Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
The Painter and the Thief: มิตรภาพพิสดาร และสังคมที่เอื้อให้คนเหลือพื้นที่หัวใจให้มนุษย์ผู้อื่น

The Painter and the Thief: มิตรภาพพิสดาร และสังคมที่เอื้อให้คนเหลือพื้นที่หัวใจให้มนุษย์ผู้อื่น

20/06/2020
หนังภาคต่อ
AUTHOR: คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
SHARE:

 ลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นศิลปินภาพวาดที่แสนจะภาคภูมิใจของคุณได้แสดงที่แกลเลอรี แต่แล้วก็มีโจรขโมยภาพนั้นไปตอนกลางวันแสกๆและหลังจากตามหาหัวขโมยเจอ เขากลับบอกว่า “จำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรกับภาพนั้น” คำถามคือคุณจะมีปฏิกิริยายังไงกับอีกฝ่ายหงุดหงิด? ด่ากราด? วิ่งเข้าไปทุบตี? หรือสาปแช่งให้เขาลงนรกไปเสีย …แต่สำหรับศิลปินหญิงชื่อ Barbora Kysilkova เธอเลือกจะขอวาดภาพพอร์เทรตของเขา

 

 นี่ไม่ใช่เรื่องราวของภาพยนตร์ที่ฉายตามเทศกาลหนังอาร์ตหากแต่เป็นสารคดีสัญชาตินอร์เวย์ชื่อ The Painter and the Thief ของผู้กำกับ Benjamin Ree ออกฉายออนไลน์ทั่วโลกเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาโดยผลงานก่อนหน้านี้ของเขาคือ Magnus (2016) สารคดีตามติดชีวิตนักหมากรุกชื่อดังระดับโลกนาม Magnus Carlsen

 ทว่าบาร์บอร่า ศิลปินสาวที่เป็นซับเจกต์หลักของ The Painter and the Thiefไม่ใช่คนมีชื่อเสียงแต่อย่างใดเธอไม่มีหน้าวิกิพีเดียของตัวเองด้วยซ้ำเธอเป็นหญิงสาวผู้ย้ายถิ่นจากยุโรปตะวันออกมาอยู่เบอร์ลินจากนั้นก็ตามชายคนรักมาอยู่ที่ออสโลเธอหมกมุ่นกับการวาดภาพแต่ผลงานแทบไม่ได้จัดแสดงในนิทรรศการใดๆจุดเปลี่ยนในชีวิตของบาร์บอร่ามาถึงเมื่อเธอเผชิญหน้ากับ Karl Bertil ชายผู้ขโมยภาพของเธอไปด้วยความเป็นมิตรและขอให้เขาเป็น ‘นายแบบ’ เพื่อการวาดภาพ

 

YouTube video

 ในช่วงแรกดูเหมือนบาร์บอร่าผูกสัมพันธ์กับคาร์ลเพราะต้องการรู้ว่าภาพของเธออยู่แห่งหนใดหากแต่คาร์ลก็ไม่สามารถระลึกได้เนื่องจากการใช้ยาเสพติดทำให้ความทรงจำสับสนไปหมดการที่คาร์ลต้องนั่งนิ่งเป็นแบบวาดรูปอาจถือเป็นการชดใช้ความผิดแต่แล้วทั้งสองก็เริ่มไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งพูดคุยเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการลักขโมยภาพชีวิตส่วนตัววัยเด็กอดีตอันเลวร้ายและกระทั่งตอนที่คาร์ลประสบอุบัติเหตุรถยนต์บาร์บอร่าก็เป็นคนคอยช่วยเหลือเขา

 

 เราอาจเผลอคิดว่าสารคดีเรื่องนี้กำลังเล่าถึง ‘ผู้หญิงหัวใจทองคำ’ หรือ ‘มิตรภาพอันแสนสวยงาม’ ทว่าเมื่อภาพยนตร์ดำเนินไป ความคลางแคลงใจหลายอย่างก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเช่นว่าที่จริงแล้วบาร์บอร่าไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรเลยแต่ทำไมเธอถึงช่วยเหลือคาร์ลขนาดนั้นสำหรับบาร์บอร่าแล้วคาร์ลถือเป็นเพื่อนของเธอหรือเป็นเพียงแรงบันดาลใจในการสร้างงานจิตรกรรมเราอาจมองในแง่ร้ายได้ว่าสิ่งที่บาร์บอร่าทำคือการสำเร็จความใคร่ทางศิลปะในนามของศิลปิน

