บาส พูนพิริยะ กับสุขเล็กๆ ที่เรียกว่าปั๊ก เมื่อด๊อกด๋อยและผองเพื่อนสอนให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวเรา

บาส พูนพิริยะ กับสุขเล็กๆ ที่เรียกว่าปั๊ก เมื่อด๊อกด๋อยและผองเพื่อนสอนให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวเรา

Plot

เรื่องราวการเติบโตของ บาส พูนพิริยะ จากคนไม่เคยเลี้ยงหมามาก่อนในชีวิต สู่การเลี้ยงหมาครั้งแรกในวัยใกล้เลขสี่ ที่ได้นำพาให้เขาได้ไปเจอและรับเลี้ยงหมาอีก 6 ตัว ซึ่ง 5 ตัวในนั้นเป็นหมาจร การเป็นพ่อหมาทำให้เขาอยากเล่าเรื่องราวของหมาจรจึงเกิดเป็น Gohan หนังหมาเรื่องแรกจาก GDH ที่เขาเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับร่วม

Character Background

7 ตัวคือจำนวนน้องหมาที่เขาเลี้ยง บาสเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่เลี้ยงหมา ทั้งเคยถูกหมากัดเลยมีความกลัวสัตว์เลี้ยงชนิดนี้อยู่ลึกๆ ในวันที่เริ่มเลี้ยงหมาตัวแรกในชีวิต ตอนนั้นอายุเขาเฉียดใกล้เลขสี่แล้ว นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ จากคนไม่อินกลายเป็นพ่อหมาขนานแท้ เขามักช่วยหมาจรหาบ้านและหาเจ้าของที่พร้อมเลี้ยงอยู่เป็นประจำ และเขาเพิ่งมีแม่บ้านคนแรกในชีวิต เธอชื่อว่าน้ำชา คอยช่วยเขาเลี้ยงหมาที่บ้าน

Genre

โรแมนติกดราม่า / Coming of Age

Cast

บาส พูนพิระยะ

Directors

ด๊อกด๋อย เจียงฮาย ด๊องแด๊ง โอริโอ้ บราวนี่ คากิ เต้าฮวย

Producer

ะเดย์

Gohan or Go Home

เราไม่มีคำถามถึงความรักที่ บาส พูนพิริยะ มีต่อการทำหนัง เพราะเจ้าตัวเคยพูดไว้ว่าอยากทำหนังไปตลอดชีวิต แต่แง่มุมที่เราสนใจคือหนังแต่ละเรื่องสะท้อนความคิดและสิ่งที่เขาอินอยู่ในตอนนั้น

เขาเคยอธิบายว่าตอนทำเคาท์ดาวน์ เขาคือวัยรุ่นที่อยากพิสูจน์ตัวเอง มาเรื่องที่ 2 ฉลาดเกมส์โกง เขาสนใจระบบและโครงสร้างทางสังคม (ที่ไม่เท่ากัน) 5 ปีถัดมา เขากลับไปสำรวจทุกความสัมพันธ์ในชีวิตผ่าน One For the Road และหนังเรื่องล่าสุดอย่าง Gohan เขาจูงมือเราไปสำรวจโลกของหมาจร

อยากมีบ้านให้กลับ อยากมีนุดให้กอด – แค่คำโปรยสั้นๆ ในตัวอย่างหนังก็เล่นเอาขอบตารื้น

Gohan เป็นหนังเรื่องแรกของ GDH ที่มีหมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยจะเล่าถึงหมาจร 3 ช่วงวัย ผ่านผู้กำกับ 3 คน ได้แก่ อัตตา-อัตตา เหมวดี บาส พูนพิริยะและ หมู-ชยนพ บุญประกอบ


“ผมคนแรกเลยเหรอครับ” พ่อหมาอย่างบาสแววตาลุกวาว เมื่อได้รู้ว่าเราเลือกสัมภาษณ์เขาเป็นคนแรกสำหรับ Relationships คอลัมน์ใหม่แกะกล่องจาก a day

มีคนเคยพูดว่า ถ้าอยากรู้ตัวตนและไลฟ์สไตล์ของใครคนหนึ่งให้ลองไปบ้านเขาดู ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านของผู้กำกับคนนี้ เราสรุปเอาเองว่ามีอยู่สองสิ่งที่เจ้าของบ้านให้ความสำคัญ สองสิ่งนั้นคือหนังและหมา หนัง เราเห็นโปสเตอร์หนังติดตั้งอยู่หลายมุมของบ้าน หมา เราเห็นรูปถ่ายน้องหมาอัดกรอบอย่างดีติดตั้งอยู่ทั่วบ้าน ต่อเมื่อเหลือบตาต่ำลงมาก็เห็นเหล่าน้องหมา (ตัวจริง) กำลังวิ่งซุกซน พ่อหมาก็คอยปรามและแนะนำพี่ๆ ผู้มาเยือนให้ลูกๆ คุ้นเคย

ชีวิตของตัวละครในหนังเขาคือคนกำกับ แต่ในชีวิตจริง คนกำกับเขาคือเหล่าน้องหมา ก่อนจะคุยถึงแก๊งสี่ขาที่ซุกซนอยู่รอบๆ เขา เราขอคุยถึง เจ้าหนู / ไอ้ / ลุง โกฮัง ก่อนดีกว่า

โกฮัง ชื่อนี้มีที่มายังไง

จริงๆ โกฮังเป็นหมาในความทรงจำของพี่วัน (วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์) พี่วันเคยมีหมาข้างบ้านที่ผูกพันมากๆ ชื่อโกฮัง เหมือนพี่วันเขาเคยไปป้อนข้าวป้อนน้ำอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วน้องก็ไม่อยู่แล้ว พอคิดจะทำหนังหมาก็ลองโยนชื่อนี้ขึ้นมา เอาไหมชื่อนี้ มันก็เป็นชื่อที่น่ารักดี

จุดเริ่มต้นไอเดียของการเอา 3 ผู้กำกับมาทำเรื่องเดียวกัน

ด้วยความที่ผมเลี้ยงหมา อินกับหมา แล้วผมก็มีโอกาสได้ไปช่วยหมาจรด้วย แล้วหมาจรบ้านเราเป็นปัญหาที่ไม่มีใครสนใจ ไม่ได้รับการแก้ไขสักที มันเลยทำให้เห็นเรื่องราวบางอย่าง ที่ในฐานะคนทำหนังและในฐานะพ่อหมารู้สึกว่าอยากเล่า 

ก็เลยพยายามกล่อมหูพี่วันตลอดเวลาว่า เฮ้ย พี่ เรามาทำหนังหมากันเถอะ เพราะผมก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าพี่วันก็อินกับหมาด้วยหลังจากทำงานด้วยกันมาเป็นสิบปี แต่ช่วงก่อนหน้านั้นตัวผมเองก็มีโปรเจกต์อื่นที่ยังเขียนบทอยู่ ยังไม่มีเวลามาทำแบบ 100%

จนวันหนึ่งพี่วันก็รู้สึกว่า เอ๊ะ งั้นก็ลองทำเป็นหนัง 3 ช่วงชีวิตของน้องหมา 1 ตัว โดยใช้ผู้กำกับ 3 คนไหม เพราะในแง่การทำงานมันก็จะไม่โหลดผมมากเกินไป ซึ่งมันก็ตอบโจทย์ตัวผมที่ว่า ถ้าสมมติหนังเรื่อง Gohan เป็นผมกำกับคนเดียว ผมก็คงจะพูดถึงชีวิตน้องหมาในมุมๆ หนึ่งที่ผมสนใจและถนัด แต่มันมีอีกหลายมุมในชีวิตของน้องเหล่านี้ที่เราอาจจะไม่เหมาะในการเล่า

ผู้กำกับแยกกันเขียนบทคนละพาร์ตเลยใช่ไหม

ใช่ แยกกันไปเลย แต่ว่าก่อนจะแยกกันก็มีการพูดคุย Direction กันก่อน น้องหมา 3 ตัว 3 ช่วงวัย ใครอยากรับผิดชอบวัยไหน อยากพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน คุยสิ่งนั้นกันก่อนแล้วค่อยแยกไปทำงาน

ระหว่างกำกับหมาและกำกับคน แตกต่างกันไหม

ต่างนะ เรากำกับหมาเหมือนกำกับคนไม่ได้ ถ้ากำกับคนเราสามารถบี้ได้ว่าต้องการอารมณ์แบบไหน แต่หมาต้องใช้ทริกมากกว่านั้น เราต้องทำงานร่วมกับแอกติงโคช ทำงานร่วมกับครูฝึกสุนัข ร่วมกับตากล้อง ร่วมกับผู้ช่วยว่าเราจะทำยังไงให้น้องหันมาในจังหวะนี้ ให้ส่งเสียงเห่าแบบนี้ หรือให้ทำท่าเหนื่อยแบบนี้

พอมีข้อจำกัดเยอะกว่ากองทั่วไป การทำงานยากขึ้นไหม

ยากขึ้น เพราะมันมีหลายอย่างต้องระวัง เช่น เรื่องความปลอดภัย เรื่องชั่วโมงการทำงาน เราต้องไม่ทำให้น้องเขาเหนื่อยเกินไปในการถ่ายทำ แต่เอาเข้าจริง พอทำงานกับหมา ผมรู้สึกว่าตัวเองยอมอ่อนลง บางทีถ้ากำกับนักแสดงที่เป็นคนเราก็จะแบบ เฮ้ย เค้นให้มันได้ดีที่สุดสิวะ แต่กับน้อง ผมให้ผ่านง่ายๆ เลย มันโอเคแล้ว เดี๋ยวตัดต่อแล้วใช้เพลงช่วยเอา ไม่เป็นไร

คือใจดีกับหมา

เราจะมีความสงสาร ไม่กล้าถ่ายหลายเทกมาก แต่กับคนนี่แบบเทกยับเลยนะ (หัวเราะ)

ช่วงที่หนังกำลังจะเข้าโรง ในฐานะผู้กำกับคุณรู้สึกยังไง

ผมภูมิใจกับมันนะ ปกติผมจะไม่ค่อยพูดประโยคนี้กับงานที่ตัวเองทำ เราจะรู้สึกว่าไม่ค่อยกล้าพูด แต่กับเรื่องนี้ ผมไม่ได้ทำคนเดียว 100% ผมเห็นงานที่เราและน้องๆ ทำกันแล้วมันเห็นผลลัพธ์ในสิ่งที่นึกไม่ถึงว่ามันจะให้ความรู้สึกแบบนี้ได้

หลังจากให้คนทำงานดู มันมีคอมเมนต์หลายๆ อย่างที่ฟังแล้วรู้สึกว่าหนังมันเดินมาสู่จุดที่พวกเราตั้งใจไว้ เราอยากให้คนดูหนังจบ เดินออกจากโรงมาแล้วถ้าเห็นน้องหมาหรือน้องแมวจร หรือไม่ต้องจรก็ได้นะ มองว่าน้องๆ เหล่านั้นก็เป็นเพื่อนร่วมโลกของเราเหมือนกัน

คุณชอบถ่ายรูปนอนดูหนังกับหมาลงอินสตาแกรมอยู่บ่อยๆ พอต้องทำหนังหมาคุณดูหนังเกี่ยวกับหมาเยอะขึ้นไหม

จริงๆ ผมไม่ค่อยอินกับการดูหนังหมาเยอะขนาดนั้นนะ ความหลากหลายของหนังหมามันอาจจะน้อยกว่าหนังทั่วไป แต่ช่วงที่ถ่ายโกฮังนี่ดูเยอะ ดูว่าเขาถ่ายยังไง เขาคุมน้องๆ ยังไง เขาเล่าด้วยวิธีไหนบ้าง

ถ้าหมาตายในหนัง

ไม่ได้เลยว่ะ ล่าสุดเพิ่งดู Kingsman เป็นหนังแอกชันที่ผมชอบมาก ผมกดดูภาค 2 มีฉากปั๊กโดนขีปนาวุธยิงใส่ ระเบิดตู้ม ผมปิดเลย ไม่ดู ต่อให้จะอยากดูต่อขนาดไหนก็ตาม ทำร้ายจิตใจกันมากเกินไป (หัวเราะ)

