ผู้หญิงกับบทบาทที่ไม่ได้สมัครใจใน พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE

ผู้หญิงกับบทบาทที่ไม่ได้สมัครใจใน พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE

เกิดถึงตาย เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร? คำถามที่ไม่มีใครหาคำตอบที่แท้จริงได้ สู่ภาพยนตร์ชวนคิด นำเสนอชีวิตคนทำงาน ตีแผ่ความจริงในโลกที่เคยมองข้าม ความต้องการพื้นฐานในชีวิต และความสบายใจที่หาไม่ได้ในชีวิตจริง กับวิธีการเล่าของผู้กำกับ เต๋อ – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ สู่ความแตกต่างในวงการภาพยนตร์ไทย พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE

สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนออกมาก็คงเป็นภาพความจริงอันโหดร้ายของผู้หญิงวัยทำงาน ที่ต้องแบกรับทั้งภาระ ทั้งหน้าที่การงาน ทั้งบทบาทของการเป็นแม่ ภรรยา และลูกในเวลาเดียวกัน ในสังคมการทำงานที่อำนาจและการตัดสินใจแทบไม่ค่อยอยู่ในมือของเพศหญิง สุดท้ายก็ต้องถูกบีบบังคับให้เลือกแม้ไม่อยากเลือก หรือแค่ไม่มีทางเลือกตั้งแต่แรก “น้องเขาเลือกจริงๆ หรือไม่มีทางเลือก” ตัวละคร ‘เต้น’ พูด

*เนื้อหามีการเปิดเผยส่วนสำคัญของเรื่อง*

พนักงานที่ไม่ได้สมัครใจมาเป็น

หน้าที่ที่ไม่ได้สมัครแต่ต้องสมัครใจเป็น สำหรับตัวละคร ‘เฟรน’ บทบาทหน้าที่แม่ ภรรยา และพนักงาน เราสามารถทำทุกอย่างพร้อมกันได้จริงหรือ? ภาพยนตร์เล่าภาพชีวิตของพนักงานสาวตำแหน่ง HR ที่ดูจะปกติ หากว่าสังคมไม่ได้บิดเบี้ยว และสร้างกำแพงแก่เพศหญิงในที่ทำงานนั้น การถูกกดขี่จากบุคคลที่มีอำนาจ และอำนาจมักไม่ได้อยู่ในมือของเพศหญิง กลับกลายเป็นสภาวะที่ต้องจำทน หลีกเลี่ยง และยอมรับ เพียงเพราะไม่ให้สิ่งที่เป็นอยู่แย่ไปกว่านี้

ขอบเขตของการยอมที่ผู้หญิงต้องแลกกับทางเดินในชีวิต ค่านิยมในสังคมที่คอยควบคุมทางเลือก และแนวปฏิบัติอย่างกับหนังสือคู่มือสตรีดีเด่น เป็นกรอบขังให้ผู้หญิงทุกคนต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น ห้ามเป็นแบบนั้นเด็ดขาด ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงตอนนี้ สังคมปิตาธิปไตยก็ไม่เคยหายไปไหน ยิ่งในสังคมการทำงานยิ่งเห็นชัด

เราจะสังเกตว่าในภาพยนตร์ตัวละครผู้หญิงจะถูกกดทับอยู่เสมอ หากใครได้ไปดูมาแล้วคงจะได้ยินคำว่า “ขอโทษค่ะ” ออกจากปากเฟรนที่ขอโทษหัวหน้าผู้ชายบ่อยมาก ทั้งๆ ที่สถานการณ์นั้นเฟรนไม่ได้เป็นคนผิดและไม่จำเป็นต้องขอโทษ หรือตอนที่กำลังจะกลายเป็นแม่คนแล้วต้องปิดเป็นความลับเพราะในสังคมการทำงานคนท้องไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี บริษัทหลายแห่งไม่ได้ให้โอกาสสำหรับผู้หญิงที่แต่งงาน ตั้งครรภ์ หรืออายุเกิน ตัวละครจึงต้องฝืนสภาวะร่างกายและจิตใจที่เปลี่ยนไปให้ทำงานได้หนักเหมือนเดิม ‘เพราะค่าของคนอยู่ที่ผลประกอบการ’

ความสามารถในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ต้องการในชีวิตของตัวละครเฟรน การไม่เคยถูกถามว่าอยากได้ อยากมี หรืออยากทำอะไร จากชายที่เรียกว่าคนรัก การปั่นหัว (Gaslighting) ที่บีบให้ตัวละครจากถูกกลายเป็นผิดและยอมรับสิ่งตรงหน้าไปโดยปริยาย ตัวละครเฟรนจึงสะท้อนถึงคนที่เหมือนจะมีทางเลือก แต่ก็ไม่ได้เลือก ต้องใช้ชีวิตตามทางที่ถูกกำหนดไว้จากคนรอบข้างเพียงเพราะว่าเป็นผู้หญิง

