้นไปถึงแล้วถ้ายังไม่พอใจก็คิดต่อว่า มีสวยกว่านี้ไหม ถ้ามีก็ขึ้นไปอีก ขึ้นไปอีก จนถึงชั้นที่ไปสุดทางแล้วไปต่อไม่ได้แล้ว จุดนั้นก็น่าจะใช่ที่สุด ผมคิดว่างานแต่ละชิ้นทำได้ครั้งเดียว อยู่ในสื่อแค่ช่วงเวลาเดียว จึงต้องทำให้เต็มที่ที่สุด เพราะเราจะไม่ reproduction มันอีกแล้ว</p>
<p>
	<strong style="background-color: initial">Craft is Art Direction<br />
	</strong>สำหรับ<br />
Art Director คราฟต์คือ Art<br />
Direction ที่ช่วยผลักดันไอเดียให้ชัดที่สุด</p>
<p>
	คราฟต์ที่ดีต้องพอดีกับไอเดียนั้นๆ ไม่มากไป ไม่น้อยไป บางไอเดียต้องคราฟต์อลังก็ต้องทำให้ถึง บางไอเดียที่เป็นแนวมินิมอลก็ต้องคราฟต์นะ ต้องคิดหนัก ทำงานหนักเหมือนกัน เพราะ element มันน้อย จะสื่อยังไงให้มันน้อยๆ แต่ impact ได้ ไม่ใช่ไปเข้าใจว่าคราฟต์คือการบ้าพลังใส่รายละเอียดจนล้นไปหมด</p>
<p>
	จริงอยู่ทุกงานต้องเริ่มคิดเนื้อหาให้ดีก่อน แต่คงน่าเสียดายถ้าไอเดียดีๆ จะดรอปไปเพราะไม่ใส่ใจจะคราฟต์มัน บางปีผมเห็นมีไอเดียออกมาซ้ำกัน ชิ้นหนึ่งได้รางวัลเยอะมาก ส่วนอีกชิ้นไม่เข้ารอบที่ไหนเลย เพราะชิ้นที่ได้รางวัลคราฟต์ดีมาก ส่วนอีกชิ้นนี่ทำออกมาได้แย่มากๆ สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ 2 งานนี้อย่างมากเลยคือคราฟต์ ผมว่าทุกหน้าที่ในโฆษณาต้องคราฟต์หมด เขียน copy<br />
ก็ต้องคราฟต์ กราฟฟิคดีไซน์ illustrator ผู้กำกับ คนทำเสียงเพลงประกอบก็ต้องคราฟต์ ยิ่งช่วยกันงานยิ่งเพอร์เฟกต์ ทุกวันนี้เวทีระดับโลกให้ความสำคัญด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆรางวัลคราฟต์ถูกเพิ่มเข้ามาในหลาย<br />
category เพราะเค้าเชื่อว่าคราฟต์ยกระดับคุณค่าให้งานได้ งานระดับโลกที่เราชอบกัน ลองดู<br />
detail ให้ดีๆ เค้าคราฟต์กันทุกรายละเอียดจริงๆ แม้แต่งานมินิมอล</p>
<p>
	<strong>Form follows function<br />
	</strong>Form follows function เป็นทั้งวิธีคิดงานและวิธีใช้ชีวิตของผม งานโฆษณาทุกชิ้นเราต้องตอบได้ว่า ทำแบบนี้เพราะอะไร วัตถุประสงค์มาก่อนแล้วความสวยงามค่อยตามมา ความสวยมันเป็น<br />
subjective คุณว่าสวย ผมว่าไม่สวย แต่ถ้ามีเหตุผลจะตอบได้หมด เวลาขายลูกค้า ผมไม่เคยบอกว่าเพราะมันสวยกว่า ผมจะบอกว่ามันต้องเป็นแบบนี้เพราะอะไร typography แบบนี้เพราะอะไร ถ้าบอกสวยแล้วเขาบอกไม่สวยก็จบเลย</p>
<p>
	<strong>Great work is</strong><strong>…<br />
	</strong>Great work สำหรับผมคือ งานที่สร้างความรู้สึกอะไรบางอย่าง แบบอึ้กเข้ามา แม้บางครั้งงานนั้นอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราพร้อมจะให้อภัย มันไม่จำเป็นต้องได้รางวัลด้วยนะ แต่มันได้ใจเราไปแล้ว และอาจจะโดนในรูปแบบไหนก็ได้ อย่างอันนี้ไอเดียโคตรฉลาด งานนี้คราฟต์สุดๆ ก๊อปปี้<br />
impact มากๆ ขอให้มีสักด้านที่เด่นมันก็ทะลุเข้ามาในใจแล้ว แต่ถ้ามีครบทุกด้านก็ยิ่งเพอร์เฟกต์</p>
<p>
	อาชีพเราต้องเจองาน เจอไอเดีย เจอความครีเอทีฟ เจออาร์ตไดเรกชันทุกวัน บางทีเราก็ชินชากับมันมาก งานที่ทำให้เราโดนได้แสดงว่ามันต้องเจ๋งอีกขั้น ถ้าเป็นงานตัวเองก็คือฟิน เป็นจุดที่ไม่หงุดหงิดกับมันแล้ว เพราะถ้ายังทำไม่ถึง เราจะหงุดหงิดกับมัน อยากแก้ตรงนั้นตรงนี้ ส่วน<br />
great work ของคนอื่นก็คือ งานที่เราอิจฉาอยากเป็นเจ้าของงานนี้ ทำไมเราคิดหรือทำไม่ได้อย่างนี้นะ</p>
<p>
	<strong>For the young art<br />
directors<br />
	<br />
	</strong>การจะเป็น<br />
