Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ไขปริศนาความสัมพันธ์ไปกับความเอร็ดอร่อยของอาหารใน ทาร์ตตาแต็งแห่งความฝัน

ไขปริศนาความสัมพันธ์ไปกับความเอร็ดอร่อยของอาหารใน ทาร์ตตาแต็งแห่งความฝัน

30/04/2021
บันทึกการอ่าน
AUTHOR: เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา
SHARE:

 จะมีอะไรน่าตื่นเต้นดีใจสำหรับนักอ่านไปกว่าการที่ได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ของนักเขียนคนโปรด

 ตอนที่ฉันเห็นประกาศหนังสือเล่มใหม่ของ ฟูมิเอะ คนโด จากสำนักพิมพ์ ซันเดย์ อาฟเตอร์นูน ก็รีบทักไปบอกเพื่อนชาวนักอ่านที่ชื่นชอบนักเขียนคนนี้เหมือนกันทันที

 คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง คือหนังสือเล่มแรกที่ทำให้ฉันรู้จักนักเขียนหญิงชาวญี่ปุ่นคนนี้ และด้วยการเขียนสไตล์ cozy mystery ที่อบอุ่นชวนติดตามผ่านเรื่องราวของหญิงสาวเจ้าของคาเฟ่กับรุ่นพี่ในที่ทำงานเก่าก็ทำให้ฉันตกหลุมรักผลงานของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น

 หลังจากนั้นพอได้อ่าน ในครึ่งที่ยังว่างของกระเป๋าเดินทางสีฟ้าผลงานเล่มที่สองของเขา ก็ยิ่งทำให้ฉันติดใจวิธีการเล่าเรื่องอันแสนเรียบง่ายทว่าให้ข้อคิดเตือนใจโดยไม่มีน้ำเสียงของการสั่งสอนเลย

 นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันปวารณาตัวเป็นแฟนคลับของฟูมิเอะ คนโด และรอคอยติดตามผลงานอื่นๆ ที่จะแปลเป็นภาษาไทยมาตลอด

 จนกระทั่งผลงานเล่มที่สาม ทาร์ตตาแต็งแห่งความฝัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในซีรีส์นิยายชุด Bistro Pas Mal ก็ออกมาให้อ่านพอดีในช่วงเวลาที่เดินทางไปเที่ยวไกลๆ ไม่ได้ และกำลังต้องการรับการเยียวยาหัวใจถึงที่สุด

 ทาร์ตตาแต็งแห่งความฝัน คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในร้านอาหารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของย่านร้านค้าในเขตชุมชนเก่าของญี่ปุ่น ‘บิสโทรปามาล’ เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสไตล์โฮมคุกกิ้ง โดยมีเชฟมิฟุเนะและพนักงานอีกสามคนคอยให้บริการลูกค้า ที่แวะเวียนกันมาพร้อมกับข้อสงสัยหรือเรื่องเล่าจากเหตุการณ์ในอดีตที่ยังคงฝังใจ เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม และขนม

 ในหนังสือเล่มนี้เราจะได้อ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของ ทาคัตสึกิ โทโมยูกิ ผู้เป็นการ์ซงหรือบริกรประจำร้าน โดยในร้านนอกจากเชฟมิฟุเนะผู้เป็นหัวหน้าเชฟและผู้จัดการร้านแล้ว ยังมีชิมุระที่เป็นพ่อครัวและซอมเมอลิเยร์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์) ชื่อคาเนโกะ

 ถือว่าเป็นความแปลกใหม่สำหรับฉันที่อ่านนิยายของฟูมิเอะมาตลอด เพราะที่ผ่านมานิยายทั้งสองเล่ม ตัวละครหลักและตัวละครอื่นๆ ในเรื่องมักเป็นผู้หญิงและเน้นเล่าเรื่องเพื่อคลายปมของตัวเอง แต่เรื่องนี้ตัวละครหลักกลับเป็นผู้ชาย และเปลี่ยนไปเน้นการไขปริศนาของตัวละครอื่นๆ ผ่านอาหารการกินแทน แถมเซตติ้งยังเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสแนวบิสโทรที่มั่นใจได้เลยว่าระหว่างอ่านจะต้องท้องร้องจ๊อกๆ เพราะหิวไปด้วยแน่นอน

 ถึงแม้ว่าตัวละครในเรื่องที่มีบทบาทสำคัญจะมีจำนวนเยอะขึ้นกว่าเล่มก่อนๆ แต่ด้วยสไตล์และบุคลิกอันแตกต่างกันของพนักงานร้านบิสโทรแห่งนี้ที่เข้าขากันเป็นอย่างดี ไม่รู้สึกขัดหูขัดตา ก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังกินเมนูเด็ดแสนเรียบง่ายประกอบจากหลากวัตถุดิบแต่อร่อยกลมกล่อม

 ด้วยความที่บิสโทรปามาล เป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่มาก จึงทำให้คนจองแน่นขนัดแทบทุกวัน อีกทั้งรสชาติอาหารจากฝีมือเชฟฟุมิเนะก็เป็นที่เล่าลือ จนทำให้มีลูกค้าประจำแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ ซึ่งสำหรับฉันแล้ว เชฟผู้นิ่งเงียบที่ภายนอกดูไม่สนอกสนใจใครแต่จริงๆ แล้วใส่ใจคนอื่นเป็นตัวละครที่น่าสนใจและน่าค้นหามากทีเดียว ไม่แน่ว่าในเล่มถัดไปเราอาจได้ทำความรู้จักเขามากกว่านี้ก็เป็นได้

