“ผมอยากเป็นผู้ใหญ่ขึ้น”
ถ้าผู้พูดยังเป็นวัยรุ่นวัยทดลองแล้วเริ่มมองภาพตัวเองในเวอร์ชันที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น เราคงไม่แปลกใจอะไร เพราะใช่หรือไม่ว่าความเป็นผู้ใหญ่มักผูกพ่วงมากับความรับผิดชอบในหลายๆ ด้าน ทั้งภาระงาน เงิน ความสัมพันธ์ ฯลฯ
เผอิญว่าในความเป็นจริงนั้น ผู้พูดอายุ 34 ปี แต่งงานแล้ว มีลูก 2 และเป็นเจ้าของเพลงหลายร้อยล้านวิว
หลายคนอาจมีภาพ กวินท์ ดูวาล หรือ GAVIN:D เป็นคนสนุกสนาน เฮฮา ร้องเพลง และสร้างรอยยิ้มผ่านคลิปตลกๆ ที่ถ่ายกับ ปุ้ย-พรรณทิพา อรุณวัฒนชัย (ภรรยา) และลูกๆ ซึ่งตัวจริงเขาก็เป็นแบบที่ว่ามา แต่จากบทสนทนาเพียงไม่กี่ชั่วโมงระหว่างเราทำให้ภาพในมุมอื่นๆ ของกวินท์หันมาให้เห็นชัดเจนขึ้น
ทั้งมุมเข้มแข็งและอ่อนแอ เป็นภาพธรรมดาๆ ที่คนคนหนึ่งพึงจะมี
จากคนที่เคยแสบซ่าแก่นเซี้ยวร้องเพลงฮิปฮอปสมัยอยู่ 3.2.1 และ Already Deadd วันนี้เขากลายเป็นศิลปินที่เขียนเพลงเศร้าเอาอกเอาใจตบบ่าตบไหล่ชายรักช้ำ
จากคนที่เคยโกรธพ่อแม่ที่ตัดเงินเดือนตอนวัยรุ่น วันนี้เขาย้อนขอบคุณเหตุการณ์ในวันนั้นที่ทำให้ต่อสู้ดิ้นรนและกลายเป็นผู้ใหญ่
จากเด็กที่ถูกสอนให้อยู่ในกรอบจนขาดความมั่นใจในตัวเอง ยิ่งตอนหมดสัญญากับ 3.2.1 ยิ่งขาดความมั่นใจหนัก มาถึงวันนี้ วันที่เขาสนุกกับการทำเพลงในแบบที่อยากทำ ซึ่งเขาบอกว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ คิดได้แบบนี้ไม่ง่าย
ล่าสุดเขาปล่อยอัลบัมใหม่ชื่อว่า ROOM101 ที่ขนศิลปินคุ้นหน้าคุ้นตามาร่วมเขียนเนื้อและฟีตกันอย่างคับคั่ง ถึงอย่างนั้น ทุกเพลงในอัลบัมสะท้อนตัวตนของเขาได้หมดจด
เราจึงถือโอกาสนี้นัดพบกับเขา เพื่อพูดคุยเรื่องผลงานใหม่ รวมถึงชีวิต ทั้งที่ผ่านมาและกำลังมุ่งไป
คล้ายเป็นการจุดพลุออกสตาร์ต ฉับพลันที่เขาเปรยออกมาว่า “ผมพูดได้ทุกเรื่อง”
ชีวิตช่วงนี้เหนื่อย แต่มีความสุข D
ช่วงนี้เห็นคุณทำหลายอย่างเหมือนกันนะ เล่าให้ฟังหน่อยว่าทำอะไรอยู่บ้าง
ตอนนี้ผมทำงาน เลี้ยงลูก แล้วก็ดูแลจิตใจภรรยาหลังจากคลอดลูกคนที่ 2 เดี๋ยวนี้ผมอ่อนไหวเรื่องครอบครัวมาก ถ้าใครพูดถึงอะไรเกี่ยวกับครอบครัว หรือคลิปใน IG ที่เกี่ยวกับลูก ดูๆ ไปผมจะน้ำตาซึม (หัวเราะ) และมีความรู้สึกว่าปีนี้ผมต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น วันไหนไม่ได้ทำงาน ผมจะอยู่บ้านเลี้ยงลูก เหมือนไม่ได้พักนั่นแหละครับ ทุกอย่างมันเหนื่อยหมด ก็ทำไป แต่โดยรวมผมมีความสุขมาก
คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากเป็นดาราตลกมากกว่าศิลปิน ลึกๆ คิดว่าตัวเองเป็นคนตลกไหม
ตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนที่สามารถทำให้คนอื่นยิ้มได้ แม้ว่าผมเป็นคนพูดตรงมากๆ บางทีมุกภาษาอังกฤษคนไม่เข้าใจในภาษาไทย แต่ผมก็หาเหลี่ยมตลกๆ ของภาษาอังกฤษมาเล่น มาช็อตฟีลให้เข้ากับภาษาไทย กับคนไทยได้
คิดถึงขั้นอยากเป็นตลกอาชีพไหม
ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนตลกและทำตัวตลกได้ แต่ตลกที่ผมหมายถึง อาจไม่ถึงขั้นพี่บอลพี่แจ๊ส แบบนั้นผมทำไม่ได้ อาจจะแค่ตลกบางครั้งบางคราวเป็นคอนเทนต์ให้คนขำ แต่ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แค่อยากสร้างรอยยิ้มให้คนอื่น

แล้วเมื่อไรที่รู้ตัวว่าอยากเป็นศิลปินแน่ๆ แล้ว
ความเป็นศิลปินมันอยู่ในสายเลือดมาตลอด ผมฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ชอบเปิด Elvis, The Eagles, The Manhattan Transfer ผมไม่สามารถเลือกเพลงในรถได้ เขาฟังอะไรผมก็ต้องฟัง ผมชอบนั่งฟังอัลบัม Elvis อยู่ในห้อง ใช้แผ่นซีดีเปิด มันจะเป็นเครื่องเล็กๆ แล้วก็มีลำโพง เปิดฟังอยู่ตลอดเวลา
อีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ผมโดนบังคับให้เล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเปียโน กลอง แต่หลักๆ คือเปียโน ผมไม่แน่ใจว่าตอนนั้นอยากเป็นศิลปินหรือยัง เพียงแต่สิ่งที่ถูกบังคับให้ทำมันหล่อหลอมให้ผมเป็นศิลปิน มันมาชัดๆ ตอนผมเข้า Kamikaze เป็น 3.2.1 พอได้สัมผัสการทำงานผมรู้เลยว่านี่คือสิ่งที่เราชอบ รักมากที่สุด ยังไม่ได้มองว่าเป็นงาน แค่รู้ว่าเป็นสิ่งที่เรารักและอยากทำ
เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มมองว่าศิลปินก็คืออาชีพหนึ่ง สร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้
ผมเพิ่งคิดถึงเรื่องนี้ตอนหมดสัญญาจาก 3.2.1 หลังจากนั้นผมไปเป็นทหาร พอออกมาผมบอกกับตัวเองว่าครั้งนี้มึงต้องตั้งใจทำให้ได้ ต้องหาแนวทางที่ตัวเองชอบ ต้องทดลอง ผิดพลาด จะผิดหวังแค่ไหนก็ต้องทำ ตอนนั้นผมหันไปถามปุ้ย (ภรรยา) เธอว่าเราทำได้ไหม เขาบอก ทำได้ และผมก็คิดอยู่ในใจว่า อืม กูทำได้
ทำไมถึงอยากให้คนข้างๆ ย้ำอีกครั้ง ไม่มั่นใจในตัวเองเหรอ
มันน่าจะเป็นผลการสอนของผู้ใหญ่ยุคนั้น ผมเป็นเด็กที่ขาดความมั่นใจมากๆ ถูกวางอยู่ในกรอบตลอดเวลา ผมเพิ่งมารู้เรื่องนี้ตอนเป็นพ่อแล้วนี่เองครับ การตีกรอบคือไม่ปล่อยให้เด็กเติบโตด้วยความคิดของตัวเอง มันทำให้เราไม่มั่นใจในสิ่งที่ทำอยู่ ผมเข้าไปเป็น 3.2.1 หมดสัญญาออกมาไม่มีงานทำ ไม่มั่นใจเลย
หมดสัญญา 3.2.1
ต่อไปเอาไง D ควรทำเพลงแนวไหน D

หมดทหาร เพลงแรกที่คุณทำคือ
น่าจะเป็นเพลงที่ผมไปร้องกับค่ายอินดี้ ผมโกนหัวแล้วก็ใส่ตุ้มหูใหญ่ๆ จำชื่อไม่ได้ อยากเซิร์ชเลย ขอพักแปปหนึ่งได้ไหม โทรศัพท์อยู่ไหนอะ เดี๋ยวคาใจ (หัวเราะ) ไม่รู้เขาลบไปยัง เขาน่าจะไม่ลบนะ เจอละ เธอยังรอเขา 3 ล้านวิว 9 ปีที่แล้ว (เปิดเพลงตรงนั้น) ถ้าใครยังไม่เคยฟังลองฟังดูนะครับ นี่น่าจะเป็นเพลงแรกที่ออกมาจาก Kamikaze
จากนั้นก็ปล่อย ตรงนี้ เพลงนี้เป็นฮิปฮอปผสมป็อป ตอนนี้น่าจะประมาณ 5 – 6 ล้านวิว แล้วก็เพลงได้บ่ ตอนนี้น่าจะ 10 กว่าล้านวิว 2 เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงแรกๆ ที่ติด มีคนฟัง มันทำให้เขาเห็นว่าเรากลับมาทำเพลงแล้วนะ และผมก็เข้าไปอยู่ในแก๊ง Already Deadd
ยอดวิวขนาดนั้นก็ถือว่าเยอะประมาณหนึ่งเลยนะ โดยส่วนตัวถือว่าประสบความสำเร็จไหม
ไม่ครับ ผมถือว่านั่นคือก้าวแรก เพิ่งเห็นแสง คนเริ่มเห็นสิ่งที่เราทำ ตอนนั้นผมเริ่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะสนใจเพลงที่ผมทำไหม ผมทำเพลงเพื่อตัวเอง ทำให้คนอื่นเห็นตัวตนของเราผ่านเพลง
ยิ่งตอนนี้ผมอายุ 34 แล้ว ผมยิ่งรู้สึกกับเรื่องนี้มากขึ้น แค่ทำในสิ่งที่ชอบไป ประสบความสำเร็จคือกำไร แต่ถ้าไม่ มันก็โชว์ศักยภาพหรือสกิลของเราที่เราทำเพลงออกมาให้คนได้ฟัง แต่ถ้าถามว่าเพลงไหนเป็นเพลงที่ดังเป็นวงกว้างน่าจะเป็นเกาะสวาทหาดสวรรค์ เพลงนี้ยอดวิว 100 กว่าล้าน
เกาะสวาทหาดสวรรค์ทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไหม
ไม่เปลี่ยนนะ เผลอๆ ยังมีคนไม่รู้ว่าผมร้องเพลงนี้ คนคิดว่า D Gerrard ร้อง ผมไม่ติดอะไรนะ ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยผมมีเพลงที่ทำให้คนฟังถึง 100 ล้านวิวได้แล้ว เพลงที่เราลงทุน ลงแรง ลงเหงื่อ และโปรดิวเซอร์คู่ใจของผมคือ นีโน่ เขาเป็นคนทำบีตดนตรีเพลงนี้ ผมขึ้นทำนอง มีเขียนเนื้อไว้นิดหน่อย แล้วก็ชวน D Gerrard มาฟีต น่าจะเป็นเพลงแรกที่เด็กๆ ก็ร้องกันได้ แต่ถามว่าคนรู้จักเพลงนี้จากผมไหม ผมว่าไม่นะ
ถ้างั้นเพลงไหนที่คนรู้แน่แล้วว่าคุณเป็นคนร้อง
น่าจะเป็นเพลง A Rocket to the Moon กับ รักได้ป่าว 2 เพลงนี้คนน่าจะรู้แล้วว่า GAVIN:D เป็นคนร้อง เป็น 2 ผลงานที่ผมภูมิใจมาก แต่เอาจริงๆ นะครับ เพลง A Rocket to the Moon เผลอๆ คนก็ยังไม่รู้ว่าผมเป็นคนเขียนและร้องเพลงนี้ คนคิดว่าศิลปินเมืองนอกเป็นคนเขียน หรืออาจจะฟังแล้วไม่รู้เลยว่าผมเป็นคนร้อง ถ้ามองให้กว้างขึ้น คนได้เห็นศักยภาพของผมเยอะขึ้น
