Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
สิ่งที่คุณว่าน่ารักอาจน่าอายสำหรับลูกเมื่อเขาโต ‘sharenting’ เมื่อพ่อแม่รังแกฉันด้วยการโพสต์รูป

สิ่งที่คุณว่าน่ารักอาจน่าอายสำหรับลูกเมื่อเขาโต ‘sharenting’ เมื่อพ่อแม่รังแกฉันด้วยการโพสต์รูป

05/09/2019
In Other Words
AUTHOR: Sy Chonato
SHARE:

 การเป็นพ่อแม่คืองานหนักที่ต้องเสียสละ เป็นหน้าที่ที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง จึงยากมากๆ ที่จะหักห้ามใจไม่ให้พ่อแม่มือใหม่โพสต์เรื่องราวความเคลื่อนไหวและรูปภาพของลูกน้อย ในเมื่อรูปเด็กๆ ที่น่ารัก ดูไม่มีพิษมีภัย ไร้เดียงสา แต่อาจส่งผลร้ายได้หากไม่ระวังก่อนกดโพสต์

 วันนี้เราเลยขอแนะนำศัพท์ที่เพิ่งเกิดใหม่ไม่กี่ปีมานี้จากพฤติกรรมการเล่นโซเชียลมีเดีย คือคำว่า sharenting คำที่เกิดขึ้นเพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับการโพสต์แชร์รูปลูกๆ จนเกินพอดีของเหล่าผู้ปกครอง

 sharenting (n.) เกิดจากการผสมคำว่า (share + parenting) ใช้เรียกกิจกรรมที่พ่อแม่ยุคใหม่ชอบโพสต์แชร์ภาพลูกน้อยจนเกินพอดี ซึ่งอาจนำไปสู่การเผยข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดกิจกรรมที่เด็กๆ ทำจนอาจส่งผลกระทบได้ในอนาคต

 คำว่า sharenting ถูกบัญญัติไว้ใน Collins Dictionary ในปี 2016 โดยเป็นคำที่เกิดขึ้นมาพร้อมคำวิจารณ์และข้อถกเถียงถึงสิทธิในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของเด็กโดยพ่อแม่ลงในพื้นที่สาธารณะอย่างอินเทอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal เป็นผู้ริเริ่มคำนี้ โดยเริ่มตีพิมพ์บทความโดยใช้คำว่า oversharenting หรือการแชร์ข้อมูลและรูปลูกมากเกินไป เพื่อตั้งคำถามเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็ก

รูปเด็กน้อยไม่มีพิษภัย ใครๆ ก็อยากเก็บความทรงจำดีๆ ของการเป็นพ่อแม่เอาไว้

 งานวิจัยหนึ่งในสหราชอาณาจักรพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กคนหนึ่งจะมีรูปลงในออนไลน์ถึง 1,500 รูป ก่อนจะอายุ 5 ขวบเสียอีกโพสต์เกี่ยวกับเด็กๆ นั้นเรียกคะแนนความสนใจและการกดไลก์จากเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี และกลายเป็นขุมทรัพย์ทางการตลาดชั้นยอด

 เมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมกลายเป็นสถานที่บอกเล่าเรื่องราวความสุข การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่น่าจดจำ หลายคนมองว่าการโพสต์รูปลูกคือการแสดงถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวอย่างจริงใจ ช่วยสื่อสารเรื่องราวของพ่อแม่ที่ห่วงใย เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน ขอคำปรึกษา และพ่อแม่จำนวนมากก็ชินกับการลงรูปลูกทุกวัน วันละหลายรูปจนท่วมล้นไทม์ไลน์ 

 การมีลูกเป็นประสบการณ์ที่ลํ้าค่าและอบอุ่นสวยงาม การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องยากและใช้พลังงานมหาศาล เด็กๆ ในช่วงปีแรกๆ ก็เติบโตไวจนน่าใจหาย เป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อแม่ย่อมอยากเก็บบันทึกความเป็นไป รายละเอียด และพัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของลูกโดยละเอียด

 การลงรูปเด็กๆ มีข้อดีคือช่วยเชื่อมสัมพันธ์เพื่อนๆ ญาติๆ และแลกเปลี่ยนความรู้ในชุมชนคนเป็นพ่อแม่ ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายหากไม่คิดร้ายและไม่คิดมาก แค่เก็บความทรงจำดีๆ ไว้ แต่อย่าลืมว่าลูกน้อยนั้นเลือกไม่ได้ และสิ่งที่ถูกโยนไปในสายธารอินเทอร์เน็ตนั้นจะอยู่ทนตลอดไปแม้จะลบไปแล้วก็ตาม

 ทุกครั้งที่พ่อแม่โพสต์รูปหรือข้อมูลส่วนตัวใดๆ ของลูกลงอินเทอร์เน็ต พวกเขากำลังสร้าง digital footprint หรือรอยพิมพ์ดิจิทัลให้กับลูก ซึ่งอาจถูกสืบค้นพบได้ในอนาคต ซึ่งรอยพิมพ์เหล่านี้อาจเริ่มต้นตั้งแต่พวกเขายังไม่เกิดด้วยซํ้า และเด็กๆ ก็เลือกไม่ได้  อินเทอร์เน็ตมีความทรงจำเกี่ยวกับพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะจำความได้เสียด้วยซ้ำ 

เมื่อพ่อแม่สร้างตัวตนออนไลน์ให้ลูกก่อนเขาจะรู้เดียงสา

 สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ ‘ถ้าไม่พอใจ ไม่อยากดูก็กดอันฟอลโลว์ไปสิ’ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตของเด็กๆ ที่โพสต์รูปตัวเองไม่ได้  ชีวิตของพวกเขาถูกจดจ้องโดยคนอีกมากที่มองดูอยู่ผ่านโพสต์ของพ่อแม่โดยพวกเขาอาจไม่รู้ตัวหรือยินยอมเลย

 เมื่อพ่อแม่ได้ลงรูปลูกเพื่อบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของพวกเขา ในขณะเดียวกันก็ได้ก่อร่างสร้างตัวตนออนไลน์ให้กับพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะพูดได้เดินได้เสียอีก

 แม้ดูไม่มีพิษไม่มีภัย และพ่อแม่ก็ไม่มีเจตนาร้ายใดๆ ก็อาจเกิดผลกระทบจากการลงรูป 

 ชีวิตของเด็กๆ ได้ถูกเขียนขึ้นก่อนที่เขาจะเลือกเล่าชีวิตของตัวเองในมุมที่เขาปรารถนา และเริ่มมีเด็กจำนวนหนึ่งที่เริ่มโตพอ และขอร้องให้พ่อแม่ลบโพสต์ที่น่าอายเกี่ยวกับพวกเขาในวัยเด็ก รูปที่พ่อแม่ว่าน่ารักน่าชัง ตลกน่าเอ็นดู อาจน่าอายสำหรับพวกเขาก็ได้เมื่อโตขึ้น อย่าลืมว่าสิ่งที่โพสต์ไปไม่ได้หายไปไหน ในอนาคตอาจถูกสืบค้นพบโดยเพื่อนร่วมชั้นเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานที่ทำงานในอนาคตก็ได้โดยไม่ได้รับความยินยอม

 ประเทศฝรั่งเศสได้ออกกฎหมายที่พ่อแม่อาจเข้าคุกหรือเสียค่าปรับได้ หากโพสต์ข้อมูลส่วนตัวหรือภาพถ่ายของลูกลงออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเด็ก อาจดูโหดร้ายที่ลูกจะฟ้องพ่อแม่ตัวเองจากเรื่องเล็กน้อย แต่เด็กในบางช่วยอายุอาจไม่ได้อยากถูกบันทึกภาพเก็บไว้และเผยแพร่ไปในที่สาธารณะก็ได้

สัญญาณว่าพ่อแม่คนใดมีพฤติกรรมลงรูปลูกมากเกินไป

  • เพื่อนๆ เริ่มอันเฟรนด์หรืออันฟอลโลว์คุณเพราะดูภาพทารกซํ้าๆ จำนวนมากไม่ไหวแล้ว
  • พ่อแม่สนใจว่าโมเมนต์ต่างๆ ในชีวิตนั้นควรเก็บบันทึกด้วยกล้องมือถือให้ทันมากกว่าสวัสดิภาพของลูก เช่น เมื่อลูกล้มหรือบาดเจ็บ พ่อแม่หยิบมือถือถ่ายก่อนจะช่วยเหลือ
  • คุณลงรูปลูกอัพเดตทั้งวัน เมื่อคุณไม่ได้ลงรูปลูกไม่กี่วัน เพื่อนถามว่าลูกเป็นอะไรหรือเปล่า

 ไม่มีใครรู้ว่าภาพที่โพสต์ลงในอินเทอร์เน็ตมีโอกาสจะถูกส่งต่อนำพาไปไหนบ้าง ในเบื้องต้นอาจฟังดูพารานอยด์หรือมองโลกในแง่ร้ายเกินไป แต่ในอินเทอร์เน็ต มีพฤติกรรมที่เรียกว่า ‘digital kidnapping’ คือเมื่อคนแปลกหน้าขโมยรูปลูกน้อยและโพสต์ใหม่เองราวกับเป็นลูกของตัวเอง ภาพและหน้าของเด็กๆ ได้ถูกบรรจุชื่อและเรื่องราวใหม่โดยไม่ได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ และที่สำคัญไม่ได้รับความยินยอมจากตัวเด็กเองที่ยังไม่รู้ประสาแต่ถูกเอาใบหน้าและตัวตนไปใช้ นอกจากนี้ ภาพเด็กยังมีโอกาสถูกดูดขโมยไปฝังเก็บอยู่ใน archive ของเว็บไซต์คนที่เป็น pedophile หรือคนที่มีอารมณ์ทางเพศกับเด็ก สิ่งเหล่านี้ฟังดูดาร์กแต่ก็เกิดขึ้นจริงในโลกออนไลน์

 เมื่อเด็กๆ เติบโตขึ้นมา มองกลับไป พวกเขาอาจไม่พอใจหรืออับอายในรูปที่พ่อแม่โพสต์ไปแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ไม่สามารถถอนคืนได้หมดจด เพราะรูปของพวกเขาไม่ได้ปรากฏแค่ในกรอบรูปติดฝาผนังบ้านให้แขกชมเชย หรือไม่ได้อยู่ในอัลบั้มภาพถ่ายที่เก็บไว้ในลิ้นชัก รูปและภาพเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ถูกเผยแพร่ไปในอินเทอร์เน็ตอันเป็นที่สาธารณะ

 ประเด็นนี้จึงนำไปสู่ข้อถกเถียงในความขัดแย้งระหว่าง ‘เสรีภาพในการแสดงออก’ ของพ่อแม่ผู้ปกครองกับ ‘สิทธิในความเป็นส่วนตัว’ ของเด็กๆ ที่ยังเล็กเกินกว่าจะเลือกเล่าชีวิตของตัวเองได้ และเลือกไม่ได้ว่าจะมีตัวตนบนโลกออนไลน์ไหม แต่พ่อแม่ก็บรรจุลงในโพสต์เสียแล้ว  

สิ่งที่เราว่าน่ารักอาจเป็นสิ่งน่าอายสำหรับลูกก็ได้เมื่อเขาโตขึ้น

 ทารกมนุษย์มีช่วงวัยทารกที่ยาวนานกว่าจะดูแลตัวเองและหาอาหารเองได้ เด็กทารกถูกออกแบบมาให้เอ็นดูตามธรรมชาติ ความน่ารัก บอบบาง ไร้เดียงสานั้นน่าเก็บบันทึกไว้ 

