x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

วิ่งเพื่อลืมความเศร้าและเอาชนะตัวเอง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2017 ตอนนั้นเราอายุ 41 ปี แยกทางกับภรรยาที่คบกันมายาวนานถึง 21 ปี ตอนนั้นเครียดมาก คิดแต่ว่าทำไมเราต้องเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ด้วย เราย้ายกลับมาอยู่บ้านแม่ เริ่มเป็นโรคซึมเศร้า อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตลอดเวลา เพื่อนๆ พาออกไปนั่งสังสรรค์ กินเบียร์ ฟังเพลงบ้าง แต่พอกลับมาบ้านก็เหงา ลองทำอะไรก็เศร้าเหมือนเดิม คิดแต่เรื่องเก่าๆ ภาพเก่าๆ นอนไม่ค่อยหลับ แต่ละวันได้นอนประมาณ 3-4 ชั่วโมงจนน้ำหนักเริ่มลด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยออกกำลังกายเลย หนำซ้ำยังสูบบุหรี่วันละซองมาตั้งแต่อายุ 17 ปีจนปัจจุบัน รวมเป็นเวลา 25 ปีแล้ว

คืนหนึ่ง เราเห็นเพื่อนสมัยเรียนเช็กอินในเฟซบุ๊กว่าไปออกกำลังกายที่สนามศุภชลาศัย เราเลยนัดเพื่อนคนนั้นไปวิ่งที่สวนลุมพินีบ้าง

วันแรกผ่านไปด้วยดี วิ่งเหยาะๆ 5 กิโลเมตร วันต่อๆ มาก็ออกมาวิ่งแถวบ้านคนเดียว 3 กิโลเมตรบ้าง จากนั้นจึงสมัครวิ่งมินิมาราธอน (10 กิโลเมตร) เป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง งานครั้งนั้นจัดที่สวนลุมพินี เป็นครั้งแรกที่เราวิ่ง 10 กิโลเมตรสำเร็จ กลับมาบ้านแล้วเดินแทบไม่ไหว ทะเลาะกับบันไดเป็นอาทิตย์ แต่ก็รู้สึกดีมาก เริ่มติดใจการวิ่ง ได้รูปวิ่งสวยๆ ด้วย เลยตัดสินใจลงงานวิ่งมินิมาราธอนมาเรื่อยๆ เดือนละ 1-2 งาน

ต่อมา เราเริ่มศึกษาเทคนิคการวิ่งและซ้อมอย่างมีแบบแผนมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร ครั้งนั้นเราวิ่งจบโดยไม่เจ็บ แต่แอบเดินตอนกิโลเมตรที่ 20 เพราะหมดแรงจริงๆ

กลับมาจากวิ่งครั้งนั้น เราเริ่มคิดว่าแค่ 21 กิโลเมตรยังแรงหมดขนาดนี้ ถ้าไปวิ่งฟูลมาราธอน 42 กิโลเมตรจะไหวเหรอ หลังจากนั้นจึงเริ่มซ้อมเข้มข้นขึ้นอีก ซ้อมวิ่งเฉลี่ย 5 วันต่อสัปดาห์ เรามีความสุขกับการวิ่งมาก ใช้คำว่าเสพติดการวิ่งได้เลย ตอนนั้นเราไม่มีอาการซึมเศร้าอีกแล้ว รู้สึกมีสมาธิมากขึ้น วันที่ได้วิ่งจะนอนหลับสบาย หัวถึงหมอนแล้วหลับเลย รวมถึงเรื่องอาหารการกินด้วย เมื่อวิ่งเยอะ เราจะยิ่งกินเยอะ วิ่งเสร็จยิ่งรู้สึกมีความสุขกับการกิน เราเริ่มวางแผนโภชนาการตั้งแต่เช้า เพราะถ้าวางแผนกินไม่ดีจะทำให้ไม่มีแรงเพียงพอ

แม้จะซ้อมวิ่งเข้มข้นขึ้นแล้ว แต่ความเร็วและความอึดยังไม่ค่อยพัฒนา ยังรู้สึกเหนื่อยง่ายไป เราจึงตัดสินใจเลิกบุหรี่แบบหักดิบเพราะหวังว่าจะสุขภาพดีขึ้น วิ่งทนขึ้น และเราเอาชนะใจตัวเองได้ในที่สุด หลังจากเลิกสูบบุหรี่ไม่ถึงเดือน เราวิ่งเร็วและอึดขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย ถามตัวเองเลยว่าเราสูบมาทำไมตั้ง 25 ปี้

เรายิ่งมั่นใจว่าเราสามารถพัฒนาการวิ่งของตัวเองได้อีก ปลายปีนี้จึงลงฟูลมาราธอนไว้ เราจะจบมาราธอนภายในปีนี้ให้ได้

การวิ่งทำให้เรารู้สึกแข็งแรงทั้งกายและใจกว่าแต่ก่อนมาก ไม่คิดเลยว่าเราจะวิ่งได้ไกลและรักการวิ่งมากขนาดนี้ เราไม่มีพื้นฐานของนักกีฬาเลยด้วยซ้ำ มีแค่ใจล้วนๆ อยากจะบอกทุกคนว่า ออกมาวิ่งกันเถอะ แล้วคุณจะได้เสพ เอ๊ย ได้พบกับความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้

Related Posts