ไทม์ไลน์ที่เราพูดถึงคือคุณเป็นศิลปินอิสระเต็มตัวแล้วใช่ไหม
ผมเป็นศิลปินอิสระมาตั้งแต่ Already Deadd แล้วครับ
การเป็นศิลปินอิสระมีข้อดีข้อเสียยังไง
ผมว่ามันมีข้อเสียเยอะกว่าข้อดี มันต้องดิ้นรนมาก อย่างแรกคือต้องหาตัวตนของตัวเองให้เจอ สองบริหารจัดการค่ายของเราเอง อย่าเรียกว่าค่ายเลย เรียกว่าบริษัทดีกว่า และต้องหาทีมงานคุณภาพมาช่วยดูแลภาพลักษณ์ของเรา คอยบอกเส้นทางว่าถ้าคุณทำเพลงแบบนี้มันจะออกมาเป็นแบบนี้
วิธีคิดแบบนี้ ผมได้มาตอนที่อยู่ Kamikaze แต่ช่วงแรกๆ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าตัดสินใจเป็นศิลปินอิสระด้วยเหตุผลอะไร อาจเพราะเห็น TJ (จิรายุทธ ผโลประการ) ด้วย มันทำให้ผมเห็นว่าเราสามารถทำเองได้นี่หว่า เป็นได้นี่หว่า ศิลปินอิสระ
คงต้องมีข้อดีบ้าง
แชมป์ MAIYARAP ล่าสุดก็เพิ่งออกจากค่ายมาประมาณปีหนึ่ง เขามาถามผมว่าทำยังไงดีครับพี่ เริ่มยังไงดี ผมก็บอกเขาหมด เชียร์ให้ทำเต็มที่ ถ้าพูดถึงข้อดี เม็ดเงินมันดีกว่าตอนเรามีค่าย ตอนอยู่ค่ายเหมือนยืมเงินเขามาทำ แต่ถ้าทำเอง ลิขสิทธิ์เพลงเป็นของเรา แล้วการมีลิขสิทธิ์เพลงของตัวเองมันดีมาก
ต้องตามรอยพี่เสก โลโซ (หัวเราะ) ถ้าอยากได้เม็ดเงินจากเพลงเรานะ การเป็นศิลปินในประเทศนี้มันไม่รวยเลยครับ ทำเพลงฮิตแค่ไหนถ้าเราไม่สามารถที่จะควบคุมหรือใช้เงินเป็น ผมบอกเลยมันไม่รวย เงินมา บริหารไม่เป็น สุดท้ายก็หายหมด

สนใจว่าศิลปินอย่างคุณมีรายได้จากไหนบ้าง
หลักๆ มาจากลิขสิทธิ์เพลงและโชว์ หลายๆ เพลงของผมมีคนเขียนร่วม ผมก็จะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ แต่บางคนก็ไม่เอา คือมันมี 2 แบบ มาสเตอร์เพลงไหนเป็นของเรา ลิขสิทธิ์จะเป็นของเรา เพราะเราลงทุนเองทั้งหมด เราจะได้ในส่วนนี้ กับอีกแบบคือ ไปร่วมเขียน ยกตัวอย่างเช่นเพลงด้วยรักและ F*CK YOU (FU) ของ HYE เพลงนี้ผมเขียนแรป ผมได้เงินมาก้อนหนึ่ง แต่ลิขสิทธิ์เป็นของ Grammy
ส่วนรายได้อื่นๆ ของผมก็มาจากหลายทาง มีทั้งธุรกิจส่วนตัว ลิขสิขธิ์เพลง โชว์ งานอินฟลูฯ งานคอนเทนต์ จริงๆ ผมมีกองทุนแล้วก็เล่นหุ้นด้วย เพื่อเก็บเงินในระยะยาว ส่วนรายจ่ายนี่เยอะมากครับ (หัวเราะ) ทั้งค่าเทอมลูก บ้านหลังใหม่ สามีอย่างผมจะจ่ายค่าเบ็ดเตล็ดต่อเดือน ก้อนใหญ่ภรรยาผมเป็นคนรับผิดชอบ
ทุกวันนี้คุณแบ่งเวลาทำงานกับให้ครอบครัวยังไง
ผมพยายามบาลันซ์ ด้านหนึ่งผมจะให้ครอบครัวเต็มที่ แต่พาร์ตศิลปิน ปีนี้ผมก็มา 100% เหมือนกัน ถือว่าราบรื่นดีนะครับ มันเหนื่อยแน่อยู่แล้ว กิจวัตรผมทุกวันนี้ คือร้องเพลงกลางคืน กลับมาตอนเช้าไปส่งลูก ถ่ายงาน ชีวิตผมมีแค่นี้ เอาให้มันเหนื่อยแหลกไปเลย ยังไม่ตายอะ
คือกำหนดสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันชัดเจน
ผมถือว่า schedule ตอนนี้ค่อนข้างโอเค ผู้จัดการและ PR จะชอบถามผมว่าอยากออกรายการไหน ผมบอกว่าพวกคุณเลือกเลย ชอบรายการไหน อันไหนดีต่อผม ผมจะทำ คุณวางตารางมาให้ผม แล้วเดี๋ยวผมจัดการเองว่าวันนั้นใครไปรับลูก ต้องทำอะไรบ้าง เข้านอนกี่โมง แวะไปตัดผมตอนไหนได้บ้าง ทุกอย่างจะถูกวางเป็นตาราง
วันว่างๆ คุณทำอะไร
ผมจะไปออกกำลังกาย เล่นเวตตอนกลางคืนช่วงที่ลูกหลับไปแล้ว กลางวันเลี้ยงลูก เพราะเมียผมค่อนข้างเหนื่อยมากๆ เขาต้องเลี้ยงลูกเป็นหลัก
มันมีใช่ไหมเวลาว่างๆ ที่นั่งเขียนเพลงร้องเพลง
ผมจะวางตารางเอาไว้ เดือนนี้ๆ ต้องทำกี่เพลง ผมทำแบบนี้เพราะเคยทำทีละเพลงไปเรื่อยๆ มันก็กินเงินไปเรื่อยๆ แล้วก็ไม่ได้ปล่อยออกมาสักที พอเราไม่ได้ปล่อยออกมา เงินมันไปจมอยู่กับเพลง
พอคิดได้แบบนั้น หลังจากนี้ สมมติเรากำลังจะทำเพลงๆ หนึ่ง ดูก่อนว่าเราอินกับอะไรในตอนนั้น มูดและคอนเซปต์เป็นยังไง เขียนชื่อ Title ให้งานชิ้นนั้นแล้วค่อยเขียนออกมา แล้วผมก็ปรึกษากับ Dream Team ไม่ว่าจะแชมป์หรือตูน Three Man Down หรือเพียว คณิน
ผมก็จะบอกเขาแนวเพลงประมาณนี้ ความคิดประมาณนี้ คอนเซปต์ประมาณนี้ สามารถทำได้ไหม ก็จะมีการคุยกันแลกเปลี่ยน ทำเสร็จแล้วก็ปล่อยเลย ตอนนี้จะเป็นแบบนั้น แต่ก็มีเพลงที่เคยทำไว้ก็เอาไปใส่ในอัลบัม จริงๆ ผมมีอีก 2 เพลงที่ผมทำไว้นานแล้ว ยังถูกเก็บไว้อยู่
ยิน D ต้อนรับเข้าสู่ห้องหมายเลข 101

มาพูดถึง ROOM101 อัลบัมนี้ใช้เวลาทำนานแค่ไหน
ครึ่งอัลบัมหลังใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่ถ้าเป็นครึ่งแรกที่อู๊ดแต่ง เช่น รักทักมา หมดหนทาง Trust Me เพลงที่มันเป็นแนว R&B ฮิปฮอป และก็แนว Afrobeats พวกนี้ทำไว้นานแล้วครับ 3 ปีได้แล้ว ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี เพลงใหม่ๆ ของผมมันไม่ใช่แนวนั้นแล้ว
เรามาแนวป็อปบัลลาด ป็อปร็อกแล้วอะ อยู่ๆ จะปล่อยเพลง แอบมองเธอมาตั้งนาน (ฮัมเพลงหมดหนทาง) มันไม่ได้อะ แต่ถ้าเอามาใส่ในอัลบัม ผมว่ามันไปด้วยกันได้ เพราะมันเป็นช่วงวัยรุ่นของเรา และมีช่วงอายุที่เราโตแล้ว คือเพลงมันสามารถทำให้คนเห็นเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาของเราได้
ในห้องนี้จะมีตั้งแต่อกหัก มีความสุข เศร้า มีความมัน ความเกลียด อะไรอย่างนี้ รวมกันอยู่ในห้องนี้ ห้องนี้มันคือเซฟโซนของผม แต่ผมเลือกจบด้วยความแฮปปี้ พวกเราตั้งใจทำอัลบัมนี้กันมากๆ ผมตั้งชื่ออัลบัมก่อนแต่งเพลงอีก ROOM101 ตีกลมๆ ใช้เวลาทำประมาณ 3 – 4 ปี
เท่าที่ดู มีแค่ 1 เพลงที่คุณเขียนเนื้อ เพลงอื่นๆ คนอื่นเขียน เป็นความตั้งใจใช่ไหม
ผมไม่ได้เขียนเพลงมา 5 ปีได้แล้ว แต่พอ ROOM101 เป็นเพลงเปิดอัลบัม ผมจำเป็นต้องเป็นคนเขียนเนื้อเอง เพราะมันจะเล่าเกี่ยวกับอัลบัมนี้ คาแรกเตอร์ของผม การเติบโตจากห้องๆ หนึ่ง เพื่อที่จะไปสู่โลกที่มันใหญ่ขึ้น เพลงนี้ก็จะมีภาษาอังกฤษเยอะหน่อย
เขียนเสร็จแล้วผมก็ส่งไปให้แชมป์ดู บอกมันว่าช่วยแก้ฮุคให้มีภาษาไทยเยอะขึ้นกว่านี้ได้ไหม แชมป์บอกว่า ไม่พี่ ที่พี่ทำมาดีแล้ว ผมสามารถปล่อยเพลงภาษาอังกฤษในปีนี้ได้ไหม คงได้ แต่ผมกลัวคนจะงง
ผมไม่ใช่คนที่เขียนเพลงแล้วรอของ เพราะเดี๋ยวมันจะมาก็มา ไม่มาก็ไม่มา ส่วนมากผมจะจด แล้วแต่ช่วงระยะเวลาของชีวิตที่มีเรื่องราวเกิดขึ้น ผมก็จะหยิบมาใช้ ยกตัวอย่างเช่น เพลงผูกพันต้องลา ตอนแรกเป็นเพลงที่คู่รักลากัน เดินไปคนละทาง คือลาอย่างเดียว
แต่ผมถามตูนว่าแล้วความผูกพันล่ะ มันควรต้องมีไหม ตูนบอกมีก็ได้พี่ งั้นเป็นผูกพันต้องลาแล้วกัน ก็เลยได้เพลงนี้มา ช่วงนั้นผมทะเลาะกับภรรยาบ่อย หยิบมาสักมุมที่คนน่าจะเข้าใจง่าย เพราะเราเป็นคนผูกพัน แต่ผู้หญิงชอบบอกเลิกอะเข้าใจไหม (หัวเราะ)

มีเพลงไหนไหมที่ไม่ได้มีอะไรโยงกับเรื่องราวส่วนตัวของคุณเลย
น่าจะเป็น อย่ามากกว่าฉันก็พอ มันเป็นเพลงประชดประชัน ปกติแล้วเนื้อเพลงของ GAVIN:D จะซื่อตรงและจริงใจ ย่อยง่าย เข้าใจคนอกหัก แต่กับเพลงนี้ มันเป็นเพลงแรกที่ผมรู้สึกว่าไม่ได้เป็นตัวเองขนาดนั้น อารมณ์ประมาณว่า เธอคบกันฉันแล้ว ไม่มีใครในโลกดีไปกว่าฉันหรอก คือมันไม่ใช่อินเนอร์ผมเลย (หัวเราะ)
เราชอบเพลง เลิกเป็นเพื่อนกัน ที่สุด มีเบื้องหลังอะไรสนุกๆ น่าเล่าไหม
เพลงนี้ The Toys เป็นคนเขียน ตอนแรกเพลงนี้ชื่อว่า Happy Anniversary ผมรู้สึกว่ามันเข้าใจยาก ทอยส์เขียนเพลงนี้ออกมาเป็นเพลงป็อปกามิที่สุดในอัลบัม คอนเซปต์อันแรกที่ทอยส์เขียนมาคือ So Cool คือเท่เกินที่จะมีความรัก ผมรู้สึกว่ามันยังไม่เข้า ก็เลยบอกทอยส์ว่า Happy Birthday แล้วเมื่อไหร่จะ Happy Anniversary ล่ะ ทอยส์เอาตรงนี้ไปเขียน พอมาอีกรอบคือใช่เลย ตรงตัวตามฮุคเลย
ถามคุณบ้างดีกว่า อัลบัมนี้คุณชอบเพลงไหนที่สุด
เพลงโปรดของผมในอัลบัมนี้คือ นิรันดร์ ลูกชายผมก็ชอบเพลงนี้ นิรันดร์เป็นเพลงรักที่สมหวัง เพลงเดียวในอัลบัมนี้เลย ที่มาของเพลงนี้ตลกมาก ผมนอนแล้วฝันถึง คือฝันเป็นทำนองอะครับ ตื่นมาตอนตี 3 ก็เลยอัดส่งไปให้ตูน (Three Man Down)
อยากรู้ว่าตอนกำลังทำเพลงอยู่ มีเซนส์ไหมว่าเพลงนี้มาแน่ ฮิตแน่
มีครับ ผมจะพูดว่ากลิ่นเพลงนี้แรงมาก ไม่ได้พูดว่าเพลงนี้จะดังหรือเปล่า ถ้าพูดว่าเพลงนี้ดัง กลัวมันโมฆะ ซึ่งโดนมาหลายรอบแล้ว (หัวเราะ) มีเพลงหนึ่งชื่อว่า คิดถึงไม่ไหว ที่ผมปล่อยก่อนหน้านั้น ผมคิดว่าเพลงนี้มาแน่ๆ แล้วผมบอกบอกทีมงานเลยว่าถ้าเพลงนี้ไม่มานะ ขอให้เตะหน้าผมเลย แม่งไม่มา (หัวเราะ) หลังจากนั้นตัดสินใจว่าจะไม่พูดคำนี้อีกเลย
ที่ว่ากลิ่นเพลงนี้แรง เอาเข้าจริงมันมีสังเกตคร่าวๆ ไหม
เพลงมันจะแข็งแรง ยกตัวอย่างเช่น ได้แค่เดินมาส่ง เพลงนี้แข็งแรงตั้งแต่คอนเซปต์ พี่บอย (โกสิยพงษ์) เคยพูดว่าเวลาแต่งเพลง เราต้องเห็นภาพ กับเพลงนี้ผมเห็นภาพ ผมได้แค่เดินมาส่งที่ 7-11 ตอนกลางคืน และมันจบแค่นั้น ได้แค่นั้น หรืออาจจะแค่ได้มารับที่ห้อง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตผม ROOM101 คือห้องที่ผมเคยอยู่
ผมคิดว่าพอได้ฟังเพลงนี้ คนอื่นๆ ก็จะเห็นภาพของตัวเองซ้อนทับกัน คอมเมนต์ใต้เพลงผมจะมีคนเข้ามาแชร์เรื่องราวของตัวเองเยอะมาก ขอบคุณนะจี๊ดที่เคยให้เรามาส่ง (หัวเราะ) แล้วผมก็จะเข้าไปพิมพ์ว่าเป็นกำลังใจให้นะครับ

การทำงานร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ เป็นยังไงบ้าง สนุกสนาน ท้าทาย หรืออะไร
สนุกนะ แต่หลังๆ ผมระมัดระวังคำพูดตัวเองมากขึ้น คิดเยอะขึ้นว่าจะทำงานกับใคร ผมเลือกจากคนที่ผมเชื่อใจแล้วก็ไม่มีกำแพงต่อกันในการทำงาน แต่ก่อนมันจะมีคำว่ายิ่งอายุเพิ่มขึ้น เพื่อนเรายิ่งน้อยลง วันนี้ผมอายุเพิ่มขึ้น แต่ผมว่าเราจะเห็นเพื่อนที่แท้จริงมากขึ้นในเวลาเดียวกัน
เพื่อนที่ไม่ควรที่จะอยู่ในชีวิตก็ลากันไป ดังนั้นไม่ว่าจะศิลปินที่มาฟีต เขียนเนื้อ โปรดิวซ์ หรือทำนอง ส่วนใหญ่เป็นคนที่ผมสนิทใจจะทำงานด้วยกัน
สนิทใจที่จะทำงานด้วย ขยายความหน่อย
ผมไม่ค่อยเปิดใจเรื่องการไปชวนใครมาฟีต ถ้าไม่ใช่คนที่เคยทำงานด้วยกัน แต่อย่างแซม BLVCKHEART เราเพิ่งทำงานด้วยกันครั้งแรก พอได้ทำงานกับแซมในสตูดีโอ ผมรู้สึกว่าน้องมันก็เป็นแบบเรานี่หว่า หรือกระทั่งผมฮัมทำนองไปให้ แล้วแซมบอกพี่ร้องแบบนี้แทนไหม
จากตอนแรกที่ไม่ค่อยชวนคนไม่รู้จักมาฟีต กลายเป็นว่าเราแค่เปิดใจนิดหน่อย มันก็ยังมีคนที่เหมือนเรา จริงจังกับงาน ผมแฮปปี้กับการทำงานกับแซมมากๆ อันที่จริงผมฟังเพลงของแซมสม่ำเสมออยู่แล้ว พอเราได้สัมผัสการทำงานของเขา เราก็รู้สึกว่าน้องกำลังเดินไปในเส้นทางที่จะเป็นศิลปินที่ทุกคนจะรู้จัก ตอนนี้ก็พยายามที่จะขายทัวร์กับน้องอยู่ครับ
คุณเห็นความแตกต่างอะไรของเพลงในอัลบัมนี้บ้าง ระหว่างเพลงที่เขียนเนื้อเองกับให้คนอื่นเขียน
มันเห็นชัดเลยว่าทุกคนมีลายเซ็นของตัวเอง ROOM101 ชัดเลยว่าเป็นเด็กฝรั่งเขียนเพลงไทย ได้แค่เดินมาส่งจะมีกลอนและค่อนข้างซื่อตรง แม้แต่เพลงที่ทอยส์เขียนหรือตูนเขียนก็ตาม ฟังก็รู้เลย แต่เราจะทำยังไงให้ตัวตนของเราไปอยู่ในเพลงนั้น เราจะร้องยังไงให้คนอิน ซาบซึ้ง หรือรู้สึกว่าจริงๆ แล้ว เพลงนี้กวินท์เขียน แต่จริงๆ ไม่ได้เขียนมันต้องควบคุม ถ้าเราควบคุมได้มันจะมีเสน่ห์บางอย่างที่เวลาฟังแล้วจะรู้ทันทีว่านี่เพลงกวินท์
ที่ผ่านมาคุณได้ฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อเพลงเศร้า ภูมิใจไหมกับฉายานี้
ไม่ใช่แค่เจ้าพ่อ ผมคือฆาตกรเพลงเศร้าเลย (หัวเราะ) ผมงงเหมือนกัน พอปล่อยเพลงสมหวังในความรักมาคนก็ยังไปฟังเพลงเศร้า เพลงอกหัก แล้วมันกลายเป็นเพลงดังหมดเลย ไม่รู้จะทำไงดีเหมือนกัน อาจจะเป็นด้วยน้ำเสียงของผมที่ผมร้อง แล้วก็สีหน้าของผมที่มันดูเศร้า
คนชอบบอกว่าทำไมพี่หน้าตึงๆ เครียดๆ จริงๆ ผมไม่ได้เป็นอะไรเลย ผมแค่จริงจังกับชีวิตเฉยๆ (หัวเราะ) เราน่าจะเป็นคนสร้างกำแพง เคยเห็น Kanye West ทำหน้าของเขาไหม เขาดูเครียดเนอะ แต่เขาไม่ได้เครียดนะ นั่นคืออารมณ์ปกติของเขา แต่เขาพยายามป้องกันตัวเองจากบางสิ่งบางอย่าง ผมอาจจะเป็นแบบนั้น
