Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ถ้าประเทศเรามีสวนสาธารณะมากกว่านี้ก็คงจะดี ที่ที่เป็นของสาธารณะจริงๆ น่ะ

ถ้าประเทศเรามีสวนสาธารณะมากกว่านี้ก็คงจะดี ที่ที่เป็นของสาธารณะจริงๆ น่ะ

12/03/2021
nowhere girl
AUTHOR: juli baker and summer
SHARE:
สวนสาธารณะ
สวนสาธารณะ
สวนสาธารณะ
สวนสาธารณะ
สวนสาธารณะ
สวนสาธารณะ

 

สวนสาธารณะ กลิ่นของอากาศหลังฝนตก ตอนที่ดินเปียก หยดน้ำค้างพอให้เห็นเป็นหลักฐานบนใบไม้ สูดเข้าไปสดชื่นหัวใจ ค่า pm 2.5 เท่าไหร่ เอาไว้ก่อนค่อยว่ากัน ฉันเองก็เพิ่งได้มีโอกาสรื่นรมย์ไปกับบรรยากาศลมฝน นั่งมองพระอาทิตย์ตกจากบ้านอย่างรู้สึกอิสรเสรีก็ตอนที่ย้ายมาบ้านใหม่นี่ล่ะ โชคดีที่อยู่ในย่านที่เงียบสงบ ได้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้เล็กๆ แวะออกไปยืนเส้นหน้าบ้านได้ ถ้าเป็นบ้านเก่าล่ะอึดอัดแย่เลย ยิ่งช่วงกักตัวคงไม่ต้องพูดถึง

 

ตามประสาชนชั้นกลาง ฉันก็ทำได้เพียงตั้งใจทำงานและนำเงินไปซื้อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตัวเองและครอบครัว ก็แหม สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ไม่มี จะให้นั่งรถใต้ดินไปสูดกลิ่นหญ้าหลังฝนตกที่สวนลุมก็คงต้องเผื่อเวลาเป็นชั่วโมงนี่นะ

 

จริงๆ แล้วมันก็พอจะมีร้านอาหารหรือคาเฟ่ในสวนแถวๆ บ้านอยู่เหมือนกัน แต่ใจก็ไม่อยากเสียเงินซื้อกาแฟ 1 แก้วราคาร้อยกว่าเพื่อสูดอากาศฟรีที่ถูกตั้งราคาอีกที

 

ถ้าประเทศเรามีสวนสาธารณะมากกว่านี้ก็คงจะดี ที่ๆ เป็นของสาธารณะจริงๆ น่ะ ที่ที่ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร มียอดเงินในบัญชีเท่าไหร่ เป็นวัยเกษียณหรือเป็นนักเรียนก็มานอนสูดกลิ่นดินหลังฝนตกข้างๆ กันได้ ฉันกล้ารับประกันเลยว่าปริมาณความสุขของประชากรในประเทศนี้นั้นแปรผันตรงกับจำนวนของสวนสาธารณะอย่างแน่นอน

 

วันก่อนเพิ่งได้อ่านบทความนักเขียนที่อาศัยอยู่สักประเทศในสแกนดิเนเวียซึ่งมีพื้นที่สาธารณะ (public space) ให้เลือกใช้เยอะมาก เค้าเขียนว่าสิ่งที่เค้าชอบที่สุดเวลาได้ใช้พื้นที่สาธารณะคือ sense of belonging เค้ารู้สึก belong หรือเป็นเจ้าของร่วม

 

ถึงแม้ว่าตอนปี พ.ศ.2475 คณะราษฎรจะประกาศไปแล้วว่าประเทศนี้เป็นของราษฎรไม่ใช่ของคนอื่นตามที่เขาหลอกลวง แต่เหตุใดคนเพียงหยิบมือ (10% ของประเทศ) ถึงได้ครอบครองที่ดิน 60% ของทั้งหมดนะ ไม่ใช่แค่พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ดินของตัวเอง บางคนทำงานทั้งชีวิตยังไม่มีโอกาสได้ถือโฉนดสักตารางเมตรเลย แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าให้เดา คำตอบนี้ก็คงเหมือนกับหลายๆ ปัญหาในสังคมที่ต้องแก้ตั้งแต่เชิงโครงสร้างมั้ง

