Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
สูดกลิ่นธรรมชาติให้เต็มปอด โอบกอดและฟังเสียงกระซิบของสายลมที่ ‘Whispering Cafe’

สูดกลิ่นธรรมชาติให้เต็มปอด โอบกอดและฟังเสียงกระซิบของสายลมที่ ‘Whispering Cafe’

28/08/2020
ที่ชอบ
AUTHOR: ปวีณ์กานต์ อินสว่าง
SHARE:

 สำหรับคนที่โหยหาธรรมชาติอย่างสุดใจ หากมีเวลาว่างในวันเสาร์-อาทิตย์เข้าหน่อย เราจะหลบหนีเมืองกรุงไปที่ไหนได้อีก นอกเสียจากจังหวัดในละแวกใกล้เคียงอย่าง ‘นครปฐม’

 แค่นึกภาพว่าตัวเองจะได้หายใจอย่างเต็มปอด ทอดสายตามองไปเห็นต้นไม้ใหญ่ ทุ่งหญ้าโล่งที่มีเหล่าแมลงน้อยใหญ่บินยั่วล้อกับดอกไม้หลากสี นั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ให้สายลมที่พัดมาเอื่อยๆ ค่อยๆ ซาบซับขับความร้อนออกจากร่างกาย แล้วละเมียดกินอาหารอร่อยๆ ขณะปล่อยตัวปล่อยใจฟังเสียงของธรรมชาติ

 จะมีที่ไหนอีกที่เปิดโอกาสให้ภาพในฝันด้านบนกลายเป็นความจริง ที่ที่อนุญาตให้ธรรมชาติได้โอบล้อมเราอย่างเต็มแรง

 จะมีที่ไหนได้อีก หากไม่ใช่ Whispering Cafe

 

เปิดสวนให้คนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ

 Whispering Cafe คือคาเฟ่ที่มีธรรมชาติโอบล้อมรอบตัว บริหารงานตั้งแต่หน้าร้านยันหลังครัวโดย ปิ๋ม–ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง พี่สาวของ วิทย์–ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนชื่อดัง เจ้าของคาเฟ่ใกล้ๆ กันอย่าง Little tree

 ก่อนจะมาเปิดเป็นคาเฟ่แห่งนี้ ครอบครัวริ้วบำรุงใช้พื้นที่นี้เป็นที่รองรับต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นใหม่ตามความต้องการของคนในครอบครัว เหตุเพราะพื้นที่บ้านและร้านเก่าอย่าง Little tree รกครึ้มไปด้วยต้นไม้อายุหลายสิบปี จนไร้พื้นที่จะสะสมต้นไม้ใหม่

 

 จากร่องสวนที่เจ้าของเก่าใช้ปลูกมะม่วงและฝรั่ง วิทย์ปรับพื้นที่ใหม่ให้ยั่งยืนกว่าของเดิมที่เป็นอยู่ ขุดบ่อ ขุดร่องสวนใหม่ไว้เป็นพื้นที่สำหรับกักเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเค็ม นำมาใช้ประโยชน์ในการรดน้ำต้นไม้ในอนาคต 

 

 พืชพรรณที่คนในครอบครัวชอบก็ล้วนต่างกัน พื้นที่กว่า 9 ไร่ จึงละลานตาไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าสารพัดชนิด ปิ๋มใช้พื้นที่ปลูกไม้ดอก วิทย์สนองความชอบด้วยการปลูกต้นไม้ที่ต้องการแดดจัดอย่างพืชทะเลทราย ส่วนพ่อกับแม่ก็รักในไม้ผลและพืชกินได้ 

 ทั้งแคกตัส โอลีฟ สับปะรด กล้วย ส้มจี๊ด ตะขบ ดอกดาวเรือง ดอกดาวกระจาย มินต์ โรสแมรี และพืชพรรณอีกหลายต่อหลายชนิดที่เราไม่รู้ชื่อ จึงพากันแทรกตัวปลิวไหวไปตามสายลม อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในพื้นที่แห่งนี้

 

 

 หลังเดินชมสวนด้านนอกอยู่นาน กลับเข้ามาในร้านเพื่อชมความเขียวขจีของต้นไม้และการจัดแต่งสวนในบ้านฝีมือวิทย์ได้ไม่นาน เจ้าของผลงานและพี่สาวก็ว่างพอจะมานั่งพูดคุยร่วมโต๊ะกัน

 วิทย์บอกให้ฟังว่าจริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้คิดอยากทำคาเฟ่เพิ่มขึ้น ความตั้งใจเดิมคือปิ๋มแค่อยากได้อาคารให้เด็กๆ ได้นั่งพักหลบแดดหลบฝนเวลามีการจัดค่ายกิจกรรมเด็กเท่านั้น