 ทาร์ตตาแต็ง, โรญงเดอโว, กาเล็ตเดรัว, อ็อซโซ-อิตารี, กาซูเลต์ เหล่านี้คือตัวอย่างของกินที่เป็นตัวชูในเรื่อง ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการไขปริศนาความสัมพันธ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันของตัวละคร แต่ส่วนตัวฉันชอบเรื่องสุดท้ายที่เล่นกับชิ้นช็อกโกแลตที่หารไม่ลงตัวเป็นพิเศษ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากลองดื่มแว็งโช (ไวน์ร้อน) เครื่องดื่มที่ทำหน้าที่เป็นตัวคลี่คลายสถานการณ์และอารมณ์ขุ่นมัวของตัวละครในเรื่องบ้างเหมือนกัน แค่อ่านที่นักเขียนบรรยายก็น้ำลายไหลแล้ว

 สำหรับฉันมองว่า หนังสือปกเหลืองน่ารักเล่มนี้เป็นนิยายแนว slice of life ที่หยิบเอาชีวิตประจำวันมาเล่ามากกว่าจะมีปมให้ติดตามอย่างจริงจัง ซึ่งพอเป็นแบบนี้ต่อให้ไม่ชอบอ่านหนังสือก็สามารถอ่านได้ง่ายๆ จบในคราวเดียว ยิ่งถ้าเปิดเพลงธีมคาเฟ่ในฝรั่งเศสคลอไปด้วยจะยิ่งรื่นรมย์ขึ้นมาก และแน่นอนว่าระหว่างทางฟูมิเอะก็แทรกข้อคิดคอยชวนผู้อ่านคิดคำนึงไปด้วยเหมือนเดิม นี่แหละคือเสน่ห์ของงานเขียนเธอที่ฉันชอบ

 “อาจเพราะรู้ว่าไม่มีวันเอื้อมถึงก็ได้ ถึงสามารถคลั่งไคล้ได้ขนาดนั้น” หน้า 54

 “ถ้าไม่ผสมกันสองอย่างก็จะไม่ได้รสชาติแบบนี้สินะ” หน้า 162

 กระทั่งการเปรียบเทียบการเคี่ยวกาซูเลต์กับความรักหรือการที่ตัวละครทนกินอาหารที่ไม่ชอบ นักเขียนก็สามารถใช้ element ของอาหารการกินมาเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์กับชีวิตได้อย่างไม่แปลกแปร่ง อ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลายคล้ายกับบ่ายวันหยุดที่มีเวลาทบทวนตัวเอง

 น่าเสียดายว่าส่วนตัวฉันอาจไม่ได้ประทับใจและรู้สึกรีเลตกับเล่มนี้เท่า คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง (ไม่แน่ใจว่าเพราะด้วยความที่ตัวละครหลักเป็นผู้ชายด้วยหรือเปล่า) แต่ก็ยังคิดว่า ทาร์ตตาแต็งแห่งความฝัน เป็นหนังสือประเภทอบอุ่นหัวใจที่ทำได้ดี อ่านแล้วไม่ผิดหวัง ไม่ว่าจะแง่การเล่าเรื่องหรือมู้ดที่ช่วยกอบกู้อารมณ์แย่ๆ จากสถานการณ์บ้านเมือง ถ้าอีกสองเล่มออกมาครบซีรีส์เมื่อไหร่น่าจะทำให้เราหลงรักตัวละครในร้านบิสโทรปามาลได้ไม่ยาก เพราะดูแล้วแต่ละคนยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกมากเชียว

 เพราะเรายังต้องดูแลกายใจตัวเองให้ดีๆ เพื่อรอวันที่สถานการณ์สดใสขึ้น การได้กินอาหารอร่อยๆ อ่านหนังสือสนุกๆ หรือทำอะไรตามใจบ้างก็อาจเป็นความสุขเล็กน้อยในแต่ละวันที่เราพอจะเยียวยาตัวเองได้ ฉันเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเหตุการณ์แย่ๆ จะต้องมีวันคลี่คลาย เหมือนกับตอนจบที่ผู้คนในหนังสือปกน่ารักเล่มนี้สามารถปลดล็อกปัญหาที่พวกเขาต่างประสบ

 หวังว่าวันนั้นของทุกคนจะมาถึงในเร็ววัน

Tags:วรรณกรรมญี่ปุ่นนิยายฟูมิเอะ คนโดทาร์ตตาแต็งแห่งความลับ
Share :
Author
เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา
Photographer
-
ถึงหายไป ใช่ว่าจะลืม ‘ขนมปังของพรุ่งนี้ แกงกะหรี่เมื่อวันวาน’ นิยายที่บอกว่าสุดท้ายแล้วชีวิตต้องไปต่อ
บันทึกการอ่านถึงหายไป ใช่ว่าจะลืม ‘ขนมปังของพรุ่งนี้ แกงกะหรี่เมื่อวันวาน’ นิยายที่บอกว่าสุดท้ายแล้วชีวิตต้องไปต่อนักเขียน : เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา
"อ่านหนังสือไปทำไม" ใคร่ครวญตัวเองไปกับเด็กหนุ่มและเจ้าแมวใน ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือ
บันทึกการอ่าน"อ่านหนังสือไปทำไม" ใคร่ครวญตัวเองไปกับเด็กหนุ่มและเจ้าแมวใน ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือนักเขียน : เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา
ยิ้ม ร้องไห้ และเติบโตผ่านความเจ็บปวดกับ ‘วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว’
บันทึกการอ่านยิ้ม ร้องไห้ และเติบโตผ่านความเจ็บปวดกับ ‘วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว’นักเขียน : เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา