อีกหลายชั่วโมงก่อนฟ้ามืด อันเป็นช่วงเวลาที่เสียงดนตรีของศิลปินหญิงชาวไทยจะเริ่มบรรเลง ทว่าสำนักข่าวดนตรีหลายแหล่งประกาศกันครึกโครมว่าบัตรคืนนี้ SOLD OUT เรียบร้อย เรากำลังพูดถึง HYHBKK Live! with Salin มหรสพแรกของปีที่ใครหลายคนตั้งตารอ ถึงขั้นว่ามีคนยืนชูป้าย “2 ticket” รอเซ้งบัตรต่อที่หน้า Lido Connect 2
สลิล ชีวพันธุศรี หรือ Salin คือศิลปินหญิงชาวไทยที่ดังไกลระดับโลก เธอเป็นทั้งมือกลอง เป็นโปรดิวเซอร์และเป็นนักแต่งเพลง สลิลเกิดและเติบโตในไทย เธอย้ายไปที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 20 เพื่อไล่ล่าความฝัน ปัจจุบันเธอโลดแล่นอยู่ในวงการเพลงแจซของแคนาดา ทั้งยังได้รับเลือกจากสถานีโทรทัศน์ CBC ให้เป็น 1 ใน 6 ศิลปิน Revelation Canada ปี 2025 หรือใครอาจเคยดูฝีมือการเล่นสดของเธอไปแล้วในงาน Bangkok Design Week 2024
หลังจากไปโลดแล่นในระดับสากลอยู่นาน คอนเสิร์ตในครั้งนี้ถือเป็นการหวนคืนบ้านของสลิลไปกลายๆ เธอประเดิมโชว์แรกที่กรุงเทพฯ ก่อนจะลัดฟ้าไปแสดงฝีมือต่อที่ Cotton Club เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 11 – 13 มกราคมนี้

และเวลาก็ล่วงเลยมาถึง 3 ทุ่มครึ่ง ผู้ชมกระจายกองกำลังเต็มพื้นที่แล้ว สติที่น้อยลงหลังเผาหัวไปกับเบียร์หลายกระป๋อง ปล่อยใจล่องลอยไปกับเสียงดนตรีอาวองการ์ดของ Supergoods ซึ่งรับหน้าที่เล่นเป็นวงเปิด
กลองชุด Ludwig ถูกลากมากลางเวที ไฟค่อยๆ ไล่สี สลิลโผล่มาจากความมืด เสียงกรี๊ดค่อยๆ ดังขึ้น เธอมวยผมสูง มาในชุดปักเลื่อมทั้งตัว เซิ้งพลางส่ายสะเอวไปกับท่วงทำนอง ศิลปินหญิงประจำกลองแล้ว
เสียงดนตรีฉันรวมแบบพระ
นอกจากเป็นศิลปิน สลิลยังเป็นนักสำรวจ นักทดลองและทูตวัฒนธรรม
เสียงดนตรีของเธอเป็นการผสมผสานกันของ Afro-jazz และ Funk และมีกลิ่นอายของดนตรีพื้นบ้านของไทย คลุกเคล้าเข้ากันจนเกิดเป็นซาวด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเป็นสากลสูง และดึงเสน่ห์ของดนตรีแต่ละชนิดให้มาลงตัวอยู่ในคำว่า Isan Funk ได้อย่างกลมกล่อม
แต่เราเรียกเอาเองว่านี่มัน ‘ดนตรีฉันรวมแบบพระ’ คือดูไม่น่าเข้ากัน แต่ม่วนชิบเป๋งเลย

ความฉันรวมที่ว่ายังเห็นได้ในเครื่องดนตรี ซึ่งมีทั้งแซกโซโฟน แคน พิณ กลองยาว กลองชุด กีตาร์ และอีกสารพัดเครื่องเคาะให้จังหวะ แต่ชิ้นที่เป็นไฮไลต์เลยก็คือ ผวจ เครื่องดนตรีพื้นบ้านของชาติพันธุ์ญัฮกุร (ออกเสียงว่า ยะกูร) ทำจากไม้ไผ่ ลองฟังเสียงผวจได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=EnKT6hZN6Bs
ในแง่นี้ สลิลนับว่าเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์เสียงดนตรีของชาติพันธุ์ญัฮกุร แถมยังส่งออกเสียงดนตรี หรือแม้แต่สุ้มเสียงของชาวญัฮกุรให้โลกได้รับรู้การมีอยู่ของพวกเขา นี่มันทูตวัฒนธรรมชัดๆ