 

 

 เหมือนจะลืมบอกไปว่านอกจากบทบาทเจ้าของร้านและคนทำขนมแห่ง Little tree แล้ว ปิ๋มยังรับหน้าที่เป็นครูสอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ ในชื่อว่า ‘ค่ายจังหวะชีวิต’ เปิดสวนแห่งนี้ต้อนรับน้องๆ หนูๆ รุ่นเยาว์ ชวนกันมาเก็บไข่เป็ด เด็ดผักและผลไม้ในสวนมาทำเป็นอาหารและขนมกินกัน และบ่อยครั้งก็ชวนกันมาทำงานศิลปะจากธรรมชาติเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการ

 ทำค่ายอยู่นานหลายปี เวลาเปิดตลาด ทำอีเวนต์ คนก็ถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะเปิดพื้นที่ตรงนี้ให้เข้า จนในที่สุดปิ๋มก็เคลียร์วันว่าง ตัดสินใจเปิดสวน ทำเป็นคาเฟ่ที่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้คนได้เข้ามาสัมผัสธรรมชาติที่เฝ้าดูแลไว้จริงๆ

 

 “ด้วยบรรยากาศ ด้วยตัวต้นไม้ ด้วยความร่มรื่น Little tree กับ Whispering Cafe มีความต่างที่ชัดเจนมาก เราปลูกต้นไม้อีกประเภทหนึ่งเลย เป็นแปลงดอกไม้ ต้นไม้ หรือแคกตัสที่ไม่ได้ให้ร่มเงามาก แต่สวยงามด้วยตัวมันเอง การออกแบบอาคาร การคิดคอนเซปต์เมนูทั้งหมดก็มีพี่ปิ๋มเป็นคนดูแล” วิทย์บอก พร้อมเล่าต่อถึงการออกแบบพื้นที่แห่งนี้

 เพราะอยากให้อาคารเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้มากที่สุด ตัวร้านที่เรากำลังนั่งพูดคุยกันอยู่นี้จึงถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาเป็นอาคารทรงเรียบง่าย เน้นเจาะเป็นกระจกและหน้าต่างเป็นช่องแสงให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้มีแสงธรรมชาติเข้ามา แถมเวลามองออกไปด้านนอกก็จะได้เห็นวิวสวนเชื่อมโยงกัน 

 แค่ได้เห็นใบไม้สีเขียวเข้มตัดกันกับผนังสีขาวดูอบอุ่น เห็นใบไม้ปลิวไหวๆ อยู่ด้านนอก ใจคนมาเยือนก็คงเหมือนได้รับการฟื้นฟูดูแลโดยธรรมชาติ 

 

 “ตอนแรกเราก็กังวลว่าสวนธรรมชาติด้านนอกจะร้อนเกินไป จนลูกค้าจะอยู่แต่ในห้องแอร์” วิทย์เล่าความกังวลในอดีตให้เราฟังด้วยรอยยิ้ม เพราะปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่เขากลัวไม่มีทางเกิดขึ้นจริง

 “ด้วยสี ด้วยรูปทรงของต้นไม้ในสวนมันคงมีเสน่ห์มากพอจะดึงดูดเขาได้” 

 

 

หยิบพืชผักมาปรุงเป็นอาหารตามฤดูกาล

 แต่หากจะพูดเรื่องการอยู่กับธรรมชาติ เห็นทีในที่แห่งนี้คงจะไม่มีใครสู้ปิ๋มกับวิทย์ได้

 ย้อนกลับไปสมัยทั้งคู่ยังเด็ก บ้านสวนคือที่ที่หล่อหลอมให้ความเป็นตัวเองของสองพี่น้องชัดเจนมาจนวันนี้ ทุกอย่างในสวนคือสิ่งที่สามารถนำมากินได้ทั้งหมด 

 สมัยนั้นไม่มีของขบเคี้ยว ไม่มีร้านสะดวกซื้อ ขนมที่ได้กินจึงเป็นขนมที่แม่ทำ กล้วยบวชชีก็เก็บกล้วยจากในสวน น้ำกะทิที่ใช้ก็คั้นมาจากลูกมะพร้าวในท้องร่อง ถึงหน้าดอกโสนเมื่อไหร่ก็มีขนมดอกโสนให้กินจนอิ่มหนำแทบทุกวัน 

 เพราะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาแต่เด็ก ปิ๋มจึงซึบซับการเข้าครัวและการใช้วัตถุดิบจากสวนมาทำเป็นอาหารตั้งแต่ตอนนั้น และดูเหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ออกมาเป็นเมนูอาหารที่ Whispering Cafe อีกที