 

แค่กลิ่นของดินหลังฝนทำไมถึงเขียนโยงไปซะใหญ่โต ก็เพราะมันไม่ใช่แค่กลิ่นของดินหลังฝนตกที่ฉันโหยหา แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่เราขาดแคลน ไม่ใช่แค่สวนสาธารณะที่เอาไว้เดินเล่น แต่เป็นวิถีชีวิตของคนที่ขาดหายไป

 

พื้นที่สาธารณะนั้นไม่ใช่เพียงสวนสาธารณะแต่รวมถึงตลาดในชุมชน ห้องสมุด ชายหาด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์และอื่นๆ อีกมากมายที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยอิสระ

 

หลายต่อหลายครั้งฉันเองก็อดน้อยใจไม่ได้เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองอยู่ต่างประเทศแล้วได้ใช้สวัสดิการพื้นที่สาธารณะดีๆ ของเค้า เช่น การเดิน flea market สนุกๆ หรือแม้กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฉันเริ่มฝึกเพนท์อย่างจริงจังก็เกิดขึ้นตอนที่ชมฟรีแกลเลอรีในลอนดอนแล้วเห็น original painting ของมาติสกับ David Hockney

 

หรืออาจเป็นสิ่งเล็กๆ เช่น การทำเลนจักรยานหรือทำทางเท้าดีๆ นั่นคือการให้ความสำคัญกับคนทุกคนเท่าๆ กัน ไม่ใช่เพียงแค่คนขับรถยนต์ อย่างนี้สิถึงเป็นถนนสาธารณะ

 

หัวใจของพื้นที่สาธารณะคือการเห็นความสำคัญของคนส่วนใหญ่ หากอำนาจทั้งหมดอยู่ในมือของคนส่วนน้อยก็ยากที่เขาจะนึกถึงประโยชน์ของสาธารณะ public space จึงมีให้เห็นมากมายในประเทศที่ระบอบประชาธิปไตยแข็งแรง

 

ไม่ว่าคุณจะชอบกลิ่นของดินเปียกๆ หลังฝนตกเหมือนฉัน หรือชอบวันที่แดดออกแล้วท้องฟ้าเป็นสีสด แต่อย่างน้อยฉันหวังว่าเราคงเห็นตรงกันว่าประเทศนี้ควรมีพื้นที่ให้คนที่แตกต่างหลากหลายไปใช้ชีวิตรวมกันได้อย่างอิสระในนามว่าพื้นที่สาธารณะมากขึ้น

 

(ป.ล. พ่อเคยเล่าให้ฉันฟังว่าทุกสรรพสิ่งในโลกนี้แท้จริงแล้วเป็นของสาธารณะ แต่มนุษย์ส้รางกฎเกณฑ์ ระบอบต่างๆ ขึ้นมาเพื่อครอบครองมัน เราจึงมีคำว่า republic คือการทวงคืนทุกสิ่งสู่สาธารณะอีกครั้ง)

 

สวนสาธารณะ กลิ่นของอากาศหลังฝนตก ตอนที่ดินเปียก หยดน้ำค้างพอให้เห็นเป็นหลักฐานบนใบไม้ สูดเข้าไปสดชื่นหัวใจ ค่า pm 2.5 เท่าไหร่ เอาไว้ก่อนค่อยว่ากัน ฉันเองก็เพิ่งได้มีโอกาสรื่นรมย์ไปกับบรรยากาศลมฝน นั่งมองพระอาทิตย์ตกจากบ้านอย่างรู้สึกอิสรเสรีก็ตอนที่ย้ายมาบ้านใหม่นี่ล่ะ โชคดีที่อยู่ในย่านที่เงียบสงบ ได้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้เล็กๆ แวะออกไปยืนเส้นหน้าบ้านได้ ถ้าเป็นบ้านเก่าล่ะอึดอัดแย่เลย ยิ่งช่วงกักตัวคงไม่ต้องพูดถึง

 