ทะเบียน Bark

ด๊อกด๋อย : ลูกสาวคนแรก สายพันธุ์ปั๊ก ปัจจุบันมีหลายฉายา เจ๊ด๋อย ป้าด๋อย นังด๋อย หนู ฯลฯ สรีระอ้วนจ้ำม่ำ หมาที่ทำให้ความคิดและชีวิตของป๊าบาส เปลี่ยนไปในแบบที่ไม่เคยคาดหวัง หนูเป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดในชีวิต ป่ะป๊าเขาว่าอย่างนั้น

เจียงฮาย : หมาตัวที่ 2 ในชีวิต เจอกันครั้งแรกตอนไปออกกองที่เชียงราย มีฉายาว่า Sweet Boy หรือลุงเจียงฮายของน้องๆ ชอบนอนตากแดดตอนเช้า นิสัยเงียบๆ ขรึมๆ ไม่ค่อยอะไรกับใคร  ชอบเดินเล่นเป็นที่สุด แม้สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง สถานะกลับดาวแล้ว

ด๊องแด๊ง : ลูกสาวคนนี้ป๊าบาสเห็นจากโพสต์เฟซบุ๊กในชมรมหมาแมวจร รู้สึกถูกใจเพราะเป็นปั๊กเหมือนลูกสาวคนแรก ป๊าบาสบอกว่าด๊องแด๊งถูกคนอุ้มไปทิ้งไว้ที่ 7-11 ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นสงสารจึงอุ้มไปใส่ลังกระดาษและติดป้ายกำกับว่า ใครลืมน้องไว้ช่วยมารับไปด้วย วันแล้ววันเล่าก็ไม่มีใคร อย่ากระนั้นเลย ด๊องแด๊งต้อนรับป๊าบาสด้วยการอ้วกออกมาเป็นส้มตำ

โอริโอ้ : รายนี้อินโทรเวิร์ตที่สุด จิ๋วที่สุด เป็นน้องหมาที่ถูกเจ้าของทิ้ง ป๊าบาสเล่าว่าเจ้าของเก่าย้ายไปต่างจังหวัดแล้วทิ้งเจ้านี่ไว้ในหมู่บ้าน คุณปู่ใจดีคนหนึ่งโพสต์ประกาศขอความช่วยเหลือพร้อมกับหมาอีกสองตัว ป๊าบาสไปรับมากะจะช่วยหาบ้านหลังใหม่ให้ ปรากฏโดนเจ้านี่ตก เลยกลายเป็นสมาชิกตัวที่สี่

บราวนี่ : สตอรีเข้าขั้นน่าสงสาร บราวนี่เป็นหมาที่ถูกทารุณกรรม โดนลวดมัดปาก มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ป๊าบาสเลยไปรับมาเลี้ยง อยู่ด้วยกันมาสองปี บราวนี่ป่วยเป็นเบาหวาน จึงต้องฉีดอินซูลินทุกวัน ด้วยความที่บราวนี่เคยถูกทำร้ายมา เขาจะดุร้าย ป๊าบาสและพี่น้ำชาที่พยายามฉีดอินซูลินให้ถูกกัดหลายแผล สุดท้ายเลยต้องย้ายไปอยู่กับอาสาคนแรกที่ช่วยเขามา ชื่อพี่ต่าย โดยป๊าบาสยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอาหารและยาอยู่ตลอด

คากิ : ตอนแรกนึกว่าเป็นหมามีเจ้าของ เพราะสภาพยังไม่มอมแมมมาก คนช่วยกันติดป้ายประกาศตามหาเจ้าของ หายังไงก็หาไม่เจอ ป๊าบาสเห็นในรูปนึกว่าเป็นคอร์กี้ พอมาเจอตัวจริง เฮ้ย ก็อดซิลล่านี่หว่า ช่วงนั้นเจียงฮายเพิ่งเสีย ป๊าบาสจึงรับคากิมาอยู่ด้วย

เต้าฮวย : คุณคนนี้ถูกประกาศขายในเฟซบุ๊กด้วยค่าตัวแค่ 500 บาท ป๊าบาสว่าเขาเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ทำท่าว่าจะรับหมามาเลี้ยง แต่จริงๆ เอามาขาย ป๊าบาสและทีมอาสาจึงล่อซื้อ เอาตำรวจไปจับด้วย (แต่ท่านๆ ก็ไม่ทำอะไรต่อ) อีท่าไหนไม่รู้ เจ้านี่เลยกลายมาเป็นสมาชิกคนล่าสุดของบ้าน

Love at First Bark

เมื่อครั้งยังเด็ก เราอาจเคยผ่านช่วงเวลาที่ออดอ้อนพ่อกับแม่ว่าอยากได้หมามาเลี้ยงเป็นเพื่อนสักตัว ก็มันน่าร๊าก ไม่ดื้อ แถมช่วยเฝ้าบ้านได้ด้วย (นี่ โน้มน้าวกันดื้อๆ อย่างนี้เลย) แต่ก็มีเด็กหลายคนที่เติบโตมาในบ้านที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงสักตัว บาสคือเด็กคนนั้น

เขาเติบโตมาพร้อมกับน้องสาว (จูนจูน-พัชชา พูนพิริยะ) เขาเล่าว่าตั้งแต่เด็กจนโต (หมาเลียก้นไม่ถึง) ไม่เคยคิดจะเลี้ยงหมาเลย แถมเคยถูกหมางับเข้าให้ครั้งหนึ่งแล้วเข็ด มีความกลัวเล็กๆ ในใจ และที่บ้านเองก็ไม่ได้สอนหรือเลี้ยงดูให้เติบโตมาเป็นคนที่จะเอ็นดูหมาด้วยซ้ำ กว่าที่หมาตัวแรกจะเดินเข้ามาในชีวิต อายุก็ใกล้แตะเลขสี่แล้ว

ถ้าชีวิตเขาเป็นหนังสักเรื่อง ซีนนี้แหละ Turning Point

อะไรทำให้ตัดสินใจเลี้ยงหมาตัวแรกในชีวิต

ตอนนั้นอายุน่าจะเกือบ 40 แล้ว ผมตัดสินใจซื้อด๊อกด๋อยมาเพราะแฟนเก่า ตอนนั้นเขาอยากเลี้ยงหมามาก โดยเฉพาะหมาพันธุ์ปั๊ก ก็พยายามพูดกรอกหูเราตั้งแต่คบกันแรกๆ พอย้ายจากคอนโดและมาซื้อบ้านที่นี่ ผมรู้สึกว่าไหนๆ พื้นที่มันก็พร้อมแล้ว ก็เลยซื้อเจ้านี่ (ด๊อกด๋อย) มาเซอร์ไพรส์เขาในวันเกิด ยังจำได้เลยว่าตอนซื้อมายังบอกว่าเธอเลี้ยงนะ ฉันไม่เลี้ยง ฉันจะออกไปทำงาน

พอมีหมาบรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปไหม

เปลี่ยนเยอะ ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อบ้านหลังนี้ เราซื้อเพราะดีไซน์ แบบว่าอยากจะมีบ้านเก๋ๆ กับเขา เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่เราชอบ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งโซฟาจะเต็มไปด้วยรอยข่วน ต้องคลุมผ้าไว้แบบนี้ เพราะถ้าเปิดมาคือขาดหมดเลย (เปิดให้ดู) ซึ่งเราไม่อยากเปลี่ยนเพราะรู้สึกว่าเปลี่ยนมาก็เหมือนเดิม ก็ไม่เป็นไร ก็ใช้มันไปอย่างนี้แหละ

พอโซฟามีรอยข่วนบ้านก็เริ่มค่อยๆ แปรสภาพ เริ่มมีขนหมา เริ่มมีกลิ่นฉี่ที่มุมนั้นมุมนี้ คือมันเป็นธรรมชาติของการเลี้ยงหมาที่ในที่สุดเราก็รับได้ เพราะมันแลกมากับอะไรบางอย่างที่ไลฟ์สไตล์เดิมของเราให้ไม่ได้

เมื่อก่อนคุณใช้ชีวิตแบบไหนเหรอ

ถามน้ำชาได้ เมื่อก่อนพี่เมาทุกวันเลยเนอะ แต่พอเริ่มมีหมาเยอะขึ้น บวกกับเวลาทำงานที่ไม่แน่นอน ผมเริ่มรู้สึกว่าเลี้ยงไม่ไหว แทนที่จะเอาเวลาไปตามหาตัวเองตรงหน้าบาร์เหมือนเมื่อก่อน ผมเลือกกลับมาอยู่บ้านกับหมาและแฟนดีกว่า

นั่นคือที่มาของการมีแม่บ้านคนแรกในชีวิต (น้ำชา) ผมโตมาในบ้านที่ดูแลกันเองมาตลอด ไม่เคยมีแม่บ้านเลย โชคดีที่ได้น้ำชาเข้ามาช่วย เขาคือ MVP ของบ้านหลังนี้ และน้ำชา คือแรงบันดาลใจพาร์ทหนึ่งของหนัง Gohan


ไหนๆ ก็มีพี่น้ำชาแล้วอยากรับหมามาเลี้ยงเพิ่มอีกไหม

สำหรับบ้านนี้น่าจะลิมิตแล้วแหละ ไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) เพราะจริงๆ ตอนแรกก่อนที่จะตัดสินใจรับเลี้ยงเต้าฮวย ผมก็คุยแฟน คุยกับน้ำชา ว่าไม่น่าจะไหวแล้วนะ 5 ตัวเยอะมาก แต่พอช่วยเต้าฮวยมาก็โดนตกเพราะความน่ารัก ตอนช่วยมาน้ำหนักแค่ 3 กิโลเองนะ แปปเดียวตัวยืดขนาดนี้แล้ว ใช่จ้ะ ฉันเม้าท์เธออยู่ (หันไปบอกเต้าฮวย)

เต้าฮวยน้องใหม่นี่มาอยู่ได้นานหรือยัง

ประมาณ 3 เดือน ใช่ไหมนะน้ำชา ใช่ 3 เดือน รับมาตอนเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

ดูสงบนิ่งกว่าตัวอื่นๆ นะ

ก็ไม่นะ เค้าเจื้อยแจ้ว แสบอยู่ อาจจะงง ไม่เคยเจอคนเยอะขนาดนี้

ถ้ายึดตามเส้นเรื่องของหนัง เมื่อผ่านพ้น Turning point ของตัวละครไปแล้ว การดำเนินเรื่องจะช้าลงและทยอยหยอดรายละเอียดมาให้ผู้ชมเก็บทีละชิ้นๆ เพื่อปูไปสู่ปลายทางของหนังที่ผู้กำกับต้องการ ซีนต่อไปเราจะพาไปสำรวจโลกของพ่อหมาในคราบผู้กำกับ วันๆ เขาใช้เวลาทำอะไรกับหมาบ้าง

เราอยากรู้ว่าเขาเป็นพ่อหมาแบบไหน ปราม หรือสปอยล์

The Dogfather

ในแต่ละวัน คนเลี้ยงหมาย่อมต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาให้กับเจ้าพวกสี่ขาที่เดินลิ้นห้อยมาเลียแข้งเลียขาแล้วก็ออดอ้อนด้วยสายตาน่ารักน่าเอ็นดู คล้ายเป็นการส่งสัญญาณ เฮ้ย นุด อั๊วหิว อั๊วปวดชิ้งฉ่อง อยากไปเดินเล่น ถ้านุดยังไม่สนใจเจ้าพวกนั้นก็จะ โฮ่งๆ ไม่ก็ บ๊อกๆ

สำหรับบ้านนี้ ในตอนเช้าตรู่ น้ำชารับหน้าที่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้กับแก๊งสี่ขา ตกเย็นก็จับสวมปลอกคอพาไปเดินตากลมในหมู่บ้านและพบปะสังสรรค์ตามประสาหมามีสังคม วันไหนพ่อหมาว่างก็จะมาช่วยน้ำชาป้อนข้าวบ้าง เย็นๆ ก็พาไปเดินเล่นบ้าง

จากการพูดคุยกับบาส เราสรุปได้ว่าการเลี้ยงหมาสักตัวนั้นไม่ง่าย ยิ่งหลายตัวยิ่งแล้วใหญ่ มันอาศัยการดูแลเอาใจใส่และความรับผิดชอบสูงเอาเรื่อง อาหารต้องดี สภาพแวดล้อมต้องดี อากาศร้อนไปไหม สุขภาพดีหรือเปล่า ผู้ปกครองหมาต้องคอยอย่างสม่ำเสมอว่าลูกๆ โอเคไหม