 

 “ทุกเมนูเราพยายามคิดและดูจากสิ่งที่เรามีในสวน มีกุหลาบ มีอัญชันก็เอามาทำเป็นเครื่องดื่มบ้าง หาพืชผักผลไม้มาวางเพิ่มอยู่ในจานสลัด ไม่ก็เอาดอกไม้กินได้ต่างๆ ไปตกแต่งจานเพิ่มความสวยงาม ใส่ไปเป็นส่วนผสมในเมนูได้สักอย่างสองอย่างก็ดีใจแล้ว” ปิ๋มหัวเราะ ไล่เรียงเมนูที่เธอเสิร์ฟให้ลูกค้าที่มาเยี่ยมเยือน

 “อย่างช่วงนี้ในสวนมีสับปะรดเยอะ บางทีเราก็เอามาทำเป็นซัลซ่าสับปะรด หรือส้มจี๊ดที่ปกติจะมีตลอดทั้งปี ช่วงนี้มีมากหน่อยเราก็จะเอามาดองไว้เผื่อใช้ทำเครื่องดื่ม เอามาทำขนม แทนที่จะเป็นเลมอนเคิร์ดก็เปลี่ยนมาเป็นส้มจี๊ดเคิร์ดแทน 

 “การที่เราได้คิด ได้ลองเล่นว่าจะเอาสิ่งที่มีในสวนไปทำเมนูอะไรให้เข้ากัน ให้อร่อย ทำอาหารตามฤดูกาล ไม่ได้ฟิกซ์ว่าวันนี้ต้องทำเมนูนี้ หนึ่งปีผ่านไปก็ยังเหมือนเดิม ก็นับเป็นอีกเรื่องที่สนุกสำหรับเรา”

 

 

 ฟังปิ๋มบรรยายสรรพคุณเพียงไม่นาน แอบลอบกลืนน้ำลายได้ไม่เท่าไหร่ พนักงานของร้านก็ยกอาหารเข้ามาเสิร์ฟ

 เริ่มจากซุปเห็ดกลิ่นหอมละมุนที่มีรสชาติสุดล้ำลึก คาเปลลินีเส้นเรียวเล็กที่ใส่ไส้กรอกสูตรโฮมเมดฝีมือเพื่อนชาวโปแลนด์ อกไก่ย่างราดซอสอัลมอนด์และใบมินต์ในสวน ไข่เจียวกุ้งซัลซ่ารสชื่นใจ เพราะมีความสดชื่นจากหอม สับปะรด มะเขือเทศ และอโวคาโดใส่มาแบบจัดเต็ม ปิดท้ายด้วยสลัดผักที่มีลูกตะขบจากต้นหน้าร้านมาเป็นวัตถุดิบช่วยเสริมรส พร้อมน้ำสลัดสูตรพิเศษที่ปิ๋มผสมผสานเอาตะไคร้ ใบเตย บรั่นดี ส้มจี๊ด และวานิลลามารวมเข้าด้วยกัน 

 

 

 ของคาวว่าละลานตาแล้ว แต่ของหวานที่เธอเตรียมมาก็ไม่ได้ถอยทัพ เหล่าเค้กสารพัดแบบกำลังรอเราไปเลือกสรรเลือกชิมเช่นเดียวกัน    

 

 และแทนที่จะตอบคำถามของปิ๋มและวิทย์ที่คอยแวะเวียนสลับกันมาถามว่าอาหารรสชาติโอเคดีหรือเปล่า 

 จานเกลี้ยงๆ สะอาดวับตรงหน้าเราคงทดแทนคำตอบได้ดีกว่า

 

เพื่อให้เห็นว่าความสุขเล็กๆ รายล้อมเราอยู่ทุกวัน

 “การที่เราทำธุรกิจคาเฟ่มาได้นานขนาดนี้คงเพราะองค์ประกอบทุกอย่างของร้านเกิดมาจากความเป็นเรานี่แหละ เพราะเป็นสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราสนใจ เลยทำให้มีลูกค้าเข้ามา” วิทย์ครุ่นคิดถึงคำตอบ เราชวนเขาถกหลังมื้ออาหารว่าเพราะอะไรธุรกิจคาเฟ่ที่เกิดขึ้นภายใต้ฝีมือของครอบครัวริ้วบำรุงถึงประสบความสำเร็จ  

 

 “เราไม่ได้ศึกษาตำรามาร์เก็ตติ้งอะไรมาเลยก่อนเปิด Little tree ยุคแรกๆ ที่ทำยังเป็นทางลูกรัง ตัดทฤษฎีที่ว่าธุรกิจจะดีได้ต้องมีสถานที่ที่ดี ติดริมถนนอย่างที่เขาว่ามาออกไปได้เลย ตอนนั้นแหละเราเลยได้รู้ว่าบางอย่างก็ไม่ต้องใช้ทฤษฎีเสมอไป 

