Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
เราพยายามจะเดาใจคนอื่นให้ออกตั้งแต่เมื่อไหร่?

เราพยายามจะเดาใจคนอื่นให้ออกตั้งแต่เมื่อไหร่?

14/02/2017
Movement
AUTHOR: อาจวรงค์ จันทมาศ
SHARE:

 ‘เธอคิดอะไรอยู่’

 อาจเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดในช่วงหนึ่งของชีวิตคนเรา เพราะมันอาจเปลี่ยนคนรู้จักทั่วไปให้กลายเป็นคนรู้ใจสุดพิเศษได้

 แท้จริงแล้วทักษะการคาดเดาว่าคนอื่นคิดอะไรอยู่นั้น ไม่เพียงแต่มีความสำคัญในการหาคู่ครอง แต่ยังสำคัญต่อการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมาก กล่าวได้ว่าในความสัมพันธ์ทุกแบบ ตั้งแต่ความสัมพันธ์ใกล้ตัวอย่างครอบครัว เพื่อนฝูง จนถึงระดับการทำงาน ล้วนอยู่ได้ด้วยการประเมินและคาดเดาว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ เพราะมันจะช่วยให้เรา ‘วางตัว’ ได้อย่างเหมาะสมว่าจังหวะไหนควรรุก จังหวะไหนควรรับ จังหวะไหนควรล่าถอยหรือปล่อยจะไว้เฉยๆ

 การเดาจิตใจทุกวันนี้ยิ่งกลายเป็นเรื่องซับซ้อนขึ้นไปอย่างมากด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์ก บ่อยครั้งเราต้องอ่านใจผ่านการโพสต์ลอยๆ หรือใบหน้าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสติ๊กเกอร์ บางครั้งการเข้าหาไม่ถูกจังหวะอาจทำให้ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร

 นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งจึงเกิดคำถามต่อธรรมชาติการเดาใจของมนุษย์ว่า

 “เผ่าพันธุ์มนุษย์เราเริ่มพยายามคาดเดาความคิดกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 คำถามนี้น่าสนใจ เพราะมันเป็นการพยายามมองให้เห็นไปถึงรากเหง้าของระบบความคิดของมนุษย์เราว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่การพยายามตอบคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

 การเดาใจอีกฝ่ายเป็นระบบความคิดที่วางอยู่บนพื้นฐานของ ‘การแบ่งแยกความคิดของตัวเราออกจากความคิดของคนอื่นได้’

 นักจิตวิทยาใช้ ‘การทดสอบแซลลีและแอน (Sally-Anne test)’ ในการตรวจสอบดังนี้

 

 ซ้ายมือคือ แซลลี ขวามือคือ แอน แซลลีมีตะกร้าหนึ่งใบ ส่วนแอนมีกล่องหนึ่งใบ

 

 แซลลีเอาลูกแก้วเก็บใส่ตะกร้าของเธอ

 

 แล้วแซลลีก็ออกไปเดินเล่นข้างนอก

 

 แอนแอบเอาลูกแก้วมาใส่ไว้ในกล่อง

 

 คำถามคือ พอแซลลีกลับมาจากเดินเล่นแล้ว แซลลีจะคิดว่าลูกแก้วอยู่ในตะกร้าหรือในกล่อง

 แน่นอนว่าคนทั่วไปอย่างเราๆ ย่อมตอบว่า แซลลีควรจะคิดว่าลูกแก้วอยู่ในตะกร้าและเดินไปหาลูกแก้วในตะกร้า แต่เชื่อไหมว่าเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบตอบว่า แซลลีคิดว่าลูกแก้วอยู่ในกล่อง เพราะเด็กที่อายุน้อยกว่า 4 ขวบมีพัฒนาการทางความคิดที่ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้คิดว่าทุกคนบนโลกคิดเหมือนกับตนเองไปหมด (จะว่าไปผู้ใหญ่บางคนก็ชอบคิดแบบนี้!)

 นั่นแปลว่าทักษะการพยายามอ่านใจคนอื่นพัฒนาขึ้นหลังจากอายุราวๆ 4 ขวบ แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่หยุดการทดลองไว้เพียงเท่านี้ เพราะล่าสุดในปี 2016 นักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้พยายามหาคำตอบว่า ลิงชิมแปนซีซึ่งเป็นญาติสนิทของมนุษย์เราสามารถคาดเดาใจตัวอื่นได้หรือไม่

 แต่ปัญหาคือ ชิมแปนซีนั้นพูดไม่ได้ว่าตนเองคิดอย่างไร ดังนั้นนักวิจัยจึงออกแบบการทดลองเพื่อแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้ดวงตาของชิมแปนซีแทนคำตอบ

 วิธีทดลองคือ เล่นละครในลักษณะการทดสอบแซลลีและแอนให้ลิงชิมแปนซีดู โดยให้น้ำหวานที่ลิงชิมแปนซีชอบดื่มให้มันดื่มเต็มที่เพื่อดึงความสนใจ จากนั้นใช้กล้องวิดีโอถ่ายภาพเพื่อจับตำแหน่งลูกตาของลิงชิมแปนซีเพื่อทดสอบว่าชิมแปนซีว่ามองบริเวณไหน

 

 ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่ง เพราะเมื่อได้ดูละครแซลลีและแอนแล้ว สุดท้ายลิงชิมแปนซีมองไปยังตะกร้าราวกับพยายามคาดการณ์ว่าแซลลีจะเดินไปหาของในนั้น นั่นแปลว่ามันสามารถคาดเดาใจของลิงตัวอื่นๆ ได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ผลการทดลองนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทึ่งเพราะสมองของลิงชิมแปนซีมีการพัฒนาฟังก์ชันสำหรับการคาดเดาความคิดของลิงตัวอื่นขึ้นมาแล้ว

 นึกๆ ดูก็ตลก…ที่มนุษย์เรามีความสามารถในการคาดเดาจิตใจผู้อื่นโดยอัตโนมัติมาตั้งแต่เด็ก และน่าจะมีทักษะเนิ่นนานมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของเราแล้ว

 แต่ทักษะในการทำความเข้าใจตนเองกลับเป็นเรื่องยากที่อาจต้องทำความเข้าใจไปทั้งชีวิต

 อ้างอิง งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Science

 ภาพen.wikipedia.org

 

Tags:Sally-Anne testความสัมพันธ์ปรมัตถ์ puzzleอาจวรงค์ จันทมาศวิทยาศาสตร์จิตวิทยาการทดลอง
Share :
Author
อาจวรงค์ จันทมาศ
Photographer
-
“ฮาวทูหลบหลีกพ่อค้าแม่ค้าอย่างมีศิลปะ” เมื่อสงครามชิงลูกค้าใหญ่หลวง ทำยังไงดีไม่ให้ตกเป็นเป้าของการโดนขายตลอดชีวิต
A Better Day“ฮาวทูหลบหลีกพ่อค้าแม่ค้าอย่างมีศิลปะ” เมื่อสงครามชิงลูกค้าใหญ่หลวง ทำยังไงดีไม่ให้ตกเป็นเป้าของการโดนขายตลอดชีวิตนักเขียน : ชยพล ทองสวัสดิ์
‘โอเคที่อาจไม่ได้แปลว่าโอเค’ เมื่อการเผชิญหน้ากับคนในความสัมพันธ์เก่าคือบทเรียนของการเติบโตจากความเจ็บปวด
A Better Day‘โอเคที่อาจไม่ได้แปลว่าโอเค’ เมื่อการเผชิญหน้ากับคนในความสัมพันธ์เก่าคือบทเรียนของการเติบโตจากความเจ็บปวดนักเขียน : ชยพล ทองสวัสดิ์
‘คนหัวดื้อก็มีหัวใจ’ จะทำความเข้าใจยังไงดีหากชีวิตนี้ต้องเจอกับคนดื้อสุดโต่ง
A Better Day‘คนหัวดื้อก็มีหัวใจ’ จะทำความเข้าใจยังไงดีหากชีวิตนี้ต้องเจอกับคนดื้อสุดโต่งนักเขียน : ชยพล ทองสวัสดิ์