เหมือนเลี้ยงลูกเลยนะเนี่ย

ถ้าอยู่บ้านว่างๆ คุณทำอะไรกับหมาบ้าง

ปกติจะนอนกับน้องๆ ข้างล่างตรงนี้ (โซฟาห้องนั่งเล่น) เราจะมีเบาะอันหนึ่งที่นอนด้วยกันทั้งหมด ถ้าวันไหนไม่ได้ทำงาน ตื่นเช้ามาผมก็จะช่วยน้ำชาให้ข้าวให้น้ำ แต่ส่วนมากจะเป็นน้ำชาที่รับผิดชอบให้อาหาร เพราะบางทีผมทำงานกลับมาบ้านดึก แล้วตื่นเช้าไม่ไหว ตอนเย็นก็จะพาไปเดินเล่นในหมู่บ้านแทน แล้วก็กลับมาให้ข้าวอีกรอบ

พาออกไปเดินพร้อมกันเลยไหม

ไม่พร้อมกัน แต่พยายามพาไปทุกตัว แบ่งเป็นรอบๆ หรือถ้าวันไหนผมอยู่บ้านว่างๆ ก็จะช่วยน้ำชาพาหมาออกไปเดินพร้อมกัน


นึกถึงรูปนั้นเลยที่ Daniel Radcliffe พาหมาไปเดินพร้อมกันหลายๆ ตัว

(หัวเราะ) ผมเคยพยายามทำแบบนั้นนะ แต่มันไม่ได้จริงๆ คือนอกเหนือจากความเหนื่อยของเราในฐานะคนจูงแล้ว มันแอบอันตรายเหมือนกัน ผมเป็นพ่อหมาที่โคตร Overprotective เลยอ่ะ ผมกลัวนู่นกลัวนี่ กลัวลูกเจ็บ กลัวรถชน กลัวทุกอย่างไปหมดเลย เวลาจะพาลูกๆ ไปทำอะไรก็จะพยายามควบคุมความเสียหายให้ได้มากที่สุด

เหมือนลูกเลย เคยคิดไหมว่าการเลี้ยงหมาเหมือนลูกกับการมีลูกจริงๆ เหมือนหรือต่างกันยังไง

เราก็ไม่เคยมีลูกนะ แต่คนรอบตัวก็มีลูกกันหมดแล้ว เด็กก็คือมนุษย์ เดี๋ยวสักพักเขาก็จะโตขึ้น เขาจะมีความรู้สึก มีความนึกคิด มีความเป็นตัวเอง พ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่น้องหมาเขาจะเป็นของเขาเหมือนเดิมแบบนี้ สิ่งที่ต้องการพื้นฐานมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน หิวก็กิน อิ่มก็นอน ปวดฉี่ก็ฉี่ เราแค่ต้องหาพื้นที่และชีวิตที่น่าจะเหมาะที่สุดให้เขา

การเป็นพ่อหมาไม่ต่างอะไรจากการเป็นพ่อคนเลย

ใช่ ผมรู้สึกว่าการเป็นพ่อหมามันเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นพ่อคนหรือพ่อหมา การเป็นพ่อหมามันทำให้รู้ว่าอะไรที่เรายังทำได้ไม่ดีพอ อะไรที่ควรพัฒนามากกว่านี้ อะไรที่ต้องลดทอนลง หรือบาลานซ์มากขึ้น ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อหมาที่ยังต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ อย่างน้อยที่สุดให้ลูกเรามีชีวิตที่ดี โอเคที่สุดเท่าที่จะมีได้


ในหนังเรื่อง The Godfather มีอยู่ซีนหนึ่งที่ ดอนวิโต้ คอร์เลโอเน กำลังลูบหัวแมวในห้องทำงาน และเขาเคยพูดไว้ว่า คนที่ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ไม่ใช่ลูกผู้ชายที่แท้จริง คำพูดของดอนวิโต้ คอร์เลโอเนจากภาพยนตร์เรื่อง The Godfather สะท้อนออกมาให้เห็นในซีนที่เขากำลังลูบน้องแมวในห้องทำงาน กับคนที่มีอำนาจมากที่สุด ซีนนี้สะท้อนให้เห็นว่าความอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นหน้าที่ของผู้อุปถัมภ์มิใช่หรือที่ต้องดูแลสิ่งที่เปราะบางกว่า

โปรดเรียกพ่อหมาคนนี้ว่า The Dogfather!

Dogs are a man’s best friend

มีคนเคยบอกว่า มีหมาก็เหมือนมีเพื่อน แม้เจ้าสี่ขาจะไร้ทักษะการเจรจา แต่พลังวิเศษที่พวกเขามีคือทำให้เจ้าของอบอุ่นใจ เจอเรื่องแย่ๆ มาขอแค่ได้เล่นกับเขาก็รู้สึกดีขึ้น กระทั่งแค่มีหมามาป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ ก็เป็นความสบายใจแล้ว

ก่อนวันไปสัมภาษณ์ เรากดเข้าไปเลื่อนดูในเฟซบุ๊กของบาสแล้วก็สะดุดกับสเตตัสหนึ่ง โพสต์ต้นทางตั้งคำถามว่า สิ่งที่เมื่อก่อนเคยเชื่อ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อแล้ว ของทุกท่านคืออะไรกันบ้างครับ เขาแชร์แล้วกำกับข้อความไว้สั้นๆ ว่า ความสามารถตัวเอง

แน่นอน เราคงไม่ชวนเขาขยายความในเรื่องนี้ เพียงแต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราอยากรู้ว่าเขาจัดการและก้าวข้ามภาวะที่มีคำถามต่อตัวเองไปได้อย่างไร และให้ตายเถอะ! น้องหมาซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ (เหมือนจะ) ไม่เข้าใจมนุษย์เลย มีส่วนช่วยเขามากน้อยแค่ไหน


ตอนที่สงสัยในตัวเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณรับมือยังไงเหรอ

เมื่อก่อนผมอยู่กับอนาคตเยอะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ การวางแผนชีวิต การทำหนัง เราจะตั้งใจทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด และหวังว่างานนั้นจะเปิดประตูบานใหม่ให้เรา ถ้าเป็นผมในเวอร์ชันนั้นแล้วมีคำถามถึงความสามารถของตัวเอง ผมคงเครียดมากเลยว่ะ คงออกไปนั่งกินเหล้าคนเดียวที่บาร์ ทำตัวติสต์ๆ

ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะรับมือยังไง

ตอนนี้ผมมีน้องหมาน้องแมว ผมว่าการมีสัตว์เลี้ยงมันทำให้เราอยู่กับปัจจุบันนะ มันทำให้เรารู้ว่าในจังหวะที่เรากำลังกังวลกับอนาคต แต่มันยังมีลมหายใจของไอ้พวกนี้ (ลูบหัวลูกๆ) อยู่รอบๆ เรา

อย่างน้อยหมาก็ช่วยเราผ่านช่วงที่อ่อนแอไปได้

เขาช่วยแบบไม่ช่วย (หัวเราะ) แค่มาอยู่รอบๆ เราก็โอเคแล้ว การเลี้ยงหมามันทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องที่รู้สึกว่ามันใหญ่ จริงๆ มันเล็กนิดเดียว คนไม่เลี้ยงอาจจะไม่เข้าใจ ผมตอบได้ประมาณนี้ ไม่สามารถบอกได้ชัดว่ามันเป็นเพราะอะไร ผมไม่รู้จริงๆ ไม่สามารถตอบอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ ผมรู้แค่ว่าแค่หันไปแล้วเห็นหมานอนกรนอยู่ มันก็โอเคแล้ว

คิดว่าหมาทำให้คุณเป็นคนอ่อนโยนขึ้นไหม

ไม่กล้าตอบคำถามนี้เลย (นิ่งคิด) ถ้าในพาร์ตของการทำงาน ผมคงไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น ก็ยังเป็นคนที่โฟกัสและตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะมีบางอย่างที่เปลี่ยน เช่น เมื่อก่อนเราพร้อมจะลุยงานหนัก ทำงานถึงดึกดื่น หลังๆ เราก็จะเริ่มมีความรู้สึกแบบ เชี่ย ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยทำ กลับบ้านหาหมาดีกว่า

กับงานปลงได้มากขึ้น กับคนล่ะ

ผมความคาดหวังกับคนน้อยลง จริงๆ ไม่อยากคาดหวังกับคนเลยด้วยซ้ำนะ รู้สึกว่าก็ไม่เป็นไร เราจะเป็นยังไง เขาจะเป็นยังไง เราก็แค่มาเจอกัน และเราก็ต่างมีแพ็กเกจบางอย่างที่ต้องรับผิดชอบ เวลาเจอปัญหาเราก็แก้ไป เสร็จแล้วก็กลับบ้านไปหาหมา แล้ววันนั้นก็จะผ่านไป

ก่อนจะมีพี่น้ำชามาช่วยดูแลหมา เวลาไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศหลายวัน คุณดูแลลูกๆ ยังไง

ก่อนมีน้ำชามาช่วย ถ้าผมต้องไปทำงานหลายวัน ไม่มีใครสามารถให้ข้าวให้น้ำได้เลยครับ เพราะครอบครัวผมก็ไม่ได้เลี้ยงหมา จะเอาไปฝากเพื่อนเลี้ยงก็ยังไงอยู่ ผมเลยต้องพาน้องไปฝากที่โรงแรมที่ไว้ใจได้ แต่เราก็รู้สึกสงสารเขานะ บางทีอยู่โรงแรมมันก็อยู่ในกรงซะเป็นส่วนใหญ่ แต่มันก็เป็นความรับผิดชอบของเราในฐานะเจ้าของ

ถ้าเป็นตอนนี้ เลือกได้ไม่อยากห่างน้องๆ เกินกี่วัน

1 วันเต็มที่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าต้องไปทำงานต่างจังหวัด 1 วันก็คิดถึงแล้ว ถามน้ำชาสิ เวลาออกไปทำงานผมจะแบบพิมพ์ข้อความมาหาว่า เด็กๆ เป็นยังไงบ้าง ต้องให้น้ำชาถ่ายรูปให้ดูตลอดเวลา (หัวเราะและลูบหัวน้องหมา)

Isle of Dogs

เคยดูแอนิเมชันเรื่องนี้กันไหม

Isle of Dogs เป็นผลงานการกำกับของ เวส แอนเดอร์สัน ที่พาเราไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหมาจรทั้ง 5 ตัวที่ตัดกันไม่ขาด ทั้งยังบอกเป็นนัยว่าถ้าเรามีความเห็นอกเห็นใจกัน มันสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังได้

ตัวละครอย่าง Chief สุนัขจรจัดที่ไม่เคยเชื่อใจมนุษย์ แต่สุดท้ายกลับถูกเยียวยาด้วยความรักที่บริสุทธิ์ของเด็กชายวัย 12 ขวบที่ชื่อ อาตาริ โคบายาชิ

อย่างที่ทราบ หมาแทบทุกตัวของพ่อหมาคนนี้ (ยกเว้นด๊อกด๋อย) ล้วนเป็นหมาจรที่ถูกมนุษย์ทิ้งและทำร้ายมาอย่างสาหัส นอกจากรับมาเลี้ยงเองแล้ว เขายังช่วยน้องๆ หมาจรตามหาเจ้าของที่ไว้ใจได้ โดยทำงานร่วมกับกลุ่มอาสา 

เราเชื่อว่าการเข้าไปช่วยน้องหมาจรเหล่านั้น เขาไม่ได้เห็นแค่ความน่าสงสารของสัตว์ แต่คงเห็นแง่มุมที่น่าตั้งคำถามต่อคนเลี้ยงด้วย

อะไรทำให้ปัญหาหมาจรในบ้านเราไม่หมดไปซักที

ผมว่าหลักๆ เป็นเรื่อง Mindset คน แต่มันพัฒนาไปในทางที่ดีนะ ความรู้สึกที่คนมีต่อหมาแมวจรก็พัฒนาขึ้น แต่ผมรู้สึกว่ายังมีคนจำนวนมากที่ยังมองว่าหมาก็คือหมา แมวก็คือแมว ไม่ต้องไปอะไรมาก มันไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น ความคิดทำนองนี้ทำให้เกิดการทอดทิ้งหมา ไม่ดูแลรับผิดชอบเขาให้ดี ใช้ความรุนแรง รวมถึงระบบกฎหมายที่ไม่เข้มงวดมากพอที่จะปกป้องน้องๆ เหล่านั้นได้