 “เรียนรู้ด้วยการลองผิดลองถูกนี่แหละ ถามว่าตอนเปิดร้านแรกๆ คนมาเยอะตั้งแต่แรกเลยไหมก็ไม่ แต่เพราะเราทำอยู่กับบ้าน ไม่ได้มีค่าพื้นที่ ไม่มีต้นทุน ช่วยๆ กันทำกับครอบครัวโดยที่ไม่ได้คิดว่าการเปิดร้านจะทำให้เติบโตหรือมีชื่อเสียงอะไร เราทำไปในแต่ละวัน แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาไป เหมือนได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจคาเฟ่นี้ไปขณะลงมือทำ” 

 

 การเปิด Whispering Cafe ขึ้นมา และยังได้รับความนิยมเช่นเดียวกันกับร้านเก่าไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรนัก แม้พวกเขาจะเคยมีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นวิทย์ก็บอกว่าตัวเองและครอบครัวยังต้องพัฒนาธุรกิจต่อไป คิดเสมอว่าจะทำยังไงให้ฐานลูกค้าเหล่านั้นยังคงอยู่ ทำยังไงให้สามารถต่อยอดธุรกิจนี้ได้อีก 

 “เรายังมองไปในเรื่องของธุรกิจบ้างนะ แต่พี่ปิ๋มนี่เขาจะมองไปในเรื่องของการใช้ชีวิตมากกว่า ไม่ได้มองเรื่องความเติบโต เขามองว่าทำร้านแล้วต้องมีความสุข ทำแล้วต้องไม่เกินกำลัง ร้านเราเลยไม่ได้เน้นการเติบโตที่รวดเร็วขนาดนั้น”

 

 

 “เรามองว่าชีวิตต้องสมดุล เรายังต้องการเวลาไปทำอะไรหลายๆ อย่าง อยากมีเวลาดูแลลูก มีเวลาทำเรื่องที่ตัวเองสนใจ เพราะถ้าเรามัวแต่เอาเวลาไปทำงานจนละเลยไป ชีวิตมันก็ไม่บาลานซ์”

 

 มากกว่าจะคิดถึงเรื่องกำไรหรือขาดทุน ปิ๋มกลับอยากให้คนที่มาที่นี่ได้ใช้เวลาเดินดูดอกไม้ ซึมซับกับความสวยงามของมัน

 “ได้หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็อยากให้เขาพักจากการงานแล้วมาคอนเนกต์กับธรรมชาติ มาฟังเสียงนกในสวน ดูต้นกกริมบึงปลิวโล้ไปเวลาลมพัดมา 

 “เราอยากให้เขาเห็นว่าเหล่านี้คือสิ่งสวยงามเล็กๆ ข้างทาง คือความสุขง่ายๆ ที่ไม่ต้องไปหาด้วยเงิน เป็นความสุขเล็กๆ ที่รายล้อมเราอยู่ทุกวัน”

Tags:คาเฟ่นครปฐมวิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบำรุงปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุงค่ายจังหวะชีวิตนครปฐมคาเฟ่พักผ่อนLittle Treewhispering cafeสามพราน
Share :
Author
ปวีณ์กานต์ อินสว่าง
Photographer
-
‘หอมกลิ่นย่า’ ที่พักหอมกลิ่นทุ่งนาที่อยากเติบโตไปพร้อมกับเพื่อนบ้านในชุมชน
ที่พัก‘หอมกลิ่นย่า’ ที่พักหอมกลิ่นทุ่งนาที่อยากเติบโตไปพร้อมกับเพื่อนบ้านในชุมชนนักเขียน : น้ำปาย ไชยฤทธิ์
พักใจในธรรมชาติกลางกรุงที่ Natura Garden Cafe คาเฟ่ในสวนลิ้นจี่ร้อยปีริมคลองบางขุนเทียน
ที่ชอบพักใจในธรรมชาติกลางกรุงที่ Natura Garden Cafe คาเฟ่ในสวนลิ้นจี่ร้อยปีริมคลองบางขุนเทียนนักเขียน : สุดารัตน์ พรมสีใหม่
จงพักใจและใช้ชีวิต เยือน ‘สมิงพระราหูบุ๊คคลับ’ บ้านที่รักของอุรุดา โควินท์
ที่ชอบจงพักใจและใช้ชีวิต เยือน ‘สมิงพระราหูบุ๊คคลับ’ บ้านที่รักของอุรุดา โควินท์นักเขียน : กันตพร สวนศิลป์พงศ์