art director ถ้ามีทักษะก็เป็นได้ แต่ใครจะเป็น great art director ได้ต้องอยู่ในสายเลือดอย่างเดียวเลยนะ คนที่จะเป็นเขาจะอยากพัฒนางานของเขาเอง ทำแบบบ้าไปแล้ว กูจะเอา ถ้าสั่งให้น้องทำงาน คนทั่วไปก็ทำตามที่สั่ง ทำแค่ให้มันเสร็จ แต่คนที่มีแพสชันจะทำกลับมาแบบมากกว่าที่เราส่ัง อันนี้ที่พี่ให้ทำ อันนี้ผมลองทำดูมีห้าหกแบบ คนที่มีแพสชันคือคนที่ตื่นเช้าเป็นพิเศษมาคิดงาน ยอมสละวันหยุดมานั่งทำเลย์เอาต์ที่ดีกว่า เสียเวลาออกไปตระเวนหาพร๊อพมาประกอบงาน แพสชันแบบนี้มันสอนกันไม่ได้ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี บอกว่าคนที่จะประสบความสำเร็จ ถ้าเขามุ่งมั่นจริงๆ เราไม่ต้องทำอะไรเขามาก ถ้าเค้าใฝ่ เค้าก็จะหาทางไปจนได้ รีบเรียนรู้ ลองผิดลองถูกเสียตั้งแต่ตอนยังเด็ก เพราะไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ช่วงแรกๆ ถ้าผิดก็พร้อมจะมีคนให้อภัยกับคำว่า ‘เด็ก’ แต่ถ้าโตขึ้น อภิสิทธิ์นี้ก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ รีบทำพื้นฐานให้แน่นตั้งแต่ตอนเริ่มต้น แล้วจะต่อยอดไปได้อีกไกล เด็กสมัยนี้ผมเชื่อว่าเขาไปได้ไกลกว่ารุ่นเราอีกเยอะ ทั้งนี้ขึ้นกับคนรุ่นเราทุกคนด้วยนะ เป็นเรื่องของการช่วยกันถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นต่อไปด้วย ถ้าเรา set<br />
up ดี คนรุ่นต่อไปมันก็จะดี top<br />
up กันไปเรื่อยๆ</p>
<h3>
<hr id="horizontalrule"></h3>
<h3><strong>My all time favorite showcases<br />
</strong></h3>
<p>จริงๆ ก็ยังไม่ได้ชอบงานที่ผมและทีมทำสักชิ้น เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เรารู้สึกว่ามันยังไปได้อีก รู้ว่าจะทำงานให้ดีกว่าชิ้นนี้ได้ยังไง แต่นี่คือ 5 ชิ้นที่ดีในแต่ละมุมมอง</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/WWF-FOREST_FOR_LIFE.jpg"></p>
<p>
	<strong>01 Forests for life<br />
	</strong>เป็นงานที่คนดูแล้วรู้สึกกับมันมากที่สุด คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รางวัลเยอะมาก มันมีความอินไซด์ มีความประชดประชัน ต้องขอบคุณแรงบันดาลใจจากวันหนึ่ง ตอนขับรถไปทำงาน เห็นคนกำลังตัดต้นไม้ริมถนนข้างทาง ตัดแบบเหี้ยนเลย ผมเห็นพวกที่ตัดนั่งกินข้าวอยู่ใต้ต้นไม้ที่ยังไม่ได้โดนตัด ผมก็คิด อ้าว แล้วไง คุณก็ใช้ประโยชน์จากต้นไม้ คนที่มาทีหลังเขาก็ทำแบบคุณไม่ได้แล้วนะ เพราะคุณตัดต้นไม้ไปหมดแล้ว ก็เลยหยิบภาพนี้มาทำด้วยความคิดที่ว่า จะสื่อสารผ่าน art direction ยังไงให้คนดูรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกวันนั้น แบบเฮ้ย! คุณกำลังตัดสิ่งที่มีประโยชน์กับคุณอยู่นะ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/WWF_water_world_1.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/WWF_water_world_2.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/WWF_water_world_3.jpg"></p>
<p><strong style="background-color: initial">02 Waterworld</strong></p>
<p>ชอบเพราะมันเรียบง่ายดี ประมาณปี 2005 น้ำท่วมโลกจากภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นใหม่ ลูกค้า WWF เล่าว่าถ้าน้ำแข็งละลายน้ำจะท่วมโลกนะ บางประเทศจะจมอยู่ใต้น้ำ จำได้ว่าที่เทศกาล Cannes Lions งานชิ้นนี้ได้แค่บรอนซ์ ทั้งๆ ที่คนชอบกันมาก แต่กรรมการยังไม่อินกับประเด็นโลกร้อนเท่าไหร่ พอเดือนกันยายน พายุแคทรินาเข้าอเมริกา น้ำท่วมหนักมาก หลังจากนั้นพอส่งเทศกาล<br />