 ยิ่งไปกว่านั้นเราพบว่าเหตุที่บาร์บอร่ากับคาร์ลดึงดูดเข้าหากันก็เพราะพวกเขาเป็นคนประเภทที่มีแนวโน้มจะทำลายตัวเอง (self-destructive) กรณีของคาร์ลอาจชัดเจนกว่าทั้งการเสพยาและการขโมยของซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ตัวบาร์บอร่าเองอาจไม่รู้ตัวว่าเธอเป็นคนแบบนั้นเธอมุ่งมั่นกับงานวาดภาพมากเกินไปจนจัดลำดับชีวิตและการเงินไม่ถูกความสนิทชิดเชื้อของเธอกับคาร์ลยังสร้างความไม่พอใจให้สามีของฝ่ายหญิงด้วยเขาไม่ได้หึงหวงเชิงชู้สาวแต่กังวลใจว่าทั้งสองเป็น ‘กลุ่มเสี่ยง’ เหมือนกันจนในที่สุดบาร์บอร่ากับคาร์ลจึงต้องห่างเหินกันไป

 

 หากมองในเชิงภาพยนตร์แล้วThe Painter and the Thiefอาจไม่ได้มีวิธีการนำเสนอที่หวือหวาแต่ข้อดีของหนังคือการที่ผู้กำกับเลือกใช้การสังเกตการณ์ตลอดทั้งเรื่องและไม่เคยเอาตัวเองไปอยู่ในหนังอีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการสัมภาษณ์แบบเอาซับเจกต์มาพูดหน้ากล้อง (talking head) หากเน้นที่การบันทึกบทสนทนาระหว่างบุคคลหรือกิจวัตรประจำวันของบาร์บอร่าและคาร์ลนำมาซึ่งความเป็นธรรมชาติและน่าติดตาม

 อีกจุดที่ผู้เขียนชอบคือโครงสร้างของหนังที่เหมือนจะมี 3 ช่วงด้วยกันช่วงแรกเป็นการเล่ามุมมองของบาร์บอร่าต่อคาร์ลช่วงที่สองเป็นมุมมองของคาร์ลต่อบาร์บอร่าและช่วงสุดท้ายเป็นพาร์ตที่ซาบซึ้งที่สุดเมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งในแง่หนึ่งมันคือการเชื่อมโยงกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ทิ้งความสัมพันธ์แบบ ‘ศิลปิน’ และ ‘นายแบบ’ นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นสำคัญของบาร์บอร่าที่ทั้งงดงามอื้อฉาวและชวนตั้งคำถาม (ส่วนภาพนั้นคืออะไรผู้เขียนขอไม่เฉลยอยากให้คุณผู้อ่านได้ประสบเองในหนัง)

 

 ทั้งนี้มีเนื้อหาที่อาจไม่ใช่ประเด็นหลักของหนังแต่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจมากนั่นคือตอนที่คาร์ลไปรับโทษในเรือนจำฮาลเดน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคุกที่มีมนุษยธรรมที่สุดในโลกอย่างที่ทราบกันดีว่าคุกหลายแห่งในนอร์เวย์นั้นมีบรรยากาศไม่ต่างจากโรงแรมจนอาจแย้งในใจว่านี่คือการสปอยล์นักโทษมากไปหรือเปล่าแต่ทั้งนี้จุดประสงค์ของคุกนอร์เวย์ไม่ได้มีไว้เพื่อกักขังผู้คนหากมีไว้เพื่อเตรียมการให้เหล่าผู้ต้องหากลับไปใช้ชีวิตปกติในสังคมได้คุกจึงถูกออกแบบให้มีความปกติมากที่สุด

 ผู้เขียนไม่ได้ต้องการจะชี้ว่าระบบเรือนจำของนอร์เวย์เลิศเลอหรือดีกว่าประเทศอื่นๆแต่อยากตั้งข้อสังเกตว่าที่เรื่องราวพิสดารในThe Painter and the Thiefเกิดขึ้นได้ในนอร์เวย์อาจเป็นเพราะนี่คือสังคมที่ผู้คนยังเชื่อมั่นว่าคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ และพวกเขายังเหลือพื้นที่ในหัวใจสำหรับการไว้ใจมนุษย์ผู้อื่น

 

 หมายเหตุ : เข้าไปดูผลงานของบาร์บอร่าได้ที่artbarbar.com

Tags:The Painter and the ThiefBenjamin ReeMagnus Carlsenเรือนจำนอร์เวย์ภาพยนตร์สารคดีนอร์เวย์แนะนำหนังมิตรภาพหนังภาคต่อ
Share :
Author
คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
Photographer
-
About Endlessness: เมื่อชีวิตคือความงดงามและโหดร้ายไม่สิ้นสุด
หนังภาคต่อAbout Endlessness: เมื่อชีวิตคือความงดงามและโหดร้ายไม่สิ้นสุดนักเขียน : คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
1917 : ชั่วโมงทรมานหรือแค่การโชว์ของ
หนังภาคต่อ1917 : ชั่วโมงทรมานหรือแค่การโชว์ของนักเขียน : คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
Once Upon a Time in...Hollywood : ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างของ เควนติน ทารันติโน
หนังภาคต่อOnce Upon a Time in...Hollywood : ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างของ เควนติน ทารันติโนนักเขียน : คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง