เคลียร์บ้าน เคลียร์ใจ สำรวจข้อดีของการจัดบ้านส่งท้ายปี เพื่อเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน

หากไม่ทิ้งสิ่งเก่า ก็คงไม่สามารถรับสิ่งใหม่ได้

ช่วงสิ้นปีอาจเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มกลับมาทบทวนชีวิตตัวเอง เพื่อนำไปเป็นบทเรียนไม่ให้ปีหน้าก้าวผิดซ้ำสอง แต่นอกจากความทรงจำที่ผ่านมาแล้ว สิ่งของต่างๆ รอบห้อง ก็เป็นพยานวัตถุที่บ่งบอกว่าเราแบกอะไรมาแล้วทั้งปีบ้างเช่นกัน

สิ่งของเหล่านั้นอาจเป็นสิ่งของที่เราซื้อตุนไว้ตอนลดราคา เสื้อผ้าน่ารักที่ยังไม่มีโอกาสได้ใส่ อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ยังไม่เริ่มทำ หรืออุปกรณ์งานอดิเรกที่ทำได้ไม่นานก็เบื่อ สิ่งของเหล่านี้เป็นหลักฐานชั้นดีที่บอกว่าเราตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหน แต่วันเวลาผ่านไปพร้อมกับข้าวของที่ค่อยๆ เพิ่มจำนวน ก็อาจทำให้เราหลงลืมเป้าหมายของตัวเองไป

เพื่อให้เรากลับมาโฟกัสเป้าหมายได้อีกครั้งในปีหน้า วันนี้เราเลยอยากชวนไปดูวิธีจัดบ้านรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง พร้อมวิธีจัดการสิ่งของเหล่านี้แบบยั่งยืนกัน เพราะการเคลียร์ข้าวของไม่ใช่เพียงแค่การโยนข้าวของทุกอย่างลงในถังขยะเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการคัดเลือกสิ่งที่จำเป็นและไม่จำเป็นกับชีวิตเราด้วย 

เมื่อจัดบ้านช่วยให้จิตใจสงบลง

หลายคนคงเคยฝันถึงบ้านที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีมุมน่ารักๆ เหมือนที่เคยเห็นบนพินเทอเรสบ่อยๆ แต่เมื่อมองกลับมาที่ข้าวของในห้องตัวเอง การต้องจัดการของเหล่านี้ลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องใช้เวลาและความตั้งใจ จนเราอาจรู้สึกท้อแท้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม

แต่ถึงอย่างนั้น การลุกขึ้นมาจัดบ้านก็คุ้มค่ากับการเสียสละเวลาและพลังงาน เพราะนอกจากจะช่วยให้บ้านกลับมาเป็นระเบียบ ทำความสะอาดง่าย หรือช่วยให้หาของได้สะดวกขึ้นแล้ว การจัดบ้านก็ยังช่วยให้สุขภาพจิตเราดีขึ้นด้วย

ข้อมูลจาก Verywell Mind เว็บไซต์ด้านสุขภาพจิตจากผู้เชี่ยวชาญ อธิบายว่าการจัดบ้านและการทำความสะอาดมีผลต่อสุขภาพจิตของเรา มีการศึกษาหลายชิ้นที่พบว่าความรกจากข้าวของที่วางเกะกะไม่เป็นระเบียบ สร้างความเครียด รบกวนจิตใจ และทำให้โฟกัสกับสิ่งต่างๆ ได้ยากขึ้น 

ลองนึกดูสิว่าเราจะรู้สึกหงุดหงิดแค่ไหน ถ้าเราไม่รู้ว่าสิ่งของที่เราต้องการอยู่ตรงไหน แถมยังต้องเสียเวลารื้อค้นเพื่อสิ่งของเหล่านั้นอีก บางครั้งอาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อย และโทษตัวเองที่ทำสิ่งของมีค่าหายไป หรือเราคงไม่มีสมาธิโฟกัสงานได้นานๆ หากกวาดสายตาไปทางไหนก็เจอแต่สิ่งของที่วางไม่เป็นระเบียบ ความยุ่งเหยิงอาจทำให้เรารู้สึกวุ่นวายใจ เพราะมันเหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้เราลุกขึ้นไปจัดการข้าวของเหล่านั้นให้เรียบร้อย จนท้ายที่สุดก็ไม่สามารถทำงานให้เสร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ได้ และนําไปสู่ความเครียดและความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น

ในทางกลับกัน การทำความสะอาดและห้องที่เป็นระเบียบส่งผลดีต่อสุขภาพจิตหลายด้าน เช่น ช่วยให้รู้สึกเหมือนเราได้ควบคุมสิ่งต่างๆ รอบตัว การจดจ่อกับกิจกรรมตรงหน้า ช่วยให้จิตใจรู้สึกสงบได้ นอกจากนี้การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและเป็นระเบียบ เช่น กลิ่นของผ้าปูที่นอนใหม่ หรือจานชามสะอาด ยังช่วยให้อารมณ์ดี และมีสมาธิมากกว่าด้วย

จึงไม่แปลกที่หลายคนรู้สึกดีขึ้นได้ลงมือทำงานบ้าน ราวกับได้รับการบำบัดจิตใจ เพราะบ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบจะช่วยให้จิตใจเราสงบ และเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เราก็จะรู้สึกเหมือนได้กลับมาควบคุมสิ่งต่างๆ ในชีวิตของตัวเองได้อีกครั้ง

การดูแลสิ่งแวดล้อมเริ่มต้นจากการจัดบ้าน

การจัดบ้านไม่เพียงแต่ช่วยให้จิตใจเราสงบขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดขยะและการบริโภค ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นกัน แถมยังสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่บ้านของเราเอง มีหลายเหตุผลที่การจัดบ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น

ลดการทิ้งขยะ: การผลิตและการบริโภคเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เพิ่มปัญหาขยะให้โลก หากไม่มีการจัดเก็บอย่างถูกวิธี ขยะเหล่านี้ก็อาจเข้าไปทำลายระบบนิเวศ เป็นอันตรายกับสัตว์ต่างๆ ดังนั้นการจัดบ้านเป็นประจำจะช่วยให้เราเห็นสิ่งของทุกชิ้น และใช้สิ่งของได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะและปกป้องสิ่งแวดล้อมให้คนรุ่นถัดไป

ลดคาร์บอนฟุตพรินต์: การยืดอายุของใช้ ไม่เพียงแต่ลดขยะเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการผลิตลงด้วย เพราะสิ่งของทุกชิ้นมีต้นทุนการผลิต ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือวัตถุดิบจำนวนมาก นอกจากนี้การซื้อใหม่น้อยลง ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตและขนส่ง ทำให้บ้านเหลือแต่สิ่งที่ของจำเป็นกับเราจริงๆ

ลดความต้องการที่มากเกิน: ความรู้สึก ‘ไม่พอ’ หรือรู้สึกขาดบางอย่าง จึงต้องการสิ่งของมาเติมช่องว่างในใจ เป็นต้นทางของการซื้อของที่มากเกินไป แถมยังทำให้เรารู้สึกวุ่นวายใจมากขึ้นด้วย แต่การจัดบ้านจะช่วยให้เราเห็นสิ่งของที่เราต้องการจริงๆ และลดการบริโภคมากเกินไป เมื่อเห็นว่าสิ่งของที่เรามียังมีเหลือเพียงพอ ซึ่งช่วยให้เรารู้สึกสงบและใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น

การเริ่มต้นรักษาสิ่งแวดล้อมจึงอาจไม่ใช่การทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่เพียงแค่เห็นคุณค่าของสิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้เราไม่ต้องซื้อของใหม่ๆ ก็ช่วยให้เรารักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนแล้ว 

เริ่มต้นจัดบ้านอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การเคลียร์บ้านให้เป็นระเบียบ อาจไม่ใช่การกวาดสิ่งของที่เราไม่ชอบใจลงถังขยะทันที แต่คือการตัดสินใจอย่างมีสติและเลือกว่าเราควรเก็บสิ่งของชิ้นไหนไว้หรือปล่อยสิ่งของชิ้นไหนไป โดยเฉพาะการเก็บบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เราต้องแยกประเภทข้าวของต่างๆ ให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะที่สร้างภาระให้กับโลกมากขึ้น

แต่เพราะการจัดบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย และบางครั้งอาจทำให้ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถเริ่มต้นได้สักที วันนี้เราชวนไปดูวิธีจัดการข้าวของทีละขั้นตอน เพื่อต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้กัน

วางแผนก่อนเริ่มจัดบ้าน: การจัดบ้านถือเป็นงานใหญ่ที่อาจต้องใช้เวลาทั้งวัน อาจทำให้เราท้อแท้ได้ ดังนั้นเราอาจเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ บางส่วนของบ้านก่อน โดยอาจเลือกห้องที่เราใช้บ่อยๆ เช่น ห้องนอน หรือห้องครัว การแบ่งการจัดเป็นห้องเล็กๆ จะช่วยจัดการความรู้สึกและเห็นผลลัพธ์หลังทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

แยกประเภท: สิ่งของแต่ละชิ้นต่างก็มีคุณค่าไม่เหมือนกัน แม้จะเป็นสิ่งของที่เราไม่ต้องการแต่ก็อย่าลืมแยกประเภทสิ่งของเหล่านี้ด้วยนะ เช่น บางชิ้นอาจยังใช้งานได้ บางชิ้นต้องนำไปซ่อมแซมก่อนใช้งาน หรือบางชิ้นยังสภาพดี แต่เราไม่ชอบแล้ว ดังนั้นเราอาจแบ่งประเภทสิ่งของเหล่านี้ง่ายๆ เป็น 3 กอง คือของที่เก็บไว้เพราะชอบจริงๆ ของที่จะบริจาคหรือขาย ซึ่งเป็นของสภาพดีที่เราไม่ใช่แล้ว และของที่นำกลับมาใช้ใหม่ หรือของที่สามารถนำไปดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์แบบอื่นได้

หมั่นจัดบ้านอยู่เสมอ: การจัดบ้านไม่จำเป็นต้องทำในช่วงสุดท้ายของปีเท่านั้น แต่ยังควรเคลียร์บ้านเป็นประจำ เพื่อให้เรายังคงรักษาสิ่งของที่มีคุณค่าไว้ เช่น เราอาจตรวจของใช้เป็นประจำ เพื่อลดการซื้อใหม่ที่มากเกินไป การเลือกซื้อเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ หรือการเลือกใช้สินค้าคุณภาพดี เพื่อให้เราใช้ได้นานๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บ้านของเรามีของที่ไม่จำเป็นน้อยลง และช่วยให้บ้านมีระเบียบได้นานขึ้น

การจัดการสิ่งของก็ไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ ในชีวิต หากเราแบกสิ่งที่ไม่จำเป็นไว้มากเกินไปก็อาจทำให้เราก้าวไปข้างหน้าไม่สะดวก ดังนั้นการเลือกแต่สิ่งของที่จำเป็นกับตัวเองจะช่วยให้ตัวเราเบาขึ้น และเปิดรับสิ่งดีๆ ได้มากกว่าเดิมนะ

อ้างอิง

arterahome.com 

wallsidewindows.com 

verywellmind.com

AUTHOR

ILLUSTRATOR

กุลธิดา อิสลาม

คอนเทนต์ครีเอเตอร์ผู้อยากเป็นเชฟ