เด็กชายผมดอกไม้ นิทานที่บอกว่าเด็กไม่ได้สดใสราวกับมีดอกไม้บานบนผมตลอดเวลา

ในเดือนที่ผ่านมา เด็กๆ กลุ่มหนึ่งใน ‘บ้านกางใจ’ จำเป็นต้องบ๊ายบายที่นี่ เพื่อเริ่มต้นใหม่ไปเผชิญโลกการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น ในโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

ถ้าในโรงเรียนมักใช้คำว่า วันจบการศึกษา เเต่ในเมื่อทุกชีวิตควร Long Life Learning ไม่ว่าโตเเค่ไหนเราต่างต้อง learn relearn unlearn วนลูปเสมอ วันดังกล่าวจึงเป็นวันแห่งการนัดหมายคนที่รักเพื่อมารวมพลังก้อนโต ส่งรักให้กันเเละกันอีกครั้ง สำหรับการเดินทางครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ด้วยความคิดถึง เรากับสหายจิ๋ววัย 4 ขวบ จึงติดต่อกันเป็นระยะ เล่าสู่กันฟังว่าโรงเรียนใหม่เป็นอย่างไร จากการได้ฟังประสบการณ์ของเด็กๆ ว่าในช่วงนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

ทำให้นึกถึงนิทานเรื่อง ‘เด็กชายผมดอกไม้’ 

ภาพหน้าปกที่ระบายด้วยสีน้ำสดใสกับชื่อหนังสือที่สะดุดตาชวนให้อยากหยิบขึ้นมาอ่านทันที นิทานเดินเรื่องด้วยตัวละครหลักคือ ‘เดวิด เด็กชายผู้มีเส้นผมเป็นดอกไม้’ ความโดดเด่นที่แตกต่างส่วนนี้ ไม่ได้ทำให้เดวิดรู้สึกแตกต่างกับคนอื่นๆ เพราะเพื่อนๆ และคุณครูให้การยอมรับความเป็นตัวเองของเดวิดอย่างเต็มที่ แม้คุณครูจะแพ้เกสรดอกไม้ก็ตาม

จนวันหนึ่งกลีบดอกไม้บนผมของเดวิดค่อยๆ ร่วงจนหมด ความมั่นใจที่มีหายไป เขาเริ่มใส่หมวกไปโรงเรียน เพื่อนๆ ต่างตกใจกับเส้นผมกิ่งไม้ที่แห้งเปราะและแหลมคมบนหัวของเขา มันไร้ซึ่งชีวิตชีวา ในช่วงเวลานั้นเพื่อนหลายคนเริ่มถอยห่างเพราะกลัวว่ากิ่งไม้เหล่านั้นจะทำให้บาดเจ็บ เดวิดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

แต่มีเพื่อนคนหนึ่งพูดว่า       

“แต่ถึงผมจะโดนกิ่งก้านของเขาเกี่ยวและข่วนอยู่บ้างนั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเดวิดสักหน่อย”                       

 เพื่อนคนนี้ ยังจำได้ว่าตอนเดวิดมีเส้นผมเป็นดอกไม้ เขาเป็นเด็กน่ารัก ใจดี อ่อนโยนและสุภาพเหมือนกลีบดอกไม้ เขาจึงลงมือตัดดอกไม้กระดาษมาติดบนผมของเดวิด เพื่อนๆ เริ่มรวมพลังมาช่วยตัดดอกไม้กระดาษเพื่อเดวิด จนเขากลับมามีดอกไม้เต็มผมดังเดิม ความสดใสกลับมาทักทายเขาอีกครั้ง 

“วันหนึ่ง ผมสังเกตเห็นดอกไม้ดอกหนึ่งที่ต่างไปจากดอกอื่นๆ ไม่ใช่ดอกไม้กระดาษ แต่เป็นดอกไม้ของเดวิดเอง นี่คือดอกไม้จริงๆ ดอกไม้ที่ผลิดอกเบ่งบานและสวยงามกว่าที่เคยมีมา” 

อ่านจบเล่มแล้วรู้สึกดีใจกับ ‘เดวิด’ ที่เขามีคนรอบข้างที่เข้าใจคอยเกื้อกูลให้คงไว้ซึ่งการเป็นตัวเอง และผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายเพื่อกลับมาเป็นตัวเองที่แข็งแรงขึ้นได้อีกครั้ง