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กไหม
เพิ่งมาเป็นตอนพ้น 30 มา คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าผมไม่ได้เฟรนด์ลี แต่แฟนคลับจะรู้ว่าผมเป็นคนที่เฟรนด์ลีมาก ในคอมเมนต์ต้องไปดูเวลาผมพูดคุยกับ FC ผมเป็นคนที่ช็อตฟีลได้เก่งมากๆ เลยนะ เขาก็จะบอกว่าในระหว่างที่พี่กอดเมียอยู่ที่บ้าน ผมร้องไห้ แล้วผมก็จะส่งอีโมติคอนหัวเราะไป (หัวเราะ) สนุกสนาน อยากให้เขามีความสุขไปด้วยในการฟังเพลงอกหัก
ตั้งแต่ทำงานมา ช่วงไหนที่คุณรู้สึกว่าตัวเองมีชื่อเสียงที่สุด
ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมชอบลืมว่าตัวเองเป็นศิลปิน อินฟลูฯ หรือดารา ไม่เคยคิดว่าตัวเองดังแค่ไหน คิดว่าเราจะทำผลงานอะไรให้คนยอมรับมากกว่า เราจะยังอยู่ในกระแสหรือเปล่า หรือว่าเราดังมากพอที่จะได้งานอันนี้หรือเปล่า มันไม่ได้คิดแบบนั้น คิดว่าทำยังไงให้คนเห็นความสามารถของเรา ไปสู้กันตรงนั้นดีกว่า
หนุ่มๆ นักเซนซิทิฟ ฟังไว้ให้ D มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจระบายออกไปบ้าง
FC คุณทุกวันนี้เป็นใคร เป็นหน้าใหม่ หรือติดตามกันมาตั้งแต่อยู่ Kamikaze
หลากหลาย ผมมีกลุ่มที่ติดตามครอบครัวของผมด้วย แล้วก็มีคนที่ติดตามเพลงของผมด้วย ส่วนมากจะเป็นผู้ชายหน้าเข้มๆ มีหนวดที่ติดตามฟังเพลงอกหักของผม กามิก็มีเหมือนกัน เมื่อก่อนแฟนคลับผมจะมีผู้หญิงซะเยอะ แต่พอปล่อยผูกพันต้องลา, คงดีถ้าเป็นเขา, เลิกไม่เป็น ช่วยโกหกว่ารัก จนถึงอัลบัมนี้ ผมมีแฟนคลับวัยรุ่นชายเยอะขึ้น ซึ่งยินดีมากๆ ผมชอบแฟนคลับผู้ชาย (หัวเราะ)
เพราะคิดว่าผู้ชายกันเข้าใจกันมากกว่าอะไรเชิงนั้นเหรอ
คือผมเป็นผู้ชาย แม้กระทั่งการเลี้ยงลูกของผมก็จะมีความแมนมากๆ บางทีภรรยาผมบอกต้องเบรก ไม่ว่าจะลูกชายหรือลูกสาว แต่ผมก็จะมีความ Respect ให้เขา หรือเวลาผมเรียกลูกว่า ไอ้ตี๋ มานี่ดิ ซึ่งหน้าเขาไม่ตี๋เลยครับ หน้าฝรั่ง (หัวเราะ) จริงๆ หน้าฝรั่งทั้งคู่เลย ไอ้หมวย ผมก็จะคุยเล่นในความเป็นผู้ชายของผม
ผมว่าคนที่มาฟังเพลงผม เขาไว้หนวด ดูเคร่งขึม แข็งแกร่ง แต่จริงๆ แล้วข้างในมีความเซนซิทิฟอยู่ ผู้ชายก็ร้องไห้ได้เปล่าวะ เพลงของผมก็จะเป็นตัวแทนของผู้ชายประมาณนี้ ผมอยากส่งกำลังใจให้คนแบบนี้
เพราะว่าจริงๆ ผู้ชายไม่ค่อยมีคนมาคุยในเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ พอไม่ได้ระบายมันก็จะเกิดความกดดัน พอกดดันมากๆ อาจพลั้งเผลอทำสิ่งไม่ดี เพราะฉะนั้นถ้าใครกำลังประสบกับปัญหาอยู่หรือกำลังอกหัก ก็พยายามหาคนคุย
อย่างผม ผมจะคุยกับภรรยาเพื่อดีท็อกซ์ความคิดบางอย่าง ผมเป็นคนไม่ชอบดีท็อกซ์นะ แต่เรารู้แล้วว่ามันทำได้ เพื่อที่จะแก้ไขบางสิ่งบางอย่างให้ปลดล็อกอะไรบางอย่างที่มันขุ่นเคือง ขอเป็นกำลังใจให้ฝ่ายชายทุกคนที่ กำลังเจอกับปัญหานี้อยู่แล้วไม่รู้จะคุยกับใคร หาคนคุยเว้ยมันมีทางออกเสมอ

เคยมีช่วงที่คุณไม่ยอมระบายให้ใครฟังไหม
มี สมัยก่อนผมจะเก็บ จะหมก ผมจะคิดว่าเราเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ เราต้องเก็บอยู่เสมอๆ โดยที่ไม่พึ่งพาใครในเรื่องจิตใจ ผมโดนเลี้ยงมาแบบฝรั่ง ก็จะมีความพึ่งพาตัวเองสูงมาก ทุกวันนี้ ผมรู้แล้วว่าสามารถคุยเรื่องละเอียดอ่อนกับคนที่เราไว้ใจได้ หรือออกกำลังกายก็ช่วยได้ครับ
ที่บอกว่าต้องพึ่งพาตัวเอง ถึงขั้นต้องออกไปหาเงินเองเลยหรือเปล่า
ใช่ พ่อผมตัดขาดเรื่องเงินตอนผมอายุ 20 ต้องหาเงินด้วยตัวเอง ผมยังจำภาพตอนร้องไห้ในห้องน้ำได้ นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ผมร้องไห้ในห้องน้ำ อ๋อไม่ มีอีก มีร้องไห้ในห้องน้ำอีก เป็นภาพที่ผมจำได้แม่นเลย เพราะเขาตัดเงินเดือน แต่เขามีที่อยู่ให้ มีห้องให้ มีรถให้ บ้านผมเป็นครอบครัว Middle Class ก็จะมีทุกอย่างที่เตรียมพร้อมให้เราไปใช้ชีวิตเป็นเป็นผู้ใหญ่ จริงๆ ก็ต้องขอบคุณพ่อแม่แหละที่เขาทำแบบนั้นในตอนนั้น
