Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
The Book of Homelessness หนังสือภาพเล่มแรกของโลกที่เด็กๆ ไร้บ้านวาดชีวิตของตัวเองด้วยตัวเอง

The Book of Homelessness หนังสือภาพเล่มแรกของโลกที่เด็กๆ ไร้บ้านวาดชีวิตของตัวเองด้วยตัวเอง

24/11/2020
Art for all
AUTHOR: ติณห์นวัช จันทร์คล้อย
SHARE:

 นานครั้งผมจะมีโอกาสผ่านไปย่านหัวลำโพงเพื่อต่อรถไฟใต้ดินกลับบ้าน พื้นที่ตรงนั้นเรียงรายไปด้วยคนที่อาศัยฟุตพาทชายคาตึก หรือขั้นบันไดเป็นที่พัก บ้างกำลังนั่งตักแกงถุงเข้าปาก บ้างนอนบนเสื่อผืนหัวหนุนกระเป๋าใบใหญ่ ภาพที่เห็นไม่อาจบอกได้ชัดว่าแต่ละคนอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่ บางคนอาจแค่นั่งพักชั่วคราวก่อนเดินทางต่อ แต่กับบางคน หลักฐานการใช้ชีวิตบนเนื้อตัวและสิ่งที่ตกหล่นอยู่รอบตัวก็ทำให้เดาได้ว่าพวกเขาใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นเสมือน ‘บ้าน’ มานานพอควร

 หลายครั้งที่เดินผ่านตรงนั้น ใจหนึ่งอยากลองไปนั่งข้างๆ ถามเขาว่ามาจากไหน กำลังจะไปที่ไหนชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาเป็นยังไง สุดท้ายเวลากับภาระที่รออยู่ข้างหน้าก็ผลักให้เราก้าวเท้าผ่านคนเหล่านั้นไปเฉยๆ

 ‘คนไร้บ้าน’ หรือ ‘homeless’ คือเพื่อนร่วมเมืองที่เราพบในทุกวัน ไม่ใช่แค่หัวลำโพงแต่แทบทุกมุมเมืองที่เราผ่าน แม้มีงานศิลปะและสื่อมากมายพูดถึงคนไร้บ้าน หรือเราอาจจะเคยเห็นชีวิตของพวกเขาบ่อยๆ ผ่านภาพถ่ายสตรีท สกู๊ปข่าวในทีวี หรือหนังสารคดีที่เข้าไปเก็บเรื่องราวของพวกเขามาเล่าบนจอ ทว่าเรากลับรู้จักคนกลุ่มนี้น้อยมาก สื่อที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นแค่การ ‘พูดแทน’ และ ‘เล่าต่อ’ ของใครบางคนเท่านั้น เราไม่เคยฟังเรื่องราวของคนไร้บ้านที่เล่าโดยคนไร้บ้านจริงๆ เลยสักครั้ง

 “หากคนไร้บ้านเล่าอะไรสักอย่างให้เราฟังได้ เขาจะอยากเล่าอะไร?” คือคำถามที่กลายมาเป็นหนังสือThe Book of Homelessness หนังสือภาพเล่มแรกของโลกที่สร้างสรรค์โดยคนไร้บ้าน

 the book of homelessness

The House of Homelessness

 จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ย้อนกลับไปในปี 2013 ณ YMCA Hostel ในย่าน North London ประเทศอังกฤษ โฮสเทลแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่พักพิงของคนไร้บ้านในลอนดอนโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ปัญหาคือเมื่อเด็กและวัยรุ่นไร้บ้านจากหลากหลายที่มารวมตัวกันโดยไม่มีเป้าหมายว่าจะใช้ชีวิตยังไงต่อไป ความเสี่ยงที่พวกเขาจะเลี้ยวสู่เส้นทางอาชญากรรมและความรุนแรงจึงมีสูง โฮสเทลจึงขอความร่วมมือจาก Marice Cumber ผู้จัดงานด้านศิลปวัฒนธรรมในย่าน Crouch End ที่อยู่ละแวกใกล้เคียง โดยให้โจทย์ไปว่า ‘ศิลปะ’ จะพัฒนาชีวิตวัยรุ่นไร้บ้านให้เติบโตไปในทางที่สวยงามได้ยังไงบ้าง

