Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

แอบดู 8 งานของศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง ก่อนไปเดินงาน ART GROUND 1-3 กุมภาพันธ์นี้

Highlights

  • ART GROUND 04 กลับมาอีกครั้ง วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม ที่ The Jam Factory
  • ในธีม ‘The Ordinary ศิลปะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนไม่ธรรมดา’ เพื่อสื่อว่าศิลปะอยู่รอบตัวเราทุกที่ ทุกเวลา เราจึงไปแอบดูผลงานที่ศิลปินต่างๆ จะเอามาโชว์ในงาน พร้อมชวนคุยว่าศิลปะที่อยู่รอบตัวมีผลต่องานศิลปะของพวกเขาอย่างไรบ้าง

1-3 กุมภาพันธ์นี้ ART GROUND 04 โดยนิตยสาร The Jam Mag กลับมาอีกครั้งในธีม ‘The Ordinary ศิลปะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนไม่ธรรมดา’ เพื่อสื่อถึงศิลปะที่แทรกตัวอยู่ทุกๆ ที่และแทบจะอยู่ในทุกอณูของชีวิตด้วยซ้ำ ตั้งแต่บนเตียงนอน ทางเดิน เสียงเพลง สนามหญ้า ราวตากผ้า โกดัง ไปจนถึงแกลเลอรี ศิลปะจึงไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษสูงส่งเกินจะทำความเข้าใจขนาดที่จะต้อง ‘ปีนกระไดดู’  เพราะแท้จริงแล้วศิลปะแทรกซึมอยู่ในทุกลมหายใจของคนทุกคนที่มองหาความพิเศษและสวยงามของสิ่งรอบตัวด้วยสายตาที่ไม่ธรรมดา

และเพราะศิลปะคืออะไรก็ได้ คอมมิวนิตี้ศิลปะสุดสร้างสรรค์แห่งนี้จึงไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่ศิลปะบนแผ่นกระดาษหรือศิลปะหนึ่งมิติเท่านั้น แต่ยังรวมงานศิลปะล้ำๆ ที่เปิดพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ไว้ในงานอีกด้วย แถมยังเพิ่มโซน ‘ART POW’ หรือ POWER OF ART ให้ผู้เข้าชมงานได้ค้นหาพลังสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวเองผ่านการเวิร์กช็อปกับศิลปินอีกด้วย

เราอาสาพาไปทำความรู้จักศิลปินบางส่วนที่จะมาปล่อยของในงานนี้ และมาฟังกันว่า ‘ความธรรมดาในความไม่ธรรมดา’ ของศิลปะในสายตาของพวกเขาจะเป็นอย่างไร และพวกเขาต่อยอดไอเดียความธรรมดาสามัญของศิลปะรอบตัวเป็นงานใน ART GROUND 04 อย่างไรบ้าง เราแอบนำผลงานบางส่วนของพวกเขามาแง้มให้ดูก่อนใคร ตามไปดูกันเลย!


ZONE ‘ART NOW’

พื้นที่แสดงงานและขายผลงานของศิลปินที่คุ้นเคยกันดี ซึ่งพวกเขาล้วนเคยฝากผลงานไว้ใน The Jam Mag หรือเคยแสดงงานร่วมกับแกลเลอรีของ The Jam Factory มาแล้ว  

Sahred Toy

หลายคนที่กังวลว่าจะกระอักกระอ่วนเวลาพูดถึงภาพโป๊เปลือย เราขอแนะนำให้ทำความรู้จักกับ Sahred Toy ผู้ที่วาดภาพบัดสีบัดเถลิงได้ออกมาเป็นภาพการ์ตูนแสนน่ารักสีฉูดฉาด น่ารักน่าหยิกเป็นที่สุด

“ผมคือคนชอบวาดรูปโป๊ครับ แต่ออกมาในคอนเซปต์รูปโป๊แบบน่ารักๆ ที่พูดถึงได้

“งานที่จะนำมาแสดงใน ART GROUND มีงานเก่าๆ ผสมกับงานใหม่ๆ ครับ ส่วนใหญ่จะเป็นงานสีแจ๋นๆ ลิเกๆ ที่เราชอบ เราอยากหยิบเอาไลฟ์+สไตล์ ที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันมาให้ดูแบบดิบๆ เอากระเป๋าเดินทางที่แปะเต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์จากเพื่อนๆ ในวงการที่มักแจกเวลาเจอกันตามงานมาให้ดู อะไรง่ายๆ แต่จริงครับ”

Cuscus the Cuckoos

Cuscus the Cuckoos เป็นแบรนด์ของกราฟิกดีไซเนอร์สาว เธอเล่าว่า “เริ่มวาดรูปแล้วสนใจในงานออกแบบผ้าและวิดีโอ เลยลองมาทำแบรนด์ของตัวเอง เน้นวาดไปทางสัตว์”

ผลงานที่จะนำมาอวดโฉมในงานนี้คือ “เสื้อสูทเก่าประดับด้วยงานเพนต์มือ โดยเราดึงของเล่นเก่าและหนังสือนิทานเก่าในบ้านเราเอง และนำมาใช้ได้ทุกครั้ง เล่าในแบบง่ายๆ ตรงๆ ปะปนไปมาเหมือนของในบ้านที่รกๆ”


ZONE ‘ART SOUND’

เพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีและเวทีแสดงดนตรีกลางสนามหญ้า และพบกับเหล่าวงดนตรีมาร่วมกันสร้างบรรยากาศชิลล์ๆ ตลอดทั้ง 3 วัน ที่พิเศษคือในปีนี้ก็จะมีวงดนตรีจากญี่ปุ่นมาร่วมแสดงกันอีกเช่นเคยด้วย ใครที่อยากสัมผัสสุนทรีทางโสตประสาทจากวงดนตรีแดนปลาดิบดูสักครั้ง ขอบอกว่าห้ามพลาด

Whal & Dolph

วง Whal & Dolph นิยามตัวเองว่าเป็น “วงดนตรีป๊อปที่หยิบเรื่องความรักรอบตัวมาถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง เปรียบเสมือนบันทึกหนึ่งเล่มที่มีหลากหลายเรื่องราว

“ดนตรีก็เป็นหนึ่งในศิลปะนะเราว่า การที่จะเอาเสียงต่างๆ มาประกอบกันจนเป็นเพลง หรือการเรียบเรียงโน้ต เมโลดี้ หรือเนื้อร้อง ก็ถือเป็นงานอาร์ตที่ต้องใช้ไอเดียเยอะเหมือนกัน เพลงเหมือนงานศิลปะตรงที่ไม่มีผิดไม่มีถูก มีแต่ชอบหรือไม่ชอบเท่านั้นเอง

“ถ้าคนที่เป็นแฟนเพลงเราอยู่แล้ว ก็คงได้ฟังเพลงที่ทุกคนอยากฟังแน่นอน แต่ถ้าใครที่ยังไม่รู้จักเรา ขอบอกว่าเราจะเอาเพลงในอัลบั้ม Rayon ไปเล่นครับ หาฟังกันก่อนได้”

Stoondio

Stoondio นิยายตัวเองว่าพวกเขาคือ คนทำเพลงที่หลงใหลในดนตรีแนว Acoustronic

เมื่อถามถึงไอเดียเกี่ยวกับธีมงานศิลปะธรรมดาที่ไม่ธรรมดาในงาน ART GROUND 04 นี้ Stoondio บอกว่าไม่ได้มีแนวคิดหรือไอเดียเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เธอมองว่า “เพลงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน” และยังแอบกระซิบมาว่า “วันที่ 3 กุมภาพันธ์ จะเอาเพลงที่ทำไปให้คนอื่นฟังบนเวทีค่ะ”


ZONE ‘ART POW (POWER OF ART)’

โซนน้องใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปีนี้ มีการปรับจากพื้นที่ลานไม้ธรรมดาให้เป็นพื้นที่พักผ่อนเยียวยาใจด้วยศิลปะ และเปิดให้คนทั่วไปสามารถสร้างงานศิลปะด้วยตัวเองพร้อมๆ กับการได้ร่วมส่งต่อความรู้สึกดีๆ ร่วมกับศิลปิน