 ในวันนี้ เราคงห้ามพ่อแม่ให้งดหรือลบรูปลูกไม่ได้ แต่พ่อแม่ควรคิดให้ดีก่อนกดโพสต์รูปหรือข้อมูลของลูกลงในกลุ่มใดๆ ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตที่ไม่เป็นส่วนตัว และคิดเสมอว่าทุกคำและทุกภาพที่ลงไปอาจพบได้ที่อื่นนอกเหนือจากในโปรไฟล์ของเรา ทุกครั้งที่เราแท็กใครสักคน เพื่อนของเขาก็จะเห็นด้วย และควรงดลงข้อมูลส่วนตัวที่อาจเป็นอันตรายได้ และหากลูกเริ่มโตพอที่จะรู้เรื่อง ควรถามลูกเสมอว่าสามารถโพสต์รูปและเรื่องราวของเขาได้ใช่ไหม และพ่อแม่ต้องถามตัวเองเสมอว่ารูปนี้โอเคไหม หากเป็นผู้ใหญ่ เช่นภาพที่กึ่งเปลือย หรือภาพตลกๆ น่าอาย ภาพเด็กน้อยที่อาละวาดโวยวายร้องไห้ และที่สำคัญอย่าเขียนอะไรที่เมื่อเด็กๆ โตพอจะอ่านแล้วอาจไม่พอใจได้ในอนาคต หากใจเย็นพอและรอได้ เก็บรูปลูกของคุณไว้ รอโพสต์แชร์ในวันที่เขาเริ่มรู้เรื่องและยินยอมให้นำเรื่องของเขาไปฝังไว้ในโลกออนไลน์

 แม้เด็กๆ เป็นทารกที่น่ารักไร้เดียงสาในวันนี้ ในวันหน้าอีกไม่นานพวกเขาจะเติบโตกลายเป็นวัยรุ่นและกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง ย้อนกลับมาดูสิ่งที่คุณโพสต์เกี่ยวกับพวกเขา และวันหนึ่ง พวกเขาอาจต้องการสร้างตัวตนของตัวเองในแบบที่เขาพอใจ เรื่องตลกน่ารักในวันนี้อาจกลายเป็นเรื่องน่าอายได้เสมอ

 บอกตัวเองเสมอว่า สิ่งใดที่กดเผยแพร่ไปแล้วในพื้นที่สาธารณะของอินเทอร์เน็ต สิ่งนั้นจะคงอยู่ตลอดไป ไม่สามารถเรียกกลับคืนหรือลบล้างได้หมดจด

 ต่อให้ลูกน่ารักน่าอวดแค่ไหนก็ตาม โปรดชั่งใจก่อนจะกดโพสต์

 อ้างอิง

 collinsdictionary.com
nytimes.com
scholarship.law.ufl.edu
telegraph.co.uk

Tags:Sharentingพ่อแม่ยุคใหม่เด็กSocial Mediaอินเทอร์เน็ตinternetin other words
Share :
Author
Sy Chonato
Photographer
-
Digital Amnesia:  เมื่อเราจดจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเชื่อใจให้โทรศัพท์จดจำแทนเราไปทั้งหมด
In Other WordsDigital Amnesia: เมื่อเราจดจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเชื่อใจให้โทรศัพท์จดจำแทนเราไปทั้งหมดนักเขียน : Sy Chonato
Permacrisis คำศัพท์แห่งปี 2022 สะท้อนโลกที่วุ่นวายมีวิกฤตต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้น
In Other WordsPermacrisis คำศัพท์แห่งปี 2022 สะท้อนโลกที่วุ่นวายมีวิกฤตต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้นนักเขียน : Sy Chonato
Umwelt เมื่อคนและสัตว์ต่างรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสที่แตกต่างกัน
In Other WordsUmwelt เมื่อคนและสัตว์ต่างรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสที่แตกต่างกันนักเขียน : Sy Chonato