เลือกที่จะไม่เลือกก็คือเลือกแล้ว

หรือจะเป็นตัวละครที่ ‘เลือก’ แต่เลือกที่จะ ‘หายไป’ หายไปจากสังคมที่บีบรัดให้ ‘จูน’ ตัวละครหญิงที่ไม่ปรากฏหน้าตาแต่ถูกพูดถึงในเรื่อง ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดต่ำสุดในห่วงโซ่อาหารของบริษัทนี้ แต่เธอเลือกที่จะทน ทนเพราะเป็นเสาหลักของบ้าน ทนเพราะเป็นความหวังของครอบครัว ทั้งๆ ที่บทบาทของลูกคนเล็กก็ไม่ค่อยได้แบกรับหน้าที่นี้สักเท่าไหร่ แม้ว่าความหวังของตนเองจะริบหรี่เหมือนปลายทางที่ไร้แสงเทียน แต่ก็ทนเหตุการณ์มากมายที่กระทบจิตใจในที่ทำงาน จากตัวละครหัวหน้าเพศชายที่กดทับเธอด้วยคำพูดและการกระทำที่รุนแรง และด้วยคำพูดจากตัวละครที่เป็นที่พึ่งคนสุดท้ายที่ว่า “อดทนอีกหน่อย สู้ไปด้วยกัน เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้น” จนสุดท้ายที่ปลายทางของเธอแสงเทียนก็ได้ดับลงจริงๆ เราตั้งคำถามว่าเวลาจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นจริงหรือ เพราะเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นวังวนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไปเสียแล้ว

ถ้าทำได้ดี ก็คงไม่โดน? 

เรามักจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน’ แต่ถ้าไม่เลือกงานเธอคงต้องเลือก ‘ทน’ ทนกับครอบครัวที่ใช้งานหนักเหมือนไม่ใช่ลูกสาว ทนกับการทำร้ายจิตใจด้วยคำพูดมากมาย ‘จิดา’ ตัวละครพนักงานใหม่ ตัวแทนของ First Jobber ที่ยอมรับทุกเงื่อนไขด้วยความไม่รู้เพื่อที่จะได้ก้าวเข้าไปทำงานเป็นครั้งแรก วาดฝันไว้ว่าจะได้เติบโตและยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง หลังจากการสัมภาษณ์และคัดเลือกผู้สมัครมากมายทั้งชายและหญิง จิดาก็ได้ถูกรับเลือกเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ เพราะเธอยอมรับทุกเงื่อนไขที่บิดเบี้ยว สวัสดิการที่ไม่เป็นธรรม แลกกับการที่จะได้แสดงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของนักศึกษาจบใหม่ และเข้ามาทำงานแทนที่จูน สะท้อนการเข้ามาและหายไป คุณค่าของพนักงานที่ดูไม่ได้สลักสำคัญอะไร

ความเหมือนกันของสองตัวละครนี้คือการต้องทนกับระบบการทำงานที่ไม่ควรจะปกติ โชคชะตาที่พาไปเจอในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเป็นเหมือนโลกสองขั้วกับสิ่งที่วาดฝันไว้ ด้วยความรู้สึกที่ทนได้ รับได้ ยอมได้ เป็นเพียงเพราะต้องการที่จะอยู่รอด แม้ว่าจิดาจะไม่ได้ถูกเล่าถึงรายละเอียดในภาพยนตร์มากนักแต่ก็ทำให้เราตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครว่า สิ่งนี้จะกลายเป็นวังวนต่อไปเรื่อยๆ เป็นวังวนที่เต็มไปด้วยการดิ้นรน จำทน ไร้ความหวัง ตราบใดที่ฟันเฟืองชิ้นใหญ่ของกงล้อแห่งทุนนิยมยังไม่ถูกเปลี่ยน น็อตตัวเล็กๆ อย่างพนักงานใหม่ก็ต้องดำเนินต่อไปในวัฏจักรนี้ 

หากชวนตั้งคำถามถึงเรื่องความเท่าเทียมในสังคม ชายและหญิงมีบทบาทเท่ากันจริงไหม หรือด้วยต้นทุนและข้อจำกัดเรื่องเพศที่บังคับให้ทำได้และไม่ได้ในบางเรื่อง ถ้าจิดาไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นผู้ชาย เรื่องราวจะถูกเขียนอย่างไร โปรดรับไว้พิจารณา

AUTHOR