ตั้งแต่สมัยโบราณมนุษย์ใช้ ‘ธรรมชาติ’ รอบกายในการเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยของร่างกาย ‘ธรรมชาติ’ ที่ว่ามีทั้งใบไม้ดอกไม้ที่อยู่ใกล้ตัว รากไม้ที่อยู่ลึกลงไปในดิน รวมไปถึงนำ้สะอาดที่ช่วยบรรเทาอาการกระหาย
มนุษย์ในสมัยก่อนเรียนรู้ธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต เวลาไม่สบาย ก็นำสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาเป็นยารักษาโรค จนภายหลังพัฒนาเป็นศาสตร์การแพทย์ที่แตกออกเป็นหลายสาขา และสาขาหนึ่งที่มาแรงในตอนนี้ก็คือ ‘แพทย์แผนไทย’
ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของแพทย์แผนไทยและตะวันตกยุคใหม่
ตั้งแต่เด็ก เราคุ้นชินกับการรักษาโรคตามแนวคิดของแพทย์แผนตะวันตกมาในทุกย่างก้าวของชีวิต เริ่มตั้งแต่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคในวัยเด็ก การรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ด้วยยาสามัญประจำบ้าน ไปจนถึงการรักษาโรคต่างๆ ด้วย ‘ยา’ ต่างๆ ทั้งยาเม็ด ยาน้ำ และอื่นๆ

ใครจะคิดว่าก่อนหน้าที่แพทย์แผนตะวันตกจะได้รับการยอมรับในวงกว้างเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน มนุษย์ใช้พืชและสมุนไพรในการเยียวยารักษาโรคเป็นหลัก ‘ธรรมชาติ’ เป็นที่มาของ ‘ยารักษาโรค’ ทั้งใบไม้ เปลือกไม้ รากไม้ ยอดอ่อน ดอกไม้ และเกสรดอกไม้ แล้วบางครั้งก็มีการใช้บางส่วนของสัตว์เป็นตัวยาด้วย แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยลงมากจากแนวคิดเรื่องสิทธิของสัตว์ในหลายประเทศทั่วโลก
วิธีการนำพืชมาทำเป็นยารักษาโรคมีหลายรูปแบบ ทั้งการบดให้เป็นผง สกัดน้ำมันในพืชและดอกไม้ สกัดด้วยแอลกอฮอล์ รวมถึงนำไปแช่ในน้ำผึ้ง ขึ้นอยู่กับว่าวิธีใดดึงตัวยาในพืชชนิดที่ต้องการออกมาได้มากที่สุด และเหมาะสำหรับการนำไปใช้มากที่สุด
หนึ่งในยาสามัญประจำบ้านที่ตัวยาสำคัญมาจากการสกัดด้วยแอลกอฮอล์แบบดั้งเดิมก็คือ ยาธาตุน้ำแดงของไทย (ปลอดภัย ไม่ต้องห่วงค่ะ)
ส่วนอังกฤษ ศาสตร์การเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยด้วยพืชสมุนไพร (Herbalism) ยังคงแพร่หลายในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางการรักษาที่เรียกว่า ‘Homeopathy’ นักบำบัดด้วยสมุนไพร (Herbalist) เป็นอีกอาชีพทางเลือกที่ได้รับความนิยมทั่วอังกฤษ
คราวนี้มาดูที่แพทย์แผนตะวันตกกัน
จุดเริ่มต้นของแพทย์แผนตะวันตกสมัยใหม่ คือการค้นคว้าเรื่องเชื้อแบคทีเรียและการคิดค้นวัคซีนของหลุยส์ ปาสเตอร์ นักเคมีและนักชีววิทยาชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 หรือเมื่อประมาณ 200 กว่าปีก่อน
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาโลกก็รับแนวคิดของหลุยส์ ปาสเตอร์มาใช้ในการผลิตยาสำหรับการแพทย์ยุคใหม่
เพราะประสิทธิภาพและการให้ผลรวดเร็วในการรักษาทำให้แพทย์แผนตะวันตกยุคใหม่เข้ามาแทนที่แพทย์แผนโบราณไปโดยปริยาย

วิธีคิดแบบแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนตะวันตก
แนวคิดแบบแพทย์แผนไทยมองว่ามนุษย์ประกอบขึ้นมาจากธาตุต่างๆ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แต่ละคนจะมีธาตุเจ้าเรือนที่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ฤดูกาลและสิ่งแวดล้อมรอบกาย แพทย์แผนไทยมุ่งเน้นการรักษาไปที่ ‘ต้นเหตุ’ ของโรค แตกต่างจากแพทย์แผนตะวันตกที่พุ่งเป้าการรักษาไปที่ ‘อาการเจ็บป่วย’ ของคนไข้ สมุนไพรเป็นตัวยาสำคัญในการรักษาตามหลักแพทย์แผนไทย ยาไทยหลายชนิดมีฤทธิ์ช่วยระบายความร้อน จากการที่บ้านเราอุณหภูมิสูงเกือบทั้งปี บ่อยครั้งที่อาการเจ็บป่วยมีสาเหตุมาจาก ‘ความร้อน’
ถ้ามีอาการปวดศีรษะ แพทย์แผนไทยจะรักษาจากจุดเริ่มต้นก่อน การรักษาจึงดูเหมือนใช้เวลาค่อนข้างนาน ในขณะที่แพทย์แผนตะวันตกจะเป็นการแก้อาการปวดศีรษะด้วยยาแก้ปวด ซึ่งให้ผลรวดเร็วกว่าพอสมควร

ร้านเจ้ากรมเป๋อ ร้านยาแผนไทยแถวหน้าของประเทศ
แม้ว่าการรักษาด้วยแบบแพทย์แผนไทยจะไม่ได้เป็นแนวทางหลักของการรักษาโรคในปัจจุบัน แต่ยังมีร้านยาแผนไทยร้านหนึ่งซึ่งยืนหยัดกับแนวทางดังกล่าวมาตั้งแต่แรกเริ่ม
ร้านเจ้ากรมเป๋อเริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อนในช่วงเวลาที่การเยียวยารักษาด้วยพืชและสมุนไพรยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ถึงแม้ตอนนี้จำนวนสมุนไพรที่หาได้จะมีจำนวนลดลง แต่สมุนไพรที่ทางร้านจำหน่ายยังคงมีมากกว่า 750 ชนิด
ทั้งสมุนไพรที่ทำจากพืชสวนครัวอย่างหอมแดงและพริกหอม สมุนไพรโบราณอย่างโกฐหัวบัวและดอกไม้ไทย เช่น ดอกมะลิแห้ง ทางร้านยังจัดยารักษาโรคพบบ่อยไว้เป็นชุดด้วย เช่น ยาแก้ไข้ ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยาแก้อาการปวดเมื่อยและยาแก้โรคกระเพาะอาหารอักเสบ
คุณลุงถวัลย์ ทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งสืบทอดกิจการของร้านเจ้ากรมเป๋อ จะมาที่ร้านตั้งแต่แปดโมงเช้า เพื่อจัดยารักษาโรคชนิดต่างๆ ให้กับผู้คนที่แวะเวียนมาในแต่ละวัน
ภายในร้านมีเก้าอี้ตัวยาวให้นั่ง ถ้ามีใบสั่งยามา ก็สามารถยื่นให้ทางร้านจัดยาให้ได้เลย แต่ถ้าอยากฟังคำปรึกษา ก็สามารถบอกเล่าอาการให้คุณลุงฟังได้เลย

แบรนดิง
ร้านเจ้ากรมเป๋อเป็น ‘แบรนด์’ ตั้งแต่ก่อนที่ศาสตร์ด้านแบรนดิงยังไม่แพร่หลายก็ว่าได้ แล้วความเป็นแบรนด์ของเจ้ากรมเป๋อคืออะไร?
ก็คือความต่อเนื่อง ความเชี่ยวชาญ และความจริงใจที่มีให้กับลูกค้า
ร้านเจ้ากรมเป๋อไม่ต้องสร้างแบรนด์ ไม่ต้องสร้างฐานลูกค้า ไม่ต้องทำกิจกรรมทางการตลาด ก็สามารถมัดใจลูกค้าจำนวนมากได้
ตลอดมาร้านเจ้ากรมเป๋อเป็นที่พึ่งให้กับผู้ที่มองหาทางรักษาโรค ความสัมพันธ์ระหว่างทางร้านกับลูกค้าจึงเป็นเหมือนการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่กำลังป่วยไข้
คุณลุงถวัลย์ยังคอยดูแลให้คำปรึกษาผู้ที่มาที่ร้านเป็นอย่างดี จึงเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ทางร้านเป็นที่พึ่งให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกชื่นชม ขอบคุณ และไว้วางใจ
เวลาที่มีอาการเจ็บป่วยเมื่อใด จึงนึกถึงร้านเจ้ากรมเป๋อเสมอ
ถ้าสนใจการรักษาแบบแพทย์แผนไทยล่ะ?
‘หวานเป็นลม ขมเป็นยา’
คุณลุงถวัลย์บอกเราอย่างนี้
คำพูดของคุณลุงทำให้คนที่สนใจแพทย์แผนไทย แต่ไม่ชินกับยาต้มอย่างเรา พยักหน้า และตัดสินใจจะลองทานยาแผนไทยของทางร้านดู
เรามีอาการ ‘ร้อน’ ในร่างกายซึ่งพบบ่อยในผู้หญิงช่วงวัยหนึ่ง จึงลองซื้อยาต้มของทางร้านมา
ภายในห่อยาต้มเป็นพืชสมุนไพรนับสิบชนิดที่มาพร้อมกับวิธีต้มยา เก็บรักษายา และวิธีดื่มยาที่ต้มแล้ว รสชาติของยาต้มเป็นรสชาติที่เราไม่คุ้นเคย เป็นขั้นกว่าของยาอมแก้เจ็บคอแผนไทยที่วางจำหน่ายทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ แต่ถ้าผ่านด่านเรื่องรสชาติไปได้ จะพบว่ายาต้มตำรับของร้านเจ้ากรมเป๋อได้ผลดีมากเลยทีเดียว
ใครที่สนใจอยากลองทานยาต้มตำรับแพทย์แผนไทย แนะนำให้ลองตักน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาใส่ลงไปในแก้วยาต้ม จะรู้สึกว่ารสชาติดีขึ้น หรือจะลองซื้อสมุนไพรแห้งมาต้มเป็นน้ำสมุนไพรก่อนก็ได้
ที่ร้านเจ้ากรมเป๋อมีสมุนไพรแห้ง เช่น มะตูมและกระเจี๊ยบสำหรับต้มกับน้ำและน้ำตาล ดื่มแก้กระหายโดยเฉพาะในฤดูร้อน