 ‘Accumulate–The Art School for The Homeless’ หรือ ‘โรงเรียนศิลปะเพื่อคนไร้บ้าน’ จึงถูกก่อตั้งขึ้น โดยมีทุนตั้งต้นเป็นการนำผลไม้เหลือทิ้งจากที่คนบริจาคให้ YMCA Hostel มาแปรรูปเป็นแยมขาย จากนั้นจึงนำเงินที่ได้มาจัดเวิร์กช็อปศิลปะและการออกแบบให้วัยรุ่นไร้บ้าน เมื่อมีคอร์สแล้วพวกเขาก็ชักชวนครูจากมหาวิทยาลัยด้านการออกแบบ Ravensbourne มาเป็นวิทยากรและให้นักศึกษามาเป็นผู้ช่วยสอน

 ทุกๆ ปี Accumulate จะจัดคอร์สให้วัยรุ่นทั้งหลายที่นี่เรียนรู้และทำโปรเจกต์ร่วมกัน ทั้งคอร์สถ่ายภาพทำหนังกราฟิกดีไซน์ภาพประกอบการเขียนเชิงสร้างสรรค์แฟชั่นประติมากรรม และอื่นๆ อีกมาก จุดมุ่งหมายใหญ่คือสร้างทักษะและผลักดันวัยรุ่นไร้บ้านเหล่านี้ให้เข้าสู่ระบบการศึกษาและการจ้างงาน หลังจากจัดคอร์สต่อเนื่องได้สามปี โรงเรียนเฉพาะกิจแห่งนี้ก็เริ่มอยู่ได้ด้วยทุนสนับสนุนและขยับขยายไปเปิดสาขาในโฮสเทลอีก 8 แห่งทั่วลอนดอน

 ในปี 2016 จากแค่เวิร์กช็อปประจำปี คัมเบอร์เริ่มต่อยอดโปรเจกต์สู่การมอบกองทุนเพื่อการศึกษา วัยรุ่นในคลาสที่มีความสามารถโดดเด่นจะได้เข้าเรียนในสาขา Creative & Digital Media ที่มหาวิทยาลัย Ravensbourne และสามารถย้ายออกจากโฮสเทลไปมีที่อยู่ของตัวเองได้ จากทุนเดียวในปีแรก ปีถัดมาพวกเขาก็ขยายโควตาเป็นการมอบ 4 ทุน จนถึงตอนนี้โครงการได้ส่งเด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไปแล้ว 20 คน

 the book of homelessness

 the book of homelessness

The Book of Homelessness

 สำหรับคัมเบอร์ การพาวัยรุ่นไร้บ้านมาเจอกับศิลปะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่สร้างงานสร้างอาชีพ แต่เธอมองว่าศิลปะคือเครื่องมือที่ดีที่ทำให้พวกเขาสามารถถ่ายทอดเรื่องของตัวเองออกมาได้

 ในหนัง รายการทีวี หรือสารคดีมากมาย คนไร้บ้านมักมีสถานะเป็นเพียง ‘subject’ หรือ ‘คนที่ถูกพูดถึง’ เสมอ น้อยครั้งที่พวกเขาจะมีโอกาสเล่าเรื่องของตัวเองด้วยเสียงของตัวเองจริงๆ และจากประสบการณ์ของคัมเบอร์ ชีวิตคนไร้บ้านที่นำเสนอผ่านสื่อก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับประสบการณ์จริงของพวกเขาเลย นั่นทำให้เธอนึกถึงแพลตฟอร์มอะไรบางอย่างที่เหมาะสำหรับคนไร้บ้านที่มีเรื่องจะเล่า