Juli Baker & Jaruwat

เตว จารุวัฒน์ หรือ Jaruwat เล่าให้เราฟังว่า Juli Baker & Jaruwat คือ “ศิลปินสองคนครับ คือผมกับป่าน Juli Baker and Summer ในงานนี้เราเป็นบัดดี้เฉพาะกิจมาขายของด้วยกันครับ”

“งานศิลปะที่จะนำมาแสดงและขายในงานนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานเพนต์ติ้งที่เข้ากับธีม The Ordinary เปิดพรีออร์เดอร์สินค้ารีโปรดักชั่น ขายโปสต์การ์ดลายหมา นั่งวาดรูปสด และจะเอากีตาร์ไปวางเผื่อว่าจะมีคนที่มานั่งรอ จะได้เล่นรอคิวด้วยครับ”

สำหรับการจัดแสดงงานในครั้งนี้ เตวเล่าว่าเขาได้เอาธีมความธรรมดาในความไม่ธรรมดามาต่อยอดเป็นคอนเซปต์ที่จะนำไปโชว์ในงานนี้ด้วย “ศิลปะรอบตัวก็คือพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ผมเลยเอาของที่แต่งห้องอยู่แล้ว เช่น พรม ต้นไม้ ผ้าลายสวยๆ ไปตกแต่ง เน้นสบายๆ เหมือนอยู่บ้านครับ”


ZONE ‘ART HOW’

เปิดพื้นที่สร้างประสบการณ์ทางศิลปะด้วยคราฟต์เวิร์กช็อป ผ่านคำแนะนำทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลอง สัมผัสทำจริง และสามารถนำผลงานที่ทำกลับบ้านไปนอนกอดให้ชื่นใจอีกด้วย

Craftsmangus

Craftsmangus นิยามตัวเองว่าเป็น “ศิลปินผู้ผลิตสร้างกระเป๋าหนังด้วยมือในรูปแบบที่เรารัก อยากจะใช้ไปนานๆ และถ่ายทอดวิธีการขั้นตอนไปสู่ผู้สนใจอย่างจริงจัง”

ในงานนี้เวิร์กช็อปที่ Craftsmangus จะมาเปิดคลาสสอน คือการทำ Card Holder และ Banknotes Holder เพราะพวกเขาเชื่อว่าศิลปะอยู่รอบๆ ตัวเราอยู่แล้ว เช่นเดียวกับกระเป๋า

“กระเป๋าที่ติดตัวเราแทบทุกคนคือกระเป๋าสตางค์ จะใหญ่ จะหนา จะบาง จะเล็ก ก็ตาม แต่เพื่อให้กระเป๋านั้นได้อยู่กับเราได้ง่าย สบายเบาตัว จึงได้ทำออกมาให้เล็กและบางในลักษณะครึ่งหนึ่งหรือเล็กกว่ากึ่งหนึ่งโดยนำมาเพียงแค่ครึ่งเดียวของกระเป๋าสตางค์มาตรฐาน แต่ใช้ได้ทั้งวันและใช้ได้บ่อยๆ”


ZONE ‘ART WOW’

ตรงตามธีมที่ว่างานศิลปะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจึงกลายเป็นสถานที่แสดงงานว้าวๆ ได้เช่นกัน โดยคนที่มาร่วมงานจะไม่ได้แค่ดู แต่ต้องฟังอีกด้วย เพราะศิลปินในโซนนี้ออกแบบซาวนด์มาเพื่อ ART GROUND เท่านั้น

Lab 5 Soundworks

Lab 5 Soundworks เล่าที่มาที่ไปให้เราฟังคร่าวๆ ว่ากลุ่มของพวกเขาประกอบไปด้วยสมาชิก 2 คน ได้แก่ น๊อต–ภาคภูมิ เจริญวิริยะ และ มีน–สรัญรัตน์ แสงชัย

“Lab 5 Soundworks รวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์ ออกแบบเสียงและดนตรีให้กับงานหลากหลายประเภท ทั้งงานด้านศิลปะและงานด้านเชิงพาณิชย์ โดยเราทั้งคู่เริ่มทำงานดนตรีมาตั้งแต่สมัยเรียน เริ่มต้นด้วยการออกแบบเสียงและประพันธ์ดนตรีสำหรับละครเวที จากนั้นก็เริ่มศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และออกแบบเสียง ควบคู่ไปกับการประพันธ์ดนตรีให้กับสื่อมัลติมีเดียต่างๆ ทั้งการแสดง การประพันธ์ดนตรีประกอบภาพยนตร์และการ์ตูนแอนิเมชั่น รวมถึงงานโฆษณาด้วย”

ด้วยความชอบทดลองและเรียนรู้ ทำให้ Lab 5 Soundworks สนุกกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับการทำงานรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้ขอบเขตของงานมีความหลากหลายและยืดหยุ่นไปตามโจทย์ที่ได้รับมอบหมาย

“เมื่อปี 2560 Lab 5 Soundworks ได้รับโอกาสให้ประพันธ์ดนตรีประกอบละครเวทีเรื่อง Land and Skin โดยละครเรื่องนี้ จะเล่าเรื่องผ่านการเคลื่อนไหวของตัวละครเป็นหลัก ไม่มีบทพูด ซึ่งจุดนี้เองทำให้การออกแบบเสียงและดนตรีมีบทบาทมากขึ้นในการเล่าเรื่อง ทั้งเสียงที่สื่อถึงเรื่องภาวะภายในจิตใจของตัวละคร เสียงที่ช่วยสร้างบรรยากาศ รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนไปของเรื่อง

“หลังจากการแสดงจบไป เราจึงอยากนำไอเดียเหล่านั้นมาย่อส่วนให้อยู่ในรูปแบบของ installation art ที่ยังคงรวมองค์ประกอบเหล่านั้นอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครจากเดิมที่เป็นนักแสดง เป็นผู้ชมงานแทน

สำหรับงานที่จะนำมาจัดแสดงในงาน ART GROUND 04 ในปีนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทดลองและพัฒนาชิ้นงาน เพื่อนำไปจัดแสดงงานศิลปะในงาน PQ 2019 ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ที่กำลังจะถึงด้วย

“แนวคิดหลักของงานนี้ เกี่ยวกับการเชื่อมโยงกันของคนในสังคม แม้ว่าแต่ละคนจะมีนิสัย ความคิด และลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนก็สร้างผลกระทบต่อกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม วัตถุที่เราเลือกใช้ บ้างก็มีเสียงที่ไปในทิศทางเดียวกัน บ้างก็ถูกสังเคราะห์ให้มีความผิดเพี้ยน เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งของคนในสังคมนั้นหรือเลือกที่จะยืนมองอยู่ภายนอก ดูความสัมพันธ์ของคนภายในสังคมนั้นๆ ก็ได้”

เมื่อพูดถึงธีม The Ordinary พวกเขามีความเชื่อว่า “ทุกอย่างในชีวิตประจำวัน สามารถมองให้เป็นศิลปะได้หมด ขึ้นอยู่กับมุมมองว่าเราจะตีความสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นอะไร สำหรับ Lab 5 Soundworks แล้ว พวกเราทำงานกับเสียงที่ไม่ใช่แค่การสร้างเสียงดนตรีเท่านั้น แต่เรายังชอบทดลองและสนุกกับการหยิบเอาวัตถุดิบของเสียงที่อยู่รอบๆ ตัวเรามาใช้ในการสร้างสรรค์งานด้วย”


ART GROUND 4 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม ที่ The Jam Factory หนึ่งปีมีหนเดียวเท่านั้น ขอบอกว่าอย่าพลาดเชียวล่ะ!

Author

พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์

นักเรียนเอกวรรณคดีไทยที่หลงใหลในวัฒนธรรมร่วมของชาวอุษาคเนย์ และชอบใช้น้ำมันกลิ่นหอมๆ เป็น self-healing

Related Posts


x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)