มันทำให้ผมแข็งแกร่ง ทุกวันนี้ผมพึ่งพาตัวเองได้ ใน 10 ปีที่ผ่านมาที่ผมต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง มันมีข้อเสียตามมาคือจะไม่ฟังพ่อแม่ ข้อดีคือเราจะพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ต้องมานั่งรอว่าใครจะมาช่วย
ช่วงแรกที่ถูกตัดเงินเดือนโกรธไหม
โกรธมาก โกรธสุดๆ โกรธแบบแค้นอะ สำหรับคนอื่นอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ได้ลำบากหรอก พ่อแม่ยังช่วยมึงอยู่เลย แต่ตอนนั้นผมไม่มีรายได้นะ สัญญาผมใกล้จะหมด (จาก Kamikaze) จริงๆ แล้วด้วยซ้ำ ผมไม่ได้มีเงินเดือนเหมือนคนอื่น เรียนมหาวิทยาลัยจบก็ไม่ได้ทำงานอะไร ไม่ได้อยากทำงานออฟฟิศ ผมไปสมัครมาแล้วนะ แต่ทำไม่ได้ ไม่อยากทำ มองไม่เห็นว่าจะประสบความสำเร็จได้ยังไง
เพื่อนยังพูดกับผมอยู่เลยว่า มึงจะทำงานประจำไปตลอดชีวิตเหรอวะ มึงจะหาเงินจากมันได้เหรอ ทุกวันนี้มันยังเป็นเพื่อนสนิทผมอยู่นะ มันออกจากงานประจำแล้ว ไปทำชาบู ไปทำธุรกิจเอง ไปทำอะไรที่ไม่ต้องมานั่งโต๊ะทั้งวันทั้งคืน เราทำงานแค่ 4 – 5 ชั่วโมงก็หาเงินได้แล้ว จริงๆ ถ้าผมไม่ได้เป็นศิลปินผมก็อาจจะขายของใน TikTok ก็ได้ แต่วันนั้นยังคิดไม่ได้ ผมรู้แค่ว่าผมต้องปลดล็อกชีวิตด้วยอะไรสักอย่าง ช่วงนั้นผมผลักดันตัวเองมากๆ อีกแรงผลักหนึ่งก็มาจากปุ้ยด้วย
วันนี้พอมีลูกแล้ว เคยคิดไว้ไหมว่าจะเลี้ยงเขาแบบไหน ประคบประหงมหรือปล่อย
อารมณ์เด็กเขาจะเปลี่ยนไปตลอด คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องปรับเปลี่ยนอยู่ทุกวัน ถามว่าเราจะมีกรอบให้เขาไหม อาจจะมี หลังๆ เริ่มมีมากขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นว่ามีกรอบเสียจนเขาจะรู้สึกไม่ดีกับเรา กรอบกับเรื่องพื้นฐาน เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายตัวเองก็ต้องทำ
และผมพูดอยู่กับภรรยาเสมอว่าช่วยสอนลูกในเรื่องเงินนะ ผู้ใหญ่สมัยก่อนเขาจะบอกว่าเงินไม่ได้เป็นสิ่งที่สร้างความสุขให้เรา ไม่ใช่หรอก เงินเป็นสิ่งที่เราสามารถใช้ได้เพื่อดำเนินชีวิต เพราะฉะนั้นสอนเขา เพราะว่าไม่งั้นจะเป็นแบบผม ที่ได้เงินมาง่ายและสามารถที่จะทำให้มันหายได้ง่ายเหมือนกัน เพราะเราไม่เคยมีเงินเยอะขนาดนั้นในบัญชี ตอนอยู่ 3.2.1 ผมใช้หมดเกลี้ยง ไม่มีใครสอนผม
กับลูก เราจะสอนเขาว่าเราทำงานได้เงิน ต้องรู้จักวิธีเก็บเงินด้วย เก็บไม่พอต้องรู้จักด้วยว่าจะลงทุนยังไง แบ่งกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แม้ว่าตอนนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจแต่ผมก็จะพูดกับเขา เขาถามว่า แดดดี้แล้วเวลาแดดดี้ทำงานเสร็จ แดดดี้เอาเงินไปทำอะไรบ้าง ดี้ก็บอกว่า แดดี้จะเก็บเงิน แล้ววางแผนเงิน ผมจะไม่ซื้อของสะเปะสะปะ เพราะช่วงนี้ลูกผมชอบซื้อของเล่น

ทุกวันนี้คุณเป็นคนใช้เงินเยอะไหม และใช้กับอะไร
หลังๆ ผมชอบเก็บเงินซื้อของใหญ่ ไม่ค่อยซื้ออะไรสะเปะสะปะ อย่างเช่นถ้าผมอยากได้ Porsche ผมก็จะเก็บเงินก้อน หรือถ้าผมอยากได้บ้านหลังใหม่ผมก็จะเก็บเงิน แต่ในชีวิตประจำวันหรือต่อเดือน ผมจะใช้เงินไม่เยอะ เสื้อผ้าผมก็เป็นเสื้อผ้าแนววินเทจ แต่เสื้อผ้าวินเทจมันเริ่มแพงละ
แต่อย่างตัวที่ผมใส่ (จับเสื้อ) อย่างนี้ตัวละ 200 ผมก็ใส่ได้ ไม่จำเป็นต้องแพง เมื่อก่อนผมใส่แบรนด์เนมเยอะมาก เงินในบัญชีหายไปเยอะ พอเราสร้างตัวตนขึ้นมาเราก็อยากแต่งตัวหรือสร้างสไตล์ที่ให้คนเห็นเรา ทุกวันนี้ผมกลับมาใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้น คือไม่ใช้จ่ายอะไรนอกเหนือจากที่เราควรจะใช้ หาของอร่อยกิน มากกว่าที่จะต้องมานั่งซื้อเสื้อผ้าทุกวัน