London International Awards ได้โกลด์เลย บางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Luxury_Bed.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Steel_Bed.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Wooden_Bed.jpg"></p>
<p>
	<strong>03 ถุงนอน<br />
	</strong>ชิ้นนี้เป็นงานทดลองมากที่สุด เพราะว่าเป็นชิ้นเดียวที่ยังเห็นภาพสุดท้ายไม่ชัดเจน ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน ทั้งขนาดของเตียง พื้นผิวของพื้น และองค์ประกอบอื่นๆ ตอนนั้นเอาฟองน้ำมาตัดเป็นรูปเตียง แล้วก็ลองม้วนดูหลายๆ แบบเพื่อศึกษารูปทรงที่ใช่ โฆษณาถุงนอนมักพูดถึงแต่การนอนในที่ต่างๆ ไม่เคยมีใครพูดถึงประเด็นเรื่องการนอนสบายเลย งานนี้พี่สุรชัยทดลองหลายแบบมาก กว่าจะได้ภาพของเตียงที่ดูนุ่มนอนสบาย สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็น่าพอใจ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/WWF_CHOR_CHANG.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>
	<strong>04 ช.ช้าง ช่วยช้าง<br />
	</strong>งาน scale เล็กแต่สร้างผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ แคมเปญนี้ใช้เวลาเกือบปีในการทำ เพราะงานนี้ไม่ค่อยมีงบและมีข้อจำกัดมากมาย เราก็มาคิดว่าทำยังไงให้ง่ายที่สุด และได้ผลกับคนไทยที่สุด เป็นงานที่คนร่วมกับแคมเปญได้ง่ายๆ แค่เชิญชวนให้คนที่ชื่อหรือนามสกุลมีตัว ช ช้าง ร่วมแคมเปญ ซึ่งที่ไปหามามีหลายล้านคนในประเทศ เป็นงานที่สร้างอิมแพคได้จริง และส่งผลถึงขั้นมีการออกกฎหมายมาคุ้มครองช้างจริง</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/snf_Tree_1_.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/snf_Tree_2_.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/snf_Tree_3_.jpg"></p>
<p>
	<strong>05 One cut kills all<br />
	</strong>ชิ้นนี้เป็นงานที่ภาพสุดท้ายสมบูรณ์ที่สุด ถ้าซูมดูจะเห็นรายละเอียดเยอะมาก ตอนพิมพ์โปสเตอร์จริงๆ ก็ใช้กระดาษรีไซเคิล ปกติผมจะทำเลย์เอาต์ให้เสร็จ ก่อนจะบรีฟให้พี่สุรชัยทำภาพ นี่เป็นเพียงไม่กี่งานที่แค่สเกตช์ไปบรีฟ เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าเขาจะทำได้ดี สุดท้ายภาพในหัวกับงาน<br />
final ออกมาตรงกัน เลยคิดว่าชิ้นนี้สมบูรณ์ที่สุดตอนพี่ชัยทำเสร็จ ไม่แก้เลยรู้สึกว่ามันดีแล้วพี่ชัยดีใจมาก (หัวเราะ) คิดว่าพอใจที่สุด แต่ปีหน้าก็จะคิดมาล้มงานนี้ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/BADawards"></a></p>
<p><em>นิสิตนักศึกษาคนไหนสนใจอยากเข้าสู่วงการครีเอทีฟ ไม่ควรพลาดงานนี้ <strong>B.A.D Student Workshop 2016 THE B.A.DEST : &#8220;เอาให้สุดแบด ครีเอทให้สุดเบสท์&#8221;</strong> โครงการสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นครีเอทีฟไทยที่มีอนาคตไกลถึงระดับโลก รับโจทย์ อังคารที่ 6 กันยายนนี้ บ่ายโมงตรง ณ ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ (ตรงข้ามมาบุญครอง) ดูรายละเอียดที่ <a href="https://www.facebook.com/BADawards/"></a></em><a href="https://www.facebook.com/BADawards/?fref=ts">facebook.com/Bangkok Art Directors&#8217; Association</a></p>
<p>
	<em><strong>ภาพ </strong>ลักษิกา แซ่เหงี่ยม</em></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-1/">วิธีกำชัย สไตล์ ‘ป้อม กำพล’ Ogilvy &amp; Mather</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/bad-1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