เราตั้งใจเลือกเล่มนี้เพราะอยากชวนคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูที่ทำงานกับเด็กๆ มาปรับใจลดความคาดหวังลงอีกนิด หลายคนมีภาพในใจว่าเด็กต้องน่ารัก สดใส เบิกบาน ยิ้มแป้นตลอดเวลา เมื่อเด็กเจอสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จากการปรับตัวเข้ากับโรงเรียนใหม่ ปรับตัวกับเพื่อนใหม่ ครูใหม่ หรือแม้แต่ตัวคุณพ่อคุณแม่และคุณครูก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเอง เช่น การย้ายงาน เปลี่ยนหัวหน้า เปลี่ยนลูกน้อง และปัจจัยภายนอกอีกมากมายที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน เด็กๆ ย่อมรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้เสมอ ซึ่งการแสดงออกของเด็กแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน 

เด็กบางคนเลือกวิธีการร้องไห้ เด็กบางคนเลือกการเก็บตัว เด็กบางคนเลือกใช้วิธีต่อต้านกฎ คงดีไม่น้อยถ้าเราจะเป็นเพื่อนที่คอยสนับสนุนและยอมรับพวกเขาในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าเขาจะเป็นเด็กที่สดใสราวกับมีดอกไม้บานบนผม  หรือเด็กที่กำลังเศร้าเสียใจจนกลายเป็นดอกไม้ร่วงเหลือเพียงกิ่งไม้แห้ง เด็กๆ คงรู้สึกดีมากๆ หากพวกเราในฐานะผู้ดูแลได้เป็นพื้นที่อบอุ่นที่คอยดูใจให้เด็กๆ ก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากเหมือนมิตรภาพที่เกิดขึ้นกับเดวิดและเพื่อนๆ

เกี่ยวกับ นิทานเรื่อง เด็กชายผมดอกไม้ (The Boy With Flower In His Hair) เรื่องและภาพโดย Peter Jarvis 

ในบทสัมภาษณ์หนึ่ง Peter Jarvis พูดถึงนิทานเรื่องนี้ซึ่งสามารถตีความได้หลากหลายว่า เขารู้สึกยินดีที่แต่ละคนตีความมันแตกต่างกันออกไป สำหรับตัวเขา ตอนเขียน เขานึกถึงการที่เดวิดต้องสูญเสียดอกไม้บนผมในแง่ของความหดหู่หรือความเจ็บป่วย เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบายหรือแก้ไข บางครั้งปัญหาใหญ่ๆ ก็ใช่ว่าจะแก้ไขได้เสมอไป ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาชอบประโยคในหนังสือที่ว่า “เดวิดกลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง เกือบจะเป็นเดวิดคนเดิมแล้วล่ะ” มากที่สุด

Jarvis ยังมีผลงานนิทานมากมาย เช่น Tropical Terry, Follow Me, Flo!, Mrs Mole, I’m Home!, Mary Had a Little Lamb, This Little Piggy, Fred Forgets, Lazy Dave และนิทานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยอีก  1 เรื่อง ได้แก่ ความลับของอลัน (Alan’s Big, Scary Teeth) ที่เดินเรื่องด้วยจระเข้แสนดุร้ายที่พยายามขู่เพื่อนสัตว์ไปทั่ว แต่ใครจะรู้ว่าฟันแหลมคมเหล่านั้นคือฟันปลอม เมื่ออลันต้องถอดฟันปลอมแล้วพบว่าฟันหายไป อำนาจที่เคยมีจึงเปลี่ยนไป ความสนุกและการปรับตัวจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยคาแรกเตอร์การวาดที่อบอุ่นและเนื้อเรื่องที่ชวนผู้อ่านมองความแตกต่างให้เป็นเรื่องปกติ สิ่งเหล่านี้ทำให้นิทานของ Jarvis ได้รับความนิยมและเข้าไปนั่งในใจผู้อ่านได้เสมอ

AUTHOR

PHOTOGRAPHER

กุลชนาฎ เสือม่วง

ช่างภาพฝึกงาน ผู้ฟังเพลงได้ทั้งวันทั้งคืน มีงานถ่ายภาพเป็นหลักสักพักไปนั่งเปิดเบียร์