ผมเพิ่งมาใส่แบรนด์เนมตอนอยู่ฮิปฮอป ตอนอยู่แก๊ง Already Deadd ผมคิดว่าการใส่แบรนด์เนม มันอยู่ใน Culture ความเป็นฮิปฮอป มันจะต้องใส่เสื้อแบรนด์เนม เข็มขัดแบรนด์เนม รองเท้าแบรนด์เนม พอออกมาจากจุดนั้น เราก็ไม่ได้ใส่แบรนด์เนมทั้งตัว เหลือแค่ไม่กี่ชิ้น แว่นอันนี้ Cartier เสื้อตัวนี้ก็จะเป็นเสื้อวินเทจของ Harley ตัวนี้ H&M ราคาไม่แพงมาก
ส่วนกางเกงยีนส์ ผมชอบใส่ยีนส์มาก ผมมีแหล่งกางเกงยีนส์นะครับ ชื่อร้านว่า Denim_Bird ราคาไม่เกินพัน จะมีพวก Levi’s Edwin Carhartt มีหมดเลย ลองเซิร์ชใน IG ก็ได้ ผมไม่เคยไปร้านเลย สั่งออนไลน์ตลอด มันก็เป็นกางเกงที่ขายในห้างนั่นแหละ แต่ผมชอบเสื้อผ้าที่คนใส่มาแล้ว ชอบเสื้อผ้าที่สกปรก ไม่ชอบของใหม่
อกหักอยากฟังเพลงเศร้า
คิดถึงเขา GAVIN:D

คุณอยู่ในวงการนี้มาแล้วกี่ปี
โห รู้อายุเลยถ้าบอก (หัวเราะ) ตอนนี้ผม 34 ถ้านับตั้งแต่ออกเพลงแรกตอนนั้นผม 17 ก็ประมาณ 17 ปีแล้ว
นานเหมือนกันนะ ในฐานะศิลปิน จาก Day 1 คิดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เติบโตขึ้นแค่ไหน
ผมเปลี่ยนไปมาก Guitar Mag เพิ่งเขียนถึงผมว่าอัลบัมนี้ กวินท์ดูเป็นศิลปินใหม่ ในแต่ละช่วงชีวิต ผมว่าผมเป็นศิลปินใหม่ทุกครั้ง ตอนฮิปฮอปผมก็รู้สึกว่าผมเป็นศิลปินอีกคนหนึ่ง ตอนอยู่ 3.2.1 ผมก็เป็นศิลปินอีกคนหนึ่ง ในวันนี้ผมก็รู้สึกว่าผมก็เป็นศิลปินอีกคนหนึ่ง
แต่ถามว่ามันห่างหายความเป็นกวินท์ไหม ไม่นะ มันจะมีลายเซ็นของเราอยู่ในทุกๆ เพลง แฟนเพลงผมอาจพอรู้ อ๋อ กวินท์มันร้องอย่างนี้ มันเขียนเพลงแบบนี้ ระหว่างนั้น ผมจะถามตัวเองเสมอว่าอยากไปถึงจุดไหน ทำเพลงเพื่อความสุขหรือเพื่อเงิน หาคำตอบเพื่อให้ชัดเจนกับตัวเอง
ในช่วงแรกๆ ผมยังมองไม่เห็น คิดไม่ออกว่าทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร ผมว่าเราต้องถามตัวเองบ่อยๆ แล้ววางเป้าหมาย เพราะถ้าไม่ใช่จะได้ไปทำอย่างอื่น หรือบางทีพ่อแม่ผู้ปกครองส่งลูกไปทำในสิ่งที่เขาไม่ได้อยากทำ อยากให้เขาเป็นศิลปิน ดารา นักร้อง แต่ลูกไม่ได้อยากเป็น
ยุคนี้ผมว่าเราควรถามตัวเองให้มั่นใจว่าอยากทำจริงไหม ถ้าไม่อยากทำควรสู้ ควรบอก ยืนยันกับคนที่เขาบังคับให้เราทำว่าเราไม่ชอบ เรามีสิ่งที่อยากทำมากกว่า คนเราจะเติบโตได้ถ้าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่จะทำได้ดี ทำได้เก่งไหมนั่นอีกเรื่อง แต่พื้นฐานคือต้องถามตัวเองบ่อยๆ ไม่ว่าจะทำเพลงหรือทำอะไรก็ตาม คุณทำเพื่ออะไร ตอบให้ได้
หรือไม่ก็ไปตรวจ DNA ซะ เพราะว่าเราจะได้รู้ว่าเราชอบจริงหรือไม่ อันนี้เรื่องจริงนะ มันจะบอกเลย ผมตรวจ DNA ลูก ผลบอกว่าลูกชอบสัตว์ แล้วเขาก็พูดออกมาจากปากเลยว่าเขาอยากเป็นสัตวแพทย์ ซึ่งก็ดี แต่เขาก็ชอบดนตรีด้วย ชอบตีกลองด้วย
ถ้ามีคนบอกว่าอยากเป็นศิลปินให้ได้แบบกวินท์ คุณจะตอบว่า
อย่าเป็นแบบผมเลย (หัวเราะ) เหนื่อย แต่ขอให้ฟังเพลงอกหักของผมไปเรื่อยๆ นะครับวัยรุ่นมีหนวด ผมจะพยายามเอาใจคุณให้มากที่สุด แล้วก็ใครที่อยากได้กำลังใจตามคอนเสิร์ต ก็มาหาผมได้ ผมสามารถเป็นคนๆ นั้นที่กอดคุณได้โดยที่เราไม่รู้จักกัน
ในฐานะศิลปิน ตั้งเป้าหมายอะไรไว้อีก อยากไปถึงขั้นไหน
ผมอยากไปเมืองนอกด้วยเพลงไทย อยากมีชื่อที่เมืองนอกด้วย นี่คือที่คิดไว้ ผมมีเพลงที่แต่งไว้เยอะมาก ที่เป็นภาษาอังกฤษ แต่คิดจะปล่อย อยากเอาใจแฟนเพลงบ้านเราก่อน ทำให้เขาติดใจหลงใหลไปกับเพลงของเราให้ได้ ถ้าทำได้ก็จะทำไปเรื่อยๆ อยากให้เขามีความสุขกับเพลงอกหัก (หัวเราะ)
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะดังอีกแค่ไหน หรือวันหนึ่งจะเงียบหายไป ผมคงทำเพลงเศร้าไปเรื่อยๆ ประคองมันไป เลี้ยงมันไป
คือชัดเจนว่าจะทำเพลงเศร้า ไม่อยากทำเพลงรักให้มากกว่านี้ ถี่กว่านี้
ไม่ครับ (หัวเราะ) ชัดเจนไหม คนชอบพิมพ์มาว่าเมื่อไหร่กวินท์จะทำเพลงรัก ผมทำแล้วตั้งหลายเพลง ไม่ฟังกันเลย ชอบฟังแต่เพลงเศร้าๆ กัน งั้นฟังเพลงอกหักกันต่อไปครับ