ตามประสาชนชั้นกลาง ฉันก็ทำได้เพียงตั้งใจทำงานและนำเงินไปซื้อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตัวเองและครอบครัว ก็แหม สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ไม่มี จะให้นั่งรถใต้ดินไปสูดกลิ่นหญ้าหลังฝนตกที่สวนลุมก็คงต้องเผื่อเวลาเป็นชั่วโมงนี่นะ

 

จริงๆ แล้วมันก็พอจะมีร้านอาหารหรือคาเฟ่ในสวนแถวๆ บ้านอยู่เหมือนกัน แต่ใจก็ไม่อยากเสียเงินซื้อกาแฟ 1 แก้วราคาร้อยกว่าเพื่อสูดอากาศฟรีที่ถูกตั้งราคาอีกที

 

ถ้าประเทศเรามีสวนสาธารณะมากกว่านี้ก็คงจะดี ที่ๆ เป็นของสาธารณะจริงๆ น่ะ ที่ที่ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร มียอดเงินในบัญชีเท่าไหร่ เป็นวัยเกษียณหรือเป็นนักเรียนก็มานอนสูดกลิ่นดินหลังฝนตกข้างๆ กันได้ ฉันกล้ารับประกันเลยว่าปริมาณความสุขของประชากรในประเทศนี้นั้นแปรผันตรงกับจำนวนของสวนสาธารณะอย่างแน่นอน

 

วันก่อนเพิ่งได้อ่านบทความนักเขียนที่อาศัยอยู่สักประเทศในสแกนดิเนเวียซึ่งมีพื้นที่สาธารณะ (public space) ให้เลือกใช้เยอะมาก เค้าเขียนว่าสิ่งที่เค้าชอบที่สุดเวลาได้ใช้พื้นที่สาธารณะคือ sense of belonging เค้ารู้สึก belong หรือเป็นเจ้าของร่วม

 

ถึงแม้ว่าตอนปี พ.ศ.2475 คณะราษฎรจะประกาศไปแล้วว่าประเทศนี้เป็นของราษฎรไม่ใช่ของคนอื่นตามที่เขาหลอกลวง แต่เหตุใดคนเพียงหยิบมือ (10% ของประเทศ) ถึงได้ครอบครองที่ดิน 60% ของทั้งหมดนะ ไม่ใช่แค่พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ดินของตัวเอง บางคนทำงานทั้งชีวิตยังไม่มีโอกาสได้ถือโฉนดสักตารางเมตรเลย แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าให้เดา คำตอบนี้ก็คงเหมือนกับหลายๆ ปัญหาในสังคมที่ต้องแก้ตั้งแต่เชิงโครงสร้างมั้ง

 

แค่กลิ่นของดินหลังฝนทำไมถึงเขียนโยงไปซะใหญ่โต ก็เพราะมันไม่ใช่แค่กลิ่นของดินหลังฝนตกที่ฉันโหยหา แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่เราขาดแคลน ไม่ใช่แค่สวนสาธารณะที่เอาไว้เดินเล่น แต่เป็นวิถีชีวิตของคนที่ขาดหายไป

สวนสาธารณะ

 

พื้นที่สาธารณะนั้นไม่ใช่เพียงสวนสาธารณะแต่รวมถึงตลาดในชุมชน ห้องสมุด ชายหาด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์และอื่นๆ อีกมากมายที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยอิสระ

 

หลายต่อหลายครั้งฉันเองก็อดน้อยใจไม่ได้เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองอยู่ต่างประเทศแล้วได้ใช้สวัสดิการพื้นที่สาธารณะดีๆ ของเค้า เช่น การเดิน flea market สนุกๆ หรือแม้กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฉันเริ่มฝึกเพนท์อย่างจริงจังก็เกิดขึ้นตอนที่ชมฟรีแกลเลอรีในลอนดอนแล้วเห็น original painting ของมาติสกับ David Hockney

 

หรืออาจเป็นสิ่งเล็กๆ เช่น การทำเลนจักรยานหรือทำทางเท้าดีๆ นั่นคือการให้ความสำคัญกับคนทุกคนเท่าๆ กัน ไม่ใช่เพียงแค่คนขับรถยนต์ อย่างนี้สิถึงเป็นถนนสาธารณะ

 