 The Book of Homelessnessจึงเกิดขึ้น หนังสือขนาด 160 หน้าเล่มนี้บรรจุภาพวาดและกราฟิกเรียงร้อยไปกับบทความและบทกวี โดยศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานทั้งหมดคือคนไร้บ้านที่อาศัยใน YMCA Hostel และบ้านชั่วคราวที่เข้าร่วมเวิร์กช็อปในโรงเรียนศิลปะเพื่อคนไร้บ้านเป็นเวลาหนึ่งปี

 “หลายอย่างที่คนเข้าใจผิด การตีตรามากมายที่ผู้คนกระทำต่อคนไร้บ้าน พวกเขาอยากบอกว่านั่นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ความจริงที่แตกต่างออกไปอยู่ที่นี่

 “ความเจ็บปวดการถูกทำร้ายความไร้ศักยภาพครอบครัวสงครามการถูกทอดทิ้งความรักที่สูญหายการก้าวผ่านชีวิตที่ยากลำบากการต่อสู้ และความสำเร็จ เล่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดิบและตรงไปตรงมา” คัมเบอร์เล่าถึงสิ่งที่บรรจุในหนังสือเล่มนี้

 ภาพการ์ตูนที่วาดด้วยลายเส้นขาว-ดำเล่าโมเมนต์ของการถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้าน, ภาพคอลลาจสีสันสดใสปะติดปะต่อความรู้สึกของ LGBTQ+ ที่ต้องหลบซ่อนตัวตน, ภาพแผนที่แทนเส้นทางเดินของชีวิตที่มีอุปสรรคปะปนกับเรื่องสนุก, ภาพลายเส้นหวือหวาของคนจมน้ำที่กำลังชูมือขอความช่วยเหลือ, ภาพถ่าย self-portrait ที่ปิดปากตัวเองด้วยคำว่า VICTIM

 ด้านบนคือส่วนหนึ่งของชีวิตไร้บ้านที่ถูกบอกเล่าในหนังสือ หลายชิ้นก็เป็นภาพลายเส้นไร้เดียงสา หากหลายชิ้นถ้าไม่บอกอาจคิดว่าทำโดยกราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพ

 the book of homelessnessthe book of homelessnessthe book of homelessness

 the book of homelessness

 กระบวนการเวิร์กช็อปของ Accumulate เริ่มขึ้นช่วงเดือนมกราคมและต่อเนื่องยาวนานเกือบปี เหตุที่กระบวนการเวิร์กช็อปต้องอาศัย ‘เวลา’ เป็นสำคัญไม่ใช่แค่เพื่อให้เด็กๆ ในคอร์สฝึกทักษะจนมีฝีไม้ลายมือใกล้เคียงมืออาชีพเพียงอย่างเดียว แต่เวลายังเป็นเครื่องมือสำคัญที่เหล่าวิทยากรและกระบวนกรจากมหาวิทยาลัย Ravensbourne ต้องใช้เพื่อสร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปทุกคนรู้สึกเชื่อใจและสามารถเล่าเรื่องราวที่อยากจะเล่าออกมาได้ เพราะหลายเรื่องเป็นบาดแผลใหญ่ในชีวิตพวกเขา ทั้งการถูกข่มขืน ถูกล่วงละเมิด ยาเสพติด การถูกทำร้ายจากครอบครัว ฯลฯ การใช้ ‘การเล่าเรื่อง’ พาพวกเขาข้ามผ่านเรื่องราวเลวร้ายอย่างปลอดภัยและไม่เปิดแผลขึ้นมาจึงสำคัญ

 Mitchel หนึ่งในศิลปินในโครงการและเจ้าของผลงานในหนังสือให้สัมภาษณ์กับThe Guardianว่า “บางครั้งการมองกลับไปยังความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นก็ทำให้เศร้า แต่การได้มองเห็นที่ที่เราจากมา ทั้งเคยเป็นขโมยนอนเต็นท์ เข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่น ก็เป็นเรื่องดีที่ได้เห็นว่าตอนนี้ผมกำลังเติบโตไปข้างหน้า”