อีกเรื่องที่โดดเด่นมากในโชว์ครั้งนี้คือการเปิดพื้นที่ให้นักดนตรีแผลงฤทธิ์ ด้วยความเป็นดนตรีสด นักดนตรีแต่ละคนจะมีช่วงเวลาปล่อยพลังของตัวเอง เปิดโชว์ให้กลองยาวเฉิด ท่อนโซโลให้กีตาร์ฉาย บ้างเป็นแซกโซโฟน พิณ แคน ผลัดกันจนครบ โดยมีเสียงกลองของสลิลเป็นแบ็กอัปอยู่เบื้องหลัง หรือไม่ก็เงียบเชียบในท่อนที่ไม่เรียกร้องเสียงตุบตับตุ้งแช่ของกลอง แต่ในจังหวะที่กลองต้องเฉิดฉาย เธอก็ระรัวอย่างเต็มแรง
มหรสพไร้เนื้อร้องที่สร้างภาษาขึ้นมาใหม่
แรกเริ่มนั้น มนุษย์คิดค้นภาษาขึ้นเมื่อราวแสนปีก่อน จากที่อุ๊บะๆ ทุบอกแยกเขี้ยวใส่กัน นานเข้าเริ่มมีชุดภาษาที่พอสื่อสารกันรู้เรื่อง และแตกแขนงแยกย่อยเป็นตระกูลภาษาต่างๆ ขจรขจายไปทุกแห่งหนของโลก ปัจจุบันมนุษย์มีภาษาที่ใช้สื่อสารกันมากกว่า 7,100 ภาษา
แต่จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเราไม่เข้าใจกันเลย
ตรงกันข้าม โชว์ของสลิลคือมหรสพที่ปล่อยพลังผ่านเครื่องดนตรีและสีหน้าท่าทางล้วนๆ ไม่มีเนื้อร้อง เน้นบิ้วอารมณ์ผู้ชมให้ปล่อยใจไปกับเสียงดนตรีเพียวๆ แต่เราผู้ชมซึ่งมากันคนละมุมโลกก็ยังเข้าใจและเอนจอยไปกับโชว์ได้
“ม่วนหลายยย ฮู้ววว” ใครคนหนึ่งเก็บอารมณ์ความมันส์ไม่ไหวตะโกนลั่นออกมา
ผู้ชมคนไหนชอบพาร์ตที่กลองได้เฉิดฉายจะตะโกนเชียร์สุดเสียง ใครที่พ่อเปิดเพลงแจซให้ฟังตั้งแต่เด็กจะแสดงตัวเมื่อแซกโซโฟนบรรเลง ใครมีมือกีตาร์ที่ชอบก็อดไม่ได้ที่จะชูมือและส่งเสียงให้กับมือกีตาร์ในท่อนโซโล

ด้วยแนวเพลง Isan Funk จึงมีกลิ่นอายอีสานอยู่ตลอดทั้งคอนเสิร์ต เมื่อแคนแว่วมาคนไทยก็เซิ้งไม่ไว้หน้าใคร คล้ายกับว่าสะเอวไม่อนุญาตให้อยู่เฉยๆ สำหรับท่อนที่มีกลิ่นแจซอันอึงอลไปด้วยความรักโรแมนติก ฝรั่งผมทองแขกเอเชีย ฯลฯ ต่างคว้าคนข้างกายที่พามาด้วยกระชับกอดใต้เสียงสลัวและเสียงดนตรีไร้เนื้อร้อง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนวันศุกร์ไปกับมหรสพของสลิล
เหมือนกับว่าสลิลกำลังทดลองอะไรบางอย่าง ทุกความเงียบที่ปรากฏ ทุกโน้ตที่เปล่งของแคน แซกโซโฟนที่เร่งเสียงขึ้น กีตาร์ที่ไม่ยอมน้อยหน้า กระเดื่องที่กระแทกแรงในบางจังหวะ รอยยิ้ม หรือแม้แต่การเชิ่ดหน้าขึ้นลงของมือกลองยาว ทุกการเคลื่อนไหวของนักดนตรีคือแขนงหนึ่งของการสื่อสารที่ข้ามพ้นเชื้อชาติและเขตแดนที่ปักปัน – ภาษาดนตรีนั่นไง

โชว์จบลงแล้ว ผู้คนแตกรวงรังทยอยแยกย้าย บางส่วนยังครวญเพลง ‘แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูสลิล’ ที่ด้านหน้าเวทีดังแว่วออกมาถึงประตูทางออก ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเห็นทีมงานกำลังง่วนอยู่กับค้าขายเมิร์ชของสลิล
คล้ายกับว่าคนที่เข้าไปกับคนที่ออกมาเป็นคนละคนกัน หลังได้ซึมซับเสียงดนตรีของสลิลไปเต็มอิ่ม สะใจ มันส์หยด ม่วน ลุ่มหลง มัวเมา พลางฮัมท่วงทำนองนี้ไปตลอดทาง “เฮ่ เฮ เฮ้ เฮ มา-ชา-โย”
เราอยากจบบทความนี้ด้วยการบอกว่า Salin หรือ สลิล ชีวพันธุศรี เป็นอีกหนึ่งศิลปินชาวไทยที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ และขอเชิญชวนผู้อ่านไปท่องโลกของสลิลผ่านเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็น Cosmic Island อัลบัมแรกที่ได้รับคำชมล้นหลาม บอกเล่าถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ หรืออัลบัมล่าสุด Rammana ที่เล่าถึงตัวตนและจิตวิญญาณ