หัวใจของพื้นที่สาธารณะคือการเห็นความสำคัญของคนส่วนใหญ่ หากอำนาจทั้งหมดอยู่ในมือของคนส่วนน้อยก็ยากที่เขาจะนึกถึงประโยชน์ของสาธารณะ public space จึงมีให้เห็นมากมายในประเทศที่ระบอบประชาธิปไตยแข็งแรง

 

ไม่ว่าคุณจะชอบกลิ่นของดินเปียกๆ หลังฝนตกเหมือนฉัน หรือชอบวันที่แดดออกแล้วท้องฟ้าเป็นสีสด แต่อย่างน้อยฉันหวังว่าเราคงเห็นตรงกันว่าประเทศนี้ควรมีพื้นที่ให้คนที่แตกต่างหลากหลายไปใช้ชีวิตรวมกันได้อย่างอิสระในนามว่าพื้นที่สาธารณะมากขึ้น

 

(ป.ล. พ่อเคยเล่าให้ฉันฟังว่าทุกสรรพสิ่งในโลกนี้แท้จริงแล้วเป็นของสาธารณะ แต่มนุษย์ส้รางกฎเกณฑ์ ระบอบต่างๆ ขึ้นมาเพื่อครอบครองมัน เราจึงมีคำว่า republic คือการทวงคืนทุกสิ่งสู่สาธารณะอีกครั้ง)

 

สวนสาธารณะ กลิ่นของอากาศหลังฝนตก ตอนที่ดินเปียก หยดน้ำค้างพอให้เห็นเป็นหลักฐานบนใบไม้ สูดเข้าไปสดชื่นหัวใจ ค่า pm 2.5 เท่าไหร่ เอาไว้ก่อนค่อยว่ากัน ฉันเองก็เพิ่งได้มีโอกาสรื่นรมย์ไปกับบรรยากาศลมฝน นั่งมองพระอาทิตย์ตกจากบ้านอย่างรู้สึกอิสรเสรีก็ตอนที่ย้ายมาบ้านใหม่นี่ล่ะ โชคดีที่อยู่ในย่านที่เงียบสงบ ได้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้เล็กๆ แวะออกไปยืนเส้นหน้าบ้านได้ ถ้าเป็นบ้านเก่าล่ะอึดอัดแย่เลย ยิ่งช่วงกักตัวคงไม่ต้องพูดถึง

 

ตามประสาชนชั้นกลาง ฉันก็ทำได้เพียงตั้งใจทำงานและนำเงินไปซื้อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตัวเองและครอบครัว ก็แหม สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ไม่มี จะให้นั่งรถใต้ดินไปสูดกลิ่นหญ้าหลังฝนตกที่สวนลุมก็คงต้องเผื่อเวลาเป็นชั่วโมงนี่นะ

 

จริงๆ แล้วมันก็พอจะมีร้านอาหารหรือคาเฟ่ในสวนแถวๆ บ้านอยู่เหมือนกัน แต่ใจก็ไม่อยากเสียเงินซื้อกาแฟ 1 แก้วราคาร้อยกว่าเพื่อสูดอากาศฟรีที่ถูกตั้งราคาอีกที

 

ถ้าประเทศเรามีสวนสาธารณะมากกว่านี้ก็คงจะดี ที่ๆ เป็นของสาธารณะจริงๆ น่ะ ที่ที่ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร มียอดเงินในบัญชีเท่าไหร่ เป็นวัยเกษียณหรือเป็นนักเรียนก็มานอนสูดกลิ่นดินหลังฝนตกข้างๆ กันได้ ฉันกล้ารับประกันเลยว่าปริมาณความสุขของประชากรในประเทศนี้นั้นแปรผันตรงกับจำนวนของสวนสาธารณะอย่างแน่นอน

พื้นที่สาธารณะ

 

วันก่อนเพิ่งได้อ่านบทความนักเขียนที่อาศัยอยู่สักประเทศในสแกนดิเนเวียซึ่งมีพื้นที่สาธารณะ (public space) ให้เลือกใช้เยอะมาก เค้าเขียนว่าสิ่งที่เค้าชอบที่สุดเวลาได้ใช้พื้นที่สาธารณะคือ sense of belonging เค้ารู้สึก belong หรือเป็นเจ้าของร่วม