 ส่วน Amalia ศิลปินอีกคนในหนังสือเล่าว่า “จากประสบการณ์ของคนไร้บ้าน ฉันได้รู้ว่าชีวิตไม่สามารถมอบสิ่งที่คุณต้องการได้เสมอไป แต่ชีวิตมอบศักยภาพให้คุณเป็นคุณในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดได้ ช่วงเวลาที่ได้ทำงานศิลปะและบทกวีในหนังสือทำให้ฉันเห็นพลังของการสร้างสรรค์ มันช่วยให้ฉันเติบโต เปลี่ยนแปลง และเยียวยาฉันจากความไม่มั่นคง จากประสบการณ์ที่ถูกคนในครอบครัวทำร้าย และจากการเป็นคนไร้บ้าน”

 

 

 เห็นหนังสือเล่มนี้แล้ว เราอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนังสือของบ้านเราอย่าง My Echo, My Shadow and Meโดยสำนักพิมพ์ a book และโครงการ Conne(x)t Klongtoey หนังสือเล่มนี้มีรูปแบบและจุดเริ่มต้นใกล้เคียงกันคือเริ่มจากคอร์สการศึกษาเฉพาะกิจด้านศิลปะและการออกแบบ 4 แขนงคือ การแต่งเพลงและผลิตดนตรีแรปศิลปะการสักและสตรีทอาร์ตการออกแบบแฟชั่น และการถ่ายภาพ ที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพให้เด็กในชุมชนคลองเตย

 หนังสือภาพถ่ายเล่มนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งผลงานจบคอร์สของเด็กๆ ในคลาสถ่ายภาพ ทั้งยังเป็นประตูให้คนภายนอกเข้าไปสัมผัสชีวิตของเด็กๆ ในชุมชนคลองเตย หนึ่งในชุมชนที่สื่อนำเสนอเรื่องราวมากที่สุดแต่เราแทบไม่เคยได้ยินเสียงจริงๆ จากปากพวกเขาเลย ภาพถ่ายและไดอารีที่เขียนโดยลายมือเด็กในชุมชนจึงพาคนอ่านไปพบโลกอีกใบในคลองเตยที่สื่อใดก็ไม่สามารถพูดแทนได้

 

 โมเดลของ Accumulate–The Art School for The Homeless, The Book of Homelessness รวมถึง My Echo, My Shadow and Me ไม่ต่างกัน นั่นคือศิลปะไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการสร้างชิ้นงานแต่กลายเป็น ecosystem หรือ ‘ระบบนิเวศ’ ที่ทำให้ผู้คนในกระบวนการสร้างสรรค์เกิดการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และมีการหมุนเวียนทรัพยากรไปสู่คนทุกฝ่าย โมเดลแบบนี้แตกต่างจากการช่วยเหลือแบบ ‘ผู้ให้–ผู้รับ’ ที่เราคุ้นเคย ซึ่งมีแต่จะผลิตซ้ำสถานะที่ ‘สูงกว่า–ต่ำกว่า’ ขึ้นในสังคม

 สำหรับ The Book of Homelessness ทุกคนคือผู้รับ ทุกคนได้เรียนรู้ ทุกคนได้ประโยชน์ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง กำไรจากการขายหนังสือจะแบ่งครึ่งระหว่างโครงการกับศิลปินเจ้าของผลงาน โดยส่วนที่เป็นของโครงการจะกลายเป็นทุนการศึกษาสำหรับปีถัดไป อาจารย์มหาวิทยาลัยได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานกับกลุ่มคนที่ไม่เคยสัมผัสนักศึกษาออกแบบได้ทบทวนความรู้ที่ตัวเองมี ลองฝึกสกิลการสอนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ วัยรุ่นไร้บ้านในโครงการได้ทักษะทางศิลปะและโอกาสในการเรียนต่อที่มากขึ้น และที่สำคัญที่สุด ศิลปะทำให้พวกเขาสามารถเล่าเรื่องที่ตัวเองอยากเล่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่ตัวละครที่ใครต่อใครนำไปเล่าต่อและผลิตซ้ำชุดความคิดเดิมๆ ที่มีต่อคนไร้บ้านออกสู่สังคม