เคยพยามทำความเข้าใจไหม ทำไมบางคนตัดสินใจทิ้งหมาทั้งที่ก็เป็นคนไปเอามาเลี้ยงเอง

ผมพยายามทำความเข้าใจนะ เวลาเจอเคสหรือฟังเหตุผลของคนที่เลี้ยงต่อไม่ได้แล้ว หลายๆ เหตุผลมันก็สมเหตุสมผลในความรู้สึกของเขา ซึ่งไม่เท่ากับเราอยู่แล้ว ผมก็ไม่รู้นะว่าตอนเลี้ยงเขารู้สึกยังไง

แต่สำหรับผม แค่คิดถึงแววตาที่เขามองเรา คิดถึงจังหวะที่เขามาใกล้ๆ คิดถึงเสียงลมหายใจหรือเสียงกรนของเขา คิดถึงสัมผัสเขา คิดถึงขนที่ติดตามเสื้อ อะไรพวกนี้ทำให้รู้สึกว่าเขามีความสำคัญกับเราและโลกใบนี้ มากเกินกว่าแค่การพูดว่าก็แค่หมาตัวหนึ่ง

หมาที่คุณช่วยหาบ้านใหม่ ส่วนใหญ่เป็นหมาพันธุ์อะไร

ทุกวันนี้เคสที่ช่วยเป็นเคสหมาปั๊กเยอะมาก ผมเป็นคนแพ้หมาปั๊ก เห็นแล้วผมจะนึกถึงด๊อกด๋อยทุกที ปั๊กมันเหมือนเด็กจริงๆ มันช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ มีตัวหนึ่งช่วยมาตาบอดสองข้างเลย ตอนนี้ยังหาบ้านไม่ได้เลย

ที่บอกว่าช่วยนี่ช่วยยังไง

ผมจะทำงานกับอาสาคัดบ้าน เวลาเราช่วยหมา 1 ตัว กว่าที่เราจะตัดสินใจส่งต่อให้ใคร มันต้องมีการพูดคุยกันเยอะมาก เพื่อให้มั่นใจและเป็นการป้องกันว่าบ้านที่จะรับไปคือบ้านที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับน้อง เพราะก่อนหน้านี้ เราเคยช่วยหมา แล้วพอมีคนรับเลี้ยงปุ๊ปปรากฏว่าเขาไม่มีความพร้อมมากพอที่จะเลี้ยง หรือที่เป็นมิจฉาชีพก็มีเหมือนกัน

ในฐานะคนเลี้ยงหมาและอาสาที่พยายามจะช่วยหมาก็ต้องเรียนรู้และแก้ไขความผิดพลาดกันไป ถ้าผมมีความพร้อมหรือมีน้ำชาสัก 10 คน ผมคงรับหมามาเลี้ยงเยอะกว่านี้ แต่เรารู้ตัวว่าเราก็ทำงานเยอะ เราไม่อยากรับมาแล้วเป็นภาระ เพราะมันไม่ใช่แค่รับมาแล้วจบ แต่เราต้องรับผิดชอบในทุกมิติในชีวิตเขา

อยากให้ช่วยแชร์ถึงคนคิดจะเลี้ยงหมา พวกเขาควรมีพร้อมในแง่มุมไหนบ้าง

เริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างที่อยู่อาศัย และควรรู้ไว้ก่อนว่าหมาแต่ละตัวมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางตัวชอบวิ่งเล่น บางตัวชอบอยู่คนเดียว บางตัวเกลียดอากาศร้อน ที่อยู่อาศัยควรเหมาะสมกับน้องๆ เหล่านั้น

ความพร้อมในเรื่องเงินก็สำคัญมาก เพราะต้องยอมรับว่าการเลี้ยงหมามันเป็นกิจกรรมที่ใช้เงินเยอะ เดี๋ยวนี้เวลาพาน้องหมาน้องแมวที่ป่วยหรือไม่สบายไปหาหมอ ไม่ต่างจากการพาคนไปหาหมอเลย

แล้วก็ความพร้อมทางจิตใจ การรู้ว่าน้องไม่ใช่แค่เทรนด์ น้องไม่ได้มีมุมน่ารักอย่างเดียว น้องคือสิ่งมีชีวิตที่ต้องการอะไรบางอย่างจากเราเยอะเหมือนกัน และเราต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกนั้นด้วย

Bark to the Future

ขอย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง ถ้าชีวิตของพ่อหมาคนนี้เป็นหนัง อยากบอกว่านี่คือองค์สุดท้ายแล้ว

ซีนนี้ เราแฟลชแบ็กย้อนกลับไปในวันที่ 11 กันายน 2021 นี่คือเหตุการณ์ที่ตัวละเอกในเรื่องอย่างบาสเจอกับเจียงฮาย (ลูกคนที่ 2) เป็นครั้งแรก เจียงฮายมีฉายาว่า Sweet Boy ชื่อจริงของเขาคือ นายเจียงฮาย พูนพิริยะ หรือลุงเจียงฮายของน้องๆ

เจียงฮายเดินเข้ามาในชีวิตของเขาด้วยความบังเอิญ (บางคนอาจใช้คำว่าพรหมลิขิต) ชีวิตช่วงนั้นของพ่อหมาอย่างบาสกำลังอ่อนแอ เขาตั้งคำถามกับตัวเองในฐานะคนทำงานและในฐานะมนุษย์ทำนองว่า เรามีประโยชน์อะไรกับโลกนี้บ้างวะ

คุณไปเจอเจียงฮายได้ยังไง

ตอนนั้นผมไปออกกองที่ต่างจังหวัด แล้วก็มีคำถามกับตัวเองวนในหัวตลอดเวลา แล้ววันนั้นเป็นวันพัก ผมก็ไถเฟซบุ๊กไปดูเพจน้องหมาจรแมวจรของจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ก็ไปเจอเจ้าเจียงฮายนี่แหละ

เขาเล่าว่าหมาตัวนี้มานั่งมาขอข้าวคนกินที่ร้านข้าวต้มแถวนั้น ซึ่งร้านข้าวต้มร้านนั้นอยู่ห่างจากโรงแรมผมแค่ 2 กิโล ตอนแรกผมไปหาที่ร้านข้าวต้มแล้วไม่เจอ เหมือนเขาหายไปไหนไม่รู้ ผมเลยกลับมาพรินต์รูปเจียงฮายที่โรงแรม แล้วไปตระเวนแปะกระดาษตามหา ถ้าใครเจอให้โทรมาที่เบอร์ผม

ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะเจอนะ เดินหาจนถึงเย็น ผมก็รู้สึกว่าเราทำดีที่สุดแล้วมั้ง พอตอนกำลังจะออกไปกินข้าวมีสายโทรเข้ามาบอกเจอตัวน้องแล้ว คืนนั้นก็เลยไปรับมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ

เทียบกับหมาตัวอื่นๆ ในบ้าน เจียงฮายเป็นหมาแบบไหน

เจียงไฮเป็นหมา Sweet Boy เขาจะเงียบๆ เรียบร้อย ไม่หือไม่อือ ไม่อะไรกับใครเลย เขาจะนอนในมุมของเขา และชอบเดินเล่นมาก คล้ายๆ เจ้าคากินี่แหละครับ ได้ออกไปเดินแล้วไม่ค่อยอยากกลับบ้าน เขาเหมือนคุณลุงแก่ๆ คนหนึ่ง ที่กำลังใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาชอบนอนตากแดด ตอนเช้าๆ เขาจะไปนอนให้แดดมันห่มตัวเขา

เห็นว่าสุขภาพไม่ค่อยดี เขาป่วยมาตั้งแต่ที่รับมาอยู่ด้วยกันเลยไหม

ใช่ ตั้งแต่วันแรกที่ไปช่วยมา เขาเป็นโรคไต ภายในเจียงฉายไม่ค่อยดีมากแล้ว ไม่แน่ใจว่าเขาถูกเลี้ยงมายังไง หรือหลงมานานแค่ไหน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน มันเต็มไปด้วยยา ต้องพาเข้าไปหาหมอ ต้องให้น้ำเกลือตลอดเวลา

มันเหมือนเราทำใจไว้ตั้งแต่ต้นอะครับ ว่าวันหนึ่งเขาจะไม่อยู่กับเรา

ก่อนจะไปอาการป่วยของเจียงฮายรุนแรงแค่ไหน

คือผมสังเกตว่าเขามีเลือดไหลตามเหงือก ตอนแรกเข้าใจว่าหรือเพราะผมแปรงฟันเขาแรงเกินไป เลยพาไปหาหมอ หมอบอกว่าจริงๆ ไม่เกี่ยว มันเกิดจากการที่ตอนกลางคืนเวลานอน เขาชักแล้วกัดลิ้นตัวเอง ซึ่งการชักมันมาจากระบบข้างในของเขาที่มันรวน หมอแนะนำให้แอดมิต แล้ววันรุ่งขึ้นเขาก็ไปเลยครับที่โรงพยาบาล

ตอนนี้กี่ปีแล้ว ที่บ้านหลังนี้ไม่มีเจียงฮาย

เกือบปีครึ่งได้แล้วครับ

คุณเลือกเผาหรือฝัง

เราเผาแล้วลอยอังคาร แต่ว่าเราตัดขนเขาเก็บไว้ในขวดกับเก็บปลอกคอไว้ ตอนแรกอยากฝังเหมือนกัน แต่คนรอบตัวแนะนำให้เผา เหมือนเราจะได้ปล่อยวาง จะได้รู้ว่าอะไรคือการมีอยู่ อะไรคือการไม่มีอยู่ การปล่อยมือคืออะไร

คุณเชื่อในเรื่องการพบกันจากกันไหม

เชื่อครับ มันเป็นธรรมชาติของชีวิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะคน หมา แมว หรืออะไรก็แล้วแต่

อะไรคือเรื่องราวดีๆ ของเจียงฉายที่คุณยังจำได้

(นิ่งคิด) เจียงฮายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมลงมานอนข้างล่าง ช่วงมีเจียงฮาย หมาในบ้านยังไม่เยอะ ผมก็จะขึ้นไปนอนข้างบน แต่ช่วงที่เขาป่วยผมจะลงมานอนกับเขาข้างล่าง ผมรู้สึกเสียดายเวลาที่จะได้อยู่กับเขา เพราะหมอบอกผมว่าตอนกลางคืนเจียงฮายมีอาการชักโดยที่เราไม่รู้

หลังจากนั้นผมก็เลยตัดสินใจซื้อฟูกมานอนข้างล่าง เพื่อที่ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เราจะได้รับรู้การมีอยู่ของพวกเขา ผมว่าการเป็นพ่อหมามันมีหลายสิ่งที่ต้องรับมือ และผมคงต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดในฐานะพ่อหมาไปเรื่อยๆ และใช้ช่วงเวลาที่มีกับพวกเขาให้คุ้มค่าที่สุด

คนพูดกันว่าหมาเหมือนเป็นครู หมาสอนอะไรคุณบ้าง

เมื่อก่อนคำว่ารัก ผมสัมผัสกับมันไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าคำว่ารักคืออะไร ถ้าไม่นับรักพ่อแม่ รักน้อง มันคงใกล้เคียงกับความรักมั้ง การทำอะไรบางอย่างโดยไม่หวังผลตอบแทน การสู้เพื่ออะไรบางอย่าง โดยที่เราไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะนำเราไปสู่อะไร แต่เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันสำคัญและเขาต้องการเรา

เป็นอย่างที่เขาพูดกันไหม ว่าการเลี้ยงหมาทำให้มีความสุข

(นิ่งคิด) มีอยู่วันหนึ่ง ผมตื่นเช้า แล้ววันนั้นไม่ต้องทำงาน แล้วไอ้พวกนี้ก็วิ่งเล่นกัน ผมหันไปบอกกับแฟนว่า เฮ้ย เราว่าเรามีความสุขว่ะ ผมไม่เคยพูดคำนี้เลยนะ ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขเลยในชีวิต เพราะผมมัวแต่ใช้ชีวิตกับอนาคต แต่วันนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าปัจจุบันนี้ดีจัง

ถ้าวันหนึ่งผมจะไม่ได้ทำหนังแล้วด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ผมในเวอร์ชันปัจจุบันก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้ว โลกนี้มันมีอะไรที่ใหญ่กว่าตัวเราจริงๆ

     

AUTHOR