 

ถึงแม้ว่าตอนปี พ.ศ.2475 คณะราษฎรจะประกาศไปแล้วว่าประเทศนี้เป็นของราษฎรไม่ใช่ของคนอื่นตามที่เขาหลอกลวง แต่เหตุใดคนเพียงหยิบมือ (10% ของประเทศ) ถึงได้ครอบครองที่ดิน 60% ของทั้งหมดนะ ไม่ใช่แค่พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ดินของตัวเอง บางคนทำงานทั้งชีวิตยังไม่มีโอกาสได้ถือโฉนดสักตารางเมตรเลย แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าให้เดา คำตอบนี้ก็คงเหมือนกับหลายๆ ปัญหาในสังคมที่ต้องแก้ตั้งแต่เชิงโครงสร้างมั้ง

 

แค่กลิ่นของดินหลังฝนทำไมถึงเขียนโยงไปซะใหญ่โต ก็เพราะมันไม่ใช่แค่กลิ่นของดินหลังฝนตกที่ฉันโหยหา แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่เราขาดแคลน ไม่ใช่แค่สวนสาธารณะที่เอาไว้เดินเล่น แต่เป็นวิถีชีวิตของคนที่ขาดหายไป

 

พื้นที่สาธารณะนั้นไม่ใช่เพียงสวนสาธารณะแต่รวมถึงตลาดในชุมชน ห้องสมุด ชายหาด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์และอื่นๆ อีกมากมายที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยอิสระ

 

หลายต่อหลายครั้งฉันเองก็อดน้อยใจไม่ได้เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองอยู่ต่างประเทศแล้วได้ใช้สวัสดิการพื้นที่สาธารณะดีๆ ของเค้า เช่น การเดิน flea market สนุกๆ หรือแม้กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฉันเริ่มฝึกเพนท์อย่างจริงจังก็เกิดขึ้นตอนที่ชมฟรีแกลเลอรีในลอนดอนแล้วเห็น original painting ของมาติสกับ David Hockney

  ทางเท้า

 

หรืออาจเป็นสิ่งเล็กๆ เช่น การทำเลนจักรยานหรือทำทางเท้าดีๆ นั่นคือการให้ความสำคัญกับคนทุกคนเท่าๆ กัน ไม่ใช่เพียงแค่คนขับรถยนต์ อย่างนี้สิถึงเป็นถนนสาธารณะ

 

หัวใจของพื้นที่สาธารณะคือการเห็นความสำคัญของคนส่วนใหญ่ หากอำนาจทั้งหมดอยู่ในมือของคนส่วนน้อยก็ยากที่เขาจะนึกถึงประโยชน์ของสาธารณะ public space จึงมีให้เห็นมากมายในประเทศที่ระบอบประชาธิปไตยแข็งแรง

Tags:ประชาธิปไตยทางเท้าสวนสาธารณะสวัสดิการรัฐjuli baker and summerฝนตกnowhere girlrepublicflea marketพื้นที่สาธารณะรัฐบาล
Share :
Author
juli baker and summer
Photographer
-
หากจะมีใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกดีไม่พอ ก็คงต้องโทษทุนนิยมนั่นแหละ
nowhere girlหากจะมีใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกดีไม่พอ ก็คงต้องโทษทุนนิยมนั่นแหละนักเขียน : juli baker and summer
ในวันที่การเมืองดี เราคงได้มีรัฐบาลที่เห็นคุณค่างานศิลปะกับเขาสักทีนะ
nowhere girlในวันที่การเมืองดี เราคงได้มีรัฐบาลที่เห็นคุณค่างานศิลปะกับเขาสักทีนะนักเขียน : juli baker and summer
แลกเสื้อเก่าเป็นเสื้อใหม่ ใส่วนชุดวินเทจ เยส! slow fashion คือคำตอบของคนรักโลกสายแฟฯ
nowhere girlแลกเสื้อเก่าเป็นเสื้อใหม่ ใส่วนชุดวินเทจ เยส! slow fashion คือคำตอบของคนรักโลกสายแฟฯนักเขียน : juli baker and summer