 ผมชอบที่หนังสือใช้ชื่อว่า The Book of Homelessness หรือ ‘หนังสือของชีวิตที่ไร้บ้าน’ แทนที่จะเป็น The Book of ‘Homeless’ หรือ ‘หนังสือของคนไร้บ้าน’ เพราะ หนึ่ง–คงไม่มีใครในหนังสือเล่มนี้อยากถูกแปะป้ายว่าเป็นคนไร้บ้านไปตลอด ความไร้บ้านเป็นเพียงสภาวะหนึ่งให้พวกเขาได้เรียนรู้และถ่ายทอดมันออกมาผ่านงานศิลปะ ความไร้บ้านเป็นส่วนเสี้ยวของชีวิตที่หวังว่าวันหนึ่งมันจะต้องผ่านไป

 และสอง–ผมมองว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่บันทึกเรื่องราวของคนไร้บ้าน แต่คือหนังสือที่เล่าประสบการณ์ของ ‘ภาวะไร้บ้าน’ ที่ทุกผู้ทุกคนต้องเคยเผชิญไม่ว่าจะมีบ้านหรือไม่ ชีวิตของคนมีบ้านและคนไร้บ้านอาจดูแตกต่างกัน แต่ลึกๆ ในความเป็นมนุษย์เราไม่ได้ต่างกันมากนัก มนุษย์ทุกคนล้วนเคยรัก ถูกทอดทิ้งเจ็บปวดสูญเสีย และมีความหวัง เราทุกคนต่างต้องเจอ ‘ภาวะไร้บ้าน’ ในวันใดวันหนึ่งของชีวิต

 และเมื่อวันนั้นมาถึง หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยทำให้รู้ว่าเราจะเรียนรู้และก้าวผ่านมันไปยังไง


อ้างอิง

 accumulate.org.uk

 creativereview.co.uk

 itsnicethat.com

 theguardian.com

 ภาพประกอบทั้งหมดจาก Accumulate: The Book of Homelessness (Copyright © Book of Homelessness, 2020)

Tags:ศิลปะคนไร้บ้านhomelessart for allโฮมเลสthe book of homelessnessนิยายภาพหนังสือภาพ
Share :
Author
ติณห์นวัช จันทร์คล้อย
Photographer
-
Moniker สตูดิโอออกแบบที่ชอบชวนคนดูร่วมด้วยช่วยกันสร้างงาน ตั้งแต่ MV ยันรูปปั้นในสวน
Art for allMoniker สตูดิโอออกแบบที่ชอบชวนคนดูร่วมด้วยช่วยกันสร้างงาน ตั้งแต่ MV ยันรูปปั้นในสวนนักเขียน : ติณห์นวัช จันทร์คล้อย
Fritz Kahn ศิลปินในเสื้อกาวน์ผู้ปฏิวัติตำราวิทยาศาสตร์ให้สนุกและเซอร์เรียล
Art for allFritz Kahn ศิลปินในเสื้อกาวน์ผู้ปฏิวัติตำราวิทยาศาสตร์ให้สนุกและเซอร์เรียลนักเขียน : ติณห์นวัช จันทร์คล้อย
พูดไม่ออกต้องบอกผ่านภาพ : เข้าใจศิลปะบำบัดผ่าน Stranger Things และ Parasite
Art for allพูดไม่ออกต้องบอกผ่านภาพ : เข้าใจศิลปะบำบัดผ่าน Stranger Things และ Parasiteนักเขียน : ติณห์นวัช จันทร์คล้อย